FIC [OS/SF] "EXO" (Chanbaek Lubaek Kaihun Krishan Hanhun)

ตอนที่ 12 : /OS/ เหมือนเดิม ChanLu.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 มี.ค. 58















ChanLu.


 

  "ไว้ค่อยแก้ตัวใหม่ละกัน พี่จะไปเรียน"

 

  "เดี๋ยวดิ่พี่ ทำไมเดี๋ยวนี้พี่ทำตัวงี่เง่าจังวะ!"  เสียงทุ้มพูดอย่างหัวเสีย ร่างเล็กที่ตาโตกับคำพูดและท่าทางของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเขาอย่างโมโห

 

  "ที่ฉันทำทุกอย่างมันงี่เง่าหรอ? ไม่อยากให้นายโดดเรียน อยากให้นายเลิกสูบบุหรี่ นี่งี่เง่ามากใช่มั้ยปาร์คชานยอล!!"  ร่างเล็กสะบัดแขนที่อยู่ในการกอบกุมของมือแกร่ง หันหลังแล้วเดินออกจากดาดฟ้าของรร.ทันที ขายาวเหยียบลงขี้บุหรี่ที่ถูกปาทิ้งด้วยตัวเขาเองก่อนจะเดินตามคนตัวเล็กไป

 

  "พี่ลู่หาน! พี่ลู่หาน!!!"  ขาทั้งสองหยุดการเคลื่อนไหว หันหน้าไปถามคนตัวสูงที่เดินมาถึงตัว

 

  "มีอะไรอีก"

 

  "ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง จะไปไหนไม่ได้"

 

  "ผมต้องไปเรียน" พูดจบก็หันหลังเตรียมเดินต่อ แต่แรงกระชากเสื้อตัวนอกทำเอาคนร่างเล็กกลับมายืนชิดกับร่างสูงอีกครั้ง

 

  "ไม่-ให้-ไป!!"

 

  "นักเรียน! อ้าว ลู่หาน ชานยอล ทำไมมาตะโกนอยู่ตรงนี้ นี่มันเวลาเข้าเรียนแล้วนะ"

 

  "อาจารย์ไม่ยุ่งดิ่" ร่างสูงพูดตอบ พร้อมกับส่งสายตาหงุดหงิดส่งให้

 

  "ชานยอล!"

 

  "นี่คุณปาร์คชานยอล ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอก แต่การกระทำของพวกเธอมันทำลายสมาธินักเรียนคนอื่น คุณก็เหมือนกัน เป็นถึงรองประธานนักเรียน กรุณาทำตัวเป็นแบบอย่างด้วย และดูแลคนของคุณให้ดี"

 

  "ครับมิสคิม ผมขอโทษครับ"  ร่างเล็กก้มหัวแทบชิดเข่าให้กับหญิงมีอายุ ที่เดินเข้าไปในห้องตั้งแต่เขาโค้งให้ ลู่หานกลับมายืนตัวตรง แล้วก้าวขาเดินต่อโดยไม่หันหลังไปให้คนที่ยังตะโกนเรียกชื่อเขาอยู่

 

  "ขออนุญาตครับอาจารย์"

 

  "ลู่หาน คุณหายไปไหนมาตั้งครึ่งชั่วโมง"   ร่างเล็กก้มหน้า คนที่อาวุโสถอนหายใจเมื่อรู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ที่ยืนอยู่หลังลูกศิษย์คนสนิท ตัวสูงๆของคนที่ลักษณะเหมือนกันแต่แค่หนุ่มกว่า หล่อกว่า และเฮี้ยวกว่า

 

  "พี่ลู่หานคุยกับผมครับ และเรายังคุยกันไม่จบ"

 

"เข้ามาลู่หาน ไปเรียนได้แล้วชานยอล" ร่างเล็กเมื่อได้ยินคำอนุญาตก็ก้าวขาเข้าห้องเรียน

 

  "อ้อ ผมคงต้องทำโทษให้คุณไปทำความสะอาดอุปกรณ์ทดลองในห้องกายภาพนะลู่หาน ข้อหาเข้าสายไปสามสิบนาที"

 

  "ครับอาจารย์"

 

  "อะไรกันอา พี่ไม่ผิด!" ร่างสูงที่ได้ยินดังนั้นก็ตะโกนแย้ง แต่ก็ได้ คำสั่งกับแววตาปรามจากคนที่เคารพที่สุด

 

  "ผมบอกให้คุณไปเรียนได้แล้วปาร์คชานยอล" ร่างสูงมองคนอาวุโส สบถในลำคอก่อนจะโค้งและเดินออกไป

 










 

     Luhan part

 

  "ลู่หานๆ รอด้วยเดี๋ยวไปช่วย" ผมหันไปหาเลย์ที่ถือไม้กวาดวิ่งมาเรียกผมหน้าห้อง

 

  "ไม่ต้องหรอก นายทำเวรไปเถอะ ไม่เยอะหรอก วันนี้ห้องกายภาพคงไม่ค่อยได้ใช้"

 

  "เอางั้นหรอ? แน่ใจ?"  ผมพยักหน้า แล้วเดินออกมา เดินผ่านสนามบอลก็หันมามองผมกันทั้งสนาม คงรู้เรื่องกันแล้วสินะ ดีครับดี -_____-

 

  "อ้าว รองประธาน ไม่น่าเลยนะ ถึงจะหล่อ กับเป็นหลานเจ้าของโรงเรียน แต่นิสัยเนี่ยไม่ไหวนะครับ"

 

  "ไม่คิดว่านายจะว่าง ทั้งๆที่ในห้องสภาเขายุ่งกันทั้งวันนะจงอิน" จงอินหัวเราะในลำคอแล้วบุ้ยปากเข้าไปในห้องกายภาพ

 

  "ผมเอาพวกบีกเกอร์มาเก็บน่ะ แต่ดันทำทินเนอร์หกใส่ ยังไงผมฝากด้วยละกันนะคุณรองประธาน"  ผมมองตามหลังจงอินก่อนจะหันหลังเข้าห้อง ตะกร้าใส่บีกเกอร์ สองอันตั้งอยู่ข้างๆซิงค์ กลิ่นทินเนอร์อบเต็มห้อง คงเป็นที่จงอินทำหก แต่ผมคิดว่าไม่ใช่หรอก มันแกล้งผมมากกว่า อยู่ดีๆจะเปิดขวดทินเนอร์แล้วทำหกน่ะหรอเป็นไปไม่ได้หรอก ผมมองบีกเกอร์กับพวกหลอดแก้วที่กองในซิงค์ เป็นเพราะหมอนั่นทำให้ผมต้องมาล้างของพวกนี้


  "ลู่หาน"

 

  "อาจารย์มีอะไรรึเปล่า ผมกำลังจะล้าง.."  ผมหันไปมองคนที่เข้ามาใหม่ อาจารย์ที่ผมสนิท และเป็นคนที่ทำให้ผมรู้จักหมอนั่น

 

  "อยากเข้ามาคุยอะไรกับนายหน่อย ล้างไปด้วยสิ ยังไงเราก็ใช้แค่ปากคุยกันอยู่แล้ว"

 

  "ครับ" ผมพยักหน้าแล้วหันไปจัดการกับกองแก้ว

 

  "ทะเลาะกับชานยอลใช่มั้ย คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ"

 

  "ผมไปเจอเขาสูบบุหรี่บนดาดฟ้า"

 

  "เรื่องที่ไม่ได้สอนงานเด็กสภารุ่นต่อไป เพราะชานยอลเหมือนกันใช่มั้ย"

 

  "ครับ"

 

  "ลู่หาน อาพูดเลยนะ เป็นอย่างนี้มันไม่ดีหรอก เราเป็นถึงรองประธานนักเรียน จะมาให้เจ้าชานยอลมาถ่วงหน้าที่ไม่ได้ อีกอย่างปีนี้ปีสุดท้ายแล้ว จบไปแบบมีความภูมิใจเถอะ"  ผมเข้าใจสิ่งที่ได้ยินดี ผมเป็นถึงรองประธานแต่แฟนดันชอบทำตัวเป็นอันธพาล ไม่แปลกที่ใครจะไม่ค่อยเคารพผมเท่าไหร่

 

  "ผมเข้าใจครับ ผมก็คิดแบบนั้น" แล้วผมก็ต้องตัดสินใจสักที

 

  "อาไปนะ"

 

  "ครับ ขอบคุณนะครับอาจารย์" ผมก้มหัวให้อาจารย์ปาร์ค แล้วกลับมาล้างจานต่อ

 

 

 

                .....................................................................................................
                          ..........................................................................









 

  "ผมช่วยมั้ยพี่" เสียงทุ้มคุ้นเคย ดังอยู่ข้างหลังผม

 

  "ไม่ต้อง"

 

  "ขอโทษ ผมอารมณ์ร้อนเกินไปเอง แต่ พี่ก็ต้องเข้าใจผมบ้าง พี่เลิกบังคับผมสักที"

 

  "ช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันก็ไม่มีสิทธิ์บังคับนายแล้ว" ผมต้องทำให้มันจบสักที

 

  "หมายความว่าไง"

 

  "เลิกกันเถอะ"

 

 "ไม่!! เมื่อกี้ใช่มั้ย อาเข้ามาคุยอะไรกับพี่ บอกผมมาเดี๋ยวนี้" ชานยอลจับไหล่ผมให้หันไปหา มือแกร่งของเขาจับต้นแขนผมแล้วบีบมันแน่น

 

  "ไม่เกี่ยวอะไรกับอาจารย์ทั้งนั้น ทุกอย่างมันเป็นเพราะนาย" ผมพูดพร้อมกับมองหน้า ใบหน้าหล่อๆที่ทุกคนต่างก็หลง รวมถึงผมด้วย สายตาแข็งกร้าวถูกส่งมาให้ผม

 

  "เพราะผม เพราะผมงั้นหรอ ทำไมมีแฟนดูดบุหรี่นี่มันเลวขนาดเลยไงวะห้ะ!!"  เสียงชานยอลตะโกนลั่นห้อง พวกนักฟุตบอลที่กำลังเดินผ่าน กลับต้องหยุดเพื่อดูผมกับชานยอล หึ ธรรมดาไปแล้ว ในโรงอาหารก็เคยมาแล้ว ชานยอลไม่เคยไว้หน้าใครทั้งนั้น

 

  "ใช่" ผมพูดนิ่งพร้อมกับผลักเขาออก ชานยอลมองไปที่พวกนักฟุตบอล ก่อนจะเดินเข้าไปหา

 

  "ไม่เคยเห็นคนทะเลาะกันไงวะ! ไป!"

 

               'ปัง!'

 

 

   ประตูถูกปิดแล้วลงกลอนด้วยมือของชานยอล ผมยืนนิ่งๆแล้วมองเขา ชานยอลหัวเราะเยาะแล้วหันไปทางอื่น ร้องไห้.....เขากำลังร้องไห้

 

  "ผมผิดขนาดนั้นเลยหรอพี่ นี่มันชีวิตผมนะ พี่มาเดือดร้อนอะไรแทนผม ผมมันแย่ขนาดเลยหรอ?" แววตาเจ็บปวดถูกส่งมาให้ผม แต่..ผมเลือกไปแล้ว

 

  "ใช่ นายรู้มั้ยว่าทุกคนมองฉันเป็นอะไร ฉันเป็นแค่รองประธานที่ไม่สามารถปราบเด็กผิดระเบียบได้ เพราะแฟนฉันดันทำมันทั้งหมด ฉันกลายเป็นตัวตลกเวลานายอารมณ์ร้อน ตวาดฉัน กระชากฉันต่อหน้าทุกคน ฉันเบื่อ! ฉันอาย! ได้ยินมั้ยปาร์คชานยอล!!"

 

  "ผมรักพี่มาก..."

 

  "สิ่งที่นายทำไม่ได้รักฉัน นายรักตัวเอง"

 

  "พี่ไม่เข้าใจผมสักนิด"

 

  "นายก็ไม่เข้าใจพี่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เลิกกันเถอะปาร์คชานยอล"

 

  "พี่ต้องการแค่นี้สินะ แค่เลิกกับผม"

 

  "ใช่ อย่ามายุ่งกันอีก.."

 

  "ไม่มีทาง พี่เลิกกับผม ไม่ได้ความว่าผมจะปล่อยพี่ไป ผมบอกแล้วว่าผมรักพี่มากลู่หาน"

 

  "ขอร้องล่ะปาร์คชานยอล.."  ประโยคที่ผมพูดทำสองขายาวที่กำลังก้าวออกจากห้องหยุดชะงัก

 

  "พี่แม่ง....โครตใจร้ายเลยรู้ตัวมั้ย!" ชานยอลตะคอกใส่ผมโดยไม่หันมามอง ก่อนจะเปิดประตูออกไป น้ำตาที่ผมข่มไว้ตั้งแต่คำแรกที่พูดกับชานยอลร่วงลงมาอย่างเก็บไม่ได้อีก ผมใช้แขนปาดน้ำตาลวกแล้วเรียงพวกแก้วบีกเกอร์เข้าตู้

 

 

 

            ผมเดินออกจากห้องกายภาพ ถ้ายังไม่มีเหตุการณ์ในวันนี้ คนตัวสูงๆก็จะนั่งหน้าห้องรอผมสินะ

 

  " เหอะ กล้าคิดเนอะลู่หาน"  ผมส่ายหน้ากับความคิดบ้าๆของตัวเอง ขาทั้งสองพาตัวเองเดินผ่านมาหน้าโรงยิมที่เป็นทางผ่านก่อนจะออกจากโรงเรียน สิ่งที่ทำให้ผมหยุดอยู่กับที่คือ เสียงข้างในนั้น

 

  "ขอร้องล่ะอา ไปพูดกับพี่ลู่หานที เอาเขากลับมาให้ผมที"

 

"ลู่หานเลือกแล้ว แกก็ควรปล่อยสักที แกทำเขาแย่มามากพอแล้ว"

 

"ผมมันถ่วงชีวิตมากเลยสินะ"

 

"ถ้าชีวิตลู่หานน่ะใช่ อยากได้เขากลับมาก็ปรับตัวซะ อาต้องเข้าไปคุยกับลุงแกก่อน เลิกทำตัวเป็นหมาบ้าแล้วกลับบ้านซะชานยอล"

 

            ประตูที่เปิดออกทำผมสะดุ้ง อาจารย์ปาร์คดูตกใจเหมือนกันที่เห็นผม อาจารย์ยิ้มให้ ก่อนเดินออกไป      เสียงเตะกำแพงของชานยอลดังออกมา รวมทัังเสียงร้องไห้ของเขาด้วย

 

   "ฉันก็รักนายมากเหมือนกัน ขอโทษที่ฉันทนมันไม่ได้แล้ว...."

 

 










 

       Chanyoel part

 

"ผมผิดขนาดนั้นเลยหรอพี่ นี่มันชีวิตผมนะ พี่มาเดือดร้อนอะไรแทนผม ผมมันแย่ขนาดเลยหรอ?"

"ใช่ นายรู้มั้ยว่าทุกคนมองฉันเป็นอะไร ฉันเป็นแค่รองประธานที่ไม่สามารถปราบเด็กผิดระเบียบได้ เพราะแฟนฉันดันทำมันทั้งหมด ฉันกลายเป็นตัวตลกเวลานายอารมณ์ร้อน ตวาดฉัน กระชากฉันต่อหน้าทุกคน ฉันเบื่อ! ฉันอาย! ได้ยินมั้ยปาร์คชานยอล!!"

 

 

  ครืดๆ ~

 

            ร่างสูงสะดุ้งออกจากภวังค์เมื่อโทรศัพท์ที่อยู่ข้างกายออกแรงสั่น มือแกร่งสวมแหวนกลับเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายหลังเอามันมานั่งมองระลึกความหลัง

 

  "ฮัลโหล ว่าไงไอ้ฮุน"

 

  (ผมเจอแล้ว)

 

  "เจออะไรของมึง"

 

  (เจอไอ้ที่พี่หามานานไง ผมเจอพี่ลู่หาน แถวผับเรา)

 

  "!!!!!!"

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

            ผมพาตัวโตๆของผมมาถึงที่หมาย สาวๆสวยๆที่คุ้นตาเนื่องจากเป็นลูกค้าประจำ เดินผ่านโดยที่ไม่วายจะแตะตัวผม ส่วนผมคงได้แต่ส่งยิ้ม ขายาวก้าวเข้ามาในห้องทำงานที่ชั้นบน เปิดประตูก็เจอกับรุ่นน้องตัวก้างนอนเอกขเนกบนโซฟา

 

  "เซฮุน มึงเห็นลู่หานที่ไหน?" ผมวางกีต้าร์ลงพื้นห้อง ก่อนจะเดินไปโบกหัวสีเข้ม

 

  "ถ้าจะถามความจากปากผมแล้วทำแบบนี้ผมก็จะไม่พูด" ไอ้เซฮุนลุกขึ้น กอดอก แล้วแบะปากมองผม

 

  "ไอ้ห่าฮุน จะบอกดีๆมั้ย?" ผมยกเท้าแทบจะติดหน้ามัน มันผงะนิดหน่อยแล้วก็หัวเราะด้วยท่าทีสบายๆ

 

  "เจอในผับนี่แหละพี่ เหมือนเดิมทุกอย่างสวยขึ้นด้วยซ้ำมั้ง แต่พอผมโทรบอกพี่เสร็จก็หายไปไหนแล้วไม่รู้ บางทีอาจจะอยู่ในห้องไหนห้องหนึ่งในสวีทรูมของผับก็ได้นะ เพราะผมเห็นเขามากับผู้ชายคนนึง ดูมาดแมนมากเลยแหละ และก็..... เฮ้ย! พี่จะไปไหนอ่ะ?"

 

  "ไปชั้นสวีทรูม" ผมตอบมันที่เดินมารั้งแขนผม

 

  "ไปทำไม...อย่าบอกนะว่าจะไปหาพี่ลู่หาน"


  "เออดิ่ ปล่อยกูได้ยัง?" ผมกระตุกแขนออกจากมือมัน แต่เซฮุนก็ดึงเสื้อผมเอาไว้

 

  "ผมแค่ล้อเล่นว่ะพี่ ระดับผม ไม่ปล่อยให้ข้อมูลของพี่ชายสุดที่รักผมหายหรอก" เซฮุนยิ้มตาหายส่งให้ผม อยากจะซัดมันสักทีสองทีซะจริงๆ

 

  "เดี๋ยวนะมึง แล้วข้อมูลอะไร?"

 

  "พี่ลู่หานน่ะเป็นช่างถ่ายรูปของนิตยสารชื่อดัง ยังโสด และ....จะมาที่นี่อีกพรุ่งนี้ด้วย" หัวใจผมเหมือนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผมยิ้มก่อนจะยื่นมือไปตบบ่าเซฮุน  มันทำหน้าภูมิใจส่งให้ผมก่อนที่มือถือมันจะดังและขอตัวออกไปคุยกับปลายทางที่โทรมา    

 

            ผมนั่งลงเก้าอี้ทำงานของตัวเอง ชูมือข้างซ้ายมาอยู่ตรงหน้า มองแหวนสีเงินที่ดูจะเก่าไปสักหน่อย แต่มันก็มีค่าสำหรับผมมาก วงนี้ผมสั่งตอนครบรอบหกเดือนของผมกับพี่ลู่หาน เราใส่คู่กัน ผมชอบเขาตั้งแต่เข้ามาม.ปลายปีหนึ่งที่โรงเรียน  มารู้ว่าพี่ลู่หานสนิทกับอาของผมที่เป็นอาจารย์สอนพละและกำลังจะขึ้นเป็นเจ้าของโรงเรียนรุ่นต่อไป  ผมเลยชอบเสนอหน้าให้เขาเห็นบ่อยๆ แล้วอาผมก็ช่วยด้วย จนได้เป็นแฟนกัน ผมเริ่มออกลายหนักขึ้นเมื่อขึ้นม.ปลายปี2 และพี่ลู่หานก็ได้เป็นรองประธานนักเรียน ส่วนผมยอมรับนะว่าผมมันอันธพาล ผมมันอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตัวเอง เห็นแต่ตัวเอง ชอบชวนพี่ลู่หานทะเลาะ ต่อว่าเขาโดยไม่สนใจคนรอบข้างว่าจะมองยังไง แต่ผมรักเขามาก วันนั้นที่ถึงเวลาแตกหักของผมจริงๆ ผมแทบบ้าเลยรู้มั้ย คำที่อาบอกผมว่าถ้าอยากให้เขากลับมาหาผม ผมต้องปรับตัว ตั้งแต่ลู่หานจบไป ผมตั้งใจเรียนขึ้นพยายามจะเลิกบุหรี่กับเหล้า และผมก็ทำได้  แค่อย่างแรกนะ อย่างหลังนี่นานๆที  ผมสอบเข้ามหาลัยรัฐธรรมดาๆได้ และก็จบมาด้วยเกียตินิยมอันดับหนึ่งของคณะบริหาร ส่วนเรื่องรักๆใคร่ๆผมหยุดมันไว้ที่พี่ลู่หาน แต่ถ้าแค่หาของเล่นสนุกก็มีบ้างแต่ผมก็ไม่เคยรักใคร ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของกิจการผับแห่งนี้พร้อมกับเรียนต่อโทกับภาษาจีน ปวดหัวสุดๆ ผมคิดว่าต้องหาติวเตอร์สอนเพิ่ม แล้วผมก็ได้แล้วด้วย

 

 

“พรุ่งนี้เจอกันนะแม่กวางของโยดา J

 

 

 

 

 





 

  “โอโห ลมอะไรพัดคุณชานยอลหอบกีต้าร์จะมาร้องเพลงที่ผับครับเนี่ย”  เฉินบาเทนเดอร์ฝีมือดีในผับ ส่งยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ผม   ผมยิ้มมุมปากให้ก่อนจะขึ้นมาบนเวที  เปิดกระเป๋าแล้วยิ้มกีต้าร์ขึ้นมาเสียบกับสายต่อลำโพง ตอนนี้ประมาณ 3 ทุ่มกว่า ไอ้เซฮุนบอกผมว่าเห็นลู่หานตอนเกือบสี่ทุ่ม  ผมเช็คเสียงเรียบร้อยก็นั่งมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย  มีสาวๆเข้ามาทักผมบ้างประปราย      ผมมองนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มตรง กวาดสายตาไปรอบๆผับอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปห้องน้ำ

 

  “ชานยอลคะ...”ผมเดินออกจากห้องน้ำก็เจอกับสาวอกสะบึมในชุดแสกสีแดงรัดติดเนื้อหนัง  แขนอวบอิ่มโอบรอบคอผมก่อนจะต้อนผมติดผนัง  

 

   “ผมไม่........เฮ้ย!!” ผมผลักสาวอกสะบึมออกทันทีเมื่อเห็นร่างคุ้นตา  พี่ลู่หานกำลังยืนคุยกับผู้ชายคนนึง  รอยยิ้มที่ผมไม่ได้เห็นมันนานห้าปี ผมกลับได้เห็นมันอีกครั้งแล้ววันนี้   ผมเดินไปตามทางก่อนจะก้าวขึ้นเวที เช็คเสียงกีต้าร์อีกรอบ โดยพยายามไม่ให้เสียงดังเกินเหตุ  เมื่อทุกอย่างพร้อม เสียงเพลงแทร๊กที่เปิดให้คนในผับได้ขยับเบาลงในที่สุด   มือของผมเริ่มเกาสายกีต้าร์ให้เป็นเพลง ที่พี่ลู่หานเคยบอกว่าชอบฟังมัน  

 

我听见你的声音

ฉันได้ฟังเสียงเรียกของเธอ

种特别的感觉

ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกพิเศษบางอย่าง

让我不断想不敢再忘记你

ทำให้ฉันไม่สามารถหยุดคิดถึงเธอ ไม่กล้าแม้แต่จะลืมเลือนเธอ

记得有一个人

ฉันจำได้มีใครสักสักคนหนึ่ง

远留在我心中

ที่ยังคงอยู่ในใจฉันเรื่อยมา

哪怕只能够这样的想你

แม้จะเป็นเพียงแค่ว่า ฉันคิดถึงเธอเพียงเท่านั้นก็ตาม

如果真的有一

แต่ถ้าหากว่ามีสักวัน

爱情理想会实现

รักนี้สามารถกลายเป็นจริงขึ้นมา

会加倍努力好好对你永远不改变

ฉันจะยิ่งพยายามมากขึ้นที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้เธอ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตลอดกาล

不管路有多么远

ฉันไม่สนว่าระยะทางจะไกลสักเท่าไหร่

一定会让它实现

ฉันก็จะทำให้มันเป็นจริงให้จงได้

会轻轻在你耳边对你说 (对你说)

ฉันจะเขยิบเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกเธอว่า (บอกเธอว่า)

爱你爱着你

ฉันรักเธอ รักเธอตลอดมา

就像老鼠爱大

เหมือนกับหนูรักข้าวสาร

不管有多少风雨我都会依然陪着你

ไม่สนว่าลมฝนจะหนักสักเพียงไร ฉันก็อยู่กับเธออย่างนี้เรื่อยไป

我想你想着你

ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงเธอตลอดมา

不管有多么的苦

ไม่สนใจว่าจะยากลำบากมากแค่ไหน

只要能让你开心我什么都愿意

เพียงแค่สามารถทำให้เธอมีความสุข ไม่ว่าอะไรฉันก็เต็มใจ

这样爱你

รักเธออย่างนี้เรื่อยไป

 

 

            ผมวางกีต้าร์ลงก่อนจะกระโดดลงมาจากเวที เดินเข้าไปหาร่างเล็กๆที่ผมมองตั้งแต่ต้นเพลง  ตาสวยๆนั่นก็มองผมไม่วางตาเหมือนกัน  ผมก้าวเข้าไปหาร่างเล็กๆนั่นเลยก่อนจะเจอสิ่งที่ทำให้ใจผมเต้นแรง แหวนคู่ที่ทำให้มันยังอยู่  อยู่บนคอขาวเนียน พี่ลุ่หานดูสวยมากขึ้นจริงๆ ดูน่ามองกว่าตอนมัธยมเป็นไหนๆ  ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวกับร่างเล็ก พี่ลู่หานดูตกใจแต่ก็ไม่ได้ขยับหนี

 

  “ปาร์ค....ปาร์คชานยอล” มือขาวเอื้อมขึ้นมาแตะแก้มผม ผมส่งยิ้มก่อนดึงร่างเล็กมาไว้ในอ้อมกอด

 

  “คิดถึง ผมคิดถึงพี่มากเลยรู้มั้ย ผมไม่ใช่อันธพาลแล้วนะคุณรองประธาน อาบอกถ้าผมปรับตัวพี่จะกลับมาหาผม ผมได้เกียตินิยมบริหารด้วยนะ ผมกำลังต่อป.โท และผับนี้ก็เป็นของผม ผมดูแลมันด้วยตัวของผมเอง  ห้าปีพอรึยัง พอสำหรับการพิสูจน์ว่าผมจะไม่เป็นแบบเดิมได้มั้ย  หรือยังไม่พอ ให้ผมพิสูจน์ต่อก็ได้นะ.....” ขอบตาร้อน กับอาการแสบจมูกของผมเริ่มดีขึ้นเมื่อมีของเหลวไหลออกจากตาผม

 

  “ชานยอล...”

 

  “ฮึก  แต่...แต่พี่ห้ามหายไปไหน  พี่ต้องอยู่ดูผม บังคับผมไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง  ผมจะกอดพี่แน่นๆไม่ให้พี่ห่างผม  ผมรักพี่มากนะ ลู่หาน  แม่กวางกลับมาอยู่กับโยดาเถอะนะครับ” ผมกอดพี่ลู่หานแน่นกว่าเดิม เมื่อแขนเล็กกอดผมกลับแล้วลูบหลังปลอบเหมือนผมเป็นเด็กตัวเล็กๆ ร่างเล็กดันผมออกก่อนจะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาที่อยู่บนหน้าผม รอยยิ้มถูกประดับบนใบหน้าหวาน

 

  “นายนี่เป็นคนที่ทำฉันอายได้ทุกที่จริงๆ  เป็นถึงเจ้าของผับก็ต้องลุคแบบสิงโตเจ้าป่าสิ มาเป็นเสือน้อยร้องไห้งอแงไม่อายคนอื่นหรอไงปาร์คชานยอล” ผมส่ายหน้า มือยังกอดเอวบางไว้หลวมๆ

 

  “พี่ยังรักผมอยู่ใช่มั้ย?  ที่ผมทำได้ทุกวันนี้เพราะผมคิดว่าพี่ยังรอผมอยู่  พี่กลับมาอยู่กับผมนะ นะครับนะ”  ผมจ้องนัยน์ตาหวาน

 

  “หล่อขึ้นนะเนี่ย  หล่อกว่าตอนนั้นเยอะเลยแหะ ฉันจะต้องเป็นคนบ้าหวงนายแน่ๆ” พี่ลู่หานจิ้มจมูกผมเบาๆ แล้วพูดอย่างเหม่อๆ


  “ผมยอมให้พี่ล่ามโซ่ที่คอผมไว้เลย ผมจะไม่มองใครเลย จะมองแต่พี่”  ร่างเล็กหัวเราะร่วน ก่อนจะส่งแขนเล็กมาโอบรอบคอผม พร้อมกับซุกอก

 

   “บ้าแล้ว อาย คนมองเยอะกว่าตอนทะเลาะกับนายที่โรงอาหารอีก” ผมมองไปรอบๆ ทุกๆคนกำลังมองที่ผมจริงๆ (แหมม ทำขนาดนี้ไม่มองสิแปลก - -)    

 

  “เชิญตามสบายนะครับ ผมขอตัวเคลียปัญหาครอบครัวก่อน” ผมพูดเสียงดัง ก่อนจะพยักหน้าให้กับดีเจในผับ เสียงแทร๊กชวนขยับดังขึ้นอีกครั้ง ผมอุ้มร่างเล็กที่แขนยังโอบรอบคอผมอยู่ ก่อนจะเดินฝ่าผู้คน ขึ้นลิฟท์มองคนในอ้อมที่กอดรอบคอผมแน่น

 

  “ปล่อยได้แล้วมั้ง”

 

  “ไม่” ผมสวนตอบทันที พี่ลู่หานมองผมอย่างเคืองๆแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ใบหน้าแดงระเรื่อมันกระตุกหัวใจได้ดีจริงๆ

 

   “โอ้วววววว” เมื่อลิฟท์เปิดผมก็เจอกับไอ้เซฮุนกำลังออกมาจากห้องทำงานผม ลู่หานมามองก่อนจะซุกอกผมเหมือนเดิม

 

   “เปิดประตูให้หน่อย” ผมพูดใส่เซฮุน มันเอื้อมมือมาเปิดประตูให้ผมเดินเข้าไป


  “รองประธานนักเรียนไม่เจอกันนานเลยนะครับ” มันส่งเสียงทักอย่าขี้เล่น

 

  "หวั...หวัดดีเซฮุน“ พี่ลู่หานตอบเสียงอู้อี้กลับไปโดยยังซุกอกผมอยู่

 

  “ปิดประตูแล้วล๊อคให้ด้วย ลงไปดูความเรียบร้อยแทนกูหน่อย” ผมพูดพร้อมกับพยักเพยิดหน้าให้มันออกไป มันยิ้มแหย่ผมก่อนจะยอมปิดประตูลงกลอนให้  ผมวางร่างเล็กลงบนโต๊ะ พี่ลู่หานเงยหน้ามองผมที่ยืนอยู่

 

  “คิดว่าจะไม่ได้เจอนายอีกแล้วนะเนี่ย”

 

  “ทำไมล่ะ ผมดีใจนะที่พี่ยังไม่ทิ้งมัน” ผมเกลี่ยวงแหวนที่อยู่บนเนินคอขาวพร้อมกลับชูมือข้างซ้ายของผมขึ้นมา

 

  “ใครจะบ้าทิ้งหัวใจตัวเองถามหน่อย”  ร่างเล็กเลิกคิ้วพร้อมกับพูด ใจผมกระตุกกับท่าทางนั้น แขนทั้งสองข้างของผมเท้าลงกับโต๊ะ โน้มหน้าไปแทบจะติดกับใบหน้าหวาน

 

  “พี่คิดเหมือนผมเลย..” ลู่หานส่งเสียงหัวเราะ  นิ้วเรียวลูบตามโครงหน้าของผม

 

  “คิดถึงนายมากเลย  อยากเจอแต่ก็กลัวว่านายจะมีคนอื่นไปแล้วซะอีก”

 

  “ผมก็บอกพี่อยู่ ว่าผมรักพี่มาก” ลู่หานเหมือนพูดอะไรสักอย่างแต่ริมฝีปากของผมดันประกบลงไปก่อน ลิ้นร้อนของผมไล้ไปตามริมฝีปากหยุ่นนุ่ม ก่อนจะผละออกมา

 

  “อย่ามา  ปาร์คชานยอล พี่ยังไม่ได้บอกว่าจะคบกับนายสักหน่อย” พี่ลู่หานตบริมฝีปากผมเบาๆ  การกระทำแบบนั้นมันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด มันกลับทำให้ผมอยากฟัดคนตรงหน้ามากขึ้น

 

  “งั้นต่อไปนี้ผมปาร์คชานยอลจะจีบพี่ลู่หานนะครับ”

 

  “โอเคเลย” ร่างเล็กพูดด้วยรอยยิ้ม ผมโน้มหน้าไปประกบกับริมฝีปากสีชมพูหวานอีกครั้ง ลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานดูดุ้นลิ้นเล็กที่แกล้งหนีผมสักพักก่อนจะผละออกมาเมื่อรู้ว่าพี่ลู่หานเริ่มไม่ไหว  หน้าหวานก้มหน้าผากตัวเองมาชิดกับหน้าผากผม ริมฝีปากหยุ่นเบียดเข้าจุ๊บผมหลายที ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นหูแดงๆของผม

 

  “ถ้านายใจร้ายกับฉัน ฉันหนีหายไปเลย”

 

  “ผมบอกพี่แล้ว ว่าผมปรับตัวทั้งหมดเพื่อพี่ ผมให้พี่ได้ทุกอย่างขอแค่พี่กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของผมเหมือน ยิ้มสวยๆให้ผมเหมือนเดิมนะแม่กวางน้อย.....”

 








เอาชานลู่มาให้อ่านแหละ วางคู่นี้ไว้นานแล้วด้วย
ลู่แบครอนิดนะ กำลังเริ่ม เนื่องจากสอบและงานแก้ 
เยอะมากกก ปั่นหัวยุ่งกันเลยทีเดียว
ฝากติฝากชมด้วยนะตะเองงงงง
อยากอ่านคู่ไหน เม้นสิๆ ถ้าเราแต่งได้จะแต่งมาให้อ่านนนน
ขอบคุณค้าบบบบบบ

25580122  @00:50

by หน้านิ่ง.



 
O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น

  1. #134 opj_exo_l (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 06:29
    ชอบค่า ชอบคู่นีเมากๆเลย อยากอ่านคู่นี้อีกค่า
    #134
    0
  2. #89 intaradear (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 11:08
    น่ารักชะมัดอ้ะะะ ฮือออออ อยากอ่านอีกกกก ;---; ชอบบนะคะะ
    #89
    0