เจ้าสาวของซาตาน re - up

ตอนที่ 1 : ก่อนวันฝันสลาย 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 162 ครั้ง
    31 มี.ค. 63


บทที่ 1

 

                “กลับมาแล้วคร้าบบ”

                เสียงห้าวทุ้มดังมาจากบุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่ เขายืนพิงประตูของห้องรับแขก ขณะที่ส่งเสียงทักทายออกไป ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของเขายิ้มอย่างเบิกบานสดใส เมื่อได้กลับมาบ้าน หลังจากไปศึกษาต่อต่างประเทศนานเกือบเจ็ดปี

                เสียงทักทายของเขาส่งผลให้วงสนทนาหลังอาหารค่ำของบ้านอธิรักษ์เงียบกริบ เมื่อตั้งสติได้ ทุกคนก็ค่อยๆ หันมามองที่ประตูของห้องรับแขกเป็นตาเดียวกัน อธิวีย์ยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นอาการตกตะลึงของทุกคน เริ่มตั้งแต่พ่อกับแม่ของเขา คุณปู่ คุณย่า และยายน้องสาวตัวแสบ

                “กรี๊ดดดดด พี่ปายกลับมาแล้ว”

                น้องซายน์ร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ เมื่อเห็นพี่ปายกลับมาบ้าน หญิงสาววิ่งเข้าไปกอดพี่ชายด้วยความดีใจสุดขีด ผู้เป็นพี่ชายก็กอดตอบด้วยความดีใจไม่แพ้กัน

                “ว้าว! พี่ชายของซายน์หล่อยิ่งกว่าพระเอกหนังอีกนะเนี่ย”

                อธินวีย์ชมพี่ชายตัวเอง ขณะที่มองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของพี่ชายอย่างชื่นชม ฝ่ายถูกชมยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบอะไร อธิวีย์เดินเข้าไปหาบิดามารดา เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วก้มลงกราบที่ตักของบิดา อธิษฐ์ยิ้มนิดๆ แล้วก็ยกมือขึ้นลูบเรือนผมดกดำของลูกชายเบาๆ

                “ยินดีต้อนรับกลับบ้านไอ้เสือ”

                “คิดถึงพ่อมากครับ”

                ชายหนุ่มหอมแก้มบิดาเบาๆ แล้วเขาก็เดินคุกเข่าไปกราบคุณปู่ คุณย่าตามลำดับ

                “พ่อคุณของย่ายินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะ”

                คุณหญิงวิภาดาน้ำตาซึมเพราะความดีใจ ที่เห็นหลานชายคนโปรดกลับมาบ้าน ท่านกอดร่างสูงใหญ่ของเขาไว้แน่น อธิวีย์กอดตอบและหอมแก้มผู้เป็นย่าอย่างนุ่มนวล นั่นยิ่งทำให้คุณหญิงวิภาดาถึงกับเช็ดน้ำตา ด้วยความตื้นตันใจ

                “นี่ถ้าคุณแม่อยู่คงจะดีใจมาก”

                คุณหญิงพูดถึงคุณหญิงพรรณราย ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว อธิวีย์หน้าขรึมเล็กน้อย เมื่อคิดถึงคุณย่าทวด

                “จากกันแค่ไม่กี่ปี ปายเป็นหนุ่มหล่อ จนปู่เกือบจำไม่ได้”

                คุณอธิยุตพูดยิ้มๆ ขณะที่ลูบเรือนผมของหลานชายอย่างอ่อนโยน อธิวีย์ยิ้มรับคำชมของคุณปู่ แล้วเขาก็เดินคุกเข่ากลับมาหาบุคคลที่สำคัญยิ่งในชีวิตเขา

                “แม่ครับ ปายรักแม่ คิดถึงแม่ที่สุด”

                อธิวีย์กราบลงที่ตักของมารดา แล้วก็หอมแก้มที่ยังนวลงามของแพรนวีย์เสียงดังฟอด กิริยาของชายหนุ่มทำให้ใครบางคนมองเขาตาขวางเล็กน้อย อธินวีย์ถึงกับหัวเราะคิก เมื่อเห็นสายตาของบิดามองพี่ชาย หญิงสาวคิดในใจอย่างขำๆ ว่าพี่ปายจะรู้ไหมเนี่ยว่าคุณพ่อหึงแล้ว คุณพ่อก็ช่างกระไรเลย หึงได้แม้แต่ลูกชายของตัวเอง

                อันที่จริงกิตติศัพท์ความขี้หึงของอธิษฐ์ เป็นที่รู้กันดีในครอบครัว อธิษฐ์ไม่ใช่คนขี้หึงธรรมดา แต่เป็นคนขี้หึงขั้นอภิมหาเทพเลยทีเดียว และคนที่รับกรรมไปเต็มๆ ก็คือแพรนวีย์นั่นเอง

                “นี่นายปาย แกเลิกกอด เลิกซบเมียฉันเสียทีได้ไหม”

                อธิษฐ์พูดขึ้นมาอย่างเหลืออด เมื่อเห็นลูกชายยังคงกอดซบแพรนวีย์ไม่เลิก อะไรของมัน คนอื่นมันกอดครั้งเดียว หอมครั้งเดียว มันก็เลิก แต่กับแพรนวีย์ มันทั้งกอดทั้งหอม กี่ครั้ง กี่ที เขาไม่อยากจะนับ ลูกก็ลูกเถอะ มันมากเกินไปแล้ว

                “พ่อครับเมียพ่อก็แม่ผมนะครับ”

                ลูกชายแซวยิ้มๆ ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ยิ้มตามไปด้วย อธิษฐ์ทำเสียงฮึ! แล้วก็สะบัดหน้าเบาๆ แพรนวีย์อดหัวเราะไม่ได้ โธ่! คุณพายจะหึงอะไรนักหนาก็ไม่รู้

                “ทำไมปายไม่บอกล่ะจ๊ะว่าจะกลับบ้านวันนี้ แม่จะได้ไปรับ”

                มารดาถามยิ้มๆ อธิวีย์ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

                “ปายอยากเซอร์ไพรส์ทุกคนน่ะครับแม่” 

                “พี่ปายทำเซอร์ไพรส์จริงๆ ค่ะ ทุกคนตกตะลึงกันหมดเลย”

                น้องสาวจอมแสบแซวยิ้มๆ ทำให้ทุกคนยิ้มตาม แม้แต่อธิวีย์ก็ยิ้มด้วย

                “พ่อครับ ลุงพีร์ไปไหนครับ”

                “ลุงพีร์พาครอบครัวไปเที่ยวหัวหิน อีกสองสามวันถึงจะกลับ” บิดาตอบเบาๆ

                “แม่ดีใจที่ลูกเรียนจบกลับมา ต่อไปปายต้องช่วยคุณพ่อกับคุณลุงทำงานนะจ๊ะ”

แพรนวีย์หันมาพูดกับลูกชายสุดสวาท

                “ครับผม” อธิวีย์ตอบรับคำพูดของมารดา ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง

 

                “นังพีช วันนี้มีอะไรกินบ้าง”

                เสียงเรียกที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิด ดังก้องไปทั่วบ้าน เพียงรวี พิชัยภูษิต ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย วันนี้พ่อเลี้ยงของเธอคงจะเล่นเสียกลับมาอีกแล้ว

                “มีแค่ไข่เจียวค่ะอาพงษ์ จะกินหรือเปล่า ถ้ากินพีชจะหาให้”

                “อะไรกันวะกับข้าวบ้านนี้มีแต่ไข่เจียวทั้งปีทั้งชาติหรือไง”

                พงษ์ศิลป์ สิริกุล พ่อเลี้ยงของเพียงรวีบ่นอย่างอารมณ์เสีย

                “มีไข่เจียวก็ดีเท่าไรแล้ว หรืออาจะกินข้าวเปล่า”

                “นังนี่เถียงคำไม่ตกฟาก ไข่เจียวก็ไข่เจียว รีบไปยกมาเดี๋ยวนี้”

                พ่อเลี้ยงสั่งเสียงดุ ใบหน้าของเขาดำคล้ำ ทั้งหิว ทั้งอารมณ์เสีย วันนี้อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจซะเลย ไม่ว่าจะเล่นอะไร ก็เสียหมดทุกอย่าง ยิ่งเขาทุ่มเต็มที่ เพราะอยากได้ทุนคืน ก็ยิ่งทุนหายกำไรหด และที่สำคัญ...

                ขณะที่รับประทานอาหาร พงษ์ศิลป์มองร่างบางระหงของลูกเลี้ยงสาวอย่างครุ่นคิด นังพีชยิ่งโตมันก็ยิ่งสวย ปีนี้มันเรียนจบพอดี ถึงเวลาที่มันจะต้องตอบแทนบุญคุณของเขาแล้ว

                        “นังพีช แกสวยขนาดนี้ เดี๋ยวข้าจะหาผัวรวยๆ ให้แก”

                คำพูดของพ่อเลี้ยง ทำให้เพียงรวีเม้มริมฝีปากแน่น ความไม่พอใจแล่นพล่านไปทั่วกาย จริงอยู่เธอเป็นคนโชคดี ที่พ่อเลี้ยงเป็นคนบ้าการพนัน ไม่ใช่คนบ้ากาม และลูกชายของเขา...พงษ์ศาสตร์ ก็ไม่ใช่ผู้ชายที่เลวร้ายเกินไปนัก แม้เขาจะไม่สนใจเธอเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยรังแกเธอ เรียกว่าต่างคนต่างอยู่ มีเรื่องอะไรก็พูดกันที ถ้าไม่มีก็ต่างคนต่างเฉย

                “พีชไม่อยากได้หรอกผัวรวยๆ พีชจะหางานทำเลี้ยงตัวเอง”

“ถุย! จะหางานทำเลี้ยงตัวเอง แกอย่าโง่ไปหน่อยเลยว่ะนังพีช เท่าที่ข้าเห็นผู้หญิงสมัยนี้อยากสบาย อยากรวยทางลัดกันทั้งนั้น แล้วสวยๆ อย่างแก หาผัวรวยๆ ได้สบาย”

พงษ์ศิลป์กวาดตามองลูกเลี้ยงคนสวยอย่างมาดหมาย ถึงเวลาที่นังพีชจะต้องตอบแทนบุญคุณของเขาเสียที

                “รวยแค่ไหนพีชก็ไม่ต้องการ ถ้าพีชจะมีผัว ก็ต้องมีเพราะความรัก ไม่ใช่มีเพราะเงิน”

                        เพียงรวีพูดจบก็ก้าวฉับๆ จากไป เธอไม่รู้หรอกว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า โชคชะตาจะเล่นตลกกับเธอมากแค่ไหน เพราะผู้ชายรวยๆ ที่เธอไม่ต้องการ เขากำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอแล้ว

 

“ปาย...ทางนี้ค่ะ”

                สาวสวยส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในร้านอาหารสุดหรูตามที่นัดหมายกันเอาไว้ อธิวีย์หันไปมองเจ้าของเสียง ดวงตาคมของเขาเป็นประกายแวววาว เมื่อเจ้าของเสียงส่งรอยยิ้มหวานหยดมาให้

                “ดาด้า...คิดถึงจังเลยครับ”

                อธิวีย์ก้มลงจูบริมฝีปากสวยของดาริสา ดนุวนากุลเบาๆ ก่อนจะนั่งลงด้วยใบหน้ายิ้มละไม

                “ปายมาช้า” สาวไฮโซคนสวยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงอนๆ

                “ขอโทษครับที่รัก ปายติดลูกค้ารายใหญ่น่ะ”

                ชายหนุ่มกล่าวคำขอโทษ แล้วก็คว้ามือนุ่มสวยของสาวคนรักมาบีบเบาๆ เพียงแค่นั้นดาริสาก็ยิ้มออก แต่ไม่วายกระเง้ากระงอดตามประสาผู้หญิง

                “ติดงานไม่ว่าค่ะ แต่อย่าติดผู้หญิงก็แล้วกัน ไม่งั้นดาด้าไม่ยอม”

                อธิวีย์มองคนรักที่คบหากันมาสามปี ตั้งแต่อยู่เมืองนอก จนกระทั่งทุกวันนี้ แล้วเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงขรึมๆ ว่า

                “สายตาของปายมีไว้มองดาด้าคนเดียว ถ้าไม่เชื่อ...”

                        ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบประโยค ดาริสาก็รีบพูดขึ้นว่า

                “ดาด้าเชื่อแล้วค่ะปาย ขอโทษค่ะที่ระแวง ก็ปายทั้งหล่อทั้งรวย ผู้หญิงคนไหนก็มอง ดาด้าอดระแวงไม่ได้”

                ดาริสาพูดเสียงออดอ่อย

                “ดาด้าก็ทั้งสวยทั้งรวย ทำไมผมไม่ระแวงล่ะ”

                เขาถามเสียงขรึม ดาริสาหน้าเสีย เขาถามอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร หรือเขารักเธอไม่มากพอ

                “ที่ผมไม่ระแวง ไม่ใช่เพราะผมไม่รัก แต่เพราะผมไว้ใจดาด้าต่างหาก”

                คำอธิบายของเขา ทำให้ใบหน้าสวยที่ซีดเผือดค่อยๆ มีสีสันขึ้น

                “ปายน่ะ ชอบทำให้ดาด้าใจเสีย”

                เมื่อสาวคนรักค้อนขวับ อธิวีย์ก็หัวเราะอย่างชอบใจ แล้วเขาก็ยกมือเรียวบางข้างหนึ่งขึ้นมาจูบเบาๆ

                “ปายรักดาด้า”

                ดวงตาคมมองสบกับดวงตางามอย่างอ่อนหวาน จนดาริสาเอียงอาย แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเอ่ยออกมาว่า

                “ดาด้าก็รักปาย”

                คำบอกรักนุ่มนวลอ่อนหวาน หนุ่มสาวทั้งสองยิ้มให้กันอย่างสดใส เมื่อโลกของพวกเขาเป็นสีชมพู ทุกสิ่งรอบตัวก็ดูงดงามไปหมด เมื่อพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ ต่างก็ผลัดกันป้อนกันและกันอย่างมีความสุข

                “ผมขอเวลาทำงานอีกสักสองสามปีนะ แล้วเราค่อยแต่งงานกัน”

คำพูดของชายคนรัก ทำให้หัวใจของดาริสาเต้นระรัว ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ตั้งแต่คบกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดถึงเรื่องแต่งงาน  

“ค่ะปาย ดาด้าจะรอ นานเท่าไหร่ดาด้าก็จะรอ”

หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงเปี่ยมสุข ดวงตางามฉายแววแห่งความสุขล้นและวาดหวัง

“ขอบคุณครับดาด้าคนสวย”

อธิวีย์ยิ้มให้คนรักของเขาอย่างแจ่มใส พลางมองไปถึงอนาคตอันงดงามระหว่างเขากับเธอ

 

“พีชทำอะไรอยู่”

เสียงทุ้มๆ ดังมาจากข้างรั้ว เพียงรวีเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ยิ้มให้เจ้าของเสียงอย่างสดใส

“พีชกำลังเก็บยอดตำลึงค่ะพี่เป้”

พี่เป้หรือดำรงวุธ ดำริพิพัฒน์ เพื่อนบ้านหนุ่มหล่อมองหญิงสาวด้วยแววตาอันอ่อนโยน แล้วก็ยิ้มตอบอย่างสดใส

“พีชจะเก็บตำลึงไปทำอะไรกิน”

“พีชจะเก็บไปใส่มาม่าค่ะ ต้มมาม่าสูตรของพีชใส่ผักกาดขาวหรือใส่ยอดตำลึง แล้วก็ใส่หมูยอด้วยค่ะ ถึงจะอร่อย”

คนฟังทำหน้าพิกล เพราะไม่เคยกินต้มมาม่าสูตรเพียงรวีมาก่อน ครั้นเห็นสีหน้าของชายหนุ่มหญิงสาวก็หัวเราะคิก ก่อนจะพูดว่า

“พี่เป้จะลองชิมไหมล่ะคะ เดี๋ยวพีชจะแบ่งมาให้”

ดำรงวุธไม่อยากขัดใจเพื่อนบ้านสาวสวย คนที่หัวใจของเขาเฝ้าฝันถึงอยู่บ่อยๆ ยิ่งเห็นหน้าหวานๆ ยิ่งเห็นรอยยิ้มสดใส ยิ่งเห็นดวงตาเป็นประกาย เขาก็ยิ่งขัดใจไม่ลง

“ลองชิมก็ได้ ถ้าพี่ติดใจ พีชต้องทำให้พี่กินตลอดไปนะ”

คำพูดของเขาทำให้คนฟังหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที แม้แต่คนพูดเองก็อดเขินไม่ได้ เพราะคำพูดของเขา มันกินนัยไปถึงไหนต่อไหน เพียงรวียิ้มเขินแล้วก็พูดอ้อมแอ้มว่า

“เดี๋ยวพีชเอามาให้ชิม พี่เป้อย่าเพิ่งไปไหนนะคะ หรือจะมุดรั้วมารอพีชที่ซุ้มเฟื่องฟ้าก็ได้ค่ะ”

“ตกลงจ้ะ”

ดำรงวุธมุดรั้วเข้ามาตามคำเชิญของเพื่อนบ้านสาวคนสวย ชายหนุ่มมองตามร่างบางระหงด้วยแววตาอันอ่อนโยน เพียงรวีน่ารักเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ไม่มีพ่อแม่คอยดูแลสั่งสอน แต่กิริยามารยาทของหญิงสาวก็เรียบร้อยไม่มีที่ติ และที่สำคัญเพียงรวีไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ ที่มีอะไรก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย หญิงสาวเป็นคนสู้ชีวิต และเป็นคนรักเรียน เธอเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ไม่ต้องบอกดำรงวุธก็รู้ว่าเพียงรวีภูมิใจในเรื่องนี้เป็นที่สุด

หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพียงรวีก็เดินกลับมาที่ซุ้มเฟื่องฟ้า ในมือของหญิงสาวถือถาดใส่ถ้วยมาสองใบ ดำรงวุธเดินไปรับทันที หญิงสาวก็ยื่นถาดส่งให้เขาโดยอัตโนมัติ

“เดี๋ยวพีชไปเอาน้ำกับกระดาษทิชชู่ก่อนนะคะ”

“จ้ะ”

เพียงรวีหายไปไม่ถึงห้านาที หญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับกระติกน้ำ ตะกร้าเล็กๆ สำหรับใส่แก้วน้ำสองใบและกระดาษทิชชู่ ดำรงวุธนั่งรออยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนแล้ว ชายหนุ่มกำลังจ้องถ้วยมาม่า ด้วยท่าทางทึ่งสุดขีด

“เป็นยังไงคะ มาม่าต้มยำสูตรเพียงรวี น่ากินไหมคะ”

น้ำเสียงถามที่แสนสดใสนั้น ทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มให้ไม่ได้

“น่ากินมากที่สุดในโลก”

ดำรงวุธตอบตามตรง พลางสูดกลิ่นหอมของมาม่าต้มยำเข้าปอดอย่างไม่อาย ท่าทางของเขาทำให้เพียงรวีอดหัวเราะไม่ได้

“พี่เป้ชิมเลยค่ะ ถ้าติดใจ เดี๋ยวพีชจะทำให้กินบ่อยๆ”

ดำรงวุธรีบชิมตามคำเชิญทันที อีกไม่กี่นาทีต่อมา มาม่าถ้วยนั้น ก็ไม่เหลือติดถ้วยเลยแม้แต่นิดเดียว

“อร่อยไหมคะ” เพียงรวีถามทั้งที่เห็นหลักฐานเต็มตา

“มากที่สุด พีชใส่หมูยอยี่ห้ออะไร อร่อยดีจัง”

เพียงรวีบอกยี่ห้อหมูยอที่ติดตลาดในอันดับต้นๆ ดำรงวุธพยักหน้ารับ แล้วก็นั่งมองหญิงสาวรับประทานมาม่าอย่างมีความสุข

“ป้าดาราอยู่บ้านไหมคะพี่เป้”

เพียงรวีถามถึงมารดาของดำรงวุธ ซึ่งสนิทสนมกับเธอเป็นอย่างดี

 

“ไปเยี่ยมเพื่อนจ้ะ ตอนเย็นถึงจะกลับ”

ดำรงวุธพูดถึงมารดา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเขารักมารดามาก ถึงอยู่กับแม่เพียงสองคน เพราะพ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่แม่ก็ไม่เคยทำให้เขาขาดความรัก ขาดความอบอุ่น ชีวิตนี้แม้ไม่รวย แต่ก็มีความสุข

“เรียนจบแล้ว พีชจะทำยังไง จะเรียนต่อ หรือจะทำงาน” ชายหนุ่มถามอย่างห่วงใย

“พีชจะทำงานก่อน เก็บเงินสักปีสองปี แล้วค่อยเรียนต่อค่ะ”

“ดีแล้วล่ะ ถึงเวลานั้นพี่ก็คงมีเงินเก็บแล้ว”

คนพูดทำท่าเขินนิดๆ แต่คนฟังได้ยินไม่ถนัด เพราะกำลังคิดถึงอนาคตของตนอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นถามเสียงใสว่า

“พี่เป้ว่าอะไรนะคะ”

“เปล่าจ้ะ”

ชายหนุ่มรีบปฏิเสธ เพราะความเขิน เพียงรวีก็ไม่ได้ซักไซ้เขาต่อ ดำรงวุธมองดวงหน้าสวยหวานของหญิงสาว ด้วยหัวใจอิ่มเอิบ เขามองแล้ว มองอีก มองจนคนถูกมองเขินอาย ชายหนุ่มมองเหมือนจะรู้ว่า อนาคตข้างหน้า เขาจะไม่มีโอกาสได้มองดวงหน้าสวยหวาน อย่างใกล้ชิดอีกแล้ว

 

ตอนเย็นวันหนึ่ง เมื่อเพียงรวีกลับจากสมัครงานตำแหน่งเลขานุการที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ดำรงวุธก็มุดรั้วเข้ามาหา ชายหนุ่มเดินไปนั่งรอที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ซุ้มเฟื่องฟ้าเหมือนเดิม

“พีชเป็นยังไงบ้าง พอจะมีความหวังไหม”

ดำรงวุธถามอย่างห่วงใย เพียงรวียิ้มให้เขาอย่างเหนื่อยล้า

“ยังไม่ทราบค่ะพี่เป้ คนสมัครเยอะเหลือเกิน แต่ละคนสวยๆ เก่งๆ ทั้งนั้นค่ะ”

“มันก็ไม่แน่หรอก พีชก็เก่ง แถมสวยมากด้วย พีชอาจจะโชคดีก็ได้นะ” ชายหนุ่มพูดให้กำลังใจ

“ขอบคุณค่ะพี่เป้ ที่เป็นกำลังใจให้พีชเสมอ”

“พี่เต็มใจ”

ดำรงวุธพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย เพียงรวียิ้มให้ชายหนุ่มอย่างสดใส ขณะนั้นเองพงษ์ศิลป์ก็เดินเข้ามาในบ้าน ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดสุดขีด เขาตะโกนใส่ลูกเลี้ยงคนสวยเสียงดังลั่น

“นังพีช แกมาหาข้าวให้ข้ากินหน่อยสิ”

“กับข้าวอยู่ในตู้ อาพงษ์หากินเองได้ไหมคะ” เพียงรวีพูดด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

“ไม่ได้ ข้าใช้แก แกก็ต้องทำ รีบไปหาข้าวมาให้ข้ากินเดี๋ยวนี้ ถ้าขืนชักช้า เดี๋ยวพ่อตบดิ้น ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”

พงษ์ศิลป์พูดเสียงห้วน พร้อมกับเงื้อฝ่ามือขึ้น โดยไม่ได้สนใจกับสายตาอันขุ่นเคืองของดำรงวุธเลยแม้แต่น้อย

“พีชขอตัวก่อนค่ะพี่เป้”

เพียงรวีพึมพำ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน เพื่อหาข้าวหาปลาให้พ่อเลี้ยงผู้บ้าการพนัน หลังจากนั้นไม่นานเพียงรวีก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้สีหน้าของหญิงสาวหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ดำรงวุธเอื้อมมือมากุมมือเล็กๆ อย่างปลอบใจ

“เมื่อไหร่พีชจะหลุดพ้นจากสภาพนี้เสียที” ชายหนุ่มพูดแล้วก็มองหญิงสาวอย่างเห็นใจ

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่เป้ พีชไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่า”

หญิงสาวตอบเสียงเศร้า ดวงตางามเหม่อมองออกไปไกล ขณะนั้นเองมีชายฉกรรจ์สองคนขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้าน ชายสองคนนี้สวมชุดดำ สวมแว่นตาดำ ใบหน้าที่เห็นก็เหี้ยมเกรียมน่ากลัว ชายทั้งสองเดินเข้ามาหาเพียงรวีด้วยท่าทางคุกคาม

“นายพงษ์ศิลป์อยู่บ้านหรือเปล่า”

เสียงถามดุดันน่ากลัว เพียงรวีมองอย่างไม่ไว้ใจ แต่เพราะนิสัยไม่ใช่คนโกหกจึงตอบไปว่า

“อยู่ในบ้าน”

สิ้นเสียงตอบของหญิงสาว ชายทั้งสองก็เดินเข้าไปในบ้านทันที หลังจากนั้นไม่นาน เพียงรวีก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยโหยหวนของพ่อเลี้ยงดังลั่นไปทั่วบ้าน เพียงรวีกับดำรงวุธมองหน้ากัน แล้วทั้งสองก็รีบเข้าไปดูเหตุการณ์โดยเร็ว

ภาพที่เห็นทำให้หนุ่มสาวทั้งสองยืนตัวแข็ง เพราะความตกใจ พ่อเลี้ยงของเพียงรวีถูกชายนิรนามซ้อมจนสะบักสะบอม เลือดสดๆ ไหลอาบเต็มใบหน้า

“อย่า! กลัวแล้ว ยอมแล้ว”

พ่อเลี้ยงของเพียงรวียกมือไหว้ชายทั้งสอง ด้วยความกลัวสุดขีด เมื่อเห็นหนึ่งในสองคนนั้นยกปืนมาจ่อตรงขมับของตน

“กูให้เวลามึงอาทิตย์เดียว ถ้ามึงยังหาเงินมาให้เจ้านายกูไม่ได้ มึงต้องรีบย้ายก้นออกจากบ้านหลังนี้ทันที หรือไม่ก็ส่งนังลูกเลี้ยงคนสวยของมึงไปบำเรอกามให้เจ้านายกู”

ชายที่มีปืนพูดเสียงเหี้ยม แล้วก็ใช้เท้าถีบร่างของพงษ์ศิลป์อย่างแรง ก่อนจะเดินลอยชายจากไปอย่างไม่กลัวใคร

“อาพงษ์”

เพียงรวีวิ่งเข้าไปประคองพ่อเลี้ยง ถึงเขาเป็นคนปากร้าย แต่เขาก็เลี้ยงดูเธอมา แม้ไม่ใส่ใจเท่าไหรนัก แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้ง

“โอ๊ย! พวกมันทำกูเกือบตาย”

พงษ์ศิลป์คราง เมื่อปวดร้าวไปทั้งร่าง จากฝีมือของชายสองคนนั้น

“อาพงษ์จะไปหาหมอที่คลินิกไหม” เพียงรวียังห่วงใย เมื่อเห็นพ่อเลี้ยงช้ำไปทั้งตัว

“กูไม่มีเงินสักบาท”

“พีชพอมี เดี๋ยวพีชจะพาอาพงษ์ไปคลินิกที่หน้าปากซอย พี่เป้ไปเป็นเพื่อนพีชหน่อยนะคะ”

หญิงสาวจบคำพูดด้วยการหันมาชวนเพื่อนบ้านหนุ่ม ซึ่งดำรงวุธก็รับปากทันที

“ตกลงจ้ะ”

 

หลังจากเพียงรวีพาพ่อเลี้ยงไปหาหมอมาแล้ว ดำรงวุธก็ขอตัวกลับบ้าน เพียงรวีมองหน้าตาที่บวมปูดของพ่อเลี้ยง แล้วก็ถามเสียงเรียบว่า

“อาพงษ์ เรื่องที่ผู้ชายสองคนนั้นพูดหมายความว่ายังไงคะ”

คำถามของลูกเลี้ยงทำให้พงษ์ศิลป์กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากยากเย็น ดีชั่วยังไงก็เลี้ยงดูกันมาหลายปีดีดัก แม้ไม่รักเหมือนลูกในไส้ แต่เพียงรวีก็เป็นตัวแทนของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งพงษ์ศิลป์รักสุดหัวใจ

“ข้า...เอาบ้านหลังนี้ไปจำนองไว้กับเสี่ยสมศักดิ์ ถ้าข้าไม่มีเงินไปให้เขา เราต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้”

“อาพงษ์”

เพียงรวีอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงหน้าสวยซีดเผือด บ้านหลังนี้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เธอมีอยู่ บ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดจากบิดามารดา บ้านหลังนี้เป็นที่พักพิง เป็นที่ให้ความอบอุ่นกับเธอตลอดมา

“อาพงษ์จำนองไว้เท่าไหร่” น้ำเสียงของคนถามเบาหวิว

“ห้าแสน” น้ำเสียงของคนตอบเบายิ่งกว่า

คำตอบของพ่อเลี้ยง ทำให้หญิงสาวหน้ามืด เงินห้าแสนเป็นเงินก้อนใหญ่เหลือเกิน จะไปหาที่ไหนในเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ อย่าว่าแต่หนึ่งสัปดาห์เลย หนึ่งปีก็หาไม่ได้ แล้วนี่เธอจะทำอย่างไรดี

“อาพงษ์ทำยังงี้ได้ยังไง นี่มันบ้านของพีช บ้านของพีช”

เพียงรวีร้องไห้คร่ำครวญ ปฏิกิริยาของลูกเลี้ยง ทำให้พงษ์ศิลป์อารมณ์เสียขึ้นมาทันตาเห็น

“เออ...กูรู้แล้วว่าบ้านของมึง มึงหุบปากเสียทีได้ไหม เดี๋ยวกูตบให้หน้าหันเลย”

พงษ์ศิลป์คำรามใส่ลูกเลี้ยง เพราะอารมณ์เสียสุดขีด ทั้งเจ็บตัวทั้งเครียด เขารู้ดีว่าถ้าเขาไม่มีเงินให้เสี่ยสมศักดิ์ซึ่งเป็นเจ้าของบ่อนรายใหญ่  นอกจากจะถูกไล่ออกจากบ้านแล้ว เขาจะต้องถูกเก็บอีกด้วย เมื่อคิดอะไรไม่ออก เมื่อไม่มีอะไรจะขายได้อีก พงษศิลป์ก็มอง “สมบัติชิ้นสุดท้าย” ด้วยแววตาเยือกเย็นและน่ากลัว ถึงเวลาชดใช้หนี้บุญคุณแล้วนังพีช

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                          

             

        



 

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 162 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,467 ความคิดเห็น

  1. #14778 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 / 06:27

    สนุกมากค่ะๆๆๆ

    #14,778
    0
  2. #14305 พิมพ์พชร (@poploveever) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 20:40
    เยส! ดีกันแล้ว แต่อย่าดีแตกนะคะปายยยยย
    #14,305
    0
  3. #14068 blueky88 (@buleky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 / 02:29
     เอาแล้วงัย...งานเข้าแล้ว
    #14,068
    0
  4. #13991 danat-natty (@potanad) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 14:56
    สู้สู้ นายปาย


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 พฤษภาคม 2553 / 15:00
    #13,991
    0
  5. #13931 danat-natty (@potanad) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 23:56
    งงกะยัยติ๋มจิงๆ ตอนแรกก็โกรธแทนเค้าเป็นฝืนเป็นไฟ

    นี่ไม่ทันไร กลับคำง๊ายง่าย แค่เห็นเค้ามาทำดี

    แต่ก็อย่างว่าแหละ นู๋พีชก็ยอมหายงอนนายปายหน่อย แต่อย่ายอมเยอะนะ

    เด๋วเค้าติดนิสัย ก็ทำร้ายจิตใจเราอีก
    #13,931
    0
  6. #13463 amekojung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 23:31
    สนุกจังเลยค่ะ



    พี่ยุ้ยแต่งเก่งจังค่ะ



    หนูเพิ่งเข้ามาอ่าน



    จะติดตามค่อไปนะค่ะ
    #13,463
    0
  7. #12293 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 06:52
    สนุกมากเลยค่ะ
    #12,293
    0
  8. #12285 Hanabira (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 02:41
    เพิ่งตามมาอ่านเป็นครั้งแรกค่ะ ตอนแรกเนื้อเรื่องดำเนินไปได้น่าสนใจและน่าติดตามมากค่ะ

    ภาษาที่ใช้ก็อ่านง่าย เหมือนอ่านนิยายเป็นเล่ม ที่ไม่ได้ออกแนววัยรุ่นดีค่ะ

    ชอบมากๆเลย จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ
    #12,285
    0
  9. #12194 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 19:52
    สนุกมากเลยค่ะ
    #12,194
    0
  10. #11285 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2553 / 06:34
    สนุกมากเลยค่ะ
    #11,285
    0
  11. #10946 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 06:32
    สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ
    #10,946
    0
  12. #10477 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 06:35
    สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #10,477
    0
  13. #10320 ~♥uาJฟ้ๅ♥ ~ (@candyzanaja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 / 08:56
    พออ่านปุ๊บ

    ปิ๊งปายทันทีเยยอ่ะ

    พี่ยุ้ยแต่งสนุกมากเรยยคร่า

    ตีพิมเมื่อไหร่นะพลอยจะซื้อทันทีเยย  อิอิ

    สู้ๆนร้าค้าพี่ยุ้ย
    #10,320
    0
  14. #10136 พิมพ์พชร (@poploveever) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 18:09
    โหววว เชอร์รี่ จะให้ปายรับเป็นพ่อหรอ!!! - -"

    เด๋วโดนคนอ่านรุม!!!
    #10,136
    0
  15. #9765 danat-natty (@potanad) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 11:56
    ว้าว ดาด้ามาเกิดใหม่แล้ว คราวนี้นายปายก็คงเลิกโทษตัวเองที่ช่วยดาด้าไว้ไมไ่ด้แล้วนะ
    #9,765
    0
  16. #9764 danat-natty (@potanad) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 11:56
    ว้าว ดาด้ามาเกิดใหม่แล้ว

    คราวนี้นายปายก็คงเลิกโทษตัวเองที่ช่วยดาด้าไว้ไมไ่ด้แล้วนะ
    #9,764
    0
  17. #9400 danat-natty (@potanad) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 23:19
    สู้สู้ ครีา พี่ยุ้ย

    สู้สู้ สู้โว้ย
    #9,400
    0
  18. #8600 Don't Love You No More (@poploveever) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 18:55
    ปายงี่เง่าไม่มีใครเกิน!! พีชหนีไปเลย เตรียมสมน้ำหน้าปาย!!
    #8,600
    0
  19. #7902 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 07:19
    สนุกดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #7,902
    0
  20. #7841 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 19:16
    สนุกมากๆๆค่ะ
    #7,841
    0
  21. #7759 สาวเเสบใจซ่า (@maspicy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 07:02
    สนุกมากๆๆๆเลยค่ะ
    #7,759
    0
  22. #7653 beerspume (@beclomop) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 01:33
    -0-...

    สนุกค่ะ
    #7,653
    0
  23. #7585 kaijung_poppy (@kaijunglovely) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 18:51
    หนุดดีคะแต่ยังไม่ได้อ่านเรื่องนางฟ้ากับซาตานเลย
    #7,585
    0
  24. #7444 b-e-a-u (@beau-01) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 23:29

    อืม...ได้เวลากอ่านแล้ว
    ไม่ได้เข้ามาซะนาน
    ยังคงสนุกเหมือนเดิมค่ะ

    #7,444
    0
  25. #7171 tom&tu (@tomtulover) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 21:40
    อื้ม สนุกดีนะ

    แต่ว่าเพิ่งเริ่มอ่าน ยังจำชื่อตัวละครไม่ค่อยได้เลย ฮาฮา
    #7,171
    0