[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 93 : Long fic : Kikaga : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

กริ๊ง!

“ยินดีต้อนรับครับ”คากามิเอ่ยปากทักทายลูกค้ายามกริ่งประตูหน้าร้านทำงาน มือเรียวตัดแบ่งเค้กช็อกโกแลตเอาไว้ก่อนจะนำเข้าตู้โชว์ พร้อมตบใบหน้าเรียกสติตัวเองที่รู้สึกง่วงมากกว่าปกติเบาๆ

“ขอวนิลาเชคแก้วนึงครับ”

“รอสักครู่นะครับ”หันไปบอกลูกค้าผมฟ้าแล้วหยิบแก้วมาวางเอาไว้ แล้วเริ่มทำตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งมาด้วยความคล่องแคล่ว

“นี่ครับ ทั้งหมดสามร้อยห้าสิบเยนครับ”

กริ๊ง!

“ยินดีต้อนรับครับ”

“อ้าว คุโรโกะ มาทำอะไร”ลูกค้าอีกคนเดินเข้ามาในร้าน ร่างสูงสีผมสะดุดตาดันแว่นขึ่นเล็กน้อยยามเห็นเพื่อนของตนเอง

“มาเยี่ยมคิเสะคุงไงครับ”

“อาการยังปกติดีล่ะนะ ขออเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาลแก้วนึงครับ”มิโดริมะบอกพลางหันไปสั่งกาแฟกับพนักงานอย่างคากามิ

“รอสักครู่นะครับ”

“สองปีแล้วนะครับ”คุโรโกะดูดวนิลาเชคที่ถืออยู่ในมือเข้าปาก คากามิที่ยืนชงกาแฟอยู่ก็เผลอแอบฟังลูกค้าทั้งสองคนคุยกันไปแบบไม่ได้ตั้งใจ

“นั่นสิ ถึงจะปลอดภัย แต่ร่างกายก็ไม่ตอบสนอง ยังเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ล่ะนะ”สีหน้าแสดงความเครียดออกมาอย่างปิดไม่มิตร ถึงแม้จะพยายามหาทาง แต่สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่รอเท่านั้น

“ถ้าคิเสะคุงตื่นขึ้นมา เขาจะความจำเสื่อมมั้ยครับ”ถามถึงความเป็นไปได้ อีกฝ่ายถูกรถชนหัวกระแทก ถึงแม้สมองจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก แต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่าอีกฝ่ายจะปกติดีร้อยเปอร์เซ็นต์

“ฉันก็ไม่รู้ คงต้องรอหมอนั่นฟื้นอย่างเดียว”

“อเมริกาโน่เย็นได้แล้วครับ”คากามิพูดขัดขึ้นมาพร้อมส่งแก้วไปให้ลูกค้า ยังไม่ทันที่มิโดริมะจะรับแก้วมาถือเอาไว้ มือของคากามิก็รู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ

มือเรียวปล่อยแก้วกาแฟลงพื้น ความรู้สึกราวกับโลกถูกกดชัทดาวน์ เสียงร้องตกใจของลูกค้าทั้งสองคนไม่ได้ทำให้สติเขากลับมาเลยสักนิด




‘ไง’

เสียงทักทายอันแสนคุ้นเคยยามเขาฝันดังขึ้นมา สัมผัสแผ่วเบาที่สัมผัสบนใบหน้าส่งผลให้เขาต้องจับมือของอีกฝ่ายที่กำลังลูบแก้มเขาอยู่ให้หยุดการกระทำลง

‘หน้าดูเหนื่อยๆนะ ดูสิ... กุหลาบกลีบมันร่วงออกมาอีกแล้ว’

คนตรงหน้าพูดพลางหยิบกลีบดอกกุหลาบสี่กลีบส่งให้เขารับเอาไว้ คากามิหยิบกลีบกุหลาบทั้งสี่กลีบมาถือเอาไว้พลันเบิกตากว้างขึ้นมา

‘หืม? อะไรฮะ?’

เลิกคิ้วสงสัยเมื่อจู่ๆมือเรียวของคากามิก็วางนาบมาบนแก้มของเขา

‘นาย...’

คากามิว่าเสียงสั่น ใบหน้าที่เขาจดจำไม่ได้อยู่เสมอยามตื่นนอนมันชัดขึ้นเสียจนเขาอยากจะร้องไห้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

‘ร้องไห้ทำไมฮะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?’

อีกฝ่ายถามทีท่าตื่นตระหนกตกใจที่น้ำตาเขาไหลออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สิ่งที่คากามิทำมีเพียงส่ายหน้าไปมาเบาๆ

เดี๋ยวตื่นขึ้นก็ลืมอยู่ดี...

ใบหน้าของคนตรงหน้าเขาน่ะ...

‘จริงสิ ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลย’

เอ่ยปากถามติดตลก เขาฝันถึงคนคนนี้มาตลอดสองปีก็จริง แต่ชื่อของอีกฝ่ายเขากลับไม่รู้เลยสักนิด หรืออาจจะรู้แต่ตัวเขาจำไม่ได้

‘ผมชื่อคิเสะฮะ คิเสะ เรียวตะ’

‘งั้นหรอ’

คิเสะ เรียวตะ

ชื่อที่พอเขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะลืมมันไปหมด แต่ทำไมนะ... ทำไมรู้สึกคุ้นชื่อนี้อย่างบอกไม่ถูก หรืออีกฝ่ายจะเคยบอกชื่อเขามาแล้ว?

‘อย่าขมวดคิ้วสิฮะ แล้วชื่อนายล่ะ ชื่ออะไร’

คิเสะถามกลับไปพร้อมรอยยิ้ม ก่อนทรุดตัวทิ้งกายพิงต้นไม้ข้างๆคากามิที่นั่งพิงอยู่ก่อนแล้ว

‘คากามิ ไทกะ’

‘คากามิ ไทกะ สินะฮะ’

‘...’

หันมามองหน้าเขาพร้อมรอยยิ้ม มือของคิเสะเลื่อนมาประสานมือของเขาเอาไว้ก่อนจะกุมแน่น ตามมาด้วยดึงมือขึ้นเขามอบจุมพิตบนหลังมือให้อย่างแผ่วเบา

‘ผมจะจำเอาไว้นะฮะ’

สายลมพัดพาความเย็นมาปะทะร่างกายใต้ต้นไม้ คิเสะขยับตัวเอียงเอนหนุนหัวลงบนตักของคากามิพร้อมเงยหน้ามองปฏิกริยาของเจ้าของตัก

คากามิไม่ได้พูดผลักไสอะไรนอกจากเลิกคิ้วสงสัยส่งกลับไปให้เพียงเท่านั้น

‘นี่... นายมีตัวตนจริงๆหรือเปล่า’

ไม่รู้ตัวเองเช่นกันว่าทำไมถึงถามออกไปแบบนั้น คิเสะมองหน้าเขา รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าไม่สามารถบ่งบอกได้เลยว่ากำลังรู้สึกยังไงกันแน่

‘นั่นสินะฮะ อาจะจะมี’

‘...’

‘หรือไม่มีก็ได้’

‘อะไรของนาย’

ยกมือขึ้นดีดหน้าผากคนหนุนบนตักตนเองไปที คิเสะหัวเราะร่าที่สามารถกวนประสาทคากามิได้สำเร็จ

‘อาจจะมีนะฮะ’

‘อะไร’

‘ตัวตนของผม แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้ตัวตนของผมมันจะยังมีอยู่ต่อไปหรือเปล่า’

น้ำเสียงเศร้าขึ้นมาทันตา แต่ใบหน้ากลับประดับรอยยิ้มจางไม่หาย คากามิเอื้อมมือไปจับมือคิเสะเอาไว้ก่อนจะก้มตัวลงไปประทับริมฝีปากบนปากอีกคนเร็วๆ

เป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบาที่ได้รับโดยที่ตัวคิเสะไม่ทันตั้ง ตัว แขนยกขึ้นตวัดกดตัวคากามิให้ก้มตัวลงมาอีกครั้ง ก่อนจะยกหัวขึ้นจากตักแล้วมอบจูบหนักๆไปให้

‘อ๋าาา ผมเขินนะฮะ’

เพี๊ยะ!!!

‘ฉันสิต้องเขินไอ้บ้านี่!’

คิเสะกลับมาหัวเราะอีกครั้ง คากามิยกมือขึ้นจับริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ด้วยใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงจางๆออกมาให้เห็น

‘จริงด้วย ผมยังไม่ได้พาไปดูดอกไม้เลย’

ผละตัวลุกขึ้นนั่งตามเดิมเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

‘ดอกกุหลาบน่ะหรอ’

คากามิเลิกคิ้วถามกลับ ยังไงดอกไม้ที่มีอยู่ที่นี่คงมีดอกกุหลาบดอกนั้นอยู่เพียงแค่ดอกเดียว

‘ใช่ฮะ ตามผมมาสิ’

ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมยื่นมือมาฉุดดึงให้ตัวคากามิลุกขึ้นมาด้วย มือปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกก่อนจะเดินตามคิเสะไปยังที่อยู่ของดอกกุหลาบ

ดอกกุหลาบที่เห็นตรงหน้าแตกต่างจากครั้งแรกที่พบเจอ กลีบของมันร่วงหล่นจนเหลือกลีบดอกเหลืออยู่เพียงนิดเดียว

‘มันร่วงมาเยอะเลย’

บอกถึงกลีบดอกกุหลาบ พูดยังไม่ทันขาดคำก็ร่วงลงมาอีกสองกลีบ เขาจึงจัดการก้มเก็บมันขึ้นมาอย่างเช่นทุกที

หันกลับไปมองคนที่พามาก็ต้อเลิกคิ้ว เส้นผมสีเหลืองปลิวสไวสะท้อนแสงพร้อมรอยยิ้มที่ถูกส่งมาอย่างเช่นทุกครั้ง

แตกต่างกันตรงที่ครั้งนี้เขาสามารถจดจำมันได้จนขึ้นใจ

‘ร้องไห้อีกแล้วนะฮะ’

สัมผัสอบอุ่นของฝ่ามือที่เลื่อนมาเช็ดน้ำตาของเขา มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จับมืออีกฝ่ายเอาไว้ให้แนบใบหน้าไปทั้งอย่างนั้น

‘เป็นอะไรฮะ เดี๋ยวนี้ขี้แยบ่อยจัง’

ส่ายหัวตอบกลับไปเบาๆเขิงเป็นการบอกว่าตัวเขาไม่เป็นไร



แสงสว่างวาววับเข้ามาในดวงตา มือเรียวยกมือขึ้นมาบังแสงจากหลอกไฟถายในห้องๆหนึ่งที่ตัวเขาถูกพามาหลังจากที่หมดสติ

คิ้วขมวดเข้าหากันมุ่นเมื่อภาพ ในความฝันจางหายไปอีกครั้ง ลมหายใจถูกถอดถอนออกมาเสียเสียงดัง ปิดไม่มิดถึงความผิดหวังที่กำลังกอบกุม

ประตูเลื่อนในห้องพักของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เขาอยู่ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของคนที่เขาเห็นก่อนหน้า ที่ตัวเขาจะหมดสติไป

รู้สึกเหมือนจะเป็นลูกค้าที่สั่งอเมริกาโน่เย็น ร่างสูงผมสีเขียวมรกตเดินเข้ามาด้านใน เสื้อกาวน์ที่สวมใส่อยู่บ่งบอกถึงอาชีพที่อีกฝ่ายทำอยู่ได้เป็นอย่างดี

“ตื่นแล้วหรอ”มิโดริมะเอ่ยปากถามพร้อมกับเดินตรงมายกมือจับชีพจรที่ข้อมือเขาเบาๆ เขาพยักหน้าตอบกลับไป

รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยตามอาการปกติ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเขาหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่ก็น่าจะนานอยู่พอสมควร

“ร่างกายคุณอ่อนเพลียมาก แต่เพื่อนของคุณกลับบอกว่าคุณนอนหลับนานกว่าปกติ และดูเหมือนคุณจะเคยเข้ารับการรักษากับหมอมาแล้วบ้างใช่มั้ยครับ?”

ใบหน้าที่ดูจริงจังยามทำงานนั้น ไม่สามารถทำให้คากามิแยกออกได้เลยว่าอีกฝ่ายเครียดกับอาการที่เขาเป็นอยู่ หรือแค่จริงจังกับงานที่ตัวเองทำเท่านั้น

“ใช่ครับ”

“เหมือนคุณจะมีการ clinomania ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ คุณเสี่ยงจะเป็นโรคซึมเศร้าร่วมด้วยนะครับ ส่วนเรื่องร่างกายของคุณที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้คุณเกิดอาการวูบไประหว่างทำงาน ผมจะขอตรวจคุณอย่างละเอียดอีกที”

“ขอโทษนะครับ ผม... หลับไปนานเท่าไหร่แล้ว”

“คุณหลับไปสองวันเต็มครับ ไว้ผมจะมาตรวจอาการคุณอีกที ส่วนตอนนี้ก็พักผ่อนก่อนนะครับ ร่างกายคุณอ่อนเพลียมากจริงๆ”

“ขอบคุณครับ”

มิโดริมะรับคำขอบคุณนั้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วย ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกาที่ใส่ไว้ แล้วขึ้นลิฟท์ไปบนชั้นวีไอพี เดินตรงไปยังห้องๆหนึ่งที่คุ้นเคยดีในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมานี้

เปิดประตูเข้าไปก็พบกับคนที่คุ้นหน้ากันอย่างดี ทั้งคนผมม่วง ผมน้ำเงินและผมฟ้าที่นั่งหัวโด่กันอยู่คนละมุมห้อง

“พนักงานนายตื่นแล้วนะมุราซากิบาระ”คนผมม่วงพยักหน้ารับไป มือก็หยิบขนมมันฝรั่งทอดกรอบเข้าปากเคี้ยวไปด้วย

“ฝากจัดการค่าใช้จ่ายกับฉันได้เลยน้า~~~”บอกออกไปถึงแม้จะไม่รู้ก็ตามว่าพนักวานของเขาที่มิโดริมะหมายถึงคือใคร เพราะเขารู้จักเพียงผู้จัดการอย่างฮิมุโระเพียงแค่คนเดียว

“แล้วคิเสะอาการเป็นยังไงบ้าง”อาโอมิเนะตำรวจนอกเครื่องแบบเอ่ยปากถามถึงอาการของคนที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง

“ข่าวดี ล่าสุดพยาบาลที่จ้างให้คอยดูอยู่ทุกชั่วโมงบอกว่าคิเสะมีอาการตอบสนองแล้ว มีขยับร่างกายบ้างเล็กน้อย เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะฟื้นสูงขึ้นล่ะนะ”เดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ลมหายใจถูกถอดถอนออกมาบ่งบอกถึงการเหนื่อยของอาชีพที่เขาทำอยู่ได้เป็นอย่างดี

“เหมือนจะวันนี้สินะครับ”คุโรโกะเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เงียบมานาน วันนี้ที่เขาหมายถึง ทุกคนในห้องก็ต่างรู้กับเป็นอย่างดี

วันที่แฟนคลับคู่กรณีที่ขับรถชนคิเสะจะพ้นโทษ เนื่องจากพ่อของคู่กรณีเป็นถึงผู้มีอิทธิพลค่อนข้างสูง โทษเลยลดลงเกินกว่าครึ่ง ถึงแม้การกระทำจะเจตนาฆ่าคิเสะก็ตามที

“อาคาชิจัดการอยู่น่ะ น่าจะไม่เอาไว้เลย”อาโอมิเนะพูดด้วยทีท่าสบายๆ อาคาชิจัดการเองทั้งที คงไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ ไหนจะกระแสของฝั่งแฟนคลับคิเสะอีก

คงตายกันไปข้าง

“สมควรแล้วน้า คิเสะจินหลับไปตั้งนาน”มุราซากิบาระพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย คนผิดก็ควรได้รับโทษ ต่อให้มีอำนาจมากมายขนาดไหน สุดท้ายผิดก็คือผิด ไร้ยางอายแต่ควรมีจิตสำนึกความเป็นคนกันบ้าง

“จริงสิ มุราซากิบาระ พนักงานนายที่สลบไป ฉันว่าให้เขารับการรักษาอย่างจริงจังบ้างก็ดีนะ อาการค่อนข้างหน้าเป็นห่วง”เปลี่ยนเรื่องไปยังคนไข้อีกคน นับว่าเป็นเคสแรกที่เขาเคยเจออะไรแบบนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเขาก็ไม่ใช่หมอทางด้านนี้สะด้วย

“หนักหรอครับ”คุโรโกะเลิกคิ้ว เขาพอสังเกตเห็นอาการของพนักงานคนนั้นได้อยู่บ้าง ร่างกายดูอ่อนเพลียเหมือนไม่ได้นอนนั่น คิดว่าจะเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอเฉยๆเสียอีก

“ตามที่ถามจากคนรอบข้าง แล้วอาการของวันนี้ เหมือนจะหลับนานมากกว่าปกติ แต่ร่างกายกลับไม่ได้รับการพักผ่อนใดๆเลย วันนี้ที่เข้าไปดูอาการ ทั้งๆที่หลับไปสองวัน แต่ร่างกายกลับเพลียมาก ชีพจรก็ค่อนข้างผิดปกติ ถ้าเป็นแบบนี้นานๆเข้า มีหวังได้เป็นโรคซึมเศร้าแน่ๆ”

“แย่เลยนะครับแบบนั้น”อาการซึมเศร้าคงไม่มีใครอยากเป็นนักหรอก คุโรโกะก็พอรู้มาบ้าง ถ้ามีโอกาสเข้ารับรักษา ก็ควรที่จะคว้าเอาไว้

“จะลองถามมุโระจินดูก็แล้วกัน”มุราซากิบาระรับฟังเป็นอย่างดี พร้อมๆกับร่างสูงของอาโอมิเนะที่ลุกขึ้นยืนจากโซฟามุมห้อง

“ต้องไปแล้ว ไว้เจอกัน”บอกลาเพียงแค่นั้นแล้วเดินจากไป เนื่องจากเขามีงานของทางตำรวจที่ยังต้องไปสะสางต่อให้เสร็จ

“ฉันก็ต้องไปตรวจต่อแล้ว พวกนายจะอยู่ต่อมั้ย”มิโดริมะลุกขึ้นบ้าง นิ้วมือที่มักจะพันเทปสีขาวเอาไว้เสมอดันแว่นขึ้นเล็กน้อย

“คงอีกสักพักครับ”

“ฉันเหมือนกันน้า~~~”

“แล้วแต่พวกนายก็แล้วกัน”


Tbc.


มาแล้วววว

ล่าสุดมีแพลนจะแต่งallkagaเป็นแนวcakeverse แต่หยุดความคิดนั้นเอาไว้ก่อน เรื่องเก่าเธอยังไม่จบ! แหะๆ แค่ขอเวลาสักพักเท่านั้น!(หรอ-_-) อ่านคิเสะกันไปก่อนหนาาา

**หากมีคำผิดจะพยายามมาแก้ให้ทีหลังน้าา**

       ขอบคุณที่ติดตามกันเน้ออออ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

871 ความคิดเห็น

  1. #718 natta140150 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:25

    เเต่หนูรอฟิค allkagaรักขององค์ชาย อยู่นะท่านนนนนน
    #718
    0
  2. #715 natta140150 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 08:28

    อร๊ายยยยย มีเเพลนว่าจะเเต่งallkaga cakeverse ด้วยตน จะรอค่าท่านนนน
    #715
    0
  3. #714 MLT_LTE (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 03:54
    จัดการแฟนคลับนั้นให้หนักๆ เลยนะคะอาคาชิคุงงงง ;;-;;

    แอบกังวลเรื่องกลีบดอกไม้จังเลยค่ะว่าจะสื่อถึงอะไรรึเปล่า ตอนนี้ในหัวกำลังสงสัยว่าสื่อถึงชัวิตคิเสะมั้ย แต่ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงต้องดราม่ามากแน่ๆ เลย แง อยากให้ทั้งคู่เคลียร์กันในฝัน คิเสะตื่น ไทกะหายดีจากอาการนี้จังเลยค่ะ สงสารทั้งคู่ไม่ไหว

    ปล. เค้กเวิร์สก็น่าอ่านนะคะไรท์เตอร์ อุแง ถ้ามีโอกาส รีดเด้อปูเสื่อรอเลยค่ะ
    #714
    0
  4. #713 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:48

    ใจไม่ดีเลยเรื่องกลีบดอกไม้.. มันเหมือนมีนัยยะแฝงอะไรบางอย่าง


    ที่คิเสะดีขึ้นเพราะคางามิมาอยู่ใกล้ ๆ หรือเปล่านะ


    และคือคางามิไม่โทษคิเสะเลย คือไม่คิดจะสงสัยด้วยว่าที่เป็นแบบนี้เพราะฝันหรือเปล่า


    เอาจริงมันก็ยังไม่รู้ด้วยว่าอะไรคือสาเหตุของอาการนี้

    แต่ตอนมิโดริมะบอกคางามิเข้าข่ายโรคซึมเศร้านี่ก็น่ากลัวอยู่ แถมเราก็ยังไม่รู้อีกว่าทำไมคางามิกับคิเสะถึงเชื่อมต่อฝันกัน ฮืออ


    ทางFCต้นเหตุคนนั้นอาคาชิเอาให้หนักค่ะ!!!

    #713
    0
  5. #712 ควาเรเชียการ์ (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:17

    รึว่าการที่คิเสะโผล่มาในฝันหนูมิตลอดก้อเพื่อจะดูดพลังงานไปให้ร่างตัวเองเพื่อฟื้นฟูกันนะ...ละยิ่งนานวันเข้ายิ่งโดนดูดเยอะขึ้น ไรงี้รึเปล่าอ่ะ น้องนอนละร่างกายไม่ได้พักผ่อนตามแบบนี้น่าเปนห่วงจริงๆนั่นแหละ ตื่นมาละรับผิดชอบด้วยนะคิเสะ

    #712
    0
  6. #711 AFKMTMR (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 00:14
    อยากให้น้องเจอคิเสะแล้วววว
    มาเร็วๆน้าไรท์//กราบบบบ
    #711
    0
  7. #709 napo9 (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:36
    ฮือออออมาแล้วว ดีใจอ่า
    #709
    0
  8. #708 polytome (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:31
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #708
    0
  9. #707 Sunshine sky (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:59

    อยากให้น้องเจอร่างคิเสะเลย..จะได้ฟื้น
    #707
    0
  10. #706 Lily for Lisa (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 19:46
    อ้ย ดีนะที่น้องวูบแล้วไม่ได้กระแทกโต๊ะหรือพื้นไม่งั้นฟิคอาจจะเป็นการคุยกับคิเสะในฝันอย่างเดียว
    #706
    0