คัดลอกลิงก์เเล้ว

ลางสังหรณ์

โดย nattapon234ru

เคยเป็นไหมที่เราสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าที่มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึง แบบนี้เขาเรียกว่า "ลางสังหรณ์" ใช่ไหม

ยอดวิวรวม

7

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


7

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ส.ค. 62 / 17:27 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
มีเรื่องบางเรื่องหรือภาพเหตุการณ์แว๊บเข้ามาในหัวแล้วหลังจากนั้นไม่นานก็จะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เรียกว่า "ลางสังหรณ์"

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 16 ส.ค. 62 / 17:27

บันทึกเป็น Favorite


          "เดียว" เป็นคนที่เชื่อใน "ลางสังหรณ์" มาก เพราะมีหลายครั้งที่อยู่ๆ 
ก็มีเรื่องบางเรื่องหรือภาพเหตุการณ์ แว๊บเข้ามาในหัวแล้วหลังจากนั้นไม่นาน
ก็จะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ บางทีก็มาในลักษณะความฝัน เรียกว่า เป็นลาง
บอกเหตุที่มักเกิดขึ้นจริงแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เดียวจำฝังใจมากเพราะเป็นเรื่อง
ที่เกี่ยวกับเพื่อนที่ไม่ได้ ติดต่อกันมานานเกือบยี่สิบปีหลังจากเรียนจบ ม.3
     
          ในคืนวันหนึ่งเดียวได้ฝันถึงเพื่อนเก่า ชื่อเจต มายืนอยู่ที่หน้าบ้าน 
เดียวเห็นเพื่อนก็รีบวิ่งออกไปเปิดประตูและชวนให้เพื่อนเข้าบ้าน 
แต่แปลกมาก เจตไม่พูด ไม่ยิ้ม ได้แต่ยืนนิ่งและมองหน้าเดียว 
จากนั้นก็ยกมือขวาขึ้นแล้วชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางเสร็จแล้วก็หันหลังเดินไป
ตามถนนจนลับตาไป เดียวสะดุ้งตื่นดูนาฬิกาตอนนั้นเพิ่งจะตีสี่ภาพในฝัน
ยังติดตา เดียวลุกขึ้นนั่งและคิดด้วยความข้องใจว่า ทำไมฝันถึงเจต 
ทั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันเลยและไม่เคยนึกถึงเพื่อนคนนี้ เลยด้วยซ้ำ
ด้วยความร้อนใจและเชื่อใน "ลางสังหรณ์" ตัวเอง ก็คิดว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
กับเพื่อนคนนี้แน่ๆ แต่เพราะไม่เคยติดต่อกัน เลยลองค้นหาประวัติเพื่อนจาก
อินเตอร์เน็ตและแปลกมากที่ไม่มีชื่อเพื่อนคนนี้เลย แต่ก็ เป็นไปได้ว่าเพื่อน
คงไม่ได้ลงประวัติสมัครงาน หรือสั่งซื้อของออนไลน์ จึงไม่มีชื่อให้เห็น
          จนกระทั่งเช้า เดียวก็เริ่มสืบหาเบอร์โทรเพื่อนอีกครั้งโดยถามจาก
เพื่อนเก่าที่ยังติดต่อกันอยู่ แต่ทุกคนต่างบอกว่าไม่ได้ ติดต่อเลย 
และเจตเองก็ห่างจากกลุ่มเพื่อนไปหลังจากจบ ม.3 เพราะที่โรงเรียนเก่า
ส่วนใหญ่จะเรียนต่อ ม.ปลาย กันทั้งนั้น แต่เจตสอบติดโรงเรียนดัง
ในกรุงเทพฯ เลยห่างจากเพื่อนๆ ไป  เดียวเริ่มรู้สึกหมดหวัง ที่จะติดต่อ
กับเพื่อนชื่อเจต แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าบ้านเจตอยู่อำเภออะไร จึงลองค้นหา
ในกูเกิ้ลอีกครั้งโดยใส่ นามสกุล และตำบลที่เพื่อนอยู่ ปรากฎว่ามีลิ้งค์
ชื่อคนอื่นที่นามสกุลเดียวกับเจตโผล่ขึ้นมาหลายคน และมีชื่อหนึ่งที่ระบุ
ที่อยู่ในตำบลเดียวกับเจตซึ่งเป็นลิงค์เข้าไปที่เฟซบุ๊ค เดียวรีบกดเข้าไปดู
ก็พบกับรูปของ ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งใกล้กับเพื่อนชื่อเจตและมีเด็กผู้หญิง
อีกสองคนนั่งด้านข้าง เดียวรู้ทันทีว่าเฟซบุ๊คที่เข้าไปดูนั้นต้องเป็นครอบครัว
ของเจตแน่ๆ จึงได้ส่งข้อความเข้าไปในอินบอกซ์  โดยอธิบายว่า 
“ผมชื่อเดียว เป็นเพื่อนกับเจตสมัยเรียน ม.3 พยายามติดต่อเพื่อนอยู่
แต่ไม่มีใครมีเบอร์เจต รบกวนให้เจตติดต่อกลับ ด้วยครับ” ซึ่งเดียวได้
ทิ้งเบอร์ไว้ท้ายข้อความด้วย
     
          หลังจากวันนั้นก็ไม่มีการติดต่อกลับมาเลย เดียวคิดว่า คงไม่มี
โอกาสได้คุยกับเพื่อนแล้ว ในใจก็คิดว่าเจตจะเป็นยังไงบ้าง 
อยู่สุขสบายดีหรือเปล่า แต่ทำไงได้ เพราะเดียวพยายามที่สุดแล้ว 
นช่วงที่รอการติดต่อจากเจตก็มีเรื่องแปลกๆ กิดขึ้นกับเดียว มีอยู่วันหนึ่ง 
ตอนที่ขับรถกลับบ้านอยู่ๆ ก็ขนลุกขึ้นมาเอง ช่วงที่ขับรถเข้าซอย 
สองข้างทางมืดสนิทจังหวะที่ถึงทางโค้ง ก็เห็นร่างของผู้ชาย ตอนนั้นมอง
ไม่เห็นหน้า พอจ้องไปก็เห็นร่างนั้นชูนิ้วสองนิ้ว เดียวสะดุ้งเพราะภาพเจต 
ในความฝันที่ชูสองนิ้วลอยเข้ามาในหัว เดียวพยายามเพ่งมองแต่เพราะ
มันมืดมากและเขารถก็ขับผ่านมาแล้ว เลยไม่รู้ว่าคนที่เห็นคือใคร
          พอกลับมาถึงหน้าบ้านก็เดินลงไปไขประตูรั้วเพื่อจะถอยรถเข้าบ้าน 
แต่ขณะที่ไข ประตูหางตาก็เหลือบไปเห็นคนยืนอยู่บนกำแพงรั้ว 
เดียวรีบหันไปดูก็ต้องตกใจ เพราะเห็นเงาดำเป็นร่างคน ยืนอยู่บนกำแพง
ตรงมุมริมถนนพอดี พอเพ่งดูก็ต้องอึ้ง ลักษณะเหมือนเจตเลย ตัวผอมสูง 
ไหล่กว้าง เพราะเจตเป็นนักว่ายน้ำ เดียวรีบพนมมือไหว้และคิดในใจว่า 
“เจตเปล่าวะ ใช่มึงเปล่าวะ” สักพักเงานั้นก็ กระโดดลงกำแพง
หายไปอย่างเร็ว ทันทีที่เงาดำนั้นหายไปเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 
เจตมองโทรศัพท์ด้วยความ แปลกใจเพราะเบอร์ที่โทรมานั้นไม่คุ้นเลย 
พอรับสายก็อึ้งยิ่งกว่า เพราะปลายสาย แนะนำตัวว่า เป็นภรรยาของเจต  
เขารู้สึกดีขึ้น เพราะจะได้รู้สักทีว่าเพื่อนเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง 
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรมาก เมียของเจตก็บอกว่า เจตรถคว่ำเสียชีวิต
ที่ถนนกาญจนาภิเษก แถวๆบางใหญ่ ซึ่งตายมาห้าวันแล้ว 
และเชิญให้ไปร่วมงานศพที่วัดแถวรัตนาธิเบศร์ เดียวได้ยินก็อึ้งไปเลย
และตอบไปว่าจะเข้าไปในวันเผาศพพอวางสายเดียวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ 
และพูดลอยๆ ว่า “กะแล้วต้องเกิดเรื่องอะไรแน่ๆ อยู่ๆ ก็ฝันถึง 
ทั้งที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานเกือบยี่สิบปี”
           คืนนั้นช่วงใกล้เช้าเดียวฝันถึงเจตอีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพสมัยเรียน 
ในช่วงพักเที่ยง เจตนั่งอยู่ในโรงอาหารแล้วเดียว ก็เดินเข้าไปยืมเงินเจต
เพื่อเอาไปซื้อหนังสือการ์ตูน เจตได้แต่ยิ้มและไม่ได้หยิบเงินให้ 
เดียวก็ยืนรออยู่นาน จนเจตกินเสร็จก็เดินจากไปในความฝันดูเหมือน
ไม่มีอะไร จนกระทั่งเช้านั้นเดียวก็ตื่นขึ้นมาและคิดถึงความฝันแล้วก็
นึกขึ้นได้ว่าเคยยืมเงินเจตจริงๆ แต่ยังไม่ได้คืนให้เพราะตอนนั้นเป็นช่วงสอบ
ปลายภาค พอสอบเสร็จก็ปิดเทอม เลยไม่ทันได้คืนเงินเจต พอนึกขึ้นได้
เดียวก็คิดว่า เป็นเพราะยืมเงินแล้วไม่คืนหรือเปล่าเลยมาตามทวง 
แม้จะเป็นเงินเล็กน้อยแต่มันอาจเป็นเรื่องใหญ่ในยามคับขัน
      จนกระทั่งถึงวันเผาศพ เดียวก็ไปร่วมงานและใส่ซองช่วยงานกลับไป 
แต่ก่อนกลับได้คุยกับเมียของเจตก็ได้รู้ว่า สภาพคล่องทางการเงิน
ของครอบครัวค่อนข้างแย่มาสักพักหนึ่งแล้ว เพราะเจตป่วย
เลยต้องออกจากงาน เดียวจึงควักเงินในกระเป๋าเพิ่มไปให้อีกสี่พัน
ตอนที่เดินขึ้นไปวางดอกไม้จันท์ได้พูดว่า “เจตกูขอโทษเรื่องเงิน 
สองร้อยนะ วันนี้กูเอามาคืนให้ลูกเมียมึงแล้วนะ ไปสู่สุขตินะเพื่อน” 
จากนั้นก็เดินลงมาจากเมรุและลา เจ้าภาพกลับ ทุกวันนี้ได้ข่าวว่า
เมียเจตแต่งงานใหม่  ก็ได้แต่หวังว่าแฟนใหม่จะดูแลและ
รักลูกสาวทั้งสองของเจตด้วย เจตจะได้ไม่ต้องห่วงอะไรอีก


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ nattapon234ru จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • ระทึกขวัญ / ผี

    เรื่องสั้น

    6/6

    0

    0%

    16 ส.ค. 62

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น