เจ้าสาวของซาตาน re - up

ตอนที่ 10 : พระจันทร์ขึ้ง น้ำผึ้งขุ่น 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 515 ครั้ง
    3 เม.ย. 63


บทที่ 10

 

อธิวีย์มือสั่นจนทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มยืนหมุนไปหมุนมาอยู่กลางห้อง เขาจะทำอย่างไรดี จะพาเธอไปโรงพยาบาล หรือจะพาไปคลินิก จะโทรศัพท์ตามหมอ หรือจะพากลับบ้านอธิรักษ์ ในที่สุดอธิวีย์ก็ตัดสินปฐมพยาบาลเธอก่อนเป็นอันดับแรก

ชายหนุ่มเช็ดตัวให้เพียงรวี เพื่อลดไข้ หลังจากนั้นอีกไม่กี่นาที หญิงสาวก็รู้สึกตัวขึ้นมา

“พีช...เป็นอย่างไรบ้าง” เขากระซิบถามอย่างห่วงใย

“ปวดไปหมดทั้งตัวเลยค่ะ ขยับแทบไม่ได้”

หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว หน้าเรียวสวยเหยเก ยามที่เธอขยับตัว อธิวีย์มองเธออย่างขอลุแก่โทษ คนผิดในเรื่องนี้คือเขาเอง เขาเอาแต่ใจ จนเธอไม่สบาย 

“พีชจ๋า...ปายขอโทษ”

คำขอโทษมาพร้อมกับรอยจูบที่แก้มสวย เพียงรวีหน้าแดง ขนาดขอโทษ เขาก็ยังจูบ แต่เขาก็น่ารัก...ที่รู้จักขอโทษ

“กินข้าวก่อนนะ แล้วค่อยกินยา”

เขาสั่งการอย่างนุ่มนวล จนคนไข้ต้องพยักหน้ารับอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

“ฉันจะลงไปเอาข้าวมาให้ รอเดี๋ยวนะ”

เขาก้มลงจูบแก้มแดงๆ อีกครั้ง ก่อนจะลงไปชั้นล่าง เพื่อนำอาหารมาให้เธอ อธิวีย์เดินตรงเข้าไปในห้องครัว ชายหนุ่มเปิดฝาหม้อข้าวที่ตั้งอุ่นไว้บนเตาแก๊ส เมื่อเห็นข้าวต้มหอมฉุย เขาก็ตักใส่ถ้วย ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ กิริยาท่าทางของน้องเขย ทำให้พงษ์ศาสตร์อดหัวเราะไม่ได้

“คุณปายทำอะไรครับ”

“เอ่อ...พีชไม่สบาย ผมจะตักข้าวไปให้เธอ” เขาตอบเสียงอุบอิบ

“”อ้าว! พีชเป็นอะไรครับ เมื่อวานยังเห็นดีๆ อยู่เลย”

คำถามของพี่เมีย ทำให้อธิวีย์หน้าแดงอย่างมีพิรุธ ชายหนุ่มได้แต่อึกอัก แต่ไม่ยอมตอบของอีกฝ่าย พงษ์ศาสตร์เห็นดังนั้นก็เข้าใจ เขาจึงเลิกถามเซ้าซี้ทันที

“ผมตักให้คุณปายเอง”

พี่เมียที่แสนดี บริการน้องเขยรูปหล่อเสร็จสรรพ อธิวีย์กล่าวขอบคุณอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะรีบถือถ้วยข้าวต้มไปหาคนข้างบนโดยเร็ว

“อาหารมาแล้วครับ”

คำพูดของเขา ทำให้เพียงรวีที่ลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียง มองเขาด้วยแววตาอ่อนหวาน

“ปายจะป้อนพีชเอง” เขามีจิตอาสาอย่างน่ารัก

“พีชกินเองได้ค่ะ” เพียงรวีหน้าแดงจัด

“ไม่เป็นไรปายเต็มใจป้อน”

แววตาของเขามีแต่ความอบอุ่นอ่อนโยน จนหญิงสาวไม่อาจจะขัดใจเขาได้

ตอนแรกเพียงรวีก็เขินอายที่เขาป้อนเธอ ราวกับเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่หลังจากรับประทานข้าวต้มไปได้สามสี่ช้อน ความเขินอายก็ลอยหายไปกับสายลม เหลือเพียงความอบอุ่นในหัวใจ ที่อบอวลอยู่รอบๆ ตัวเธอ

 

ตอนบ่ายวันนั้นเพียงรวีก็หลับต่อตลอดทั้งบ่าย อธิวีย์ตั้งใจว่า เมื่อเธอตื่นขึ้นมา เขาจะพาเธอกลับบ้านอธิรักษ์ ขณะที่กำลังรอให้หญิงสาวตื่น ชายหนุ่มก็ถือโอกาสไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน เขาเดินไปดูดอกกุหลาบที่กำลังชูช่อบานไสว เมื่อคิดถึงคนดูแล ชายหนุ่มก็ยิ้มนิดๆ พลางนึกในใจว่ากุหลาบแปลงนี้สวยเหมือนเจ้าของ

ดำรงวุธมองร่างสูงใหญ่ของอธิวีย์ด้วยความชื่นชมแกมอิจฉา ชายคนนี้คือผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของลูกพีชที่แสนหวาน ดำรงวุธยังทำใจไม่ได้เต็มร้อยกับการแต่งงานอย่างสายฟ้าแลบของคนที่เขาแอบรัก ความเจ็บปวดยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจเขา ความรู้สึกที่เขามีต่อเพียงรวี ไม่ใช่สิ่งที่จะลืมเลือนได้ง่ายๆ ระยะเวลาที่รู้จักกันมายาวนานหลายปี ยิ่งทำให้ดำรงวุธปวดร้าวใจ

“เอ่อ...พีชล่ะครับ”

แต่ถึงอย่างไร พี่เป้ก็อดถามถึงน้องพีชไม่ได้ แต่คุณปายหน้ามุ่ยขึ้นมาทันที เมื่อเห็นคนที่เมียเขาเพ้อหา

“ฮึ! พอเห็นหน้าก็ถามถึงกันเลยนะ คิดถึงกันมากหรือไง แล้วมันมาเกาะรั้วคุยกับน้องพีชทุกวันหรือเปล่า

อธิวีย์มองเมินไม่ยอมตอบคำถามของดำรงวุธ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ย่อท้อ บางทีเขาอาจจะถามเบาเกินไป คุณปายจึงไม่ได้ยิน เมื่อคิดเช่นนั้น พี่เป้จึงถามเสียงดังกว่าเดิม

“คุณปายครับ พีชล่ะครับ”

คราวนี้คุณปายจะไม่ตอบก็ไม่ได้ เพราะพี่เมียเดินออกมาทางหลังบ้านพอดี

“เมียผมไม่ค่อยสบาย ตอนนี้เขากำลังนอนหลับ คุณมีธุระอะไรกับเขาหรือเปล่า”

คำตอบที่ประกาศสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ทำให้ดำรงวุธถึงกับพูดอะไรไม่ออก ส่วนพงษ์ศาสตร์ผู้มาได้ยินประโยคนี้โดยบังเอิญ ถึงกับนึกในใจว่าคุณปายขี้หึงน่าดู นายเป้เองก็ควรจะหยุดคิดถึงเมียคนอื่นได้แล้ว ดูเหมือนนายเป้จะไม่โง่นัก เพราะเขาพึมพำตอบมาว่า

“ไม่มีอะไรครับ”

ตอบแล้วหนุ่มผู้แพ้ ก็เดินจากไปอย่างเงียบๆ

วูบหนึ่งของความรู้สึกอธิวีย์นึกเห็นใจดำรงวุธขึ้นมาครามครัน ไอ้หมอนี่คงหลงรักเมียเขามาหลายปี การที่จะให้ตัดใจง่ายๆ จึงเป็นเรื่องที่ยากนัก เหมือนเขากับดาด้า พอคิดถึงดาด้า อธิวีย์ก็ถอนใจยาว นี่เขาเป็นอะไรไปหนอ เวลาอยู่กับเพียงรวี เขาไม่เคยนึกถึงดาริสาเลย ช่างน่าประหลาดนัก

แต่เวลาอยู่คนเดียว เขากลับคิดถึงอดีตคนรักขึ้นมา ดาริสาเดินทางไปต่างประเทศแล้ว โดยที่เขาไม่มีโอกาสไปส่งเธอ เธอโทรศัพท์มาบอกเขา ก็ต่อเมื่อเธอออกเดินทางเรียบร้อยแล้ว

“ปาย...” น้ำเสียงยังสะอื้นอาวรณ์

“ดาด้าโทรมาจากไหน”

อธิวีย์ถามอย่างแปลกใจ เมื่อหน้าจอโทรศัพท์สุดหรูของเขาโชว์คำว่า Private Number ดาริสาบอกว่าเธอโทรมาระหว่างเดินทางไปอังกฤษ

“ดาด้า...ทำไมไม่บอกเวลาเดินทางให้ผมรู้บ้าง ผมจะได้ไปส่ง ถึงเราจะไม่ใช่คนรักกันเหมือนเดิม แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้นี่ครับ”

ชายหนุ่มตัดพ้ออดีตคนรัก หัวใจของเขาวูบโหวงขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ถึงอย่างไรเขาก็ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้ดาริสา และการที่เธอต้องไปหลบเลียแผลใจที่ต่างประเทศ ก็เป็นเพราะเขาแท้ๆ

“ปาย...ดาด้าไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว”

หญิงสาวสะอื้นมาตามสาย อธิวีย์เม้มริมฝีปากแน่น  เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเขาคนเดียว

“ดาด้า...เข้มแข็งไว้นะครับ อย่าร้องไห้อีกเลย”

เขาไม่รู้จะปลอบเธออย่างไรดี ยิ่งปลอบ เธอก็ยิ่งร้อง ปลายสายเงียบไปหลายนาที ก่อนจะตอบกลับมาว่า

“ดาด้าจะเข้มแข็งค่ะ เท่านี้ก่อนนะคะปาย สวัสดีค่ะ”

 

อธิวีย์ อธิรักษ์ ถอนใจยาว ทำไมชีวิตมนุษย์ถึงมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอนะ บางเรื่องเราไม่อยากให้เกิด มันก็เกิด บางเรื่องเราอยากให้เกิดแทบแย่ แต่กลับไม่เกิด

“คุณปายครับ”

อธิวีย์หันหน้ามาตามเสียงเรียก คิ้วเข้มๆ ของเขาเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม พงษ์ศาสตร์จึงพูดว่า

“ผมมาตามไปรับประทานอาหารกลางวันครับ นี่ก็บ่ายแล้ว กลัวคุณปายจะหิว”

“ขอบคุณครับ”

อธิวีย์เดินตามร่างสูงโปร่งของพงษ์ศาสตร์เข้าไปในบ้านโดยไม่รอช้า

“เชิญครับ”

พงษ์ศาสตร์ผายมือไปทางโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้แล้ว อาหารมีเพียงสามอย่าง แต่ทุกอย่างดูน่ากิน แม้แต่กลิ่นก็หอมชวนให้น้ำลายสอ อธิวีย์มองหมูทอดกระเทียมพริกไทย ที่ทอดกรอบกำลังดี ตั้งวางเคียงกับผัดกะเพราทะเล และแกงจืดไข่น้ำ

“คุณน่าจะเป็นเชฟ ทำกับข้าวแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลย” ชายหนุ่มชมจากใจจริง อีกฝ่ายยิ้มรับอย่างเขินๆ

“ผมเป็นเชฟอยู่แล้ว”

“จริงหรือนี่”

“จริงครับ”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าสงสัย พงษ์ศาสตร์จึงอธิบายว่า

“ความจริง ผมเรียนจบมหาวิทยาลัยเดียวกับคุณแพทครับ แต่ผมชอบการทำอาหารเป็นพิเศษจึงไปเรียนเพิ่มเติม นี่ผมก็เพิ่งกลับมาจากดูงานที่โรงแรมดังในต่างจังหวัด”

ผู้เป็นน้องเขยพยักหน้ารับรู้ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว อธิวีย์จึงพูดขึ้นว่า

“ผมจะจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลพ่อของคุณ จนกว่าจะหาย คุณจะได้ไปทำงานโดยไม่ต้องวิตกกังวล”

“เอ่อ...อย่าให้พวกเรารบกวนคุณมากไปกว่านี้เลยครับ”

พงษ์ศาสตร์เอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ รถที่เขาขับอยู่ตอนนี้ ก็ได้จากเงินของน้องพีช ได้บ้านคืนมาก็เพราะเงินของน้องพีช พ่อมีเงินใช้หนี้เขา ก็เพราะเงินของน้องพีช อะไรๆ ก็เงินของน้องพีชทั้งนั้น อันที่จริงเงินของคุณปายต่างหาก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขาดีกับคุณปายกับน้องสาวบุญธรรมยังไงไหว

“ทำตามที่ผมบอก ผมไม่ชอบคนเรื่องมาก”

น้องเขยเสียงดุขึ้นมาทันที พี่เมียจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก

“แล้วน้องพีชล่ะครับ”

“ผมจะพาเธอกลับบ้านตอนเย็นนี้”

อธิวีย์พูดเสียงขรึม  พงษ์ศาสตร์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ หลังจากนั้นอธิวีย์ก็ขอตัวขึ้นไปหาเมียเขาที่ชั้นบน

“คนขี้เซาตื่นได้แล้ว”

ปลายนิ้วยาวเรียวของเขาเขี่ยจมูกสวยของคนขี้เซาเบาๆ เพียงรวีครางอืออา แต่หญิงสาวไม่ยอมลืมตาตามคำบัญชาของเขา  

“ถ้าพีชไม่ตื่น ปายจูบนะ”

คำขู่ของเขาไม่ได้ผล เพราะคนขี้เซา ไม่สนใจคำขู่นั้น อธิวีย์เห็นดังนั้นจึงก้มลงไปจูบริมฝีปากสวยที่แดงระเรื่อเพราะพิษไข้ ตอนแรกคนไข้ตัวแข็งทื่อ แต่รสจูบที่แสนหวาน ทำให้เธอเผยอริมฝีปากตอบรับเขาอย่างเต็มใจ เมื่อเธอตอบสนองคนจูบก็ชักจะเพลิน จนไม่อยากจะหยุด แต่เธอก็ยังไม่ยอมลืมตาอยู่ดี

“พีช...ตื่นเถอะ ถ้าไม่ตื่น ปายปล้ำนะ”

คราวนี้คำขู่ของเขาได้ผล คนขึ้เซาค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตางามมองเขาอย่างงวยงงแกมเขินอาย อธิวีย์ยิ้มนิดๆ นี่ถ้าไม่คิดว่าป่วยล่ะก็...น้องพีชคนสวยไม่รอดแน่

แววตากรุ้มกริ่มของเขา ทำให้เพียงรวียื่นมือออกไปผลักหน้าเขาทันที แทนที่คนถูกผลักจะโกรธ เขากลับหัวเราะหึๆ อย่างอารมณ์ดี แล้วใบหน้าของเขาก็ซุกไซ้ไปตามซอกคอของเธออย่างหมั่นเขี้ยว

“อื้อ!อย่าแกล้งสิคะ”

“ไม่ได้แกล้ง ทำจริงๆ”

“บ้า!

“ถึงบ้าก็บ้า...”

อธิวีย์ชะงักกึก เขาไม่แน่ใจว่าคำพูดที่เขาจะพูดต่อไปคือคำว่าอะไร แต่คงไม่ใช่คำนั้นอย่างแน่นอน คราวนี้ชายหนุ่มถอยออกจากคนบนเตียงอย่างรวดเร็ว รวดเร็วจนเพียงรวีแปลกใจ

“เข้าห้องน้ำเองได้ไหม”

เขาถามเสียงขรึม หน้าตาท่าทางก็พลอยขรึมตามไปด้วย

“ได้ค่ะ” เพียงรวีตอบรับเสียงแผ่ว

“งั้นก็ดีแล้ว รีบไปล้างหน้าล้างตาซะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับบ้านโน้น”

ชายหนุ่มพูดแล้วก็ถอยไปยืนที่หน้าต่าง ดวงตาคมของเขาเหม่อมองออกไปข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย โดยที่ไม่ได้สนใจอีกฝ่ายต่อไป เพียงรวีตอบไม่ถูกว่า ทำไมเธอจึงรู้สึกน้อยใจ เมื่อเขามองเมิน

 

ตอนเย็นวันนั้นอธิวีย์ก็พาเพียงรวีกลับบ้านอธิรักษ์ เมื่อกลับไปถึงบ้าน ชายหนุ่มก็ถูกรุมจนตั้งตัวไม่ติด

“หนูพีชเป็นอะไร”

คุณแม่คนสวยของเขาถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นหน้าที่ยังซีดเซียวของลูกสะใภ้

“ไม่สบายครับ”

“ไม่สบายได้ยังไง ก่อนไปก็ยังดีๆ อยู่เลย”

“เอ่อ...”

คำถามของมารดา ทำให้ผู้เป็นลูกชายได้แต่อึกอักไม่กล้าตอบ อธิษฐ์มองลูกชายด้วยสายตารู้ทัน อธิวีย์หลบตาบิดาอย่างละอายใจ

เจ้าปายเอ๊ย! เล่นหนักจนหนูพีชไม่สบายเลยหรือนี่ เจ้าลูกคนนี้มันหื่นเหมือนใครวะ ซาตานหน้าหยกตั้งคำถามในใจ แล้วเขาก็ยิ้มออก เมื่อนึกได้ว่า ลูกเขาก็หื่นเหมือนเขานี่แหละ

“แล้วทำไมปายทิ้งหนูพีชไว้คนเดียว ตัวเองออกไปเที่ยวดึกดื่นไม่ยอมกลับ ทำอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน”

อธิวีย์โดนระเบิดอีกลูก จนน้องซายน์อดสงสารพี่ปายไม่ได้

“คุณแม่ขา...ใจเย็นๆ ค่ะ”

“ยายซายน์พูดถูก แม่บลายธ์ใจเย็นๆ หน่อย อย่ามาว่าหลานแม่ให้มากนัก”

คุณหญิงวิภาดาปกป้องหลานชายสุดสวาทเต็มที่

“น้องบลายธ์ทำถูกแล้วครับคุณแม่ ปายทำผิดก็ว่าไปตามผิด ปายมีเมียแล้วนะครับ ไม่ใช่เด็กๆ  จะทำอะไรก็คิดถึงจิตใจของเมียหน่อย”

อธิษฐ์ปกป้องเมียและลูกสะใภ้อย่างเต็มกำลัง การโต้ตอบกันของคนในตระกูลอธิรักษ์ ทำให้เพียงรวีอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งเห็นใครบางคนหน้าตึงขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวก็ยิ่งไม่สบายใจ

“เอ่อ...พีชไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”

หญิงสาวต่อคำว่าอย่าทะเลาะกันเลยค่ะ เอาไว้ในใจ ก็ใครจะกล้าพูดออกไป ดีไม่ดี เธออาจจะถูกเขาเกลียดมากขึ้นไปอีก

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศชักจะคุกรุ่นเกินไป อธิษฐ์จึงพูดกับลูกชายว่า

“ปายพาหนูพีชไปฮันนีมูนสิลูก เรื่องงานไม่ต้องห่วงหรอก พ่อกับลุงพีร์จะดูแลแทนเอง”

“ลุงเห็นด้วยนะ หน้าร้อนอย่างนี้ไปทะเลสวยๆ ก็โรแมนติกดี”

ลุงพีร์พูดยิ้มๆ หลานปายหน้าแดงเล็กน้อย

“คุณลุงขา...ไปปายดีกว่าค่ะ ชื่อปายก็ต้องไปฮันนีมูนที่ปายสิคะ” น้องซายน์เสนอความคิดเห็น

“ปายต้องไปหน้าหนาว ถึงจะสวย ไปตอนนี้ไม่มีทะเลหมอกให้ดูนะคะ” น้องแพมพูดบ้าง

“เดี๋ยวพี่จะตัดสินใจเอง” อธิวีย์พูดขึ้น

“ตกลงว่าไป” ผู้เป็นบิดาถามเพื่อความแน่ใจ

“ครับพ่อ”

ชายหนุ่มตอบแล้ว ก็ปรายตามองผู้ที่เขาจะพาไปฮันนีมูนแวบหนึ่ง แล้วหน้าของเขาก็ยิ่งตึงมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นพฤทธิ์กับเพียงรวีส่งยิ้มให้กัน

ริมฝีปากแดงสวยของคนมองเม้มแน่น เขาโอบไหล่บอบบางเข้ามาหาตัว แล้วพูดขึ้นว่า

“ผมขอตัวก่อนครับ พีชเขาไม่ค่อยสบาย ต้องพาไปพักผ่อนจะได้หายเร็วๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะไปฮันนีมูนกับผมไม่ไหว”

คำพูดของอธิวีย์ทำให้พฤทธิ์ถึงกับหน้าเจื่อนไปถนัดตา หากคนพูดไม่สนใจ เขาโอบประคองร่างน้อยออกไปเหมือนรักใคร่เต็มประดา

 

คืนนั้นอธิวีย์นอนหันหลังให้ภรรยาคนสวย แต่ทำยังไงเขาก็นอนไม่หลับ ชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงนอนแบบสปริงขนาดคิงไซส์ของเขา ถึงแม้ว่าเตียงนอนมีขนาดกว้าง แต่เพราะเขาเป็นคนตัวใหญ่ เวลาเขาดิ้นไปดิ้นมา จึงรบกวนสมาธิในการนอนของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นเขานอนหันหลังให้ แม้น้อยใจเพียงไร เพียงรวีก็ทนฝืนข่มเอาไว้ข้างใน เสียงเขานอนกระสับกระส่ายในความมืด ยิ่งทำให้หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้แทบไม่อยู่ เขาคงไม่อยากนอนร่วมเตียงกับเธอ เขาคงรังเกียจ เมื่อคิดว่าเขารังเกียจ เพียงรวีก็ทนไม่ได้ หญิงสาวลุกขึ้นเปิดโคมไฟที่อยู่ข้างหัวเตียงอย่างรวดเร็ว

อธิวีย์หันขวับมาทันทีที่แสงไฟสว่างวาบขึ้น

“เธอเป็นอะไร” เขาถามเสียงเรียบ

“ฉันจะไปนอนที่เดิมค่ะ”

คำพูดของเธอทำให้เขามองหน้าเรียวสวย ที่เริ่มมีสีสันทันที

“หมายความว่ายังไงไม่ทราบ” น้ำเสียงของเขาทั้งห้วนทั้งกระด้าง

“เอ่อ...ฉันรู้ว่าคุณนอนไม่หลับ ฉันคงรบกวนคุณ ถ้าฉันไปนอนที่เดิม คุณอาจจะนอนหลับสบาย”

“รู้ดีเหลือเกินนะ ถ้ารู้ดีจริงๆ ล่ะก็ นอนลงไป”

เขาดุอีกแล้ว เพียงรวีจึงต้องนอนลงไปตามคำสั่งของเขา  เพราะเหตุที่โคมไฟอยู่ทางด้านที่หญิงสาวนอน เมื่ออธิวีย์โน้มตัวมาปิดโคมไฟ ก็เท่ากับว่า ตัวของเขาก่ายเกยทาบทับร่างบางระหงของเธอ แทบจะทั้งตัว

ขณะที่เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่คนที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบกลับนอนใจเต้นตุ้มๆ ต้อมๆ เพียงรวีกลั้นหายใจ ไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ของเขา ยิ่งทำให้เธอหายใจไม่สะดวก เมื่อไหร่เขาจะปิดโคมไฟเสร็จเสียที ทำไมเขาทำราวกับว่าการปิดโคมไฟช่างเป็นงานที่ลำบากยากเย็นราวกับการสร้างกำแพงเมืองจีนก็ไม่ปาน

แต่ในที่สุดความมืดก็เข้ามาเยือน เพียงรวีถอนใจอย่างโล่งอก แต่อีกใจหนึ่งก็อดเสียดายไออุ่นนั้นไม่ได้ เราไม่ควรจะเสียดาย หญิงสาวเตือนตัวเอง แต่แล้วเธอก็ต้องนอนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น เมื่อร่างสูงใหญ่ของอธิวีย์เกยขึ้นมาทาบทับอีกหน

“คุณปาย...”

หญิงสาวเผยอปากร้องเรียกเขา แต่เขากลับปิดปากเธอไว้ ด้วยริมฝีปากของเขาเอง ไออุ่นที่เพียงรวีต้องการ กลับกลายเป็นไอร้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

“อย่าค่ะ...เดี๋ยวคุณปายติดไข้”

หญิงสาวยังมีแก่ใจห่วงใย ขณะที่คนที่เธอห่วงใยลากจูบไปทั่วหน้าเรียวสวย

“ติดไข้ฉันไม่กลัว”

เขากระซิบเสียงนุ่ม แล้วเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างงามอย่างปลุกเร้า

“แต่ฉันไม่...” หญิงสาวคัดค้าน พลางขยับกายหนี

“ใครไม่นะ”

เขาถามกลับอย่างไม่พอใจ แล้วเขาก็แกล้งกัดซอกคอหอมละมุนละไมของเธออย่างหมั่นเขี้ยว

“แต่...พีชไม่...”

“ไม่อะไร”

“คุณปายขา...อย่าค่ะ เดี๋ยวพีชไข้กลับ พีชอยากไปฮันนีมูน”

คำว่าพีชอยากไปฮันนีมูน ทำให้อธิวีย์ต้องกัดฟันข่มความปรารถนา ที่พุ่งขึ้นมาราวกับลาวาอันร้อนแรง ชายหนุ่มพลิกกายลงนอนหงาย แล้วดึงร่างงามลออของคนในอ้อมแขนพลิกตามไปด้วย เพียงรวีจึงได้นอนก่ายเกยอยู่บนแผงอกกว้างของเขาอย่างแสนสุข

“พีชอยากไปฮันนีมูนที่ไหน ภูเขาหรือทะเล”

เขาถามพลางลูบเรือนผมนุ่มสลวยของคนในอ้อมแขนอย่างเพลิดเพลิน

“พีชอยากไปเกาะโบราโบร่าค่ะ”

“โอ้! เมียฉัน รสนิยมเลิศหรูจริงเชียว รู้ไหมถ้าเราไปที่นั่น ขนหน้าแข้งของฉันต้องร่วงไปหลายเส้นแน่ๆ ค่าที่พักคืนเดียวก็ปาเข้าไปสามล้านแล้ว” อธิวีย์ค่อนขอดคนในอ้อมแขน

“แต่พีชอยากไป”

เพียงรวีอ้อนเหมือนเด็กๆ ถ้ากระทืบเท้าได้ เธอคงกระทืบไปแล้ว คนฟังนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงกระซิบใกล้ๆ ว่า

“ถ้าฉันพาไป พีชต้องตามใจฉันทุกอย่าง ตกลงไหม”

อธิวีย์พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส คราวนี้คนในอ้อมแขนเป็นฝ่ายอึกอักบ้าง

“ว่าไง ตกลงไหมล่ะ”

คราวนี้เสี่ยปาย เป็นฝ่ายรุกเร้าเอาคำตอบ คนในอ้อมแขนถึงกับเงียบไป ส่วนคนถามก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ถ้าพีชตามใจปาย พีชจะอยู่ที่นั่นนานแค่ไหนก็ได้”

เสี่ยปายใจป้ำ เพราะอยากให้เมียตามใจ เพียงรวีนิ่งเงียบ ทั้งที่เธอมีคำตอบให้เขาอยู่แล้ว เขาเป็นสามีของเธอ เขาต้องการอะไรในส่วนที่เป็นสิทธิของเขา เธอย่อมมีหน้าที่ตอบสนอง

“พีชจะตามใจปายหรือเปล่า ” คราวนี้เขาเป็นฝ่ายอ้อนบ้าง

“ค่ะ”

เสียงตอบรับแผ่วหวาน คำตอบที่ถุกใจนั้น ทำให้อธิวีย์โอบกอดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น ชายหนุ่มพึมพำออกมาว่า

“คนดีของปาย”

“เอ่อ...เราจะไปกี่วันคะ” หญิงสาวอดอยากรู้ไม่ได้

“สองสัปดาห์”

ชายหนุ่มตอบโดยที่ไม่ต้องคิด เพียงรวีคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว แล้วเธอก็ถอนใจยาว มันมากเกินไป เธอไม่อยากทำให้เขาสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เงินไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แล้วครอบครัวเขาจะคิดอย่างไร ถึงเธออยากจะไปมากแค่ไหน เพราะเป็นความใฝ่ฝัน ตั้งแต่สมัยเธอเป็นวัยรุ่น

เธอเห็นภาพเกาะโบราโบร่าจากอินเทอร์เน็ต มันสวยจนเธอเพ้อ เธอได้แต่คิดคำนึงอยู่ในใจ สักวันหนึ่งฉันจะต้องไปให้ได้ แต่ไม่คิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ และที่สำคัญเธอได้ไปกับคนที่เธอ...

“ไปสามวันก็พอค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ

“เธอมักน้อยดีจัง แต่สามวันจะไปทำไม แค่เวลาเดินทาง ก็แทบจะหมดแล้ว”

ชายหนุ่มยิ้มให้คนในอ้อมแขนอย่างเอ็นดู แต่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้เห็น

“งั้นไปหนึ่งสัปดาห์นะคะ”

เธอยังต่อรอง คราวนี้อธิวีย์ถึงกับหัวเราะออกมา ยายแก้มป่องเอ๊ย! อยากไปจนตัวสั่น แต่ยังเกรงใจอยู่นั่นแหละ แต่ก็ยังดีที่เธอรู้จักเกรงใจ เพราะเธอจะได้ตามใจเขามากๆ ยังไงล่ะ

“ฉันบอกว่าสองสัปดาห์ก็สองสัปดาห์สิ ถ้าขืนเธอยังพูดมาก ฉันจะพาเธอไปหัวหินแทน หรือ...บางที... คืนนี้ฉันอาจจะยอมให้เธอไข้กลับก็ได้”

ประโยคสุดท้าย เขาขู่ด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม จนคนในอ้อมแขนต้องเงียบไปทันที

 

เช้าวันนี้บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเช้าของบ้านอธิรักษ์ เต็มไปด้วยความสดชื่นแจ่มใส ไม่เหมือนบรรยากาศบ้านผู้ลากมากดีทั่วไปที่มีระเบียบวินัยจนเคร่งครัด แต่ที่นี่ บรรยากาศมีแต่ความอบอุ่นเป็นกันเอง มีการกระเซ้าเย้าแหย่กันไม่ขาดสาย คนนั้นแซวคนนี้ คนนี้แซวคนนั้น ต่างเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างทั่วถึง เพียงรวีซึ่งไม่เคยเห็นบรรยากาศของครอบครัวใหญ่ๆ มาก่อน ยังอดยิ้มไม่ได้

เธอสัมผัสได้ถึงความรักที่ทุกคนมีต่อกัน และเธอก็รู้ดีว่าใครเป็นศูนย์กลางของครอบครัวนี้ “เขานั่นเอง” คุณปู่ คุณย่าก็เรียกปาย คุณลุง คุณป้าก็เรียกปาย คุณพ่อ คุณแม่ก็เรียกปาย น้องสาวก็เรียกพี่ปาย คุณแพทกับคุณแพมก็เรียกพี่ปาย

เพียงรวีสังเกตว่าตลอดเวลาที่รับประทานอาหารด้วยกัน ทุกคนต้องเอ่ยชื่อเขา ไม่มีใครไม่เอ่ย และเขาก็รู้ซึ้งถึงความสำคัญของตนเองเป็นอย่างดี

“ปายจะพาหนูพีชไปฮันนีมูนที่ไหนลูก”

จู่ๆ คุณปู่อธิยุตก็ถามขึ้น ทำให้ทุกคนพลอยเงี่ยหูฟังไปด้วย อธิวีย์ปรายตามองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบคุณปู่

“พีชอยากไปเกาะโบราโบร่าครับ” อธิวีย์พูดจบ ก็มีเสียงอุทานออกมาทันที

“โอ้โห! เกาะโบราโบร่า” อธินวีย์ พฤทธิ์ และวนิตราอุทานออกมาพร้อมกัน

“นี่ยายซายน์ ไอ้เกาะร่าๆ นี่มันเป็นยังไง ถึงได้ทำท่าตื่นเต้นกันขนาดนี้” คุณหญิงย่าหันมาถามหลานสาว

“คุณย่าขา...เกาะนี้สวยมากค่ะ แต่ก็แพงมากด้วย ถ้าไม่รวยจริง ไปไม่ได้ค่ะ”

คำตอบของหลานสาวทำให้คุณหญิงย่าหันไปมองหลานชายสุดที่รักทันที

“ปายจะไปนานเท่าไหร่ลูก เดี๋ยวย่าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง ถือว่าย่ารับขวัญหลานสะใภ้ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณครับย่า แต่ปายมีตังค์ครับ”

“เก็บตังค์ของปายเอาไว้เลี้ยงลูกเถอะจ้ะ งานนี้ย่าขอเป็นเจ้ามือให้เอง ถ้าปายปฏิเสธ ย่าจะงอนให้ดู”

คุณหญิงย่าพูดแล้วก็สะบัดหน้าอย่างแสนงอน กิริยาท่าทางของท่านทำให้ทุกคนอดยิ้มไม่ได้ อธิษฐ์มองหน้าแพรนวีย์แล้วก็ส่งยิ้มให้กัน อธิวีย์พยายามจะสบตากับเพียงรวี แต่คำพูดของคุณหญิงย่าที่ว่าเก็บตังค์ของปายเอาไว้เลี้ยงลูกเถอะจ้ะทำให้เธอหลบตาเขาอย่างเอียงอาย

 

หลังจากรับประทานอาหารแล้ว เพียงรวีก็ลงมานั่งเล่นที่ชิงช้าหลังบ้าน ส่วนอธิวีย์มีความจำเป็นจะต้องเข้าไปเคลียร์งานเอกสารทั้งหลายที่บริษัท ก่อนที่เขาจะเดินทางไปฮันนีมูน

เพียงรวีตั้งใจว่ากลับมาจากฮันนีมูน เธอก็จะทำงานเหมือนกัน เธอไม่อยากมานั่งงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆ

“คุณพีชคิดอะไรอยู่ครับ”

เสียงถามที่แสนสุภาพดังขึ้น เพียงรวีเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงทันที แล้วหญิงสาวก็ยิ้มตอบเขาอย่างสุภาพเช่นกัน

“คิดไปเรื่อยเปื่อยค่ะ คุณแพทจะไปเรียนหรือคะ”

“ครับ”

พฤทธิ์มองหน้าเรียวสวยที่แดงระเรื่อด้วยเลือดฝาด แล้วก็พูดขึ้นว่า

“คุณพีชดูมีความสุขนะครับ”

คำพูดของพฤทธิ์ ทำให้เพียงรวีถึงกับมึนงง เธอดูมีความสุขอย่างนั้นหรือ คุณแพทตาฝาดหรือเปล่า

“สายแล้วยังไม่ไปเรียนอีกหรือ”

เสียงถามดุๆ ดังขึ้น พฤทธิ์หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใคร ชายหนุ่มก็ถอยทันที

“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับพี่ปาย พอดีผมเห็นคุณพีช ก็เลยเข้ามาทักทาย”

หลังจากพฤทธิ์เดินลับสายตาไปแล้ว อธิวีย์ก็หันมาจ้องหน้าเรียวสวยเขม็ง

“คุยอะไรกับมัน” เขาถามเสียงดุ

“คุณแพทเข้ามาทักทายนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”

“แต่มันชอบมาทักทายเธอลับหลังฉันนะ ทำอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน ทั้งที่มันก็รู้ว่าเธอมีผัวแล้ว”

 “คุณปายหึงหรือคะ”

เพียงรวีถามแล้ว ก็รีบกัดปากตนเองแทบไม่ทัน คำถามของเธอ ทำให้อธิวีย์หน้าบึ้งขึ้นมาทันที

“ใครหึงเธอ สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า ฉันมาบอกให้รู้ ฉันต้องเข้าบริษัท ตอนเย็นถึงจะกลับ”

ชายหนุ่มพูดจบ ก็เดินจากไปทันที ปล่อยให้เพียงรวีมองตามอย่างน้อยใจ

 

วันนั้นอธิวีย์ทำงานด้วยความหงุดหงิดทั้งวัน อันที่จริงชายหนุ่มหงุดหงิดเพราะทำตัวเอง ไม่มีใครเขาทำอะไรให้สักนิด ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจโทรศัพท์หาภรรยาคนสวย แต่ไม่ว่าจะโทรกี่ครั้งเธอก็ไม่ยอมรับสาย ความหงุดหงิดของเขาจึงเพิ่มมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจโทรศัพท์หามารดา มารดาของเขาก็ไม่รับสายอีก

“คนบ้านนี้เป็นอะไรกันหมดวะ”

ชายหนุ่มบ่นอย่างอารมณ์เสีย แล้วเขาก็ตัดสินใจโทรศัพท์อีกครั้ง ถ้าคนนี้ไม่รับสาย เขาจะไม่โทรอีกแล้ว

“สวัสดีครับพ่อ”

“อือ...งานมีปัญหาหรือ”

“เปล่าครับ งานไม่มีปัญหาอะไร”

“งั้นปายมีอะไร” คำถามของพ่อ ทำให้ผู้เป็นลูกชายนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ

“พ่อครับ ลูกสะใภ้ของพ่อไปไหน ผมโทรไปหา ทำไมเขาไม่รับสาย”

คำถามของลูก ทำให้ผู้เป็นพ่อหัวเราะหึ หึ ก่อนจะตอบว่า

“น้องบลายธ์พาน้องพีชไปช็อปปิ้ง” อธิษฐ์ตอบติดตลก แต่ปลายสายตลกไม่ออก

“พ่อ...แม่พาไปทำไม เมียผมไม่สบายอยู่นะ เดี๋ยวก็ไข้กลับหรอก”

“ไม่เห็นหนูพีชเขาพูดอะไรนี่ ปายกลัวจะไม่ได้ไปฮันนีมูนหรือไง”

“ไม่ใช่ยังงั้นหรอกครับ เท่านี้ก่อนนะครับพ่อ สวัสดีครับ”

หลังจากพูดโทรศัพท์กับบิดาแล้ว อธิวีย์ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น เมื่อรู้ว่าเมียไม่อยู่บ้าน

“ฮึ! ตามใจแล้วเหลิง กลับไปนี่ต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้ว”

 

หลังจากตรวจสอบและลงนามในเอกสารจนครบถ้วนแล้ว อธิวีย์ก็เรียกผู้จัดการและเลขานุการของเขามาสั่งการ

“ผมจะไม่อยู่สองสัปดาห์  คุณสมคิดดูแลงานแทนผมด้วย แต่คุณพ่อกับคุณลุงจะผลัดกันมาทุกวัน ถ้ามีเอกสารสำคัญ ก็ให้ท่านทั้งสองลงนามได้เลย”

“รับทราบครับ” คุณสมคิดผู้จัดการวัยสี่สิบรับคำอย่างสุภาพ

“ส่วนคุณนภาวรรณก็ทำหน้าที่ตามปกติ”

“ค่ะ”

เลขานุการคนสวยรับคำ พลางช้อนตามองเจ้านายหนุ่มอย่างอ่อนหวาน อธิวีย์เห็นกิริยาท่าทางของเลขา ก็ยกมือข้างที่สวมแหวนแต่งงานขึ้นโชว์โดยอัตโนมัติ เมื่อมองเห็นแหวนแต่งงานขอเจ้านายหนุ่ม คนทั้งสองก็มองอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะนภาวรรณ หญิงสาวรู้สึกใจหายอย่างประหลาด เจ้านายรูปหล่อของเธอแอบแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่มีใครทราบเลย

“เอ่อ...บอสหยุดงานตั้งสองสัปดาห์ บอสจะไปไหนหรือคะ”

นภาวรรณถามทั้งที่ไม่สมควรถาม แต่เพราะความอยากรู้จนทนไม่ไหว หญิงสาวจึงกลั้นใจถามออกไป แต่อธิวีย์ตอบเร็วทันใจ

“ผมจะพาเมียไปฮันนีมูน”

ชายหนุ่มตอบแล้ว ก็เดินจากไปทันที ปล่อยให้ผู้จัดการและเลขานุการคนสวยยืนตกตะลึงอ้าปากค้างอยู่กับที่

 

หลังจากจัดการเรื่องงานเสร็จเรียบร้อย อธิวีย์ก็ขับรถกลับบ้าน เมื่อจอดรถแล้ว ร่างสูงใหญ่ของเขาก็ก้าวยาวๆ เข้าบ้านอย่างรวดเร็ว

“พระเอกมาแล้ว”

ยายน้องสาวตัวแสบของเขาส่งเสียงทันทีที่เห็นหน้า ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน ยกเว้นใครบางคนเท่านั้นที่นั่งเฉยอยู่ อธิวีย์สังเกตเห็นว่าผมของเมียเขาจัดทรงอย่างงดงาม หน้าเรียวสวยก็สดใสเปล่งปลั่งกว่าที่เคย คุณแม่คงพาเจ้าหล่อนไปเสริมสวยมานั่นเอง

“ไปไหนมา”

เขาถามเสียงห้วน แล้วนั่งเบียดลงใกล้ๆ ทั้งๆ ที่ แทบจะไม่มีที่ว่างแล้ว เพียงรวีขยับตัวอย่างอึดอัด ที่ว่างที่อื่นก็มี ทำไมเขาต้องมานั่งเบียดเธอด้วยนะ

“ไปซื้อของมาค่ะ”

หญิงสาวตอบโดยไม่มองหน้า กิริยาท่าทางของเธอ ยิ่งทำให้เขาอารมณ์หงุดหงิดมากขึ้น

“วันนี้ผลาญเงินแม่ฉันไปเท่าไหร่ล่ะ”

คำพูดประโยคนั้นของอธิวีย์ ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กัน ส่วนเพียงรวีถึงกับน้ำตาตกใน หากเธอไม่โต้ตอบเขาแม้แต่คำเดียว หญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นชั้นบนด้วยหัวใจที่เจ็บช้ำ

“พี่ปาย ทำไมพูดกับพี่สะใภ้ของซายน์อย่างนั้น นี่ถ้าน้องพีชไม่ไปฮันนีมูนด้วย พี่ปายต้องโทษตัวเองนะคะ”

“หุบปาก”

ถ้อยคำดุเดือดของพี่ชายทำให้ผู้เป็นน้องสาวหน้าเสีย แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไร อธิวีย์ก็เดินดุ่มๆ ขึ้นชั้นบนไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 515 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,467 ความคิดเห็น

  1. #14617 fbead (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 / 19:28
    ย่าจะงอนให้ดู -*-
    #14,617
    0
  2. #14407 022469355 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 / 16:15
    'หุบปาก'
    คุณปายเเรงจัง พูดกับน้องสาวซะ TToTT
    เเปลกคน เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เฮ้อ ! ~
    #14,407
    0
  3. #13643 _uzumaki_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 15:13
    พระเอกนี่อารมณ์เสียบ่อยนะ
    #13,643
    0
  4. #13402 o-czons-raining (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 12:05
    ผีเข้าผีออกอยู่ได้ๆๆๆๆ
    #13,402
    0
  5. #11151 tora (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 18:35

    อีปาย ผีเข้าอีกละ ว้ากก หมั่นไส้
    สงสารน้องพีช งื้อๆๆ

    #11,151
    0
  6. #9737 mink (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 01:02
    คุณปายผีเข้าอีกแล้ว-*-
    #9,737
    0
  7. #8050 kobkero-bear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 23:18
    ปายดุจริง
    #8,050
    0
  8. #7461 beau-01 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 01:04

    ฟาดงวงฟาดงาอีกแระ

    #7,461
    0
  9. #7298 moonoinana (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 20:48
    เกาะไรอ่ะ
    #7,298
    0
  10. #7276 rosemera (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 16:43
    เกาะไรอ่ะไม่เคยได้ยิน
    #7,276
    0
  11. #7149 yuletied (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 20:25
    เกาะโบราโบร่า*0*<<<(พูดไปงั้นเเหละ ไม่รู้จักหรอก 555+)
    #7,149
    0
  12. #7113 gugig (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 15:29
    น่าสงสารพีช

    นี่นายปายจะอารมณ์แปรปรวนไปไหน

    หนักกว่าสรตีประจำเดือนไม่มาอีก

    เบนโลซัก 2 ขวดไหมคะ
    #7,113
    0
  13. #7071 fairygirl-angle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 12:23
    น่าสงสารพีชจัง

    พี่ปายบ้างครั้งก็ปากบล็อกๆนะเนี่ย
    #7,071
    0
  14. #6322 armlovemin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 23:23

    น่าสงสารนางเอกเน๊อะ

    #6,322
    0
  15. #6211 nutoei (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 14:39
    คุณปายนี่อารมณ์แปรปรวนจริงๆ
    #6,211
    0
  16. #5863 maspicy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 08:50

    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #5,863
    0
  17. #5266 hakuron (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 16:10
    แวะไปอ่านที่นิยายมาค่ะ...แล้วมาเม้นท์ไว้ที่นี่

    ที่เด็กดีตัวเล็กอ่านยากค่ะ...
    #5,266
    0
  18. #4921 mangastyle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 17:49

    ดุน้องพีชอีกแล้วนะ
    คุณปายวัยทอง 555+
    /me โดนทีบ - -;;

    #4,921
    0
  19. #4920 dagonice (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 17:46
    ปาย ทามมัยนายอารมแปรปรวนขนาดนี้

    สงสารพีช จังเร๊ยย
    #4,920
    0
  20. #4796 zoomdustuff (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 17:12

     ตอนเเรกๆก็ยังดีๆกันอยู่เลย เเล้วทำไมตอนนี้มาโกรธกันอีกเเล้วว ปายนี่ก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เเถมขี้หึงอีกต่างหาก
    สงสารพีชมากกกเลย ตามอารมณ์คุณปายไม่ค่อยจะทัน +55
    #4,796
    0
  21. #4792 friendfainfriend (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2553 / 16:41
    นายปายยย - -+++++++++++
    #4,792
    0
  22. #4600 pampampamela (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 10:29
    ปากดีเหลือเกีน........
    #4,600
    0
  23. #4462 kookiikookii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 00:30

    ปากนะปาก

    #4,462
    0
  24. #4441 29577 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 21:38

    ทำไมปายดุจังเลย

    #4,441
    0
  25. #4422 o0pear0o (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 18:56

    กำปายอ่ะ

    #4,422
    0