My Villian's Boss มาจีบบอสตัวร้ายกันเถอะ

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    10 ต.ค. 62

หลังจากเข้าไปข้างในงานแล้วห่าวจิ้งเหมยและเยียนจือหลิงก็เอาแต่จ้องหน้าราวกับวิญญาณหลุดลอยไปซะแล้วจนซีหยางอดยิ้มกับปฏิกิริยาของทั้งสองไม่ได้ สุดท้ายได้แต่พูดยิ้มๆว่า “ถ้าพวกเธอยังจ้องต่อไปอีกฉันคงต้องทะลุจนตัวพรุนแน่ๆ” พอจบคำพูดพวกห่าวจิ้งเหมยกับเยียนจือหลิงถึงมีปฏิกิริยาหลุดออกจากภวังค์

 

ห่าวจิ้งเหมยกระแอ่มในลำคอก่อนจะยิ้มเครื่องดื่มขึ้นมากระดกแก้ลำคอที่แห้งผาก ก่อนจะพูดขึ้น “วันนี้เธอ.... ก็สวยดีนะ”

 

แม้จะจะรู้สึกขัดๆอยู่ที่ต้องชมคนอื่นแต่ห่าวจิ้งเหมยก็รู้สึกว่าถ้าไม่พูดอะไรออกมาเลยก็เหมือนจะขัดต่อคนงามที่สวรรค์ได้สรรค์สร้างมาต่างจากเยียนจือหลิงที่ไม่ปกปิดความรู้สึกทันทีที่รู้สึกตัวเธอก็คว้ามือของอวิ๋นซีหยางเข้ามากุมไว้อย่างแนบแน่นราวกับจะซึมซับความงามนี้เอาไว้ให้มากที่สุด

 

“ซีซี ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะงดงามได้ถึงเพียงนี้” เยียนจือหลิงเลียนแบบบทพูดบางบทในหนังพลางมองสาวงามตรงหน้าเป็นประกาย “ดูสิคนทั้งงานต่างก็มองเธอตาไม่กระพริบแล้ว”

 

แม้จะรู้สึกว่าเยียนจือหลิงชมเกินไปแต่เมื่อเธอสังเกตไปรอบๆงานก็พบว่า ‘ทุกคน’ กำลังจับจ้องมาที่เธอจริงๆ ซีหยางแอบถอดถอนใจ แบบนี้มันก็เป็นจุดสนใจน่ะสิ แล้วแบบนี้เนื้อเรื่องมันจะเปลี่ยนไปรึเปล่า?

 

ไม่ทันทีซีหยางจะคิดอะไรได้นักเธอก็ได้ยินเสียงห่าวจิ้งเหมยพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก

 

“นั่นมันยัยยาจก ‘หลันฮวา’ นี่นา ฮึ... กล้าพาตัวเองมางานนี้ได้ยังไง ไม่รู้รึไงว่าตัวเองอยู่ระดับไหน ดูการแต่งตัวสิ น่าอนาถจริงๆ”

 

ซีหยางมองตามสายตาของห่าวจิ้งเหมยก็เห็นสาวน้อยร่างเล็กนางหนึ่งที่ดูราวกับเด็กมัธยม ผมยาวระบ่า ผิวขาวดูสะอาด ใบหน้าจิ้มลิ้ม ธรรมดา ไร้การตบแต่งใดๆ ชุดที่ใส่ดูแล้วเหมือนชุดที่ไม่ใช่ของแบรนด์เนมดังเช่นเพื่อนสาวข้างกายแต่ก็ดูเข้ากับร่างเล็ก เพียงแต่ออกจะค่อนข้างจะไม่เข้ากับงานเลี้ยงสักเท่าไหร่ ต้องเข้าใจว่างานนี้มีแต่คนที่มีหน้ามีตาในสังคม ดังนั้นชุดที่ใส่เกือบทุกชุดในงานนี้จึงถูกออกแบบจากดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง ไม่ก็มาจากแบรนด์ชั้นนำ ไม่แปลกที่นางเอกจะดูแตกต่าง

 

“วันนั้นที่โดนคงยังไม่เข็ด ถ้ายังไงครั้งนี้ก็ช่วยทบทวนความจำให้ยัยนี้อีกรอบดีไหม?” เยียนจือหลิงพูดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

ถ้าจะบอกว่าห่าวจิ้งเหมยเป็นนางร้ายที่แบบทั่วๆไปหาได้ไม่ยากแล้วล่ะก็ เยียนจือหลิงก็เป็นนางร้ายที่ค่อนข้างร้ายลึก แต่เธอก็มีข้อดีอยู่เพราะเป็นคนที่รักพวกพ้อง หลายต่อหลายครั้งที่ถูกบรรดาพระเอกจับได้ และถูกข่มขู่ เธอก็จะเป็นคนที่แก้สถานการณ์ แต่ถ้าพลาดขึ้นมาจริงๆก็จะออกมารับผิดชอบเองเสมอ และก็ไม่ได้ชอบเหล่าพระเอกของเรื่องมากขนาดที่ห่าวจิ้งเหมยเป็น แต่เพียงแค่ว่าเธอเห็นด้วยและสนับสนุนที่คนระดับนางเอกไม่สมควรเข้ามาอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกับพวกเธอ

 

“นั่นสิ” เมื่อห่าวจิ้งเหมยเห็นแววตาของเพื่อนรักก็ยิ้มร้ายตอบ

 

แม่ตัวร้ายสองคนนี้กำลังจะเล่นฉากร้ายตำนานใช่หรือไม่?

 

“เธอล่ะ คิดว่าไง ซีซี?” เยียนจือหลิงหันมาถามเพื่อนสาวอีกคนที่ยืนเงียบอยู่นาน ซีหยางก็เพียงแต่ยิ้มเล็กๆให้ก่อนจะหลุบตาลงเอ่ยเสียงนุ่ม “อย่ารุนแรงนักล่ะ”

 

“เธอก็ใจดีแบบนี้ตลอด” เยียนจือหลิงว่าก่อนหันไปส่งสายตาให้กับห่าวจิ้งเหมยแล้วเดินไปหยิบแก้วแชมเปญที่บริกรก่อนจะตรงไปหาแม่นางเอกพร้อมๆกับห่าวจิ้งเหมยที่ตามไปเป็นทัพเสริม

 

ซีหยางมองตามไปก่อนจะค่อยๆเดินตามไปอย่างเงียบๆ ความจริงแล้วเมื่อครู่เธอควรจะห้ามแต่เพราะครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้านางเอกเธอก็เปลี่ยนใจในทันที เพราะมันช่างเหมือนใครบางคนเหลือเกิน...

 

ซ่า

 

แชมเปญที่อยู่ในมืองของเยียนจือหลิงทั้งหมดถูกสาดเข้าใส่ชุดของหลันฮวาทันที เพื่อนสนิทของเธอทั้งสองคน ‘ต้าจง’ กับ ‘เสี่ยวฟาง’ ได้เห็นการกระทำของเยียนจือหลิงก็ตกใจปรี่เข้ามาปกป้องหลันฮวาทันที

 

“นี่เธอทำอะไรของเธอกัน เยียนจือหลิง” ต้าจงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาช่วยเช็ดให้กับหลันฮวาพลางตะคอก ทั้งยังถลึงตาใส่เยียนจือหลิง

 

“โอ๊ะ ขอโทษ พอดีไม่เห็น” เยียนจือหลิงว่า แต่ทั้งหน้ากับสายตาและท่าท่ากลับดูแล้วไม่มีท่าทีของคนที่รู้สึกผิดสักนิด

 

“เธอ!!!” ต้าจงชี้หน้าเยียนจือหลิง

 

“เหลียนต้าจง กริยาท่าทางของนายนี่ดูยังไงมันก็คนชั้นต่ำจริงๆเลยนะ” เสียงห่าวจิ้งเหมยดังขึ้นพร้อมกับมองไปที่พวกต้าจงอย่างเหยียดๆ และเยาะเย้ย ก่อนจ้องมองหลันฮวา “แต่ก็สมกันดี...”

 

เสี่ยวฟางเห็นท่าทางดูถูกเหยียดหยามของห่าวจิ้งเหมยก็เลือดขึ้นหน้า “พวกเธอทำเกินไปแล้วนะ หลันฮวาทำอะไรให้กันพวกเธอถึงคอยกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา”

 

“พวกฉันป่าวกลั่นแกล้งก็เห็นอยู่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ จริงไหมอาเหมย” เยียนจือหลิงว่าพลางยกแขนกอดอก

 

“ใช่ ก็เห็นอยู่ว่าหลิงหลิงไม่ได้ตั้งใจ เพราะงั้นพวกเธอจะมากล่าวหากันแบบนี้ไม่ได้นะ อีกอย่างจะมีเหตุผลอะไรที่ให้พวกเรามาสนใจคนระดับอย่างพวกเธอกัน”

 

“นี่!!” ทั้งต้าจงและเสี่ยวฟางต่างก็หัวเสีย มีเพียงที่หลันฮวาที่ตอนนี้กำมือแน่น

“พอเถอะ ต้าจง เสี่ยวฟาง” หลันฮวาส่งเสียงห้าม ในน้ำเสียงนั้นประกอบไปด้วย ความเจ็บแค้นห้าส่วน  อดกลั่นสี่ส่วน เข้มแข็งอีกสามส่วน

 

ว่าจะก็ทำท่าจะลากเพื่อนทั้งสองจากไป แต่

 

“ได้ยินว่า แม่เธอเป็นคนทำความสะอาดนี่ ดูจากชุดวันนี้คงจะหมดไปเยอะสินะ อุตส่าห์ลงทุนซื้อชุดใหม่มาอ่อยผู้ชาย เธอกับแม่ของเธอช่างเหมือนกันดีจริงๆ”

 

เท้าของหลันฮวาหยุดกึก ร่างนิ่งในขณะที่เสี่ยวฟางกับต้าจงมองไปที่หลันฮวาด้วยความสงสาร

 

“นี่ พูดเกินไปแล้วนะ” ต้าจงหันไปตะคอกใส่เยียนจือหลิง

 

“ไม่พูดเกินไปหรอก นายเองก็รู้อยู่แก่ใจนี่ ว่าผู้หญิงคนนี้ ...ขนาดไหน วันก่อนก็ถังจื่ออวี้อีกคน ถูกเธอหลอกล่อมาครั้งนึงแล้ว นี่ยังไม่พูดถึงซั่งกวนเฉินอี้อีก ถามจริงเถอะนายโง่ขนาดไหนถึงมองมารยาของผู้หญิงคนนี้ไม่ออก” เสียงที่ไม่ค่อยนักของเยียนจื่อหลิงทำให้คนรอบๆเริ่มหันมาสนใจ ในขณะที่หลันฮวายืนนิ่ง

 

“แต่อย่างว่าล่ะนะทักษะที่สืบทอดมาจากแม่ของเธอนี่เยี่ยมจริงๆ นับถือๆ”

 

เพี๊ยะ

 

เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าของเยียนจือหลิง ทั่วทั้งงานต่างนิ่งเงียบ

 

เยียนจือหลิงกุมแก้มตัวเองด้วยความตกใจ “เธอ...”

 

หลันฮวาน้ำตาไหลพรากเอามือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา มองดูแล้วท่าทางน่าสงสารนัก ราวกับบุบผาที่ถูกกลั่นแกล้ง เสี่ยวฟางกับต้าจงปรี่เข้ามาปลอบหลันฮวา

 

ส่วนห่าวจิ้งเหมยเมื่อเห็นเพื่อนรักถูกตบด้วยความโกรธก็ตรงเข้ามาหมายจะตบคืน แต่โชคไม่ดีที่ข้อมือของเธอถูกกุมเอาไว้ด้วยแรงมหาศาลก่อน

 

“หยุด”

 

เสียงแข็งก้าวเจืออารมณ์โกรธดังขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาบึ้งตึง

 

ซั่งกวนเฉินอี้!!!




ซั่งกวนเฉินอี้บีบข้อมือเล็กจนอีกฝ่ายร้องโอดโอยก่อนจะสะบัดทิ้งอย่างแรง

 

“โอ๊ย” ห่าวจิ้งเหมยกุมข้อมือของตนด้วยความเจ็บปวดที่หางตามีร่องรอยของความเจ็บปวดมองไปที่ซั่งกวนเฉินอี้

 

“ไปซะ!!” น้ำเสียงไร้ใจแสนเย็นชาดังขึ้น เขาตวาดใส่ห่าวจิ้งเหมยด้วยความโกรธจนเธอสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองเยียนจือหลิงแล้วพูด “เธอก็เหมือนกัน อีกอย่างต่อไปนี้ธุรกิจระหว่างตระกูลซั่งกวนกับตระกูลของพวกเธอถือว่ายุติ” สิ้นเสียงทุกคนในที่นั้นก็ตกใจ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว พ่อบ้านตระกูลซั่งกวนเองก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคุณชายน้อยของตระกูลเอ่ยขึ้น

 

อวิ๋นซีหยางเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากเดินมาถึงที่เกิดเหตุ ก็รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้นแต่รู้สึกว่าความคิดของพระเอกเรื่องนี้ค่อยข้างง่ายไปหน่อย เรื่องธุรกิจ ใช่ว่าจะให้คุณชายคนหนึ่งยกเลิกได้ง่ายๆ แบบนั้นจะมีประธานบริษัทหรือผู้นำตระกูลไว้ทำไมกันเล่า

 

ซีหยางเข้ามาประคองห่าวจิ้งเหมยขึ้นมาแล้วลูบหลังอย่างปลอบใจ เอ่ยน้ำเสียงนุ่มอ่อนว่า “ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นไร อาเหมย”

 

ซั่งกวนเฉินอี้ขมวดคิ้วจ้องมองคนที่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ก่อนจะชะงักอึ้งกับความงามของคนตรงหน้าแต่ใช้เวลาไม่นานก็ดึงตนเองให้กลับมามีสติได้ จากนั้นก็รู้สึกคุ้นหน้าของคนตรงข้าม 

 

“อวิ๋นซีหยาง?...”

 

ซีหยางยิ้มหวานแล้วสบตากับคนตรงข้าม พยักหน้าเล็กน้อย “คุณชายซั่งกวน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

 

ไม่ได้พบกันนานหลังจากเหตุการณ์ข่มขู่ครั้งนั้นซั่งกวนเฉินอี้รู้สึกว่าคนตรงหน้าแตกต่างไปจากเดิมมาก ไม่เพียงงดงามขึ้น ทั้งยังมีราศีบางอย่างที่แผ่ออกมา หลันฮวากับเพื่อนของเธอเองก็รู้สึกว่าหนึ่งในกลุ่มตัวร้ายคนนี้แตกต่างจากเดิมมาก ไม่เพียงงดงามราวกับไม่ใช่คน ทั้งยังกดดันให้ผู้อื่นรู้สึกต่ำต้อย

 

“ต้องขอโทษแทนอาเหมยกับหลิงหลิงแล้ว ถ้าหากทำให้คุณชายอารมณ์เสีย”

 

ตอนแรกซั่งกวนเฉินอี้รู้สึกตะลึงงันกับความเปลี่ยนแปลงของอวิ๋นซีหยาง แต่เมื่อรู้ว่าอวิ๋นซีหยางต้องการช่วยเพื่อนตัวร้ายของเธอเขาก็ไม่ไว้หน้าทันที

 

“เธอต้องการมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้?...”

 

ไม่ต้องฟังจากน้ำเสียงจากน้ำเสียงของซั่งกวนเฉินอี้ก็รู้ว่าเขากำลังเดือดถึงขีดสุดและต้องการระบายอารมณ์ ดังนั้นจึงพร้อมจะฟาดฟันใส่ใครก็ตามที่ต้องการจะเข้ามาขวาง แต่ยังไงเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนสนับสนุนให้เยียนจือหลิงกับห่าวจิ้งเหมยกลั่นแกล้งหลันฮวาอยู่ไม่น้อยดังนั้นจึงอยากจะขอรับผิดชอบบางส่วน

 

“ฉันไม่กล้าทำให้คุณชายอารมณ์ขุ่นมัวหรอกค่ะ เพียงแต่เมื่อสักครู่ที่คุณชายพูดมาค่อนข้างออกจะเกินไปนิดหน่อย นี่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นในหมู่เพื่อนเอง คุณชายอย่าได้เข้าใจผิดจนทำให้สามตระกูลต้องผิดใจกัน”

 

“ไม่ต้องมาใช้คำสวยหรู คำพูดจอมปลอมเธอมันก็ไม่ต่างไปจากยัยพวกนี้หรอก ดูดีแต่เปลือกนอกแต่ข้างในเน่าแฟะ” จบคำพูดของซั่งกวนเฉินอี้ทุกคนในงานต่างก็สูดลมหายใจแรง คำพูดที่ออกมาจากปากเขาช่างเผ็ดร้อนเหลือเกิน

 

ไอ้เด็กปากร้าย...

 

ในขณะที่ทุกคนรู้สึกว่าซั่งกวนเฉินอี้พูดทำร้ายจิตใจเด็กสาวเกินไป แต่ฝ่ายเสี่ยวฟางกับต้าจงกลับยิ้มสะใจรู้สึกเหมือนได้เอาคืนที่เมื่อครู่ถูกสบประมาทมา ไม่แค่เสี่ยวฟางและต้าจงยินดีที่กลุ่มตัวร้ายถูกด่าทอ แต่นางเอกของเรื่องอย่างหลันฮวาก็จ้องมองไปที่ซั่งกวนเฉินอี้อย่างซึ้งใจพลางเช็ดน้ำตาด้วยท่าทางบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ส่วนซั่งกวนเฉินอี้ก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่อ่อนโยน

 

อะไรคือท่าทางซึ้งใจกับการที่เห็นผู้อื่นโดนด่า

นี่ใช่นางเอกของเรื่องใช่ไหม?

 

ซีหยางหลุบตาลงหลังจากเห็นท่าทางของแม่นางเอกผู้แสนบริสุทธิ์ จากนั้นก็ยิ้มอ่อนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไร้ความแค้นเคืองว่า “หากต้องทำให้คุณชายต้องอารมณ์เสีย ต้องขออภัยแล้ว แต่เรื่องธุรกิจนี่ไม่ใช่เรื่องที่เด็กๆอย่างพวกเราจะตัดสินใจได้” ความหมายก็คือนายไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้

 

ซั่งกวนเฉินอี้เห็นอีกฝ่ายไม่โกรธที่ถูกด่าก็รู้สึกเหมือนต่อยลงไปบนฟูกนุ่มๆไร้การตอบสนอง แถมอีกฝ่ายยังมาบอกว่าเขาไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่อง ‘ธุรกิจ’ ของตระกูลก็รู้สึกโกรธ

 

“ใครบอกว่าฉันเป็นแค่เด็กไม่มีอำนาจสั่งการ ถ้าเธอต้องการให้ฉันแสดงอำนาจ ได้ ถ้าอย่างนั้นก็รวมตระกูลอวิ๋นของเธอไปอีกตระกูลเลยดีไหม” จบคำพูดนี้แทบจะทุกคนเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะรู้ดีว่าแม้ตระกูลซั่งกวนจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถจัดการกำจัดหนึ่งในตระกูลที่เป็นหนึ่งในสิบตระกูลที่รวยที่สุดในประเทศอย่างตระกูลอวิ๋นไปได้ง่ายๆ

 

อวิ๋นซีหยางรู้สึกขบขัน เด็กน้อยเอ๋ยจะมาแข่งกับพี่สาวหรือ ยังเร็วไปอีกสิบปี ถ้าไม่นับเรื่องตระกูลแค่เพียงความสามารถนายก็แพ้แล้ว จริงอยู่ว่าในอนาคตอีกสี่ปีข้างหน้าตระกูลอวิ๋นล้มลงเพราะเหล่าบรรดาพระเอก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้นายจะสามารถล้มคระกูลอวิ๋นได้

 

เมื่อซั่งกวนเฉินอี้เห็นแววตาขบขันระคนไม่เชื่อของอวิ๋นซีหยางก็เกิดอารมณ์เสีย

 

พ่อบ้านของซั่งกวนเฉินอี้เห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามาหมายจะบอกกล่าวคุณชายของตนแต่ซั่งกวนเฉินอี้พูดขึ้นก่อน

 

“ถ้าเธอไม่เชื่อ ฉันจะทำให้ดู” น้ำเสียงหนักแน่นดังขึ้น หลันฮวามองใบหน้าของซั่งกวนเฉินอี้อย่างแสนซึ้งก่อนจะหันไปมองซีหยางที่ยืนยิ้มอย่างสบายๆ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #15 mioruki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 17:52
    อยากอ่านต่อแล้วววว
    #15
    0
  2. #14 554910140 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 07:22
    มาต่อเถ๊อออออะ!!!!
    #14
    0
  3. #13 user54321 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:39

    ไรท์รู้หรึป่าวว่าเราทรมานม๊ากมากนะ มาต่อเดี๋ยวนี้เลยนี่คึอคำสั่ง!!????????????
    #13
    0
  4. #12 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 19:10
    มาต่อด่วนเลยไรท์~~~
    #12
    0
  5. #10 ploywendy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:42
    อยากอ่านต่อแล้วอ่าาาา
    #10
    0
  6. #9 my-name-is-p (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 07:12
    มารยาหญิงก็โดนหลอกคอวออายอจริงๆ
    #9
    0
  7. #8 Arella (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 07:00
    ค้างงงงงคร้าาา
    #8
    0
  8. #7 Sayree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 00:20
    โอยยย ค้างมากก
    #7
    0
  9. #4 Nemo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 23:32

    นี่พระเอกจริงๆใช่ไหม หลงผู้หญิงถึงขนาดไม่มองดูอะไรเลยแล้วในงานนักข่าวน่าจะเพียบที่พูดออกมานี่ไม่กลัวกระทบไปถึงชื่อเสียงของตระกูลเลยเหรอ อายแทนตระกูลเลยนะนี่

    #4
    0
  10. #3 kyohyeE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 23:19
    ตบมันเลยลูกแม่ ตบอิพระเอกเนี่ย!
    #3
    0
  11. #2 สายสิน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 23:03
    ตบเลย ตบพระเอกอ่ะ
    #2
    0