OS|SF PD101 MISSION FIC

ตอนที่ 1 : M-1 Deep Kiss Pizza {Minhyun x Seonho}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 พ.ย. 60

           



Mission 1 : Halloween's Day

Title : Deep Kiss Pizza

Pairing : Minhyun x Seonho

Rated : PG

Author : Lecto_B






           เสียงโหวกเหวกรอบข้างไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่เอาแต่เดินทำหน้าเบื่อหน่ายเกิดความสนอกสนใจได้เลยสักนิด ซ้ำร้ายยังเรียกคิ้วหนาให้ขมวดเข้าหากันเสียมากกว่า ร้านรวงตลอดสองข้างทางถูกประดับตกแต่งไปด้วยเจ้าฟักทองหน้าตาประหลาดๆ ไฟแสงสีถูกเปลี่ยนเป็นไฟสีสลวย ผู้คนที่เดินสวนไปสวนมาต่างก็แต่งตัวประหลาดๆแปลกตาที่ไม่ได้เห็นในวันทั่วๆไปแน่ บางคนก็แต่งซะเหมือนจริงจนน่ากลัวเลยก็มี ว่างกันนักหรือไงก็ไม่รู้

 

 

         ชายหนุ่มตัดสินใจเดินเลี้ยวเข้ามินิมาร์ทเล็กๆที่เป็นจุดหมายของการยอมลุกออกมาจากบ้านในวันที่แสนน่ารำคาญนี้ และเมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออกชายหนุ่มที่หัวคิ้วยังคงขมวดเป็นปมมาตลอดทางก็เดินเลี้ยวตรงไปยังตู้แช่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์อันเป็นจุดหมายของเขา มือหนากวาดหยิบเอาเบียร์ยี่ห้อที่ดื่มเป็นประจำหลายกระป๋องใส่ลงตะกร้าที่ถือเหวี่ยงมาตั้งแต่ประตูทางเข้า  และเมื่อได้ของที่ต้องการ มองสำรวจดูแล้วว่ายังไงก็พอให้เขานั่งซดมันไปจนกว่าจะพ้นคืนนี้ ขายาวจึงหันเลี้ยวกลับไปยังแคชเชียร์ที่มีเด็กชายแต่งกายด้วยชุดแดร็กคูล่า กำลังยืนรออยู่  และเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบก้าวขายาวๆกลับบ้านทันที หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่หงุดหงิดใจกับวันนี้เท่าไหร่แต่เมื่อไม่นานมานี้ไอ้วันนี้มันเป็นวันที่เขาไม่อยากจดจำสักเท่าไหร่ นึกแล้วก็อยากจะวิ่งไปชกหน้าทุกคนที่แต่งเป็นแวมไพร์เสียให้หมด

 

 

           ชายหนุ่มกลับมาถึงบ้านพักของตัวเองที่ดูจะปกติที่สุดในระแวกนี้เนื่องจากไม่ได้ตกแต่งอะไรไร้สาระให้สิ้นเปลืองตามเทศกาลอย่างบ้านอื่นๆ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังใจดีลดแสงไฟที่หน้าบ้านให้สว่างน้อยลงหน่อย อย่างน้อยก็เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นแกะดำจนเกินไป มือหนาเหวี่ยงถุงเบียร์ลงกับโต๊ะหน้าโซฟาอย่างไม่ใยดี ถึงจะดั้นด้นเดินไปซื้อเสียตั้งไกลแต่ก็ใช่ว่าจะใส่ใจเสียเมื่อไหร่ เขาแค่ต้องการพึ่งมันเพื่อกำจัดเรื่องราวบัดซบในหัวออกต่างหาก  คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่รอช้ายื่นมือไปหยิบเบียร์จากในถุงออกมาเปิดออกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะโยนกระป๋องกลับไปที่เดิมอย่างไม่ใยดีพลางทิ้งตัวเอนหลังพิงโซฟาอย่างแรง

 

 

         ชายหนุ่มยังคงเงยหน้าเลื่อนลอยมองเพดานอยู่แบบนั้น รสชาติเฟื่อนๆที่ปลายลิ้นฟ้องให้เขารู้สึกว่าอยากได้อะไรสักอย่างมากินแกล้มเสียหน่อย แต่ครั้นจะให้เขาแบกหน้าตาอันบูดบึ้งออกไปพบผู้คนตอนนี้ก็ใช่เรื่อง เพราะเขานั้นเบื่อวันฮาโลวีนบ้าบอนี้สิ้นดี  เมื่อคิดได้อย่างนั้นมือหนาจึงล้วงเอามือถือเครื่องบางที่เขายัดมันใส่ไว้ในกางเกงยีนส์ออกมากดโทรหาเบอร์ร้านอาหารฟ้าดฟู้ดสิ้นคิดอย่างพิซซ่าโง่ๆ ที่มีบริการส่งถึงบ้านอันรวดเร็วแถมเขาเองก็ยังไม่ต้องเสียแรงเดินออกไปไหนเพื่อหาอะไรสักอย่างมาใส่ท้อง

 

 

ดิ๊งด่อง ดิ๊งด่อง

 

 

ไม่นานเกินรอเสียงกริ่งที่หน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นเรียกให้ร่างสูงยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วตรงไปยังหน้าประตูโดยที่ไม่ลืมที่จะคว้ากระเป๋าสตางค์ติดมือไปด้วย

 

ขอบคุณครับ

 

เสียงพนักงานส่งพิซซ่าเอ่ยขึ้นเมื่อชายหนุ่มยื่นแบงค์จำนวนหนึ่งที่ผ่านการคำนวณเรียบร้อยแล้วว่ามันเกินจากค่าอาหารมื้อนี้มานิดหน่อย ก่อนจะรับเอาถุงที่บรรจุเจ้าอาหารขยะมาเหวี่ยงลงที่โต๊ะตัวเดิมอย่างไม่ใยดีเช่นเดิม ป่านนี้หน้าตามันคงเละเทะน่าดู เพราะตอนนี้กล่องด้านที่ควรจะหงายขึ้นมันกลับพลิกไปอยู่ด้านล่างเสียแล้ว

 

 

ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งทิ้งตัวลงกับโซฟาจำต้องยกหัวขึ้นมองไปยังประตูด้วยความฉงน อันที่จริงเขารู้หรอกว่าตัวเองไม่ได้เมาถึงขนาดจะจำไม่ได้หรอกว่าตัวเองสั่งอะไรไปบ้าง ไม่มีทางที่อะไรจะมาส่งต่อจากนี้แน่นอน แล้วมันอะไรกันล่ะ?

 

 

          ไม่รอให้ความสงสัยต้องติดอยู่ในใจนานไปกว่านี้ เพราะแค่ต้องมานั่งกร่อยอยู่ท่ามกลางเทศกาลบ้าบอที่ทำให้ครอบครัวข้างบ้านที่สงบเงียบมานานส่งเสียงดังโหวกเหวกได้นี้เขาก็หงุดหงิดจนจะบ้าอยู่แล้ว ร่างสูงพาร่างกายลุกขึ้นจากโซฟาตัวเดิมอีกครั้งคิ้วที่ขมวดเข้าหากันมาทั้งวันก็ไม่มีวี่แววว่าจะคลายออกสักนิด

 

 

         เมื่อมือหนาบิดลูกบิดเพื่อเปิดดูว่าใครกันที่มากดกริ่งบ้านเขาเอาป่านนี้ จากคิ้วที่ขมวดเข้มอยู่แล้ว ตอนนี้มันแทบจะผูกกันเป็นโบว์เลยก็ว่าได้ เพราะตรงหน้าชายหนุ่มตอนนี้คือเด็กหนุ่ม ที่ส่วนสูงเกือบจะใกล้เคียงกับเขาหน้าตาทะเล้นหน่อยๆ ถือแจ๊กโอแลนเทิร์นห้อยต่องแต่งอยู่ที่หน้าประตูแถมที่สำคัญเจ้าเด็กนี่ยังแต่งกายด้วยชุดแวมไพร์...

 

 

หวัดดี

 

 

ปัง!!!

 

 

ชายหนุ่มปิดประตูเสียงดังอย่างไม่ใยดีเจ้าเด็กที่ยืนทักทายโบกมือหยอยๆอยู่หน้าประตูเมื่อครู่ แค่เห็นก็พาลหงุดหงิดไปหมด นี่เขาอุตส่าห์เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกไปพบกลุ่มคนที่ใส่ชุดแวมไพร์บ้าบอนั่น แต่เจ้าเด็กนี่กลับใส่มายืนอยู่หน้าประตูเขาซะงั้น ไม่เผลอชกหน้าเข้าให้ก็ถือว่าบุญของเจ้านั่นเท่าไหร่แล้ว

 

 

ก๊อกๆๆๆๆๆ

 

 

แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะหันกลับไปยังโซฟาได้เต็มตัวเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีก แถมยังรัวขึ้นอีกต่างหาก ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันกรอดสงบสติอารมณ์ก่อนจะหันกลับไปเปิดประตูอีกครั้ง

 

 

หวัดดี

 

มีไร

 

เด็กตรงหน้าไม่มีวี่แววสะทกสะท้านกับหน้าตาชวนหาเรื่องของเขาตอนนี้เอาเสียเลย ถ้าให้เดาล่ะก็เด็กนี่คงจะซนน่าดูเลยล่ะ อ่านออกจากดวงตาใสที่มองยังไงก็คือดื้อตาใสนั่นแหละ

 

ดูพี่ไม่ค่อยเอ็นจอยกับฮาโลวีนนะ

 


แล้ว?

 

 

แต่พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าธรรมเนียมของวันนี้มันเป็นยังไงน่ะ ผมคิดว่าพี่คงไม่บื้อ

 

 

ที่บ้านฉันไม่มีอะไรให้นายกินหรอก ไปบ้านอื่นจะดีกว่า

 

 

 

           ชายหนุ่มจ้องมองดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่จ้องกันเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว เจ้าเด็กนี่มันยังไงกัน บอกว่าไม่มีอยู่หยกๆสายตาดื้อรั้นนั้นก็ยังพยายามมองข้ามหัวไหล่เขาไปสอดส่องหาสิ่งที่ต้องการ จะมีก็แต่เบียร์นั่นแหละที่ชายหนุ่มมีมากพอจะแบ่งคนอื่น แต่เขาคิดว่าคงจะให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบ้านหลังไหนสักหลังระแวกนี้ดื่มเครื่องดื่มเมามายพวกนี้คงไม่ดีแน่ ขืนให้ไปพ่อเจ้าเด็กนี่คงได้เอาลูกซองมาเป่าหัวเขาพอดีเพราะดูยังไงคนตรงหน้าก็ยังเด็กมากๆถึงจะตัวโตเกินไปหน่อยก็เถอะ

 

 

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนจะทนกับความดื้อรั้นของเจ้าเด็กนี่ไม่ไหวแล้ว ไหนจะชุดแวมไพร์ที่สวมใส่อยู่นั่นอีก เห็นแล้วหงุดหงิดสิ้นดี... ถ้าใส่ชุดอื่นมาเขาคงจะไม่มีกลายเป็นคนไร้อารยธรรมขนาดนี้หรอก เพราะการเลือกชุดผิดๆของนายแท้ๆเลยเจ้าหนู

 

 

ปัง!!

 

 

ชายหนุ่มปิดประตูใส่หน้าเด็กหน้ามึนอีกครั้ง เพราะขืนยังปล่อยให้เด็กนั่นตื้อต่อไปอีกหน่อยคงได้มีการลงไม้ลงมือกันบ้าง เขาไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กหรอกนะ

 

ชายหนุ่มกลับมาทิ้งตัวลงที่โซฟาตัวเดิมพยายามสกัดกั้นอารมณ์ด้วยการหยิบเบียร์กระป๋องมาเปิดดื่มอย่างเดิม พลางสายตาเรียวก็เหลือบไปเห็นกล่องพิซซ่าที่เขาเหวี่ยงลงโต๊ะเองกับมือวางแอ้งแม้งไม่เป็นท่าอยู่

 

 

เจ้าเด็กนั่น...

 

 

It’s Halloween Night

Not a soul in sight

I hear Footsteps

Who’s that coming?

I see a ghost!

Oh no!!!

I see a ghost!

Run!!!

I see a ghost!

Hahahahaha!

 

 

           เสียงร้องเพลงที่เด็กๆชอบร้องก่อกวนเพื่อขอให้เจ้าบ้านทรีท ดังมาจากหน้าประตูบ้านอย่างกวนประสาท ป่านนี้ยังไม่ไปอีกหรอเนี่ย? คงอยากจะกินขนมบ้านเขามากสินะ ร่างสูงถอนหายใจแรงๆหนึ่งครั้งก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปที่ประตูอีกรอบ มือหนายื่นออกไปบิดลูกบิดเปิดประตูอีกครั้ง เจ้าเด็กแสบที่นั่งแมะอยู่กับพื้นรีบเด้งตัวลุกขึ้นโดยที่ไม่ลืมหยิบเจ้าแจ๊กโอแลนเทิร์นติดมือขึ้นมาด้วย และไม่เพียงเท่านั้นเจ้าเด็กแสบยังยิ้มจนเห็นฟันเกือบแทบทุกซี่ในปากโชว์เขี้ยวเล็กๆสองข้างนั่นอีก...

 

และในเวลาเดียวกันคิ้วหนาที่ขมวดมาตลอดทั้งวันก็คลายออกเพียงเพราะฟันซี่เล็กๆสองข้างนั้น ถ้าไม่นับรวมชุดที่ใส่ มินฮยอนว่าเจ้าเด็กนี่ก็ดูน่ารักดี... โดยเฉพาะเวลาที่เจ้าตัวยิ้มจนหน้าย่นนั่นน่ะ

 

 

“treat...” 

 

 

ชายหนุ่มพูดเพียงคำเดียวสั้นๆเท่านั้น แต่ก็ได้รับรอยยิ้มเรี่ยราดของเจ้าเด็กนั้นอีกกองโต เขาคิดว่านี่มันก็ดึกนิดหน่อยแล้วนะ.. ทำไมดวงอาทิตย์ถึงมาอยู่ตรงหน้าเขาได้กันล่ะ

 

 

เยส!”

 

 

เจ้าเด็กแสบยกกำปั้นดึงเข้าตัวดีอกดีใจเสียยกใหญ่แถมยังถือวิสาสะวิ่งจู๊ดเข้าไปยังถาดพิซซ่าที่นอนคว่ำหน้าอยู่ทันที เด็กหนอเด็ก

 

 

โห เละหมดเลย...

 

เจ้าเด็กแสบไม่รอช้าจับหน้าพิซซ่าหงายขึ้นทันทีที่เปิดได้แถมยังบ่นอุบเมื่อของกินตรงหน้ามีสภาพไม่น่ากินสักเท่าไหร่ นิ้วมือป้อมๆนั่นจิ้มลงไปยังหน้าพิซซ่าก่อนจะส่งเข้าปากและดูดจนเกิดเสียงดังจ๊วบ

 

 

แต่ยังอร่อยเหมือนเดิม

 

 

         เจ้าเด็กแสบไม่ได้สนใจเจ้าของบ้านที่นั่งเอนหลังพิงโซฟาพร้อมทั้งจ้องมองตัวเองอยู่เลยสักนิด เด็กน้อยเอาแต่ตั้งใจจับพิซซ่าสองชิ้นประกบเข้าหากันและส่งเข้าปากแถมยังกัดทีเดียวหายไปเกือบครึ่ง ให้ตายเถอะนี่เรียกว่ากินหรือเขมือบกันแน่

 

เบา เบา เดี๋ยวก็ติดคอตายพอดี

 

เจ้าเด็กแสบนั่นฟังเขาเสียเมื่อไหร่ ยังคงลอยหน้าลอยตากัดพิซซ่าเข้าไปคำโต พลางเอียงหัวดุ๊กดิ๊กซ้ายทีขวาทีล้อเลียนเขาอีกด้วยซ้ำ

 

แต่น่ารักเป็นบ้าเลย...

 

บ้าหน่า! นี่เขาเมาแล้วหรือถึงได้มองเจ้าเด็กนี่น่ารัก

 

 

พี่รู้ป่ะ งั่มๆๆๆ ผมอ่ะลงทุนวิ่งตามรถส่งพิซซ่ามาตั้งไกลเชียวนะ

 

 

เจ้าตัวดีทั้งพูดทั้งเคี้ยวจนแก้มทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยอาหารด้านในป่องนูนขึ้นจนน่าเอ็นดู ใครสั่งใครสอนให้กินแบบนี้กันนะ พ่อแม่เลี้ยงมายังไงถึงได้น่าเอ็นดูถึงขนาดนี้

 

 

พี่ดูไม่ค่อยอินกับฮาโลวีนเลยเนอะ น่าเบื่อหรอ? ผมว่าสนุกออก

 

 

เพราะได้กินขนมฟรีหรือเปล่า

 

 

แน่ะ เบื่อคนรู้ทัน ฮ่าๆๆ

 

 

 เอาอีกแล้วๆ เจ้าเด็กนั่นยิ้มอีกแล้ว

 

 

ชื่ออะไร

 

มินฮยอนไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีก็อยากรู้ชื่อเจ้าเด็กแสบเอาไว้ แต่ความรู้สึกมันบอกว่าเขาควรทำอะไรสักอย่างก็เท่านั้น ทำอะไรก็ได้ที่พอจะสามารถหาตัวเจ้าเด็กนี่ได้อีกหากพ้นคืนนี้ไป

 

ไม่บอกหรอก ถ้าไม่สั่งถาดที่สอง

 

 

มินฮยอนมองหน้าเด็กแสบที่นั่งแมะอยู่ที่พื้นข้างโซฟาหน้ากล่องพิซซ่าอย่างชั่งใจ ก่อนที่มือหนาจะคว้าหยิบมือถือที่วางเรี่ยราดอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเพื่อกดโทรไปยังเบอร์ที่เขาเพิ่งโทรออกล่าสุด เพียงเพราะอยากเห็นแก้มป่องๆนั่นนานๆ มินฮยอนถึงขนาดยอมเจอหน้าเด็กส่งพิซซ่าคนเดิมเป็นครั้งที่สองในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้เลยหรอ ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

 

 

         ไม่นานเกินรออีกครั้งเสียงกริ่งที่หน้าประตูบ้านเรียกให้ร่างสูงลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสตางค์ติดมือออกไปอีกรอบ ตาเรียวไม่ลืมที่จะมองเจ้าตัวปัญหาที่นั่งตบมือแปะๆอยู่กับพื้นเมื่อรู้ว่าของแลกเปลี่ยนกับชื่อของตนมาถึง มินฮยอนได้แต่ส่ายหัวให้กับความเด็กน้อยของอีกคนก่อนจะตรงไปรับสินค้าที่สั่งเอาไว้ 

 

และเมื่อได้ของที่ต้องการเรียบร้อยร่างสูงก็หอบหิ้วทั้งกล่องพิซซ่าและสไปร์ทขวดใหญ่ตรงเข้าไปวางไว้ตรงหน้าเจ้าเด็กแสบที่ยังนั่งปรบมือแปะๆไม่เลิก

 

คิดว่าน่ารักมากหรอ?  ...เออ ก็น่ารักแหละ

 

 

จะบอกได้หรือยัง?

 

 

ซอนโฮ

 

 

ชื่อน่ารักแหะ...

 

 

พี่อ่ะ? ชื่อไร

 

 

มินฮยอน

 

 

ชื่อหล่อแหะ...

 

 

พี่ไม่กินหรอ

 

 

 ซอนโฮพูดพลางทั้งที่สายตาและมือทั้งสองข้างยังง่วนอยู่กับการจัดการพิซซ่าถาดที่สองอย่างตั้งใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับเจ้าตัวแสบถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นไปมองดูคนพี่ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่ก็ผิดคาดนิดหน่อยเมื่อคนที่คิดว่าตายไปแล้วนั่งจ้องหน้าเขาเขม็งอย่างไม่ลดละ

 

ฉันกลัวนายไม่อิ่ม

 

ได้ไง นี่อยู่กันสองคนไม่ต้องเขินหรอกน่า นี่ก็เงินพี่นะกินเป็นเพื่อนผมหน่อยดิ

 

ไม่ว่าเปล่าเจ้าเด็กแสบที่ตอนแรกนั่งอยู่บนพื้นบัดนี้ได้เลื่อนก้นมาอยู่บนโซฟาเรียบร้อย แภมยังไม่ได้มาตัวเปล่า มืออีกค้างคว้าหยิบพิซซ่าติดมาด้วยก่อนจะยัดเยียดส่งเข้าปากของชายหนุ่มผู้พี่อย่างเอาแต่ใจ

 

 

ไม่กิน

 

 

มินฮยอนพยายามเบี่ยงตัวหลบชิ้นพิซซ่าที่จ่ออยู่ตรงที่ริมฝีปาก จะหลบซ้ายเจ้าเด็กนี่ก็ยื่นตามมา จะหลบขวาก็ยังตามมาอีก ตื้อฉิบหายเลย

 

 

กินหน่อย นะๆๆๆๆ

 

ซอนโฮยังคงคยั้นคะยอต่อไปแม้คนพี่จะปฏิเสธเท่าไหร่ และเพราะความดื้อดึงยื้อยุดกันไปมาทำให้พิซซ่าที่ควรจะเข้าปากดันไปแปะอยู่ที่จมูกคนพี่เสียอย่างนั้น

 

ให้ตาย....

 

มินฮยอนนึกอยากจะจับเจ้าเด็กตรงหน้าที่นั่งกลั้นขำเขาอยู่มาตีก้นให้ลายไปเลย มือหนาเอื้อมไปหยิบทิชชู่ที่อยู่บนโต๊ะหวังจะเอามาเช็ดทำความสะอาดจมูกที่เลอะเทอะของตัวเอง แต่ดันถูกมือน้อยๆของคนด้านข้างคว้าเอาไว้เสียก่อน

 

 

น่าเสียดายออกพี่ เดี๋ยวผมจัดการเอง

 

 

พูดจบเจ้าเด็กตัวแสบก็ใช้นิ้วป้อมๆของตัวเองปาดซอสที่ปลายจมูกและริมฝีปากของมินฮยอนก่อนจะส่งเข้าปากตัวเองพร้อมกับดูดจนเกิดเสียงดัง ปาดครั้งเดียวไม่พอยังมีครั้งที่สองต่ออีก

 

 

ซอนโฮจะรู้ไหมว่าทำแบบนี้มันอันตรายแค่ไหนน่ะ...

 

 

อร่อยไปอีกแบบแหะ

 

 

เจ้าเด็กแสบว่าพลางมองหน้ามินฮยอนไปด้วยเหมือนอยากจะอวดว่าได้ลองกินพิซซ่าแบบใหม่  ลิ้นน้อยๆแลบออกมาทำความสะอาดซอสที่เลอะอยู่รอบริมฝีปากโดยไม่ระวังตัวเลยสักนิด

 

ไม่รู้เลยว่ามีพี่ชายที่คิดอกุศลนั่งอยู่ข้างๆตอนนี้

 

 

ฉันว่าแบบนี้ก็อร่อยนะ...

 

ไม่รู้ว่ามินฮยอนเมาแอลกอฮอลล์ที่ดื่มเข้าไปหรือว่าเมารถอ้อยที่คว่ำอยู่ตรงหน้านี้กันแน่  ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนแองเจิ้ลฝ่ายดีจะไม่ทำงานเอาเสียเลย เพราะตอนนี้มือหนาได้ส่งออกไปล็อกใบหน้าเจ้าเด็กแสบเอาไว้ก่อนจะส่งริมฝีปากของตนเข้าไปตามประกบจูบริมฝีปากบางสีชมพูอย่างไม่ทันคิดเรื่องคุกตะรางเอาเสียเลย

 

 

ให้ตายเถอะ... เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เด็กนี่อายุถึง 15 หรือยังล่ะเนี่ย

 

 

แต่ถึงแม้จะคิดแบบนั้นแต่มินฮยอนก็ไม่มีทีท่าจะผละออกจากเด็กตรงหน้าเลยสักนิด ซ้ำร้ายลิ้นร้อนยังส่งออกไปแลบเลียริมฝีปากที่เต็มไปด้วยซอสพิซซ่าก่อนหน้านี้อย่างไม่นึกรังเกียจ

 

 

ให้ตายเถอะ... เขาต้องโทรไปคอมเพลนพิซซ่าร้านนี้เสียหน่อยแล้ว

 

...ว่าทำไมถึงทำพิซซ่าออกมาได้หวานขนาดนี้

 

 

มินฮยอนไม่รู้ว่าโดนมอมเมาด้วยริมฝีปากบางนี้มานานแค่ไหนแล้ว ซอนโฮเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด และถ้าไม่เป็นการเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไปมินฮยอนรู้สึกว่าซอนโฮพยายามจะตอบสนองเขาเสียด้วยซ้ำเพราะกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เหมือนซอนโฮจะขาดอากาศหายใจเสียแล้ว มินฮยอนถึงได้ยอมถอยออกจากเด็กแสบที่ยังนั่งงงไม่กระดิกไปไหนแถมยังมองหน้าเขาด้วยแววตาใสซื่อนั่นอีก

 

 

ให้ตาย... อยากจะโดนอีกรอบหรือไงเจ้าเด็กนี่

 

 

และแน่นอนมินฮยอนไม่ได้คิดอย่างเดียว ไวกว่าความคิดตอนนี้ริมฝีปากมินฮยอนก็ประกบลงกับริมฝีปากของซอนโฮอีกแล้ว แต่คราวนี้คงเรียกว่าจุ๊บเฉยๆเสียมากกว่า และเหมือนจะเป็นจุ๊บเรียกสติเสียด้วย เพราะจากตอนแรกที่ยังทำหน้างงๆตอนนี้ซอนโฮหน้าแดงแป๊ดไปถึงหู แถมยังเหมือนจะทนสายตาคนพี่ไม่ไหวจนต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้า ส่งเสียงครางงุ้งงิ้งออกมาอีกด้วย

 

 

...น่ารักเกินไปแล้ว

 

 

ไม่กินแล้วหรอ พิซซ่าอ่ะ

 

 

มินฮยอนเอ่ยแซวเด็กที่เอาแต่นั่งปิดหน้าปิดตาอยู่ จนเจ้าตัวแสบยอมเปิดหน้าออกก่อนจะกระโดดลงจากโซฟาไปคว้าเอาเจ้าแจ๊กโอแลนเทิร์นเตรียมเดินออกจากบ้าน

 

 

ไม่รู้ไม่กินแล้ว อิ่ม จะกลับบ้าน

 

มองจากวงแหวนดาวเสาร์ยังรู้เลยเหอะว่าเขินน่ะ...

 

 

 

         มินฮยอนยืนรอเด็กแสบที่กำลังนั่งใส่รองเท้าอยู่อย่างเอ็นดู ให้ตายสิ... ไม่อยากให้กลับเลย แต่ขืนให้เด็กนี่อยู่ต่อเขาต้องเข้าไปนอนในคุกแน่ๆล่ะ ข้อหาอะไรคงไม่ต้องถามให้มากความ เผลอๆอาจจะเป็นเขาเองที่เดินไปมอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี  ก็เด็กมันน่ารักน้อยซะเมื่อไหร่

 

 

ผะ..ผมกลับแล้วนะ

 

 

เมื่อใส่รองเท้าเสร็จเรียบร้อยเจ้าเด็กแสบซอนโฮก็หันมาบอกลามินฮยอนทั้งหน้าแดงๆนั่น จนคนพี่อดคิดไม่ได้ว่าอยากจะลากกลับเข้าไปในบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นี่เขาต้องเมาหนักมากแน่ๆ สติยั้งคิดผิดชอบชั่วดีหายไปไหนหมดก็ไม่รู้

 

 

ฮาโลวีนหน้า ผมจะมา ทริค ออ ทรีท ใหม่นะ

 

 

พรุ่งนี้เลยไม่ได้หรอ?.... เดี๋ยวให้ 3 ถาดเลยก็ได้

 

 

มินฮยอนไม่อ้อมค้อมและไม่อ่อนโยนต่อใจเด็กน้อยเลยสักนิด เด็กแสบที่แต่เดิมก็เขินจนตัวจะแตกอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งอยากจะวิ่งไปให้ไกลจากพี่ชายเจ้าเล่ห์ตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด

 

3 ถาดเลยนะซอนโฮ...

 

 

10 ถาดก็ไม่มาโว้ยยย

 

 

ซอนโฮทนสายตาเจ้าเล่ห์คนพี่ไม่ไหวจึงปิดหน้าที่แดงแจ๋แล้ววิ่งหนีออกไปจากหน้าบ้านของมินฮยอนอย่างเร็ว จนคนพี่เองยังกลัวว่าจะสะดุดล้มจนเจ็บตัวไปอีก

 

น่าเอ็นดูอะไรขนาดนี้...

 

 

 

            มินฮยอนเดินกลับไปนั่งลงที่โซฟาด้วยรอยยิ้มเหมือนคนบ้าหลังจากยืนรอจนเด็กตัวแสบวิ่งหนีกลับบ้านจนลับสายตาไป พอทิ้งตัวลงที่โซฟาได้ในหัวก็มีแต่ภาพรอยยิ้มสดใส เจ้าของซากพิซซ่าที่วางเกลื่อนโต๊ะอยู่ตอนนี้  รอยยิ้มที่ทำให้วันฮาโลวีนแสนบัดซบจากการโดนคนรักทิ้งไปกับไอ้หนุ่มแวมไพร์ที่ไหนก็ไม่รู้ที่เจอกันแค่คืนเดียวเมื่อสองปีก่อนกลับมาเป็นเทศกาลที่ชวนใจเต้นอีกครั้ง

 

 

อยากให้มีเด็กแบบซอนโฮมา Trick or Treat  ทุกวันเลยยิ่งดี


 

 

 

 

Talk…

 

ขอบคุณเจ้าของพล็อตที่น่ารักที่ช่วยชีวิตเราไว้ พล็อตน่ารักมากจริงๆ ไม่รู้ว่าดีไหม นี่ก็แต่งแบบงงๆ ไม่สันทัดเรื่องวันฮาโลวีนด้วย  


ฝากด้วยเน้อ โปรเจ็ก  #PD101mission ที่เราแต่งกับเพื่อนอีกสองคน แต่คนละคู่กันนะ ลองไปหาอ่านดูได้ๆๆๆ ของเรา #มินซอน เด้ออออ


 

Lecto_B

#PD101missionfic

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #12 Mmm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:41
    น่ารักมากก อยากอ่านอีก หน้าตาเจี๊ยบน่่าเอ็นดู ปากเวลาพูดน่าจุ๊บ
    #12
    0
  2. #2 isaybyeongari (@cin_pinsiri) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 17:06
    น่าร้ากกกกกก ฮื่ออออ อยั่กสั่งพิซซ่ามาบ้างเลยย เผื่อจะมีเจ้าเด็กน่ารักกกตามมาบ้าง แง้งงง พิมินฮยอน อยู่ๆก็ไปจูบน้องแบบนั้น ไม่ได้นะคะๆๆๆ ต้องจูบอีกกๆๆ แง้งงง อยากอ่านเรื่องต่อจากนี้ด้วยจังค่ะ555555
    #2
    0