OS|SF PD101 MISSION FIC

ตอนที่ 6 : M-2 มาลัยวรรณ {Seongwoo x Minhyun}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ธ.ค. 60




Mission 02 : Girl like girl

Title : มาลัยวรรณ

Pairing : Fem!Seongwu x Fem!Minhyun

Rated : PG

Genre : Gender bender, AU Thai


#PD101missionfiction

องซองอู - อิสรีย์

ฮวังมินฮยอน - มาลัยวรรณ


-------------------------------------------------








.

ชื่อมาลัยวรรณหรือ?

แปลว่าผิวเหมือนพวงดอกไม้ใช่ไหมจ๊ะ?

เป็นชื่อที่เหมาะกันน้องนัก



รอยยิ้มกว้างของพี่อิสรีย์ ช่างเข้ากับตำหนิสามจุดบนโหนกแก้มเนียนยิ่งนัก

เหมือนกลุ่มดวงดาราที่ส่องประกายระยับ...คนมองอาจตาพร่าเสียได้ หากจดจ้องนานเกินไป

มาลัยวรรณไม่ทันได้ขวยเขินกับคำชม หล่อนก็โดนรอยยิ้มนั้นฉุดดึงเข้าสู่ภวังค์ไปเสียแล้ว

นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับพี่อิสรีย์

และเวลาเดียวกันนั้น

หล่อนก็ได้รู้จักกับความรักเป็นครั้งแรกเช่นกัน

.

.

.

ใครเขาก็ว่ากันว่าความรักมักมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ

มาลัยวรรณเป็นเพียงหญิงสาวแรกรุ่นวัย18

ความรักสำหรับหล่อนนั้นช่างเป็นเรื่องแปลกใหม่

ไม่รู้ว่ามันจะดูประหลาดเกินไปหรือไม่ เมื่อเพื่อนหญิงวัยเดียวกันนั้นต่างก็พบรักกับผู้ชายเสียทั้งหมด

แต่หากจะประหลาดเพียงเพราะความรักของหล่อนไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ชาย

มาลัยวรรณจะยอมเป็นคนประหลาดเสียก็ได้

"น้องเล็กคิดหรือยังจ๊ะ ว่าอยากจะศึกษาทางไหนต่อ"

มาลัยวรรณจะเรียนจบชั้นมัธยมในอีกไม่ช้า ชะตาลูกสาวคนเล็กของบ้านอย่างหล่อนนั้นไม่ได้สำคัญนัก การตัดสินใจว่าจะเรียนต่อทางใดจึงเป็นเรื่องที่ครอบครัวไม่เคยกดดันเธอ

แม้มาลัยวรรณรู้ดีว่าลึกๆแล้วนั้น แม่อยากให้หล่อนรับใช้เสด็จในวังอย่างพี่สาวคนโตก็ตาม

บางครั้งมาลัยวรรณคิดว่าหล่อนเป็นดั่งจุดด่างของบ้าน

พี่ชายคนโตเป็นถึงพันตรี พี่สาวคนโตเป็นคุณข้าหลวงของเสด็จ ส่วนหล่อนเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่วันวันหมกมุ่นอยู่แต่กับวรรณกรรมฝรั่ง

"น้องอยากเรียนวรรณกรรมค่ะ พี่หญิงคิดว่าอย่างไรคะ"

มาลัยวรรณตอบคำถามนั้นพร้อมรอยยิ้ม

อิสรีย์ มหบดินดร์ เป็นลูกสาวคนโตของท่านเจ้าพระยามหบดินดร์ธำรงค์ และท่านผู้หญิงอำไพรัตน์ ซึ่งเป็นสหายคนสนิทของคุณพ่อ

เพิ่งกลับจากอังกฤษหลังไปร่ำเรียนจนจบบัณฑิตศึกษาที่นั่น

และตอนนี้จึงมาเป็นครูสอนพิเศษให้กับมาลัยวรรณ

ด้วยเหตุผลที่มาลัยวรรณเพิ่งประจักษ์รู้เมื่อไม่กี่วันก่อน

พี่อิศรีย์กำลังจะหมั้นหมายกับพันตรีศักรินทร์ พี่ชายของมาลัยวรรณในอีกไม่ช้า

ความรักมักมาพร้อมกับความเจ็บปวด...

มาลัยวรรณรู้แจ้งเพียงแค่รักครั้งแรก

หากถึงแม้จะเจ็บปวด

"น้องเล็กเป็นคนเก่ง ถ้าตั้งใจมากๆต้องทำได้แน่นอนจ้ะ"

แต่มาลัยวรรณยอมที่จะกอดความเจ็บปวดนี้เอาไว้

เพียงเพื่อจะได้เฝ้ามองรอยยิ้มที่เป็นดั่งดวงดาราหนึ่งเดียวของตนใกล้ๆ

แม้ในฐานะอะไรก็ตาม

.

.

.

"น้องเล็กนี่ผมสวยจังเลยนะจ๊ะ"

ผ่านมาเกือบสองเดือนจากวันที่พบกันครั้งแรก ความสัมพันธ์ของมาลัยวรรณกับพี่อิสรีย์นั้นนานวันเข้าก็ยิ่งดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้น และมากขึ้น

 

จนทุกวันนี้ห้องนอนส่วนตัวของมาลัยวรรณกลายเป็นสถานที่ที่พี่อิสรีย์สามารถเข้าออกได้อย่างง่ายดาย

'พี่รู้สึกเหมือนรู้จักน้องมานานเลย คุยเรื่องไหนก็ดูจะเข้าใจกันไปเสียหมด'

ครั้งหนึ่งพี่อิสรีย์เคยพูดแบบนั้นกับหล่อน ในตอนที่นั่งเล่นด้วยกันที่ห้องหนังสือของคุณพ่อ

พวกเราแลกเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อวรรณกรรมเรื่องต่างๆที่ได้อ่านด้วยกัน

พี่หญิงอิสรีย์ทั้งเก่ง ฉลาด เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความคิดแปลกใหม่ประสาหญิงสาวหัวนอก

และทุกครั้งที่ได้รับคำชมจากครูพิเศษพ่วงตำแหน่งว่าที่พี่สะใภ้คนนี้

มาลัยวรรณก็รู้สึกราวกับว่าดอกไม้ทั้งสวนกำลังเบ่งบานในหัวใจของหล่อน

"ช่วงนี้พี่หญิงดูไม่ค่อยสดใสเลยค่ะ"

เด็กสาวเอ่ยทัก

สบตากับคนอายุมากกว่าที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังผ่านกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้ง

มือบางที่กำลังสางผมดำขลับเงาสลวยหยุดชะงัก

ก่อนที่มุมปากจะระบายรอยยิ้มบางเบา

"เรื่องยุ่งยากใจนิดหน่อยจ้ะ"

"พี่หญิงไม่ต้องฝืนก็ได้ค่ะ"

มาลัยวรรณหมุนตัวหันกลับไป

หล่อนจดจ้องดวงหน้าของคนตรงข้ามราวกับจะมองให้ทะลุไปจนถึงใจกลางความรู้สึก

และไม่ยากนักที่จะทำแบบนั้น

เมื่ออิสรีย์ในตอนนี้กำลังอ่อนแอเกินกว่าจะเก็บซ่อนอะไรไว้ได้

"เรื่องผู้หญิงคนอื่นของพี่ชายใหญ่...ใช่ไหมคะ?"

"น้องเล็ก..."

"น้องรู้จักพี่ชายน้องดีค่ะ...น้องไม่เคยอยากพูดเพราะเห็นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่..."

มาลัยวรรณหยุดประโยคเพียงเท่านั้นเมื่อปลายนิ้วของคนที่ตนพร่ำเรียกพี่หญิงมาตลอด แตะลงบนกลีบปากอ่อนนุ่ม

ฉับพลันนั้น...ดวงใจดวงน้อยของเด็กสาวกระหน่ำเต้นแรง...

"มันไม่ใช่เรื่องนั้นจ้ะ...แค่...พี่ไม่เคยอยากแต่งงานกับพันตรีเลยต่างหาก"

"พี่หญิงปฏิเสธก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?"

อิศรีย์แย้มยิ้มอ่อนโยนอีกครั้งเมื่อคนเป็นน้องเอ่ยถามพร้อมดวงตากลมใสที่จ้องมองหล่อนตาแป๋ว

"ถ้าพี่ปฏิเสธตั้งแต่แรก..."

ฝ่ามือของคนเป็นพี่เคลื่อนไปทาบลงบนผิวแก้มอ่อนใส...

ผิวที่เหมือนพวงดอกไม้...ยิ่งได้สัมผัส อิศรีย์ยิ่งคิดว่าชื่อมาลัยวรรณ เหมือนถูกตั้งขึ้นมาเพื่อนคนตรงหน้าของหล่อนอย่างแท้จริง

ผิวขาวผุดผ่อง นวลเนียน และบอบบาง

ต้องค่อยๆสัมผัสอย่างทะนุถนอม...หากรุนแรงไปกลีบดอกก็จะบอบช้ำ...

แน่นอน...อิศรีย์แน่ใจว่าไม่มีชายใดจะสามารถทะนุถนอมน้องหญิงมาลัยวรรณได้ดีอีกแล้ว...

"ถ้าหากว่าพี่ปฏิเสธ...พี่ก็ไม่ได้อยู่กับมาลัยวรรณแบบนี้อีกแล้วน่ะสิ..."

มาลัยวรรณกระพริบตาปริบปริบ น่าเอ็นดูยิ่งในสายตาของคนมอง

"พี่อิสรีย์...หมายความว่าอย่างไรคะ?"

 

เด็กสาวไม่อาจคิดไปเองถึงความหมายแฝงในประโยคและดวงตาคู่นั้นของคนเป็นพี่

 

หล่อนไม่กล้าอาจเอื้อมแม้แต่จะคิด...

 

พี่อิสรีย์น่ะหรือ...

 

คนอย่างพี่อิสรีย์น่ะหรือจะคิดเช่นนั้นกับหล่อน

 

นั่นเป็นยิ่งกว่าความเป็นไปไม่ได้เสียอีก

 

"น้องเล็กไม่เข้าใจจริงๆหรือ"

 

กลิ่นหอมน่าหลงใหลจากเครื่องประทินผิวของพี่อิสรีย์ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้

 

พี่อิสรีย์ส่วนสูงพอๆกับมาลัยวรรณแท้ๆ

 

หากในยามนี้เด็กสาวกลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียงลูกกระรอกตัวเล็กๆบนฝ่ามือของคนเป็นพี่

 

สั่นไหว และอ่อนแอเหลือเกิน...

 

เพียงแต่เดิมก็รักพี่อิสรีย์จะแย่

 

ยิ่งพอพี่อิสรีย์จงใจจ้องมองกันใกล้ๆแบบนี้

 

มาลัยวรรณก็ไม่แน่ใจนักว่าหัวใจของหล่อนจะเต้นแรงจนหลุดออกมาจากอกเมื่อไหร่

 

"พี่อยากอยู่กับน้องเล็ก...จนพี่คิดโง่ๆว่าหากการแต่งงานกับผู้ชายที่พี่ไม่ได้รักจะทำให้พี่ได้อยู่ใกล้ๆน้องเล็กไปเรื่อยๆ..."

 

"พี่อิสรีย์คะ...น้อง..."

 

"มันประหลาดมากใช่ไหมจ๊ะ? แต่พี่ก็ห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้เหมือนกัน"

 

รอยยิ้มเจิดจ้าพี่อิสรีย์ที่มาลัยวรรณเคยหลงรักบัดนี้หม่นแสงจนกลายเป็นยิ้มที่ทำเอาหัวใจของมาลัยวรรณหล่นวูบเมื่อฝ่ามือบางที่เคยวางทาบอยู่ข้างแก้มค่อยๆละออกไป

 

รู้ตัวอีกทีเด็กสาวก็คว้ามือข้างนั้นเอาไว้เสียแล้ว

 

"ไม่ค่ะ..."

 

มาลัยวรรณเม้มปากแน่น...

 

แม้ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับความรู้สึกเช่นเดียวกันจากพี่อิสรีย์

 

แม้ว่ามันจะผิดเสียยิ่งกว่าผิด

 

แต่หล่อนเองก็เห็นแก่ตัวเกินกว่าจะปล่อยรักครั้งนี้ให้เป็นเพียงแค่ความฝัน

 

"ถ้าอย่างนั้นน้องก็คงประหลาดเหมือนกัน"

 

ต้องแบบนี้ต่างหาก

 

รอยยิ้มหวานแบบนี้ต่างหากที่มาลัยวรรณคิดว่าเหมาะสมกับพี่อิสรีย์ที่สุดแล้ว

 

 

.

.

.

 

มาลัยวรรณเฝ้าคิดมาตลอดว่าหล่อนทนได้

 

ไม่ว่าพี่อิสรีย์จะหมั้นกับพี่ชายศักรินทร์ไปแล้ว หล่อนก็ทนได้

 

เพียงแค่ยังได้เฝ้ามองพี่อิสรีย์อยู่ตรงนี้

 

หากแต่ยิ่งนานวันเข้า...ยิ่งวันหมั้นหมายของพี่อิสรีย์กับพี่ชายของหล่อนใกล้เข้ามามากขึ้นทุกวัน

 

และท่ามกลางช่วงเวลาเหล่านั้น

 

ความรักของมาลัยวรรณและอิสรีย์ก็ยิ่งหยั่งรากฝังลึก...

 

ทุกๆอย่างที่พี่อิสรีย์มอบให้

 

ทั้งความรัก...อ้อมกอด...กระทั่งจูบแสนอ่อนหวาน

 

ยิ่งทำให้มาลัยวรรณโหยหา จนมิอาจฝืนทนที่จะมองพี่อิสรีย์เป็นของคนอื่นได้อีกต่อไป...

 

"อังกฤษหรือ? เล็กคิดดีแล้วหรือจ๊ะ?"

 

ทางเลือกมีไม่มากนัก...

 

และมาลัยวรรณเลือกที่จะหันหลังให้กับดวงดาราเพียงหนึ่งเดียวของหล่อน

 

แม้หัวใจจะถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น

 

"ค่ะ...เล็กอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษ"

 

แต่ยอมให้ขาดเสียตั้งแต่ตอนนี้

 

"คุณแม่เห็นว่าอย่างไรคะ?"

 

ดีกว่ายื้อต่อไปทั้งๆที่รู้ว่าวันหนึ่งก็ต้องจบสิ้นลงอยู่ดี

 

"ถ้าเล็กอยากไปจริงๆแม่จะห้ามได้หรือ? คุณพ่อก็คงเห็นดีเห็นงามอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะจ้ะ"

 

มาลัยวรรณโอบกอดผู้เป็นมารดา

 

กลืนน้ำตาที่กำลังจะไหลอยู่รอมร่อให้กลับลงไป

 

เพียงแค่คิดถึงใบหน้าสวยสะกด...ตำหนิที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มดาวบนโหนกแก้ม และรอยยิ้มเป็นประกาย

 

หัวใจของเด็กสาวก็เจ็บปวดจนอยากจะควักออกจากอกให้รู้แล้วรู้รอด

 

แต่แค่นี้มันคงไม่ถึงตาย

 

มาลัยวรรณท่องไว้ในใจแบบนั้น

 

ช่วงเวลาที่เราทั้งคู่รักกันท่ามกลางความผิดบาปดำเนินมานานจนเกินพอ

 

ตัดเสียตั้งแต่ตอนนี้

 

คนที่จะเสียใจก็จะมีแค่หล่อน

 

จะไม่มีคนต้องมาผิดหวัง

 

ไม่มีอะไรจะถูกต้องไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

หล่อนจะขอจดจำความรักครั้งแรกเอาไว้แต่เพียงความรู้สึกและภาพจำที่สวยงามแต่เพียงเท่านี้

 

แค่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...

 

.

.

.

 

"ป้าจำเนียรทำอะไรทานหรือคะวันนี้?"

 

ชีวิตในอังกฤษไม่ยากลำบากนัก

 

ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว มาลัยวรรณปรับตัวกับที่นี่ได้เป็นอย่างดี

 

ป้าจำเนียรที่คุณแม่ส่งมาดูแล ก็ช่วยเหลือเธอได้หลายอย่าง

 

หล่อนได้เรียนวรรณกรรมอย่างที่ใฝ่ฝัน...

 

แต่กระนั้น...

 

แม้เวลาจะผ่านมานานเกือบหนึ่งปี

 

ในทุกห้วงความคิดของหล่อนก็ยังคงมีเพียงพี่อิสรีย์อยู่เต็มไปหมด...

 

หล่อนได้รับจดหมายหลายฉบับ แต่ก็ไม่เคยคิดจะตอบกลับไป

 

จดหมายเหล่านั้นยังนอนแน่นิ่งอยู่ในกล่องที่มาลัยวรรณเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี

 

มาลัยวรรณไม่เคยคิดเปิดอ่าน

 

เพราะหวาดกลัวว่าจะไม่สามารถห้ามใจตัวเองให้หวนหลับไปอยู่ในวังวนผิดบาปนั้นได้อีก

 

มาลัยวรรณตั้งใจเอาไว้ว่าหากเรียนจบหล่อนคงทำงานอยู่ที่นี่

 

อาจแต่งงานกับใครซักคนที่เข้าใจในตัวหล่อน

 

มีครอบครัวเล็กๆที่น่ารัก

 

และวันหนึ่งพี่อิสรีย์ก็จะกลายเป็นเพียงความทรงจำในฐานะของความรักครั้งแรก

 

เป็นเพียงเท่านั้น...

 

"วันนี้มีแกงกะทิไก่ของโปรดคุณเล็กไงคะ"

 

"ป้าจำเนียรน่ารักที่สุดเลยจ้ะ เล็กเบื่ออาหารฝรั่งเต็มที ที่มาหาวิทยาลัยมีแต่ข้าวไม่ถูกปากเล็ก"

 

"ไหนบอกว่าปรับตัวได้แล้วอย่างไรคะ?"

 

"โธ่ป้าจำเนียรจ้ะ เรื่องกินมันก็อีกเรื่องนี่นา"

 

จำเนียรยิ้มเอ็นดู

 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดคุณหนูเล็กของหล่อนก็เป็นเพียงเด็กหญิงมาลัยวรรณที่ชอบมาอ่อนขอกินขนมกลีบลำดวนกับหล่อนอยู่เสมอ

 

เห็นมีแต่เรื่องเดียวที่ทำให้หล่อนคิดว่าคุณหนูเล็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว

 

ก็คงจะเป็นเรื่องคุณอิสรีย์

 

จำเนียรรู้ดีมาโดยตลอด

 

หล่อนเลี้ยงคุณหนูมาลัยวรรณมาตั้งแต่น้อย มีหรือที่คุณหนูรู้สึกอย่างไรหล่อนจะดูไม่ออก

 

กระนั้นเวลานี้

 

ในตอนที่เวลาและจังหวะทุกอย่างคล้ายจะเข้าที่เข้าทาง

 

หล่อนหวังว่าคุณหนูเล็กจะกลับมามีรอยยิ้มที่งดงามสดใสได้อีกครั้ง

 

หวังว่าความช่วยเหลือเล็กๆของหล่อนจะไม่สูญเปล่านัก

 

“คุณเล็กคะ วานซืนนี้คุณนายอิ่มส่งจดหมายมาแล้วนะคะ”

 

“จริงหรือจ๊ะ? แล้วคุณแม่ว่าอย่างไรบ้าง? ทุกคนสบายดีใช่ไหมจ๊ะ?”

 

ดวงตาของมาลัยวรรณทอประกาย เมื่อป้าจำเนียรเอ่ยถึงจดหมายที่คุณแม่มักให้คนสนิทส่งมาให้เดือนละฉบับไม่เคยขาด เพื่อเล่าถึงความเป็นไปของคนที่นั่น

 

“ทุกคนสบายดีค่ะ คุณชายศักรินทร์กำลังจะแต่งงานในอีกสัปดาห์แล้ว คุณนายบอกว่าเสียดายนักที่คุณเล็กไม่อยู่ร่วมยินดี”

 

“หรือคะ

 

รอยยิ้มของมาลัยวรรณในยามนี้

 

ไม่ต้องให้คนสนิทมาดูก็ยังรู้ว่าในใจนั้นหม่นหมองเพียงใด

 

จำเนียรเพียงแย้มยิ้ม ก่อนเอ่ยต่อด้วยเสียงนุ่มนวล

 

“ใช่ค่ะ แต่งกับลูกสาวหม่อมหลวงนฤนาถ”

 

“ค่ะหืม? เมื่อครู่ป้าจำเนียรว่าอย่างไรนะจ๊ะ”

 

“แต่งกับลูกสาวหม่อมหลวงนฤนาถค่ะ ป้าก็จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน”

 

“แล้วแล้วพี่อิสรีย์

 

สิ้นประโยคของป้าจำเนียร มาลัยวรรณก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมา

 

หล่อนสับสนไปหมด

 

ทำพี่ศักรินทร์ถึงแต่งงานกับลูกสาวหม่อมหลวงนฤนาถได้กัน?

 

แล้วพี่อิสรีย์ของหล่อนล่ะ?

 

“คุณอิสรีย์ถอนหมั้นไปตั้งแต่เมื่อหกเดือนก่อนแล้วค่ะ”

 

“ถอนหมั้นหรือจ๊ะ?”

 

“ค่ะ คุณอิสรีย์น่าจะเขียนบอกในจดหมายนะเจ้าคะ ถ้าคุณเล็กเปิดอ่านสักนิด”

 

เวลานี้มาลัยวรรณไม่อาจคิดอะไรออก

 

และห้ามหยาดน้ำใสที่กำลังเอ่อล้นในดวงตาไม่ได้เช่นกัน

 

ความรู้สึกหลากหลายผสมปนเปและตีกันไปมา

 

ตกใจ ดีใจ และเสียใจ

 

เสียใจเมื่อนึกว่าที่ผ่านมานั้น

 

มาลัยวรรณใจร้ายกับพี่อิสรีย์มากเพียงใด

 

หล่อนจากมาไม่บอกกล่าวแม้แต่คำลา

 

เพียงคำว่ารักคำเดียวหล่อนยังไม่เคยพูดออกไปให้พี่อิสรีย์ฟัง

 

แต่พี่อิสรีย์กลับหันหลังให้กับทุกอย่าง

 

เพียงเพราะมาลัยวรรณไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น

 

แล้วนี่หล่อนกำลังทำอะไรอยู่กัน


“ถ้าเข้าใจแล้วคุณเล็กช่วยเปิดอ่านจดหมายล่าสุดของคุณอิสรีย์เมื่อสัปดาห์ก่อนหน่อยเถอะนะคะ”

 

มาลัยวรรณปาดน้ำตาลวกๆ ตอบรับคนแก่กว่าเสียงสั่นก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบกล่องไม้ที่หล่อนเก็บจดหมายทุดฉบับของพี่อิสรีย์เอาไว้

 

หยิบซองสีชมพูอ่อนซองบนสุดขึ้นมาเปิดออก

 

พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมายามที่ไล่สายตาไปตามลายมือสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยที่คุ้นเคย

 

และหล่อนเรียนรู้ว่ามันช่างยากเย็น

 

 



ถึงน้องมาลัยวรรณ

                        พี่ไม่แน่ใจนักว่านี่จะเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่พี่จะเขียนถึงน้องหรือไม่

แม้พี่ไม่เคยรู้เหตุผลของการจากไป หรือจริงๆแล้วพี่อาจรู้ดีที่สุด แต่พี่อยากให้น้องเล็กรู้เอาไว้ว่าที่สุดในหัวใจของพี่ก็ยังเป็นน้องเล็กอยู่เสมอ

พี่พยายามอย่างหนักมาตลอด และไม่รู้ว่าน้องเล็กจะได้รับรู้หรือไม่ แต่พี่อยากบอกว่าพี่สอบเข้าทำงานในสถานทูตอังกฤษได้แล้วนะจ๊ะ

พี่คงถึงอังกฤษในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ไม่รู้ว่าน้องหญิงจะอยากเจอพี่ไหม

พี่เพียงแต่หวังว่าเราจะได้นั่งดื่มชาและพูดคุยถึงวรรณกรรมเรื่องโปรดด้วยกันอีกครั้ง

คงดีไม่น้อยหากได้พบน้องหญิงอีก หากให้พี่ได้บอกกับน้องหญิงต่อหน้าว่าพี่รักน้องหญิงมากแค่ไหน

 

รักเสมอและตลอดไป

อิสรีย์.

  

 



มาลัยวรรณยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

 

หล่อนเข้าใจอย่างแจ่มชัด

 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

 

ความรักนั้นก็ยังคงมีเพื่อพี่อิสรีย์เพียงคนเดียวเสมอมา

 

“ป้าจำเนียรจ๊ะ”

 

มาลัยวรรณหันไปหาหญิงสูงวัยที่เดินเข้ามาหาหล่อนในห้องนอนเมื่อครู่

 

มือบางปาดย้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะถามจำเนียรด้วยรอยยิ้มที่คนแก่กว่าคิดว่าสวยและสดใสอย่างถึงที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา

 

“เรายังมีห้องพักอีกห้องอยู่ใช่ไหมจ๊ะ?”

 

และการได้เห็นรอยยิ้มของคุณเล็กในวันนี้ก็ทำให้หล่อนรู้ว่าหล่อนเลือกไม่ผิด

 

“ค่ะคุณเล็ก”

 

.

.

.

.

บทส่งท้าย

 

 

“งานวันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?”

 

อิสรีย์แย้มยิ้มให้แก่คนเด็กกว่าที่เดินมาทรุดตัวนอนลงหนุนตักของหล่อน หลังจากที่หล่อนเพียงวางประเป๋าเอกสารและได้นั่งลงบนโซฟาไม่กี่นาที

 

แต่เอาเถิด

 

“อ๊ะพี่อิสรีย์! ยังไม่ตอบน้องเลยนะ ฮื่อ

 

อย่างน้อยได้กอดเนื้อตัวนุ่มนิ่ม และฟัดพวงแก้มขาวๆนั้นเสียสองสามที ความเหน็ดเหนื่อยจากงานวันนี้ก็คงหายเป็นปลิดทิ้ง

 

“กลับมาได้กอดหอมน้องพี่ก็ไม่เหนื่อยแล้วจ้ะ”

 

“พี่อิสรีย์ปากหวานกว่าผู้ชายเสียอีก”

 

“น้องเล็กชิมทุกวันยังไม่รู้อีกหรือจ๊ะ”

 

“พี่อิสรีย์!

คนถูกเรียกหัวเราะเสียงใส ก่อนอดใจไม่ได้ก้มลงไปฟัดพวงแก้มขึ้นสีแดงปลั่งนั้นอีกสองสามครา จนคนเป็นน้องร้องโอดครวญให้พอถึงยอมล่าถอย หากไม่วายกดจูบลงบนหน้าผากเนียนนั้นไปอีกเสียหนึ่งที

 

“พี่อิสรีย์ชอบเอาเปรียบน้องอยู่เรื่อย”

 

“ทำอย่างไรได้ มาลัยวรรณของพี่น่ารักขนาดนี้”

 

อิสรีย์บีบจมูกเชิดรั้นของคนที่หล่อนเพิ่งฟัดไปหมาดเมื่อครู่ด้วยความหมั่นเขี้ยวปนเอ็นดู

 

“น่ารักแล้วพี่อิสรีย์รักน้องให้มากๆเลยนะ”

 

“พี่รักจนไม่รู้จะรักมากกว่านี้ได้ยังไงอีกแล้ว”

 

มาลัยวรรณแย้มยิ้มก่อนจะผุดลุกขึ้นจากตักคนเป็นพี่ ก่อนจะโผเข้ากอดอิสรีย์ ซบใบหน้าหวานลงกับลาดไหล่บางของหญิงสาว

 

หลับตาพริ้มพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

 

“น้องก็รักพี่อิสรีย์ค่ะ

 

รักแรกที่หล่อนรักตลอดมา


“รักที่สุดเลย”

 

และเป็นรักแรก

 

ที่มาลัยวรรณจะรักตลอดไป

 

.

.

.

END

 

กว่าจะแต่งจบเล่นเอาหืดขึ้นคอ

ครั้งแรกกับการแต่งพีเรียดเลยค่ะ แถมยังเป็นหญิงรักหญิงอีกด้วย

ภาษาอาจแปลกๆเสียหน่อยนะเจ้าคะ

คิดเห็นอย่างไรก็สามารถคอมเม้นต์บอกกล่าวกันได้นะคะ หรือหากใครสะดวกติดแท็ก ก็มาเม้ามอยกันได้ที่ #PD101missionfic เนอะ


ด้วยรัก

m i s s c o z y



STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #17 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 04:15
    ชอบมากๆเลยค่ะ กลิ่นอายความสมัยนั้นลอยมามาก งือ มีฟามหน่วงเบาๆ คุณหนูเล็กของบ่าว ;-; แง่ม หนูจะกนีพี่เขาไปแบบไม่บอกกล่าวไม่ได้นะลูก แต่ถึงกระนั้นคูมพี่ก็ยังหันตามหาน้องจนได้ โอ้ย ต้องรักเบอร์ไหนนะ TwT พอเขาเจอกันละเราแฮปปี้มากๆเลย และบับ คูมพี่อิสรีย์มีฟามร้ายไม่เบานะคะซิส /me ยิ้มกริ่ม เปงฟิคที่ดีมั่กๆเลยค่าา
    #17
    0
  2. #16 Wonhony (@tintinya2010) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 17:49
    ชอบมากๆเลยค่ะจากใจเลยภาษาสวยมากๆใช้วิธีอธิบาย เปรียบบรรยากาศความรู้สึกออกมาได้สวยมากๆ ชอบมากๆๆๆๆๆๆ แล้วเป็นแบบญญ.ด้วยเลยหาอ่านยากมากกก ถ้าไรต์แต่งเรื่องยาวเราจะดีใจมากเราจะติดตามเลยนะคะ ฮือออออ ชอบบบ
    #16
    0
  3. #15 Yuri_bz (@atom41199) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 14:08
    เขินมือหงิกมืองอเลยค่ะ ภาษาสวยมาก คำบรรยายอ่านแล้วรู้สึกละมุนละไมและเขินพี่อิสรีย์มากๆๆๆๆ T______T เปงAUองมินที่ดี
    #15
    0
  4. #14 nipchaya21 (@nipchaya21) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 21:58
    ชอบภาษาของไรท์มากเลยค่ะ หวานมากๆเลย ฮือเราพูดไม่ออกแต่อยากบอกว่าสู้ๆนะคะรออ่านเสมอน้า
    #14
    0
  5. #13 ถุงซุป (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 14:56
    มันละมุนมากๆเลยเจ้าค่ะ คือน้องมาลัยวรรณน่ารักมากๆ ตอนแรกคิดว่าจะตบเศร้า แต่พี่อิสรีย์คือคนดีของน้อง รักน้องมากเลยนะเจ้าค่ะ ได้เห็นรอยยิ้มสดใสของน้องแล้วก็ชื่นใจ ดีจริงๆ มันหวานไปทั้งเรื่องเลย ไม่รู้สึกแปลกเลยเมื่อให้อิมเมจเป็นผู้หญิง ถึงอย่างไรก็เป็นรักที่บริสุทธิ์
    #13
    0