คัดลอกลิงก์เเล้ว

ความฝันของอีฟ

เรื่องเล่าของเด็กช่างฝันนามว่าอีฟกับความฝันอันแสนประหลาดของเธอ

ยอดวิวรวม

303

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


303

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ม.ค. 57 / 11:52 น.
ความฝันของอีฟ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
อีฟมองเห็นสิ่งต่างๆที่คนทั่วไปมิอาจมองเห็น เธอมองโลกในมุมที่ต่างออกไป คนอื่นลงความเห็นว่าเธอฝันเฟื่องแต่ถ้าคุณมองดีๆคุณอาจเห็นบางอย่างซ่อนอยู่ในความช่างฝันของเธอ
เม้นติชมกันได้ตามใจชอบเลยนะคะ




อันนี้เป็นภาพประกอบที่เพื่อนผู้น่ารักของจิมินีวาดให้ 



จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์




เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ม.ค. 57 / 11:52


เอาล่ะใครก็ตามที่รับไม่ได้กับความช่างเพ้อช่างฝันขอแนะนำให้คุณไปหาอะไรที่คุณคิดว่าดีกว่านี้ทำเถอะ เรื่องที่ฉันจะเล่าคงไม่เหมาะกับพวกคุณ ส่วนพวกที่เหลื่อตามมา ฉันจะเล่าเรื่องของฉันให้ฟัง
ก่อนอื่นฉันชื่อ อีฟ อีฟ เดอะดรีมเมอร์ ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะชื่อของฉันไม่เกียวกับเรื่องที่ฉันจะเล่านี่ เอาเถอะ ครอบครัวของฉันเป็นพวกที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้เท่านั้นถึงจะมีจริง แต่ฉันเชื่ออีกอย่าง ว่าบางอย่างที่พิสูจน์ไม่ได้ใช่ว่ามันจะไม่จริงเสมอไปเพียงแต่ยังไม่มีใครพิศูจน์เท่านั้น
"พ่อคะมีพิกซี่อยู่ในครัวพ่อมา--"
พ่อมองฉันอย่างเอือมระอาเต็มทนแบบเดียวกับตอนที่ฉันบอกเขาเรื่องโนม*ในสวนหลังบ้านหรือเรื่องแกมลิน**ในตู้เสื้อผ้า
"ลูกน่ะสิบสามแล้วนะเลิกเพ้อฝันเหมือนเด็กๆเสียทีเถอะ พ่อไม่น่าให้ลูกอ่านเทพนิยายพวกนั้นเลย"เขาถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"แต่--"
"พอได้แล้วพิกซี่ไม่มีจริง รวมถึงแกมลินกับโนมด้วย ลูกน่าจะ--"ฉันปล่อยให้แม่พูดในสิ่งที่หล่อนอยากพูดต่อไปขณะกินอาหาร ส่วนแม่ก็เปรียบเทียบฉันกับลูกคนอื่นอยู่เรื่อยไป ลูกคนนั้นดีอย่างงั้นดีอย่างงี้ เก่งอย่างงั้นเก่งอย่างงี้ ฉันไม่ใช่จาเร็ปที่คิดเลขยากๆได้ไวเหมือนเครื่องคิดเลข ไม่ใช่ริชารด์ที่ว่ายน้ำจนได้เหรีญทองไปแล้วหลายเหรีญ ไม่ใช่เอมมิลีที่จะสอบได้ที่หนึ่งทุกครั้ง แต่สำหรับฉันพวกเขาเป็นเพียงหุ่นยนตร์ที่ทั้งน่าเบื่อ ทั้งจืดชืด และไร้ความฝันที่เอาแต่ทำอย่างที่คนอื่นเขาหวังให้ทำ แต่นั่นล่ะคือความน่าเบื่ออย่างหนึ่งของชีวิตของฉัน ฟังคนรอบข้างพูดถึงสิ่งที่ฉันควรจะเป็นแต่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันเป็น จนบางครั้งเคยประชดอยู่ในใจว่า ถ้าต้องการลูกแบบนั้นเชิญไปหาหุ่นยนตร์มาเลี้ยงซะเหอะเอาฉันไปให้คนอื่นเลี้ยงก็ได้ ไม่มีใครหน้าไหนก็บงการชีวิตฉันไม่ได้ ไม่ว่าใครทั้งนั้น
อ่า--คุณเข้าใจฉันไหม ก็ได้แต่หวังว่าคุณจะเข้าใจ และหวังว่าคุณจะไม่ต้องเป็นแบบฉัน
หลังจากมื้ออาหารเย็นที่น่ารำคาญมื้อนั้น ทุกคนก็แยกกันไปเข้านอน ฉันก็เข้าไปในห้องของฉันห้องสีจืดๆที่แม่เลือกให้ เมื่อก่อนมันไม่ได้เป็นอย่างงี้หรอกฉันเคยตกแต่งห้องด้วยโปสเตอร์ แล้วก็ฟิกเกอร์สัตว์ประหลาดจากเทพนิยาย ฉันเคยมีหนังสือนิยายเต็มห้องมีทุกรสชาติ อาจยกเว้นรสหวานจัดที่ฉันไม่ค่อย'พิศวาส'มันนัก มันเคยเป็นห้องที่สวยมากเลยล่ะแต่แม่เอาของพวกนั้นไปทิ้งหมดเลยในเย็นวันนึง บอกว่าฉันไม่ควรเล่นกับของพวกนั้นอีก ตอนหลังฉันฉลาดขึ้นพอซื้อของพวกนี้มาก็จะใส่กล่องพิเศษซ่อนของพวกนั้นไว้ในที่ๆนึง(ฉันไม่บอกคุณหรอกว่าที่ไหน มันเป็นความลับน่ะ)ที่แน่ใจว่าแม่จะหาพวกเขาไม่เจอ พวกเขาเป็นเพื่อนของฉัน เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน เพื่อนที่ไม่มีวันทำให้ฉันผิดหวัง เพื่อนที่ไม่มีวันหักหลังฉัน
และจะอยู่เคียงข้างฉันตราบจนวันสุดท้าย
...
ทำไมไม่มีใครเห็นอย่างที่ฉันเห็น ฉันพร่ำถามตัวเอง ฉันเคยเห็นม้าเพกาซัส***ในสนามหญ้าที่โรงเรียนจากหน้าต่างของห้องเรียน ฉันเลยชี้ไม้ชี้มือชวนให้เพื่อนดู นั่นเป็นความผดิพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตฉัน พวกเขาบอกว่าพวกเขาไม่เห็น ทั้งๆที่มันเล็มหญ้าอย่างสบายใจอยู่ตรงนั้น คุณคงนึกออกใช่ไหมว่าพวกเขาจะพูดยังไงพวกเขาหาว่าฉันบ้า ถ้าคุณเคยบอกเพื่อนว่าคุณเคยไปเดินเล่นในโรงเรียนตอนสองทุ่ม และเจอเข้ากับสิ่งที่ไม่คาดฝัน(คุณรู้ว่าฉันพูดถึงอะไร) เพื่อนของคุณอาจจะแบบว่า 'ไม่จริงมั้ง'หรือไม่ก็ 'โม้อ่ะป่าว'ถ้าคุณจำได้ขอบอกว่าฉันโดนหนักกว่าคุณสิบเท่าเป็นอย่างต่ำ เพราะอย่างมากคุณก็โดนล้อประมาณอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ อย่างเก่งก็เทอมนึง แต่ฉันสิโดนมาเป็นปีๆแถมยังจะหนักขึ้นทุกปีอีก กลายเป็นพวกสติไม่เต็มเต็ง หรือไม่ก็พวกเรียกร้องความสนใจ ไม่มีใครอยากคุยกับฉันหรอกนอกจากตัวฉันเองและเพื่อนในกล่องของฉัน
...
เสียงเหมือนมีคนมาเคาะกระจกหน้าต่างห้องนอนปลุกให้ฉันตื่น นี่ก็สี่ทุ่มเข้าไปแล้ว ฉันลืมตาดูแล้วฉันก็เห็นภาพที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาทั้งชีวิต(นั่นนับรวมแกมลินแล้วก็อะไรพวกนั้น)
มีเด็กผู้หญิงอยู่นอกหน้าต่างห้องนอนของฉัน
เธออายุเท่าๆกับฉัน ผมบลอนด์หยิกเป็นลอน หน้าตาน่ารักราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียน สวมชุดกระโปรงสีขาวมีประกายระยิบระยับราวกับมันถูกถักทอด้วยใยแมงมุม  ในมือถือไม้คทาเหมือนของดัมเมเยอร์และที่สำคัญ
เธอมีปีก ปีกใสเหมือนปีกแมลงปอ เธอเปิดหน้าต่างเข้ามาฉันเห็นว่าเธอสูงกว่าฉันหนึ่งนิ้ว
"สวัดดีอีฟฉันไดอาน่า มัวร์ ทางที่ดีเธอไปหยิบคทาของเธอมาดีกว่า"เธอชี้ไปทางโต๊ะเขียนหนังสือมันเป็นคทาจากไม้ปิ้งบาร์บีคิวมีกระดาษรูปดาวติดอยู่ตรงปลาย ที่ฉันเคยทำเล่นสมัยอนุบาล ฉันหยิบมันขั้นมาโบกรู้ตัวอีกทีฉันก็อยู่ในชุดเดียวกับไดอานามีปีกเหมือนกัน
"ไปกันเถอะ"ไดอาน่าพูดบินออกไปทางหน้าต่าง
"เฮ้ รอด้วยสิ ฉันบินไม่ได้"ฉันตะโกน
"ได้สิคิดถึงเรื่องที่มีความสุขสิ"ฉันนึกถึงการที่ทุกคนเชื่อฉัน เห็นฉันเป็นคนปกติ ไม่ใช่คนบ้าสติไม่เต็มเต็ง พ่อกับแม่เลิกเปรียบเทียบฉันกับลูกคนอื่นๆ และฉันมีเพื่อนจริงๆสักคน ทันใดนั้นตัวฉันลอยขึ้นไปสมทบกับไดอาน่า เราบินไปยังท้องฟ้าสีหมึก เราบินไปสูงมากจนกระทั่งไฟหน้ารถยนต์กลายเป็นจุดเล็กๆเคลื่อนที่ได้ อากาศเย็นยามราตรีพัดผ่านเส้นผมสีแดงของฉัน ข้างล่างถึงจะเป็นตอนกลางคืนแต่ก็อึกทึกครึกโครมหน้าดู ใช่แล้วความอึกทึกที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ฉันชอบแบบนี้บรรยากาศราตรีที่เต็มไปด้วยแสงสีของเมืองใหญ่
"เราเป็นแรงบันดาลใจ เราบันดาลให้ผู้คนเกิดแรงบันดาลใจด้วยการเคาะที่หน้าผากของพวกเขา คนๆนั้นต้องเป็นคนพิเศษ พวกเราเคาะหน้าผากนักเขียนสมัครเล่นจนถึงนักเขียนดังๆมาแล้วมากมายอย่างเชคเปียร์ มาคร์เทวน บรามสโตกเกอร์ ฮันส์คริสเตียนแอนเดอร์เซน แม้แต่เจเคโรลิ่งผู้โด่งดัง"ไดอาน่าอธิบาย
"แล้วที่ฉันเห็น พิกซี่แล้วก็อะไรพวกนั้นล่ะ"ฉันถามขึ้นเพราะคิดว่าเธอน่าจะให้คำตอบที่สมเหตุสมผลมากกว่าพ่อกับแม่ หรือคุณหมอจิตเวชของฉัน หรือพวกที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับฉัน(ไม่นับเป็นเพื่อนหรอกจริงไหม ถึงอยากจะคิดอย่างงั้นก็เถอะ)
"เธอไม่ได้บ้าหรอก..."ไดอาน่าหัวเราะ" ...พวกนั้นเกิดจากจินตนาการของนักเขียนบางครั้งมันจะหลุดออกมาจากหน้ากระดาษ มันไม่ค่อยทำอะไรใครเท่าไหร่ ที่คนอื่นๆไม่เห็นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มีจินตนาการมากพอมันจึงไม่จริงสำหรับพวกเขา แต่มันจริงสำหรับเราโอกาสที่จะเกิดมาเป็นอย่างพวกเรามีหนึ่งในล้าน มาเถอะใกล้ถึงแล้ว"ไดอาน่าพูด ในตอนนั้นเองฉันสังเกตุว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน
"นี่เราบินกันนานขนาดนี้เลยหรือ"
"ไม่เธอควรถามว่า'เราบินมาไกลขนาดนี้เลยหรือ'เราบินข้ามมาผั่งตะวันออกของโลก มาเถอะ"พวกเราบินมาที่หน้าต่างของบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง
ขณะที่ไดอาน่าบ่นเรื่องที่บ้านในเขตร้อนไม่มีปล่องไฟให้ปีนลงไป แน่ล่ะพวกเขาจะต้องการปล่องไฟไปทำไมในเมื่อพวกเขาไม่มีเตาผิง ใครจะอย่าได้เตาผิงในที่ๆอากาศร้อนตับแตกแบบนี้ พวกเราปีนเข้าไปในห้องนอนสีขาว ผ้าม่านก็ขาว เตียงก็ขาว เสื้อผ้า ตู้หนังสือ ผ้าปูโต๊ะ และทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ดูเป็นห้องที่เรียบร้อยแบบไม่มีที่ติ มีเด็กผู้หญิงอายุน้อยกว่าฉันประมาณหนึ่งปี ผมดำ ผิวคล้ำ หน้าตาเหมือนคนเขตร้อน นั่งอยู่หน้าจอคอมพิ้วเตอร์สีหน้าครุ่นคิดดูเหมือนเธอจะมองไม่เห็นพวกเรา ถึงเห็นเธอก็ไม่สนใจ เสียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งตะโกนประโยคยาวๆที่ฉันฟังไม่รู้เรื่องขึ้นมาจากชั้นล่าง เด็กคนนี้ตะโกนสองสามคำตอบกลับไปแบบหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนที่จะหันมาสนใจจอคอมพิ้วเตอร์ที่่ว่างเปล่าอีกครั้ง
"ไปเคาะที่หน้าผากเด็กคนนั้นสามที ไปสิ"ไดอาน่าดันหลังฉันเบาๆ
"แค่นั้นนะ"ฉันถาม
"ใช่แค่นั้นล่ะ"ฉันเข้าไปเคาะที่หน้าผากของเด็กคนนั้นสามทีด้วยไม้คทาของฉัน
ทันใดนั้นเด็กหญิงคนนั้นก็เริ่มพิมพ์ในภาษาที่ฉันอ่านไม่ออก แต่ไม่ใช่พิมพ์สำผัสหรอกเป็นการจิ้มทีละตัวมากกว่าแต่ไม่ช้ามาก
"แล้วเธอคิดว่าเด็กคนนี้จะดังไหม"ฉันถามไดอาน่า
"เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้"ไดอาน่าบอกเรียบๆ พวกเราบินกลับไปที่บ้านของฉันทันใดนั้นพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำและเปลี่ยนเป็นกลางคืนโดยสมบูรณ์ ใช้เวลารวดเร็วจนน่าประหลาด
"ถ้าเธอได้ยินเสียงเหมือนระฆังล่ะก็ มาเจอฉันที่หัวมุมถนนหน้าบ้านเธอก็แล้วกัน นั่นแปลว่ากำลังมีนักเขียนคนใหม่กำลังเกิดขึ้น"
ฉันโบกไม้คทาหนึ่งที ชุดของฉันกลายเป็นชุดนอนตามเดิม
"ลาก่อนอีฟ จำไว้เธอไม่ได้บ้า เธอเป็นคนพิเศษ"แล้วไดอาน่าก็จากไป ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่มีแรงแม้แต่จะบอกลาเธอ ไอ้การบินข้ามโลกอะไรนั่นดูเหมือนจะกินแรงฉันน่าดู
...
พอตื่นขึ้นมาตอนเช้า เฮ้อ...ฉันคงฝันไป ว่ามีเด็กหญิงชื่อไดอาน่ามาหาฉันบอกว่าฉันเป็นแรงบันดาลใจ ตามด้วยอะไรต่อมิอะไรที่น่าจะเป็นคำอธิบายดีๆของเรื่องพวกนั้น เรื่องแปลกๆที่ทำให้เป็นคนฉันแปลกๆ
ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบไม้คทาอันนั้นขึ้นมาโบกเล่น จากนั้นฉันก็กลับมาใส่ชุดสีขาวนั่นมีปีกด้วยฉันรีบโบกมันทำให้ฉันกลับไปใส่ชุดนอนดังเดิม ก่อนที่ใครจะมาเห็นแล้วหาว่าฉันขโมยชุดของใครมาใส่
ตั้งแต่นั้นมาฉันพกคทาอันนั้นติดตัวตลอด ฉันได้เจอไดอาน่าเป็นครั้งคราวเราช่วยกันจุดประกายให้นักเขียนคนอื่นๆอีกหลายคน
นี่เธอจะนับเป็นเพื่อนจริงๆคนแรกของอีฟผู้โดดเดี่ยวได้ไหมนะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
*ภูติขนาดเล็ก รูปร่างเหมือนคนแคระ มีหน้าที่ดูแลทรัพย์ใต้ดิน
**ภูติที่มักจะอาศัยอยู่กับเครื่องมือ มีความสามารถทางการช่าง

***ม้ามีปีก

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ จิมินี จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 มีนาคม 2557 / 10:21
    เมนต์เป็นกำลังใจ จากเกวลี
    #3
    0
  2. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:55
    เรื่องสนุกดีนะคะ แต่ฟอนต์กับขนาด แล้วก็การเว้นบรรทัดทำให้อ่านยาก ถ้าแก้หน่อยจะดีมากค่ะ ^ ^
    #2
    0
  3. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 / 06:02
    สนุกดีนะ แต่ตัดตอน จบเร็วไปหน่อย
    #1
    0