ทัณฑ์รักบริสุทธิ์

ตอนที่ 8 : บทที่ 3 เริ่มงานวันแรกก็หมดแรงแล้ว ( 2 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 684
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 พ.ย. 62






     “สวัสดีค่ะน้าแหวน จีนฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ มีอะไรแนะนำก็เต็มที่ได้เลยค่ะ” จีรนันท์ยกมือไหว้หญิงวัยกลางคน ซึ่งแหวนก็รีบไหว้แทบไม่ทัน เพราะไม่คิดว่าจีรนันท์จะยกมือไหว้ตนเองแบบนี้

     “อุ๊ย! ไม่ต้องไหว้หรอกค่ะ”

     “ต้องไหว้สิคะ จีนอายุน้อยกว่าแถมยังมาขอความรู้จากน้าแหวนอีกต่างหาก” 

     แหวนยิ้มรู้สึกได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้มีนิสัยที่ดี เธอไม่รู้หรอกว่าจีรนันท์มาอยู่ที่นี่ทำไม ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับภาคินแล้ว และไม่คิดจะถามอะไรเพราะไม่ใช่เรื่องของเธอที่ต้องรู้

     หลังจากที่แนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้วแหวนก็สอนจีรนันท์ตัดองุ่น หญิงสาวเองก็หัวไวสอนไม่นานก็ทำได้แล้ว การทำงานกลางแดดแม้จะมีลมพัดตลอดเวลา แต่สำหรับคนที่ไม่เคยชินทำให้เหงื่อไหลเต็มตัว ใบหน้าสวยแดงก่ำเพราะความร้อน คนอื่น ๆ จะมีหมวกปกปิดหน้าตาเอาไว้กันแดด แต่เพราะไม่ได้เตรียมตัวทำให้จีรนันท์ไม่มีอะไรบังแดด

    “ไหวไหมคะคุณ” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเหงื่อที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าสวย ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้

     “ไหวค่ะ หมวกพวกนี้ไปซื้อที่ไหนเหรอคะ” จีรนันท์หันมายิ้มให้ผู้หญิงที่ดูแล้วน่าจะรุ่นเดียวกับเธอ และชี้ไปที่หมวกที่หญิงสาวอีกคนสวมอยู่

     “ในตลาดมีขายค่ะ” หญิงสาววัยรุ่นตอบและยิ้มให้อย่างถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้

    “ฉันชื่อจีนค่ะ” จีรนันท์แนะนำตัวเองออกมาก่อน

     “ฉันชื่อแพรค่ะ” แพร หรือมีชื่อจริงว่าแพรพลอยยิ้มให้อีกฝ่าย

     จีรนันท์ยิ้มรับแล้วหลังจากนั้นสองสาวก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ เพราะอายุที่เท่ากันทำให้สนิทกันได้เร็วขึ้น ตอนนี้  จีรนันท์ก็ได้รู้ว่าแพรพลอยเพิ่งเรียนจบระหว่างที่รองานที่สมัครทิ้งไว้เรียกตัวไปทำงาน เธอก็มาช่วยมารดาทำงานที่ไร่นี้ และมารดาของแพรพลอยก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นแหวนนั่นเอง

     “นี่ก็เที่ยงแล้วจีนไปกินข้าวที่ไหน ไปกินที่โรงอาหารด้วยกันไหม” แพรพลอยเอ่ยปากชวนจีรนันท์

     “ไปกินที่นั่นก็ได้ ตอนนี้ฉันเป็นลูกจ้างของคุณภาคินเขาเหมือนกับแพรนั่นแหละ” จีรนันท์พูดติดตลกแล้วเดินตามแพรพลอยเพื่อนใหม่ไปที่โรงอาหาร

     ทันทีที่จีรนันท์เดินเข้าไปในโรงอาหารก็เรียกสายตาความสนใจใคร่รู้จากคนงานคนอื่นได้เป็นอย่างดี ทุกคนพากันซุบซิบถามกันว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร

     “ที่ไร่มีคนงานหนึ่งร้อยคนเลยต้องแบ่งกันกินชุดละห้าสิบคนน่ะ” แพรพลอยอธิบายให้เพื่อนใหม่ฟัง

     “คนงานเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” ไม่คิดว่าคนงานของไร่นี้จะเยอะขนาดนี้

     “ไร่นี้กว้างมากนะ เอาไว้มีเวลาฉันจะพาเที่ยวเอง” แพรพลอยแอบกระซิบกันแค่สองคนเพราะกลัวคนอื่นได้ยินแล้วจะเอาไปพูดในทางที่ไม่ดี

     ตลอดเวลาที่สองสาวนั่งกินข้าวกันก็มีสายตาของหญิงสาวกลุ่มหนึ่งมองด้วยความไม่เป็นมิตรนัก จะพูดให้ถูกก็คือผู้หญิงสามคนนี้ไม่ชอบหน้าคนงานผู้หญิงที่หน้าตาดีกว่าตัวเองสักคน 

     “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน” หญิงสาวหน้าตาดีที่สุดในกลุ่มถามขึ้นพร้อมกับส่องกระจกไปด้วย

     “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพิ่งเคยเห็นหน้าวันแรกเหมือนกัน” หญิงสาวผิวคล้ำที่มีไฝเม็ดโตที่ปากพูดขึ้น

     “หรือจะเป็นเพื่อนนังแพรมัน” หญิงสาวรูปร่างผอมที่มักจะติดโบว์สีสันแสบตาเป็นประจำทุกวันพูดบ้าง

     เพราะสายตาที่มองไปที่จีรนันท์ทำให้เธอรับรู้ได้ พอหันไปมองก็เห็นว่าผู้หญิงสามคนจ้องมาทางนี้เหมือนจะหาเรื่องอย่างนั้นแหละ ซึ่งแพรพลอยเองก็รับรู้ว่าเพื่อนใหม่มองใครเลยถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะพูดออกมา

     “อย่าไปสนใจสามคนนั้นเลย นี่คงอยากรู้ว่าจีนเป็นใครแล้วจะเข้ามาหาเรื่องกระแหนะกระแหนนั่นแหละ” ที่พูดแบบนี้เพราะตัวเธอเจอฤทธิ์สามสาวมาแล้ว

     “ทำไมต้องทำแบบนั้นล่ะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย” จีรนันท์ถามอย่างไม่เข้าใจ 

     “ยายสามคนนั้นไม่ชอบหน้าผู้หญิงสาว ๆ หรอก ไม่ว่าคนไหนก็โดนเหมือนกันหมด...คนที่ถักเปียสองข้างแต่งหน้าจัด ๆ ที่นั่งส่องกระจกอยู่ชื่อหวาน อีกคนที่มีไฝที่ปากชื่ออ้อย ส่วนโบว์แดงแสบตาชื่อทราย ถ้าไม่จำเป็นก็อยู่ให้ห่างสามคนนั้นไว้นะ ไม่ใช่เพราะน่ากลัว แต่น่ารำคาญมากกว่า” แพรพลอยพร้อมกับทำตามองบน ทำให้จีรนันท์อดหัวเราะออกมาไม่ได้ และนั่นทำให้คนที่จ้องหาเรื่องเกิดอาการเขม่นขึ้นมาทันที

     “นังแพร! เพื่อนแกมองหน้าฉันแล้วหัวเราะมีปัญหาอะไรไม่ทราบ” หวานตะโกนถามด้วยความไม่พอใจ

  
     “อะไรของเธอยายหวาน พวกฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ อย่าร้อนตัวสิ” แพรพลอยตะโกนกลับไป ทำให้กลุ่มสามสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงมาหาเรื่องแพรพลอยและจีรนันท์ถึงโต๊ะ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่ยืนมองเพราะชินแล้วกับการที่กลุ่มนี้ทะเลาะกับแพรพลอย

     “แพรใจเย็น ๆ ก่อนนะ อย่ามีเรื่องกันเลย” จีรนันท์รีบห้ามเพื่อนตัวเอง ไม่คิดว่าผู้หญิงหน้าหวาน ๆ อย่างแพรพลอยจะเอาเรื่องไม่ยอมคน ซึ่งก็ไม่ได้ต่างจากเธอเลย แต่ที่ห้ามเพราะตัวเองเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่วันแรก ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของภาคินเธอกลัวว่าเขาจะไม่ให้เธอดูแลภาวิตา และอาจจะไล่เธอกลับกรุงเทพฯ ไปเลยก็ได้

     “จะใจเย็นได้ยังไงในเมื่อยายพวกนี้จะหาเรื่องพวกเราก่อน” แพรพลอยพูดอย่างไม่ยอมใคร เพราะอยู่ที่นี่มานานทำให้รู้ว่าถ้าอ่อนให้คนพวกนี้เมื่อไร ก็จะโดนกดขี่ไปตลอด

     “ฉันหาเรื่องอะไรพวกแก เพื่อนแกต่างหากที่มองหน้าพวกฉันแล้วหัวเราะ คิดว่าเป็นเด็กใหม่แล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรหรือไง คิดจะอยู่ที่นี่ก็ควรรู้จักรุ่นพี่รุ่นน้องกันบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน” อ้อยที่ยืนอยู่ด้านหลังหวานยื่นหน้าเข้ามาพูดร่วมวงด้วย

     จีรนันท์หันไปมองหน้าคนชื่ออ้อยที่พูดส่วนอีกสองคนก็ใช้สายตาเหยียดมองมาที่เธอ พอเห็นว่าการที่นิ่งเงียบไปตอบโต้ดูจะไม่เป็นผล ความอดทนที่พยายามเก็บไว้เห็นที่จะไม่ช่วยอะไร คนแบบนี้มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟันสินะ

     “ที่มองว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง เธอใช้อะไรมาวัด หรือว่าใช้หน้าตาเป็นตัววัด ถ้าอย่างนั้นฉันยอมเป็นรุ่นน้องก็ได้ไม่มีปัญหา เพราะพวกเธอหน้าตาก็ดูเป็นรุ่นพี่ฉันหลายปี”

     “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าที่นี่ใครใหญ่ เพราะฉันมาทำงานไม่ได้ต้องการมีเรื่องกับใคร ถ้าไม่ชอบหน้ากันก็ไม่ต้องมามองหน้าให้เสียอารมณ์ เพราะฉันก็ไม่อยากมองหน้าพวกเธอเหมือนกัน...ไปกันแพร” จีรนันท์พูดออกมารวดเดียว ทำให้สามสาวที่ไม่เคยถูกใครต่อว่าตรง ๆ แบบนี้ถึงกับอ้าปากค้างกันไปหมด ส่วนคนอื่น ๆ ก็ปรบมือเสียงดังด้วยความสะใจ ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าทุกคนกลัว แต่ไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกันที่นี่เท่านั้นเอง เพราะเจ้าของไร่ไม่ชอบให้มีเรื่องกัน

     “มาด่าฉันแล้วจะเดินหนีไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ” หวานกัดฟันพูดแล้วหันไปหยิบจานข้าวของโต๊ะข้าง ๆ ก่อนจะวิ่งตรงไปหาคนปากดีที่กล้ามาต่อว่าเธอต่อหน้าคนอื่น แต่ยังไม่ที่จะได้ทำอย่างที่ใจอยากทำแพรพลอยก็หันมาเห็นแล้วรีบดึงจีรนันท์ให้หลบไปอีกทาง และตัวเองก็ยื่นขาไปขัดทำให้หวานและลูกสมุมล้มหน้าคว่ำไป

     ว๊าย!!

     “นังแพรแกขัดขาฉันใช่ไหม!” หวานที่นั่งทำหน้าเหยเกเพราะเจ็บหัวเข่า และยังปากดีชี้หน้าแพรพลอยและจีรนันท์ไปด้วย

     “เขาเรียกว่ากรรมตามทัน รู้จักไหม ไอ้มุกที่ว่าเอาจานข้าวมาคว่ำใส่หัวคนอื่น เธอไปดูมาจากละครเรื่องไหนเหรอ ฉันว่าสนุกดีคืนนี้จะกลับไปดูบ้าง” จีรนันท์พูดและยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย แล้วพอผสมกับเสียงหัวเราะสะใจของแพรพลอยทำให้หวานโกรธมากขึ้นไป แต่ก่อนที่จะมีเรื่องอะไรกันต่อก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน

     “ทำอะไรกัน ใครทะเลาะกับใครอีก” เสียงเข้มพูดแล้วกวาดสายตาไปมองคนงาน และต้องชะงักไปเมื่อเห็นจีรนันท์ยืนร่วมวงอยู่ด้วย หวานพอเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นไปฟ้องชายหนุ่มที่เป็นผู้จัดการไร่ทันที

     “คุณบวรขา นังแพรกับเพื่อนมันแกล้งหวานค่ะ หวานเจ็บเข่าเจ็บขาตัวก็เลอะเศษอาหารไปหมดเลย” 

     คำฟ้องของหวานทำให้แพรพลอยและจีรนันท์ส่ายหน้าไปมาพร้อมกัน เพราะคำพูดของหญิงสาวดูจะเกินจริงไป ไอ้เศษอาหารที่หวานพูดพวกเธอก็ไม่เห็นจะมีติดตามตัวของหญิงสาวเลยสักนิด ใครเชื่อก็บ้าแล้ว

     “คุณบวรต้องจัดการรายงานคุณเสือนะคะว่าคนงานคนใหม่หาเรื่องทะเลาะกับหวาน” หวานลอยหน้าลอยตาฟ้อง และไม่ได้สังเกตสีหน้าของบวรเลยแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายทำหน้ายังไง แต่แล้วหน้าที่เชิดก็ต้องเหวอไปเมื่อได้ยินคำพูดของผู้จัดการไร่

     “สวัสดีครับคุณจีรนันท์ ผมไม่ทราบว่าคุณมากินข้าวที่นี่” บวรพูดเพราะเขาได้รับคำสั่งให้มาดูว่าหญิงสาวกินข้าวที่ไหน ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่

     “สวัสดีค่ะคุณบวร มากินข้าวเหรอคะ” จีรนันท์ทักทายพร้อมกับยิ้มให้ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นพากันแปลกใจและอยากรู้ว่าคนงานคนใหม่เป็นใคร ทำไมบวรถึงพูดสุภาพนัก

      “ครับ แล้วนี่มีอะไรกันหรือเปล่าครับ” บวรถามแล้วหันไปมองคนกอดแขนตัวเองด้วยหางตา เพราะรู้ดีว่าหวานคงก่อเรื่องอีกแล้ว

     “ฉันไม่มีหรอกค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าคนข้าง ๆ คุณบวรจะมีหรือเปล่า” จีรนันท์พูดแล้วปรายตามองพร้อมกับเลิกคิ้วหนึ่งข้างขึ้นเหมือนท้าทาย

      บวรหันไปมองสามสาวที่มักหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นไปทั่วอย่างเหนื่อยใจ เพราะทั้งสามคนก็โดนตักเตือนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่จำกัน

      “ถ้าไม่มีอะไรฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอเห็นว่ากลุ่มสามคนนั้นไม่พูดอะไรเลยเดินออกจากโรงอาหารไปพร้อมกับแพรพลอยที่ทำหน้าสะใจ


     “คุณบวรคะ ทำไมปล่อยพวกนั้นไปง่าย ๆ ล่ะคะ” หวานทำเสียงไม่พอใจ แต่ต้องหน้าจ๋อยไปเมื่อเจอสายตาพิฆาตของผู้จัดการไร่

     “ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกก็เลิกหาเรื่องคนอื่นได้แล้ว และฉันจะบอกอะไรให้นะ คุณจีรนันท์เขาเป็นน้องสาวคุณ   นพรุจ ไม่ใช่เป็นคนงานเหมือนพวกเรา” พูดจบบวรก็เดินไปโดยไม่รอตอบคำถามใครทั้งนั้น

     คำพูดของผู้จัดการไร่ทำให้สามสาวหน้าเหวอไปทันที เพราะไม่คิดว่าคนที่ตัวเองหาเรื่องที่จริงแล้วเป็นใคร ส่วนคนอื่น ๆ ก็สะใจและแปลกใจว่าทำไมน้องสาวของสามีภคมนถึงได้มาทำงานในไร่แบบนี้ และเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ก็รู้ถึงหูของภาคินจนได้

     +++++



 หนูจีนไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ยวันแรกก็ม คู่ปรับเพิ่มแล้ว   

เรื่องนี้จัดโปรอยู่รีบ ๆ ไปจับจองกันนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

2 ความคิดเห็น