9by9th fiction

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,104 Views

  • 59 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    37

    Overall
    2,104

ตอนที่ 3 : [ OS #อี้พีท ] สัญญาปากเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    11 พ.ย. 61



OS : สัญญาปากเปล่า


อี้ X พีท


Rate : PG - 15



  

-----------------------------------------------------------------------------------



ตั้งแต่ 'พีท' กับ 'อี้' พี่ชายลูกพี่ลูกน้องเริ่มมีปากเสียงกันเรื่องหลักฐานที่เอามามัดตัวว่าใครเป็นฆ่าผู้เป็นพ่อของตน มันทำให้ชายหนุ่มนึกย้อนกลับไปในตอนเด็กๆที่เขาทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันเลยและยังหวนนึกถึงสัญญาที่พี่ชายให้ไว้อีกด้วย




เป็นที่รู้กันในตระกูลจิระอนันต์ว่า ‘อี้’ เป็นคนใจร้อนและชอบทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปในสมัยตอนที่เขายังเป็นเด็ก อี้ใจร้อนกว่านี้หลายสิบเท่า



“ถ้าแน่จริงมึงก็เข้ามาดิวะ!!” เด็กหนุ่มวัยมัธยมปลายเอ่ยท้าทายพร้อมยกไม้หน้าสามชี้หน้าคู่อริต่างโรงเรียนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาไม่แสดงความกลัวออกมาเลยสักนิด



“ได้ไอ้อี้!!!”



สิ้นเสียงตอบรับ เด็กหนุ่มทั้งสองก็วิ่งเข้ามาชกต่อยกันอย่างไม่รีรอ เพื่อนของทั้งสองฝ่ายต่างส่งเสียง

โห่ร้องไม่หยุด




เสียงนั่นทำให้อี้คลั่งขึ้นกว่าเดิม เขาต่อยอริตรงหน้าไม่หยุดจนเบ้าตาเริ่มห้อเลือด



สุดท้ายการทะเลาะวิวาทก็จบลงโดยมีตำรวจเป็นคนยุติ แน่นอนว่าเด็กที่อยู่ในกลุ่มทั้งหมดโดนจับกุมและเรียกผู้ปกครองมารับตัว



'ภัสสร' เดินตรงเข้ามาที่โรงพักอย่างร้อนใจ แม้ว่าการที่คนในโรงพักจะรู้ว่าเธอเป็นภรรยาของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใหญ่มันช่วยให้ 'ทุกอย่าง' ง่ายขึ้นโดยที่ไม่ต้องพาสามีมาและไม่ต้องคุยกับตำรวจให้มากความ แต่เธอก็รู้สึกอับอายที่ต้องมาพาลูกชายกลับบ้านจากโรงพักแทนที่จะไปรับมาจากที่โรงเรียน



เธอมองใบหน้าของลูกชายที่มีรอบเขียวช้ำอยู่สองสามจุดอย่างไม่พอใจ



รอบเก่ายังไม่ทันหายดี รอยใหม่ก็มาเพิ่มอีกแล้ว



"อี้...บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกทำตัวแบบนี้ ไม่รู้เลยหรอว่ามันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแค่ไหน!" ทันทีที่รับตัวลูกชายขึ้นรถ ผู้เป็นแม่ก็ต่อว่าอย่างเหลืออด ที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเดินเข้าโรงพักเพราะลูกชายไปมีเรื่องชกต่อย



"ก็มันมากระชากตราโรงเรียนเพื่อนผมก่อนอ่ะ ม๊าจะให้ผมอยู่เฉยๆหรอ!?"



ได้ยินลูกชายตอบแบบนั้น ภัสสรก็อยากจะเป็นลมไปเสียตรงนั้น ทำไมลูกชายของเธอถึงได้ใส่ใจกับเรื่องไร้สาระได้ขนาดนี้




"เลิกคบกับเพื่อนพวกนั้นซะ ไม่งั้นม๊าจะจับอี้ย้ายโรงเรียน"



"ม๊าจะย้ายผมไปไหน!? ต่อให้ย้ายไปผมก็ต้องมีเพื่อนใหม่อยู่ดี แล้วถ้ามีใครมาทำอะไรเพื่อนของผม

ผมก็จะสั่งสอนมันให้หลาบจำ"




"อี้!!" ภัสสรตวาด เธอไม่รู้จริงๆว่าอะไรดลใจให้ลูกชายของเธอคิดแบบนี้ "เราโตแล้วนะ เพื่อนไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตสักหน่อย เคยสนใจคนในครอบครัวบ้างไหมว่ารู้สึกยังไงกับสิ่งที่เราทำลงไป"



"ถ้าม๊าไม่เคยคิดจะเข้าใจผมเลยม๊าก็เงียบไปเลยดีกว่า!!"




บทสทนาของสองแม่ลูกเงียบลงทันที ไม่มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นอีกจนกระทั่งขับรถมาถึงบ้าน



อี้รีบวิ่งขึ้นไปเก็บกระเป๋าบนห้องก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของผู้เป็นแม่เลย

สักนิด เขาตรงไปยังบ้านของ 'พีท' น้องชายลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ไม่ไกล



ติ้งต่อง...



เสียงออดดังขึ้นไม่นานนักก็มีคนมาเปิดประตูให้ แน่นอนว่าต้องเป็นพี่แม่บ้านที่ประจำอยู่บ้านหลังนี้ "อ้าวคุณอี้เองหรอคะ?"



"เฮียอี้จริงๆด้วย" จู่ๆก็มีอีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาระหว่างนั้นจนคู่สนทนาทั้งสองคนต้องรีบหันมอง



เจ้าของเสียงคือ 'พีท' น้องชายวัยมัธยมต้นที่ยืนยิ้มแฉ่งอย่างดีใจเพราะเห็นว่าพี่ชายคนสนิทของตน

มาหาแล้ว



"คุณพีทไม่รออยู่ในบ้านล่ะคะ เดี๋ยวพี่ก็พาคุณอี้เข้าไปหาแล้ว"



"ก็พีทคิดถึงเฮียอี้นี่นา อยากฟังเรื่องที่เฮียเจอมาจะแย่แล้ว"



"อะไรวะ ก็มาหาทุกเย็นป่ะ? ทำมาเป็น..."




"แล้วหน้าเฮียไปโดนอะไรมา อย่าบอกนะว่าไปมีเรื่องมาอีกแล้ว"




"เดี๋ยวเล่าให้ฟัง วันนี้แม่งเจ๋งโคตรเลยเว่ย"




เด็กชายได้ยินอี้พูดแบบนั้นก็ตาลุกวาว "งั้นเข้ามาเลย พีทอยากฟัง"



"ไม่ต้องเลยพีท!!" เสียงตวาดดังลั่นไปทั่วบริเวณจนคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านทั้งสามคนตกใจ



"ม๊า..?"




"ขอโทษด้วยนะจ๊ะอี้... วันนี้ไม่สะดวกให้พีทเล่นด้วย พอดีมีเรื่องต้องคุยกับพีทนิดหน่อย" 'คริส' ผู้เป็นแม่ของพีทเอ่ยบอกหลานชายของตนด้วยน้ำเสียงปกติต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว "กิ๋มขอพาพีทเข้าบ้านก่อนนะจ๊ะ"



“ครับ” เด็กหนุ่มตอบรับก่อนถอยออกมาจากประตูรั้วสองสามก้าวเพื่อให้เจ้าของบ้านได้ปิดประตู อันที่จริงได้ยินแบบนั้นอี้ก็รู้แล้วว่ากิ๋มคริสไม่อยากให้เขามายุ่งกับพีท เพราะปกติไม่เคยทำแบบนี้




************



“พีท! ม๊าบอกแล้วใช่ไหมว่าช่วงนี้อย่าไปยุ่งกับอี้มากนัก พีทไม่เห็นหรอว่าเฮียโดนตำรวจจับไปกี่รอบแล้ว เรื่องชกต่อยกันไม่ใช่เรื่องเท่นะพีท” ทันทีที่ประตูบ้านปิดลง ‘คริส’ ผู้เป็นแม่ของเด็กชายวัยมัธยมต้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเกิดอี้ไปยุ่งกับยาเสพติดแล้วเอาพีทไปยุ่งด้วยอีก เราจะเดือดร้อนกันทั้งตระกูลเลยนะ”



“ม๊า!! ถึงเฮียเขาจะเป็นแบบนั้นแต่เฮียเขาก็ไม่ยุ่งกับยาเสพติดนะ!”




“แล้วรู้ได้ยังไงว่าอี้ไม่ยุ่ง”




“พีท...พีทก็ไม่รู้ พีทรู้แต่ว่าเฮียเขาแค่ปกป้องเพื่อนที่อ่อนแอกว่า!”




ได้ยินแบบนั้นผู้เป็นแม่ก็ยิ่งปวดหัวเข้าไปใหญ่ เธอรู้ดีกว่าลูกชายของเธอกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องสนิทกันมาก จะพูดเข้าข้างกันก็ไม่แปลก ช่วงนี้รายนั้นคบแต่เพื่อนไม่ดี เธอกลัวว่าพีทจะกลายเป็นแบบ
เด็ก

พวกนั้นไปด้วย ให้ทั้งสองอยู่ห่างกันสักพักน่าจะดีกว่า “พีทฟังม๊านะ… ตอนนี้เราต้องปล่อยให้บ้านนั้นเขาจัดการกับพฤติกรรมของอี้ให้เรียบร้อยก่อน แล้วพออี้เลิกเป็นเด็กแบบนั้นเมื่อไหร่ ม๊าจะอนุญาตให้

พีทกลับไปเล่นกับเฮียเขาได้เหมือนเดิม เข้าใจไหม?”




“ม๊า..แต่พีท--”




“เข้า ใจ ไหม ?”



“ครับ” เมื่อผู้เป็นแม่พูดเน้นคำถามแบบนั้น เด็กชายก็ได้แต่ตอบในสิ่งที่แม่อยากได้ยินก่อนเดินขึ้นห้องไป อันที่จริงเขาไปเล่นกับเอิร์นหรือเวกัสก็ได้แต่ก็ไม่สนุกเท่าเล่นกับเฮียอี้




แถมไม่มีใครเท่เท่าเฮียอี้ด้วย




ด้วยความที่บ้านของทั้งสองติดกัน อี้เลยแอบมายืนฟังในสิ่งที่กิ๋มคริสพูดกับลูกชาย เด็กชายวัยมัธยมปลายถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเข้าใจพวกเขาเลยสักนิด ทำไมคนเราจะปกป้องเพื่อนพ้องของตัวเองไม่ได้ ในเมื่อเพื่อนของตัวเองอ่อนแอกว่า




อันที่จริงพีทกับอี้อยู่คนละโรงเรียนกันและโรงเรียนของอี้ก็มีอริอยู่ที่โรงเรียนพีทพอดี เพราะงั้นพีทถึงได้เห็นพี่ชายวิ่งไล่เด็กโรงเรียนตัวเองอยู่ที่หลังโรงเรียนบ่อยๆ เขารู้สึกว่ามันเท่มากๆแต่ก็ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งด้วยเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ถนัดเรื่องชกต่อย




ก็ได้แต่มองว่าสักวันหนึ่งเขาคงแข็งแกร่งเหมือนพี่ชายนั่นล่ะ



*************




เป็นเวลากว่าสามวันแล้วที่พีทไม่ได้เจออี้เลย พีทเลยตัดสินใจเดินออกมานั่งเล่นที่หลังโรงเรียนหลังเลิกเรียนระหว่างรอแม่มารับ เผื่อจะเจอเฮียอี้ผ่านมาแถวนี้บ้าง




และแน่นอนว่าเขาเจอจริงๆ




“เดี๋ยวกูตามไอ้เหี้ยนั่นไปเอง พวกมึงจัดการที่เหลือไป!!”




พีทลุกขึ้นยืนทันทีที่ได้ยินเสียงของพี่ชายลั่นมาแต่ไกล เขาชะเง้อมองหาพี่ชายก่อนจะเห็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายนับสิบคนวิ่งกรูตามจับนักเรียนโรงเรียนของพีท




ผลั่ก!!!




ที่จริงพีทควรจะวิ่งไปหลบในโรงเรียนแต่เขามัวแต่มองหาพี่ชาย เลยไม่ได้ทันระวังตัวว่าตัวเองก็ถูกจับตัวไว้เหมือนกัน ร่างของพีทถูกเด็กจากโรงเรียนฝั่งตรงข้ามเหวี่ยงลงพื้นอย่างแรงก่อนถูกหมัดกระหน่ำเข้าที่หน้าท้องและใบหน้าอย่างแรง




เด็กชายพยายามสู้กลับแต่แรงของเด็กมอต้นก็ไม่สามารถจะไปสู้แรงของคนที่ตัวใหญ่กว่าได้

ตราโรงเรียนที่ปักอยู่ที่กระเป๋าตรงอกถูกกระชากออกจากเสื้อนักเรียนอย่างแรง




เขาพยายามเรียกชื่อพี่ชายแต่เพราะความจุกที่แล่นเข้ามาทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก




ไม่นานเด็กชายก็แน่นิ่งไป




ฝ่ายเด็กมอปลายที่ต่อยเด็กชายไม่ยั้ง หยุดการกระทำนั้นทันทีที่เห็นว่าคู่ต่อสู้ของตัวเองสลบไป

“เฮ้ยไอ้อี้!!”




“อะไรวะ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนของตนที่ตะโกนมาแต่ไกล เขาหัวเสียนิดหน่อยที่ไม่สามารถไล่ตามหัวโจกที่เป็นคู่อริของเขาได้ทัน




ยิ่งเดินเข้าใกล้ร่างที่นอนแน่นิ่งหัวใจของเด็กหนุ่มก็ค่อยๆเต้นแรงขึ้น หยาดเหงื่อเริ่มผุดออกจากขมับมากกว่าเดิม ความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาภายในจิตใจเพราะมองยังไงก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นน้องชายของตัวเองเสียเหลือเกิน




ไม่ใช่หรอก พีทจะมานั่งอยู่ทำไมแถวนี้





"กูว่ากูต่อยคนผิดว่ะ เด็กคนนี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มไอ้พวกนั้นนี่...ใช่ป่ะวะ”




ได้ยินแบบนั้นอี้ก็รีบเดินให้เร็วขึ้นเพื่อมาดูหน้าของเด็กชายที่ว่า และมันเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ




“เฮ้ยพีท!!!” เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งพร้อมประคองร่างของเด็กชายที่หมดสติขึ้นมาในอ้อมแขน ใบหน้าของพีทมีแต่รอยฟกช้ำดำเขียวพร้อมกับเลือดกำเดาที่ไหลออกมาจากจมูกเป็นจำนวนมาก “มึง!! นี่น้องชายกูเอง”




“มึงว่าไงนะ!?”




“นี่น้องชายกูเอง เป็นญาติกัน”




“อ้าวไอ้เหี้ยอี้! ทำไมมึงไม่เคยบอกกูเลยว่ามึงมีน้องอยู่โรงเรียนนี้” คนเป็นเพื่อนตกใจไม่น้อยที่ได้ยินแบบนี้ เพราะนามสกุลไม่เหมือนกันเขาเลยไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร




“ก็กูไม่อยากให้ไอ้พวกที่อยู่โรงเรียนนี้มายุ่งกับน้องกูไง กูเลยไม่พูด”




“เฮ้ย กูขอโทษ...ปกติกูก็ไม่เห็นว่าจะมีเด็กนอกกลุ่มพวกนั้นมาเดินเล่นแถวหลังโรงเรียนนี้เลย เห็นเขาหนีกันหมด กูเลยคิดว่ามันเป็นเด็กใหม่เลยใส่ไม่ยั้ง”




อี้นั่งเงียบ เขารู้สึกแย่ที่น้องชายถูกทำร้ายและคนที่ทำร้ายก็คือเพื่อนในกลุ่มของเขาเอง จะโกรธเพื่อนก็ไม่ได้...นั่นเพื่อนเขาทั้งคน




ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาเอง




“มึง...โอเคไหม กูขอโทษจริงๆ ให้กูรับผิดชอบยังไงก็ได้ กูขอโทษ”




“มึงไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น กลับบ้านไป...เดี๋ยวกูจัดการเอง” พูดจบเด็กหนุ่มก็อุ้มร่างน้องชายมาที่หน้าโรงเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือ อี้รู้สึกแย่กว่าเดิมเมื่อเห็นว่าทุกสายตาจับจ้องเขาเพราะเขาไม่ใช่เด็ก

ในโรงเรียนนี้แถมยังมีรอยฟกช้ำเต็มใบหน้าอีก




“อี้!! ใครทำอะไรพีท??” ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป เสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ทำให้เขากลับสู่ความจริง โชคดีที่ป้าของเขามารับลูกชายของเธอที่โรงเรียนพอดี




“กิ๋มคริสช่วยด้วยครับ พีทโดนต่อยจนสลบไป ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย” อี้ตอบอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวผมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังแต่ตอนนี้พาน้องไปโรงพยาบาลด่วนเลยครับ!!”




****************




เพี๊ยะ!!!




หลังจากที่ฟังเรื่องที่อี้เล่าจนจบ คริสก็ตบหน้าหลานชายอย่างแรงด้วยความโมโห “แล้วถ้าน้องเป็นอะไรหนักไปกว่านี้ขึ้นมา อี้จะรับผิดชอบยังไง!?”




เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามใดๆ เขาได้แต่ก้มหน้ามองพื้นด้วยความรู้สึกผิดก่อนเสมองร่างของน้องชายที่

ยังคงนอนหมดสติอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล




“ไม่ใช่แค่พีทหรอก ลองคิดดูว่าถ้าเป็นคนอื่นโดนลูกหลงจากเราหรือเพื่อนเราแบบนี้ พ่อแม่ของเขาจะเสียใจแค่ไหนที่ลูกของเขาโดนทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องด้วยเลย”




“ถ้าเลิกทำตัวแบบนี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งกับพีทอีก” เธอรู้ว่าหลานชายยังอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ การห้ามไม่ให้ไปต่อยตีกับชาวบ้านอาจเป็นเรื่องยากแต่การห้ามลูกชายตัวเองเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า อีกอย่างอี้ก็ไม่ใช่ลูกชายของเธอแค่ตบหน้าหลานก็ถือว่าพลั้งมือสั่งสอนมากเกินไปแล้ว คงต้องปล่อยให้ครอบครัวของภัสสรจัดการกับลูกชายเอง




“ผมขอโทษครับกิ๋ม ผมสัญญาว่าจากนี้ผมจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก” ไม่อยากจะพูดว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นแต่เรื่องมันก็มีต้นเหตุมาจากเขาอีกนั่นล่ะ ถ้าอี้ไม่มาตามเอาคืนคู่อริของเขาถึงโรงเรียน พีทก็คงไม่โดนลูกหลงไปด้วย




คงถึงเวลาที่เขาต้องหยุดทำตัวแบบนี้จริงๆเสียที




“เรื่องนี้กิ๋มจะไม่บอกม๊าเรานะ รู้กันแค่นี้พอ” เพราะคริสไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่จนกลายเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องเคืองกัน เธอจึงตัดสินใจแบบนั้น




“อือ… ม๊า….”




“พีท” เสียงของผู้เป็นแม่และพี่ชายพูดขึ้นพร้อมกันเมื่อรู้ว่าคนที่หมดสติอยู่ฟื้นแล้ว ทั้งสองรีบเดินเข้าไปหาพีทด้วยความเร่งรีบ




“พีท… ขอโทษนะ ตอนนั้นไม่รู้จริงๆว่าไปนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่งั้นก็ไม่สั่งให้เพื่อนต่อยหรอก” อี้พูดแทรกขึ้นมาก่อน สิ่งที่เขากลัวที่สุดในตอนนี้คือกลัวว่าน้องชายจะไม่อยากยุ่งกับเขาอีก




“พีทก็ผิดเหมือนกันแหละเฮีย จริงๆพีทแค่อยากเจอเฮียเฉยๆ แต่เพราะเฮียชอบไปมีเรื่องกับคนอื่น ม๊าเลยสั่งไม่ให้พีทไปยุ่งกับเฮียจนกว่าเฮียจะหยุดทำแบบนี้ แล้วพีทก็เหงามาก พีทอยากเจอเฮียแต่ถ้าไปเจอกันที่บ้าน ม๊าต้องดุแน่ๆ พีทเลยออกมานั่งรอที่หลังโรงเรียนแทน”




คริสได้แต่ยืนมองลูกชายของเธอเงียบๆ จริงๆมันก็เป็นความผิดของเธอส่วนหนึ่ง แทนที่จะให้ทั้งสองมาเจอกันที่บ้าน อย่างน้อยพฤติกรรมของทั้งคู่ก็ยังอยู่ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่แต่เธอกลับห้ามไม่ให้เจอกันเลย “ที่ม๊าทำไปเพราะม๊าเป็นห่วงพีทนะ ม๊าขอโทษที่ไม่เคยนึกถึงใจพีทเลยว่าจะเหงาแค่ไหน”




ยิ่งเห็นแม่กล่าวขอโทษเด็กชายก็รู้สึกผิดไปกว่าเดิม “ขอโทษนะม๊า พีทแค่คิดถึงเฮียอี้… ม๊าให้พีทกลับไปเล่นกับเฮียอี้อีกได้ไหม?”




ผู้เป็นแม่พยักหน้า “ได้สิจ๊ะ แต่ทั้งสองคนต้องสัญญากับม๊าก่อนว่าจากนี้จะไม่พาตัวเองไปทำเรื่องเจ็บตัวกันแบบนี้อีก"




“สัญญาครับ!!” เด็กชายทั้งสองพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม




"กิ๋มคริส... ผมสัญญาเลยนะว่าจากนี้จะดูแลแล้วก็ปกป้องพีทอย่างถึงที่สุด เพราะพีทก็เป็นน้องของผมเหมือนกัน"




คริสได้ยินคำสัญญาแบบนั้นก็ค่อยโล่งใจ ที่จริงเธอไว้ใจหลานชายในระดับหนึ่งเพราะเด็กคนนี้เป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าปากสัญญาว่าจะไม่พากันไปทำเรื่องเจ็บตัวนั่นก็คงหมายความว่าอี้ก็น่าจะปกป้องลูกชายของเธอได้อีกนาน




พีทได้แต่นึกถึงเรื่องราวในอดีตซึ่งต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง




สัญญาปากเปล่า





สุดท้าย... เฮียก็ปกป้องแต่ครอบครัวของตัวเอง....





End...




***************************************************************************************************

จบไปแล้วกับวันช็อตอี้พีทจริงๆเราอินกับเพลงซ่อนกลิ่นของพี่ปาล์มมี่อยู่ เลยแต่งขึ้นมาให้ใจระบมเล่นๆหวังว่าจะชอบกันนะคะ ถ้ายังไงฝากติชมคอมเมนท์ได้ตามสบายเลยนะคะ ด่าได้แต่อย่าแรงค่ะ เหลือเวลาให้เราสำนึกสักนิดก็ยังดี /ไหว้รอบทิศ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #52 pw_214 (@kana-mk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 01:13
    ระบมใจมากค่ะ😭
    #52
    0
  2. #18 barbiesbabies (@tuazee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 00:33

    ขอภาคต่อค่าาTT
    #18
    0
  3. #15 Cool (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 12:55

    โอ๊ยใจเราไปหมดแล้วฮืออ

    #15
    0
  4. #14 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:56
    จะมีต่อไหมค่ะ อินมากๆเลยแถมยิ่งดูตอนล่าสุดนี้ อกจะแตกตายแล้วค่าาา
    #14
    0
  5. #13 Koko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:19

    รออ่านต่อนะคะ

    #13
    0