FIC [OS/SF] "EXO" (Chanbaek Lubaek Kaihun Krishan Hanhun)

ตอนที่ 21 : /OS/แบคฮยอน CHANBAEK.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 พ.ค. 59









CHANBAEK.


พรึ่บ!!

 

ทันทีที่ขายาวๆของปาร์คชานยอลก้าวเข้ามาในบ้านตัวเอง ไฟทั้งหมดก็ถูกดับมืด ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นเปลวไฟไหวๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ

 

“เซงิลชุกกาฮัมนีดา~  เซงิลชุกกาฮัมนีดา~  ซารางฮานึล ชานยอลอปป้า~  เซงิลชุกกาฮัมนีดา~

 

                มองหน้าเค้กแล้วก็มองหน้าคนถือเค้ก ในสายตาปาร์คชานยอลคนตัวเล็กก็ยังเป็นเด็กน้อยเสมอ  จ้องอยู่นานจนแบคฮยอนยกเค้กที่ยังมีไฟลุกเทียนอยู่ขึ้นบังหน้า เขาหลับตาอธิฐานก่อนถึงเป่าให้เปลวไฟดับ บ้านทั้งบ้านตอนนี้มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟข้างทางส่องเข้ามา

 

“ขอบคุณนะแบคฮยอน”

 

“มีความสุขเยอะๆนะคนแก่ ร่างกายแข็งแรง จะได้มีแรงกอดแบคฮยอนทุกวันน~

 

“แบคไง” ร่างสูงพูดพร้อมกับแย่งเค้กจากมือขาวๆนั่นมาวางลงบนโต๊ะกระจก

 

 

“ห้ะ?”

 

“ความสุขของพี่ก็แบคไง” สายตาหวานเยิ้มถูกส่งให้คนตัวเล็กกว่า มือแกร่งเอื้อมไปรั้งเอวนุ่มนิ่มเข้ามาชิดตัวแทบไม่เหลือช่องว่าง

 

“อะ...อ้อ” เสียงเก้อเขินนั่นมันยิ่งทำให้ร่างสูงใจสั่น

 

“ปีนี้พี่อายุเท่าไหร่?”

 

“33 แบคจำได้ขึ้นใจเลยเราห่างกัน 10 ปี  งือ~”  คนตัวเล็กครางเสียงหลงเมื่อเขาโน้มหน้าลงมาจุ๊บปาก  จมูกร่างสูงเกลี่ยอยู่กับจมูกขาวของแบคฮยอน  จ้องตาเข้าไปในดวงตาเล็กจนทำให้แบคฮยอนเสสายตาหลบ

 

“ฮ่ะๆ”

 

“กินเค้กๆ แบครอพี่ชานยอลตั้งนานเกือบเขมือบเค้กก่อนแล้วเนี่ย” พูดลนๆเพราะกลบเกลือนความเขิลมือขาวดันแผงอกเขาแล้ววิ่งไปเปิดคัทเอาท์  บ้านทั้งบ้านก็สว่าง

 

“เด็กอ้วนไหนบอกจะลดไง”

 

“เดี๋ยวกินเสร็จค่อยลดก็ได้ อ้ามๆ”  เดินมานั่งที่พื้นข้างๆร่างสูง ตักเค้กเข้าปากตัวเองเสร็จก็ป้อนคนข้างๆต่อ

 

“จริง?”

 

“จริง กินเสร็จเดี๋ยวออกกำลังกาย”

 

“สัญญา”

 

“สัญญาครับผม อ้ามมม” ป้อนเค้กเข้าปากร่างสูงอีกคำแล้วก็ตักยัดเข้าปากตัวเองอีกคำ  นิ้วโป้งสากๆยื่นไปเช็ดริมฝีปากบางๆที่เปรอะครีมเค้ก ก่อนจะใช้ลิ้นเลียเอาเค้กที่ติดปลายนิ้วเข้าปาก

 

                วันนี้น้องแบคฮยอนต้องออกกำลังกับพี่ชานยอล น้องแบคฮยอนสัญญากับพี่ชานยอลแล้วครับ

 

 

 

 

                แบคฮยอนส่งเค้กเข้าปากตัวเองอีกคำก่อนจะวางช้อนลงแล้วลูบท้องตัวเอง เค้กหนึ่งปอนด์ในตอนแรก ตอนนี้เหลืออยู่แค่ครึ่งปอนด์  ส่วนอีกครึ่งปอนด์....ก็โดนแบคฮยอนเขมือบไปนั่นแหละ

 

“อิ่มอ่ะ”

 

“ไม่อิ่มก็แปลกแล้วเด็กอ้วน”

 

“ไหนใครอ้วน”

 

“นั่นดิ่ใครอ้วน?” ชานยอลพูดกลั้วขำ สายตาเหล่มองคนตัวเล็กที่ทำแก้มป่องๆอยู่ข้างๆ

 

“ยอมวันนึงละกัน ถือว่าเป็นวันเกิดพี่ชานยอลนะเนี่ย” แบคฮยอนพูดน้ำเสียงร่าเริง คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนถือเค้กแล้วเดินเข้าห้องครัว  ได้ยินเสียงเปิดตู้เย็น ปิดตู้เย็นแล้วก็เสียงเหมือนค้นของอยู่สักพัก คนตัวเล็กก็ออกมา พร้อมกับอะไรสักอย่างที่ซ่อนไว้ด้านหลัง

 

 

“ของขวัญหรอคนดี?”

 

“ใช่ ไม่ต้องลุกนะ นั่งนั่นแหละ” แบคฮยอนพูดเมื่อเห็นเขาจะเดินเข้าไปหา ชานยอลเลยนั่งลงตามเดิม มองคนตัวเล็กที่คลานไปนั่งบนโซฟาข้างหลังเขา 

 

“อะไรอ่ะ?”

 

“หันหน้าไปดีๆพี่ชานยอลอ่า~

 

“โอเคครับโอเค” เขาหันหน้ามองตรงอยู่สักพัก สัมผัสเย็นๆก็อย่บนผิว  ชานยอลหยิบแผ่นหินเย็นที่แปะอยู่ที่ผิวขึ้นมาดู มุมปากยกขึ้นยิ้มกับของขวัญที่ได้

 

“เห็นว่ามีแหวนแล้ว ก็เลยซื้ออันนี้ให้ พี่ชานยอลชอบมั้ย?” หน้าของแบคฮยอนวางลงมาที่บ่ากว้าง เขาหันหน้าไปมองหน้าขาวก่อนจะพยักหน้า

 

“ชอบครับ ว่าแต่ทำไมของพี่ถึงเป็นชื่อแบคฮยอนล่ะ?”

 

“นี่ไง ของแบคฮยอนเป็นชื่อพี่ชานยอล  แบคฮยอนของพี่ชานยอล พี่ชานยอลเป็นของแบคฮยอน...”  พูดจบคนตัวเล็กก็นั่งหลังตรง ก่อนจะเอามือปิดหน้าด้วยความเขิน

 

“อ้อ งี้นี่เอง ปิดหน้าไมอ่ะ คนเขินมันต้องพี่นะแบค แบคครับ แบคค้าบบบ” พูดแซวคนตัวเล็กแล้วยื่นมือไปดึงมือที่ปิดหน้าแดงๆนั่น

 

“อย่าแกล้งดิ่ พี่ชานยอลลล” โวยวายกลบเกลื่อนเมื่อมือแกร่งของเขาเอามือเล็กออก ให้เห็นหน้าชัดๆได้ หน้าขาวแบะปากสักพักก็ยิ้มออกมา เมื่อเห็นเขายิ้ม

 

“น่ารักจังน้อง มีเจ้าของยังเรา?”

 

“อย่ามาจีบเราเลย เจ้าของเราหวง” แบคฮยอนตอบกลับมุขที่เขาเล่นพร้อมกับก้มหน้าลงมาจนหายใจลดกัน ใบหน้าชานยอลที่เงยอยู่ยืดตัวไปจุ๊บแผ่วเบาที่ริมฝีปากสีหวานแล้วก็ผละออกมา

 

“เหมือนคู่รักหมาเลยเนอะ มีปลอกคอด้วย รู้ป่ะหมาเขาแสดงความรักกันยังไง”

 

“ยังไง..อ.” ดวงตาเบิกกว้างเมื่อถูกมือแกร่งกอบกุมใบหน้าให้ก้มลงมามากกว่าเดิม ก่อนที่ลิ้นร้อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็ก ผละออกมาแปปเดียวริมฝีปากหนาก็ประกบลงไปอีกครั้งจูบที่ดูดดื่มเริ่มต้นเมื่อร่างเล็กเผยอปากรับลิ้นร้อนให้เข้ามาลุกรานภายในโพรงปากสองลิ้นแลกกันจนเกิดเสียงจาบจ้วง เขาดูดริมฝีปากเล็กแรงๆอีกครั้งแล้วผละออก ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะช้อนตัวร่างนุ่มนิ่มเดินไปทางบันได

 

“ถึงเวลาแล้วเด็กน้อย”

 

“ห้ะ หา ถึงเวลาอะไร ปล่อยเลยย”

 

“ออกกำลังกาย” ชานยอลพูดขณะที่ค่อยก้าวขาขึ้นบันไดทีละขั้น

 

“ห้ะ?”

 

“แบคบอกกินเค้กเสร็จจะออกกำลังกาย แบคฮยอนสัญญาด้วยนะ”

 

“ไม่ใช่แบบนี้นี่”

 

“ที่พี่พูดคือแบบนี้แหละครับคนดี” ยิ้มโชว์ฟันแล้ววางอีกคนลงบนที่นอนปุ๊บ ร่างเล็กๆนั่นก็พลิกตัวหนีปั๊บ จนเขาต้องนอนทับกอดร่างนิ่มๆ

 

“พี่ชานยอลล”

 

“วันนี้วันเกิดพี่นะคนดี” พูดไปจมูกก็ดมดอมซอกคอขาวริมฝีปากดูดผิวเนื้อขาวจนเป็นรอยจ้ำแดงๆ

 

“อาทิตย์นี่ทำไปแล้ว โอ๊ย พี่ชาน..ย...ยอล ฮ่าๆ พี่ชานยอล  แบค...บ จั๊กจี๊...ฮ่าๆๆ” แบคฮยอนดีดดิ้นเมื่อร่างสูงเปลี่ยนมาจี้เอวเขาแทน 

 

                เล่นกันอยู่สักพักเมื่อแบคฮยอนบอกว่าเหนื่อนชานยอลถึงได้หยุดและรั้งร่างนุ่มนิ่มมากอด แขนแกร่งกระชับกอดแน่นขึ้นแล้วก้มหน้าจูบหน้าผากขาว

 

“ไม่รักไม่ยอมนะเนี่ย”

 

“ดีแล้วที่ยอม แบคชอบให้พี่ชานยอลกอดแบคฮยอนที่สุดเลย”

 

“งั้นไม่ต้องไปแล้วทำงงทำงาน ไปรงไปเรียนกอดกันทั้งชาติแบบนี้แหละ” พูดแล้วก็ประชดด้วยการรัดร่างนุ่มนิ่มแน่น ก่อนจะคลายออก

 

 

 

 

 







 

 

“เฮ้ยๆ ไอ้ชานยอล ไหวมั้ยเนี่ย?” ชานยอลที่ยืนเท้าแขนกับผนังลิฟท์ยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร

 

“แค่กๆ  ไม่เป็นไรๆ” กลืนน้ำลายลงคอ

 

“มึงแน่ใจ?” เฉินมองเพื่อนอีกรอบก่อนจะช่วยลูบหลังให้คนหูกางที่ไอโฮกฮากอีกรอบ

 

 







 

 

 

“พี่ชานยอล..”

 

“หืม?” เขาส่งเสียงตอบรับแบคฮยอนที่เรียกเขา ก่อนจะวางแก้วน้ำอุ่นที่ร่างเล็กเอามาให้เมื่อกี้ลง  หมุนเก้าอี้ แล้วดึงร่างเล็กมานั่งไว้บนตัก

 

“ไปหาหมอเถอะ พี่ชานยอลไอแบบนี้มาสี่วันแล้วนะ แบคเป็นห่วง”

 

“นี่ไงพี่กินยาแล้ว” ไม่พูดเปล่า เขายังหยิบแผงยามาโชว์อีกต่างหาก

 

“ไม่เอาอ่ะ หาหมอๆ พี่ชานยอลล หาหมอออ หาหมอๆ ไม่ไปหาหมอแบคจะกลับไปนอนบ้านอานะ”

 

“โอเค เดี๋ยวเสาร์ไปหาหมอแต่วันศุกร์พี่ต้องเข้าออฟฟิศ วันเสาร์เราไปด้วยกันโอเคมั้ยคนดี?”

 

“โอเค!” ตอบกลับเสียงดีใจแล้วลุกจากตักหนาก้มหน้าหอมแก้มสาก ก่อนจะถือแก้วน้ำอุ่นเข้าห้องครัว

 

 

 

 

“พี่ชานยอล! ทำไมตัวร้อนแบบนี้อ่ะ”

 

“อืม ไข้ขึ้นมั้ง แบค  แบคครับใจเย็นๆ” ร่างสูงที่นอนอยู่บนที่นอนดึงคนรักที่ลนแตะตามตัวเขา

 

“ไม่อ่ะ เห็นมั้ยแบคบอกแล้วให้ไปหาหมอ” น้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาใส ไหลลงเปรอะแก้มเมื่อมือสัมผัสหน้าผากเขาอีกรอบ แบคฮยอนเอื้อมตัวไปคว้ามือถือที่หัวเตียงก่อนจะกดต่อสายถึงคนเป็นอา

 

“อาคริส ฮึก พี่ชานยอลป่วย.....ตัวร้อนจี๋เลย......ไม่ๆ  ต้องพาไปโรงบาลขับรถให้หน่อย” เสียงสั่นพ่นลงปลายสาย ชานยอลทำได้แต่มองแล้วค่อยบีบมือเล็กที่กอบกุมไว้เบาๆ  แม้เขาแทบจะไม่มีแรงเลยก็เถอะ

 

“แค่กๆ คนดีใจเย็นๆ”

 

“ใจเย็นๆอะไรเล่า  ไม่ใจเย็นแล้ว ดูสภาพพี่สิ ไม่เอาแล้วไปโรงบาลนะ”

 

“ครับๆ ไปครับ แค่ก! ไป” เสียงแหบของเขาเหมือนจะยิ่งทำให้คนตัวเล็กร้องไห้กว่าเดิม  

 

 

 

“แบคฮยอน!

 

“อาคริส ฮึก พี่ชานยอล” อาคริสหรืออาของแบคฮยอนเดินเข้ามาดูเข้าก่อนจะแตะหน้าผาก ตาคมนั่นเบิกกว้างเมื่อรับรู้ถึงความร้อนของอุณหภูมิตัวอีกคน

 

“หวัดดี  แค่กๆ ครับอา”

 

“เออๆ  ทำไมถึงได้ไข้ขึ้นแบบนี้แบคฮยอน”

 

“พี่ชานยอลไอแบบนี้มาสี่วันแล้วอา”

 

“ห้ะ?  ไปโรงบาลๆ ลุกไหวมั้ย?” ชานยอลพยักหน้า ก่อนจะพยุงตัวเองลุกแต่ก็ล้มนอนเหมือนเดิม

 

“พี่ชานยอล! ฮือ ทำไมเป็นหนักแบบนี้อ่ะ”

 

“แบคๆ ใจเย็นๆช่วยพยุงชานยอลขึ้นหลังอาก่อน” แบคฮยอนที่ได้รับคำสั่งก็ค่อยๆพยุงดันหลังเขาที่พยายามช่วยพยุงตัวเองเหมือนกันวางพาดหลังอาคริส  อาคริสแบกเขาลงบันไดแล้วรีบเอาเข้ารถที่สตาร์ทไว้ แบคฮยอนที่ขึ้นตามมาวางหัวเขาไว้บนตัก  เสียงสะอึกสะอื้นยังคงดังให้เขาได้ยิน

 

 

 

                ใช้เวลาสิบห้านาทีในการเดินทางมาโรงพยาบาลตอนนี้ชานยอลอยู่ในห้องฉุกเฉินเพราะมีไข้ขึ้นเกินกว่าปกติ อาจเกิดภาวะช๊อค  แบคฮยอนเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องใบหน้าขาวยังเปรอะเปรื้อนน้ำตา ในใจห่วงร่างสูงแทบขาดใจ

 

“แบคฮยอนมานั่งเถอะ”

 

“อา...”

 

“มาๆ มานั่งนี่มานั่งกับอา แบคฮยอน” ได้เสียงปรามอีกครั้งแบคฮยอนถึงยอมเดินไปทรุดตัวนั่งข้างๆแล้วก็โถมกอดเอวคนเป็นอาและปล่อยน้ำตาอีกครั้ง

 

“แบคห่วงพี่ชานยอล”

 

“อาก็ห่วงเหมือนกัน แต่แบคต้องใจเย็นๆ”

 

“อืม” 

 

                เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่แบคฮยอนร้องไห้แล้วเผลอหลับไปจนทำให้คนเป็นอาต้องเรียกบุรุษพยาบาลมาช่วยให้ร่างเล็กนอนราบไปกับแถวเก้าอี้ดีๆโดยมีหมอนที่บุรุษพยาบาลเอามาให้  คริสเด้งตัวลุกขึ้นเมื่อหมอออกมาจากห้องที่เขารอ

 

“เป็นไงบ้างครับ?”

 

“คนไข้ป่วยครับ เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่4”

 

“วะ...ว่าไงนะครับ?”

 

“ใจเย็นๆนะครับ คนไข้เป็นมะเร็งระยะที่4 ตอนนี้เชื้อเกิดขี้นที่ไขกระดูกและกำลังลามขึ้นสมอง” คำตอบที่ได้ทำให้คริสได้แต่อ้าปากค้าง แพทย์บอกรายละเอียดเพิ่มนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ขอตัวไปทำงานต่อ  คริสค่อยๆทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ มือแกร่งบีบเข้าหากันเพราะความเครียดที่มีในสมอง สายตาคมจ้องมองร่างเล็กๆที่นอนหลับตาพริ้มทั้งๆที่ปลายตายังมีคราบน้ำตาเปรอะอยู่ 

 

 

 
















 

“อา  อาครับ? อาคริส”

 

“หือ? อ่า แบคฮยอนตื่นแล้วหรอ”

 

“ครับพึ่งตื่นเมื่อกี้ พี่ชานยอลยังไม่ออกมาหรอครับ?” แบคฮยอนถามเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่จะไหลอีกรอบ คริสเอื้อมมือไปลูบหัวกลมก่อนจะยิ้ม

 

“ออกมาแล้วครับ แต่พี่ชานยอลยังพักอยู่ในห้องฉุกเฉิน แต่ต้องรอให้แปดโมงก่อนถึงจะเข้าเยี่ยมได้”

 

“ทำไมพี่ชานยอลถึงยังอยู่ในห้องไอซียู”

 

“....”

 

“อาคริส”

 

“...”

 

“บอกแบคมา ไม่งั้นแบคจจะเดินไปถามพยาบาลเอง” พูดจบก็เดินไปทางเคาว์เตอร์พยาบาล จนคนเป็นอาต้องคว้าแขนไว้ก่อนจะจับคนงอแงนั่งลงที่เดิม

 

“แบคฮยอนต้องใจเย็นๆ ทำได้มั้ย?”

 

“ได้ ถ้าอาบอกว่าพี่ชานยอลเป็นอะไร แบคจะใจเย็นๆ” คริสสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วจับไหล่เล็กแน่น

 

“ชานยอลเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่สี่ ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย เกิดที่ไขกระดูกและ....กำลังลามไปที่สมอง”

 

“....” แบคฮยอนอ้าพะงาบๆ น้ำตาไหลเป็นสายแต่ไม่มีแม้เสียงสะอื้นสักนิด ดวงตาเล็กดูเหม่อ คริสดึงตัวหลานเข้ามาในอ้อมกอดแบคฮยอนถึงได้รู้สึกตัวและปล่อยเสียงร้องไห้ออกมา  มันดูทรมานมากสำหรับคนเป็นอา

 

“มันมีวิธีรักษาแบค  โรคนี้มีวิธีรักษาอาคุยกับหมอแล้วแบคใจเย็นๆนะ”

 

“หายใช่มั้ย?  พี่ชานยอลหาย  ..ช..  ฮึก  ใช่มั้ย? ”

 

“หายๆ แต่แบคต้องใจเย็นๆก่อนนะ เข้าใจมั้ยแบคต้องรักษาตัวดีๆเป็นกำลังใจให้ชานยอลนะเด็กดี” ร่างเล็กพยักหน้าพยายามเก็บเสียงร้องไห้ของตัวเอง แต่มันก็ดูทรมานมากกว่า คริสกอดร่างในอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกเพื่อปลอบปะโลมหลานตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

                2 วันที่แล้วที่เขาอยู่ที่โรงพยาบาล อาคริสให้ผมออกมานอนห้องเดี่ยวแต่มันก็เหมือนยังอยู่ในห้องไอซียู ยังมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ชานยอลรู้สึกขัดใจเมื่อร่างกายดูอ่อนแรงแถมบางทียังมีอาการปวดตุบๆที่หัว ตอนนี้เขาได้แต่นั่งนิ่งๆเมื่อรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้  มะเร็ง ระยะสุดท้าย ที่มะเร็งกำลังลามจากไขกระดูกเข้าที่สมองของเขา  บ่ายวันนี้เขาต้องได้รับเคมีบำบัด

 

“พี่ชานยอล~” เสียงใสๆเรียกร้อยยิ้มของร่างสูง แบคฮยอนเดินไปนั่งข้างๆเตียงที่ชานยอลนอนอยู่ก่อนจะโน้มหน้ากดจมูกลงแก้มสาก

 

“...”

 

“แหน๊ จะว่าแบคไม่ไปเรียนหรอ แบคฝากดีโอลาอาจารย์แล้วแบคอยากอยู่กับพี่ชานยอล” รอยยิ้มฝืนๆนั่นทำให้เขาเหมือนจะตายจริงๆ เขาไม่สามารถพูดอะไรได้ตอนนี้เมื่อสายออกซิเจนยังสอดอยู่ที่ปาก

 

“ข...ฮืดด ข..” เสียงพูดแผ่วๆของเขาทำให้แบคฮยอนต้องโน้มหน้าเอียงหูเข้ามาฟัง

 

“พี่ชานยอลพูดหรอ? ห้ะ? อะไรนะ?”

 

“ขอ.....ท..โ.. ฮืดด”

 

“ขอโทษ?” ชานยอลกระพริบตาลงว่าสิ่งที่ที่ร่างเล็กพูดคือสิ่งที่เขากำลังจะสื่อ

 

“..”

 

“ขอโทษทำไม? แบคฮยอนเต็มใจอย่าพูดแบบนี้สิ....พี่ชานยอล รู้แล้วหรอ?” กระพริบตาอีกรอบเพื่อยืนยันคำตอบ แบคฮยอนหันหน้าหนีแต่มันก็ยังให้เขาเห็นน้ำตาไหลลงมาที่แก้มขาวชานยอลบีบมือเล็กเบาๆ เรียกให้แบคฮยอนต้องรีบเอามือเช็ดน้ำตาและหันหน้ามายิ้ม

 

“พ...ฮืดด พี่..  ฮืดด”

 

“ไม่ต้องแล้ว พี่ชานยอลหายใจดีๆนะ ค่อยๆ หมอบอกว่ายังไงก็หาย แบคฮยอนก็จะดูแลพี่ชานยอลจนกว่าพี่ชานยอลจะหายเลย”

 

“....” ร่างสูงส่ายหน้าเบาๆ ทำให้ร่างเล็กที่นั่งมองเขาเริ่มแบะปาก

 

“ไม่มีทาง แบคปล่อยพี่ชานยอลอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก ขอร้องล่ะ” ร่างเล็กเริ่มร้องไห้อีกครั้ง จนเขาต้องเอิ้อมมือปาดน้ำตาให้และพยักหน้ารับความต้องการของแบคฮยอน ร่างเล็กถึงได้ยิ้มออกมาบ้าง

 

 

 

 

 

 

                สิบวันแล้วสำหรับการรับยาเคมีบำบัดเพื่อรักษามะเร็งของเขา  ชานยอลไม่รู้สึกดีขึ้นเลยด้วยซ้ำ เขาเหมือนยิ่งอ่อนแรงลงทุกที การหายใจแต่ละรอบดูลำบากสำหรับเขา ชานยอลไม่ได้อยากยอมแพ้ แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ฟังความต้องการของเขา เขาได้ยินสิ่งที่หมอคุยกับพ่อกับแม่ว่ายาเคมีบำบัดเริ่มทำอะไรไม่ได้เมื่อมะเร็งลามถึงสมองแล้ว ความรู้สึกปวดหัวหนักขึ้นเรื่อยๆจนต้องพึ่งยาอีกตัว เขาไม่ค่อยได้มองใบหน้าขาวๆของแบคฮยอนเท่าไหร่เพราะยาที่ได้รับมักทำให้เขาหลับเสมอ  แต่เมื่อไหร่ที่เห็นแบคฮยอนใจของชานยอลก็แทบขาดเมื่อร่างกายเล็กๆนั่นดูซูบผอม ตาบวมๆและล้านั่นดูก็รู้ว่าแบคฮยอนร้องไห้เพราะเขา และนอนไม่หลับเพราะเขา  ชานยอลเคยรู้สึกตัวมาตอนกลางดึกคืนนึงเขาได้ยินเสียงร้องไห้ของแบคฮยอนดังมาจากห้องน้ำ อยากจะลุกเข้าไปปลอบปะโลมแต่ก็ทำไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่

 

“หลับอีกแล้วหรอ?”

 

“...” เขาค่อยๆปรือตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหู แบคฮยอนยิ้มกว้างเมื่อเขาลืมตามอง

 

                ภาพแบคฮยอนตอนนี้มันดูเบลอยังไงก็ไม่รู้

 

“คิดถึงจัง”

 

“ฮืดด” เขาอยากตอบกลับแบคฮยอนว่าคิดถึงแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อท่ออ๊อกซิเจนยังอยู่คาปาก

 

“คิดถึงแบคเหมือนกันล่ะสิ ลองพี่ชานยอลไม่คิดถึงแบคดูสิ แบคฮยอนจะร้องไห้ตรงนี้เลย” ร่างเล็กพูดเสียงแหบๆ ชานยอลพยายามจะขยับมือเพื่อจะจับมือเล็กๆนั่น แต่ด้วยความอ่อนแรงเลยทำได้แค่ขยับนิ้วจนแบคฮยอนเห็นและยื่นมือมากุมแทน นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับนิ้วของเขา  รอยยิ้มบางๆทำให้ชานยอลรู้สึกอยากจะขอโทษร่างเล็กๆนั่นหลายๆรอบ  สายตาเขามองไปที่เนินอก สร้อยหินขาวแขวนอยู่บนคอแบคฮยอนสองเส้น

 

“..ฮืดด.”

 

“อะไรครับ อันนี้หรอ?” แบคฮยอนยกแผ่นหินขาวขึ้นมา ชานยอลกระพริบตาตอบ

 

“..พ..ขอ..”

 

“ห้ะ? จะเอาหรอ?”

 

“...”

 

“อันไหน อันนี้?” ชานยอลกระพริบตาอีกครั้ง แบคฮยอนเลยถอดเส้นที่เป็นของเขาออก มือหนาแบออกให้แบคฮยอนวางสร้อยเส้นนั้นลงบนมือซ้ายที่กุมอยู่

 

“ไง แบคฮยอน”

 

“อ้าว พี่เฉิน” แขกผู้มาใหม่เรียกสายตาเขาหันไปมอง ชานยอลกระพริบตาให้เพื่อน เฉินเดินมาอยู่เตียงแล้วตบไหล่ทักทายเขาเบาๆ

 

“ไงมึงง  มึงไม่อยู่กูเหนื่อยมากเลยเนี่ยย  เมื่อวานบอสเขามาหามึงนะ แต่มึงหลับอ่ะ อดเจอเลยย” เฉินพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงร่าเริงแต่แววตานั้นกลับเศร้า

 

“งั้นแบคออกไปดูแม่พี่ชานยอลนะ เดี๋ยวมาๆ” ชานยอลกระพริบรับรู้แล้วร่างเล็กก็เดินออกไป เพื่อนหน้าจีนก็เดินมานั่งแทนที่

 

“มึงต้องเข้มแข็งนะชานยอล”

 

“..ฮืดด..”

 

“อะไรมึง จะเอาอะไร?” เฉินขมวดคิ้วเมื่อเขาสื่อถึงบางอย่าง ชานยอลเหลือบมองโทรศัพย์มือถือที่เพื่อนถืออยู่ในมือเพื่อให้เฉินมองตาม

 

“...”

 

“หือ? ไอ้นี่หรอ มือถือกู?” เขากระพริบตา  เฉินทำหน้างงๆนิดหน่อยแต่ก็ยอมปลดล๊อคหน้าจอและวางลงพื้นเตียงใกล้ๆมือเขา  ชานยอลพยายามเลื่อนกดเข้าแอพพลิเคชั่นข้อความและกดพิมพ์

 

 กูรู้ตัวเองดี

 

“เฮ้ย รู้อะไรไม่ได้เว้ย มึงต้องนึกถึงแม่ นึกถึงแบคฮยอน”

 

 ขอโทษแบคฮยอน พี่รักแบคมากนะ...

 

                ชานยอลกดพิมพ์สักพักก็หยุดเพราะความเหนื่อยโดยมีเฉินคอยอ่านทวนให้ฟัง อยู่สักพักก็กระพริบตาบอกให้อีกคนรู้ว่าเสร็จแล้ว เฉินพยักหน้าหน่อยๆ แล้วพยายามเช็ดน้ำตาที่จะไหลออกมาเพราะไม่อยากให้แบคฮยอนสงสัยถ้าเห็นเขาในสภาพนี้   เฉินรู้ว่าตอนนี้ชานยอลเป็นยังไง

 

 

 

                ร่างกายเขาดูจะรับความทรมานนี้ไม่ไหวแล้ว

 

 

 

                ล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 12  ที่พี่ชานยอลอยู่ในโรงบาล ยอมรับว่าแบคฮยอนไม่ชอบโรงบาลเลย แต่ถ้าทำให้พี่ชานยอลหายให้อยู่อีกกี่เดิอนแบคฮยอนก็อยู่ได้ ขอแค่พี่ชานยอลหาย  ร่างเล็กเดินเข้าลิฟท์กดชั้นแปดที่เป็นจุดหมายปลายทาง เขาลงมาซื้อกาแฟให้อาคริสกับคุณแม่พี่ชานยอล  เมื่อเสียงเตือนบอกว่าถึงชั้นที่ต้องการ ประตูลิฟท์ก็ค่อยๆเปิดออก ภาพที่แบคฮยอนเห็นแทบทำให้แก้วกาแฟที่อยู่ในมือร่วงลงพื้น หมอกับพยาบาลกำลังวิ่งห้องคนไข้สักคน นั่นแสดงว่าต้องมีเรื่องดี หรือก็ไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ  เขาได้แต่ภาวนาให้ห้องนั้นไม่ใช่ห้องของพี่ชานยอล

 

                                ใช่  มันต้องไม่ใช่!

 

                ขาเล็กออกวิ่งทันทีเมื่อห้องที่หมอวิ่งเข้าไปคือห้องของคนรัก  แบคฮยอนวิ่งเข้าห้องมาก็ต้องยืนอึ้งเมื่อแพทย์พยายามปั๊มหัวใจของร่างสูง เขาวางแก้วกาแฟที่โต๊ะก่อนจะวิ่งเข้าไปหาร่างที่อยู่บนเตียง

 

“พี่ชานยอลพี่ชานยอลตื่นขึ้นมาพี่ชานยอล!

 

“แบค แบค หยุดก่อน” คริสรีบรุดไปดึงตัวหลานออกมาเมื่อเห็นว่าแบคฮยอนเริ่มควบคุมสติไม่ได้

 

“อา ฮืออ อา พี่ชานยอลฮืออ” เสียงร้องไห้เหมือนจะขาดใจทำให้คริสน้ำตาไหลตาม ตาคมมองไปที่คนรักของหลานตัวเองที่ตอนนี้สงบแน่นิ่งไม่มีท่าทีจะกลับมา  สักพักหมอก็หยุดการปั๊มหัวใจ พยาบาลโค้งให้กลับทุกคนในห้องแล้วเริ่มถอดอุปกรณ์ออกจาร่างกายชานยอล

 

“ผมขอโทษจริงๆครับ” คนเป็นหมอกล่าวคำนี้แล้วโค้งหัวแทบชิดเข่า  นั่นเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายก่อนจะทำให้แบคฮยอนกรีดร้อง

 

“พี่ชานยอลลลล กลับมา! พี่ชานยอล ฮืออ กลับมาเดี๋ยวนี้  กลับมาฮึก พี่...พี่ชานยอลกลับมาหาแบคเดี๋ยวนี้!

 

“แบคฮยอน  แบคฟังอาก่อน”  คริสต้องกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนเพื่อที่จะไม่ให้หลานตัวเองพุ่งเข้าทำลายการทำงานของพยาบาล  เมื่อทุกอย่างถูกถอดออก คริสเลยปล่อยตัวร่างเล็กให้เป็นอิสระ  แบคฮยอนรีบรุดเข้าไปที่ร่างที่ไม่มีแม้แต่การขยับเขยื้อน  ร่างเล็กตบแก้มใบหน้าซีดเซียว

 

“พี่ชานยอลลล ขอร้องเถอะ กลับมา แบคขออีกวันเดียว กลับมาก่อน ฮึก พี่ชานยอลขอ ... ร้อง ฮืออ” ร้องไห้โฮพร้อมกับกอดร่างนั่นในอ้อมแขน มันเป็นภาพที่สะเทือนใจในสายตาของคริส และผู้เป็นแม่ชานยอล

 

“มีเพียงหิมะโปรยปรายลงมาไปตามสายลม
ที่ช่วยค่อยรักษาความช้ำในใจในวันนี้
ภาพที่ฉายสะท้อนเกิดขึ้นเร็วเกินไป ราวกับมันพึ่งเกิดเมื่อวาน 
แม้ความฝันที่มันสดใสเลือนรางสูญเปล่า

 

เธอยังจำในตอนที่เราพบกันจำครั้งแรกได้ไหม
และตัวฉันไม่สามารถลบมันไป ออกจากใจได้เลย

 

One day ขอเพียงแค่นั้น เพียงแค่นั้นที่ฉันจะขอเธอ 
แม้ว่าฉันจะสื่อมันออกไปไม่ได้ แต่เธอคือทุกๆอย่าง 
One day ภาพที่ฉันวาดไว้ มันได้หายไปไหนตอนนี้ 
ความรักของเรา ความรักเรา ยังคงไม่จางหายไป

 

 

 

                แบคฮยอนที่นั่งรออยู่ตรงที่พักรับแขกยังมองเหม่อพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเรื่อยๆ  ระหว่างรอศพของร่างสูงเพื่อจะไปทำพิธี  เฉินยืนมองอยู่สักพักก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งข้างๆ

 

“พี่ขอโทษที่ไม่บอก พี่รู้มาสักพักแล้วว่าชานยอลมันไม่ไหว พี่  พี่ขอโทษ”

 

“ช่างมันเถอะครับ พี่ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดหรอกผมรู้ เพราะผมก็รู้พี่ชานยอลไม่ไหวแต่ผมก็ยังหวัง ผมคอยบอกกับพระเจ้าตลอดว่าผมขออีกวันเดียวที่ให้ได้อยู่กับพี่ชานยอล แต่ก็นั่นแหละผมขอทุกวันจนพระเจ้าให้พรนั้นกับผมไม่ได้แล้ว”  แบคฮยอนพูดพร้อมกับยิ้มหยันให้ตัวเอง  เฉินมองใบหน้าขาวซีดนั่นด้วยความสงสาร 

 

“ไอ้ชานยอลมันพิมพ์ไว้ให้เรา” เฉินยื่นมือถือที่มีข้อความยาวให้ร่างเล็ก

 

                 ขอโทษแบคฮยอน พี่รักแบคมากนะ... แบคต้องรักษาตัวเองดีๆ พี่แค่อยากขอ ถ้าแบคเจอใครที่สามารถดูแลแบคได้ แบคอย่ามั่วมานึกถึงความหลัง นึกถึงพี่ แบคต้องรักคนที่เขาดูแลแบคนะครับ รู้มั้ยคนดี ห้ามดื้อนะ หยุดร้องไห้ได้แล้ว พี่ชานยอลรักน้องแบคฮยอนที่สุดเลย

 

                น้ำตาไหลอาบแก้มอีกรอบที่อ่านข้อความในมือถือ รอยยิ้มบางๆโผล่ออกมาเมื่ออ่านถึงคำว่ารักที่พี่ชานยอลพิมพ์  แต่ในใจมันก็เจ็บ  บอกให้ลืม  พี่ชานยอลคิดว่ามันง่ายมากสินะเนี่ย

 

 

 

 

 

                ภายในสุสานที่ร้างผู้คนตอนนี้มีแต่แบคฮยอนที่ยังนั่งอยู่หน้าแผ่นหินหนาที่มีชื่อคนที่เขารักสลักอยู่ ข้างๆมีสร้อยแผ่นหินที่สลักว่าแบคฮยอนกับแหวนเงินที่สลักตัวซีกับบีห้อยอยู่ คริสให้ช่างมาทำตะขอเพื่อแขวนสร้อยนี้แบบล็อคมันไว้เพื่อที่จะได้ไม่ปลิวหาย 

 

“พี่ชานยอลใจร้ายเหมือนเดิมจริงๆ บอกมาได้ยังไงให้แบคฮยอนลืมสิ่งเคยเกิดระหว่างเรา ถ้าให้ลืมก็เหมือนชีวิตเกือบครึ่งชีวิตของแบคเลยนะ”

 

“บอกให้แบคไปรักคนอื่นหรอ?  ทั้งชีวิตที่เกิดมาแบคมีใครบ้าง มีแค่อากับพี่ชานยอล จะให้แบคฮยอนไปรักใครอีก  แต่ไม่ต้องห่วงหรอก  แบคฮยอนดูแลตัวเองได้  แบคฮยอนจะกินเยอะให้ตัวอ้วนพุงพลุ้ยเลย”

 

“...”

 

                ร่างเล็กปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม มือสวยลูบไปที่ต้นหญ้าที่มีร่างของคนรักอยู่ข้างใต้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อให้ตัวเองหยุดร้องไห้

 

“รอแบคนะพี่ชานยอล ห้ามหนีแบคไปก่อนนะ”  พูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้เขียนลงบนหญ้าถึงแม้มันจะไม่เห็นแต่แบคฮยอนก็คิดว่าพี่ชานยอลจะรับรู้มัน

 

                น้องแบคฮยอนรักพี่ชานยอลที่สุด.

 

 

ไหนๆพูดก่อนรักแบคมั้ย

 

ไม่บอกหรอกเด็กอ้วน

 

ไม่ต้องเลย หึงที่แบคไปเดินกับเทาๆใช่มั้ย? บอกมาๆ

 

รู้แล้วยังจะทำ

 

คิคิ หึงจริงๆด้วย พี่ชานยอลรักแบคฮยอนใช่ม้าาา

 

ใช่! พี่รักแบคมากห้ามไปเดินกับใครอีกนะคนดีรู้มั้ย

 

รับทราบ แบคก็รักพี่ชานยอล~~’

 

 

น้ำเสียงขอเธอที่ลองลอยมากับสายลม
ยังได้ยินตราตรึงทุกครั้งราวกับในความฝัน 
และตอนนี้ฉันรู้ ตัวดี ว่ากำลังจมลงไป 
เศษเสี้ยวของความหวั่นไหวพวกนั้นในใจฉัน

 

หากว่าตัวฉันนั้นไม่ลบเลื่อนไปก็ไปข้างหน้าไม่ได้ 
การจากลาคงเป็นหนทางที่ดีสุด ไปสู่วันพรุ่งนี้

 

** One day ขอเพียงแค่นั้น เพียงแค่นั้นที่ฉันจะขอเธอ 
แม้ว่าฉันจะสื่อมันออกไปไม่ได้ แต่เธอคือทุกๆอย่าง 
One day จะโอบกอดความรัก ให้มันเหมือน ให้ในวันนั้น
ความรักของเรา ความรักเรา ยังคงไม่จางหายไป

 

ถอนลมหายใจทามกลาง หิมะที่เยือกและเย็น
ปล่อยให้มันรินและไหลน้ำตา รินลงมาช้าๆ
ความช้ำที่ฉันนั้นได้เรียนรู้ ตอนนี้ไม่มีทางเป็นอย่างนั้น 
ทำไม เธอถึงไม่อยู่ ตรงนี้ข้างๆฉัน

 






มันเป็นเรื่องต่ออย่างที่ทุกคนคิด
เขาผิดไปแล้ว  แต่ฟิลมันมาแบบมากๆ
นี่เราก็เสียใจ แต่งให้เขารักกันอยู่ดีๆไหงจบแบบนี้ล่ะ!!
ในเรื่องของมะเร็ง เราสุดความสามารถในการค้นคว้าแล้วค่ะ
ผิดยังไง ไม่เหมือนยังไง ขอโทษนะคะ 555
เพลงที่อยู่ในบทความ คือ ONE Day - BEAST JP Ver.
เพราะจริงๆอ่านไปด้วยฟังเพลงไปด้วยจะได้ฟิลมาก


 รักคนอ่าน รักคนเม้น รักคนเฟบ รักคนกดเข้ามาดู

 ฝากด้วยนะตะเองง
 ขอบคุณค้าบบบ

 25580810  @00:33

แก้คำผิด 25580914  @00:03

by หน้านิ่ง











O W E N TM.ธีมสวยๆขอบคุณค้าบบ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #125 CHANNii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 19:43
    ทำไมทำแบบนี้อ่ะ ฮืออออออออออ น้องน่ารักมากเมื่ออยู่กับพี่ชานยอลอ่ะ
    #125
    0
  2. #97 Ann ll nnA (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 21:45
    ไรต์เหตุใดจึงทำกับเราแบบนี้ ฮือออออออ
    #97
    0
  3. #96 Lecto_B (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 17:30
    จะฆ่าไรท์ ตอนที่แล้วนี่โคตรหวาน ตอนนี้เหมือนหักหน้ากันแรงๆ เศร้าไปอิก!
    #96
    0
  4. #95 gonjung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 03:40
    ลทำไมตอนจบมันเศร้าแบบเน้อ่ะ ตอนที่แล้วยังหวานแหวกันิยู่เลยอ่ะฮือออออออออ
    #95
    0
  5. #93 Boody_Marry (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 08:21
    หื่นได้ใจจริงๆ
    #93
    0
  6. #92 Mkrd.Milky (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 06:11
    เศร้ามาก TT
    #92
    0