ปลายทางโพคารา 5 - ปลายทางโพคารา 5 นิยาย ปลายทางโพคารา 5 : Dek-D.com - Writer

    ปลายทางโพคารา 5

    โดย Panziren

    ปลายทางโพคารา ตอนที่ 5

    ผู้เข้าชมรวม

    412

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    8

    ผู้เข้าชมรวม


    412

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  นิยายวาย
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  20 ส.ค. 49 / 18:30 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

                                                                       ปลายทางโพคารา ตอนที่ 5   

       
      เพื่อน...
         ...คำสั้น ๆ  แต่ทว่าความหมายอันหลากหลายที่มีอยู่ในตัวของมันเอง    ที่คำจำกัดความใด ๆ  จะไม่สามารถให้ความหมายได้ลึกซึ้งเท่ากับคนที่ได้เรียนรู้ด้วยกันมาเอง
         ไม่มีใครเลย....ที่ไม่เคยมีเพื่อน
         ชิวิตของผมเองก็ไม่แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ  เพราะชีวิตในวิทยาลัยเทคนิคประจำจังหวัดนั้นผมเองก็มีเพื่อนที่สนิทอยู่ด้วยกันหลายคน
         “นก”  เด็กหนุ่มมาดขรึม  รูปร่างสูงโปร่ง  หากแต่ความคิดของมันออกจะโตเกินวัย  อาจเป็นเพราะชิวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดและน้องอีก 3 คนที่นกต้องรับผิดชอบทำให้นกค่อนข้างที่จะเป็นพี่ใหญ่ประจำกลุ่ม
         “มด”  หนุ่มน้อยหน้าหวานปานสาว ๆ  ก็ไม่ปาน  แต่ไอ้หมอนี่ก็ดันเป็นคนที่ทะลึ่งที่สุดในกลุ่ม  ลูกชายสุดท้องประจำบ้านที่พ่อแม่หวงดุจแก้วตาดวงใจ
         “บอย”  เด็กหนุ่มต่างอำเภอคนเดียวในกลุ่มที่มาอาศัยอพาร์ตเม้นท์ในเมืองอยู่ด้วยฐานะที่ค่อนข้างรวยที่สุดในกลุ่ม  และที่สำคัญหน้าตาอันหล่อเหลา คิ้วคมเข้มของมัน  ทำให้มันกลายเป็นที่หมายปองของเหล่าสาว ๆ  โรงเรียนสหศึกษาที่อยู่ตรงกันข้าม  แต่หมอนี่มีโลกส่วนตัวสูงชะมัด  ยกเว้นกับผม  ที่สนิทสนมกันจนเรียกว่า “มองตาก็รู้ใจ”  เพราะมันเรียนมากับผมตั้งแต่ ม.1  เลยกลายเป็น “คู่ขาปาท่องโก๋”  กันเลยก็ว่าได้

         ตั้งแต่เปิดเทอมปีสองมา  ผมเจอหน้าพี่กฤษแทบนับครั้งได้  ทั้ง ๆ  ที่ปีที่ผ่านมาเราเจอกับ่อยมาก  อาจเพราะพี่กฤษต้องฝึกงานที่สถานประกอบการ  เลยทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน  แต่ก็น่าจะดีสำหรับผมเพราะอย่างน้อยผมก็มีเวลาเล่นกับเพื่อน ๆ  มากกว่าเดิม 
         ผมจอดมอเตอร์ไซด์ไว้ที่ล่างอพาร์ตเม้นต์  แล้วรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องจุดหมายปลายทาง    เจ้าของห้องเปิดประตูยิ้มโชว์ฟันขาวเมื่อเปิดมาเจอหน้าผม  ที่ยืนเป็นหมาหอบแดดเพราะวิ่งขึ้นมายังชั้นสี่
         “เข้ามาก่อนไอ้นัท  กูกำลังจะอาบน้ำ” 
         บอยนุ่งผ้าขนหนูสีขาวผืนไม่ใหญ่มาก  โชว์รูปร่างที่ค่อนข้างสูงโปร่ง  หากแต่มัดกล้ามที่ช่วงไหล่ได้Sadส่วนเพราะมันคือนักกีฬาว่ายน้ำระดับเยาวชนเขต    ผิวมันค่อนข้างขาวแต่ขนมันก็เยอะตาม  ผมมองขนที่ขึ้นอยู่อย่างมากที่สะดือแล้วลามลงไปในร่มผ้า
         “อ้าวไอ้นี่  มองกูอย่างกับไม่เคยเห็น”
         มันทำท่าอาย ๆ  เมื่อเห็นผมจ้องมองส่วนต่ำกว่าสะดือของมัน  แน่นอนที่สุดหลังจากที่ผมกับพี่กฤษ  เรามีอะไรกันมากกว่าความเป็นพี่เป็นน้องแล้ว  ชีวิตของผมก็เริ่มเปลี่ยนไป  ผมเริ่มมองผู้ชายที่หน้าตาดีมากขึ้น  และในบางครั้งถึงกับเก็บเอามาฝัน จนต้องตื่นมาปลดปล่อยสิ่งที่มันคั่งค้างอยู่ในอารมณ์ปรารถนาอันเร่าร้อน 
         บอยหายเข้าไปครู่ใหญ่ก่อนที่จะออกมาในชุดเดิม  หากแต่หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามตัวทำให้ผมต้องแอบกลืนน้ำลาย มันเข้ามานั่งที่ปลายเตียงที่ผมนอนดูทีวีอยู่  เปิดพัดลมเป่าร่างกายที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ  ผมมองแผ่นหลังมันแล้วแทบจะอยากเข้าไปสัมผัส  แต่ความรู้สึกบางอย่างคอยเตือนว่ามันคือ...เพื่อน
         “ว่าแต่มึงมาหากูนี่มีไรป่าววะ  เพิ่งแยกกันไม่ถึงชั่วโมงเองนะมึง”  มันหันมาถาม  จนผมหลบสายตาแทบไม่ทันที่จ้องมองมันทางด้านหลัง
         “พ่อกูต้องย้ายไปราชการที่เหนือว่ะ  แม่บอกจะตามไปด้วย  เลยถามกูว่ากูจะเรียนต่อที่นี่หรือย้ายตามไป  เพราะบ้านที่นี่ก็จะขายเหมือนกัน”
         “แล้วมึงตัดสินใจหรือยัง  ย้ายไปเดือนไหนว่ะ”
         “พ่อกูไปสิ้นเดือนนี้แหละ  ส่วนแม่แกบอกจะตามไปหรืออาจไปพร้อมกัน  รอกูตัดสินใจนี่แหละ  กูเลยยังตั้งตัวไม่ทันว่าจะเอาไงดี”   ผมบอกพลางเอามือกดรีโมทหาช่องอื่นอีก
         บอยลุกไปทางโต๊ะเครื่องแป้งหากยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า  เพราะเรื่องแก้ผ้าในหมู่เพื่อนฝูงออกจะเป็นเรื่องที่ปกติในหมู่เด็กช่างอย่างพวกเรา  มันนั่งหวีผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง  ผมหันไปมองหน้ามันในกระจก  ถ้าผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองผมว่าระหว่างมันกับผม  หน้าตาเราสองคนหล่อพอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยทีเดียว
         “กูอยากให้มึงเรียนที่นี่จนจบ  ปวช. ว่ะ  เพราะนี่ก็ปี 2 แล้ว  อีกอย่างถ้ามึงย้ายไปจริงกูคงคิดถึงมึงแย่เลย”
         ผมยิ้มอย่างมีความสุข  แน่ละใครบ้างจะไม่มีความสุขในเมื่อเพื่อนที่เรารักบอกว่าไม่อยากให้เราไปไหนไกล ๆ  แม้ตอนนี้ความรักจะแยกไม่ออกก็เหอะว่าอันที่แท้จริงแล้วมันคือความรักแบบไหนกันแน่    แต่รู้เพียงว่าตอนนี้ผมรักได้ทั้ง ชายและหญิง
         “กูก็คิดถ้ากูย้ายไปตอนนี้กูต้องปรับตัวอีกมาก  แต่ถ้ากูเรียนที่นี่กูก็ต้องอยู่คนเดียว  คงต้องหาหออยู่เหมือนมึง  มันเลยทำให้กูตัดสินใจลำบาก  เพราะถ้ากูไป  ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่กับเพื่อนที่โน่น  แต่ถ้ากูเรียนนี่กูก็คิดถึงพ่อกับแม่ตายเลยว่ะ  ไม่เคยห่างกันด้วยดิ”
         “ไอ้ลูกแหง่เอ้ย  อายุจะสิบเจ็ดแล้วนะมึง  ดูอย่างกูดิ  ออกมาใช้ชีวิตเด็กหอ  เออมึงเรียนนี่แล้วมาอยู่กับกูก็ได้  มึงจะได้ไม่เหงา  ดีมะ”
         บอยชี้โพรงให้กระรอกอีกแล้ว  เพราะถ้าผมตัดสินใจอยู่  เรื่องที่อยู่ก็หายห่วงไปเปราะหนึ่ง  และแน่นอน  แม่ต้องการคำตอบจากผมอย่างเร็วที่สุด  เ พราะถ้าย้ายไปโน่นทั้งครอบครัวต้องทำเรื่องย้ายที่เรียนอีก  ซึ่งมันต้องใช้เวลา  และเวลาที่เป็นตัวเร่งมันก็เหลือแค่สิบกว่าวันเท่านั้นเอง  ชีวิตผมมาถึงทางที่ต้องตัดสินใจ  ช่างน่าแปลกทีเรื่องแบบนี้ผมกลับไม่นึกถึง “พี่กฤษ”  แต่กลับคิดถึง “บอย” เป็นคนแรก  อาจเพราะว่า  “บอย”  เป็นเพื่อนคนเดียวที่ใช้ชีวิตนักเรียนอพาร์ตเม้นท์ก็เป็นได้ 
         “เข้าท่าว่ะเพื่อน  ขอกูคิดอีกสักวันสองวันนะ”
         บอยหันกลับมา  แล้วเดินมานั่งลงที่ปลายเตียงอีกครั้ง  มันจ้องหน้าผมอย่างที่มันไม่เคยทำมาก่อน  แววตามันมุ่งมั่นอย่างเต็มที่
         “ไอ้นัท  มึงฟังกูนะ   กูเป็นเพื่อนมึงนะ  มึงกับกูรู้จักกันมาก็ห้าปีแล้ว  เรียนมากันตั้งแต่ ม.1  จนกูพูดได้อย่างเต็มปากเลย  มึงคือเพื่อนที่กูรักมากที่สุด  คงไม่ถึงกับตายแทนได้  แต่กูรับรองว่ากูเจ็บแทนเพื่อนได้แล้วกัน  เรียนให้จบที่นี่ก่อนเหอะ  แล้วค่อยขยับขยาย”
         “ไอ้บอย  กูดีใจนะโว้ยที่กูมีเพื่อนอย่างมึง  แต่มึงก็รู้ไว้เหอะ  กูไม่อยากเป็นเพื่อนกินของมึง  แต่กูอยากเป็นเพื่อนตายของมึงมากกว่า  กูรับรองนะโว้ยถึงกูอยู่ที่ไหนในโลกแต่มึงก็คือเพื่อนคนเดียวและคนแรกที่กูนึกถึง”
         ผมยื่นมือออกไปด้านหน้าตั้งฉากกับพื้น  ไอ้บอยเอามือมาเกี่ยวผมไว้  แล้วผมก็ดึงมันมากอด  ก่อนที่จะพูดที่ข้างหูมันเบา ๆ
         “กูรักมึงวะ”
         ผมตบบ่ามันเบา ๆ  เหมือนเพื่อนที่ให้กำลังใจเพื่อน  แล้วผมดึงผ้าขนหนูมันออกอย่างรวดเร็ว  จนผ้าผืนนั้นติดมากับมือผม
         “เฮ้ย”  บอยร้องตกใจพลางเอามือมาแย่งผ้าจากมือผม  จนมันลืมไปว่า  มันกำลังเป็นชีเปลือยอยู่
         “ไอ้ห่านี่กูบอกรักหน่อย  Kแข็งเลยนะมึง  คิดไรกับกูป่าวว่ะนี่”
         บอยคงรู้ตัวเลยเอามือปิดKไว้  แล้วทำปากขมุบขมิบ  ก่อนที่จะหันหลังโชว์ก้นอันฟิตเปรี๊ยะให้ผม  ก่อนที่มันจะเอากางเกงมาใส่    แต่ไม่วายบ่น
         “ไอ้ห่านัทเล่นHereไรไม่รู้  แม่งทำยังกับไม่เคยเห็นKกู  แม่งแก้ผ้าอาบน้ำกันมาตั้งแต่ยังไม่มีฮามอย จนฮามอยรุงรังแล้วยังเสือกมาเล่นเป็นเด็ก ๆ  ไปได้”
         “บ่นจังเพื่อนกู  มาให้กูกอดอีกทีดี  มา..มาเร็ว”
         ผมทำหน้าล้อเลียนมัน  พลางกางมือออก  แต่ในใจกลับคิดว่า  ถ้ามึงเข้ามาให้กูรับรองได้  จมูกกูได้ฝังในแก้มมึงแน่เลย  แต่ไอ้บอยกลับเข้ามากอดผมแทนแล้วกลายเป็นผมที่มันฝังจมูกลงที่ซอกคอ
         “กูกอดมึงเองเพื่อนรัก  แม่งไอ้ห่านี่ถ้ามึงเป็นหญิง  กูจีบมึงทำแฟนแล้ว”
         ไอ้บอยบอกก่อนที่มันจะปล่อยผมเป็นอิสระจากวงกอด  ผมมองหน้ามันก่อนที่จะประเคนเท้าไปเบา ๆ  ที่ก้นมัน  ซึ่งมันก้เป็นเรื่องที่พวกเราเล่นกันเป็นประจำอยู่แล้ว  บอกแล้ว  “เพื่อน”  มันมีค่าและอาจจะเป็นสิ่งที่กั้นเราไว้ไม่ให้คิดมากเกินไปกว่านี้  เพราะอย่างน้อยในเวลานี้   “เรา”  ต่างก็รู้กันแล้วว่ามิตรภาพมันต้องใช้เวลาในการคบหา
           
         ถนนริมน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเขี่อนกั้นตลิ่งแม่น้ำ ค่อนข้างเงียบ  อาจเพราะวันนี้เป็นวันหยุด รถราเลยน้อยผิดกับวันทำงาน  พระอาทิตย์กำลังจะลาจากขอบฟ้า  หลังจากทำหน้าที่ของตัวเองมาทั้งวัน  บริเวณศาลากลางหลังเก่าที่โดนไฟไหม้  บัดนี้กำลังปรับพื้นที่เพื่อจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่ง  หากแต่ตามม้าหินที่เรียงรายริมแม่น้ำมี  เริ่มมีคนมากขึ้น บ้างก็มานั่งรับลมเล่น  บ้างก็มานั่งหยุดพักหลังจากออกกำลังกาย
         “นัท  คืนนี้นอนบ้านพี่นะ ไม่มีคนอยู่บ้าน”  พี่กฤษพูดเพียงเผ่วเบาได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น   
         ปีกว่า ๆ ที่ผมกับพี่กฤษมีไรกัน  ทั้งผมและพี่กฤษ เราต่างไปนอนค้างบ้านอีกฝ่ายเสมอ  ซึ่งทุกครั้งที่ผมไปค้างผมจะหอบหนังสือไป  บอกอาพี่กฤษว่ามาติวหนังสือ  ในขณะที่พี่กฤษทำแบบเดียวกับผมเมื่อมาค้างที่บ้าน  แม่ดูจะชอบพอพี่กฤษมาก เพราะเห็นว่าคอยดูแลผมไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางอย่างที่เด็กเทคนิคทั่วไปเป็นกัน
         “ไมเหรอพี่  ตั้งแต่ฝึกงานไม่ค่อยเจอหน้าเจอตา  พอโผล่มาชวนไปนอนเฉยเลย  ผมคิดถึงพี่แทบตาย  แต่พี่ดิเล่นหายเงียบไปเลย  ผมจะโทรไปหาบ่อย ๆ  กลัวอาพี่สงสัยอีก”
         “แล้วคิดว่าพี่ไม่คิดถึงหรือไง”
         “ความรัก”  บางครั้งมันก็ต้องหลบ ๆ  ซ่อน ๆ  ผมเองก็เบื่อกับชีวิตแบบนี้เหมือนกัน  แต่สังคมต่างจังหวัดยังรับไม่ได้กับการมีรักแบบผิดธรรมชาติ  เรื่องราวความรักบางครั้งก็ต้องอดทน  ผมเข้าใจ    เพราะผมขีดความรักของตัวเองเอาไว้อย่างดีเสมอ
         ....รักแบบพี่...เมื่อเราอยู่ต่อหน้าสาธารณะชน  และจำเป็นต้องแสดงออกในสังคม
         ....รักแบบคนที่พึงมีอะไรต่อกัน...ยามที่อยู่กันสองต่อสอง
         พี่กฤษเองก็เข้าใจดี  แต่ในระยะหลังพี่กฤษหายไปบ้าง  ไม่มาหาผมเหมือนเช่นเก่าก่อน  จนบ้างครั้งผมรู้สึกเหมือนชีวิตกำลังขาดหายอะไรไป สักอย่าง  อาจมีบางคั้งที่ผมเองก็คิดว่าถ้าวันนึงผมกับพี่กฤษต้องแยกกันจริง ๆ  ผมจะอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างไร  ในเมื่อตอนนี้พี่กฤษคือทุกอย่างในชีวิตผมก็ว่าได้  เป็นทั้งพี่  เพื่อน  ผัว เมีย ในเวลาเดียวกัน

         พี่กฤษพาผมกลับเข้าบ้านค่อนข้างดึก เพราะแวะไปเที่ยวเธคกันมา   เมืองต่างจังหวัดที่กฏหมายยังไม่เคร่งครัด  สถานที่เที่ยวแบบนี้จึงเต็มไปด้วยวัยรุ่นแบบผม  ผมเริ่มคอแข็งขึ้นตามลำดับอายุการใช้ชีวิตในรั้ว “เทคนิค” 
         “มึนโครตเลยพี่”  ผมทิ้งตัวแผ่หราลงบนเตียงในขณะที่พี่กฤษเดินไปเปิดเครื่องปรับอากาศ  ก่อนที่จะส่งผ้าเช็ดตัวให้ผม
         “อาบน้ำก่อนนะนัท  พี่โทรศัพท์แปบ”
         พี่กฤษบอกก่อนที่จะออกไปด้านล่าง  ผมเลยเข้าไปอาบน้ำ    เปิดน้ำจากฝักบัวมาไล่ความมึน  ในห้องน้ำคือที่สำหรับไล่ความเมาของผมได้เป็นอย่างดี  ผม ใช้เวลาอาบน้ำอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้  มารู้อีกทีก็เมื่อพี่กฤษมาเคาะ  ผมเลยรีบออกไปก่อนที่จะใช้ห้องน้ำเป็นสังเวียนรัก  พี่กฤษเลยเข้าไปอาบน้ำโดยที่ผมออกมาซุกตัวอยู่บนเตียงขนาดสองคนนอน  สักพักพี่กฤษก็สอดตัวเขช้ามาใต้ผ้าห่ม  เรานอนตะแคงหน้าเข้าหากัน  สายตาเราห่างกันแค่คืบเห็นจะได้
         “เห็น นกกับบอยบอกพี่  ว่าพ่อกับแม่จะย้ายไปเหนือเหรอ”
         “ครับ”
         “แล้วนัทล่ะ  นัทไปมั้ย”
         “ไม่บอกก่อนได้มะพี่  ผมไม่ได้ตัดสินใจเลย  เพราะแม่ให้เวลาตัดสินใจถึงพรุ่งนี้”   ผมตอบยิ้ม ๆ  พลางดึงพี่กฤษมาไว้ในอ้อมกอด  ขาเริ่มกวัดเกี่ยวกันใต้ผ้าห่ม  ไออุ่นจากเนื้อแนบเนื้อเริ่มทำKผมเริ่มแข็งขึ้นทีละนิด ๆ
         “งั้นพี่ช่วยนัทตัดสินใจเองนะ”
         พี่กฤษ  เอาปากมาประกบที่ริมฝีปากผม  ก่อนที่จะใช้ลิ้นแหย่เข้าไป  ผมอ้าปากรับลิ้นที่คุ้นเคย  กลิ่นยาสีฟันอ่อน ๆ  กับกลิ่นแอลกอร์ฮอร์  ทำให้มือผมกระชับพี่กฤษเข้ามาแน่นขึ้น  ผมไซร้พี่กฤษไปเรื่อย ๆ  ในขณะที่มือก็ลูบไล้ไปตามลำตัวก่อนที่จะไปหยุดที่Kอันแข็งโป้กของพี่กฤษ  ผมเอานิ้วเขี่ยรังไข่พี่กฤษเล่นไปมา 
         “นัทมาพี่ช่วย”
         พี่กฤษพูดจบก็กลับหัวลงไปหาKของผมที่แข็งไม่แพ้กัน  ในขณะที่ผมเลียหัวKไปมาเหมือนเด็กที่ตะกุมตะกรามราวกับว่านั่นคือของที่อร่อยที่สุด  พี่กฤษเองก็ไม่แพ้กัน  เอาลิ้นฉกไปมาที่รังไข่  จนผมสะดุ้งอยู่หลายครั้ง    ผมค่อย ๆ  ลากลิ้นจากโคนKขึ้นมาเรื่อย ๆ  แล้วระรัวลิ้นที่ปลายหัวKจนพี่กฤษสะดุ้งแล้วกระแทกKมาในปาก
         “โอ้ว........นัท  พี่เสียว........นัทจ๋า”
         เสียงครางกระเส่าของพี่กฤษกระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี  ผมเอานิ้วแหย่ไปในก้น  ทีแรกพี่กฤษขมิบสิ่งแปลกปลอม  แต่ลิ้นที่ระรัวสลับกับดูดหนัก  ๆ   ที่Kทำให้พี่กฤษผ่อนคลายลงได้อย่างมาก  แล้วนิ้วนำร่องผมก็เข้าไปในช่องหลีบนั้นอย่างสมบูรณ์  ผมจับพี่กฤษนอนตะแคงที่ขอบเตียงส่วนผมเองลงมายืนริมขอบเตียง
         “นัท  เย็ดพี่เลย  พี่เสียว”
         เสียงร่ำร้องของพี่กฤษปลุกอารมณ์กำหนัดของผมอย่างเต็มที่  ผมค่อย ๆ  ยกขาพี่กฤษขึ้นข้างหนึ่งก่อนที่จะค่อย ๆ  ทิ่มหัวKลงไป  ทีแรกพี่กฤษผวาเล้กน้อย  ผมเอาอีกมือค่อย ๆ  ไล้ไปมาตามรังไข่พี่กฤษ  ก่อนที่จะดันKมันเข้าไปทีละนิด  รูตูดพี่กฤษขมิบหัวKจนน้ำผมแทบทะลัก  แต่ยัง  ผมไม่ยอมปล่อยมันออกมาตอนนี้แน่  ผมค่อย ๆ  ใส่Kขนาด 5 นิ้วกว่า ๆ  เข้าไปจนมิดด้าม  พี่กฤษทำหน้าแหย  ผมค่อย ๆ  ขยับก้นออกมาแล้วดันเข้าไปที่ละนิดอีกครั้ง แล้วเริ่มเพิ่มระยะเวลาในการดันเร็วขึ้นก็อนที่จะกระแทกมันอย่างรวดเร็ว 
         “โ......อ้ว.....”   .เสียงครวญครางของพี่กฤษ  ทำเอาผมเสียวสุดขั้วหัวใจ  แล้วผมค่อย ๆ  ขึ้นคร่อมร่างพี่กฤษ  โดยเอาหมอนรองตูดพี่กฤษเอาไว้  คราวนี้ผมก้มลงมาดูดปากกับพี่กฤษอีกครั้ง ในขณะที่บั้นเอวผมก็โยกลงเป็นจังหวะ 
         “นัทดูดนมพี่เลยแรง ๆ  แรง ๆ  เลย”  ผมทำตามคำสั่งพี่กฤษอย่างว่าง่าย  เพราะในขณะที่ปากทำงาน  บั้นเอวผมก็ซอยอย่างไม่ยั้ง
         “พี่กฤษตูดพี่ตอดKผมจะไม่ไหวแล้วพี่”
         “เอาเลยน้องรัก  แตกคาตูดพี่เลย  เย็ดแรง ๆ  เลยน้องรัก”   ผมสนองคำสั่งพี่กฤษโดยโถมแรงที่มีทั้งหมดให้เร็วกว่าเดิมยิ่งขึ้น  พี่กฤษกอดผมเอาไว้แน่น  มือจิกไว้ที่หลังผม  สักพักผมเริ่มรู้ถึงน้ำอุ่น ๆ  เหนียว ๆ  ที่หน้าท้องผม  และตูดพี่กฤษที่ขมิบอย่างมากมายมันทำให้ผมต้องปล่อยน้ำพุ่งเข้าตูดพี่กฤษอย่างมากมาย
         ผมฟลุบอยู่บนตัวพี่กฤษก่อนที่จะเปลี่ยนมานอนกอด  หากแต่ใบหน้ายังซุกอยุ่ที่ซอกคอพี่กฤษ  ผมสูดกลิ่นที่คุ้นเคย  อีกทั้งมือยังคลึงKพี่กฤษเล่นไปมา แล้วพี่กฤษล่ะ  คงยอมให้ผมนอนเล่นKเขาฝ่ายเดียวหรอกนะ

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×