9by9th fiction

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,141 Views

  • 59 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21

    Overall
    2,141

ตอนที่ 4 : [SF #อี้พีท] : His Body { Part 1/2 }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    11 พ.ย. 61



SF : His Body { Part 1/2 }


อี้ X พีท

Rate : PG - 15



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------




มันคงเป็นเรื่องปกติถ้าคนเราจะชอบมองอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย




ยิ่งเป็นร่างกายของคนที่สนิทใจด้วยแล้วล่ะก็…




มันก็ยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่




‘พีท’ ก็เป็นหนึ่งในคนประเภทนั้น อันที่จริงเขาก็แค่มองเพราะมันดูดึงดูด อย่างน้อยความน่าดึงดูดนี้

ก็ช่วยให้เขาอยากมาทำงานที่โรงแรมของพ่อพร้อมกับ ‘เฮียอี้’




ปริ้น ปรี้น…




เสียงแตรรถที่คุ้นหูเป็นสัญญาณบอกว่าลูกพี่ลูกน้องที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงฝึกงานของเขามารอรับอยู่หน้าบ้านแล้ว ชายหนุ่มในชุดสูททำงานลุกเดินออกจากห้องรับแขกไปอย่างรวดเร็ว




“หวัดดีครับเฮีย” เมื่อเดินไปถึงหน้าบ้าน พีทก็กล่าวทักทายเหมือนอย่างที่เคยทำก่อนเปิดประตูขึ้นรถไป




“วันนี้ตอนบ่ายมีประชุมนะ มึงพร้อมไหม?” อี้เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม คิดว่าเด็กฝึกงานของเขาคงตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เข้าประชุมเรื่องธุรกิจของโรงแรมเป็นครั้งแรก




“อย่างผมมีหรอจะไม่พร้อม”




ได้ยินคำตอบแบบนั้นคนอายุมากกว่าก็หัวเราะชอบใจก่อนออกเดินทางไปยังโรงแรมที่เป็นธุรกิจของครอบครัวทันที




นับเป็นเวลาสองปีกว่าๆแล้วที่ธุรกิจโรงแรมทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของ ‘โกสร’ หรือ ‘ภัสสร’ ผู้เป็นอาของพีทในระหว่างที่รอเขาเรียนจบและกลับมาช่วยงาน แต่เพราะมีแค่โกสรกับ ‘เอิร์น’ ลูกชายคนที่สองของเธอมาช่วยบริหารก็คงไม่พอ เฮียอี้เลยต้องพักกิจการร้านทำผมชั่วคราวเพื่อมาช่วยงานผู้เป็นแม่อีกแรง




“รีบไปที่ห้องกันเถอะ วันนี้มีเรื่องต้องทำอีกเพียบเลย”




ทันทีที่ลงจากรถทั้งคู่ก็รีบมาที่ลิฟต์ พีทเดินเข้าไปมุมในสุดและปล่อยให้คนอายุมากกว่ากดหมายเลขชั้นเอง นิ้วเรียวยาวไล่ไปตามปุ่มหมายเลขอย่างไม่รีบร้อนก่อนกดชั้นที่จะไป




นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพีทถึงไม่ยอมกดลิฟต์เอง อย่างน้อยก็ได้มองมืออีกฝ่ายชัดๆ จากด้านหลังก็ยังดี




อันที่จริงก็เริ่มมาตั้งแต่ที่บ้านนั่นล่ะ…




ที่จะให้มารับก็เพราะจะได้ไม่ต้องขับรถเองแถมยังได้มองมือเฮียอี้ไปด้วย เพลินจะตาย...




ไม่นานนักลิฟต์ก็พาทั้งคู่มายังห้องทำงาน ชั้นนี้ห้องทำงานจะแบ่งโซนไว้อย่างชัดเจนและมีความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่งเพราะเป็นชั้นที่ผู้บริหารอยู่กัน ขนาดของห้องไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ใหญ่พอที่จะมีโซฟาและทีวีไว้รับแขก บวกกับโต๊ะงานอีกสองโต๊ะซึ่งตั้งอยู่ติดกัน




ตอนแรกโต๊ะทำงานมีอยู่โต๊ะเดียวแต่พอพีทเข้ามาทำงาน อี้เลยย้ายโต๊ะมาเพิ่มในห้องนี้อีกตัว

ด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้อยู่ในการดูแลของพี่เลี้ยงฝึกงานตลอดเวลา




แต่ตลอดสามวันที่เริ่มทำงานมามันทำให้พีทไม่มีสมาธิทำงานเลยสักนิด




“เอาล่ะมาทำงานกันดีกว่า”




ประโยคที่น่ากลัวที่สุดของวันนี้ได้ถูกเอ่ยออกมาแล้ว ชายหนุ่มไม่ได้กลัวการทำงานแต่กลัวบุคลิกของอี้ตอนทำงานมากกว่า เหมือนพี่ชายเขาเปิดสวิตซ์โหมดจริงจังขึ้นมาเสียเฉยๆ




ตั้งแต่เฮียอี้เข้ามาทำงานในโรงแรมก็ดูเหมือนนิสัยใจร้อนเริ่มหายไป คำพูดที่ธรรมดาแต่เชือดเฉือนบวกกับวุฒิภาวะที่สูงขึ้นมันทำให้พี่ชายของเขาโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากๆจนพีทก็แอบคิดว่าดีแล้วที่เฮียอี้ได้เข้ามาทำงานที่นี่




ตอนนี้พี่ชายเขาทั้งเท่ ทั้งเก่ง แถมโสดมาได้สักพักแล้ว ในระหว่างที่เขายังเรียนอยู่ที่อเมริกาก็รู้ข่าวมาบ้างว่ามีสาวๆแวะเวียนมาหาอยู่บ่อยๆ




แต่หลังจากนี้คงเข้าหายากหน่อย เพราะเขาจะกลับมาทำหน้าที่คอยกันสาวๆไม่ให้เข้าใกล้แล้ว




ก็แค่หวงพี่ชายนิดหน่อยน่ะ...




พีททิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของตน มองกองเอกสารที่เยอะไม่ต่างจากบนโต๊ะของอี้สักเท่าไร เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนหยิบมันขึ้นมาอ่านแต่อ่านไปได้สักพักก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองคนอายุมากกว่าเซ็นเอกสารอย่างตั้งใจ เขาแอบมองอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว..




รูปหน้าธรรมดาไม่ได้หล่อเหลาถึงขั้นเทพบุตรแต่ทำให้เขาใจสั่นได้ไม่น้อย สุดท้ายก็กลัวว่าจะถูกจับได้เลยเสมองมาทางกองเอกสารอย่างเดิม




และทำให้รู้ว่าการนั่งมองนิ้วมือเรียวยาวบวกกับเส้นเลือดที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยก็ทำให้เขาใจสั่นได้

ไม่แพ้กัน




“สิ่งที่ควรจะดูใช่เอกสารที่กูเซ็นอยู่ไหม?”




เมื่อถูกจับได้ว่าไม่ทำงาน ชายหนุ่มก็ผงะไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยขอโทษพร้อมก้มหน้าอ่านเอกสารของ

ตัวเองต่อ หัวใจของเขาเต้นรัวไม่หยุดแต่ก็โล่งใจที่โดนติเรื่องนี้ ดีกว่าถูกจับได้ว่าแอบมองมือเฮียตั้งหลายเท่า




“เอกสารปึกนั้นถ้าไม่เข้าใจก็ถามได้นะ”




ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มบางๆให้ อันที่จริงเขายังจับใจความของกระดาษแผ่นแรกไม่ถูกเลย

ด้วยซ้ำ จะโทษคนตรงหน้าที่ทำให้เขาเสียสมาธิก็คงจะผิดไปหน่อย ควรจะโทษตัวเขาเองมากกว่าที่เอาแต่มัวแต่มองมือเฮียจนไม่ได้ทำงาน




ถ้าไม่มองมือเฮีย ป่านนี้กองเอกสารคงเสร็จไปครึ่งกองแล้ว…




“ไปกินข้าวกัน” ไม่นานก็ถึงเวลาพักเที่ยง อี้ก็เอ่ยชวนให้เด็กฝึกงานในการดูแลของตนไปทานข้าว

ด้วยกัน




“รอเฮียพูดคำนี้อยู่พอดีเลย” ทันทีที่ได้ยินคำชวน ชายหนุ่มก็ตอบกลับทันที อี้ส่ายหน้าเล็กๆพร้อมอมยิ้มให้กับการตอบรับของอีกฝ่าย




ชอบทำตัวเป็นเด็กๆอยู่เรื่อย….



*********************



นับเป็นครั้งแรกที่อี้พาน้องชายเข้ามาทานอาหารในโรงอาหารของโรงแรมเพราะสองวันแรกที่เริ่มทำงาน พีทไม่กล้าเข้ามาทานในที่คนเยอะแบบนี้เพราะกลัวว่าจะเป็นที่สนใจ เมื่อเปิดประตูเข้าไปในโรงอาหารของบริษัทเสียงจอแจก็สาดเข้ามาในหูของชายหนุ่มทั้งสองจนรู้สึกตื้อไปหมด เหมือนทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่พวกเขาสองคนจนรู้สึกอึดอัด




จะไม่ให้สนใจได้ยังไง ก็เป็นว่าที่ผู้บริหารรุ่นสามกันทั้งคู่ ใครไม่มองก็แปลกแล้ว...




“ไปนั่งก่อนไหม อยากกินอะไรเดี๋ยวไปตักให้” เพราะเห็นสีหน้าของพีทเริ่มดูไม่ค่อยดี อี้เลยแนะนำ

ให้ไปนั่ง คิดว่าปล่อยให้เดินไปตักอาหารกับเขาคงโดนมองไม่หยุดแน่ๆ




“งั้นผมไปนั่งตรงมุมนั้นนะ ส่วนกับข้าวเฮียจะตักอะไรให้ผมก็ได้”




“โอเค...” พูดจบก็แยกตัวออกไปตักอาหารให้กับตัวเองและเด็กในการดูแล แต่เพราะแถวรอตักอาหารยาวมากๆทำให้อี้ต้องหันมองคนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะเป็นระยะ




ไม่นานจานข้าวสองจานก็วางลงบนโจ๊ะที่พีทนั่งอยู่ หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มทานอาหารกัน ทานไป

สักพัก บทสนทนาระหว่างนั้นก็เริ่มเป็นกันเองมากขึ้นจนทำให้พีทอดที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง

แต่นั่นก็ทำให้เจ้าตัวสำลักข้าวจนเลอะเทอะไปหมด




ชายหนุ่มพาร่างของตัวเองไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากโรงอาหารโดยมีพี่เลี้ยงเดินตามไปดูอาการติดๆ “โอเคไหม?”




คนถูกถามพยักหน้าแต่ยังคงไอไม่หยุด เขาเปิดน้ำล้างมือพร้อมปัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามเสื้อให้หลุดออกแต่เหมือนอี้จะไม่ปล่อยให้เขาทำเองคนเดียว




“เดี๋ยวช่วย” พูดจบก็หยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดเศษอาหารและคราบต่างๆที่ติดอยู่ตามใบหน้าและ

ไล่ลงมาถึงเสื้อสูท




เป็นอีกครั้งที่พีทได้เห็นมืออีกฝ่ายใกล้ขนาดนี้ นิ้วเรียวขาวบวกกับเส้นเลือดที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยมันทำให้เขาไม่สามารถละสายตาได้เลยสักนิด




“เรียบร้อยแล้ว”




เสียงนั่นดึงสติเขาให้กลับมาอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองคนตรงหน้าแต่ก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้เกินไปจนต้องก้าวถอยหลังออกมาเล็กน้อย “ข...ขอบคุณครับเฮีย”




ได้โปรด...อย่าทำให้ผมหัวใจเต้นแรงเป็นครั้งที่สามในวันนี้




ทั้งสองเดินกลับมายังห้องทำงานอย่างรวดเร็ว อี้เป็นคนเปิดประตูเข้ามาก่อนและเดินตรงไปยัง

ตู้เก็บของ เขาหยิบเสื้อเชิ้ตและสูทของตัวเองออกมาให้อีกฝ่าย “เอาเสื้อไปเปลี่ยนไป”




“มันดูเละเทะขนาดนั้นเลยหรอเฮีย?” ชายหนุ่มรับเสื้อมาอย่างงงๆ




“ไม่หรอกแต่อย่าลืมดิว่ามีประชุมต่อ เจอผู้ใหญ่หลายคนด้วย”




ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ก่อนเดินตรงไปยังห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตและสูทตามที่อี้ให้ไว้ แต่แล้วภาพ

มือคู่นั้นที่ยื่นมาเช็ดคราบเลอะที่สูทก็แล่นเข้ามาในหัว




พีทส่ายหน้าสะบัดความคิดนั้นออกไป มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาคิดเรื่องอะไรแบบนี้เลยสักนิด




“มึงใส่ได้ไหม? คับไปรึเปล่า”




จะตามมาทำไมเนี่ย!!??




“พอดีเลยเฮีย” เขาตอบกลับ




“มา… เดี๋ยวช่วย” ไม่รอให้คนอายุน้อยกว่าได้ตอบตกลงใดๆ อี้ก็เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนผูกเนคไทและจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย เขาไม่ลืมที่จะมองสีหน้าของน้องชายที่ทำหน้าเลิกลั่กเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง “มึงเป็นอะไร”




“ป...เปล่า”




“เตรียมไปประชุมกันเถอะ” พูดจบก็เดินนำอีกฝ่ายออกจากห้องน้ำ ส่วนพีทก็เดินตามหลังออกมา




ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขารู้ตัวดีว่าตอนนี้เขายังใจเต้นแรงไม่หยุดเพราะเฮียอี้ยื่นมือมาจัดเนคไท




หลังจากการประชุมจบลงก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี ถือว่าเป็นเวลาที่พีทรอคอยเพราะจะได้กลับบ้านเสียทีแต่ปัญหาของเขาตอนนี้มันอยู่ตรงที่เขายังอยากอยู่กับพี่ชายของเขาต่อ ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากพร้อมครุ่นคิด




“เฮีย…” พีทเรียก “ตั้งแต่กลับจากอเมริกายังไม่ได้ไปนอนบ้านเฮียเลย วันนี้ไปนอนด้วยได้ไหม?”




“ทำไมจะไม่ได้วะ?”





to be continued...




************************************************************************************************
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลงฟิคเรื่องนี้ อันที่จริงเรื่องนี้แต่งก่อนหน้าเรื่องสัญญาปากเปล่าอีกนะ
แต่ว่าเห็นฉากพี่น้องตีกันแล้วเศร้ามากค่ะ หัวตันแต่งต่อไม่ได้ ดึงอารมณ์ให้มาเขียนฟิคแนวนี้ตอนเรือกำลังจะแตกนี่ไม่ง่ายเลยค่ะ ต้องขอบคุณพี่ย้งที่ทำให้กลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อได้ ฮึกๆๆๆ

ปล.ถ้าเราพิมพ์ตรงไหนงงๆหรือชอบฟิคเราก็คอมเมนท์กันมาได้นะค๊า ขอบคุณมากๆที่เข้ามาอ่านกันค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #37 beauteous. (@kiam94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 12:58
    ใจเราก็สั่นค่ะ แงงงงง ง
    #37
    0
  2. #26 ThUnYaLuK.T (@thunyalukz9968) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:50
    เขินนน พี่ต่อก็อย่าทำให้น้องใจสั่นเป็นครั้งที่ 4 5 6 นะคะ55555
    #26
    0
  3. #25 ayox_x (@ayox_x) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 20:43

    หน่องพีทททททท!!!!! ใจเย็นๆลูกก อย่าเลิ่กลั่กๆๆ เนียนเข้าไว้ 555555555 สงสารร มือเฮียน่ามองขนาดไหน ทำเสียงานเสียการขนาดนั้น นึกถึงรูปที่จับมือกันงาน 9by9 เมื่อวันก่อนเลยค่ะ แค่เก็นมือก็เขิน ;///; รอติดตามนะคะ
    #25
    0
  4. #24 *ช่อแป้งใบชา* (@luck-ky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 16:22
    อมกกกกก. TTTTATTTT เป็นตอนที่อ่านไปจิกผ้าไปมากๆๆๆๆค่ะะะะ แงงงงง เฮียอี้ในสายตาน้องพีทคือโซเซ็กซี่มากๆๆๆๆๆ อร่อกกก นี่จะเขินมือเขินนิ้วเขินทุกสิ่งแทนพีทแร้วววว รู้สึกเหมือนไปแอบมองมือพี่อี้ด้วย55555 กี๊ดดด นี่ว่าพี่อี้ตั้งใจอ่อยน้องปะคะะะะะะ คนร้ายๆก็คือคนร้ายๆงี้ ฮึ่มๆๆๆ โอ่ยย หัวใจจทำงานหนักก TTTTATTTT
    #24
    0
  5. #23 craziioun (@craziioun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 11:54
    น้องพีทต้องทำใจดีๆไว้ แอแง เลิ่กลั่กแบบนี้เดี๋ยวพี่อี้จับได้นะ! แต่จับได้ก็มปร เผื่อใจตรงกัน ฮือ555555 ตอนหน้าเค้าจะไปนอนด้วยกัน ;------; รอเลยย
    #23
    0
  6. #22 ???? (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 08:14

    พาร์ทต่อไปได้กลิ่นเรทนิดๆ แงงงงงงคู่นี้สุดยอดด

    #22
    0
  7. #21 KookYoon_BangtanShidae (@cakeza2544--) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:35

    พีทเธอต้องหายใจเข้าลึกๆนะ เธอต้องเก็บอาการไว้ก่อน อย่าพึ่งบุ่มบ่ามเด็ดขาด ถึงขั้นขอไปนอนบ้านพี่เขาแล้วนั้นขอเราไปกรี๊ดก่อนได้ไหม พี่อี้จากมุมมองพีทนี่คือแบบมีความมีSex Appealอยู่ในตัวสูงมากนะ ทั้งมือที่มีเส้นเลือดนูนขึ้นมาซึ่งเราก็ตายกับอะไรแบบนี้เหมือนกัน ยิ่งความสุขุมของพี่อี้ยิ่งทำให้ดูพุ่งสูงขึ้นไปอีก แถมดูพี่อี้ก็แสบใช่ย่อยต้องรู้แน่ว่าน้องแอบมองตัวเอง ไม่งั้นไม่ทำขนาดนี้หรอกใช้ม้ะๆ / เรื่องนี้มันจะจบที่rateเท่าไหร่กัน ขอโทษที่เรามันคนใจบาป แต่คู่นี้ทำเราคิดดีไม่ได้จริงๆ ยิ่งฟังเพลงDangerouslyไปด้วยนี่คือแบบ..ใจเต้นไปกับพีทแล้วจริงๆแทบกลั้นหายใจ คนบาปจริงๆเลยชั้น

    #21
    0
  8. #20 Rika Rikatkk (@nugzkk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:11
    น้องพีทรู้กกกกกกกก เฮียเค้าร้ายเนอะทำน้องใจเต้นใหญ่เลย แล้วนี่ขอไปนอนบ้านเฮียเค้าอีก ไม่หัวใจวายตายเลยหรอ55555 รออ่านต่อค่ะ คืนนี้เบิกบานละครแฮปปี้ ฟิคก็มาในโทนแฮปปี้(?)อีก อิอิ
    #20
    0
  9. #19 Smilebabe (@WRITEandREAD) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 01:00
    น้องพีทขอไปนอนบ้านเฮีย แงงงงงงงงงง
    #19
    0