ไฟรักสัญญาเถื่อน

ตอนที่ 6 : บทที่ 1 ฮีโร่หรือผู้ร้าย ( 3 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,477
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    13 เม.ย. 62






     “ผมจะให้คุณไปทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ของผมที่บริษัท ผมให้เงินเดือนคุณมากกว่าที่เดิมสองเท่าเพื่อที่คุณจะได้มีเงินมาคืนผมได้เร็วขึ้น แถมยังมีเงินไว้ไปใช้หนี้คนอื่นด้วย” ทั้งที่ไม่เคยให้โอกาสใครแบบนี้ แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาตัดสินใจพูดกับหญิงสาวไป

      “ว่าไงคุณจะตกลงไหม” อัคนีถามและยังมั่นใจว่าไม่มีใครปฏิเสธข้อเสนอนี้แน่ 

     “ขอบคุณคุณอัคนีมากนะคะที่อุตส่าห์ช่วยเหลือทั้งเรื่องงานและเรื่องวันนี้ แต่ฉันไม่ขอรับข้อเสนอที่คุณให้ค่ะ” กานต์ธีราพูดขึ้นมาหลังจากที่นั่งคิดอยู่สักพัก ไอ้เรื่องเงินเดือนใครก็อยากได้ แต่เธอไม่รู้ว่าการที่อัคนียื่นมือเข้ามาช่วยทั้งที่เขาเองก็เป็นเจ้าหนี้คนหนึ่งของแม่เหมือนกัน ความใจดีของเขาทำให้เธอไม่ไว้ใจ

     อัคนีพอโดนปฏิเสธหน้าก็บึ้งตึงหนักกว่าเดิม เพราะในชีวิตไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน มีแต่คนอยากให้เขาช่วยเหลือทั้งนั้น แต่ทำไมกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเข้าตาจนคนนี้ถึงปฏิเสธเขา ทั้งที่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว

     “ทำไมถึงปฏิเสธ ที่จริงถ้าคุณฉลาดมากพอน่าจะรับข้อเสนอนี้ไปนะ เงินเดือนที่มากขึ้นมันจะทำให้คุณมีเงินใช้หนี้และเอาเงินมาเลี้ยงดูแม่คุณเผื่อว่าคุณญาณีจะไปสร้างหนี้เพิ่มจะได้มีเงินไง นี่ผมไม่เคยให้โอกาสใครมากเท่านี้มาก่อนเลยนะ”

     “ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดแล้วทำไมคุณถึงให้โอกาสฉันล่ะ ทั้งที่เราสองคนเพิ่งจะเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก ฉันว่าระดับคุณคงไม่ใจดีกับลูกหนี้เท่านี้ล่ะมั้ง” กานต์ธีราเองก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ แม้จะจุกที่คำพูดของเขาพูดถูกทุกอย่าง เธอเชื่อว่าต่อให้ใช้หนี้ก้อนนี้หมดแม่ก็จะสร้างหนี้ขึ้นมาใหม่อีกนั่นแหละ ตราบใดที่ผีพนันยังอยู่ในตัวท่าน

     อัคนีนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของกานต์ธีรา เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงช่วยหญิงสาวเอาไว้แล้วทำไมต้องเอาตัวไปมีปัญหากับเสี่ยเจ้าของบ่อนนั่นอีก  

      “ไม่เห็นต้องคิดเยอะเพราะถ้าคุณทำงานที่เดิมแล้วคุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ผมล่ะ เงินสามล้านแต่เงินเดือนคุณแค่หยิบมือชาตินี้จะใช้หนี้ผมหมดไหม”

     เหตุผลที่อัคนีพูดก็ถูกเงินเดือนเธอแค่นี้แต่ภาระหนี้สิ้นที่แม่ได้ก่อไว้ช่างมากมายเหลือเกิน และเธอก็เชื่อว่าท่านคงไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่

     “ฉันขอเวลาคิดหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกจริง ๆ” กานต์ธีราพูดเสียงแผ่ว

     “ได้ผมจะให้เวลาคุณสามวัน ถ้าได้คำตอบยังไงก็โทรไปบอกผมแล้วกัน” อัคนีพูดแล้ววางนามบัตรของตัวเองไว้ที่โต๊ะตัวเล็กก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าคนสนิทส่งสายตามาให้


     “วันนี้ผมต้องไปจัดการเรื่องของสองคนนั้นให้จบ หวังว่าผมจะได้คำตอบที่น่าพอใจนะ” พูดจบอัคนีก็เดินออกจากบ้าน แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนไกลเสียงหวานของกานต์ธีราก็ดังไล่หลังขึ้นมาก่อน

     “เรื่องวันนี้ฉันขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้คุณฉันคงแย่” กานต์ธีราพูดด้วยความซึ้งใจเพราะถ้าชายหนุ่มมาช่วยไม่ทันป่านนี้เธอคงเหมือนตกนรกทั้งเป็นหรือไม่อาจจะตายไปแล้วก็ได้

     อัคนีหมุนตัวกลับมามองหน้าหญิงสาวเจ้าของบ้านก่อนจะพูดเสียงเรียบนิ่งออกมา

     “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ผมไม่เคยช่วยใครโดยไม่ได้อะไรตอบแทน” พูดจบเขาก็เดินออกจากบ้านไปขึ้นรถที่คนสนิทเปิดประตูรออยู่

     กานต์ธีรามองตามร่างสูงใหญ่ขึ้นรถไปด้วยความที่รู้สึกไม่ถูก เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอัคนีเขาจะเป็นฮีโร่หรือผู้ร้ายอีกคนแน่ เพราะสายตาและคำพูดของเขานี่แหละที่ดูน่ากลัว และขนลุกทุกครั้งที่สบตาชายหนุ่ม

++++++

     “นายจะไปหาเสี่ยสุชาติที่บ่อนเลยไหมครับ” ไกรถามขึ้นเมื่อขับรถออกจากหมู่บ้านของกานต์ธีราแล้ว

     “อืมไปเลยก็ได้ ป่านนี้เสี่ยสุชาติน่าจะกำลังจะของขึ้นอยู่” อัคนีพูดแล้วมองออกไปนอกรถ เพราะตอนนี้ลูกน้องเขาเอาลูกน้องของเสี่ยสุชาติไปส่งที่บ่อนแล้ว

     ไกรขับรถตรงมาที่บ่อนซึ่งเป็นที่ดินของอัคนี โดยที่เสี่ยสุชาติมาขอเช่าและแอบทำบ่อนโดยคิดว่าเจ้านายของเขาไม่รู้ไม่เห็น ทันทีที่รถสีดำคันหรูไปจอดที่หน้าบ่อนเสี่ยสุชาติและลูกน้องจำนวนหนึ่งก็วิ่งออกมารับกันถึงหน้าประตูรถเลยทีเดียว

     “สวัสดีครับคุณอัคนี วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ได้ครับ” เสี่ยสุชาติถามขึ้นและใช้รอยยิ้มเป็นทัพหน้ามาก่อน

     “ลมคิดถึงมั้งครับ ว่าแต่กิจการเสี่ยดูจะคึกคักดีนะ ไม่เห็นเสี่ยบอกผมเลยว่าเอาที่ดินของผมมาเปิดเป็นบ่อนแบบนี้” อัคนีถามแล้วใช้สายตากวาดไปรอบ ๆ บริเวณแล้วย้อนกลับมาจ้องหน้าเสี่ยสุชาติ

     เสี่ยสุชาติกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะเขาแอบเปิดบ่อนโดที่ไม่ได้บอกให้อัคนีรู้ แต่เพราะวันนี้ลูกน้องสองคนที่ไปทวงหนี้ให้เกิดไปเจอกับชายหนุ่มเข้าทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบาก ที่ผ่านมาคิดว่าตัวเองสามารถตบตาผู้ชายตรงหน้าได้ แต่ความดันมาแตกเอาซะได้

     “เชิญคุณอัคนีเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าครับ” 

      “ก็ดีเหมือนกันครับ เพราะผมคิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” อัคนีพูดเสียงนิ่งและเดินนำเสี่ยสุชาติเข้าไปในตึกที่ดัดแปลงเป็นบ่อนการพนันขนาดย่อม ๆ 

     ทันทีที่เดินเข้าไปข้างในนักพนันทั้งหลายต่างก็หันมามองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาด้วยความสนใจ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นเสี่ยสุชาติทำตัวนอบน้อมแบบนี้มาก่อน และรัศมีของคนที่เดินนำหน้ามาก็ดูน่าเกรงขามไม่น้อย

     “เชิญครับ ปานมึงไปเอาเครื่องดื่มมาให้คุณอัคนีเขาสิ” เสี่ยสุชาติพูดกับลูกน้องตัวเองเสียงเข้ม 

     “ผมขอเข้าเรื่องเลยนะเสี่ย วันนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเสี่ยก็น่าจะรู้แล้ว ผมว่าลูกน้องของเสี่ยทำเกินกว่าเหตุไม่ทราบว่าเสี่ยจะจัดการเรื่องนี้ยังไง” อัคนีพูดเข้าเรื่องทันทีเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นาน

     “ผมจะจัดการขั้นเด็ดขาดเลยครับ แต่ผมอยากให้คุณอัคนีเข้าใจว่าคุณญาณีเบี้ยวไม่จ่ายหนี้ผมก่อนลูกน้องผมเลยต้องตามไปทวงถึงบ้าน” 

     “เรื่องทวงหนี้ผมไม่ว่าหรอกเพราะมันเป็นสิทธิ์ของเสี่ย แต่การที่ลูกน้องของเสี่ยจะข่มขืนผู้หญิงนี่มันไม่ใช่วิถีของลูกผู้ชายเลยนะ” 

     เสี่ยสุชาติไม่พอใจที่โดนตำหนินึกด่าลูกน้องตัวเองที่หื่นไม่ถูกที่ถูกเวลา และความสงสัยก็เกิดขึ้นเมื่อเห็นว่าอัคนีดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกสาวของญาณีเหลือเกิน

     “คุณญาณีเป็นหนี้เสี่ยเท่าไรผมจะใช้หนี้ให้เอง” ที่ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วย คงเพราะแววตาที่ตื่นกลัวของกานต์ธีราล่ะมั้งทำให้เขาคิดและทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน

     “ทำไมคุณอัคนีต้องมาใช้หนี้ให้เขาด้วยล่ะ” เสี่ยสุชาติถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้

     “ตกลงเสี่ยอยากรู้เรื่องของผมหรืออยากได้เงินคืน” อัคนีถามเสียงเข้ม

     เสี่ยสุชาติชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของอัคนี ไม่ต้องคิดนานเขาก็สามารถตอบได้ทันว่าอยากได้อะไร

     “คุณญาณีเป็นหนี้ที่บ่อนหนึ่งแสนและมีดอกเบี้ยอีกห้าหมื่น”

     “ได้เดี๋ยวจะจัดการให้” ว่าแล้วอัคนีก็รับสมุดเช็คจากไกรมาเซ็นชื่อและเขียนจำนวนเงินลงไปก่อนจะยื่นให้เสี่ยสุชาติที่ตอนนี้นั่งตาวาวเป็นประกายที่ได้เงินคืนมาอย่างง่ายดายแถมดอกเบี้ยที่เกินจริงอีกตั้งห้าหมื่น

     “ขอบคุณคุณอัคนีมากนะครับที่เป็นธุระจัดการให้”

     “ไม่เป็นไร และผมก็มีเรื่องจะแจ้งให้เสี่ยทราบเรื่องหนึ่งเหมือนกัน” อัคนีพูดแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างร้าย ๆ 

     “เรื่องอะไรครับ”

     “ตั้งแต่เดือนหน้าไปต้นไปผมจะขอตึกนี้คืน รบกวนเสี่ยช่วยย้ายและเคลียร์สถานที่ให้ผมด้วยนะ” 

     คำพูดของอัคนีทำให้ทั้งเสี่ยสุชาติและลูกน้องต่างพากันตกใจอ้าปากค้างไปทันที เพราะไม่มีใครคิดว่าอยู่ ๆ อัคนีจะลุกมายกเลิกสัญญาเช่าทั้งที่เงินค่าเช่าต่อเดือนก็มากโขอยู่

      “คุณจะทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะคุณอัคนี ถ้าทำแบบนั้นคุณก็ต้องจ่ายค่ายกเลิกสัญญาให้ผมด้วย” เสี่ยสุชาติโวยออกมา เพราะสถานที่ตรงนี้ดีมากเดินทางไปมาสะดวกและอีกอย่างที่สำคัญคือที่เขาไม่โดนตรวจค้นเพราะบารมีของอัคนีที่เอาไปแอบอ้าง

     “แล้วเสี่ยกล้าเก็บค่ายกเลิกสัญญาจากผมไหมล่ะ และอย่าคิดนะว่าผมไม่รู้ว่าเสี่ยเอาชื่อผมไปแอบอ้างหมือนกัน” อัคนีพูดเสียงเรียบแต่ใช้สายตาดุและกดดันอีกฝ่าย เรื่องที่เสี่ยสุชาติเอาชื่อเขาไปแอบอ้างเขาเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี่เอง และที่รู้ก็เพราะมีผู้ใหญ่ที่นับถือเข้ามาถามตรง ๆ 

     เสี่ยสุชาติหน้าเสียเข้าใจความหมายในคำพูดและสายตาที่อัคนีสื่อได้เป็นอย่างดี ถ้าเขาไม่ทำตามที่อีกฝ่ายต้องการบ่อนนี้คงถูกตรวจค้นและเขาก็จะโดนจัดการด้วย

     “ที่คุณทำแบบนี้เพราะลูกสาวของคุณญาณีใช่ไหม เธอเป็นอะไรกับคุณกันแน่”

     อัคนีลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูก่อนจะหันมาพูดกับเสี่ยสุชาติ

     “ก็เป็นลูกหนี้ผมคนหนึ่งน่ะสิ และผมหวังว่าเสี่ยจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับลูกหนี้ของผมหรอกนะ” พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทันทีทิ้งให้เสี่ยสุชาติหัวเสียที่ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น และเขาก็ไประบายอารมณ์ใส่ลูกน้องสองคนที่ไปก่อเรื่องมาในวันนี้


      ++++++


      แหม คุณไฟนี่ใช้เก่งจัง แอบมีแผนอะไรอยู่ในใจหรือเปล่าคะ


     ฝากอุดหนุนและติดตามผลงานเรื่องนี้ด้วยค่ะ ตอนนี้เรื่องนี้จัดโปรดลดราคาอยู่ ราคาพิเศษไม่ได้มีกันบ่อย ๆ นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

27 ความคิดเห็น