My Villian's Boss มาจีบบอสตัวร้ายกันเถอะ

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    10 ต.ค. 62

บทที่ 1

ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย

                เมื่อลืมตาขึ้นมา ‘ซีหยาง’ กลับพบว่าตนไม่ใช่ซีหยางคนเดิม แต่เธอคือ ‘อวิ๋นซีหยาง’ คุณหนูตัวร้าย ของหนังเรื่อง ‘ยัยซินหน้าใสกับเจ้าชายทั้ง 4 ความรู้สึกของเธอ ณ เวลานี้คือ ‘งานเข้าอย่างแรง’ เพราะเท่าที่จำได้ลางๆจากความทรงจำในชาติที่แล้ว อวิ๋นซีหยางคือหนึ่งในแก๊งตัวร้ายที่คลั่งไคล้พระเอกของเรื่องจนทำให้วางแผนการทำร้าย ‘นางเอก’ ต่างๆนาๆ จนเหล่าพระเอกและพระรองทนไม่ไหวจึงจัดการทำลายตระกูลของเธอล้มละลาย อำนาจวาสนาหายไปในพริบตา ซึ่งมนุษย์วัตถุนิยมอย่างเธอรับไม่ได้! เรื่องแบบนี้เธอจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!!


เมื่อหลายวันก่อนตัวเธอและเพื่อนตัวร้ายก็พึ่งจะ ‘กลั่นแกล้ง’ นางเอกมา ทำให้ถูกพระเอกอย่าง ‘ซั่งกวนเฉินอี้’ และเหล่าพระรองคาดโทษเอาไว้ ทั้งยังอุบัติเหตุที่ทำให้เธอมาอยู่ในร่างนี้ 


จากการคาดเดาเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นไม่นานนั้นแปดส่วนเป็นไปได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับบรรดาพระเอก ดูท่าแล้วอนาคตของเธอคงหม่นหมองเป็นแน่ ดังนั้นหลังจากที่รวบรวมสติสตางค์จนครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเธอจึงวางแผนที่จะเข้าแทรกแซงธุรกิจของตระกูลทันที ในเมื่อมีเงินแล้ว เธอยังจะกลัวใครทำร้ายได้อีก? เป็นโชคดีอย่างมากนายที่นายและคุณนายอวิ๋นนั้นล้วนเป็นคนใจดี และก็ค่อนข้างมีมันสมองมากกว่าลูกสาวของตน คือไม่หน้ามืดตามัวและไร้เหตุผล ทั้งยังยินดียิ่งที่บุตรสาวของตนดูเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ถึงขั้นเริ่มสนใจธุรกิจของครอบครัว


                นายอวิ๋นซาบซึ้งใจจนน้ำตาเล็ดในขณะที่กำลังเล่าถึงงานกิจการต่างๆที่อยู่ในเครือซีหยางกรุ๊ป ซึ่งได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ท  และอื่นๆอีกมากมาย แต่หลักๆจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ สมแล้วที่ตระกูลอวิ๋นติด 1 ในสิบของตระกูลที่รวยที่สุดในประเทศ R ดังนั้นในอนาคตเหล่าตัวเอกเพื่อต้องการจะล้มล้างตระกูลอวิ๋นยังต้องรวมหัวกันใช้ 4 ตระกูลใหญ่และอีกหลายตระกูลถึงจะล้มตระกูลอวิ๋นได้สำเร็จ แต่ฝันไปเถอะในเมื่อตอนนี้มีเธออยู่ ฝันหวานๆพวกนั้นของเหล่าตัวเอกไม่มีทางเป็นจริงไปได้หรอก!

 

                รุ่งเช้าซีหยางให้คนรับใช้ไปจัดการเรื่องเปลี่ยนตารางเรียนให้ย้ายคลาสมาไว้ช่วงเช้าให้หมด เหตุผลคือ หนึ่งหลีกเลี่ยงการพบปะเจอหน้ากับตัวเอกทั้งหลาย สองคือเวลาช่วงบ่ายคือเวลาแห่งการทำงานและพัฒนาตนเองของเธอ ซึ่งเป็นไปอย่างราบลื่นไร้อุปสรรค พลันตารางเรียนใหม่ก็ได้มาอยู่บนมือของเธอได้อย่างง่ายดาย ต้องขอขอบคุณหุ้นทั้ง 10 เปอร์เซ็นของตระกูลอวิ๋นในมหาลัยหลิงอี้ จริงๆ


                โดยหลังจากตื่นนอนอย่างเต็มอิ่มแล้วซีหยางก็ถูกคุณนายอวิ๋นลากไปที่ห้างสรรพสินค้าซีหยางทันที ดังนั้นตลอดช่วงบ่ายของวันนั้นซีหยางจึงได้รู้ซึ้งของความรู้สึกของการเป็นทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ตกเย็นหลังจากช็อปแหลกแจกกระจายเธอและคุณนายอวิ๋นก็กลับมาพร้อมกับข้าวของมากมายพะรุงพะรัง ไม่รวมกับที่ส่งกลับมายังคฤหาสน์ในก่อนหน้านั้น โดยในขณะที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาด้านในสาวใช้ในชุดฟอร์มสีฟ้าก็วิ่งมาหาเธอหน้าตื่นพร้อมกับบอกว่า

 

                “คุณหนูคะ คุณหนูห่าวจิ้งเหมยโทรมาค่ะ”

                ห่าวจิ้งเหมยนี่ไม่ใช่หนึ่งในแก๊งตัวร้ายหรอกหรอ? เพื่อนสนิทอันดับ 1 ของอวิ๋นซีหยาง


                ซีหยางยื่นมือไปรับโทรศัทพ์บ้านจากเมดพลางกล่าวขอบคุณ ก่อนจะส่งเสียงไปตาสายหลังจากแบโทรศัพท์กับหู “ฮัลโหล”


                “อวิ๋นซีหยาง ทำไมเธอไม่รับโทรศัพท์ฮะ!!” เสียงแหลมดังแทรกมาตามสายส่งผลให้หูของซีหยางอื้อไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้มอ่อนแล้วส่งเสียงอันหวานไพเราะไปตามสาย


                “อาเหมย?”


                “ก็ใช่นะสิยะ จะใครซะอีกล่ะถ้าไม่ใช่ฉัน” น้ำเสียงของห่าวจิ้งเหมยยังคงแข็งกร้าวแต่ลดระดับลงเล็กน้อย “ทำไมเธอถึงไม่มางานวันเกิดของรุ่นพี่หลิวฮะ?”

                “รุ่นพี่หลิว?” ใครอีกล่ะเนี้ย


                เมื่อได้ยินคำถามปนน้ำเสียงงงงวยห่าวจิ้งเหมยจึงตระเบ็งเสียงมาตามสายอีกครั้ง “อย่าบอกนะว่าเธอลืมรุ่นพี่หลิวซืออิ๋ง สาวงามแห่งยุคของหลิงอี้ไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเธอกัน พึ่งถูกรถชนมาหรือไง”


                “...”


... ใช่ฉันพึ่งถูกรถชนมา...


เมื่อพบกับความเงียบจากทางปลายสาย ห่าวจิ้งเหมยจึงเริ่มรู้สึกว่าอีกฝ่ายลืมไปแล้วจริงๆ จึงอดถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายไม่ได้


“ฉันล่ะเบื่อยัยสมองปลาทองอย่างเธอจริงๆ งานจัดที่โรงแรมหลิวจิ้ง รีบไปแต่งตัวแล้วก็ออกมาแล้วได้แล้ว ดีนะที่ฉันโทรมาเตือนเธอ ยังไงอีกสองชั่วโมงครึ่งเจอกันที่ หน้าโรงแรม ฉันกับเยียนจือหลิงจะไปรอเธออยู่ที่ทางเข้า เร็วๆเข้าล่ะก่อนงานเริ่ม”


“ได้...”

“โอเค แล้วเจอกัน บาย”

“บาย...”

หลังจากวางโทรศัพท์ซีหยางก็รู้สึกเหนื่อยๆขึ้นมาทันที


ให้ตายสิงานนี้มันวันที่พระเอกกับนางเอกจะมีจูบแรกกันใช่ไหม?

ว่าแต่... ฉากพระ-นางจูบกันแล้วทำไมเธอจะต้องไปเป็นสักขีพยานด้วยกัน!?


หลังจากวางโทรศัพท์คุณนายอวิ๋นผู้ที่ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะมี ‘งานเข้า’ ก็สั่งให้บรรดาสาวใช้ขัดสีฉวีวรรณให้กับเธอส่วนตัวนางก็ไปเลือกชุดที่จะให้ลูกสาวสุดที่รักใส่ไปงานเลี้ยงไฮโซคืนนี้

 

ถ้าพูดถึง ‘หลิวซืออิ๋ง’ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวประกอบสำคัญที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็คและเติบโตมาพร้อมกับเหล่าบรรดาพระเอกของเรื่องแล้ว ก็ต้องพูดถึง 1 ในพระเอกของเรื่องที่ควบคู่บทพระรองแสนดีอย่าง ‘ถังจืออวี้’ ด้วยเช่นกัน เพราะเขาคือผู้ที่หลงใหลในตัวของหลิวซืออิ๋งอย่างลึกล้ำ แต่ต้องอกหักพระสาวเจ้ามีคนรักแล้ว จึงทำให้เขาปิดกำแพงหัวใจของตนเอาไว้ 

ทว่าสุดท้ายก็ถูกนางเอกอย่าง ‘หลันฮวา’ ทลายเข้ามา ทำให้เขาได้เข้าใจถึงรักที่แสนบริสุทธิ์และความรักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ แต่น่าเสียดายที่ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าตนได้หลงรักหลันฮวาก็พบว่าคุณนางเอกเปลี่ยนใจไปรัก ‘ซั่งกวนเฉินอี้’ พระเอกของเรื่องซะแล้ว .....โอ้ว รันทดจริงๆ     

 

“ซีซีจ๊ะ ลูกอยากจะใส่ชุดไหนไปงานวันนี้กัน? นี่แม่เลือกไว้เพียบเลย” คุณนายอวิ๋นว่าพลางหยิบแท็บเลทมากดเลื่อนไปเลื่อนมาตรงหน้าของซีหยาง บนจอแท็บเลทนั้นปรากฏรูปชุดหลายชุด แต่ส่วนมากจะออกมาในแนวเดียวกัน คือ สไตล์เจ้าหญิงฟูฟ่อง ซีหยางได้แต่ยิ้มบางๆให้คนตรงหน้าก่อนจะชี้มั่วๆไป จะได้เสร็จๆ จบๆ ยังไงร่างใหม่ของซีหยางก็จัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง ต่อให้ใส่ผ้าขี้ริ้วยังไงก็ยังสวย

 

เอาตรงๆ เธอจำได้ว่าในหนังคนที่มารับบทของอวิ๋นซีหยางนั้นหน้าตาออกจะค่อนข้างธรรมดามาก แต่แปลกที่หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในหนังเรื่องนี้รูปร่างหน้าตาของตัวละครกลับแปรผันเปลี่ยนไปหมด อย่างเช่นตัวของซีหยางที่ปกติหน้าตาจะค่อนข้างธรรมดากลับกลายเป็นหน้าตาดีมาก... มากจนเธอรู้สึกกลัวตัวเองในตอนที่ส่องกระจก ไม่ว่าจะเป็นผิวขาวดุจหิมะ ใสกระจ่างจนแทบจะเปล่งแสงออกมาได้ รูปร่างผอมบางแต่ในส่วนที่ควรจะมีก็มี ใบหน้าสมบูรณ์แบบ ปากกระจับแดงระเรื่อตามธรรมชาติ จมูกโด่งพองาม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกาย ขนตายาวงอน เหนือคิ้วดุจคันสร มีเม็ดขี้แมลงวันเล็กๆพอเป็นเสน่ห์ ใบหน้ารูปไข่รับกับผมยาวสลวยที่ยาวทอดถึงเอว ระดับนี้ ถึงกลับถ้าได้ไปประกวดนางงามแล้วล่ะก็ ถ้าเธอได้ที่สองก็คงไม่มีใครกล้าเป็นอันดับหนึ่ง

แต่เธอไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งคือ... ทำไมในรูปที่อวิ๋นซีหยางถ่ายเก็บไว้ใบหน้าถึงเต็มไปด้วยเครื่องสำอางที่ทำให้งดความงามลงไปถึงสี่ส่วน หน้าสดก็สวยขนาดนี้จะแต่งไปทำไมกัน 

 

“เสร็จแล้วค่ะคุณหนู” เสียงสาวใช้คนหนึ่งบอกหลังจากช่วยม้วนลอนผมให้กับซีหยางจนเสร็จ ทำให้ซีหยางตื่นจากภวังค์ก่อนจะมองไปในกระจก ซึ่งปรากฏว่ามีภาพเด็กสาวผู้งดงามราวเทพธิดาให้ภาพวาดคนหนึ่ง งดงามเสียคนเธอกลัวตัวเองแล้ว จริงอยู่ว่าในชาติก่อนเธอก็เคยมีใบหน้าที่สุดแสนเพอร์เฟ็ค แต่ใบหน้าเก่านั้นสวยแบบคนล่ะแนวกับตอนนี้ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าใบหน้าตอนนี้ยังงดงามกว่าแต่ก่อนอยู่หลายส่วน

 

“โอ้ว ซีซี ลูกสวยมาก สวยเหมือนแม่ตอนสมัยสาวๆไม่มีผิด” คุณนายอวิ๋นอุทานออกมาก่อนจะเดินเข้ามาจับใบหน้าของบุตรสาวอย่างแสนรัก

 

“ดูสิ เห็นไหมแต่ก่อนแม่ก็บอกแล้วว่าลูกว่าจำเป็นต้องแต่งหน้าลูกของแม่ก็สวยจะตายไป”

 

ซีหยางได้แต่ยิ้มบางๆกับคำกล่าวของคุณนายอวิ๋นก่อนจะเหร่มองนาฬิกา เห็นว่าเข็มสั้นใกล้เลขเจ็ดแล้ว คุณนายอวิ๋นเองก็เห็นสายตาของเธอจึงรีบกล่าวขึ้นมา “ตายแล้วจะทุ่มแล้ว ลูกรีบไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับพ่อของลูกเองก็ต้องรีบไปงานเลี้ยงต้อนรับท่านทูตจากฝรั่งเศส แล้วเจอกันหลังงานเลี้ยงนะลูก”

 

“ค่ะ” ซีหยางพยักหน้ารับในขณะที่สายตามองตามคุณนายอวิ๋นไป และอีกครั้งที่นางอวิ๋นเหมือนจะนึกอะไรได้จึงหันกลับมากำชับกับลูกสาว

 

“วันนี้ลูกอย่าลืมพาบอดี้การ์ดไปด้วยล่ะ เดี๋ยวจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหมือนอย่างวันนั้นอีก”

 

“ค่ะ หนูทราบแล้ว”

 

หลังจากนั้นคุณนายอวิ๋นก็นั่งรถยนต์คันหรูออกจากคฤหาสน์ โดยมีซีหยางยืนมองตามขบวนรถนั้นออกไปอยู่ตลอดทาง

 

โรงแรมหลิวจิ้ง

ห่าวจิ้งเหมยและเยียนจื่อหลิง ออกมารอเพื่อนสาวอยู่หน้างานในใจพร่ำบ่นที่อีกฝ่ายมาช้าซะเหลือเกิน วันนี้ห่าวจิ้งเหมยสวมชุดเดรสเกาะอกสีแดงยาวเลยเข่ามาเล็กน้อยในขณะที่เยียนจื่อหลิงสวมชุดเดรสกระโปรงบานสีม่วงอ่อน หากจะกล่าวว่าห่าวจิ้งเหมยเป็นคนที่อารมณ์ร้อนและขี้หงุดหงิดแล้ว ทางเยียนจื่อหลิงนั้นกลับกันตรงกันข้ามเลยที่เดียว เพราะเธอแสนใจเย็น ตอนนี้ก็ทำเพียงยืนเล่นโทรศัพท์แก้เบื่อไปพลางๆ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงรถยนต์หลายคันแล่นเข้ามาดึงความสนใจของเยียนจื่อหลิงออกมาจากโทรศัพท์

 

ขบวนรถของซีหยางเข้ามาจอดเทียบท่าที่หน้าโรงแรมหลิวจิ้ง บอดี้การ์ดรีบลงมาจากรถแล้วคอยอารักขาคุณหนูคนสำคัญของพวกเขา ในขณะที่ ‘กู้ฝาน’ หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดของอวิ๋นซีหยางรีบเปิดประตูรถหรูให้คุณหนูของตนออกมาเผยโฉม ชั่ววินาทีนั้นเองที่ทุกคนโดยรอบจดจ้องไปที่เรียวขางดงามนั้น เพียงแค่ขาก็ทำให้คนโดยรอบรู้สึกหายใจติดขัด และเมื่อร่างงดงามพร้อมทั้งใบหน้าราวเทพธิดาปรากฏก็ทำให้ทุกคนถึงกับลืมหายใจ บางคนถึงกับคิดว่าตนตายไปแล้วและได้ขึ้นสวรรค์มาเจอนางฟ้า งดงาม งดงามเกินไปแล้ว!!

 

กว่าที่ห่าวจิ้งเหมยและเยียนจื่อหลิงจะดึงสติกลับมาได้ก็พบว่านางฟ้าคนนั้นกำลังเดินเข้ามาหาพวกเธอพร้อมทั้งยิ้มหวานให้ราวกับว่ารู้จักกันมาแสนนาน

 

ห่าวจิ้งเหมยชะงักนิ่งก่อนจะรู้สึกคลับคล้ายคลับคาคนตรงหน้า เมื่อเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบ้างอย่างดวงตากลมโตของเธอก็เลิกขึ้นส่งผลให้ตาที่กลมโตอยู่แล้วโตเข้าไปอีก

 

“...อวิ๋นซีหยาง?”

   

 

 .....................................................................................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

68 ความคิดเห็น

  1. #6 Sayree (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 00:11
    ตามมาแล้วววว
    #6
    0
  2. #1 ลูกนกหัดติ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:26
    ตามมาแล้ว

    รอดูตัวร้ายค่าาา
    #1
    0