My Villian's Boss มาจีบบอสตัวร้ายกันเถอะ

ตอนที่ 9 : บทที่ 2 จะจีบบอสนี่ต้องเติมทรูเท่าไหร่คะ? 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    13 ต.ค. 62

“ดี เอาตามนั้น!” น้ำเสียงหวานเอ่ยก่อนจะกดตัดสาย

ติ๊ด

อวิ๋นซีหยางนั่งเท้าแขนพลางมองโฆษณาในโทรทัศน์อยู่

“ดูเหมือนนักเขียนก็ยังเป็นใจให้ฉันนะ” ว่าพลางมองไปเบื้องหน้า “อะไรมันจะเข้าล็อคแบบนี้....”

'งานเลี้ยงที่น่าจดจำไปตลอดชีวิต ไม่มีวันลืมสินะ'


 

ซั่งกวนเฉินอี้ได้รับโทรศัพท์จากฉางฟู่กวางถึงงบของค่าใช้จ่ายให้ครั้งนี้ ตอนแรกเขาถึงกับหัวเสีย นี่พวกมันคิดว่าคุณชายใหญ่ของตระกูลซั่งกวนไม่มีปัญญา จ่ายเศษเงินนั่นหรือไง แต่เขาก็อารมณ์เย็นขึ้นเมื่อคิดได้ว่า อวิ๋นซีเหยาคงจะไม่มีทางจัดงานออกมาได้ภายในหนึ่งชั่วโมง จึงคิดจะข่มขู่เขา


ดังนั้นซั่งกวนเฉินอี้จึงกล่าวให้อีกฝ่ายใช้งบไม่จำกัดในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า คุณชายตระกูลซั่งกวนอย่างเขาไม่ใส่ใจกับเงินเพียงเล็กน้อย


“พวกนายว่ายัยนั่นจะกำลังทำอะไรอยู่?” ซั่งกวนเฉินอี้ถามเพื่อนสนิททั้งสองคนที่ปราศจากถังจื่ออวี้ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน


เหยียนไป๋และเฉิงกงหยางมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่เหยียนไป๋จะเป็นฝ่ายตอบกลับ


“ไม่รู้สิ นั่งร้องไห้อยู่มั้ง เฮ้อ... เฉินอี้ ฉันว่าบางทีนายควรหยุดรังควานเธอเถอะนะ ยังไงเธอก็เป็นเล่นสมัยเด็กของเรา” สิ้นเสียงเหยียนไป๋ ซั่งกวนเฉินอี้กลับหันมาส่งสายเยือกเย็นให้ เห็นได้ชัดว่าไม่สบอารมณ์ในเรื่องที่เหยียนไป๋พูดออกมา เฉิงกงหยางเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยปากขึ้น


“ฉันก็เห็นด้วยกับเหยียนไป๋นะเฉินอี้ เรื่องในคราวก่อนฉันก็ว่ามากเกินพอแล้วสำหรับอวิ๋นซีหยาง ถ้าขืนยังหาเรื่องเธอไปมากกว่านี้ แล้วตระกูลอวิ๋นรู้ขึ้นมา เรื่องมันคงไม่จบง่ายๆแน่”

แววตาของซั่งกวนเฉินอี้ไหววูบเมื่อนึกถึงสิ่งที่ได้กระทำไป ก่อนจะตวัดสายตามองเพื่อนสนิทอีกคนอย่างไม่ชอบใจนักที่พูดถึงเรื่องนี้


“พวกนายกลัวตระกูลอวิ๋น?”


ฟู่... เฉินกงหยางถอนหายอย่างเหนื่อยหน่าย “พวกเราไม่ได้กลัว เพียงแต่ว่า สถานการณ์ในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ตระกูลอวิ๋นที่เข้าข้างเธอ เบื้องหลังของเธอยังมีเงามืดที่เราไม่สามารถรับมือได้ นายก็รู้” จบคำพูดของเฉินกงหยาง เหยียนไป๋ก็พยักหน้าอย่างด้วย ส่วนซั่งกวนเฉินอี้ก็ชะงัก เพราะเขาลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป


เฉินกงหยางเห็นเพื่อนมีสีหน้าครุ่นคิด จึงคิดจะตีเหล็กตั้งแต่ยังร้อน


“อีกเหตุผล ตอนนี้อวิ๋นซีหยางไม่ใช่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอไม่ใช่คนเดิมที่เดินตามนายต้อยๆ หรือพร้อมที่จะทำตามที่นายต้องการทุกอย่าง นายไม่สังเกตหรอว่าแววตาที่เธอมองมองที่นายมันเปลี่ยนไป”


จบคำพูดนี้ซั่งกวนเฉินอี้ก็รู้สึกแปลกๆ


ไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือน ไม่เหมือนอย่างนั้นหรอ!? ยายนั่นน่ะก็เหมือนเดิมตลอดไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนนั้น

ช่วงวินาทีนั้นราวกลับเวลาของซั่งกวนเฉินอี้หมุนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน...


ยามนั้นซั่งกวนเฉินอี้มีอายุ 8 ขวบ เขาจำได้ว่านายท่านอวิ๋นผู้นำตระกูลอวิ๋นคนปัจจุบัน หรือก็คือบิดาของอวิ๋นซีหยางได้มาเยี่ยมพ่อของเขาที่คฤหาสน์ตระกูลซั่งกวน


จำได้ว่าอ้อมกอดของนายอวิ๋นโอบอุ้มเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูราวกับเทพธิดาตัวน้อย นายอวิ๋นนั้นค่อนข้างระมัดระวังและปกป้องดูแลเด็กหญิงคนนั้นราวกับไข่ในหิน จนตัวเขาเองก็แอบรำคาญอยู่เล็กน้อย


นายอวิ๋นนั้นแนะนำให้เขากับพ่อได้รู้เด็กหญิงคนนั้นคือ อวิ๋นซีหยางลูกสาวคนเดียวของบ้านอวิ๋น เป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของอวิ๋นถิงกรุ๊บ


สำหรับซั่งกวนเฉินอี้ การที่เป็นทายาทสายตรงคนเดียวของตระกูลอย่างอวิ๋นซีหยางไม่ได้ทำให้เขาอิจฉาแต่อย่างใด เพราะเขาเองก็เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลซั่งกวนเหมือนกัน


แต่ทว่าซั่งกวนเฉินอี้กลับรู้สึกแปลกๆเมื่อเห็นท่าทางรักใคร่ที่นายอวิ๋นแสดงต่อบุตรสาวของตน กลับกันเมื่อเขาหันมามองพ่อของตนที่มองเขาเหมือนอากาศธาตุ


ทำไม ทำไมสวรรค์ถึงมอบทุกอย่างให้กับอวิ๋นซีหยาง ทั้งฐานะ ใบหน้า หรือแม้แต่ความรักที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง ทำไมกัน ทำไมอวิ๋นซีหยางถึงมีทุกอย่าง


เพราะงั้นเขาจึงรู้สึกรังเกียจเธอ ยิ่งเธอพยายามเข้าใกล้เขาเท่าไหร่ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกบางอย่างในใจของเขาที่เขาไปอาจยอมรับได้


และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาพูดประโยคหนึ่งขึ้นมา ประโยคที่จะทำให้เขาไม่มีวันลืมไปตลอดกาล

ในวันเช้าหนึ่งของฤดูร้อน ณ สวนดอกไม้ของตระกูลอวิ๋น


ยัยขี้เหร่อย่างเธอน่ะไม่มีใครชอบลงหรอก!’

 


“...อี้ ...เฉินอี้.. เฮ้ เฉินอี้ นายเป็นอะไรรึเปล่า?”

เสียงของเหยียนไป๋ดังขึ้นพร้อมกับสติของซั่งกวนเฉินอี้ค่อยๆกลับมา


“หืม?” ซั่งกวนเฉินอี้ขานรับในลำคอแล้วมองหน้าเหยียนไป๋ “นายว่าอะไรนะ?”


แม้ว่าเหยียนไปจะงุนงงที่เพื่อนสนิทสติหายไปชั่วขณะหนึ่งแต่หลังจากที่เห็นว่าซั่งกวนเฉินอี้เริ่มมีสติแล้วจึงตัดสินใจบอกกับฝ่ายอีกครั้งอย่างลังเลเล็กน้อย “ฉันบอกว่า... เราควรหยุดแค่นี้ไหม? นายไม่คิดหรอว่าที่เราทำกับเธอมาตั้งแต่เด็กๆนั่นก็เกินพอแล้ว”

เมื่อซั่งกวนเฉินอี้ได้ยินก็ชะงักไป ก่อนกระพริบตาไล่อารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดแล้วเหยียดยิ้มที่มุมปาก กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า


“ไม่”

 



เวลาผ่านไปในที่สุดก็ถึงเวลาครบกำหนดที่ซั่งกวนเฉินอี้ได้ตั้งไว้

ฉางฟู่กวางนั้นได้ถูกส่งตัวมารับหน้าซั่งกวนเฉินอี้เอาไว้ก่อน ยิ่งเขาย่างกายมาใกล้กลุ่มพระเอกเท่าไหร่ ในตัวเขายิ่งรู้สึกเย็นวาบขึ้นมากเท่านั้น หากแต่ก็ไม่สามารถชัดคำสั่งของอวิ๋นซีหยางได้


“คุณชายซั่งกวน” เสียงเรียกพร้อมกับร่างของฉางฟู่กวางที่มายืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าของกวางฟู่กวางไม่สู้ดีนักทำให้ซั่งกวนเฉินอี้หัวเราะในลำคอ แววตาแฝงความเย้ยหยัน


“ไม่คิดว่าอวิ๋นถิงกรุ๊ปจะไร้น้ำยาขนาดนี้ เรื่องที่รับปากกลับทำไม่ได้ น่าสมเพชมาก...” หลังได้ยินคำพูดของซั่งกวนเฉินอี้ ฉางฟู่กวางก็กัดฟัน จู่ๆก็รู้สึกกรุ่นโกรธขึ้นมา


เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้!


“ไม่ต้องห่วงครับ แน่นอนว่า คุณหนูได้เตรียมงานเลี้ยงที่ คุณชายซั่งกวนจะไม่มีวันลืมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าทันเวลาตามกำหนดอย่างที่คุณชายต้องการอย่างแน่นอน” ฉางฟู่กวางเอ่ยพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

ซั่งกวนเฉินอี้จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาคมกริบ

เฮอะ... ยังไม่ยอมแพ้อีกสินะ!

 


ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เสียงโทรศัพท์ของฉางฟู่กวางดังขึ้น เขารับโทรศัพท์ก่อนจะรับคำเบาๆ จากนั้นก็หันมากล่าวกับกลุ่มของซั่งกวนเฉินอี้

“งานปาร์ตี้พร้อมแล้วครับ”

คิ้วของซั่งกวนเฉินอี้ยกขึ้นข้างหนึ่ง ในขณะที่ที่เหยียนไปและเฉินกงหยางตะโกนขึ้นมาในใจ

เอาจิงดิ!!’

 

กลุ่มของซั่งกวนฉินอี้และตัวเอกทั้งหมดถูกนำทางไปยังอีกด้านของเกาะที่มึดสนิท ตามทางเดินมีพียงแสงไฟจากคบเพลิงที่ริบหรี่

หลังจากเดินมานานจู่ๆซั่งกวนเฉินอี้ก็หยุดฝีเท้า ทำให้ขบวนคนที่ตามมาหยุดตาม


“เฮอะ นี่มันหมายความยังไง คุณหนูตระกูลอวิ๋นผู้ยิ่งใหญ่ของนายต้องการให้พวกฉันได้ชื่นชมดื่มด่ำกับธรรมชาติของความมืดมิดงั้นหรอ!


ฉางฟู่กวางได้ยินเสียงไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่ายเขาก็ถอนหายใจ เอาเถอะดูเหมือนจะมาถึงที่ที่คุณหนูต้องการแล้ว

“ถึงแล้วล่ะครับคุณชาย”


หวังว่าอวิ๋นซีหยางจะจัดการได้เรียบร้อยแล้วนะ ฉางฟู่กวางได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ


แปะ แปะ


ฉางฟู่กวางปรบมือเป็นสัญญาณ

ทว่าความมืดก็ยังคงเป็นความมืด ไร้เสียงหรือวี่แววของบางสิ่ง

ซั่งกวนฉินอี้หันมามองฉางฟู่กวางอย่างเอาเรื่อง


พรึ่บ!!


ยังไม่ทันที่ซั่งกวนเฉินอี้จะกล่าวอะไร จู่ๆก็มีแสงไฟสว่างขึ้น ระยิบระยับประดุจดาวบนท้องฟ้า เบื้องหน้าของพวกเขาเป็นเรือขนาดใหญ่ ต้องบอกว่าใหญ่ถึงกับมากกว่าเรือที่พวกเขานั่งมาด้วยซ้ำไป ทั้งพื้นที่รอบๆเรือยังถูกตบแต่งเป็นสถานที่สถานที่สำหรับปาร์ตี้ของด้านล่าง ทุกที่ล้วนถูกตบแต่งด้วยดอกกล้ายไม้นานาพันธุ์ มีพรมแดงปูยาวไปถึงบนเรือ


เสียงเปียโนบรรเลงขับกล่อมอย่างแผ่วหวาน ฝีมือยอดเยี่ยมซะจนทุกคนเคลิบเคลิ้มไปตามๆกัน ยิ่งเป็นหลันฮวาที่หลงใหลในเปียโน เธอยิ่งรู้สึกดื่มด่ำไปกว่าใคร เธอพยายามมองหาคนที่ดีดเปียโน จึงพบชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งดีดเปียโนอยู่บนดาดฟ้าของเรือ


“ริวซากิ โชซูเกะ!” เธอพึมพำอย่างตกใจ


เพื่อนข้างๆของหลันฮวาเองก็ตกใจเช่นกัน “นั่นมันริวซากิ โชซูเกะจริงๆด้วย หลันฮวา ริวซากินักเปียโนระดับโลกคนนั้น!


ติ้ง!


เสียงเปียโนหยุดลงก่อนที่ริวซากิ โชซูเกะจะลุกขึ้น แล้วทันใดนั้นเองเงาร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ร่างงดงามในชุดราตรีสีขาวฟู่ฟ่อง ใบหน้างดงามราวเทพธิดา งดงามจนรู้สึกตาพร่า!


“ขอต้อนรับทุกท่านสู่งานเลี้ยงวันเกิดของของคุณหนู จิ้งจื่อโหรว เชิญทุกท่านดื่มด่ำกับบรรยากาศงานเลี้ยงบนเรือ Royal Tiara


น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นดังก้องกังวาน แต่ที่สำคัญมันกลับกระแทกใจของหลันฮวาเข้าอย่างแรง เธอรู้ว่าเดิมทีงานเลี้ยงวันเกิดในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นก็เพื่อกลั่นแกล้งอวิ๋นซีหยาง ดังนั้นซั่งกวนเฉินอี้จึงเลือกหนึ่งในกลุ่มเพื่อนที่มีวันเกิดวันนี้มา ซึ่งบังเอิญว่าจิ้งจื่อโหรวเพื่อนสนิทของเธอเกิดวันนี้พอดี


ไม่รู้ทำให้เธอจึงรู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆ จะดีมากแค่ไหนนะถ้าเธอได้เกิดวันนี้ เธอก็อยากให้ริวซากิ โซซูเกะมาเล่นเปียโนในงานวันเกิดของเธอบ้าง


ในขณะที่หลันฮวากำลังเศร้าอยู่เล็กน้อย ซั่งกวนเฉินอี้จู่ๆก็มีสีหน้าที่เครียด


Royal Tiara” ไม่คิดว่ามันจะมาอยู่ที่นี่....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #65 ???????????? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 08:31

    คิดถึงเรื่องแล้ว♥️✌🏻

    #65
    0
  2. #63 ?????? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 20:59

    หน้าร้าวเลยสิ🤣🤣 รออยู่นะ ❤️✌🏻 กลับมาให้หายคิดถึงได้แล้ว💕

    #63
    0
  3. #58 ???? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:31

    ยังรอเด้ออ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ก็ยังคงรอ555 กลับมาอัพให้หายคิดถึงได้แล้วเด้อนะ555

    #58
    0
  4. #56 Ccmew (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 09:45

    อัพเต๊อะรอนานแบ้วนะ

    #56
    0
  5. #52 amy12224 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 20:50

    ขอร้อง~~~~อัปเถอะค่ะ
    #52
    0
  6. #51 WannapaSangsuwan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 13:18
    ค้างงงง
    #51
    0
  7. #45 รักกะผม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 18:41
    ไรท์หายไปไหนนนนนน
    #45
    0
  8. #43 ใบไม้เปลี่ยนสี (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 23:50
    อยากเห็นตอนคิดเวินแล้วอ่ะค่ะ จะหน้าซีดมั้ยนะ?
    #43
    0
  9. #42 Sayree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 00:42
    อยากอ่านต่อแล้วว
    #42
    0
  10. #41 รักกะผม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 23:15
    คิดถึงบอสแล้ว เมือไรจะมาาาาา
    #41
    0
  11. #40 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 00:43
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #40
    0
  12. #39 554910140 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 07:56
    ซั่งกวนเฉินอี้!! (จำชื่อได้แล้ว555) นายมันก็แค่เด็กขี้อิจฉานั่นแหละ เชอะ!
    #39
    0
  13. #38 cat18 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 06:46

    ซั่งกวน กับหลันฮวานี่ช่างเหมาะกันจริง ๆ

    #38
    0
  14. #37 tunfer (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:54

    เรามารอบอสที่ท่าเรือทุกวัน

    #37
    0
  15. #36 Sayree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:54
    ค้างงงง
    #36
    0
  16. #35 65h56 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:38
    หมั่นไส้โว้ยยยยยย จะอะไรหนักหนาเนี่ย หึ่ยยย
    #35
    0
  17. #34 รักกะผม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:32
    หมั่นไส้พระเอก อยากจะตบให้แดดิ้น
    #34
    0
  18. #33 รักกะผม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:32
    หมั่นไส้พระเอก อยากจะตบให้แดดิ้น
    #33
    0
  19. #32 ploywendy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:49
    สู้ๆน้าไรท์ อยากอ่านต่อแล้วอ่าา
    #32
    0
  20. #31 mmmoji (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:41
    พระเอกดูเกลียดนางร้ายมากๆๆสงสารรรค้าาา
    #31
    0