[YAOI]Devil...The heart of mafia ดวงใจมาเฟีย

ตอนที่ 22 : บทที่18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    25 ม.ค. 59

บทที่18

 

เปลือกตาบางขยับขยุกขยิกเบาๆก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจะเปิดขึ้นเพราะแสงแดดที่แยงเข้ามา มือเรียวขยี้ตาน้อยๆอย่างง่วงงุน ฟรานเชสลุกขึ้นนั่งพร้อมบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ

 

"หือ"ร่างโปร่งอุทานขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นัก เมื่อมองไปรอบห้องซักพักเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืน เขามานอนอ่านหนังสือที่ห้องท่านประธาน แต่แล้วก็คงเผลอหลับไป คิดได้ดังนั้นดวงตาสีฟ้าก็รีบหันมองนาฬิกาข้างเตียงแล้วก็เบาใจลงไปได้ที่ นี่เพิ่งจะตีห้าครึ่งกว่าๆเท่านั้น โดยปกติแล้วเขาต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้ พอมานอนต่างที่ที่ไม่มีนาฬิกาปลุก จึงไม่มั่นใจนักว่าตัวเองจะนอนเลยเวลาหรือเปล่า

 

ขาเรียวก้าวลงจากเตียงกำลังคิดจะกลับห้องของตัวเองแต่สายตาดันไปสะดุดกับโน้ตเล็กๆที่แปะหราไว้ตรงตู้เสื้อผ้าที่อยู่ไม่ไกลเสียก่อน ฟรานเชสเดินเข้าไปดูและหยิบมันมาอ่าน

 

‘...ฟรานเชส ฉันต้องไปต่างจังหวัดแต่เช้า คงไม่ได้อยู่จนถึงนายตื่น และกว่าวันนี้ฉันจะกลับก็น่าจะดึกๆเลย ฉันบอกคนขับรถไว้แล้วว่าให้ขับรถไปส่งนายที่บริษัทแต่ถ้านายอยากจะไปเองก็บอกเขาว่าไม่ต้องไปส่ง และฉันก็วางเงินไว้ให้แล้วบนโต๊ะเผื่อนายไม่ยอมไปกับคนขับรถ ไปกลับดีๆ ล่ะ เจอกันตอนดึก

จาก:C

.

.

.

 

เออ จะว่าไปขอบอกอะไรหน่อยนะ ทีหลังถ้าจะออกจากห้องของตัวเองตอนกลางคืนกรุณา'ใส่เสื้อ'มาด้วย นายอาจไม่โชคดีแบบนี้อีก เข้าใจนะ...’

 

ฟรานเชสเกาหัวด้วยความงุนงง ประโยคแรกๆก็พอเข้าใจแต่พอถึงตอนท้ายเขาก็ไม่เข้าใจว่าท่านประธานจะให้เขาใส่เสื้อทำไม และโชคดีอะไร

 

ฟรานเชสหยิบกระดาษแผ่นนั้นไปแล้วเดินออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมหยิบเงินบนโต๊ะตามที่เขียนไว้ในจดหมายไปด้วยร่าง

โปร่งเดินกลับไปที่ห้องของตนเองจัดการอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมพร้อมเพื่อไปทำงานแต่ก่อนที่จะเดินลงไปข้างล่างเพื่อทานข้าวเช้าร่างโปร่งก็คิดว่าเขาควรไปจัดผ้าห่มให้ท่านประธานก่อนเพราะเขาไปนอนห้องนั้นทั้งคืน ว่าแล้วฟรานเชสก็เดินกลับไปในห้องของคริสตอฟแล้วดึงเตียงจัดผ้าห่มให้เรียบร้อยเหมือนก่อนที่เขาจะมานอนเสร็จแล้วจึงค่อยเดินลงไป

 

เมื่อลงมาด้านล่างก็พบกับอาหารมากมายกองอยู่บนโต๊ะ ป้ารับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมตักข้าวให้

 

นายท่านออกไปทำงานแต่เช้าแล้วน่ะค่ะ วันนี้ท่านไปกับคนขับรถนะคะฟรานเชสพยักหน้าแล้วลงมือทานอาหารเช้าใจจริงก็ไม่อยากไปกับคนชับรถของท่านประธานหรอกเพราะไม่อยากรบกวน แต่ถ้าให้เอาเงินไปขึ้นรถแท็กซี่เองก็ดูจะเป็นการรบกวนยิ่งกว่าเพราะท่านประธานเล่นให้ค่ารถเขาเป็นแบงค์พัน ไม่รู้ว่าคิดได้อย่างไร แน่นอนว่าพันหนึ่งมันพอสำหรับค่ารถอยู่แล้วแต่คนขับแท็กซี่อาจจะไม่มีทอนได้ แถมค่าแท็กซี่ที่ไหนจะมีค่าถึงพันบาท นี่ท่านประธานให้เงินเขามามากมายขนาดนี้นี่ต้องการอะไรกันแน่ ด้วยเหตุนี้ฟรานเชสจึงตัดสินใจว่าเขาจะนั่งรถของท่านประธานไปแล้วค่อยคืนเงินพันบาทนั้นให้ท่านประธานทีหลัง

 

หลังจากกินข้าวเสร็จฟรานเชสก็เดินไปขึ้นรถ ตอนแรกเขาจะนั่งข้างหน้าคู่กับคนขับแต่คนรับใช้ที่มาส่งต่างก็เบรคเขาบอกว่าไม่ได้ หญิงสาวใช้เปิดประตูให้เขาที่ด้านหลังและบังคับให้นั่ง ดังนั้นฟรานเชสจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งลงไป

 

รถเคลื่อนตัวออกจาประตูคฤหาสน์ได้ซักพัก ฟรานเชสก็นั่งมองวิวข้างทางอย่างเบื่อหน่าย  ในความรู้สึกของฟรานเชสคนขับรถขับรถด้วยความเร็วที่ช้าราวกับเต่า ไม่รู้ว่าจะขับกลัวอะไร ทันใดนั้นร่างโปร่งก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ มือเรียวสะกิดไหล่คนขับรถเบาๆเรียกให้ชายคนนั้นหันมามองเขาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปด้วยความรวดเร็วเนื่องจากต้องมีสมาธิในการขับรถ

 

มีอะไรหรือครับท่านร่างโปร่งสังเกตุเห็นว่าชายคนขับรถมีท่าทีเกร็งอย่างเห็นได้ชัด พออาการนี้บวกกับการขับรถช้าฟรานเชสก็พอจะเดาได้ว่า คนขับรถคงกลัวว่ารถราคายี่สิบล้านคันนี้จะมีรอย ถึงได้ขับรถกล้าๆกลัวๆแถมช้าเสียชนาดนี้

 

จอดข้างๆนี่หน่อยครับฟรานเชสชี้ที่ข้างทาง คนขับรถมีท่าทีงงเล็กน้อยแต่ก็ทำตามคำสั่ง แต่แล้วอยู่ดีๆคนเป็นเจ้านายก็ก้าวลงไปจากรถทำเอาอีกคนที่นั่งอยู่ในรถตกใจรีบเปิดประตูตามออกไป แต่ยังไม่มทันจะได้ผลักบานประตูออกคนที่อยู่ภายนอกก็เปิดเข้ามาเสียก่อน

 

ลงมาก่อนครับฟรานเชสว่า คนขับรถทำหน้าตาเหรอหรานิดหน่อยแต่ก็ยอมลงมา แล้วฟรานเชสก็เข้าไปนั่งแทนที่

 

ไปนั่งอีกฝั่งครับฟรานเชสชี้ไปที่นั่งข้างคนชับ ชายหนุ่มคนขับรถพยักหน้าน้อยๆรับคำสั่งแล้วเดินอ้อมไป

 

ท่านจะขับหรือครับคนขับรถว่าเมื่อเข้ามาในรถ

 

ใช่ครับ ทำไมหรือฟรานเชสเอ่ยพลางรัดเข็มขัดนิรภัย

 

แต่ว่า...”

 

ผมขับรถเป็นน่า รีบรัดเข็มขัดได้แล้วครับฟรานเชสรู้ว่าสิ่งที่คนขับรถจะถามคืออะไร ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะดูว่าเขาขับรถไม่เป็นเพราะเขาไม่มีรถจึงไม่เคยขับให้ใครเห็น และส่วนใหญ่เขาจะไปไหนมาไหนด้วยรถแท็กซี่ตลอด

 

ครับคนขับรถได้แต่ทำตามคำสั่งอย่างเดียว  ตอนนี้ อันที่จริงเขาก็รู้สึกแปลกๆที่ตัวเองเป็นคนขับรถแท้ๆแต่ดันให้เข้านายขับแล้วตัวเองนั่งแทนซะอย่างนั้น

 

หลังจากรัดเข็มขัดเรียบร้อยแล้วฟรานเชสก็เข้าเกียร์อย่างรวดเร็ว มือเรียวจับพวงมาลัยไว้มั่นพร้อมกับเท่าที่เหยียบคนเร่งมิดในคราเดียว

 

“!!!”คนขับรถที่นั่งอยู่ข้างๆเกร็งตัวขึ้นมาทันที สองมือจับข้างเบาะโดยอัตโนมัติ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

 

ท่านครับ!!”ฟรานเชสไม่สนใจกับเสียงนั้น  เท้าและมือทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี การขับรถของฟรานเชสนั้นก็ยังนับว่าเป็นที่น่าหวาดเสียวสำหรับคนทั่วไปอยู่ดี เขาเหยียบคันเร่งถึงร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงทั้งๆที่บนถนนก็ค่อนข้างมีรถพอสมควร การขับหลบหลีกไปมาของฟรานเชสทำเอาคนที่นั่งด้วยหัวใจจะวาย ชายคนขับรถที่ตอนนี้ไม่ได้ขับแทบช็อคไปแล้วกับความหวาดเสียวนี้ ตอนเขาขับรถเขาอุส่าห์ขับช้าๆเพราะกลัวราคาแพงหูฉี่แบบที่เขาไม่มีปัญญาชดใช้ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นจนรถเสียหาย แต่พอท่านฟรานเชสมาขับกลับเหยียบซะเต็มที่แบบไม่กลัวรถจะไปเฉี่ยวอะไรเลยแต่ก็อย่าว่า ถึงท่านฟรานเชสจะทำรถเป็นรอยแต่นายท่านก็คงจะไม่ว่าอยู่แล้ว

 

ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงบริษัทด้วยความปลอดภัยไร้กังวลด้วยการขับรถอันแสนรวดเร็วของฟรานเชส รถยนต์คันหรูจอดหน้าประตูบริษัท ยามที่เฝ้าหน้าประตูรีบวิ่งเข้ามาเพื่อจะเปิดประตูให้ทันทีเนื่องจากรถราคาแพงนี้จะเป็นของใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ของท่านประธานบริษัท แต่ยังไม่ทันที่ยามจะได้มาเปิดประตู คนภายในรถที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับก็เปิดออกมาแล้วยกมือเป็นเชิงบอกว่าข้างหลังนั้นไม่มีใครนั่งอยู่ ชายคนขับรถเดินตามลงมาด้วยท่าทางเกร็งๆที่ยังเหลืออยู่ ฟรานเชสตบไหล่เขาเบาๆแล้วอ้อมไปเอากระเป๋าตนเองที่อยู่เบาะหลัง เสร็จแล้วชายหนุ่มร่างโปร่งเจ้าของดวงตาสีฟ้าก็หันกลับมาพูดกับชายคนขับรถที่กำลังยืนรอส่งว่า

 

แล้วอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครล่ะนิ้วเรียวยกขึ้นจุ๊ปากตัวเองพร้อมรอยยิ้มแบบขี้เล่นที่ทำเอาคนขับรถเผลอใจกระตุกแล้วร่างโปร่งก็หันหลังเดินหายเข้าไปในบริษัททันที

 

-  - - - - - - - - - - - - -

 

ฟรานเชสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมกองงานตาย ทำไปอยู่ดีๆงานเขามันก็เพิ่มพูนแบบล้นโต๊ะก็ไม่รู้ หัวหน้าเล่นโยนงานมาให้เขาตลอดฟรานเชสคิดว่าถ้าจะทำให้เสร็จหมดนี่คืนนี้คงไม่ได้นอนกันพอดี

 

โจครับร่างโปร่งเรียก

 

ไรชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานตอบรับ

 

จะเป็นอะไรไหมครับถ้าคุณจะช่วยผมทำงานตรงนี้หน่อยฟรานเชสว่า เขางานเยอะมากในขณะที่เพื่อนร่วมงานเขาทำงานแบบสบายๆ บนโต๊ะของโจมีแต่กระป๋องเบียร์กับของกินจุกจิก งานไม่เห็นจะล้นโต๊ะเหมือนเขา ดังนั้นร่างโปร่งจึงคิดว่าเขาน่าจะลองขอความช่วยเหลือจากโจดู

 

ทำไมฉันต้องทำให้นายด้วยแน่นอนว่าคำตอบที่ได้ไม่ผิดไปจากที่ฟรานเชสคิดเท่าไหร่ จะให้เพื่อนร่วมงานคนนี้มาญาติดีกับเขาชาตินี้คงไม่มีทางซะล่ะมั้ง

 

งานผมมันเยอะมากเลยน่ะครับ ถ้าคุณจะช่วยแบ่งไปบ้างผมจะขอบคุณมากฟรานเชสบอก

 

งานฉันก็มีนะชายหนุ่มยังคงย้อกย้อน

 

แต่งานคุณกำลังจะเสร็จแล้ว และนี่เหลือเวลาอีกตั้งสามชั่วโมงกว่าจะเลิกงาน ช่วยผมหน่อยไม่ได้หรือครับฟรานเชสยังคงขอร้อง

 

งานเสร็จเพราะฉันรีบทำและอยากได้เวลาพักผ่อนนิดๆหน่อยๆถ้างานนายไม่เสร็จก็อย่ามาระรานคนอื่นได้ไหมโจว่าฟรานเชสได้ยินดังนั้นก็รู้ในใจแล้วว่ายังไงเพื่อนร่วมงานของเขาก็คงไม่ช่วยเขาทำงานอยู่ดี ร่างโปร่งจึงล้มเลิกความตั้งใจไป

 

สองชั่วโมงถัดมา โจนั่งกินขนมและเบียร์พร้อมกับเปิดเพลงในโทรศัพท์ฟังอย่างสบายใจในขณะที่ฟรานเชสกำลังพิมพ์มือเป็นระวิงพร้อมกับตรวจเช็คเอกสารที่กางแผ่ไว้ด้านหน้าไปพร้อมๆกัน ฟรานเชสแทบไม่มีเวลาพอแม้แต่จะละสายตาไปจากหน้าจอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ร่างโปร่งเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยเหลือเกิน ตาก็ต้องจ้องหน้าจอคอมตลอดเวลาจนเริ่มล้า มือก็เซ็นๆเขียนๆไม่หยุดแถมคอก็ต้องเงยดูจอทีก้มดูเอกสารทีจนมีอาการปวด โจที่เหมือนว่าในที่สุดจะเห็นความยากลำบากของเพื่อนร่วมงานก็เลยเอ่ยปากออกมาอย่างทนไม่ได้

 

ฉันช่วยนายเองว่าแล้วมือใหญ่ของอีกฝ่ายก็คว้าเอกสารกองโตไปจากตรงหน้าฟรานเชส

 

ทำในคอมก็ทำไป ก้มๆเงยๆเดี๋ยวก็คอหักตายพอดีไม่รู้ว่านั่นเป็นความเป็นห่วงแบบอ้อมๆหรือไม่แต่ฟรานเชสก็รู้สึกดีใจมากที่ในที่สุดเขาก็มีคนช่วยแบ่งเบางานออกไป

 

ขอบคุณมากนะครับร่างโปร่งยิ้มให้  โจชะงักไปเล็กๆก่อนจะหันกลับไปทำงานที่ตนเองหยิบมาช่วย

 

เมื่อมีคนทำงานสองคนงานก็เดินเร็วขึ้นเป็นสองเท่า พอถึงเวลาเลิกงาน โจก็ทำเอกสารในส่ววนที่เขาบอกว่าจะช่วยทำเสร็จพอดี

 

ฉันทำให้นายได้แค่นี้ล่ะ กลับบ้านล่ะโจผลักกองเอกสารมาคืนแล้วลุกขึ้นยืนเก็บกระเป๋า

 

ขอบคุณมากนะครับฟรานเชสเอ่ยย้ำอีกครั้งแต่สายตาก็ยังไม่ละไปจากหน้าจอคอม

 

อืม แล้วก็อย่ากลับบ้านให้มันดึกมากล่ะโจเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ฟรานเชสรู้สึกได้ว่าเริ่มมีเค้าลางดีเกิดขึ้นระหว่างเขากับเพื่อนร่วมงานคนนี้ ร่างโปร่งยิ้มน้อยๆแล้วหันกลับไปทำงานต่ออย่างอารมณ์ดี

 

รู้ตัวอีกทีเมื่อมองนาฬิกาก็ปาเข้าไปสองทุ่มแล้ว คงเพราะว่าฟรานเชสชินกับการอยู่ทำงานดึกๆดื่นๆคนเดียวจึงทำให้เขารู้สึกว่าเวลาผ่านไปมากแค่ไหน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังล้าอย่างมากเพราะงานเขาเยอะมากและเขาก็ทำโดยที่ไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่นิด ฟรานเชสรู้สึกว่าหัวของเขาเริ่มปวดตุบๆและร่างกายก็เริ่มเพลีย ดังนั้นร่างโปร่งตัดสินใจจะพักงานที่ตัวเองทำไว้ก่อนเพราะถ้าทำไปมากกว่านี้มันจะดึกเกินไปและไม่ได้ต่อสุขภาพของเขามากยิ่งขึ้น

 

 ฟรานเชสลุกขึ้นปิดคอมและเก็บกระเป๋าก่อนจะเดินออกจาบริษัทไป ตอนแรกร่างโปร่งคิดว่าจะเรียกแท็กซี่กลับแต่ทำไมก็ไม่รู้วันนี้ถึงได้ไม่มีแท็กซี่ผ่านมาที่หน้าบริษัทเลย ร่างโปร่งจึงตัดสินใจว่าจะเดินเลาะซอกตึกไปอีกถนนหนึ่งแทน

 

ในระหว่างที่ฟรานเชสกำลังเดินเข้าไปในซอกตึกเปลี่ยวๆที่แทบไม่มีแสงไฟ ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าเหมือนมีคนกำลังเดินตามเขาอยู่ ฟรานเชสหันกลับไปมองเล็กน้อบแล้วพบว่ามีผู้ชายสองคนกำลังเดินตามเขามา ร่างโปร่งยังไม่มั่นใจนักว่าทั้งสองคนนั้นตามเขามาเพราะเจตนาไม่ดีหรือแค่เป็นคนที่เดินผ่านทางนี้เหมือนกันเท่านั้น

 

ร่างโปร่งลองเดินเร็วขึ้นเพื่อดูว่าสองคนนั้นจะตามเขาจริงหรือไม่ แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อสองคนนั้นก็เดินเร็วขึ้นตามเขา ฟรานเชสเริ่มก้าวยาวขึ้นทุกขณะโดยที่สองคนนั้นก็ก้าวเร็วขึ้นด้วย ร่างโปร่งหันกลับไปมองตรงๆแล้วก็พบว่าทั้งสองคนนั้นกำลังมองเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อ วินาทีที่กำลังจะคิดวิ่งเขากลับชนใครบางคนแทน

 

ไง มาให้จับถึงที่เลยนะฟรานเชสไม่รู้ว่าชายตรงหน้าเป็นใครแต่ที่แน่ๆคือมันต้องเป็นพวกเดียวกับสองคนข้างหลังอย่างแน่นอน มือเรียวผลักชายร่างใหญ่ตรงหน้าไปให้พ้นก่อนจะวิ่งสุดฝีเท้าทันที

 

ตามมันไป!!”เสียงของสองคนข้างหลังพูดขึ้น ชายหนุ่มที่เขาเดินชนเมื่อกี้กำลังวิ่งตามมาติดๆ ฟรานเชสรู้สึกว่าทางระหว่างตึกมันยาวเกินไปก็วันนี้ ร่างโปร่งวิ่งด้วยความเร็วอย่างสุดกำลังและมันคงเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับคนร้ายทั้งสามคนเพราะว่า...

 

ทำไมมันวิ่งเร็วอย่างนี้วะ!”ยิ่งวิ่งฟรานเชสก็ยิ่งทิ้งระยะห่างมากยิ่งขึ้น คงเพราะว่าความยาวขาและความปราดเปรียวของรูปร่างฟรานเชสมันถึงทำให้เขาวิ่งเร็วมาก จริงๆฟรานเชสรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าถ้าวิ่งอย่างไรเขาก็สามารถหนีพวกนี้พ้น

 

ตามไป!”แต่เหมือนว่าสามคนนั้นก็ยังไม่เลิกตาม เมื่อวิ่งออกมาจนสุดทางฟรานเชสก็วิ่งไปทางฟุตบาทด้านขวาและพยายามจะหาที่หลบ จริงๆแล้วเขาก็ไม่รู้แล้วล่ะว่าตอนนี้ตัวเองวิ่งมาที่ไหนแต่ที่เขาคิดได้คือเขาควรจะวิ่งไปทางที่มีคนเยอะๆเท่าไหร่ยิ่งดี

 

แต่จนแล้วจนเล่าสามคนนั้นก็ยังไม่เลิกตาม ถึงความเร็วของทั้งสามคนจะไม่มากแต่ฟรานเชสก็ยอมรับเลยกับความอึดเมื่อยิ่งวิ่งเข้าที่ๆมีคนมากๆคนที่เสียเปรียบก็คือเขาเองเพราะเขาไม่สามารถวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ได้

 

ฟรานเชสเริ่มรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น วันนี้เขาทำงานก็เพลียและล้ามาแล้วทั้งวันจะให้มาวิ่งเร็วๆนานขนาดนี้มันก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ฟรานเชสรู้สึกว่าตัวเองควรจะฮึดวิ่งเต็มที่เป็นครั้งสุดท้ายจะได้หนีพ้น ดังนั้นร่างโปร่งจึงเลี้ยวเข้าตรอกซอยแคบๆแล้ววิ่งเร็วขึ้น แต่เหมือนว่าเขาจะประมาณตัวเองผิดไป เนื่องจากความเหนื่อยล้ามันจึงทำให้ฟรานเชสไม่สามารถวิ่งได้เร็วเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ในขณะที่ฟรานเชสรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดหวังและสามคนนั้นกำลังจะเลี้ยวเข้าซอยตามมา ร่างโปร่งก็ไปชนเข้ากับใครก็ไม่รู้อีกครั้ง

 

หาเรื่องหรอวะ!!”ชายคนนั้นตะโกนใส่หน้าฟรานเชส มือของเขาถือขวดเหล้า ท่าทางและกล้ามของเขาดูไม่น่ายุ่งเกี่ยวด้วยอย่างแรง ฟรานเชสเงยหน้าขึ้นเพื่อจะเอ่ยขอโทษ แต่เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเห็นหน้าฟรานเชสเต็มๆเขาก็ถึงขนาดต้องร้องออกมา

 

ท่าน!! ท่านฟรานเชสใช่ไหมครับฟรานเชสงงไปชั่วขณะ ภายในหัวกำลังนึกอยู่ว่าเขาไปเจอเคยเจอคนพวกนี้ตอนไหนกัน

 

"ครับ"แต่ร่างโปร่งก็ตอบออกไป ดูจากลักษณะการเรียกแล้ว คนที่จะเรียกเขาว่าท่านก็จะมีแต่พวกลูกน้องในแก๊งของท่านประธานเท่านั้น

 

"ผมเป็นคนของวาเลนติโน่น่ะครับ นี่ท่านวิ่งหนีอะไรมาหรือครับ"ชายหนุ่มคนนั้นพูด ตอนแรกก็มัวแต่ตกใจว่าเจอคนสำคัญของแก๊ง แต่พอเห็นท่าทีหอบเหนื่อยแบบนั้นก็เลยต้องถามขึ้นมา

 

"เอ่อนั่น"พอดีกับที่สามคนนั้นวิ่งเลี้ยวเข้ามาในซอย ฟรานเชสรีบชี้ให้ดูทันที

 

"มันอยู่นั่น จับมัน!!"หนึ่งในชายสามคนเอ่ยขึ้น 

 

"ท่านหลบไปก่อนครับ"ชายหนุ่มร่างกำยำที่เป็นคนของวาเลนติโน่เอ่ยบอก เขารีบเดินก้าวมาข้างหน้าฟรานเชสแล้วขวางไว้

 

"แกเป็นใครวะ!ถอยไป!"เมื่อทั้งสามคนมาถึงก็พูดขึ้น

 

"พวกแกล่ะเป็นใคร"ชายหนุ่มร่างกำยำย้อน

 

"พวกฉันไม่ได้มีธุระกับแก ถอยไป"

 

"แต่คนที่พวกแกระรานคือเจ้านายของฉัน"

 

"อ่อ แกคือคนของวาเลนติโน่หรอ หึ"ทั้งสามคนหักนิ้วกรอบแกรบทันทีเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มที่มาขวางทางเป็นคนในแก๊งมาเฟีย

 

"พูดแบบนี้พวกแกคือคนจากคิมหันต์สินะ"ชายหนุ่มผู้ถือขวดเหล้าอยู่ไม่หยี่ระยะ เขาเริ่มหักนิ้วอย่างสนุกสนานเหมือนกัน

 

“เอ่อ”ฟรานเชสเอ่ยขึ้น

 

“ท่านถอยไปครับ ผมจะจัดการเอง”ชายหนุ่มตีขวดเหล้าให้แตกเป็นแหลมคมแล้วยกขึ้นในท่าพร้อมสู้

 

“มาเลย”ทั้งสามคนหันมองหน้ากันก่อนจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มร่างกำยำจากวาเลนติโน่

 

ฟรานเชสได้แต่เขยิบออกไปห้พ้นวงต่อสู้เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนลูกหลง จริงๆต้องบอกเลยว่าเขาเป็นที่ไม่สันทัดเรื่องการต่อสู้จริงๆ ทำได้อย่างมากก็แค่การป้องกันตัวเท่านั้น การที่สามคนนั้นมุ่งความสนใจไปที่ชายหนุ่มร่างกำยำคนนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเขา แต่ฟรานเชสก็ยังคงกังวลอยู่ดีว่าชายหนุ่มจากวาเลนติโน่จะได้รับบาดเจ็บ

 

พลันสายตาฟรานเชสก็มองเข้าไปในที่ๆชายหนุ่มในแก๊งวาเลนติโน่เดินออกมาภายในตอนแรก มันเป็นสถานที่ที่เหมือนจะเป็นผับเล็กๆที่มีคนอยู่ไม่มาก ฟรานเชสตัดสินใจว่าจะค่อยๆอาศัยช่องทางที่สี่คนนั้นกำลังวุ่นวายกับการต่อสู้กันอยู่ แอบเปิดประตูเข้าไปในร้าน เพื่อขอความช่วยเหลือจากใครซักคน ทันใดที่เขาเข้าไปก็พบว่ามีชายหนุ่มกำยำที่ใส่แต่เสื้อกล้ามเต็มไปหมด ทุกคนกำลังสนุกอยู่กับการกินเหล้าและเล่นการพนันกันอย่างสนุกสนาน แต่พอฟรานเชสยืนอยู่ตรงนั้นได้ซักพักก็เหมือนว่าเสียงทุกอย่างจะเริ่มเงียบลงและสายตาทุกคู่ก็มองตรงมายังเขา

 

“ท่าน!!”ในที่สุดก็มีคนตะโกนขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

“พวกคุณเป็นพวกเดียวกับคนที่อยู่ข้างนอกหรือเปล่าครับ คือเขากำลังโดนรุมผมกลัวเขาได้รับบาดเจ็บ”ฟรานเชสรีบพูดขึ้นก่อนที่สถานการณ์จะวุ่นวายเนื่องจากคนที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่อย่างเขา ดันมาอย่างกระทันหัน

 

บางคนรีบพุ่งไปทันทีเมื่อได้ยินว่าเพื่อนของตนกำลังโดนรุม จริงๆฟรานเชสรู้อยู่แล้วว่าถ้าคนจากวาเลนติโน่อยู่ที่นี่เขาจะไม่อยู่เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน และร่างโปร่งก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคนในผับทั้งหมดแห่งนี้คือคนจากวาเลินติโน่ทั้งหมด

 

เมื่อหลายคนออกไปเพื่อช่วยเพื่อนร่วมแก๊งตัวเองด้านนอก คนที่เหลือก็รีบลากฟรานเชสให้ไปนั่งลงที่โซฟาด้านใน

 

“ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรครับ”ใครบางคนพูดขึ้น

 

“ผมหนีคนพวกนั้นมาน่ะครับ”ฟรานเชสชี้ออกไปยังนอกประตู

 

“พวกมันตามล่าท่านหรือครับ”

 

“ผมไม่ทราบครับ แต่เขามาดักผมแล้วพยายามจะจับผม”ฟรานเชสบอกแต่เหมือนว่าคำที่เจ้าตัวพูดออกไปจะไปกระตุ้นต่อมอะไรบางอย่างของพวกที่นั่งฟังอยู่ เพราะทุกคนมีท่าทีโมโหขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

“เดี๋ยวพวกผมจะจัดการมันเองครับ”พูดไม่ทันขาดคำพวกที่สู้กันอยู่ข้างนอกก็เดินเข้ามาภายในผับพร้อมกับร่างที่ยับเยินของสามคนนั้นที่ตามเขามาตลอดทาง ฟรานเชสมองอย่างตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะมีการชกต่อยกันหนักขนาดนี้ แถมบางคนยังมีเลือดไหลออกมาเหมือนโดนของแข็งฟาดอีกด้วย

 

“ท่านครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้”ชายหนุ่มที่เขาเดินชนหน้าผับตอนแรกเอ่ยขึ้น ถามตัวเขามีเลือดและเหงื่อประปราย

 

“เอ่อ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ เป็นผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณ”ฟรานเชสเอ่ยอย่างน้อบน้อม

 

“ท่านครับ ผมขออนุญาติถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”หนึ่งในคนที่กำลังนั่งล้อมเขาอยู่พูดขึ้น

 

“ครับ”

 

“ท่านฟรานเชสเป็นว่าที่นายหญิงของวาเลนติโน่ใช่ไหมครับ”พอคำถามจบฟรานเชสก็หน้าแดงเถือกขึ้นมาทันที มือเรียวรีบยกขึ้นมาปัดไปมา

 

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็นแค่ลูกน้องในบริษัทของท่านประธานเท่านั้นล่ะครับ”ทุกคนในที่นั้นทำหน้าสงสัยขึ้นมาทันทีก่อนจะมีใครบางคนถามต่อ

 

“ท่านอยู่กับนายท่านหรือเปล่าครับ”

 

“เอ่อ ครับ”ฟรานเชสตอบ จริงๆทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าฟรานเชสอยู่กับนายท่านของพวกเขา แต่ก็ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เพราะคำสั่งในครั้งนั้นที่ให้ตามหาผู้ชายคนนี้ ทำให้พวกเขาได้รู้ว่านายท่านของเขากำลังมีคนพิเศษ ถึงท่านฟรานเชสจะบอกว่าเขาไม่ได้เป็นว่าที่นายหญิงของวาเลนติโน่ แต่พวกเขาทุกคนรู้นิสัยนายท่านสูงสุดแห่งวาเลนติโน่ดี ถ้าไม่ได้ชอบหรือมีใจ มีความห่วงใยให้ไม่มีทางที่ท่านคริสตอฟจะพาย่างกรายเข้าเหยียบคฤหาสน์อย่างแน่นอน มีแต่ตัวท่านฟรานเชสเองนั่นล่ะที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งนั้นเรียบร้อยตั้งแต่ก้าวเข้าคฤหาสน์ตระกูลแบร์ลิออสแล้ว

 

“ผมชื่อทินนะครับ ผมเป็นหัวหน้าของพวกในผับทั้งหมดนี่ล่ะครับ”ชายหนุ่มร่างกำยำพูดขึ้น เขาเป็นคนที่ฟรานเชสเดินชนตอนหน้าผับนั่นเอง

 

“ครับ”ฟรานเชสตอบ

 

“แล้วท่านกำลังจะไปไหนหรือครับ ถึงได้ไปโดนพวกมันดักได้”ทินถาม

 

“ผมกำลังจะกลับบ้านครับ”ฟรานเชสตอบ

 

“บ้านที่ว่านี่คือคฤหาสน์ของนายท่านใช่ไหมครับ”ทินถามต่อซึ่งฟรานเชสก็พยักหน้ากับคำถามนั้น

 

“แล้วท่านไม่ได้กลับบ้านกับนายท่านหรือครับ”ชายหนุ่มคนหนึ่งในวงถามขึ้น

 

“เหมือนว่าวันนี้นายท่านจะไปทำงานต่างจังหวัดใช่ไหมครับ หรือผมจำผิด”ทินพูด เขาทำท่านึกติดเล็กน้อย

 

“ครับ ผมเลยกลับบ้านเอง”ฟรานเชสบอก

 

“แต่ทำไมท่านถึงได้กลับบ้านดึกแบบนี้ล่ะครับ”

 

“ผมงานเยอะน่ะครับ”ทุกคนนิ่งไปซักพักกับคำตอบ ฟรานเชสดูเหมือนพนักงานธรรมดาของบริษัทมากๆจนถ้าไม่รู้ว่าอยู่บ้านเดียวกับนายท่านและนายท่านเคยสั่งให้ตามหาผู้ชายคนนี้แบบพลิกแผ่นดินแล้วล่ะก็ พวกเขาก็คงเข้าใจว่าท่านฟราเชสเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดามากๆคนหนึ่งเท่านั้นไม่ได้เป็นคนพิเศษของนายท่านพวกเขาแต่อย่างใด

 

“ผมจะเรียนเรื่องนี้ให้นายท่านทราบ”ทินเอ่ยขึ้นพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

 

“อย่าเลยครับ”ฟรานเชสพูดทันทีเมื่อทินกำลังจะกด

 

“ทำไมล่ะครับ”ชายหนุ่มหันมามองด้วยความสงสัย

 

“ก็...ถ้าท่านประธานรู้เรื่องนี้เข้า เขาก็อาจจะไม่สบายใจมากกว่าเดิมก็ได้ ท่านก็มีเรื่องเครียดอยู่แล้ว อย่าไปทำให้ท่านประธานต้องมีเรื่องเพิ่มเลยครับ”คำพูดแต่ละคำที่ฟรานเชสเอ่ยมา มันเหมือนกับเทวดาเลยจริงๆ ทุกคนที่ฟังอยู่มีความคิดไปในทางเดียวกันว่า ทำไมท่านฟรานเชสถึงได้เป็นคนที่น่ารักและนิสัยดีได้ถึงขนาดนี้

 

“อีกอย่าง...นี่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย”ฟรานเชสพูดต่อ แต่ทินก็ขัดขึ้นมาทันที

 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรกันครับ ถ้าเกิดว่าท่านไม่บังเอิญวิ่งมาชนผม ป่านนี้ท่านคงถูกพวกมันจับตัวไปแล้ว!!”ทินเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ ทุกคนในที่นั้นก็เหมือนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่หัวหน้าของตนพูด

 

“ท่านไม่รู้ตัวหรือครับว่าท่านสำคัญกับนายท่านมากแค่ไหน และถ้าท่านถูกจับตัวไปมันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น!”ฟรานเชสได้แต่นั่งนิ่งๆไม่รู้จะพูดอะไร เขาไม่เคยรู้สึกว่ามีความสำคัญขนาดนี้มาก่อนเลย

 

“อย่างไรก็ตามผมต้องแจ้งเรื่องนี้ให้นายท่านทราบ”ว่าแล้วทินก็กดโทรศัพท์ที่ค้างอยู่ต่อ ถือสายสักครู่หนึ่งก็เหมือนว่ามีคนรับ จากลักษณะคำพูดแล้วฟรานเชสรู้ว่าคนที่ทินคุยด้วยอยู่คงไม่ใช่ท่านประธานโดยตรงแต่คงเป็นเลโอไม่ก็แอนโทนินมากกว่า

 

ทินคุยอยู่กับคนในสายซักพัก เขากำลังเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังรวมทั้งบอกสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่นานนักชายหนุ่มก็วางสาย

 

“นายท่านกำลังกลับมาใกล้จะถึงแล้ว นายท่านบอกว่าให้ท่านรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวนายท่านจะมารับครับ”ทินเอ่ย ฟรานเชสพยักหน้าเล็กน้อย ฉับพลันเขาก็รู้สึกว่าตัวเองปวดหัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น สงสัยว่าวันนี้ทั้งทำงานเยอะไม่ได้พักผ่อนแล้วยังต้องมาวิ่งหนีคนร้ายอีกมันจะทำให้ร่างกายเขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

“ท่านไม่สบายหรือเปล่าครับ”ชายคนหนึ่งถามขึ้น

 

“เปล่าครับ แค่เพลียๆ”ฟรานเชสบอก

 

“ถ้าอย่างนั้นท่านนอนพักก่อนได้นะครับ อีกซักพักกว่านายท่านจะมาถึง”ทินว่าแล้วผายมือเป็นเชิงบอกว่าฟรานเชสสามารถนอนยาวที่โซฟาที่กำลังนั่งอยู่นั้นได้เลย

 

“ท่านไม่ต้องห่วงน่ะครับ พวกเราจะคุ้มครองท่านเอง”ทินยิ้มแล้วเดินไปหยิบผ้าห่มผืนเล็กๆมาให้ ฟรานเชสรับไว้แล้วเอนนอนลงกับโซฟา เขาคิดว่ามันก็ดีเหมือนกันที่เขาจะได้พักผ่อนเพราะว่าเขาเพลียมากกับเรื่องวันนี้

 

“เมื่อนายท่านมาผมจะปลุกท่านเองครับ”นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ฟรานเชสได้ยินก่อนจะหลับไป

 

-             - - - - - - - - - - - - - - -

 

 มาแล้วค่า ฝากติดตามต่อด้วยวยนะค้าาาา

 

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

1,550 ความคิดเห็น

  1. #1507 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 16:29
    นายหญิง?~
    #1507
    0
  2. #1155 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 01:00
    ลูกน้องแบบนี้นี่ดีมากอ่ะ
    #1155
    0
  3. #945 + 1900s (@1900hqilo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 10:05
    กรี๊สสสสสสส นายหญิง
    #945
    0
  4. #751 Boomm Wrn (@boomwrn66) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 19:00
    เก๋มากอ่ะ โคตรสนุก อ่านแล้วเห็นภาพ
    #751
    0
  5. #156 jesterei (@jinxpz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 14:17
    ฟรานเชสน่ารักจังเลย มีเป็นห่วงคริสด้วย
    #156
    0
  6. #155 Un YoNG (@unnarak) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 13:56
    สนุกมากค่ะ
    #155
    0
  7. #154 S-TJ (@S-TJ) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 07:47
    สนุกมากเลย มาต่อไวๆน้า
    #154
    0
  8. #153 Plum (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 05:29
    อยากจะบอกว่า...??? ค้างงงงงงงงงง ง.งูล้านตัว

    ีีรีบๆมาต่อน้าาาา
    #153
    0
  9. #148 Unza Unza (@an_161022) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 21:07
    คือน่ารักอ่ะคะ รอน่ะคะ
    #148
    0
  10. #147 C29Sangdean (@C29Sangdean) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 18:58
    รอออออออนะคะ
    #147
    0
  11. #146 Akatsuna no SasoriTV (@myeiftjung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 18:05
    รอนะครับ
    #146
    0
  12. #145 LILITH 💋 (@lokihime) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 10:35
    รอครับ น่ารักดี
    #145
    0
  13. #143 rinsa5 (@rinsa5) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 07:41
    กรี้ดดดด มาแล้วว
    #143
    0
  14. #142 Mint (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 04:39
    กรี๊ดดดดดสนุกมากอ่ะจะรออ่านต่อนะคะ
    #142
    0
  15. #141 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 23:57
    เพิ่มโบนัสให้ลูกน้องนายเยอะๆนะลูกน้องนายน่ารักมากๆอ่ะ555
    #141
    0
  16. #140 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 23:56
    คริสคุงบวกโบยัสเยอะๆนะ5555
    #140
    0
  17. #139 เหมียวน้อย (@mylove-kyu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 22:55
    เหล่าลูกน้องน่ารักอ่ะ >.,<
    #139
    0