FIC [OS/SF] "EXO" (Chanbaek Lubaek Kaihun Krishan Hanhun)

ตอนที่ 19 : /OS/ Memory KRISHAN.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ส.ค. 58












KRISHAN.


“ไม่ไปจริงหรอ?”

 

“ลางานมาชั่วโมงหนึ่งเพื่อมาส่ง ยังจะชวนไปอีกหรอ”

 

“เผื่ออี้ฟานเซอร์ไพร์เราไง แบบแตแด๊!

 

“.....”

 

“ไม่มีหรอ?”

 

“ไม่มีครับ เดินทางดีๆนะ ถึงแล้วโทรหาด้วยนะครับ”

 

“ก็ได้ เดี๋ยวเราจะเที่ยวคนเดียวให้ลืมอี้ฟานเลย   ไปนะ”

 

“ทำให้ได้ล่ะ”

 

 

 

 

 

        นั่นเป็นบทสนทนาสุดท้ายที่เขาได้คุยกับลู่หานก่อนที่คนรักของเขา  ก่อนจะได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่ารถทัวร์ที่ลู่หานนั่งไป คังวอนโด พลิกคว่ำ.......

 

        และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งมองหน้าหวานใสของร่างบางที่อยู่บนเตียง โดยยังมีเครื่องหายใจช่วยประทังร่างกายที่อ่อนแอจนแทบหายใจเองไม่ได้  อี้ฟานพยายามหลายครั้งที่ไม่ร้องไห้ออกมา แต่เขาก็ทำไม่ได้ เมื่อไหร่ที่มือสากแตะลงบนแก้มใส เมื่อไหร่ที่เขาเอ่ยปากบอกให้ลุ่หานตื่นขึ้นมาสักที น้ำใสก็จะเอ่อคลอบนดวงตาของเขา

 

               ...... 4 วัน  เต็มๆ

 

        ที่เขามานั่งเฝ้าลู่หานที่รพ. ไม่น่าเลย   เขาไม่น่าปล่อยลู่หานให้ไปคนเดียว  แพลนแรกที่มาเกาหลีเพราะถูกเรียกตัวด่วนเพื่อมาทำงานที่นี่  และลู่หานก็ขอมาด้วย พร้อมบอกว่าจะแบ๊คแพ๊คเที่ยวคังวอนโด

 

 

 

 

 

  “อี้ฟาน..” เปลือกตาหนาเบิกโพลงเมื่อได้รับสัมผัสแตะที่ตัว

 

  "ลู่หาน!” โพล่งออกมาพร้อมกับหันหน้าเขาหาคนหน้าหวานที่ยังนอนนิ่ง พน้อมกับใจที่ตกวูบ

 

  “ม๊าเอง  ม๊าว่าอี้ฟานไปอาบน้ำหน่อยมั้ย  เอาเสื้อผ้ามาให้แล้วล่ะ แล้วกินข้าวด้วย”

 

  “ขอบคุณครับ” เขาเผยยิ้มเล็กน้อยให้กับมารดาของคนรักที่บินมาเกาหลีตั้งแต่รู้เรื่อง ลุกขึ้นสละที่ข้างเตียงให้ และเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่ว่างอยู่หน้ากระจกเข้าอาบน้ำ

 

 

 

 

        กินข้าวไปก็นั่งมองคนหน้าหวานที่ยังหลับตาพริ้ม ตักเข้าปากไปสองสามคำก็พาลอิ่ม เมื่อคิดว่าคนรักเขาจะหิวข้าวหรือเปล่า?

 

  “อะไร ม๊าเห็นเรากินไปไม่กี่คำเองนะ” ผู้หญิงมีอายุพูดขึ้นเมื่อเห็นเข้าเริ่มเก็บกล่องข้าว

 

  “ผม....กินไม่ลง”

 

  “เฮ้อ  ม๊าจะลงไปซื้อของที่มาร์ทอี้ฟานอยากได้อะไรมั้ย?”

 

  “กาแฟก็ได้ครับ”

 

  “โอเคลูก”


        เปิดประตูให้แม่ของลู่หานก่อนจะปิดมันและเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม  ยิ้มส่งให้คนหลับตาพร้อมกับกดจมูกตัวเองลงไปฝังแก้มนิ่มๆที่ดูซีด

 

  “ลู่หานคนสวย”

 

  “ที่จริง ถ้าอี้ฟานพูดแบบนี้ลุ่หานจะลุกขึ้นมาถีบอี้ฟานนะ”

 

  “ตื่นสักทีสิ”

 

  “ไม่ได้ยินเสียงลู่หานตั้งสี่วัน คิดถึงจังเลย”

 

  “ลู่หาน” มือหนาค่อยๆกอบกุมมือเล็ก บีบๆปล่อยๆ พลางมองหน้าหวานไปด้วย ก่อนที่คิ้วบนใบหน้าจะขมวดเมื่อรับรู้ถึงแรงบีบกลับแม้จะเพียงแค่น้อยนิดก็ตาม  อี้ฟานผินหน้ากลับมามองที่มือเล็กที่มีความขยับบีบมือเขากลับก็หันหน้ากลับมาที่ใบหน้าหวาน

 

  “ลู่หาน”

 

  “...”

 

  “ลู่หานครับ?”

 

  “...”

 

  “เรียกหมอด้วยครับ” พูดใส่ไมคืฉุกเฉินเสร็จก็ส่งเสียงเรียกลู่หานอีกครั้ง เพียงไม่นานหมอก็เดินเข้ามาในห้องเขาต้องอยู่ห่างๆเพื่อให้หมอได้ทำหน้าที่ได้ถนัด

 

  “อี้ฟาน!  ลู่หานเป็นอะไร?”

 

  “ไม่เป็นอะไรครับม๊า ลู่หานจะฟื้นแล้วครับ” หันไปพูดกับหญิงสาวที่เปิดประตุเข้ามาในห้อง พอได้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้ำตาก็รื้นเอ่อคลอดวงตา จนอี้ฟานต้องยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

 

 

 

 

 

 

 







        ลู่หานถอดออกซิเจนแล้ว ร่างกายคอนนี้ตอบสนองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ยังอ่อนเพลียจนยังไม่ฟื้นขึ้นมาอยู่ดี  เข้าคืนที่ห้าแล้วสำหรับการหลับใหลของคนหน้าหวาน อี้ฟานแค่อยากให้ลู่หานตื่นขึ้นมา ลืมตาขึ้นมาเห็นแสงสว่าง และตื่นขึ้นมาเพื่อที่เขาจะได้มองแสงสว่างได้เต็มตาสักที

 

 

  “ลู่หาน!



        อี้ฟานรีบรุดเข้ามาหาร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเตียงสายตาดูงงก่อนจะเบิกตาโตเมื่อถูกดึงเข้าไปกอดโดยร่างสูง ความคิดถึงมีมากทำให้อี้ฟานรัดอ้อมแขนแน่นไปจนทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดต้องดิ้นเพื่อที่จะออกจากการเกาะกุม

 

  “ปล่อย...”

 

  “เอ่อ ขอโทษที” อี้ฟานผละออกและหย่อนตัวนั่งบนเตียงตรงข้ามกับคนหน้าหวานที่ทำหน้ายุ่งๆ คงเป็นเพราะเมื่อกี้  ใบหน้าแบบนั้นทำให้เขายิ้ม  มือเล้กเอื้อมมาแตะบนหน้าเขานิ้วโป้งปาดใต้ดวงตาบนโครงหน้าหล่อ

 

  “ร้องไห้ทำไม”

 

  “ดีใจที่เห็นลู่หานฟื้นครับ”

 

  “ลู่หาน?”

 

   “...” ใจที่เต้นระส่ำเพราะเห็นร่างเล็กฟื้นเริ่มเต้นแผ่วเมื่อเห็นสายตางุนงงพร้อมกับเสียงหวานที่เอ่ยทวนชื่อตัวเอง

 

  “เราคือลู่หานหรอ?”

 

  “....” เมื่อใจหยุดเต้น  นี่มันอะไรกัน

 

  “คุณ?”

 

  “จำอี้ฟานได้มั้ย?”

 

  “ห้ะ?”

 

  “จำอี้ฟานได้มั้ย?”

 

  “ชื่อคุณหรอ?”

 

  “จำอี้ฟานได้มั้ยลู่หาน” ใบหน้าร่างเล็กส่ายช้าๆ มันเหมือนมีดที่กรีดลงใจของเขา

 

  “เรา?  เราจำอะไรไม่ได้หรอ?”

 

  "...”

 

  “คุณ”

 

  “.....”  อี้ฟานยังคงนิ่มเขามองเข้าไปในดวงตาใสของร่างเล็กมันว่างเปล่า มีแต่ความสับสนเต็มไปหมดในดวงตานั้น เขาไม่อยากจะเอ่ยปากพูดด้วยซ้ำ เพราะถ้าเอ่ยคำพูดอีกคำเดียวเขาต้องร้องไห้แน่ๆ

 

  “ปวดหัว” เสียงสั่นๆนั่นเรียกสติอี้ฟาน เขาลุกขึ้นก่อนจะประคองให้ร่างเล้กนองลงบนหมอนเหมือนเดิม

 

  “ผมจะไปเรียกหมอ ไม่ต้องคิดแล้ว เดี๋ยวมานะ”

 

   

 

 

        เดินออกมาจากห้องแบบคนไร้วิญญาณ ตอนนี้อี้ฟานก็ยังไม่อยากเชื่อว่าความทรงจำของลู่หานหายไป เดินมาถึงเคาวเตอร์ก็บอกกับพยาบาลว่าลู่หานฟื้น พยาบาลตอบรับและบอกให้เขากลับมารอที่ห้อง มือหนาที่จับอยู่ที่ลูกบิดมันแทบไม่มีแรงด้วยซ้ำ

 

  “อี้ฟานฟื้นแล้วจริงหรอ? อี้ฟาน? จริงๆใช่มั้ย?” อี้ฟานหันหน้าไปหาแม่ของลู่หานที่เดินมาพร้อมกับหมอ เขายิ้มพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะบิดลูกบิดประตูเปิดให้หญิงมีอายุเดินเข้าไป

 

  “ลู่หาน....”

 

  “...”

 

 “ลู่หานของมาม๊า”

 

  “มาม๊า?”

 

  “ใช่ มาม๊าไงลูก”

 

  “มาม๊าของเราหรอ?”

 

  “ลู่...หาน?” อี้ฟานที่ยืนมองเหตุการณ์ได้แต่กัดปาก

 

  “ผมขอตรวจก่อนนะครับ” หมอเดินเข้าไปขัดทำให้หญิงมีอายุผละออกมาหาเขา น้ำตาไหลเป็นสายพร้อมกับเสียงสั่นที่เอ่ยถามเขา

 

  “นี่มันอะไรกันอี้ฟาน”

 

  “....”

 

  “ทำไมล่ะ?”

 

 “...”

 

  “ผมต้องพาคุณลุ่หานเข้าเครื่องสแกนสมองนะครับ แล้วก็เอ็กซเรย์ร่างกายเพิ่ม ยังไงเชิญรอผมที่ห้องทำงานเลยนะครับเดี๋ยวคุณพยาบาลท่านนี้จะพาไป”  อี้ฟานก้มหัวตอบรับ

 

  “ม๊าจะไปกับผมมั้ยครับ” แม่ลู่หานพยักหน้าแล้วเดินตามพยาบาลที่เดินนำหน้าไปไม่ไกล

 

 

 






        เวลาครึ่งชั่วโมงสำหรับการรอคอย หมอเดินเข้ามาพร้อมฉายภาพฟิลม์  สมองของอี้ฟานเบลอไปหมดหลังจากได้ยินคำว่าความจำเสื่อม  ดีใจที่ลู่หานร่างกายแข็งแรงดี แต่เสียใจที่ความทรงจำของลู่หานหายไปเช่นเดียวกัน  ออกมาจากห้องหมอแม่ของลู่หานก็ทรุดตัวลงจนเขาแทบประคองไม่ทัน  อี้ฟานทำได้แค่เก็บน้ำตาของตัวเองเข้าไป และกอดปลอบแม่ของคนรัก

 

 

 

 

 

 

 








     เช้าวันที่สองของการฟื้นของลู่หาน ถึงจะจำอะไรไม่ได้แต่ลู่หานของไม่ต่อต้านกับการป้อนความทรงจำ  ลู่หานยอมเรียกมาม๊า  นั่นทำให้หญิงมีอายุยิ้มได้

 

  “อี้ฟาน ม๊าจะพาลู่หานกลับจีน หมอบอกว่าต้องให้ยานอนหลับเพื่อที่ลู่หานจะได้ไม่ต้องรับแรงกดอากาศมากนัก”

 

  “ครับม๊า ผมยังต้องทำงานอยู่ที่นี่ก่อน”

 

  “เข้มแข็งนะอี้ฟาน”

 

  “ม๊าด้วยนะครับ” ยิ้มให้ผู้หญิงตรงหน้าเพื่อย้ำความมั่นใจว่าเขาไม่เป็นอะไร ทั้งที่จริงๆเขาแทบจะหลับตาไม่ลง

 

 

 

 

 

 

 

  “อี้ฟานกลับด้วยกันหรอ?” คนหน้าหวานั่งหอยขามองตาแป๋วมาหาเขา

 

  “ผมต้องทำงานที่นี่น่ะ”

 

  “อี้ฟาน”

 

  “ครับ?”

 

  “เรากับอี้ฟานเป็นเพื่อนกันใช่มั้ย? เป็นเพื่อนกันนานรึยัง?”

 

  “...”

 

  “..?”

 

  “ผม..”

 

   “ลู่หาน ไปกันเถอะลูก” รถเข็นที่ถูกเข็นเข้าเรียกความสนใจให้ร่างเล็กหันไปหา ยิ้มส่งให้ผู้เป็นแม่และเดินไปนั่งบนวิลแชร์โดยมี่เขาเป็นประคอง

 

 

 

   “เดินทางดีๆนะครับม๊า”

 

  “จ้ะ ถึงแล้วเดี๋ยวม๊าจะติดต่อมานะ”

 

  “ครับ  กลับดีนะลู่หาน” ยิ้มน้อยที่สุดแสนจะฝืนให้ร่างเล็ก

 

  “เราจะกลับดีๆ อี้ฟานดูแลตัวเองดีๆนะ” ปากเล็กที่แย้มยิ้มของลู่หาน  มันยิ่งทำให้ความคิดถึงของอี้ฟานมากเพิ่มขึ้น และนั่นก็ทำให้เขายิ่งเจ็บมากขึ้น

 

        ขายาวก้าวขึ้นรถพร้อมกับความอดทนที่เก็บมา  น้ำตาไหลเปรอะโครงหน้าหล่อ  อี้ฟานพิงหัวลงกับพวงมาลัยอย่างอ่อนแรง  เสียงทุ้มสะอื้นอย่างน่าสงสาร ในหัวสมองของเขาตอนนี้มีแต่ความทรงจำที่เขากับลู่หานมีร่วมกัน   แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาคนเดียวที่จำมันได้  ไม่กล้าที่จะคิดว่าจะกลับไปยืนข้างๆลู่หานได้ในสถานะเดิม แม้แต่บอกว่าเขากลับลู่หานเป็นอะไรกันยังเป็นไปไม่ได้เลย

 

 

 

 

 

 

 

 

  “ม๊าครับ?”

 

 

  “ว่าไงอาหาน”

 

  “ผมกับอี้ฟานไม่ใช่เพื่อนกันหรอครับ?”

 

  “จ้ะ”

 

  “แล้วเป็นอะไรครับ อี้ฟานกับผมทำไมถึงรู้จักกันครับ?”

 

 

     นี่เป็นบทสนทนาซ้ำๆที่เกิดขึ้นในทุกๆวันหลังจากกลับจากเกาหลีได้สองอาทิตย์  เพราะกรอบรูปที่อยู่บนห้องนอนทำให้ลู่หานถามเธอทุกครั้ง  ไม่ใช่ไม่อยากบอก แต่แค่กลัวว่าลู่หานจะรับไม่ได้ต่างหาก

 

 

 

 

 

 

  “อาหานมากินข้าวกันดีกว่า”

 

  “ครับม๊า”

 

  “มาๆ” เธอดึงเก้าให้กับลูกชายนั่งก่อนจะเดินไปนั่งตรงข้าม คีบหมูที่ลงชามข้าวต้มขาว ลู่หานหยิบตะเกียบคนข้าวต้มอยู่สักพัก ก็วางตะเกียบพาดถ้วยเหมือนเดิม

 

  “ม๊า”

 

  “ไม่อยากกินข้าวต้มหรอ เอาอย่างอื่นมั้ย?”

 

  “ผมอยากรู้ว่าอี้ฟานกับผมรู้จักกันได้ยัง?”

 

  “ลู่หาน”

 

  “จริงๆนะครับม๊า ผมแค่อยากรู้  การไม่รู้อะไรมันทำให้ผมหงุดหงิดจริงๆ”

 

  “โอเค กินข้าวเสร็จม๊าจะบอกทุกอย่างเลย”

 

  “สัญญานะครับ”

 

  “สัญญาจ้ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  “อี้ฟาน! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ร่างสูงก้มหัวทักทายหญิงมีอายุที่คุ้นเคย

 

  “เมื่อวานครับ  ลู่หานเป็นยังไงบ้างครับ?”

 

  “อี้ฟาน? อี้ฟานใช่มั้ย? อี้ฟานมาหาเราแล้ว” เสียงหวานดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนเผยให้เห็นร่างเล็กหน้าหวานแย้มยิ้มทักทาย

 

  “ไปนั่งคุยกับลู่หานเนอะ เดี๋ยวม๊าจะออกไปซื้อของที่ตลาด อยู่กินข้าวด้วยกันนะ”  อี้ฟานพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินตามร่างเล็กๆที่กวักมือเรียกเขามานั่งที่ห้องรับแขก  เขาหย่อนตัวนั่งข้างๆลุ่หานแต่ก็ยังมีระยะห่าง  อยากจะกอดคนข้างๆแทบแย่แต่ก็ต้องข่มใจไว้

 

  “อี้ฟาน”

 

  “หืม?”

 

  “เราขอดูมือถืออี้ฟานหน่อยได้มั้ย?”

 

  “ได้สิ” อี้ฟานหยิบมือถือวางลงบนมือเล็กถึงจะงงๆที่ลู่หานมาขอดู  ลู่หานกำมือถือไว้ในมือและหันหน้ามามองเขาอีกหรอบ

 

  “มีอะไรรึเปล่า”

 

     ลู่หานส่ายหน้าเบา ปลายนิ้วกดปุ่มหน้าจอล็อคก็ปรากฏให้เห็นเป็นรูปมือของคนสองคนประสานกันอยู่ นิ้วสไลด์เพื่อเข้าหน้าเมนู รูปวอลเปเปอร์ในหน้าจอเมนูยังเป็นรูปที่เหมือนกับหน้าล็อคสกรีน  การกระทำทุกอย่างอยู่ในสายตาอี้ฟาน  ลู่หานเลื่อนไปมาสักพักก็กดเข้าแกลอรี่  คิ้วขมวดบนโครงหน้าหล่อทันที รูปหลายพันรูปที่อยู่ในมือถือของอี้ฟานล้วนเป็นรูปของเขาและลู่หานถ่ายด้วยกัน แล้วก็รูปลู่หานทั้งตอนเผลอและตั้งท่าให้เขาถ่าย

 

 

  “อี้ฟาน”

 

  “...”

 

  "ทรมานมั้ย?”

 

  “หืม?”

 

  “ม๊าบอกว่าเรากลับอี้ฟานเป็นคนรักกัน”

 

  “...”

 

  “ผู้ชายไม่ได้ต้องคู่กับผู้หญิงหรอกหรอ?”

 

  “อืม ความรักสำหรับอี้ฟานก็คือความรัก มันไม่มีกฎเกณฑ์หรอกลู่หาน ความรักของอี้ฟานถ้ามันเกิดกับใครก็ไม่สนหรอกว่าเขาเป็นแบบไหน แล้วมันก็เกิดกับลู่หานไง”

 

  “เรา.... เราขอโทษนะอี้ฟาน”

 

  “เรื่อง?”

 

  “เราจำอะไรไม่ได้เลย เราทำให้อี้ฟานทรมานใช่มั้ย?”

 

  “อืม”

 

  “ร....เราทำอี้ฟานร้องไห้หรือเปล่า?” เขายิ้มให้กับคนหน้าหวาน ประคองใบหน้าก้มให้เงยขึ้นมา  มือหนาปาดน้ำตาที่คลออยู่ในตาใส

 

  “ไม่หรอก”

 

  “โกหก อี้ฟานโกหก”

 

  “...”

 

  “เราอยากจำทุกอย่างได้ จำได้ว่าตอนเด็กเราเป็นยังไง จำได้ว่าเรากับอี้ฟานมีความทรงจำอะไรกันบ้าง ร..เราอยาก..”

 

   “ช่างมันเถอะลู่หาน”

 

  “เรานอนไม่หลับเลยอี้ฟาน เราเจออี้ชิง อี้ชิงเป็นเพื่อนเราอี้ฟานรู้จักใช่มั้ย?” เขาพยักหน้าน้อยๆตอบกลับ

 

  “รู้จักสิ”

 

  “อี้ชิงบอกเราว่าอี้ฟานรักเรามากๆ นั่นทำให้เรานอนไม่หลับ”

 

  “ทำไมล่ะ”

 

  “เราคิดถึงอี้ฟานตลอดเลย ในคอมของเราก็มือรูปอี้ฟานเต็มไปหมดเลย”

 

  “จริงหรอ?” ร่างเล็กพยักหน้าก่อนจะโถมตัวกอดคอเขาใบหน้าหวานซุกลงกลับบ่า สัมผัสเปียกชื้นซึมเข้าเนื้อ ลู่หานกำลังร้องไห้

 

  “เราอยากจำอี้ฟานได้”

 

  “ก็จำให้ได้สิครับ” ผละร่างเล็กให้กลับมานั่งดีๆก่อนจะส่งยิ้มให้กับตาแป๋วๆที่ตอนนี้เต็มด้วยน้ำตา  อี้ฟานใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาที่เกาะพราวอยู่กับขนตาเรียงสวยออก

 

  “...”

 

   “สวัสดีครับชื่ออู๋อี้ฟาน ทำงานเป็นสถาปานิก จะมาจีบลู่หานครับ J

 






พี่ครับๆ”

 

“เรียกเราหรอ?”

 

“ใช่ผมเรียกพี่นั่นแหละ”

 

“อ่า ว่าไง”

 

“พี่ชื่ออะไร?”

 

“ลู่หาน”

 

“ผมอี้ฟานคณะสถาปัตย์ขออณุญาตจีบพี่ลู่หานครับ”

 

“ห้ะ? จีบเรา”

 

“ครับผม J






ชะแว๊บบบบ ฟานหานจ้า

เราจะไม่พูดถึงเรื่องที่ยังไม่จบเนอะ แหะๆ

ด้วยอารมณ์ที่เว่หว้าาา แต่ไม่อยากดราม่า

ชิปคริสหานคู่หลักแบบมากๆ แต่พึ่งไปได้ตอนเดียว

เลยแต่งออกมาอีกตอน 

ชอบก็เม้นน้าาา  ติก็เม้นน้าา  ฟินก็เม้นน้าาา

รักก็เฟบน้าาาา

ขอบคุณธีมสวยๆ

ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านขอบคุณค้าบบบ


25580803         @23:56

by หน้านิ่ง. 




O W E N TM.พิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #141 namwhancass (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 13:45
    เริ่มต้นใหม่ก็ไม่ใช่ว่าจะแย่เสมอไปหรอกนะ มาเริ่มทำความรู้จักกันใหม่
    ขอบคุณนะคะ น่ารักนึกว่าจะดราม่าซะแล้ว
    #141
    0
  2. #137 LampondaBed (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 02:43
    แอบเศร้าเบาๆ ดีที่ตอนจบแฮปปี้ น่ารักกกก
    #137
    0
  3. #129 CHANNii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 15:52
    เศร้านะ แต่ยังดีที่จบแบบแฮปปี้
    #129
    0
  4. #85 아이스 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 19:31
    ดูเศร้ามากมาย ดีใจที่ตอบจบแฮปปี้ดีนะคะ มีจีบใหม่ด้วย อี้ฝานน่ารักจริงๆ ลู่หานก็คงมีความรู้สึกรักอยู่เหมือนเดิมแหละ ถึงจะจำไม่ได้~ ความรักมันยิ่งใหญ่จริงๆ! *เพ้อเจ้อ* ฮ่าาาาา ดีใจที่แต่งฝานหานอีก ชอบคู่นี้มากๆ แต่งคู่นี้อีกเยอะๆน้าา ติดตามค่า >___<
    #85
    0
  5. #84 Lecto_B (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 13:22
    ลองนึกถ้าเราเป็นอี้ฟานคงทรมานแทบตาย แค่เลิกกันไปแล้วเขาทำเป็นไม่รู้จักเรายังเจ็บเลย นี่จำไรไม่ได้สักอย่างเป็นเราคงเสียใจแย่ แต่ในกรณีนี้ลู่หานเชื่องมากฉะนั้นอี้ฟานต้องเข้มแข็งและช่วยลู่หานรื้อฟื้นความจำนะ อี้ฟานไฟท์ติ้ง #ปรบมือให้ไรท์หนึ่งชุด 1212312121
    #84
    0
  6. #83 Lecto_B (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 13:21
    ลองนึกถ้าเราเป็นอี้ฟานคงทรมานแทบตาย แค่เลิกกันไปแล้วเขาทำเป็นไม่รู้จักเรายังเจ็บเลย นี่จำไรไม่ได้สักอย่างเป็นเราคงเสียใจแย่ แต่ในกรณีนี้ลู่หานเชื่องมากฉะนั้นอี้ฟานต้องเข้มแข็งและช่วยลู่หานรื้อฟื้นความจำนะ อี้ฟานไฟท์ติ้ง #ปรบมือให้ไรท์หนึ่งชุด 1212312121
    #83
    0
  7. #82 Lecto_B (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 13:20
    ลองนึกถ้าเราเป็นอี้ฟานคงทรมานแทบตาย แค่เลิกกันไปแล้วเขาทำเป็นไม่รู้จักเรายังเจ็บเลย นี่จำไรไม่ได้สักอย่างเป็นเราคงเสียใจแย่ แต่ในกรณีนี้ลู่หานเชื่องมากฉะนั้นอี้ฟานต้องเข้มแข็งและช่วยลู่หานรื้อฟื้นความจำนะ อี้ฟานไฟท์ติ้ง #ปรบมือให้ไรท์หนึ่งชุด 1212312121
    #82
    0
  8. #81 gonjung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 03:05
    อ้าาาาามันดูเศร้านะแต่ก็สวยงามในมุมมองของความรักอ่ะ
    #81
    0