กลร้ายพ่ายใจรัก

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 7 ปกป้องคุ้มครอง ( 3 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61







      หลังจากที่ส่งทัดดาวถึงมือหมอแล้วเขาก็นั่งรออยู่ด้านหน้าห้องฉุกเฉิน และตอนนั้นเองเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินเข้ามาหาเพราะมีคนโทรไปแจ้งว่ามีคนถูกชนแล้วหนีแถมยังลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปอีก ตอนที่ไปถึงก็เห็นว่าคนเจ็บขึ้นรถพยาบาลไปแล้วพวกเขาเลยต้องขับรถตามมาที่นี่

      “สวัสดีครับคุณวายุ” ตำรวจนายหนึ่งทักทายชายหนุ่มที่รู้จักกันดี

      “สวัสดีครับผู้กองวิษณุ” เขาเอ่ยทักทายกลับไปพร้อมกับยทำหน้าแปลกใจว่าเพราะอะไรทำไมตำรวจนายนี้ถึงมาอยู่ที่นี่

      “พอดีมีชาวบ้านโทรไปแจ้งว่ามีเหตุชนแล้วหนีผมเลยมาดู แต่เห็นว่าคนเจ็บมาที่นี่ผมเลยตามมาครับ” เพราะสถานทีตำรวจอยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมากนักทำให้มาถึงเร็ว และชาวบ้านก็ตาไวเห็นชื่อโรงพยาบาลพวกเขาเลยตามาถูก

      ตอนนั้นเองประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมกับคุณหมอหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของวายุนั่นเอง

      “ทัดดาวเป็นยังไงบ้างหมอกานต์” วายุรีบพุ่งไปถามอาการของเลขาฯ สาวทันที

      “ไม่เป็นอะไรมาก แค่หัวแตกหัวเข่าแตกและมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย” หมอหนุ่มบอกเพื่อนรัก

      “ตรวจดีแล้วเหรอ สมองล่ะเป็นอะไรหรือเปล่า” 

      “ตรวจแล้วไม่มีเลือกคั่งที่สลบไปคงเพราะตกใจมากกว่า เดี๋ยวรอคุณทัดดาวฟื้นค่อยเช็คอีกที”

      วายุถอนหายใจออกมาแล้วสั่งให้นพคุณไปจัดการเรื่องห้องพัก ส่วนตัวเองก็เดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตอนนี้ทัดดาวยังไม่ฟื้นคงยังให้ปากคำอะไรไม่ได้ และเขาเองก็ไม่คิดจะแจ้งความด้วยซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พอจะเข้าใจแต่ก็พูดเตือนว่าอย่าทำอะไรที่มันรุนแรงมากไปนัก

       “นายจะให้ผมจ้างพยาบาลพิเศษหรือจะให้ผมโทรหาเพื่อนของคุณทัดดาวไหมครับ” นพคุณถามเจ้านายที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างเตียงหญิงสาว

      “เดี๋ยวนายกลับไปเอาเสื้อผ้าของฉันมาที่นี่ คืนนี้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนทัดดาวเองแล้วนายก็โทรไปบอกเพื่อนของ  ทัดดาวด้วยแล้วกัน” คำพูดของเจ้านายทำให้ลูกน้องทั้งสองคนอ้าปากค้างพร้อมกัน เจ้านายเขาที่ไม่ชอบโรงพยาบาลแต่กลับจะมานอนเฝ้าเลขาฯ สาวด้วยตัวเองแบบนี้

      หลังจากที่ลูกน้องทั้งสองคนแยกย้ายกันไปทำตามคำสั่งวายุก็นั่งมองหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้ดูซีดเซียวพร้อมกับคิดว่าทัดดาวไปมีเรื่องกับใครทำไมถึงมีคนมาปองร้ายแบบนี้ ที่คิดแบบนี้เพราะรถคันนั้นมันตั้งใจพุ่งชนทัดดาวอย่างแน่นอน และถ้าเขารู้ว่ามันเป็นใครเขาจะจัดการด้วยตัวเอง พอคิดมาถึงตรงนี้ก็ทำให้เกิดคำถามว่าเพราะอะไรเขาถึงเป็นห่วงหญิงสาวมากขนาดนี้ทั้งที่ตัวเองไม่ชอบโรงพยาบาลแต่ไม่ยอมจ้างพยาบาล เขาไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง

      “นี่คุณทำอะไรกับผมกันแน่ ทำไมผมต้องห่วงคุณขนาดนี้ด้วย” เขาถามทั้งตัวเองและคนที่หลับไม่รู้สึกตัว

      ...

      ทัดดาวรู้สึกตัวในช่วงเช้ามืดของอีกวัน ทันทีที่ขยับตัวก็ต้องเบ้หน้าเล็กน้อยเพราะรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวพอตั้งสติได้ก็รีบลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มตัวนอนลงอีกครั้งด้วยความที่ลุกเร็วทำให้เธอเจ็บหัวที่แตกมือบางยกขึ้นแตะไปที่ขมับขวาเบา ๆ 

      “ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนไหม” เสียงเข้มที่ติดงัวเงียเล็กน้อยถามขึ้น

      “คะ คุณวายุ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” ทัดดาวรีบถามออกมาและคิดว่าใครพาเธอมาโรงพยาบาลแล้วชายหนุ่มมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ในหัวเกิดคำถามมากมายจนรู้สึกปวดหัวจนต้องหลับตาลงอีกครั้ง ทำให้คนที่คอยมองต้องลุกขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วง

      “ปวดหัวใช่ไหม นอนนิ่ง ๆ ก่อนนะเดี๋ยวผมตามหมอก่อน” วายุพูดแล้วกดเรียกพยาบาลทันที 

      ไม่นานทั้งหมอและพยาบาลต่างก็เข้ามาดูอาการของคนไข้โดยมีผู้ชายหน้าดุยืนดูอยู่ไม่ห่างไปไหน 

      “อาการโดยทั่วไปไม่มีอะไรน่าห่วง อาจจะมีมึน ๆ งง ๆ ไปบ้างแต่เดี๋ยวจะค่อย ๆ ดีขึ้น และหมอขอดูอาการอีกสองสามวันนะครับจะได้ตรวจให้แน่ใจอีกครั้ง ถ้าระหว่างนี้ปวดแผลจนทนไม่ไหวก็ขอยาแก้ปวดจากพยาบาลได้นะครับ” คุณหมอหนุ่มพูดกับคนไข้และคนเฝ้า

      “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ทัดดาวยกมือไหว้ขอบคุณคุณหมอหนุ่มที่ดูท่าจะอายุมากกว่าเธอ

      พอคุณหมอและพยาบาลออกจากห้องไปวายุก็เดินไปนั่งข้างเตียงแล้วถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

      “คุณไปมีเรื่องมีราวกับใครหรือเปล่า”

      ทัดดาวเม้มปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่ชายหนุ่มถาม

      “ไม่มีค่ะ”

      “คุณรู้ไหมว่าคนที่ขี่รถชนคุณน่ะมันตั้งใจนะ แล้วแถมกระเป๋าคุณยังโดนขโมยไปอีกต่างหากเรื่องนี้เป็นคดีอาญาเชียวนะ” วายุไม่เชื่อในสิ่งที่หญิงสาวพูด

      พอพูดถึงกระเป๋าทัดดาวก็เหมือนจะนึกขึ้นได้เธอรีบหันไปหาชายหนุ่มทันที

      “ขอฉันใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ ฉันต้องโทรไปอายัติบัตรต่าง ๆ และต้องโทรไปลางานด้วย” ดีนะว่าจำเลขบัญชีธนาคารได้ไม่อย่างนั้นคงยุ่งยากน่าดู

      วายุถอนหายใจออกมานึกอยากตีคนเจ็บที่ไม่ห่วงตัวเองแต่ห่วงเงินในบัญชีและงานมากกว่า เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วส่งให้หญิงสาวไป พอเห็นว่าอีกฝ่ายจัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อยแล้วเขาก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง

      “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะทัดดาวมีอะไรคุณต้องบอกผม เพราะมันอาจจะย้อนมาทำร้ายคุณอีกและครั้งหน้าอาจจะไม่เป็นแค่นี้ก็ได้”

      “ที่ไม่บอกเพราะฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปลา ถ้าเกิดว่าเป็นแค่โจรธรรมดาจะกลายเป็นว่าฉันใส่ร้ายเขาอยู่ก็ได้” ทัดดาวพูดออกมาอย่างไม่แน่ใจ แม้อีกใจจะบอกว่าต้องเป็นพีรพลไม่ผิดแน่ ๆ 

      “จะบอกได้หรือยังว่ามันเป็นใคร”

      “เมื่อสองสามวันก่อนนายพีรพลโทรมาขอยืมเงินฉัน เขาบอกว่าจันทร์แรมป่วยเลยอยากได้เงินไปรักษา แต่ฉันปฏิเสธไปเพราะฉันเพิ่งให้เงินจันทร์แรมไป ตอนนั้นเขาบอกว่าจะเลิกกับแฟนแต่พอนายพีรพลโทรมาอีกทีฉันก็รู้ว่าคงไม่ได้มีใครป่วย แต่ที่มายืมเงินเพราะจะเอาไปเล่นการพนันมากกว่าพอฉันไม่ให้เขาก็พูดขู่และพูดจาหยาบคายใส่ ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่ามีอะไรเพราะพวกนั้นอยู่ต่างจังหวัดคงไม่กล้ามาที่นี่ให้คุณได้เจอตัวหรอก แต่เมื่อสองวันก่อนก็มีใครไม่รู้มาเคาะประตูห้องพัก และฉันก็รู้สึกว่ามีคนคอยตามจนเกิดเรื่องวันนี้ขึ้นนี่แหละ” ทัดดาวเล่าเหตุการณ์ให้วายุฟัง อย่างที่เขาบอกถ้านายพีรพลกลับมาทำร้ายเธออีกครั้งอาจจะไม่ใช่แค่ขี่รถชนก็ได้

      วายุกัดฟันแน่นเมื่อได้ยินว่าใครเป็นต้นเหตุให้ทัดดาวเจ็บตัวแบบนี้ เห็นทีเขาคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับสองคนนั้นเสียที ที่ผ่านมาเขาให้โอกาสทั้งสองมามากพอแล้วแทนที่จะสำนึกยังมีหน้ามาขอยืมเงินคนที่ตัวเองทิ้งภาระไว้ให้อีก

      “เรื่องนี้ผมจะจัดการเองคุณไม่ต้องเป็นห่วง แต่ระหว่างที่ยังจับตัวสองคนนั้นไม่ได้คุณต้องอยู่ในความดูแลของผม คอนโดก็อย่าเพิ่งกลับไปอยู่เพราะทั้งพีรพลและจันทร์แรมต่างก็รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนแล้วอยู่คนดียวอีกต่างหาก”

      “ไม่ต้องหรอกค่ะพวกนั้นคงไม่กล้าทำอะไรแล้วแหละ ถ้าคุณกลัวว่าฉันจะไม่ปลอดภัยเดี๋ยวฉันไปอยู่กับเพื่อนก็ได้” เรื่องอะไรจะให้เธอไปอยู่ให้เขาดูแลล่ะ แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว

      “เพื่อนคุณเป็นผู้หญิงคงช่วยกันได้หรอกนะ”

      “งั้นฉันไปอยู่กับเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นผู้ชายก็ได้ค่ะ” ปกรณ์น่าจะเป็นที่หลบภัยที่ดีที่สุด 

      “ทีผมอยากให้คุณไปอยู่ด้วยคุณดันรังเกียจไม่อยากไป แต่กลับไปอยู่บ้านผู้ชายคนอื่นนี่นะ” วายุพูดเสียงเข้มนึกอยากเขย่าตัวคนพูดให้แรง ๆ ที่กล้าบอกว่าจะไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น

      “พี่กรไม่ใช่คนอื่นนะคะ อีกอย่างบ้านพี่กรก็มีคนอยู่เยอะคงไม่มีใครเข้ามาทำอะไรฉันได้หรอก และฉันก็ไม่ได้รังเกียจคุณแต่เพราะมันไม่เหมาะสม ถ้าคนในบริษัทรู้เดี๋ยวก็ได้เป็นข่าวดังไปทั่ว” ทัดดาวบอกเหตุผลของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าคนที่เคยชินกับการออกคำสั่งจะไม่ชอบใจเท่าไรเลยพูดเสียงเข้มขึ้นมาอีกครั้ง

      “เหมาะไม่เหมาะผมเป็นคนตัดสินใจ ส่วนเรื่องปากคนในบริษัทผมจะจัดการเองคุณไม่ต้องเป็นห่วงรับรองว่าไม่มีใครรู้แน่ว่าคุณไปอยู่กับผม เรื่องนี้มันเกี่ยวกับคุณและผมโดยตรงจะไปลากคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาเดือดร้อนด้วยหรือไง” 

      ทัดดาวนิ่งไปนิดกับความเอาแต่ใจของชายหนุ่ม แต่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรประตูห้องก็เปิดเข้าพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เอาอาหารเช้ามาให้เลยยุติการพูดคุยไว้เพียงเท่านั้นก่อนค่อยคิดหาทางออกอีกครั้ง อย่างน้อยเธอก็ต้องอยู่โรงพยาบาลอีกสามวันตอนนั้นวายุอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้


      ++++++


       ก็บอกไปเลยสิว่าเป็นห่วงอยากดูแลเขา มัวแต่ปากแข็งท่ามากอยู่ได้

       ฝากอุดหนุนและติดตามผลงานเรื่องนี้ด้วยนะคะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

21 ความคิดเห็น