ทัณฑ์รักบริสุทธิ์

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 เริ่มงานวันแรกก็หมดแรงแล้ว ( 1 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    6 พ.ย. 62






     หลังจากกลับไปจัดการเรื่องธุระส่วนตัวที่กรุงเทพฯ มาเรียบร้อยแล้ว จีรนันท์ก็ขับรถของตัวเองมาที่ไร่แห่งนี้เพื่อมาอยู่ดูแลและทำงานที่นี่จนกว่าจะครบหนึ่งปีตามที่ได้สัญญาไว้กับภาคินผู้เป็นลุงของหลานสาว แม้จะเสียดายหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่เพราะไม่อาจเห็นแก่ตัวเลยจำต้องทิ้งความสุขส่วนตัวมาอยู่ที่นี่ ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่เลวร้ายสักเท่าไรเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คือ ต้นไม้ทุ่งหญ้าและพวงองุ่นที่มีหลากสีสันตรงหน้า ทำให้ภาพที่เห็นดูสวยงามมาก อากาศที่แม้จะมีแดดจ้าแต่ก็มีลมเย็น ๆ พัดโชยมาเลยไม่รู้สึกร้อนมากมายอะไร ตรงข้ามเธอกับรู้สึกหนาวเย็นเยือกด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเธอต้องอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

     “กระเป๋าคุณมีแค่นี้เหรอ” ภาคินกวาดสายตามองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบเท่านั้น ที่ถามเพราะเขาเคยเห็นภคมนเวลาไปไหนแต่ละทีกระเป๋าใบเล็กใบใหญ่เยอะแยะไปหมด 

     “ใช่ค่ะ” จีรนันท์ตอบสั้น ๆ และไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมภาคินต้องถามแม้กระทั่งกระเป๋าเสื้อผ้า

     “ก็ดี เดี๋ยวคุณเอากระเป๋าไปเก็บไว้ข้างห้องของหนูนาเสร็จแล้วก็ลงมาหาผมข้างล่าง” ที่จริงเขาคิดจะให้หญิงสาวอยู่ที่ห้องข้างล่าง แต่เพราะภาวิตาดูจะตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อรู้ว่าจีรนันท์จะมาอยู่ที่นี่ด้วยเลยเข้ามาอ้อนขอให้หญิงสาวไปอยู่กับตัวเองที่ห้อง เขาเห็นว่าห้องของหลานสาวเล็กเกินไปที่จะอยู่สองคนเลยบอกว่าจะให้จีรนันท์อยู่ห้องข้าง ๆ แทน ภาวิตาแม้จะไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ แต่ก็ไม่กล้าดื้อกับเขาและยอมรับโดยดี

    แค่จีรนันท์ปรากฏตัวไม่กี่วันก็เรียกความสนใจจากภาวิตาได้เกือบหมดแล้ว ต่อไปลุงอย่างเขาก็คงถูกลืมเป็นแน่ แต่สิ่งที่คิดไม่มีทางเกิดขึ้นเพราะเขาจะทำให้หลานรักเขามากกว่าผู้หญิงคนนั้นให้ได้

     ...

      จีรนันท์เดินเข้ามาในห้องและก็เห็นว่าห้องนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่ายไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว ตอนแรกคิดว่าชายหนุ่มจะให้เธอไปอยู่ห้องคนรับใช้เสียอีก นี่เขาคงยังมีเมตตาให้กับเธออยู่บ้าง และหวังว่าเรื่องงานเขาคงจะไม่โหดร้ายมากเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นตลอดหนึ่งปีนี้คงจะเป็นปีที่เหนื่อยทั้งกายและเหนื่อยทั้งใจเป็นแน่ หลังจากสำรวจห้องนอนของตัวเองคร่าว ๆ เธอก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รัดกุมที่สุดแล้วลงไปหาภาคินที่ข้างล่าง

     “ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม” ภาคินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินเข้ามาหาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูทะมัดทะแมงนึกว่าจะลากกระโปรงยาวมาเสียอีก

     “ขอบคุณสำหรับห้องนอนค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี” เธอนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่มที่วันนี้แต่งตัวด้วยเสื้อยีนแขนยาวสีเข้ม ซึ่งเข้าคู่กับกางเกงตัวใหญ่ข้างกายเขามีหมวกใบใหญ่ที่เคยเห็นในภาพยนตร์ต่างประเทศ

     “ผมจะบอกหน้าที่ของคุณให้ทราบ เช้าและเย็นคุณต้องเป็นคน    ไปส่งและรับหนูนาที่โรงเรียนทุกวัน ช่วงเช้าหลังจากที่กลับมาจากข้างนอกคุณต้องเข้าไปทำงานในไร่ แต่ละวันหน้าที่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ...และผมจะเป็นคนควบคุมการทำงานของคุณเอง มีตรงไหนสงสัยไหม” ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

     “ไม่มีค่ะ” ใครจะกล้าบอกว่ามี เห็นทีงานที่คิดว่าง่ายจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว แต่เอาเถอะไหน ๆ ก็เดินหน้าแล้วจะมาถอยหลังง่าย ๆ ก็ไม่ใช่จีรนันท์น่ะสิ

     “ดี เข้าใจอะไรง่าย ๆ แบบนี้ก็ดี...ถ้าพร้อมแล้วก็ตามผมมาเลย” ภาคินพูดแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินนำออกไป จีรนันท์ถอนหายใจแล้วเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเองก่อนจะรีบเดินตามชายหนุ่มไป

    สถานที่แรกที่ภาคินพาจีรนันท์มาก็คือไร่องุ่น ที่ตอนนี้มีคนงานหลายสิบคนกำลังตัดเก็บองุ่นพวงที่สมบูรณ์ใส่ตะกร้า และบางส่วนก็ตัดแต่งกิ่งก้านให้สวยงามอีกด้วย จีรนันท์มองอย่างสนใจเพราะเธอเคยเห็นแค่ในหนังสือเลยเผลอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จนได้ยินเสียงกระแอมในลำคอของชายหนุ่มเลยถอยมายืนด้านหลังเขาเหมือนเดิม

     “องุ่นที่ไร่นี้แบ่งออกเป็นสองประเภท คือที่กินเป็นผลไม้กับทำไวน์ แต่แปลงตรงหน้าคุณคือพันธุ์ที่กินเป็นผลไม้” ภาคินเดินนำไปพร้อมกับอธิบายให้หญิงสาวรู้

     “แล้วที่เป็นผลไม้ชื่อพันธุ์ว่าอะไรคะ” จีรนันท์ถามด้วยความสนใจ เพราะผลองุ่นสุกเป่ง ลูกโตดูน่ากินมาก

     “องุ่นสีดำชื่อบิวตี้ ซีดเลส ไม่มีเมล็ด ผลทรงกลมรี ผลมีขนาดปานกลาง ให้ผลผลิตสูง ค่อนข้างแข็งแรงเจริญเติบโตได้รวดเร็ว สายพันธุ์นี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคและร้านอาหาร นอกจากกินเป็นผลไม้ได้แล้วคนยังนิยมเอาไปคั้นเป็นน้ำองุ่นด้วย เห็นผลเล็ก ๆ แบบนี้ แต่เจ้าองุ่นพันธุ์นี้มีสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์ น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโครส วิตามินซี เหล็ก และ แคลเซียม ช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะอีกด้วย” 

     ภาคินอธิบายแล้วเดินไปเรื่อย ๆ ส่วนจีรนันท์ก็รับฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งรู้ว่าองุ่นพวงโตนี้มีสรรพคุณอย่างไรก็ยิ่งตาโตเลยต้องเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้

     “คุณได้เอาองุ่นมาแปรรูปเป็นอย่างอื่นอีกไหมคะ” 

     “มีสิ ด้านหน้าของไร่มีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ผลผลิตส่วนมากก็มาจากองุ่นที่ไร่นี้ทั้งนั้น บางส่วนก็รับมาจากกลุ่มแม่บ้านแถวนี้ เอาไว้คุณเดินไปดูก็รู้ว่ามีอะไรบ้าง” ภาคินเองก็ตอบตามปกติ ไม่ได้กวนประสาทแต่อย่างใด

     “แล้วองุ่นแปลงนี้พันธุ์อะไรคะ” จีรนันท์ชี้ไปที่แปลงองุ่นถัดไป

     “องุ่นแปลงนี้ชื่อพันธุ์ลูสเพิลเล็ต ได้ผลผลิตดีเหมือนกัน ไม่มีเมล็ด ผลทรงกลม สีเหลือทอง ผลมีขนาดเล็ก แต่ความหวานค่อนข้างสูง กลิ่นหอม เนื้อแน่นกรอบ เปลือกบาง แต่ต้องระวังช่วงใกล้แก่ เพราะผลจะแตกง่าย”

     ถ้าใครเห็นคงคิดว่าเจ้าของไร่หนุ่มหล่อกำลังพาหญิงสาวคนนี้มาทัศนศึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับองุ่นอยู่ ภาคินก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่หญิงสาวไปจนหมด

     “วันนี้คุณรู้แค่นี้พอ ส่วนองุ่นที่ทำไวน์ไว้ค่อยรู้ทีหลัง” หลังจากที่พูดบรรยายขององุ่นสองพันธุ์

     “ก็ได้ค่ะ แล้ววันนี้คุณจะให้ฉันทำอะไรต่อ” จีรนันท์ถามออกมา

     ภาคินยกยิ้มมุมปากก่อนจะกวักมือเรียกหัวหน้าที่เป็นคนคุมแปลงองุ่นนี้แล้วพูดสั่งออกไปเบา ๆ หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับแล้วรีบไปเอาสิ่งที่เจ้านายต้องการมาให้ จีรนันท์มองตามไปด้วยความสนใจ ไม่นานหญิงคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับตะกร้า และกรรไกรที่ไว้ตัดองุ่นมาส่งให้

     “นี่คืออุปกรณ์ของคุณ วันนี้คุณต้องทำงานที่นี่ พอบ่ายสองโมงค่อยไปรับหนูนาที่โรงเรียน ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามน้าแหวนได้” ภาคินพูดแล้วพยักหน้าเรียกให้หัวหน้าที่คุมงานตรงนี้เดินเข้ามาหา

     “น้าแหวนเดี๋ยวสอนงานเขาด้วยแล้วกัน พอบ่ายสองก็ให้เขาเลิกงานก่อน”

     “ได้ค่ะคุณเสือ” แหวนพูดรับคำและหันไปยิ้มให้ผู้หญิงที่เธอได้ยินคนงานคนอื่นพูดกันว่าเป็นน้องสาวของนพรุจ น้องเขยของภาคิน

     “เชิญตามสบายนะ แล้วอย่าทำข้าวของเสียหายล่ะ เพราะผมจะคิดค่าปรับกับคุณแน่นอน” พูดจบภาคินก็เดินแยกไปอีกทางทันที จีรนันท์พอได้ยินก็ย่นจมูกไล่หลังชายหนุ่มไป ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้คนที่ชื่อแหวน

       +++++

        มาเป็นกำลังใจให้หนูจีนด้วยนะคะ ไม่รู้คุณเสือจะใช้งานหนักแค่ไหน
                
        เรื่องนี้วางขายที่เมพแล้ว มีโปรลดราคาด้วยค่ะ อย่าลืมไปรับคุณเสือกลับบ้านด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

2 ความคิดเห็น