[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 90 : SP. Allkaga : หนูน้อยไทกะ2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

“อ๋อหรอ”

“ไม่เชื่อ?”

“ก็นะ...”ได้ยินดังนั้น ไทกะในวัย16ปีก็หันตวัดสายตาไปมองคนผมทองข้างกายที่กำลังยกมือป้องปากหาว

“นายมันไม่มีจินตนาการเลยแนช”ไทกะเบะปากใส่อีกฝ่าย หลังจากที่เขาเล่าเรื่องภูตขอพรให้แนชฟังตามที่ตัวเขาได้ฟังมาจาคุโรโกะ

“มันไรสาระ ถ้ามีภูตขอพรจริงๆคนก็ไม่ต้องทำมาหากินกันแล้วถ้าแค่ขอพรแล้วได้น่ะ”

เพี๊ยะ!

“ฉันเจ็บนะ!”หันไปถลึงตาใส่เจ้าของฝ่ามืออรหันต์ ไทกะแลบลิ้นใส่ก่อนจะรีบวิ่งหนีเข้าไปในห้องเรียนอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันจะถึงห้องตัวเขาก็วิ่งชนใครบางคนเข้าเสียก่อนจนทำให้ล้มลงกระแทกพื้น กระดาษปึกใหญ่ที่อีกฝ่ายถือเอาไว้ปลิวกระจายไปทั่วพื้น

“ขอโทษนะ!”รีบเอ่ยปากขอโทษพร้อมส่งมือให้อีกฝ่ายจับมือเขาเอาไว้ เพื่อที่จะดึงตัวคนล้มให้ลุกขึ้นจากพื้น

“ไม่เป็นไร”อีกฝ่ายยิ้มส่งยิ้มให้ ใบหน้าที่ถูกผมสีดำเทาสนิทปิดไว้ซีกหนึ่งนั้นไม่สามารถปิดบังใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายได้เลยสักนิด

“ฉันช่วยเก็บ แนช! มาช่วยเก็บด้วย!!!”เอ่ยปากอาสาพร้อมตะโกนเรียกเพื่อนของตัวเองที่เดินตามหลังมาอย่างเชื่องช้าเป็นสลอต

“ให้ตายเถอะ”แนชส่ายหัวใส่หน่ายๆ แต่ก็ยอมก้มเก็บกระดาษที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุดทีละแผ่นสองแผ่นให้อยู่ดี

“อ่ะ! ครบแล้ว ขอโทษอีกทีนะ”ไทกะยื่นปึกกระดาษส่งให้อีกฝ่ายพร้อมส่งรอยยิ้มแหยกลับไปด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไร นาย?”

“ไทกะ อยู่ปี1 นายล่ะ”

“ฮิมุโระ ทัตสึยะ ปี2”

“หา!? รุ่นพี่!!! ขอโทษครับ!”รีบโค้งหัวให้อีกฝ่าย มือก็มิวายกดหัวเพื่อนอย่างแนชลงให้โค้งคำนับเป็นเพื่อนด้วย

“ฮะๆๆ ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ซีเรียสน่ะ”ฮิมุโระมองภาพนั้นพร้อมหัวเราะด้วยความเอ็นดู พลางปัดมือไปมาอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก

“คือฉัน.. ไม่สิผม...”

“ตามที่นายถนัดเถอะ ฉันไม่ถือสาอยู่แล้ว”

“งั้นหรอ”เอ่ยถามกลับตาแป๋ว มือเรียวที่ยังคงกดหัวแนชไว้อยู่ถูกเจ้าตัวออกแรงกระชากจนเซไปกระแทกแผงอกของแนชเบาๆ

“ฉันเจ็บนะ”หันหน้าไปบอกแนชพลางลูบข้อมือตัวเองเบาๆ แนชมองท่าทางนั้นก่อนจะดึงมือไทกะมาลูบข้อมืออีกฝ่ายไว้แทน

“ขอโทษ...”ก้มหน้าลงมองข้อมือที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆด้วยความรู้สึกผิด

“งั้นฉันไปก่อนนะไทกะ ยินดีที่ได้รู้จัก”ฮิมุโระเอ่ยแทรกขัดบรรยากาศโดยที่ไทกะไม่ทันจะได้พูดตอบอะไรแนช เจ้าตัวก็ต้องหันไปโบกมือลาคนที่รู้จักกันงงๆอย่างฮิมุโระแทน

“เข้าห้อง”แนชบอกพร้อมดึงคอเสื้อของไทกะแล้วออกแรงลากให้เดินตามเข้ามาในห้อง แทนที่จะจับกระชากข้อมือเหมือนทุกที

“อ้าวๆ ไทกะจังมาแล้วหรอ”เสียงร่าเริงของเพื่อนร่วมห้องดังขึ้นมาทันทีที่ทั้งไทกะและแนชเดินเข้ามาข้างใน แต่กลับไม่มีชื่อแนชโผล่มาเลยสักนิด

“เมื่อไหร่นายจะเลิกลงท้ายชื่อฉันว่าจังสักทีหะ!? ทาคาโอะ! ปล่อยคอเสื้อฉันได้แล้วนะ!!! อะไรเนี่ย”พูดกับทาคาโอะจบก็หันไปมองตาขวางใส่แนชต่อ แนชยอมปล่อยมือจากคอเสื้อพลางยกมือขึ้นเชิงยอมแพ้

“น่ารักออก ไทกะจัง ไทกะจัง ไทกะจัง”ทาคาโอะทำลอยหน้าลอยตากวนประสาทใส่ ปากก็เรียกชื่อของไทกะไม่หยุด

“นายจงใจกวนฉันใช่มั้ยเนี่ยหะ?”

“เลิกตีกันได้แล้วพวกนาย อาจารย์จะเข้าแล้ว”ก่อนจะเกิดศึกย่อมๆภายในห้อง หัวหน้าห้องก็ขัดศึกนั้นเอาไว้สะก่อน ทั้งสามคนเดินแยกไปนั่งประจำที่ตัวเองก่อนผู้เป็นอาจารย์ประจำวิชาจะเดินเข้ามาเริ่มสอน



“ของนายน่าอร่อยอ่ะ แบ่งบ้างสินะ นะๆ”หันไปทำตาวิ้งๆใส่แนชพร้อมมองไปยังสิ่งที่ต้องการจะขออย่างเนื้อย่างที่อยู่ภายในกล่องข้าวของแนช

“เอาไปสิ”คีบเนื่อย่างทั้งหมดใส่ให้ในกล่องข้าวไทกะ เหลือไว้เพียงข้าวเปล่ากับผักที่อยู่ในกล่องของตัวเองแทนเท่านั้น

“นายจะบ้าหรือไง ฉันขอแค่ชิ้นเดียว เอ้า! เอาคืนไป ส่วนไก่ทอดชิ้นนี้ฉันให้ ถือว่าแลกกัน”ยิ้มให้พร้อมคีบไก่ทอดไปวางแหมะไว้บนข้าวของอีกฝ่าย แนชมองการกระทำนั้นก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กๆ

“อะไรกันอ่า มากินข้าวไม่เรียกฉันเลยนะไทกะจัง”ทาคาโอะเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมเสียงกระเง้ากระงอดด้วยความงอน

“นายเอาแต่หลับ”ไทกะบุ้ยปากบอก ปากก็เคี้ยวข้าวกับเนื้อย่างที่พึ่งเอาจากกล่องข้างของแนชเมื่อกี้ไปด้วย

“เผลองีบนิดเดียวเอง”

“นายกรน”แนชพูดขัดพร้อมคีบไก่ทอดเข้าปาก ไอ้ท่าทางงีบนิดเดียวของทาคาโอะ เขาบอกเลยว่าไม่น่ามองเอาอย่างมาก

“ใส่ร้ายกันชัดๆ”

“อ้าวๆๆๆ โต๊ะนี้ว่างนี่ ขอนั่งด้วยได้มั้ย ไทกะคุง”ฉีกยิ้มให้รุ่นน้องของตนเองอย่างไทกะ ไทกะเงยหน้ามองเจ้าของเสียงพลันถอนหายใจออกมาดังเฮือก

“โต๊ะนั้นก็ว่างไม่ใช่หรอครับรุ่นพี่ฮานามิยะ”เหลือบสายตาไปยังโต๊ะสองตัวถัดไปเป็นการบ่งบอก ว่าไม่จำเป็นเลยสักนิดที่อีกฝ่ายจะมานั่งกับพวกเขา

“อะไรกัน ไทกะคุงใจร้ายขนาดนี้เชียวหรอ”

“ไทกะจังไม่ได้ใจร้ายหรอกครับรุ่นพี่ เขาอาจจะแค่ไม่อยากเสวนาด้วยเฉยๆ”ทาคาโอะฉีกยิ้มตาหยี ฮานามิยะมองอีกฝ่ายคิ้วกระตุกก่อนจะยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง

“หืม? นี่นายเปลี่ยนชื่อเป็นไทกะแล้วหรอถึงตอบน่ะ ฉันว่าฉันคุยกับไทกะคุงนะ”ราวกับมีสายฟ้าแล่นผ่านดวงตาของคนทั้งคู่จนเกิดประกายเปี๊ยะๆขึ้นมากลายๆ

ไทกะหันไปมองแนชแล้วส่งสายตาอ่อนใจปนอ้อนไปให้ แนชอมยิ้มขำกับท่าทางนั้นก่อนจะยกแขนซ้ายขึ้นกอดคอคนข้างกายเอาไว้

“น่ารำคาญ จะกัดกันก็ไปที่อื่น คนจะกินข้าว”แนชพูดเสียงเรียบ มือข้างขวาคีบเอาเนื้อย่างจากกล่องข้าวตัวเองป้อนเข้าปากคนข้างกายหน้าตาเฉย

และแนชก็กลายเป็นผู้ชนะอย่างไม่ต้องสงสัย



“เจอกันพรุ่งนี้นะ”ยืนโบกมือบ้ายบายอยู่หน้าบ้านส่งให้คนผมทอง แนชยกมือขึ้นโบกกับไปเป็นตอนเดียวกับที่อาโอมิเนะเปิดประตูออกมาพอดี

“ไอ้งั่งนั่นมาส่งอีกแล้วหรอไทกะ”มองไปยังแนชที่หันหลังกลับเดินห่างออกไปแล้วด้วยแววตาไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

“ไดกิ นั่นเพื่อนไทกะนะ”หันไปมองคนผมน้ำเงินที่ปัจจุบันอายุเกือบจะแตะเลขสาม อีกเพียงแค่สามปีเท่านั้นอีกฝ่ายก็จะสามสิบแล้ว แต่นิสัยนี่ยังเหมือนเด็กไม่มีผิด

“รู้หรอกหน่า...”เดินเข้าไปใกล้พร้อมล็อคคอมอบจูบให้อย่างที่ไทกะไม่ทันตั้งตัว

“อื้อ!”ไทกะเบิกตากว้าง มือเรียวยกขึ้นทุบอกแกร่งอีกฝ่ายไปทีแรงๆ นี่มันหน้าบ้านนะเจ้างี่เง่าไดกิ ทำอะไรไม่รู้จักอายชาวบ้านชาวช่อง

“พอได้แล้วอาโอมิเนะ นี่มันหน้าบ้านนะ”คุณหมอมากความสามารถที่พึ่งเปิดประตูรั้วบ้านเข้ามา เดินตรงมาคว้าเอวคนถูกรังแกให้มาแนบชิดตัวเองเอาไว้

“ชิน คิดถึงจัง!”ไทกะยิ้มร่าพร้อมกับหันไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ช่วงนี้ที่โรงพยาบาลงานยุ่งรัดตัวจนเขาไม่ได้เจอกับคนตรงหน้าตั้งหนึ่งสัปดาห์ ดูจากสภาพอิดโรยของคนผมเขียวก็อดสงสารไม่ได้

ขาดชินทาโร่ทีเหมือนจะขาดใจ เพราะเขาต้องคอยรับศึกกับเจ้าคนโรคจิตทั้งห้าคนภายในบ้านแทบทุกวินาที

“คิดถึงเหมือนกัน”จุมพิตริมฝีปากลงบนแก้มนุ่มพร้อมสูดดมกลิ่นหอมของอีกฝ่ายจนฉ่ำปอด

“เข้าบ้านเถอะ”มิโดริมะบอกพลางเหลือบสายตาไปมองอาโอมิเนะที่ทำท่าทางฟึดฟัดใส่เขาที่มาขัดจังหวะเข้า

คนผิวแทนชิงดึงตัวไทกะกลับไปแล้วเดินหนีเข้าบ้าน มิโดริมะส่ายหน้าหน่ายๆ นิ้วมือยกขึ้นดันแว่นเล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไปข้างใน



“วันนี้ไทกะอยากกินเนื้อย่าง ทำกินกันดีมั้ย?”เดินไปหาคนออกเงินที่ห้องทำงานอย่างอาคาชิ ซึ่งเจ้าตัวกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ พลางโน้มตัวลงเอาคางซุกไหล่อีกฝ่ายไว้

“อ้อนหรอครับ”อาคาชิยิ้มขำปนเอ็นดู พร้อมหันไปจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากของไทกะเบาๆ

“อื้อ ไทกะอยากกิน วันนี้แนชทำข้าวกล่องมาเป็นเนื้อย่างล่ะ”

ชื่อของบุคคลที่สามที่ถูกเอ่ยขึ้นส่งผลให้คิ้วของคนผมแดงสว่างแอบกระตุกเล็กน้อยโดยที่ไทกะไม่ทันที่จะสังเกตเห็น

“เอาสิ ไทกะจะทำเองหรือให้ผมโทรสั่ง”

“ไทกะทำเองดีกว่า อัตสึชิไม่ค่อยชอบสูตรหมักของร้าน”เอ่ยถึงคนผมม่วงที่มักจะกินน้อยกว่าปกติยามที่ไปกินข้างนอก แม้ใจจริงเจ้าคนตัวโตนั่นจะแค่ติดฝีมือของไทกะก็เท่านั้น เวลากินของที่ไทกะทำเลยกินได้มากเป็นพิเศษ

“จะออกไปซื้อของหรอ”

“อื้อ เดี๋ยวชวนไดกิกับเท็ตสึยะไปด้วย ชินน่าจะกำลังนอนอยู่ อัตสึชิกับเรียวตะยังไม่กลับ”

“อย่ากลับช้า”บอกพร้อมยื่นบัตรเครดิตส่งให้ ไทกะรับมาถือไว้แล้วทำท่ารับทราบเหนือหัว

“จริงสิ ไทกะ”

“หืม?”ยังไม่ทันที่จะเดินออกจากห้องทำงาน ก็ต้องหันไปตามเสียงเรียกด้วยความสงสัย

“วันนี้นิจิมูระซังจะมานะ”

“ชูจะมาหรอ! จริงหรือเปล่า!?”เหมือนเห็นหูกับหางกำลังกระดิกกลายๆ อาคาชิพยักหน้ารับไปพร้อมรอยยิ้ม

“ไทกะทำข้าวผัดด้วยดีกว่า”

“ไทกะอย่าวิ่ง!”

ไม่ทันเสียแล้ว

อาคาชิส่ายหน้าน้อยๆเมื่อคนผมแดงดำวิ่งร่าออกไปจากห้องเพียงแค่บอกว่าใครอีกคนนึงจะมาที่บ้านหลังนี้

ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อไทกะอายุเจ็ดขวบ พวกเขาทั้งหกคนที่ติดอ่านหนังสือสอบเข้ามหาลัยได้บังเอิญเจอกับนิจิมูระ ชูโซ อดีตกัปตันโรงเรียนบาสเทย์โควตอนมัธยมต้นเข้า

เลยได้ไหว้วานให้รุ่นพี่ช่วยดูแลไทกะให้ช่วงหนึ่ง แต่ไม่รู้ดูแลกันอะไรยังไง ไทกะถึงได้ติดนิจิมูระหนักมากถึงขั้นเกาะขาร้องไห้ตอนนิจิมูระต้องบินไปอเมริกา

จนทุกวันนี้ไทกะก็ยังติดนิจิมูระอยู่ นิจิมูระที่ทำงานอยู่อเมริกาก็คอยบินกลับมาญี่ปุ่นเพื่อมาหาไทกะพร้อมของฝากอยู่บ่อยๆ

และวันนี้ก็เช่นกัน



“ดูร่าเริงผิดปกตินะครับไทกะคุง”คนข้างกายถามคนที่กำลังเริงร่าเลือกเนื้อวัวด้วยท่าทางมีความสุขผิดปกติ โดยมีอาโอมิเนะคอยเข็นรถเข็นตามหลัง

“วันนี้ชูจะมาด้วยล่ะ”ไทกะกันไปยิ้มให้คุโรโกะด้วยความตื่นเต้น และเหตุผลที่เขาตื่นเต้นขนาดนี้เพราะชูไม่ได้กลับมานานในรอบปี ปกติอีกฝ่ายมักจะบินมาหาเขาในทุกๆสามเดือน

แต่ปีที่แล้วกลับติดขัดนิดหน่อยเลยไม่ได้บินกลับมาหาเขาเลยสักครั้งเดียว ไทกะเลยตื่นเต้นขนาดนี้

เหตุผลที่ไทกะติดชูขนาดนี้ เพราะชูเป็นคนแรกที่สอนไทกะเล่นบาสเก็ตบอล ถึงแม้หกคนในบ้านเขาจะเก่งบาสก็ตาม แต่ด้วยเหตุผลในช่วงนั้นส่งผลให้ไม่มีใครว่างมาสอนเขาเล่นบาสได้

ชูจึงเป็นคนแรก ที่สอนให้เขารู้จักลูกบอลสีส้มกลมๆนั่น

“กลับมาทำไม”อาโอมิเนะเบ้หน้า เขาไม่ชอบรุ่นพี่บ้านั่นขอบอกไว้เลย รู้สึกเหมือนชอบแย่งความรักจากไทกะไปตลอดเวลา ยิ่งสีหน้าเหมือนผู้ชนะนั่นยามไทกะเข้าใกล้ มันยิ่งน่าหงุดหงิดหนักขึ้นไปอีก

“ไดกิปากเสีย”

“ใช่สิ ใครจะไปดีเหมือนชูของไทกะกันล่ะ”บุ้ยปากพูดเสียงเอื่อย สีหน้าแสดงออกถึงความน้อยใจออกมาอย่างเต็มสตรีม

“หืม? นี่กลายเป็นตาแก่ขี้งอนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”หันไปถามโดยที่ไม่ได้รับคำตอบ คนถูกถามสะบัดหน้าหนีราวกับสาวน้อยกำลังงอน

“ไม่น่าดูเลยครับอาโอมิเนะคุง”คุโรโกะส่ายหัวเอือมระอาใส่กับปฏิกริยาของเพื่อนตนเอง อาโอมิเนะจึงหันมาถลึงตาใส่คุโรโกะไปที

“หยิบซอสเทอริยากิมาให้ทีเท็ตสึยะ ยี่ห้อเดิมนะ เดี๋ยวไทกะขอไปดูโซนขนมด้วย”

“ครับ ไทกะคุงผมอยากกินวนิลาเชค”เดินไปหยิบซอสไก่เทอริยากิมาใส่รถเข็นประมาสามสี่ขวด อาโอมิเนะก้มมองก่อนจะเบือนหน้าหนีไปเล็กน้อย

นั่นมันยี่ห้อที่เขาชอบ...

“ไว้กลับไปฉันจะทำให้นะ มีขนมมันฝรั่งออกใหม่ เท็ตสึยะว่าอัตสึชิจะชอบมั้ย”หยิบขนมจากชั้นมาส่งให้คนจืดจางรับไปดู

“ลองซื้อไปสักสองสามห่อก่อนก็ได้ครับ”

“งั้นโอเค จะเอาอะไรมั้ยไดกิ”หันไปหาคนขี้งอนที่ยังงอนไม่เลิก อาโอมิเนะเหลือบตามองก่อนส่ายหน้ากลับมาเป็นคำตอบ

“เลิกงอนได้แล้วน่า ไทกะไม่ได้เจอชูตั้งนานนะ ถ้าไทกะไม่เจอไดกินานๆไทกะก็คิดถึงเหมือนกัน”พูดจบก็โดนตรงไปยังโซนผักสดปล่อยให้คนทั้งสองคนคอยเดินตามหลัง

“จะสามสิบแล้วนะครับอาโอมิเนะคุง”

“เงียบไปเลยเท็ตสึ”

“ฉันซื้อหัวหอมใหญ่ไปด้วยดีกว่า แล้วก็อันนี้ อันนี้ อันนี้”ไทกะพึมพำพลางหยิบมาทีละอย่างสองอย่างใส่รถเข็นไปเรื่อย คุโรโกะมองดูในรถเข็นเล็กน้อยแล้วอดเอ็นดูไทกะไม่ได้

เพราะส่วนใหญ่มันเป็นส่วนประกอบของอาหารที่พวกเขาชอบทั้งสิ้น

ดูอย่างเต้าหู้ที่ไทกะหยิบมาเป็นแพ็คๆเอามาใส่รถเข็น ไหนจะหัวหอมใหญ่ ไก่สดนั่นอีก ดูเหมือนเจ้าตัวจะลืมไปแล้วว่ามาซื้อของไปทำเนื้อย่างน่ะ

“ไทกะคุงครับ จะทำเนื้อย่างไม่ใช่หรอ”เอ่ยปากเตือนสติคนหยิบของใส่รถเข็นเพลินๆ ไทกะชะงักมือหันไปมองของในรถคนแล้วอยากจะทึ้งหัวตัวเอง

ไหนเนื้อ!?

“ไทกะลืมซื้อเนื้อวัวไปเลย”ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นส่งผลให้ทั้วคุโรโกะแล้วอาโอมิเนะอดที่จะยิ้มเอ็นดูไม่ได้ จะหายงอนก็แล้วกัน ก็ของที่อีกฝ่ายหยิบใส่รถเข็นมันของโปรดพวกเขานี่นะ...



“กลับมาแล้วครับ”เดินเข้ามาในบ้านตัวปลิวปล่อยให้อาโอมิเนะถือของไปคนเดียวโดยมีคุโรโดะคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

“หืม? ซื้อของมาเยอะจังเลยน้า ไทกะจิน”มุราซากิบาระที่กำลังนั่งกินขนมอยู่หน้าทีวีเอ่ยปากพูดยามเห็นของในมือคนผมน้ำเงิน มือใหญ่ยกมือขึ้นกวักเรียกให้ไทกะเดินเข้ามาหา

“กลับมาแล้วหรออัตสึชิ ที่ร้านเป็นยังไงบ้าง”เดินไปทรุดตัวลงนั่งระหว่างขาของอีกฝ่าย พลันพิงตัวเอนลงบนแผงอกคนผมม่วงเอาไว้

“ก็ดีน้า~~~ สูตรช็อตเค้กของไทกะจินขายดีมากๆเลย”หอมแก้มของคนในอ้อมกอด ก่อนวางคางแหมะลงบนหัวทุยของไทกะ พร้อมหยิบขนมเข้าปากตัวเองไปด้วย

“เรียวตะยังไม่กลับหรอ? เอาของไปใส่ตู้เย็นด้วยสิไดกิ”เอ่ยปากถามมุราซากิบานะแล้วกันไปบอกคนผิวแทนที่วางของทิ้งไว้บนโต๊ะไม่คิดจะแช่ พอๆกับคนผมฟ้าที่ตอนนี้หายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ส่วนที่เขามองเห็นในครัวได้ก็เพราะมันเป็นกระจกใส

“รู้แล้วน่า”อาโอมิเนะเอ่ยปากตอบกลับเสียงเอื่อย จาเดินวกกลับไปเก็บของใส่ตู้เย็นตามโซนที่ไทกะใช้กระดาษโพสอิทแปะเอาไว้ให้ว่าให้เอาอะไรไว้ตรงไหน

“คิเสะจินเหมือนจะถ่ายแบบอยู่นะ”มุราซากิบาระตอบคำถามก่อนหน้านี้ มือก็คว้าโทรศัพท์มากดหลักฐานให้คากามิดู

“ผู้จัดการของคิเสะจินส่งมาแหละน้า~~~ ไม่เห็นจะน่าดูเลย”

“ฮะๆๆ ดูดีออก ระวังเรียวตะมาได้ยินจะโดนโวยวายใส่นะ”รับโทรศัพท์มาดูภาพเบื้องหลังกองถ่ายแบบโดยมีคนผมเหลืองยืนเก๊กท่าบนโซฟาบนจุดกึ่งกลาง

“คอนเซ็ปท์อะไรเนี่ย ทำไมมีรอยลิปสติก?”เงยหน้าถามมุราซากิบาระพลันขมวดคิ้วแบบไม่รู้ตัว นิ้วเรียวซูมเข้าที่รูปภาพบนแผงอกที่มีรอยลิปสติกอยู่สองรอย ไหนจะซอกคอนั่นอีก

เสื้อก็ด้วย จะแหวกลึกเกินไปแล้ว

“ฉันก็ไม่รู้ น่าจะเซ็กซี่ล่ะมั้งน้า~~~”เผลอเอ่ยปากจุดไฟราดลงบนน้ำมันแบบไม่รู้ตัว รึเปล่า? ไทกะเบ้ปากกดปิดโทรศัพท์แล้ววางแหมะไปบนโซฟา


“กลับมาแล้วครับ”

เวลาผ่านไปไม่ทันไร ร่างของนายแบบหนุ่มผมเหลืองที่ถูกพูดถึงเมื่อสักครู่ก็เปิดประตูเข้ามาอย่างได้จังหวะพอดิบพอดี

“ทำอะไรกันอยู่ฮะทั้งสองคน”เอ่ยปากถามไปด้วยรอยยิ้ม แต่สิ่งที่ได้กลับมามีแต่เงาดำทมิฬที่แผ่กระจายออกมาจากรอบตัวของไทกะแทน

“เอ่อ... เป็นอะไรไปฮะไทกัจจิ”เกาแก้มถามด้วยความไม่เข้าใจ นี่เขาเผลอไปทำอะไรให้ไทกะโกรธเข้าหรือเปล่าเนี่ย!?

“ถ่ายแบบมาหรอ”ถามอีกฝ่ายไปด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกอย่างไม่รู้ตัว โดยมีมุราซากิบาระผู้คอยรับอารมณ์ที่ตนเองไม่ได้ก่อไปด้วยซ้อนอยู่ด้านหลัง

“ฮะ”

“คอนเซ็ปท์อะไร”

“เซ็กซี่ฮะ ถ่ายแบบน้ำหอม อ๋อ~~~”ร้องเสียงอ๋อยาวๆเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ คิเสะยกยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่กำลังนั่งอยู่ระหว่างขาคนผมม่วงด้วยความอารมณ์ดี

“ลิปสติกสินะฮะ มันเป็นของปลอมน่ะฮะ ไม่ได้จุ๊บจริงหรือให้ใครมาจุ๊บ ผมสาบานเลย”

“ไม่ได้ถามสะหน่อย”เบือนหน้าหนี เมื่อได้รับคำตอบที่พึงพอใจบรรยากาศเย็นยะเยือกเมื่อสักครู่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว

“โอเคฮะๆ”

ฟอด!!!

ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนหอมแก้มของไทกะไปทีด้วยความรวดเร็ว

“กลับมาแล้วครับ”



“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับนิจิมูระซัง”อาคาชิเอ่ยปากทักทายเมื่อนิจิมูระมาถึง ร่างของคนอาวุโสที่สุดในตอนนี้เดินไปนั่งลงบนโซฟาพลันเหลือบสายตาเข้าไปในครัวที่กำลังมีไทกะยืนผัดข้าวผัดอยู่

“ก็นะ...”ดึงเนคไทค์ให้คลายออกเล็กน้อย ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มไปไม่มากนักแล้ววางแก้วลงเอาไว้ดังเดิม

“กลับมาทำไม?”อาโอมิเนะตาขวางใส่เหมือนพร้อมจะหาเรื่องเขาเต็มที่ นิจิมูระยักไหล่ตอบกลับมาเล็กน้อยแล้วพยักเพยิดหน้าไปทางคนในครัวแทนคำตอบ

“งานเป็นยังไงบ้างครับ”คุโรโกะเอ่ยปากเปลี่ยนเรื่องก่อนจะเกิดศึกย่อมๆภายในบ้าน มือก็คว้าแก้ววนิลาเชคที่ไทกะทำมาให้ขึ้นดื่มไปด้วย

“มีปัญหานิดหน่อย แต่ก็ลงตัวแล้ว แล้วทางนี้เป็นยังไงบ้าง ไทกะขึ้นมอปลายแล้วสินะ”

“ครับ มีเพื่อนใหม่มาเต็มเลย”

“ดีแล้วนี่”

“เพื่อนไม่จริงน่ะสิไม่ว่า”อาโอมิเนะพูดตาขวาง แนชอะไรนั่นน่ะตัวดี ทำเป็นนิ่งๆแต่สายตานี่แทบจะเขมือบกลืนกินไทกะของพวกเขาไปทั้งตัว

“นั่นสิฮะ”คิเสะพยักหน้าเห็นด้วยพอกับมุราซากิบาระที่พยักหน้าหงึกหงักสมทบ

“คุยอะไรกัน”คุณหมอเดินลงมาจากบันไดพลางมองไปยังกลางบ้านที่มีผู้มาใหม่เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคน ซี่งก็เป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

“สวัสดีครับนิจิมูระซัง”เดินไปนั่งลงบนโซฟาที่ว่างอยู่พร้อมคว้ารีโมทมาเปิดทีวีอย่างไม่ต้องถามไถ่ความเห็นของใครทั้งสิ้น

“อ่าวชิน ตื่นแล้วหรอ ว่าจะเดินขึ้นไปปลุกพอดี”ไทกะเดินออกมาจากครัวพร้อมส่งแก้วน้ำไปให้มิโดริมะดื่ม มือเรียวยกขึ้นสางผมที่ไม่เป็นทรงของคุณหมอช้าๆ

“เสร็จแล้วหรอครับไทกะ”อาคาชิถามพร้อมมองไปยังในครัว ของมากมายวางไว้บนเคาน์เตอร์นั่นไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจสักเท่าไหร่นัก ถึงแม้ไทกะจะทำมันเองคนเดียวก็ตามแต่

ยังไงไทกะของพวกเขาก็เก่งอยู่แล้ว

“อื้อ ย้ายของไปหลังบ้านได้เลย แต่ฉันยังไม่ได้จุดเตานะ”

“ดีแล้วครับไทกะคุง”

“เดี๋ยวฉันไปจุดให้”อาโอมิเนะหยัดลุกขึ้นเต็มความสูง พอเดินผ่านไทกะก็แอบขโมยหอมแก้มไปที แล้วเดินไปจุดเตาไฟเพื่อย่างเนื้อหลังบ้าน

“ชู~~~ คิดถึงจัง”เดินเข้าไปหาคนผมดำที่ลุกขึ้นอ้าแขนออกเตรียมรับอ้อมกอดจากเขา ซึ่งไทกะก็เดินตรงไปกอดอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดอะไร

“ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างหืม?”นิจิมูระยิ้มเอ็นดู พร้อมยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนุ่มสีแดงดำของคนในอ้อมกอดไปด้วย

“ดีมากเลย วันนี้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ด้วยนะ ไม่รู้จะเรียกเพื่อนได้หรือเปล่า เป็นรุ่นพี่ไทกะปีนึงแหละ”

“ใคร?”คำถามของคนทั้งห้าคนดังขึ้นออกจากปากพร้อมกัน ไทกะเลิกคิ้วน้อยๆมองพวกหัวห้าสีที่ปล่อยรังสีทมิฬออกมาให้เห็น

ดีนะอาโอมิเนะไม่อยู่...

“ฮิมุโระ ทัตสึยะน่ะ ไทกะเผลอไปวิ่งชนเขา แต่เขาใจดีมากๆเลย”

“จริงหรอฮะ เป็นคนใจดีสินะ”คิเสะพูดพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เผื่อแผ่ไปให้ดวงตาเลยแม้แต่สักนิดเดียว

ดีจริงดีปลอมหรือเปล่าเถอะ คิดจะมาล่อลวงเด็กน้อยที่อยู่ในการดูแลของพวกเขาไปหรือไง?

“ไทกะจินมีเพื่อนใหม่อีกแล้ว”เอ่ยปากราวกับกำลังยินดี แต่ไอ้บรรยากาศน่ากลัวรอบๆนั่นมันอะไรกันล่ะเนี่ย...

“ไทกะคุงอย่าซื่อมากสิครับ”คุโรโกะพูดออกมาตรงๆ ยิ่งซื่อคนคนนี้ก็ยิ่งแลดูน่าดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก พวกเขายิ่งไม่สามารถที่จะตามไปดูแลได้ถึงที่โรงเรียนอยู่

“นั่นสิ ผมหวงนะไทกะ”อาคาชิส่งยิ้มมาให้ พร้อมบรรยากาศอันน่าสยดสยองแปลกๆ

“เว่อร์เกินไปแล้วนะพวกนาย”มิโดริมะส่ายหัวหน่ายๆให้กับอาการหวงจนโอเว่อร์ของทั้งสี่คน ถึงแม้ใจจริงเขาจะแอบหวงบ้างก็ตามเถอะ ยังดีที่อาโอมิเนะไปจุดเตา ไม่วั้นมีหวังโดนซักถามจนเละแน่ๆ

“หึๆ ไปย้ายของเถอะไทกะ ฉันช่วย”นิจิมูระขำออกมาเล็กน้อยกับท่าทางของอดีตพวกรุ่นปฏิหาริย์ที่เขาเคยคุมทีมสมัยมอต้น พลันหันไปบอกกับเจ้าเสือน้อยตัวซื่อที่ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์

“ไปสิ”



“เอ่อ... นี่มันเยอะไปแล้ว”ไทกะพูดด้วยท่าทีลำบากใจ เมื่อเนื้อย่างหลายชิ้นต่อหลายชิ้นของทุกคนคีบมาให้เขาจนพูนไปทั้งจาน

“กินเยอะไจะได้โตไวๆไงครับ”คุโรโกะบอกยิ้มๆพร้อมคีบเนื้อวางแหมะไว้บนจานอีกหนึ่งชิ้น

“ไทกะก็โตแล้วนะ”เอ่ยปากบอกไปแล้วทยอยคีบเนื้อส่งคืนทีละคนสองคน บางคนทำท่าจะไม่เอาคืนก็จัดการคีบยัดเข้าปากไปเรียบร้อย

“กินเยอะๆนะคุณหมอ”หันไปบอกคนใส่แว่นที่พึ่งคีบเนื้อเข้าปากไปได้ไม่กี่ชิ้น มือใช้ตะเกียบคีบเนื้อย่างไปจ่อตรงหน้า ซึ่งอีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมืออ้าปากรับเข้าปากไปแต่โดยดี

“ขอบใจ”ยกมือที่มักพันเทปไว้ขึ้นขยี้หัวไทกะไปที ก่อนเจ้าตัวจะโดนแย่งตัวไป โดยเจ้าคนผมม่วงที่ถือห่อขนมมันฝรั่งทอดรสใหม่ที่ไทกะซื้อมาให้เอาไว้

“อันนี้ อร่อย”

“ดีแล้ว ไทกะเห็นมันออกใหม่เลยลองซื้อมาดูน่ะ ไว้คราวหลังจะซื้อมาตุนไว้ให้นะ”หันไปบอกมุราซากิบาระพร้อมรอยยิ้ม แล้วเดินไปหานิจิมูระที่กำลังตักข้าวผัดเข้าปาก

“เป็นยังไงบ้างชู”

“ยังอร่อยเหมือนเดิม”ส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้คนที่นั่งลงข้างๆ ไทกะเอียงคอไปซบไหล่นิจิมูระเอาไว้ช้าๆ ซึ่งคนโดนซบก็ไม่ได้หลบหนีหรือพูดขัดอะไรปล่อยให้ไทกะซบไปทั้งอย่างนั้น

“อีกกี่วันชูจะกลับหรอ?”

“สัปดาห์นึงน่ะ”ยกมือลูบหัวทุยเบาๆ ไทกะออกอาการงอแงออกมาเล็กน้อยอย่างไม่อยากให้คนที่เขาซบไหล่อยู่นั้นรีบกลับ

“เร็วจัง”

“ไว้จะกลับมาหาใหม่”จุมพิตลงบนหัวทุยด้วยความเอ็นดูกับอาการงอแงของเด็กข้างๆ ไทกะเบะปากเล็กน้อยก่อนจะขยับนั่งตรงมองหน้านิจิมูระนิ่ง

“พรุ่งนี้เล่นบาสกันมั้ย”

“ฮะๆๆ เอาสิ ระวังติดฉันมากๆเจ้าพวกนั้นจะงอนเอานะ”มองเจ้าพวกนั้นที่ว่าที่ตอนนี้กำลังมองตรงมาที่เขาตาขวางอย่างไม่ปิดบัง

“ฉันแค่คิดถึงชูต่างหาก”บอกพร้อมรอยยิ้มก่อนจะลุกขึ้นเดินไปกาอาคาชิที่ไม่ยอมคีบเนื้อในจานเข้าปากสักที

จะได้กินมั้ยล่ะนั่น

“เนื้อหายร้อนหมดแล้ว”บอกจักรพรรดิผมแดงสว่างที่มีท่าทีนิ่งๆไม่ได้พูดอะไร อาคาชิคีบชิ้นเนื้อเข้าปากอย่างว่าง่ายก่อนจะดึงตัวไทกะให้มาทรุดลงนั่งข้างๆ

“คุยอะไรกัน ผมน้อยใจนะ”บอกออกไปตรงๆไม่มีอ้อมค้อม ไทกะมองท่าทางนั้นก่อนอมยิ้มหัวเราะออกมาเบาๆ

“อะไรกัน เดี๋ยวนี้กลายเป็นตาแก่ขี้งอนกันไปหมดแล้วหรอ”

“ไทกะยิ่งโตยิ่งมีคนรักเยอะ พวกผมก็หมดความสำคัญพอดี”

“ฮะๆๆ เซย์คิดมากเกินไปแล้ว สหกรับฉัน พวกนายคือทุกอย่าง”มองดวงตาสบผ่านความหมายถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกไป

เป็นทั้งพ่อแม่ ทั้งคนที่ให้โอกาส เป็นทั้งเพื่อน ทั้งที่ปรึกษาในหลายๆด้าน ทั้งหกคนเป็นทุกอย่างให้กับเขา

เป็นคนที่มองชีวิตใหม่ให้กับตัวเขา

รวมถึงเป็นคนรักที่เขารักมากที่สุด

ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้เจอคนทั้งหกคนนี้ เขาอาจจะไม่ได้มีชีวิตที่ดีขนาดนี้

“ถ่ายรูปมั้ยฮะ ผมได้กล้องตัวใหม่มาล่ะ”คิเสะเอ่ยปากขึ้นขัดจังหวะพร้อมถือกล้องตัวโหม่ที่ว่าโบกไปมาเบาๆ

“ผมตั้งกล้องนะฮะ”ถึงปากจะถามว่าถ่ายรูปมั้ย แต่เจ้าตัวก็จัดการตั้งกล้องเป็นการบังคับกลายๆว่าให้ถ่ายไปแล้วเรียบร้อย

“มาอยู่ตรงกลางสิไทกะ”อาโอมิเนะกวักมือเรียก มือก็ลากเก้าอี้มาวางเอาไว้ให้ไทกะนั่งเรียบร้อย ซึ่งตัวไทกะเองก็มานั่งอย่างว่าง่ายไม่ได้ขัดอะไร

“ฉันนั่งตรงนี้น้า”คนตัวสูงที่สุดอย่างมุราซากิบาระเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าด้านหน้าไทกะ ไทกะยิ้มน้อยๆวางมือไว้บนไหล่มุราซากิบาระพร้อมมองกล้อง

คนทั้งหกคนที่เหลือจัดที่ยืนกันเองจนเข้าที่ ก่อนคิเสะจะรีบวิ่งไปกดชัตเตอร์จับเวลาเอาไว้แล้วกลับมาประจำที่ตนเอง

แชะ!

เสียงกดชัตเตอร์ถ่ายดังขึ้นมา นิจิมูระจึงเดินไปดูคนแรก เมื่อเห็นภาพที่อยู่ในกล้องก็อดจะส่ายหน้าออกมาอย่างเอือมระอาไม่ได้

ถ่ายรูปมันต้องมองกล้องไม่ใช่หรอ ทำไมจุดรวมสายตาถึงไปอยู่ที่คนบนเก้าอี้ที่ฉีกยิ้มให้กล้องไปได้กัน

รวมถึงตัวเขาเองก็ด้วย...

ยิ่งโตยิ่งน่าดึงดูดจริงๆนั่นแหละ

ไทกะ



~~~~~~จบแล้ว~~~~~~


ลูกโตมาม๊าก็ดีใจจ ปริ่มมากT_T


หวังว่าจะจำไทกะน้อยกันได้น้าาา ตอนนี้โตแล้ว และมีคนรักเยอะมากกกก 555555 เป็นตอนพิเศษที่อยากแต่งสนองความต้องการตัวเองเล็กๆ แถมมีพี่รุ้งโผล่มาด้วยแหละ อิอิ

**หากมีคำผิดจะพยายามมาแก้ให้ทีหลังน้าาา**

             ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

869 ความคิดเห็น

  1. #764 MakiDear (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 23:16

    แงงง มันนุ่มฟูมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #764
    0
  2. #736 ยัย'ย ยุ้ย (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 19:50

    แนชกับน้องไทกะมีความมุ้งมิ้ง แงน่ารัก แหมพี่ๆหัวสีก็ใช่ย่อยนะคะ

    #736
    0
  3. #734 MOMOIRO_CHAN (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 17:46

    รอต่อไปค่ะ น่ารักสุดๆไปเลย แง้น้องน่ารักที่สุดเลย ระวังไว้นะคะพี่ๆทั้งหลายน้องยังอายุไม่ถึง 18 น้า~

    #734
    0
  4. #674 ควาเรเชียการ์ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 00:04

    มันน่าจับตีก้นสักที ซื่อบื้อเรี่ยราดเกินไปแล้ว ดูสิ ทั้งเพื่อนทั้งรุ่นพี่ แถมพวกหลากสีรวมพี่เป็ดรุ้งนี่โงหัวไม่ขึ้นแล้วมั้ง 55555 //หอมหัวยัยน้อง

    #674
    0
  5. #673 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:15

    อ่านแล้วยิ้มทั้งตอนจริง ๆ ค่ะ ไทกะน่ารักมากกก อยากหอมหัว

    ไม่ว่าจะตอนไหนก็น่ารักไปหมด ความเด็กดีนี้


    พี่รุ้งมาแป๊บเดียวแต่นำแต้มโด่งพวกนี้เลย สมเป็นรุ่นพี่พวกนี้


    ชอบความเนียนของแนชทุกอย่าง 555

    แอบคิดไปถึงว่าถ้าไทกะพาแนชมาติวหนังสือที่บ้านด้วยกันนี่แนชโดนสาดเกลือแน่ค่ะ 555


    แต่พอมีเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ? นี่แอบอยากอ่านคู่นี้เลยค่ะ555

    #673
    0
  6. #672 polytome (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:53

    น่ารักกกกกกกกกกก จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #672
    0
  7. #671 PBBHOSE (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 15:23
    น่ารักที่สุด รอตอนต่อไปเลย
    #671
    0
  8. #670 nakakoolapinan (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:26

    น่าร๊ากกกก
    #670
    0
  9. #669 mintlovem4 (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 14:02
    แกร๊น้องน่ารักเว่อร์ไม่ไหวแล้วจ้าาาา นั่งยิ้มคนเดียวจนแม่ว่าเป็นบ้าแล้วจ้าาาา
    ปล. รออยู่น้าจ้าาาาา
    #669
    0