9by9th fiction

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,106 Views

  • 59 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    39

    Overall
    2,106

ตอนที่ 6 : [ OS #เช่เจ ] : ลอยกระทง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    27 พ.ย. 61


One Shot : ลอยกระทง


ปอร์เช่ X เจเจ

Rate : PG 


ปล.เพราะความหลัวของน้องเช่แท้ๆเลยค่ะถึงได้ออกมาเป็นวันช็อตเรื่องนี้ เป็นฟิคชั่ววูบที่มาตอนวันลอยกระทงพอดีแต่แต่งไม่ทันวันลอยกระทงเลยลงช้าค่ะ ถถถถ ย้ำอีกทีนะคะ เรื่องนี้เป็นปอร์เช่ x เจเจ โพตามนี้เลยนะคะ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------




วันนี้คงเป็นอีกปีที่ต้องมาลอยกระทงคนเดียวเพราะเพื่อนๆต่างก็แยกไปกับแฟนกันหมด เหลือก็แค่ตัวผมคนเดียว พ่อกับแม่ก็อยู่ต่างจังหวัดจะกลับไปหาพวกท่านระหว่างวันก็ลำบากเกินไป ไม่คุ้มกับ

ค่าเดินทาง




อันที่จริงนับเป็นงานลอยกระทงอีกปีที่ผมอยู่ท่ามกลางคนมากมาย




แต่ก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยว…




ผมเลือกมาลอยกระทงที่วัดที่อยู่ติดกับท่าน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก ตอนแรกก็อยากไปลอยที่มหาลัยนั่นล่ะ..แต่อยากมาลอยที่วัดมากกว่าเพราะอย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแถมยังได้ซื้อของกินมากินเล่นตอนดูพลุในคืนนี้ได้อีก




“ปอร์เช่…?”




ในระหว่างที่กำลังเดินเลือกกระทงอยู่ที่ข้างทาง เสียงเรียกชื่อของผมก็ดังขึ้นจนต้องรีบมองหาต้นเสียงและพบกับ




แฟนเก่าของผมเอง…




“อ้าว...เจเจ?” ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ถึงได้ทักเขาออกไปแบบนั้น ทั้งๆที่ความจริงควรจะปล่อยผ่านเหมือนไม่รู้จักกันไปเสียด้วยซ้ำ ผ่านมาสองปีกว่าๆแล้วที่ผมกับเจเจเลิกกันไป เราเลิกติดต่อกันทุกช่องทางจนกระทั่งวันนี้ ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ




“สบายดีนะ?”




“ก็...สบายดี เจเจสบายดีไหม?”




“อืม… ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดี เลยออกมาลอยกระทงนี่ไง” สีหน้าเขาดูแย่ในตอนแรกแต่สุดท้ายก็ส่งยิ้มให้ผม อันที่จริงแค่ดูหน้าก็รู้แล้วว่ารู้สึกไม่ค่อยดีอย่างที่บอกจริงๆ




คนคนนี้ไม่เคยเก็บอาการทางสีหน้าได้เลย...




“มากับใครล่ะ?”




“มาคนเดียว” เขาตอบ “แล้วเช่ล่ะมากับใคร?” เจเจเอ่ยถามผมพร้อมชะเง้อมองหาใครสักคน นี่เราขาดการติดต่อกันนานมากจริงๆ นานจนเขาคิดว่าผมมีแฟนใหม่ไปแล้ว




“ไม่ต้องชะเง้อหาใครหรอก มาคนเดียว”




“อ้าวหรอ นึกว่าจะมีแฟนใหม่แล้วซะอีก” เขาหัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะมองหน้าผมเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง “งั้น---”




“ไหนๆก็มาคนเดียวแล้ว...ไปลอยกระทงด้วยกันไหมล่ะ?”




ให้ตายเถอะ… เผลอพูดออกไปแบบนั้นได้ยังไง แต่ยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ตัดใจจากเขาได้นานแล้ว แค่ชวนไปลอยกระทงเฉยๆก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย




มั้ง…




“ได้ดิ” เขายิ้ม “แล้วมีกระทงหรือยังล่ะ จะหารกันไหมประหยัดดี”




ทันทีที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น มันก็ยิ่งทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในอดีต หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นนิดหน่อย ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่าจริงๆแล้วผมก็ยังมีความรู้สึกบางอย่างอยู่ ผมตัดใจจากเขาไม่ขาดแต่ก็ไม่ได้รู้สึกรักเขามากเหมือนตอนนั้น




“หารก็ได้ ช่วงนี้กำลังช็อต” ที่จริงผมแค่อยากลอยกระทงกับเขาเฉยๆก็แค่นั้น ไอ้เรื่องประหยัดเงินมันก็แค่ข้ออ้าง “เลือกเลยว่าจะเอาอันไหน”




“ตามใจเหมือนเดิมเลยนะ”




“ไม่พูดเรื่องเมื่อก่อนได้ไหมอ่ะ”




“แค่พูดถึงเรื่องดีๆ ทำไมต้องพูดแบบนั้นด้วยล่ะ” เจเจถามผมเหมือนไม่เอาคำตอบ เขาส่งยิ้มบางๆให้ผมก่อนเลือกกระทงที่ชอบอย่างตั้งใจ อันที่จริงผมก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่พูดแบบนั้นออกไป จริงๆเขาอาจจะตัดใจจากผมได้แล้วก็ได้ คงมีแต่ผมที่ยังหวนนึกถึงแต่เรื่องเก่าๆ




ไม่นานนักเขาก็เลือกกระทงที่ถูกใจได้และจ่ายเงินกันเรียบร้อย เราสองคนเดินดูแสงสีของไฟในงานวัดกันมาเรื่อยๆจนถึงท่าน้ำ เพราะท่าน้ำมีคนมายืนกันเยอะมากๆผมเลยรีบคว้าแขนของเจเจไว้ก่อน

“เดี๋ยวหลง”




“เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ”




“เหอะน่า… เราไม่มีเบอร์เจเจเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ ถ้าหายไปก็ขี้เกียจไปตามหา” ให้ตายเถอะ.. ยิ่งอยู่ด้วยมากๆคำพูดที่พูดออกไปมันก็เหมือนยังรักอยู่จริงๆแต่ผมไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นแล้วสักหน่อย




พระเจ้าน่ะใจร้ายมาก




เหมือนรู้ว่าผมยังตัดใจจากเขาไม่ได้ แล้วสวรรค์ก็กลั่นแกล้งให้ผมมาเจอกับเขาในวันแบบนี้




โคตรเข้ากับบรรยากาศเลยว่ะ




หลังจากนั้นเราสองคนก็ไม่มีการพูดคุยกันจนกระทั่งลอยกระทงเสร็จ แต่ในช่วงเวลาระหว่างนั้นเราสองคนเอาแต่มองกันไปมา ก็คงสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางใบหน้าตามปกติของคนที่ไม่ได้เจอกันมานานเพราะก่อนหน้านั้นเราเลิกกันตอนอยู่มหาลัยปีหนึ่งพอดี




ตอนนั้นผมกับเจเจอยู่กันคนละมหาลัย ทำให้เวลาและอะไรหลายๆไม่ตรงกัน ทัศนคติก็เปลี่ยน แถมนิสัยก็ค่อยๆเปลี่ยนอีกแต่ไม่ได้เจอกันเกือบสามปีผมรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปมาก เขาดูเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นในหลายๆด้าน




“ซื้ออะไรกินไหม” เขาเอ่ยถามขึ้นมา




“ซื้อลูกชิ้นทอดแป๊ป” ผมมองหาร้านลูกชิ้นทอดก่อนเดินตรงไปยังร้านที่อยู่ไม่ไกลจากท่าน้ำมากนัก




“ยังไม่เลิกกินลูกชิ้นแบบนี้อีกหรอ”




ผมพยักหน้าเบาๆ จริงๆเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าผมชอบ สมัยก่อนตอนยังคบกัน นานๆทีผมจะได้กินลูกชิ้นทอดเพราะเขาชอบห้ามไม่ให้กินด้วยเหตุผลที่ว่ามีสารบอแรกซ์เยอะ กลัวเป็นมะเร็งตายก่อน




“อือ จะกินก็กินไป”




“ปกติห้ามแทบตายเลยนี่”




“เอาเถอะ...เราไม่มีสิทธิ์ห้ามเช่แล้ว”




การบังเอิญมาเจอเขาในวันลอยกระทงดูท่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจเสียแล้ว แม้เขาจะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่ประโยคนั้นมันกรีดหัวใจผมเกินไป “ไปนั่งระบายสีปูนปั้นกันไหม?”




จริงๆผมควรจะแยกกับเขาตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ควรชวนไปทำอะไรต่อแต่ปากก็ไวกว่าความคิดตลอด ไหนๆก็ไม่ได้เจอกันนาน ขออยู่ด้วยกันต่ออีกนิดก็ยังดี




“ช่วงนี้เป็นไงบ้าง” หลังจากที่เลือกปูนปั้นมาระบายสีกันได้เรียบร้อย ผมก็เป็นคนเปิดบทสนทนาก่อน

ที่จริงสีหน้าเขาไม่ค่อยดีตั้งแต่เจอกันแล้ว ไม่รู้ว่าช่วงนี้ชีวิตเป็นยังไงบ้าง




“เครียดเรื่องงานอ่ะ วันนี้เราพรีเซนท์งานวิจัยแต่มันไม่ผ่าน ต้องแก้บานเลย แล้วเพื่อนที่ทำงานด้วยกันก็ไม่ค่อยดีด้วย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ “พอพรีเซนท์เสร็จเรารีบกลับไปนอนเลย ตื่นอีกทีก็เกือบทุ่มนึงแล้วเลยตัดสินใจออกมาลอยกระทงดีกว่า เผื่อจะทำให้สบายใจขึ้น




“......”




“โชคดีที่เจอปอร์เช่อย่างน้อยก็รู้นิสัยเรา ระบายอะไรให้ฟังได้ง่ายหน่อย”




ผมพยักหน้าเบาๆ รู้สึกดีใจอย่างไรก็ไม่รู้ที่เขายังเห็นว่าผมสามารถรับฟังเขาได้อยู่




“ไม่ระบายสีแล้วหรอ?”




เสียงของเจเจดึงสติของผมกลับมาอีกครั้ง ไม่รู้เลยว่าตัวเองหยุดระบายสีปูนปั้นแล้วเอาแต่มองหน้าเขามานานเท่าไรแล้ว “อ..อ๋อ... คือ..ไม่รู้ว่าจะลงสีอะไรดี เลยดูเจเจระบายก่อน”




“แต่เราระบายเสร็จแล้วนะ ให้ช่วยระบายไหม?”




“เอาดิ...เอาของเราไประบายเลย คือขี้เกียจเลือกสีแต่ก็อยากให้มันสวยๆ ช่วยหน่อยนะ” ผมส่งตุ๊กตาปูนปั้นให้เขา “น้ำล้างพู่กันมันดำแล้ว เดี๋ยวไปเปลี่ยนให้นะ รอแปปนึง” พูดจบผมก็หยิบแก้วน้ำที่เอาไว้สำหรับล้างพู่กันมาเปลี่ยนที่หน้าร้านก่อนเดินกลับไปหาเขา




แล้วผมก็นั่งมองเขาระบายสีอย่างเงียบๆต่อไป ให้ตายเถอะ ขนาดเขาอยู่เฉยๆ ผมยังมีความรู้สึกว่าผมอยากปกป้องเขาเหลือเกิน ทำไมผมถึงปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตั้งสองสามปี




แต่บางทีตอนนี้เจเจอาจจะมีความสุขกับการที่อยู่โดยไม่มีผมแล้วก็ได้




“เสร็จแล้ว แต่ต้องรอมันแห้งอีกหน่อย เดี๋ยวกลับละ”




ผมล่ะไม่อยากให้สีมันแห้งเลย อย่างน้อยก็ได้อยู่กับเขานานขึ้นอีกนิด ก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือของ

ตัวเอง ที่จริงเขาก็ไม่ได้ระบายสีไวเลยแต่ผมรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วเกินไปเพราะผมเอาแต่

มองหน้าเขา




“สีแห้งแล้วเช่” เขาเรียก “อ่ะ เก็บไว้ดีๆนะ”




ผมรับตุ๊กตาปูนปั้นมาจากมือของเขา “ขอบคุณนะที่ระบายให้”




“อื้อ… เก็บดีๆ” เขายังคงย้ำคำเดิมก่อนดูข้อความบางอย่างในโทรศัพท์ของตัวเอง เขามีสีหน้าที่ดู

รีบร้อนขึ้นทันที “ปอร์เช่เราต้องไปแล้ว ขอแยกตรงนี้เลยแล้วกันนะ ขอโทษที”




ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เขาก็วิ่งออกจากร้านระบายสีไปแล้ว ได้แต่ยืนงงๆก่อนก้มมองตุ๊กตา

ที่เขาระบายสีให้




เดี๋ยวนะ !!




081-XXX-78XX   โทรมาได้นะ JJ




บางทีพระเจ้าอาจจะไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นก็ได้...




End.......


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #54 Kyamm (@kaewchue) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:17
    ดีใจจจจ ทางนี้คือยิ้มอยู่ตนเดียว ขนาดนี้แล้วต้องคืนดีแล้วนะศิวะกอนนน
    #54
    0
  2. #43 SunDashine (@SunDashine) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:30
    ต้องโทรแล้วเช่!!!!
    #43
    0
  3. #42 I_was_as_I (@I_was_as_I) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 08:14
    เป็นข็อตฟิคที่เนื้อหาไม่มีอะไรมากแต่ก็ทำให้นักอ่านอมยิ้มได้ในตอนท้าย...ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ
    #42
    0
  4. #41 Guillotine19 (@Vampire-gammer) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 17:10
    นุ้งเจจจจ อ่อยพี่เค้าหรา
    #41
    0
  5. #40 Pingpin29 (@Pingpin29) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 16:20
    อ่านไปเขินไปป​ บ้าไปแล้ว555
    #40
    0