กุหลาบอนาโตเลีย (ตีพิมพ์กับสนพ.อินเลิฟ)

ตอนที่ 2 : บทที่หนึ่ง เซมิเนสและเรอาแห่งฮิตไทต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 ต.ค. 55

บทที่หนึ่ง เซมิเนสและเรอาแห่งฮิตไทต์

 

            ณ อาณาจักรอียิปต์โบราณ ในรัชสมัยของฟาโรห์อาโมสผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอกบุรุษ ตามตำนานเล่าขานบอกไว้ว่าราชินีลีลีน่าของพระองค์มีผมสีทองแปลกตา เธอมาจากอนาคตโดยข้ามกาลเวลาด้วยกำไลแห่งเทพีไอซิสและได้รับตำแหน่งน้องสาวบุญธรรม อาโมสพบว่านางซุกซนอย่างร้ายกาจจนต้องปลดตำแหน่งให้ลีลีน่าเป็นแค่นางกำนัล แต่ยิ่งห้ามใจไว้ให้ห่างนาง ชายหนุ่มก็ยิ่งพบว่าความปรารถนาลุกโชนทุกครั้งที่เธอยิ้ม บัดนี้เวลาผ่านล่วงมานานหลายปีหลังจากลีลีน่าก้าวขึ้นเป็นราชินีอียิปต์ ทั้งคู่หัวเราะทุกครั้งเมื่อลูกๆถามว่าพ่อกับแม่รักกันได้อย่างไร แม้ว่ารักนี้จะชวนปวดหัวเพียงใดก็ตาม ลีลีน่า เดอ ฟรีกคาส์กก็ได้พิสูจน์จนประจักษ์แก่ดวงใจของพระองค์แล้ว

            “อาโมส... เห็นลูกบ้างหรือไม่เพคะ นี่ก็ได้เวลานอนแล้ว” ลีลีน่าก้าวเข้ามาในห้องทรงงานพลางเมียงมองหาลูกแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา เจ้าหมาแก่นามแรมโบ้ก็หลับอยู่แทบเท้าฟาโรห์โดยไม่สนใจนายหญิงเลยแม้แต่น้อย

            “ไม่รู้สิ... ลีลีน่าที่รัก”

ชายหนุ่มรับสั่งเสียงหวาน ทำเอาลีลีน่ายิ้มเขินหน้าแดง รู้สึกร้อนวูบวาบ แต่เมื่อครู่เธอถามว่าเห็นหรือไม่เห็น อาโมสกลับตอบว่าไม่รู้ ดวงตาสีฟ้าจึงจ้องเขม็งใส่คุณพ่อตัวดี แต่พอเห็นว่าทรงขยิบตาให้ หญิงสาวจึงเริ่มยิ้มออกมา เพราะอาโมสแอบพยักพเยิดไปยังเงาตะคุ่มไหวๆหลังม่าน เจ้าชายคาโมสวัยแปดชันษากับเจ้าหญิงไอริสวัยเจ็ดชันษากำลังจุ๊ปากขอร้องเสด็จพ่อให้ปิดเป็นความลับอยู่ แล้วยกมือขึ้นปิดปากของกันและกันพลางหัวเราะคิกคัก

            “ว้า! ลูกๆไม่อยู่งั้นหรือเพคะ... อุตส่าห์แต่งนิทานก่อนนอนเรื่องใหม่สนุกๆได้ตั้งสองเรื่อง ถ้าใครไม่ยอมเข้านอนก็จะอดฟัง” ร่างบางแกล้งหมุนตัวออกไปแต่เจ้าตัวเล็กตัวน้อยต่างส่งเสียงลั่น แล้วถลาจากที่ซ่อนออกมาขวางแม่ไว้แทบไม่ทัน ทำเอาผู้เป็นพ่อสรวลดังลั่น

            “เสด็จแม่! คาโมสอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”

“ไอริสด้วยเพคะ ขอลูกฟังด้วยนะเพคะ”

            “ลูกด้วยๆๆ เนฟฟูเรก็จะฟัง” เจ้าหนูวัยห้าขวบปีนออกมาจากหีบเก็บม้วนฎีกาสูงท่วมหัว

“อาเมนโนสด้วย” เจ้าตัวเล็กวัยเตาะแตะก็ไม่ยอมพี่ๆ หนูน้อยรีบถลาลงจากตักพ่อหลังจากมุดแอบในพระภูษาเสียมิดชิด ก่อนจะวิ่งไปอ้อนให้แม่อุ้ม ทั้งสี่ต่างส่งเสียงดังจนลีลีน่าต้องจุ๊ปากให้ทั้งหมดเบาเสียงลงเพราะน้องสาวฝาแฝด คาเมเลียกับลีเอน่าที่หลับอยู่ในเปลข้างๆโต๊ะทรงงานอาจจะตื่น ลีลีน่าก้มลงหอมแก้มลูกทุกคนจนหนำใจ ก่อนจะรับจุมพิตจากอาโมสอย่างดูดดื่ม พระหัตถ์หนารั้งร่างบอบบางเข้ามากอดอย่างมีความสุขเหลือจะกล่าว

ทรงมองมาที่เธอแล้วต่างยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น ทั้งสองต่างยินดีที่การมีชีวิตคู่ดำเนินมาได้ไกลถึงเพียงนี้ มีเพียงพระองค์และลีลีน่าเท่านั้นที่รู้ว่าชีวิตคู่สำคัญอย่างไร ทั้งคู่ต่างทุ่มเทและทะนุถนอมช่วงเวลาในแต่ละวันให้ดีที่สุด และครอบครัวก็เป็นอันดับแรกในรายการของลีลีน่าเช่นกัน

            เด็กๆเข้ามาโอบกอดพ่อแม่ก่อนเข้านอนทีละคน ในขณะที่เด็กตัวน้อยทั้งสี่พูด ลีลีน่าก็สังเกตว่าแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปมากในปีที่ผ่านมา เมื่อไม่นานนี้เอง เจ้าตัวจ้อยเหล่านี้ยังต้องมีพี่เลี้ยงคอยช่วยดูแลตลอดเวลา คาโมสที่เคยร้องไห้ขอนอนกับแม่เมื่อในอดีต คืนก่อนกลับปีนขึ้นไปหลับบนหลังคาตำหนักเสียแล้ว ไอริสตัวน้อยที่เคยเป็นน้องเล็ก บัดนี้ก็ช่วยแม่ดูแลน้องๆอย่างแข็งขัน ส่วนเนฟฟูเรช่างพูดช่างเจรจาขึ้นทุกวันไม่แพ้อาเมนโนสเลย คาเมเลียและลีเอน่าก็เติบโตและเริ่มคลานได้แล้ว อีกไม่ช้านี้ก็คงจะมีเด็กหญิงช่างอ้อนมาแทนที่ทารกน้อย

            ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงกาลเวลาดีเท่ากับพ่อแม่ เพราะการเติบโตของเด็กๆ ทำให้การเดินทางของเวลาเด่นชัดเสียยิ่งกว่านาฬิกาหรือปฏิทินใดๆ ลีลีน่าประจักษ์แล้วว่าอนาคตมาถึงเร็วกว่าที่คิด ไม่ว่าตอนนี้อาโมสกับเธอจะกำลังทำอะไรอยู่ แต่ในเมื่ออนาคตยังมาไม่ถึง ตอนนี้โลกของเด็กๆก็ยังคงหมุนอยู่รอบตัว และผู้เป็นพ่อแม่ก็ยุ่งเหยิงกับสิ่งต่างๆเกินกว่าจะมากังวลถึงอนาคตหรือคร่ำครวญกับอดีตที่ผันผ่านไป

            ณ เวลาปัจจุบันนี่เอง ที่ลีลีน่าตระหนักว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดและน่าจดจำเสมอ

            หลังจากลูกๆเข้านอนกันหมดแล้ว อาโมสกับลีลีน่านั่งอิงแอบอยู่ที่ริมระเบียง พึงพอใจกับการอยู่เงียบๆด้วยกัน  แสงระยิบระยับจากดวงดารานับแสนนับล้าน ทำให้แสงในห้องบรรทมนุ่มนวล บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวัง ความสุข และความเป็นไปได้ในชีวิต ความทรงจำอันแสนสุขหรือทุกข์หมองเศร้าที่สู้ฟันผ่ามาด้วยกันนั้นยิ่งทำให้ความผูกพันแน่นแฟ้น และยั่งยืนยาวนานด้วยชีวิต ต่างก็เป็นดั่งลมหายใจ และจิตวิญญาณตราบชั่วนิจนิรันดร์...

.....................................

            ดินแดนฮิตไทต์เป็นคู่รักคู่แค้นกับอียิปต์เสมอมา ต่างฝ่ายต่างชิงความได้เปรียบและเคยพุ่งรบกันหลายครั้ง ทว่าการสานสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานในครั้งอดีต สองอาณาจักรจึงเกี่ยวดองกันเป็นเสมือนญาติ ฟาโรห์อาโมสและกษัตริย์เซเลสเป็นคู่ลูกพี่ลูกน้องรูปงาม ไม่ว่าฝีมือการรบหรือความว่างเปล่าในหัวใจล้วนถูกผู้คนเล่าลือ คนหนึ่งนิสัยเก็บงำความรู้สึกแต่อีกคนกลับเปิดเผย เซเลสพบมิโนอาริตาในอียิปต์และตกหลุมรักนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งที่ถูกนางต่อต้าน ความรู้สึกปรารถนาลึกลับยิ่งรุนแรง รวมทั้งไม่เคยสะทกสะท้านเมื่อประกาศให้นางรับรู้ต่อหน้าผู้อื่น

เซเลสยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกถึงช่วงที่พบมิโนอาริตาเป็นครั้งแรก เธอเป็นสหายรักของลีลีน่าและมาจากอนาคตเช่นเดียวกัน ฝีมือการต่อสู้ของมิโนอาริตาน่าพิศวง ทว่านางช่างปากแข็งและมือหนักเหลือร้ายเมื่อถูกพระองค์รุกเข้าหา สิ่งเดียวที่ทำให้เธอหน้าแดงซ่านคือจุมพิตของเขา และต้องยอมรับว่าเซเลสชื่นชอบดูมิโนอาริตาเขินอายและเร่าร้อนอยู่ภายใต้ร่างของเขายิ่งนัก นางเป็นคนเดียวที่ทำให้พระองค์รักและอยากอยู่ด้วยกันตลอดไป

บัดนี้นางคือราชินีแห่งฮิตไทต์   เป็นคู่ชีวิตของเขา และเป็นมารดาของลูกๆอีกสองคน

“ฟังนะลูก...จุดอ่อนในร่างกายมีอย่างน้อยๆอยู่ห้าจุด คือ ลูกตา ลูกกะเดือก ท้ายทอย ลิ้นปี่และหว่างขา การจู่โจมจะต้องทำด้วยความแม่นยำรวดเร็ว ใช้ทุกอย่างในตัวให้เป็นอาวุธและหลบการจู่โจมของอีกฝ่ายให้ดี” มิโนอาริตากำลังสาธิตวิธีการต่อสู้โดยมีทหารอาสาเป็นคู่ซ้อม ทำให้โอรสธิดาซึ่งตอนนี้เจริญพระชันษาแปดและเจ็ดขวบตามลำดับ รวมทั้งบุตรหลานขุนนางต่างก็ทึ่ง

            เรอาตบมือชอบใจที่มารดาสามารถทุ่มทหารตัวโตได้สบายๆ แล้วรีบเรียนรู้ด้วยความสนอกสนใจเต็มที่ เซเลสพยายามคัดค้านเพราะอยากได้ลูกสาวที่เรียบร้อยอ่อนหวานมากกว่า ทรงแอบมองอยู่ห่างๆ ทั้งห่วงทั้งหวงจนอยากจะวิ่งเข้าไปอุ้มลูกสาวออกมา แต่ก็ถูกไม้เรียวขวางไว้ มิโนอาริตาตั้งใจไว้แล้วว่าเรอาต้องมีวิชาป้องกันตัว ไม่ใช่เจ้าหญิงนุ่มนิ่ม เธอยักคิ้วให้สามีก่อนจะเอ่ยเรียกลูกทั้งสอง

            “เซมิเนส เรอา อยากไปเที่ยวอียิปต์กันไหมลูก?” สองพี่น้องกระตือรือร้นทันทีและรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนของเสด็จพ่อพลางร้องดีใจกันลั่น ทั้งคู่อยากไปอียิปต์ตั้งนานแล้ว

“มะ...ไม่ได้นะมินต์ ลูกยังเล็ก ประเดี๋ยวจะอันตราย” ทรงเดินหนีแต่เด็กๆก็ดึงแขนดึงขาพ่อเต็มที่ มิโนอาริตาหัวเราะร่า

            “เห็นหรือไม่เซเลส ลูกๆเองก็อยากไปเหมือนมินต์นะเพคะ พวกเราไม่ได้ไปเยี่ยมญาติสนิทกันนานแล้ว เด็กๆจะได้ทำความรู้จักกันด้วย”

            “เฮ้อ! มินต์ต้องสัญญาก่อนนะว่าแค่ให้ทำความรู้จัก ถ้าเกิดว่าลีลีน่ายึดลูกเราไปอยู่ด้วยเป็นปีๆ เราไม่ยอมจริงๆนะ” มิโนอาริตาส่ายหน้าเบื่อพ่อจอมหวงลูก แต่ก็ให้สัญญาเพราะเธออยากจะไปพบเพื่อนใจจะขาด เซเลสจึงยอมตกลง

“งั้นก็ได้ พวกเราไปอียิปต์กัน ไหนๆก็ไหนๆเรานำเรื่องเปิดเส้นทางการค้าสายใหม่ไปเจรจาด้วยเลยดีกว่า” สองพี่น้องแอบร้องดีใจที่เสด็จพ่อตกลงใจแล้ว แม้รู้ดีว่าจะไม่ได้เที่ยวเล่นตามใจชอบแต่อย่างน้อยๆก็ได้ก้าวออกจากวังแสนน่าเบื่อบ้าง

            “อืม เรื่องการค้าเหล็ก ข้าวสาลีและก็กระดาษปาปิรัสยังค้างคาอยู่นิดหน่อยนะเพคะ” มิโนอาริตารื้อเอกสารที่ขุนนางส่งขึ้นมาถวายเมื่อวันก่อนก็ยังหนักใจ เพราะสินค้าจากอียิปต์เริ่มเข้ามาลดน้อยลงทั้งที่กำหนดภาษีต่ำมาก เธอคิดว่าทางนั้นคงอยากจะเล่นงัดข้อกันมันๆสักตั้ง

            “เราก็ใช้เหล็กต่อรองกับฟาโรห์อาโมสก็ได้นี่นา” เซเลสยังมีท่าทีสบายๆพลางเอนหลังบนตั่งแล้วจั๊กจี้เอวลูกชายอีกต่างหาก

            “เหล็กสำคัญมากเลยหรือเพคะ?” มิโนอาริตาหันมายิ้มให้ลูกสาวคนสวยเพราะในที่สุดเจ้าหญิงเรอาก็สนใจอยากรู้ด้วยตนเองแล้ว เธอถามกลับแทนคำตอบ

“แล้วลูกคิดว่าทำไมฮิตไทต์ของเราจึงสำคัญจนได้เปรียบชาติอื่นล่ะจ๊ะ” เด็กหญิงครุ่นคิดพลางเหลือบมองดาบเหล็กของพ่อ พ่อเคยบอกว่าเหล็กแข็งแกร่งกว่าสำริด

            “เพราะฮิตไทต์สามารถถลุงเหล็กจากผืนดินได้เป็นชนชาติแรก!” เรอาร้องตอบอย่างเพิ่งเข้าใจ

            “ใช่แล้วเรอา เราถึงได้ผลิตอาวุธที่ยอดเยี่ยมกว่าทุกชาติได้ยังไงล่ะ” เจ้าชายเชิดจมูกที่เหมือนพระบิดาไม่มีผิดเพี้ยนขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ “พี่เคยไปดูเหมืองเหล็กกับเสด็จพ่อมาแล้วนะ ไม่อยากจะโม้”

            “จ๊ะเซมิเนส เรอา แต่ความลับเรื่องการถลุงเหล็กและตำแหน่งที่ตั้งของเหมืองเหล็กของเราจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ปริมาณเหล็กที่เราผลิตออกมาได้นั้น หากเหลือจากการใช้ภายในอาณาจักรของเราแล้ว เราจึงส่งขายให้อาณาจักรอื่นๆในจำนวนจำกัดจ๊ะ”

            “แต่ลูกก็เห็นเสด็จพ่อขายเหล็กให้อียิปต์เยอะที่สุดเลยนี่เพคะ”

“เป็นเพราะสมัยก่อนเสด็จน้าลีลีน่าช่วยคิดค้นเตาหลอมให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้สามารถผลิตได้มากและมีคุณภาพดีกว่า เราจึงมีเหล็กเหลือพอที่จะนำมาใช้ทำเพลาล้อรถเทียมเกวียนและอุปกรณ์อื่นๆมากมาย ไม่เน้นผลิตอาวุธเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่เราก็ยังขายออกมากไม่ได้ ลูกคิดว่าเพราะอะไรจ๊ะ?”

            “เพราะถ้าเราขายเหล็กไปมากๆ ความได้เปรียบของเราก็จะลดลงพ่ะย่ะค่ะ” เซมิเนสยกมือขอตอบก่อนจึงได้หอมแก้มเป็นรางวัล เรอาครุ่นคิดสักครู่ก็ยกมือตอบบ้าง “เรายังไม่รู้ว่าคนที่ซื้อจะเอาเหล็กไปสะสมเพื่อทำอาวุธก่อสงครามรึเปล่าเพคะ เสด็จพ่อเคยบอกว่าคนที่ซื้อต้องวางหลักประกันก่อน”

เรอาก็จึงได้หอมแก้มด้วย มิโนอาริตาส่งยิ้มหวานอบอุ่นและภาคภูมิใจในตัวลูกๆ ก่อนจะสบสายตาหวานล้ำกับสวามี เป็นความรู้สึกหอมหวานละมุนละไมดั่งไออุ่นที่ส่งผ่านให้กันและกัน มิโนอาริตาเคยร้องไห้เมื่อรู้ว่าต้องติดอยู่ในยุคโบราณแห่งนี้ แต่วันเวลาที่ผ่านมา เธอสุขใจที่ได้อยู่ครองคู่กับเขาที่นี่ ได้รักและได้แบ่งปันชีวิต แม้ในวันที่หยาดฝนร้องไห้ร่วงหล่นเป็นสายหรือในวันที่ฟ้าสดใสก็ไม่มีวันใดเลยที่ทั้งคู่จะเปลี่ยวเหงา ทั้งจากนี้และตลอดไป

ขอบคุณที่รักกันไม่เสื่อมคลาย เซเลส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

574 ความคิดเห็น