[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 87 : Long fic : Akakaga : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

“ถ้ามีอาการวิตกกังวลเมื่อไหร่ให้ทานยาแก้เครียดนะครับ”

“ครับ ขอบคุณมากครับคุณหมอ”

“ด้วยความยินดีครับ”หมอยิ้มให้เป็นการส่งท้าย ก่อนที่ญาติคนไข้จะเดินออกมาจากห้อง

“เซย์ ดูนั่นสิ พวงกุญแจล่ะ ซื้อนะ?”หันหน้าไปตามเสียงเรียก เจ้าของเสียงหยิบพวงกุญแจหมาชิวาว่าอันเล็กมาถือไว้พร้อมหันมามองอาคาชิด้วยรอยยิ้ม

“โคคิเคยมีแล้วไม่ใช่หรอ”

“เซย์... ถามแบบนี้จะไม่ซื้อให้ฉันหรอ”น้ำเสียงก่อนหน้านี้ที่เคยตื่นเต้นกับสิ่งของอย่างพวงกุญจะแปรเปลี่ยนมาเป็นเสียงแข็งเชิงกำลังไม่พอใจภายในชั่วพริบตา

“ผมตามใจโคคิอยู่แล้ว”

“เย่!!! เซย์น่ารักที่สุด”ฟุริฮาตะเดินมาจุ๊บปากอาคาชิไปทีนึง แล้วหันไปจ่ายเงินค่าพวงกุญแจกับคนขายที่กำลังมองพวกเขาด้วยความตกตะลึง เพราะพึ่งจุ๊บกันไปกลางที่สาธารณะ

อาคาชิยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากตนเอง มืออีกข้างกำแน่นก่อนจะค่อยๆคลายออก แล้วถอนหายใจออกมาออกมาแผ่วเบา

ครืด~ ครืด~

ล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ที่กำลังออกแรงสั่นจนเกิดเสียงมากดรับสาย

(เลิกกับคากามิแล้ว?)ปลายสายถามคำถามที่เขาคิดอยู่แล้วว่าจะต้องเจอ

ก็นะ...

“ข่าวเร็วดีนะ”

(งั้นฉันก็จีบได้แล้วสิ)

“คิดว่ายังไงล่ะ”เอ่ยตอบกลับไปนิ่งๆ ไม่ได้แสดงอารมณ์ตอบกลับไปมากนัก แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะจากปลายสายได้เป็นอย่างดี

(ฮ่าๆๆๆๆ ล้อเล่นว่ะ แล้วจะเอายังไง ฉันเคยบอกแล้วนะว่าให้บอกเจ้าบ้าคากามิตรงๆน่ะ)

“เซย์! ไปหาอะไรกินกัน”ฟุริฮาตะวิ่งมาหาพร้อมคว้าแขนของเขาไปกอดไว้แน่น

“ช่างเถอะ บอกไปตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอยู่ดี

(อ๋อหรอ)

“เลิกคุยได้แล้ว! สนใจแค่ฉันสิ!!!”ฟุริฮาตะยกมือขึ้นไปดึงโทรศัพท์ของอาคาชิมากดวางสาย ดวงตาสีแดงพลันเปลี่ยนสีแวบนึงพร้อมตวัดสายตามฟุริฮาตะด้วยความไม่พอใจ

“ซะ...เซย์”ฟุริฮาตะพูดเวียงอ่อนยามเห็นใบหน้าไม่สบอารมณ์ของคนรัก ดวงตาสีน้ำตาลหลุบตาต่ำมองพื้นพร้อมจิกเล็บลงไปในเนื้อมือของตนเองจนเกิดรอยแดง

“ครับ ผมสนใจแค่โคคิอยู่แล้ว”อาคาชิส่งยิ้มให้ทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น ฟุริฮาตะเงยหน้าขึ้นมองก็ยิ้มกว้างเสมือนกับเรื่องเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน





“เมื่อไหร่คุณจะกินข้าวสักทีครับคากามิคุง”คุโรโกะถามพร้อมต้องมองใบหน้าอิดโรยของผู้ที่เป็นแสงของตนเอง ยิ่งเห็นสภาพขอบตาบวมคล้ำก็พลันต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ฉันยังไม่หิว”คากามิเหม่อมมองออกไปนอกหน้าต่าง แผ่นหลังทิ้งตัวแหมะนาบไปกับโซฟานุ่มภายในห้องของตัวเอง

เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไรมากขนาดนี้

คุโรโกะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เป็นอีกครั้งที่นับไม่ถ้วนในรอบของวัน ดีนะที่วันนี้เป็นวันหยุด ถึงแม้จะมีซ้อมโค้ชก็ยังพอจะเข้าใจสถานการณ์เลยปล่อยให้คากามิหยุดซ้อมไปก่อนได้

คุโรโกะล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ต่อสายเข้าหาใครบางคน รอเวลาเพียงไม่นานมากนัก ปลายสายก็กดรับโทรศัพท์

(มีอะไร?)

“ว่างคุยหรือเปล่าครับ”เอ่ยปากถามปลายสายไป เนื่องจากมีเสียงลูกบาสดังเข้ามาภายในสาย จึงไม่รู้ว่าเขาโทรไปรบกวนเวลาซ้อมของอีกฝ่ายหรือเปล่า

(ก็คุยได้อยู่ล่ะนะ)

“เดี๋ยวผมมานะครับคากามิคุง”คุโรโกะหันไปบอกคนที่ยังคงนั่งเหม่ออยู่ อีกฝ่ายแทบจะไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด

(อยู่กับคากามิ?)

ทันทีที่เดินออกมานอกระเบียงปลายสายก็ถามด้วยความสงสัย

“ครับ ช่วงนี้คากามิคุงค่อนข้างดูไม่ดีสักเท่าไหร่”ไม่ดีในที่ว่าหมายถึงสภาพร่างกายน่ะนะ...

(เพราะอาคาชิ?)

“รู้หรอครับ”

(ก็นะ... อาโอมิเนะก็รู้)

“ผมรู้สึกว่ามันแปลกๆน่ะครับ”คุโรโกะว่าพลางเหลือบสายตามองขึ้นไปบนทัองฟ้า ตั้งแต่รู้จักกับอาคาชิมา นิสัยของอาคาชิไม่มีทางที่จะนอกใจใครได้ อีกฝ่ายออกจะเพอร์เฟคในทุกๆด้านด้วยซ้ำ

คนอย่างอาคาชิไม่มีทางมามัวหมองเรื่องรักใคร่อะไรแบบนี้ได้หรอก...

เรื่องนอกใจก็เหมือนกัน โอกาสเกิดขึ้นน้อยจะตายไป จริงๆแทบไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ

(เห้อออ....)คนปลายสายถอนหายใจออกมาเสียเสียงดัง

ในปลายสายที่คุโรโกะโทรหาเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมิโดริมะ ชินทาโร่ อดีตมือชู้ตแห่งรุ่นปฏิหาริย์ เพราะมิโดริมะน่าจะเป็นคนเดียวที่ดูปรึกษาอะไรมากที่สุด

(ฉันบอกไม่ได้หรอกนะ ถ้าอาคาชิไม่ยอมบอกเอง อีกอย่างทั้งฉันและอาโอมิเนะก็รู้เรื่องโดยบังเอิญ ต้องรอให้อาคาชิพูดเองแล้วล่ะ)

“แล้วเมื่อไหร่อาคาชิคุงจะพูดล่ะครับ จะเก็บไว้แบบนี้ไม่ยอมบอกเลยหรอ?”

(ฉันก็ไม่รู้ นายก็ดูแลคากามิด้วยก็แล้วกัน ที่ฉันบอกได้ก็มีแค่อย่างเดียว ว่าอาคาชิน่ะ...)

“...”

(รักคากามิมากนะ)

“...”

(ฉันแนะนำว่าลองวิธี...ดูก็ไม่เสียหาย)

“...”

ปลายสายวางสายไปแล้ว คุโรโกะก้มหน้ามองโทรศัพท์สักพัก แล้วล้วงเก็บใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงดังเดิม

รักมากงั้นหรอ...

รักมากก็อย่าปล่อยให้เขาเสียใจแบบนี้สิครับอาคาชิคุง...





“เอาล่ะ วันนี้มีซ้อมกับราคุซันนะ ไหวแน่นะคากามิ?”ริโกะพูดพลางกันไปทางคากามิที่ดูโทรมมากกว่าปกติ คากามิพยักหน้าตอบกลับไป เขาไม่อยากเป็นภาระให้คนในทีม

แค่อกหักเอง เดี๋ยวมันก็หายนั่นแหละ

รวมเวลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว ทั้งเขาและฟุริฮาตะก็... จะว่ายังไงดี แค่รู้สึกฟุริฮาตะนิสัยแปลกไปจากปกติก็เท่านั้น

แต่เขาอาจจะคิดในแง่ลบมากไป

รู้สึกเหมือนโดนโอ้อวดอยู่ตลอดเวลา

คนในทีมยังไม่รับรู้ว่าฟุริฮาตะกับอาคาชิคบกัน และทั้งเขารวมถึงคุโรโกะไม่ได้บอกใคร เพราะยังไงเขาก็กลายเป็นคนนอกไปแล้ว

“ขอฝากตัวด้วยนะ”ทีมราคุซันเดินเข้ามาในโรงยิมพร้อมเตรียมวอร์มร่างกายกันเต็มที่ เป้าหมายก็แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเอาชนะ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การซ้อมแข่งก็ตาม

“เซย์!”ฟุริฮาตะยิ้มหน้าบานเดินเข้าไปทักอาคาชิอย่างเป็นธรรมชาติ เล่นเอาคนในทีมเซย์รินถึงกับต้องทำหน้าเหวอด้วยความไม่เข้าใจ

ริโกะที่รู้แปลกมานานถึงกับถึงบางอ้อ หญิงสาวหันไปมองคากามิที่เริ่มสร้างบรรยากาศเศร้าๆรอบตัวขึ้นมาอีกครั้ง

“ไปเปลี่ยนเสื้อกันเถอะครับ”คุโรโกะเดินไปจับข้อมือของคนเป็นแสงตัวเองให้เข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของชมรม

ทันทีที่อยู่กันสองต่อสอง น้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานานของคากามิก็ไหลออกมาอีกครั้ง

ทั้งๆที่ไม่อยากรู้สึกแล้วแท้ๆ

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้...

“อย่าร้องไห้บ่อยนักสิครับ”คนเป็นเงายื่นผ้าเช็ดหน้าส่งให้ คุโรโกะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องรู้สึกยังไง รู้เพียงแค่ว่าเขาจะคอยอยู่ข้างๆอีกฝ่ายตรงนี้ก็แล้วกัน

ขอแค่คุณแสดงความอ่อนแอให้ผมเห็น

ผมจะเป็นคนที่คอยอยู่ข้างๆคุณเอง...

“ขอบใจนะคุโรโกะ”เมื่อร้องไห้ออกมาจนพอใจ คากามิก็เก็บผ้าเช็ดหน้าของคุโรโกะเข้ากระเป๋าตัวเอง

“ไว้ฉันจะซักคืนให้”

“ไม่เป็นไรครับ เก็บไว้เถอะ”เดินไปหยิบถุงประคบเย็นที่โค้ชมักเตรียมเอาไว้บ่อยๆมาส่งให้คากามิ คากามิเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ

“ตาบวมน่ะครับ”

“ขอบใจอีกครั้ง”

ตึง!

“ไม่เจอกันนานเลยนะเท็ตสึยะ”ดวงตาสองสีที่ไม่ได้พบเห็นมานานจ้องมองมายังคนทั้งสอง บรรยากาศภายในห้องพลันรู้สึกน่าขนลุกเพียงเสี้ยววินาทีที่คนๆนี้เอ่ยปากทัก

“สวัสดีครับอาคาชิคุง”หันกลับไปมองคนผมแดงที่ยืนหน้าประตูนิ่งๆ อาคาชิฉีกยิ้มแสยะบริเวณมุมปากก่อนจะเดินเข้าในภายในห้องของชมรม

“ขอคุยกับไทกะหน่อยได้มั้ย?”เป็นประโยคคำถามที่แฝงไปด้วยคำสั่งที่กดดันกลายๆ ว่าถ้าไม่ได้ยังไงอาคาชิก็จะทำให้ได้คุยกันได้อยู่ดี

คุโรโกะเหลือบสายตากลับไปมองแสงของตนเองที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง คากามิทำเพียงพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบตกลง คุโรโกะจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินออกไปจากห้อง

“ถ้าอาคาชิคุงทำแสงของผมเสียใจ ผมจะไม่ให้อภัยคุณแน่ครับ”ทิ้งประโยคเอาไว้เมื่อเดินผ่าน อาคาชิทำเพียงแค่ปรายสายตามองนิ่งๆไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

เมื่ออยู่กันสองต่อสองบรรยากาศก็พลันอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

อาคาชิยืนมองหน้าอดีตแฟนของตนเองด้วยสายตานิ่งๆอย่างอ่านไม่ออก ดวงตาสองสีเปลี่ยนกลายเป็นสีเดียวกันแล้ว

ขาข้างหนึ่งก้าวเดินไปข้างหน้าทำท่าจะตรงไปหาคากามิ ก่อนจะหยุดชะงักลงเมื่อมีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว

“อย่าร้องไห้เพราะผมเลยครับไทกะ”เป็นเพียงประโยคที่ตัวคากามิไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรที่จะรู้สึกยังไง แต่มันกลับทำให้เขาร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

อย่าร้องไห้เพราะผม

เพราะในตอนนี้ผมไม่สามารถที่จะปลอบไทกะได้เลย...

“นายต้องการอะไร มาบอกฉันทำไม”คากามิถามเสียงสั่น มือยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองลวกๆจนใบหน้าเปื้อนไปหมด

มือของอาคาชิกำแน่น พยายามที่จะหักห้ามใจตัวเองไม่ให้เผลอเอื้อมมือไปป้ายน้ำตาที่ใบหน้าของคนตรงหน้านั่น

“พักผ่อนบ้างนะครับไทกะ”พูดเพียงแค่นั้นก่อนจะหันหลังทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่ประโยคคำพูดของคากามิกลับรั้งตัวเขาเอาไว้เสียก่อน

“นายนอกใจฉันทำไม?”

“...”

ไม่มีคำตอบอะไรตอบกลับมา มีเพียงแค่เสียงประตูที่อีกฝ่ายเปิดออกและปิดมันลงเท่านั้น คากามินั่งลงบนเก้าอี้แล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาไม่หยุด

เลิกร้องสักที

จะอ่อนแอไปถึงไหน

ถึงแม้จะพยายามพร่ำบอกตัวเองมากขนาดไหน น้ำตาก็ไม่มีท่าทางจะหยุดลงแม่แต่น้อย แถมยังมีเสียงสะอื้นออกมาอีกด้วย

เจ็บ...

เจ็บจนจะตายอยู่แล้ว...

คนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องกำมือทั้งสองข้างแน่น พร้อมพิงหลังกับประตู เสียงสะอื้นแสดงออกถึงความเสียใจ แสดงออกถึงความเจ็บปวดที่คนภายในห้องรู้สึกมันยิ่งทำให้มือทั้งสองข้างกำแน่นมากหนักกว่าเดิม

ใครบอกว่าเขาคือจักรพรรดิ

แค่คนคนนึงเสียใจ

ตัวเขายังทำอะไรไม่ได้เลย...

อย่าร้องไห้เลยไทกะ...

ยิ่งไทกะร้องมากขึ้นเท่าไหร่

ผมก็เจ็บปวดไม่แพ้กับไทกะเช่นกัน

ผมไม่สามารถปลอบไทกะได้ ผมไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำปลอบโยนให้ไทกะฟังด้วยซ้ำไป อยู่ห่างกันไม่ถึงเมตร ผมยังคว้าตัวไทกะมากอดไม่ได้เลย

เพราะฉะนั้น

“อย่าเสียใจเพราะผม...”

ไทกะไม่คู่ควรกับน้ำตาเลยสักนิดเดียว





“เห้ย!?”

ซ้อมแข่งยังไม่ถึงสามควอเตอร์ คากามิก็ล้มทรุดเข่านั่งลงไปกับพื้นตามที่คุโรโกะเดาเอาไว้ในใจ ก็ไม่แปลกใจนักหรอก

ข้าวก็ทานนิดเดียว นอนก็ไม่ค่อยหลับ มาโรงเรียนได้นี่นับว่าเก่งมากแล้ว

“ไม่ไหวก็บอกสิคากามิ”ฮิวงะกัปตันประจำทีมเอ่ยปากเอ็ดรุ่นน้องของตนเองไปที คากามิเอ่ยปากขอโทษไป เขาไม่ได้ตั้งใจ อยากจะซ้อมต่อแต่รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ค่อยมีแรงยังไงก็ไม่รู้

อาคาชิมองภาพนั้นพลางขมวดคิ้วเป็นปมจนฮายามะต้องเอ่ยปากทักเพื่อเรียกสติ

“นี่... ไม่โอเคก็บอกไปตรงๆเลยสิ”

อาคาชิเหลือบสายตามองคนในทีมของตนเองเล็กน้อยพลางถอนหายใจดังเฮือก เล่นเอาคนในทีมพากันสะดุงไปตามๆกัน

อาคาชิถอนหายใจ!!!!

“ไม่ได้หรอก”

คนซื่อๆแบบคากามิ รับรู้ไปสุดท้ายผลมันก็จะออกมาแบบนี้อยู่ดี ให้เขารับรู้แค่คนเดียวน่ะดีแล้ว...

“ขอคุยด้วยหน่อยสิครับอาคาชิคุง”เสียงของคนที่ยืนอยู่ตรงนี้มาสักพักเอ่ยปากเรียก อาคาชิหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นการตกลง ดังนั้นทีมจึงต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นชั่วคราว

“เซย์! จะไปไหน!!!”ฟุริฮาตะที่ถูกส่งตัวมาเล่นเอ่ยปากถามอาคาชิเสียเสียงดัง

“ผมขอเวลาแปปเดียวนะโคคิ”เอ่ยปากตอบกลับไป ฟุริฮาตะหลี่ตามองเล็กน้อยพร้อมหันไปมองเพื่อนร่วมทีมอย่างคุโรโกะก่อนเอ่ยปากตอบ

“อย่านาน”

อาคาชิพนักหน้าตอบกลับไปนิ่งแล้วเดินออกไปนอกโรงยิมพร้อมคุโรโกะ

“ฟุริฮาตะคุงเป็นอะไรครับ”ทันทีที่เดินออกมาจากโรงยิม คุโรโกะก็เปิดประเด็นที่สงสัยอย่างไม่อ้อมค้อม เอาจริงๆเขาก็เริ่มสังเกตมาได้สักพักหลังจากที่อาคาชิคุงและคากามิคุงเลิกกัน

ดูก็รู้ว่าฟุริฮาตะแปลกๆ

“รู้แล้วหรอ”อาคาชิทำเพียงตอบกลับไปนิ่งๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร ยังไงคนช่างสังเกตแบบคุโรโกะก็ต้องรู้เข้าสักวันอยู่ดี

“ครับ”

“โคคิเป็นโรคนาซิซีติส”

“...”

“เป็นโรคหลงตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับผม”

“...”

“อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยตั้งแต่ผมคบกับไทกะ ผมกับโคคิเคยคุยกันมาก่อน แต่ก็ไม่นานนัก ก่อนจะแข่งกับชูโตคุในวินเทอร์คัพด้วยซ้ำ”

“...”คุโรโกะยังคงเงียบไม่ได้พูดอะไร เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรคหลงตัวเองที่อาคาชิว่าคือโรคอะไร เกิดมาพึ่งเคยได้ยินครั้งแรก

“โคคิคิดว่าผมชอบเขา บางครั้งก็อารมณ์แปรปวนบ่อยๆ และโคคิคิดว่าที่ไทกะคบกับผม เพราะไทกะอิจฉาเขา”

“...”

“ผมเคยบอกโคคิไปตรงๆแล้วว่าผมไม่ได้ชอบเขา และผมรักไทกะ แต่สิ่งที่ได้กลับมาโคคิกลับบอกว่าจะฆ่าตัวตาย พร้อมส่งรูปตัวเองที่ถูกกรีดด้วยตัตเตอร์บนร่างกายมาให้ผมดู ส่วนใหญ่จะกรีดตามร่มผ้าเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้”

“...”

“โคคิเริ่มมีอาการหนักขึ้นเรื่อย จากที่เป็นโรคหลงตัวเอง หมอก็บอกว่ามีอาจมีอาการซึมเศร้าแทรกเข้ามาบ้าง รู้ตัวอีกทีโคคิก็ใช้มีดแทงเข้าที่สีข้างของตัวเองไปแล้ว”

“...”

“ตอนนั้นผมเลยได้เจอกับไดกิและชินทาโร่พอดี ทั้งสองคนเลยรู้เรื่องนี้ สิ่งที่โคคิต้องการคือให้ผมเลิกกับไทกะ โคคิเชื่อว่าผมชอบเขา หลงเขา”

“...”

“และถ้าผมไม่เลิกกับไทกะ โคคิจะเป็นหนักกว่านี้ และผมคิดว่าโคคิมีอาการมาโซคิสด์ร่วมด้วย เขามักจะชอบให้ผมทำรอยไว้ตามตัว ถึงแม้เราจะไม่เคยมีสัมพันธ์ทางกายกันเลยก็ตาม”

“...”

“ผมเลยต้องเลิกกับไทกะ”ก้มหน้าลงมองพื้น ถึงแม้วิธีบอกเลิกจะไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ แต่ผลสุดท้ายทั้งเขาและคากามิก็เลิกกันแล้ว เลิกแบบจบไม่สวยเลยสักนิดเดียว

“ไม่คิดจะบอกคากามิคุงเลยหรอครับ”คุโรโกะถาม ถึงแม้เขาจะรู้เหตุผลอยูาบ้างว่าทำไมอาคาชิถึงตัดสินใจที่จะไม่บอก

เพราะต่อให้บอกไป คากามิคุงคงยอมให้อาคาชิเลิกกับตัวเองอยู่ดี

“ไม่บอกน่ะดีแล้ว ไทกะจะรู้สึกไม่ดีเสียเปล่าๆ”

“หรอครับ พอใจแล้วหรอครับที่คากามิคุงเป็นแบบนี้ รู้มั้ยครับว่าคากามิคุงต้องรู้สึกยังไง เพียงแค่อาคาชิคุงไม่ได้บอกความจริง มันควรที่จะเป็นแบบนี้จริงๆหรอครับ”เอ่ยปากกดดันไปแบบไม่รู้ตัวด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ ปัญหาใหญ่จะตายกลับไม่เชื่อใจคนที่ตัวเองรัก มันน่ามั้ยล่ะ...

“ถ้าโคคิดีขึ้นกว่านี้ ผมจะบอกก็แล้วกัน”พูดตัดบทก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในโรงยิม คุโรโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมหยิบโทรศัพท์ที่ถูกเหน็บไว้ที่กางเกงบาสแบบจะหล่นแหล่ไม่หล่นแหล่ขึ้นมาดู

“ผมจะโดนอาคาชิคุงโกรธมั้ยครับเนี่ย”กดโทรศัพท์เสร็จสิ้นการบันทึกเสียงก่อนจะยัดโทรศัพท์ไปเหน็บไว้ที่กางเกงดังเดิม

ความคิดสิ้นคิดมากครับ

มิโดริมะคุง





Tbc.




มาแล้ววววววว


มาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้



เนื้อเรื่องดำเนินเร็วปุ๊ปปั๊ปมาก อีกสองตอนจบแล้วแหละๆ อาจจะมาอัพช้าหน่อยน้าาาา


ปล.เราแต่งSp. หนูน้อยไทกะเวอร์ชั่นโตขึ้นอายุ16ไว้ เดี๋ยวเราจะเอามาลงให้น้าาาา


**มีคำผิดจะมาตามแก้ทีหลังน้าาา**


ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

869 ความคิดเห็น

  1. #677 B.TEm (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 09:11
    ไม่หายโกรธว้อย ไม่หายโกรธ !!!!!!! ถ้ายังยืนยันจะไม่บอกความจริงกับน้องก็ไม่หานโกรธว้อยยยยยยย เรื่องนี้เราคิดส่าคากามิก็ต้องเข้าใจอยู่แล้ว เพื่อนป่วยนะเฟ้ย ฟสกาห่ำไห้ำห้ห่ห่ดสฟบกจ นายกรรไกรใจร้าย !
    #677
    0
  2. #651 จักรพรรดิกรรไกรบิน (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:01
    เมื่อเห็นความสำคัญของคนอื่นมากกว่าคนสำคัญของตัวเอง เมื่อนั้นก็ไม่สมควรคู่กันอีกต่อไป รักกันแล้ว คู่กันแล้ว ไม่สมควรปล่อยให้เขาเสียใจ นั่งร้องไห้กับความไม่รู้อะไรเลย คนข้างหลังมันเจ็บ ฉะนั้น คุณหลากสีทั้งหลายไปต้องช่วยค่ะ ให้คุณพ่อของไฟมารับตัวกลับอเมริกาเถอะค่ะ!!
    #ทีมตบแดงติดกำแพง
    #651
    1
  3. #650 ควาเรเชียการ์ (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:30

    จากตอนที่แล้ว ด้วยความที่ปมยังไม่คลาย ทุกคนคือสาดเสียเทเสียอินายน้อยมากเวอร์ 555555


    แต่ทำแบบนี้ก้อไม่ถูกนะ มีอะไรก็บอกกันดิ ต่อให้หนูมิบอกเลิกแล้วให้ไปคบกับอิหนูชิวาว่าแทนก้อเถอะ นายรวยนิ? จ้างหมอฝรั่งเก่งๆมาบำบัดนางสิ แล้วค่อยกลับไปคบกันก้อได้ป่ะวะ


    ฉากหนูมิล้ม อินี่หัวใจวายตายไปแล้วจ้าาาา กรีดร้องในใจหนักมาก หนูมิลูกแม่!!!!!! แทบอยากกระโดดเข้าฟิคแล้วค่อยๆประคองอิน้องนอนตัก หาข้าวหาน้ำมาบำรุงดีๆเลยอ่ะ แงงงงงง

    #650
    0
  4. #649 mintlovem4 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:03
    แกร๊ น้องครก.กับมิโดทำดีเว่อร์อยากจะตบเซย์จริงๆเล๊ยเป็นจักรพรรดิซะป่าว อ๊ายยย (นอนร้องไห้จนแม่ด่าว่าเป็นบ้าเลยจ้าาา)
    ปล. รออยู่นะจ้าาาา เป็นกำลังใจให้น้าาาา
    #649
    0
  5. #648 polytome (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:29
    ยังไงก็คิดว่าไทกะเสือน้อยของเราน่าสงสารอยู่ดี เซย์มันไม่สมกับเป็นนายเลย นายไม่ควรทำอย่างงี้เพราะมันต้องมีวิธีอย่างอื่นช่วยได้ไม่ใช่เเบบนี้
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #648
    0
  6. #647 Njess (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:37

    คือยังไงไทกะก็น่าสงสารที่สุดสำหรับเราอยู่ดี อ่านแล้วร้องไห้เลย
    #647
    0
  7. #646 Jkl Kannapat (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:17
    สงสารลูกสาว ไม่เป็นไรนะลูกแม่ติดประกาศรับสมัครพระเอกใหม่แล้--แค่กๆ
    #646
    0
  8. #645 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:11

    สมเป็นอาคาชิคือแบบไม่นื่งนอนใจจริง ๆ

    คือเมินก็ใจร้ายไปเหมือนกัน ถ้าฟุริฆ่าตัวตายอาคาชิคงรู้สึกผิดที่ไม่ช่วยตั้งแต่ตอนนั้น

    และคางามิคงโกรธแน่ ๆ ไม่ก็ต้องโทษตัวเองที่รู้ตัวช้าไม่งั้นจะได้ช่วยเหลือทัน

    มันแบบเอาจริงต้องช่วยกันจริง ๆ


    อาคาชิตอนนี้ก็น่าสงสารที่ต้องเก็บความลับนี้

    แต่ก็อยากให้อาคาชิปรึกษากับคางามิเหมือนกันนะ ไม่ใช่เก็บปัญหาเองไว้หมด

    ถ้าคางามิรู้คิดว่าต้องโกรธตรงนี้แน่ที่ไม่ยอมบอกอะไรเลย ทำให้คนมองฟุริไม่ดีอีก


    คุโรโกะตอนนี้ให้MVPไปเลย ไม่งั้นมันประทบทุกคนแน่ ๆ

    #645
    0
  9. #644 natta140150 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:10

    งื้ออออ สนุกมั่กเลยค่ะท่านนนนนนน อยากจะกราบเบญจางคประดิษฐ์ท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ
    #644
    0
  10. #643 PBBHOSE (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:31

    กอดปลอบคากามิ
    #643
    0
  11. #642 WangXian (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 18:48
    รออ่านต่อค่าาา #ความรู้สึกตอนรู้ว่าฟุริฮาตะเป็นโรคคือเฉยๆมากเลย สงสารคากามิมากกว่าอีก อาคาชิใช้ความคิดสักนิดก็น่าจะจัดการได้นี่ คิดสิคิด
    #642
    0
  12. #641 earnexogot7 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 18:08

    สงสารไทกะง่ะ😭
    #641
    0
  13. #640 夢原 (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 18:04
    คนแบบอาคาชิ ยอมให้คนไร้ค่ามาอยู่เหนือกว่าตัวเองได้ยังไง งงใจ คนแบบฟุริมีความสำคัญยังไง สำคัญมากจนยอมทำตามเลยหรอ ไม่สมกับคนที่มีอำนาจแบบอาคาชิเลย
    #640
    0