[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 71 : Long fic : allkaga (รักขององค์ชาย) : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    31 ต.ค. 61

"เฮ้อ..."เสียงถอดถอนหายใจดังออกมาแสดงได้ถึงความเบื่อหน่ายที่ก่อตัวขึ้น มือหนานั้นปิดหนังสือที่กำลังถืออยู่ภายในมือลง แล้วลุกขึ้นเดินนำมันไปเก็บไว้บนชั้นหนังสือที่เดิม

"มีเรื่องไม่พอพระทัยอันใดหรือฝ่าบาท"องครักษ์ประจำตัวเอ่ยปากถามออกไปเมื่อเห็นองค์ชายของตนเองแสดงสีหน้าแห่งเบื่อหน่าออกมาอย่างปิดไม่มิตร นิ้วเรียวยาวนั้นดันแว่นขึ้นก่อนจะทอดสายตามองไปยังนอกกระจกใสที่เผยให้เห็นสวนหย่อมขนาดกลางภายในพระราชวัง

"ฉันอ่านหนังสือจบหมดทุกเล่มแล้ว... ไม่มีอะไรให้อ่านต่อ"มิโดริมะพูดพร้อมกับหันไปมององครักษ์ของตนเอง "รู้ใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร?"

"พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบเตรียมการอย่างเร็วที่สุด"ว่าจบร่างขององครักษ์ก็ลุกขึ้นพร้อมโค้งตัวให้อย่างเคารพนับถือ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องหนังสือเพื่อเตรียมการให้องค์ชายใหญ่ออกไปหาซื้อหนังสือนอกพระราชวัง

"จะออกไปนอกวังหรอครับ?"องค์ชายห้าที่นั่งอยู่ภายในห้องหนังสือได้ครึ่งชั่วโมงแล้วเอ่ยปากถาม พลางหยิบหนังสือเล่มหนึ่งนำไปเก็บเข้าชั้นหนังสือ แล้วหยิบอีกเล่มออกมาแทน

มิโดริมะผงะไปเล็กน้อยเมื่อจู่ๆคุโรโกะก็ปรากฎตัวให้เห็น ความจืดจางอันเกินพอดีประจำตัวของคุโรโกะนั้นมักจะสร้างความแปลกใจให้กับเขาได้เสมอ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นคุโรโกะก็คงจะสู้กับผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้าของตนเองไม่ได้ เพราะตัวเธอนั้นเกือบจะหายไปกับแสงจนแทบจะไม่ได้เจอ หรือถ้าเอาให้เข้าใจง่ายๆก็คือได้เจอแต่เขามองไม่เห็น

"อืม จะไปด้วยกันไหม?"เอ่ยปากชวนพอเป็นพิธี เพราะยังไงคุโรโกะก็คงรู้อยู่แล้วว่าคนรักสัญโดดอย่างเขาคงไม่อยากให้ใครตามติดไปด้วยสักเท่าไหร่ แค่มีองครักษ์คอยเดิมตามตูดต้อยๆเป็นลูกเป็ดแค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว

"คงหวังให้ผมปฏิเสธใช่ไหมล่ะครับ... แต่เสียใจด้วย เพราะครั้งนี้ผมจะไปครับ"

ดูท่าเขาคงจะคาดการ์ณผิดไปหน่อย-_-!







"ยังขยันเหมือนเดิมเลยนะคากามิ"ทาคาโอะพูดพลางยกยิ้มมองเพื่อนของตัวเองเดินเช็ดโต๊ะไปพลางๆ มือก็คอยถูพื้นไปเรื่อยอย่างไม่เร่งรีบเพราะวันนี้ร้านปิดเลื่อนเวลามาปิดเป็นตอนเที่ยง พวกเขาเลยได้พักอีกยาว แถมค่าจ้างรายวันยังจ่ายให้เท่าเดิมอีก ช่างเป็นอะไรที่ดีจริงๆ

"ฉันไม่ได้ขี้เกียจเหมือนนายนี่ทาคาโอะ"แอบพูดแหนบแนมเพื่อนตัวเองไปพอเหมาะ ทาคาโอะพอถูกพูดแสกหน้าเข้าจังๆแบบนั้นก็ได้แต่แค่นยิ้มออกมาแห้งๆ ก็นะ... ที่คากามิพูดเป็นเรื่องจริงจนปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะ

"แล้วนายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า?"

"ยังหรอก รอเวลาเลิกงานค่อยกลับ"ส่ายหน้าตอบกลับพร้อมเดินไปซักผ้าเช็ดโต๊ะก่อนจะนำมันไปแขวนตากเอาไว้บริเวณหลังร้าน

ทาคาโอะเลิกคิ้วแปลกใจกับคำตอบ ปกติพอเขาถามทีไรเจ้าตัวมักจะตอบว่าจะกลับเลยเสมอ แต่วันนี้กลับมาแปลกแหะ...

"ไหงวันนี้ถึงไม่กลับเลยเหมือนทุกวันล่ะ"ตัดสินใจถามออกไปด้วยความอยากรู้ที่ปิดไม่มิด ทาคาโอะเดินไปเก็บไม้ถูพื้นให้เข้าที่แล้วไปล้างมือให้สะอาด ดวงตาก็หันไปหาคนที่ตนพึ่งถามคำถามออกไปเมื่อสักครู่

"ไม่รู้สิ... แค่รู้สึกว่าจะต้องอยู่น่ะ"

เพราะลางสังหรณ์เขาบอกว่าจะได้เจอกับอะไรบางอย่าง...

"แปลกคนชะมัดเลยนายเนี่ย เอาล่ะๆ ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า วันนี้คุณแม่จะทำหม้อไฟด้วยล่ะ ฮะๆๆ กลับก่อนนะคากามิ"ทาคาโอะยกยิ้มร่าเมื่อนึกถึงหม้อไฟที่ตนเองอยากจะทานมานาน แต่ก็นานๆได้ทำทีเพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อวัตถุดิบได้ คากามิโบกมือลาเพื่อนของตนเองพร้อมรอยนิ้มน้อยๆ

พอทาคาโอะหายลับตาไปกลับฝูงชนก็ค่อยๆถอนหายใจออกมาเบาๆ มือเรียวกำเข้าหากันแน่น แววตาทั้งสองข้างสั่นระริกเหมือนคนกำลังคิดหนักเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในหัว

ทำไม....

ครอบครัวเขาไม่เป็นแบบนั้นบ้างนะ?


ปึก!

"อ้ะ! ขอโทษครับ"คากามิรีบก้มหัวขอโทษคนที่ตัวเองเผลอเหม่อเดินไปชนแทบจะทันที ดวงตาสีแดงดำทั้งสองข้างนั้นเงยหน้ามองคนที่พึ่งชนไปก็ต้องรีบหลบสายตาแทบจะทันที เมื่อเห็นบอดี้การ์ดชุดสูทสี่คนเดินตามหลังคนที่เขาชนกำลังมองมาด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่บรรยากาศกลับกดดันลงจนสัมผัสได้

อีกอย่างก็คือ....

คนตรงหน้าเขาสูงชะมัดเลย

"ไม่เป็นไร"

"งั้นขอตัวก่อนนะครับ"คากามิรีบก้มหัวให้อีกครั้งก่อนจะรีบเดินหนีไปทันที ภายในใจเต้นดุ่มๆด่อมๆด้วยความรู้สึกแปลกๆโดยที่เขาก็ไม่สาทารถที่จะอธิบายเกี่ยวกับอาการแบบนี้ได้เลยสักนิด

ร่างสูงของผู้ที่พึ่งถูกคากามิชนเมื่อสักครู่หันไปมองร่างของคากามิที่เดินหนีหายไปจนลับตา คิ้วนั้นขมวดลงราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณหลิว"บอดี้การ์ดคนหนึ่งเมื่อสังเกตเห็นอาการแปลกๆของเจ้านายตัวเอง เอ่ยถามพร้อมมองไปทางเดียวกันกับที่เจ้านายตัวเองหันไปมองด้วยความสงสัย

"เปล่า... ไม่มีอะไร"หลิว เว่ย ลูกชายคนโตของนายกรัฐมนตรีของประเทศเล็กๆแห่งหนึ่งในดินแดนจินตนาการส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปก่อนจะเดินไปขึ้นรถเพื่อตรงไปยังพระราชวัง

มือหนาดึงสร้อยคอที่สวมอยู่มากำเอาไว้แน่น สร้อยเงินที่ถูกสลักเป็นรูปลักษณ์แปลกๆอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลนั้นถูกเว่ยกำเอาไว้แน่น ภายในหัวนั้นพลางคิดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ยามเมื่อเขาอายุได้เพียงแค่ 3 ปี เหตุการณ์นั้นมันยังคงตราตรึงอยู่ในสมองไม่จางหายไปไหน

"เฮ้อ..."มือหนาปล่อยมือออกจากสร้อยเงินพร้อมหันหน้าไปมองด้านนอกหน้าต่างช้าๆ...

ทำไมต้องกลับไปคิดถึงเรื่องอดีตอีกแล้วนะ....







"แล้วจะไปอยู่ไหนดีเนี่ยเรา?"คากามิพูดถามกับตัวเองแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโคนต้นไม้โดยไม่กลัวเปื้อนดินเลยสักนิด มือเรียวยกขึ้นมานวดขมับของตัวเองช้าๆพร้อมสอดส่องสายตามองไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบ้างประปราย

"เดี๋ยวนี้มีขอทานเกลื่อนกลาดขนาดนี้แล้วงั้นหรอ?"เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นมาเหนือหัว ร่างของใครบางคนเดินเข้ามาทับแสงอาทิตย์เสียหมดจนคากามิต้องเงยหย้าขึ้นมองผู้มาใหม่

"ผมก็ไม่รู้ครับ ไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้ว แต่วันนี้ที่เจอก็เป็นคนที่เจ็ดได้แล้วนะครับ"คากามิขมวดคิ้วมุ่นแทบจะทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น เขาไม่ใช่ขอทานสักหน่อย ถึงเขาจะยากจน แต่อย่างน้อยเขาก็มีมือมีเท้าที่จะทำมาหากินเลี้ยงชีพตัวเองได้

"ฉันไม่ใช่ขอทาน"คากามิเงยหน้ามองคนทั้งสองคนด้วยสีหน้าไปพอใจจนเห็นได้ชัด แววตาสีแดงดำนั้นวาววับตามความรู้สึกกริ้วโกรธภายในอกที่กำลังปะทุออกมาช้าๆ

"ถ้าไม่ใช่แล้วมานั่งทำอะไรตรงนี้?"คนผมเขียวเอ่ยปากถามคนที่กำลังเงยหน้านั่งคุยกับเขาอยู่ ดีนะที่องครักษ์ไม่ได้ตามมาด้วย ไม่อย่างงั้นมีหวังคมดาบคงได้จ่อเข้าที่ลำคอของคนหัวแดงดำคนนี้เป็นแน่

"แค่ยังไม่อยากกลับบ้าน"คากามิพึมพำออกมาเบาๆ ซึ่งมันก็ดังมากพอที่ทั้งสองคนจะได้ยิน คนผมฟ้าผิวซีดท่าทางอ่อนปวกเปียกนั้นเลิกคิ้วเหมือนกับแปลกใจอะไรบางอย่างขึ้นมาเล็กๆ

"ทะเลาะกับคนที่บ้านหรอครับ?"สีหน้าแสดงออกถึงความแปลกใจของคากามินั้นแค่นี้ก็ทำให้คุโรโกะสามารถเข้าใจได้ทันที... ที่เขารู้ไม่ใช่ว่าเพราะเขาเก่งกาจสามารถอ่านใจคนได้ แต่ที่เขารู้เพียงเพราะบรรยากาศรอบตัวของคนคนนี้คล้ายๆกับอาคาชิต่างหาก

อาคาชิเป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 1 ว่าที่พระราชาในอนาคต ภาระจึงหนักหนาเกินกว่าจะรับไหว ถึงจะเป็นเช่นนั้นอาคาชิก็ไม่เคยคิดที่จะบ่นหรือแสดงความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเจ้าตัวนั้นรู้ตัวเองดีว่ามันคือหน้าที่ ที่จะต้องทำไปตลอดชีวิต เป็นหน้าที่ที่โชคชะตากำหนดมาไว้แล้ว

"ถ้าทะเลาะกันก็ควรหาเหตุผลมาพูดกันดีๆนะครับ อีกอย่างพื้นที่ตรงนี้ส่วนใหญ่คนขอทานมักจะมานั่งกันนะครับ คราวหลังก็ควรจะหาที่นั่งให้มันดีๆหรือควรจะไปนั่งบนม้านั่งดีกว่าจะนั่งลงบนพื้นนะครับ"คุโรโกะพูดออกมายาวเหยียด เล่นเอามิโดริมะต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ปกติคุโรโกะไม่เคยพูดยาวขนาดนี้กับพวกเขาด้วยซ้ำไป แล้วคนตรงหน้าเป็นใครกันล้ะ ทำไมถึงทำให้คนอย่างคุโรโกะ เท็ตสึยะ พูดออกมายาวเหยียดได้มากขนาดนี้

"ขอบคุณ"คากามิพยักหน้าตอบรับกลับไปเบาๆให้คุโรโกะ คุโรโกะพอได้เห็นท่าทางนั้นก็แย้มยิ้มบางออกมาเล็กๆบริเวณมุมปากก่อนจะหันไปหามิโดริมะกำลังยืนทำหน้าเหวออยู่เล็กๆที่เห็นคุโรโกะคนหน้าตายยิ้มยากนั้นยิ้มออกมาได้แบบนี้

"ไปกันเถอะครับ เราแยกตัวมานานแล้ว"มิโดริมะพยักหน้ากลับไปเป็นการตอบกลับ แต่ก่อนจะได้ไปคนผมเขียวก็หยิบแซนวิชที่มีชาวบ้านให้มายื่นให้คากามิพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด

"เที่ยงแล้ว อย่าลืมหาอะไรทานสะล่ะ"พอพูดจบทั้งสองคนก็เดินห่างออกไปจนลับตา คากามิก้มหน้ามองแซนวิชและขวดน้ำเปล่าในมือด้วยแววตาวาววับ ยิ่งพอเห็นราคาแซนวิชแล้วก็อยากจะเป็นลมขึ้นมาเสียดื้อๆ มีแซนวิชที่ไหนแพงได้มากขนาดนี้บ้างเนี่ย!?

"ขอบคุณ..."เอ่ยพูดอีกครั้งแม้ว่าคนทั้งสองคนนั้นจะเดินห่างออกไปแล้วก็ตามที คากามิแกะห่อแซนวิชออกก่อนจะกัดแซนวิชเข้าปาก รสชาติของชั้นดีที่ไม่เคยได้สัมผัสนั้นทำเอาคากามิน้ำตาแทบไหล

ปกติวันๆก็เอาแต่ทำงาน เงินที่ได้มาส่วนใหญ่ตัวเองก็ไม่เคยได้ใช้เพราะต้องนำไปให้แม่ มีแค่บางวันเท่านั้นที่จะแอบเฉียดเงินมาเอาไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ทุกๆวันเลยต้องทานของเหลือจากการค้าขายภายในร้านที่ทำงานประทังชีวิตไปพลางๆ พอมาได้ลิ้มรสแซนวิชธรรมดาๆที่ราคาแพงหูฉีกสำหรับเขาแบบนี้มันก็อดจะตื้นตันในรสชาติไม่ได้ ถึงสำหรับคนอื่นทั่วๆไปจะมองมันเป็นเพียงแค่แซนวิชธรรมดาก็เถอะ



"อ่า... ต้องกลับแล้วสินะ"เงยหน้ามองพระอาทิตย์ในยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า ภาพตรงหน้านั้นสวยงามราวกับภาพวาดที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวเป็นอย่างดี แสงสีแสดตัดกับท้องฟ้าสีส้มอ่อนได้สวยงามจนไม่อยากจะละสายตาสักเท่าไหร่ แต่พอคิดถึงเรื่องภายในบ้านแล้วก็ต้องตัดใจเลิกมองพระอาทิตย์แล้วหันหน้าเตรียมเดินกลับบ้านแทน

มือเรียวเปิดประตูบ้านเก่าซอมซ่อที่ประตูไม้จะพังแหล่มิพังแหล่ด้วยความระมัดระวัง กลิ่นฝุ่นและกลิ่นความอับชื้นนั้นตลบอบอวนไปทั่วบ้าน แต่ด้วยความเคยชินเพราะอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เด็กๆเลยไม่ได้คิดอะไรมากนัก

"แปลก..."

แม่เขาไปไหนกัน?

ปกติต้องกลับมาแล้วนี่?


คากามิขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสีสวยเหลือบมองนาฬิกาพลาสติกเก่าๆบนผนังบ้านที่บ่งบอกเวลาทุ่มครึ่งแล้ว ซึ่งมันแปงกมาก ปกติแม่เขาจะกลับมาก่อนหกโมงเย็นไม่ใช่หรือ? มันเลยเวลามาชั่วโมงครึ่งแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่กลับมา

ปัง!!!

ยังไม่ได้ทันที่จะคิดออกไปตามหา ประตูเก่าๆก็ถูกถีบกระเด็นจนไปชนกับคากามิเข้าจังๆ ประตูไม้นั้นกระแทกไปที่เข่าจนคากามิต้องทรุดตัวลงเพราะเข่าอ่อน ไม่แปลกที่ประตูจะลอยมาแบบนี้ เปิดแบบปกติมันก็จะพังอยู่แล้ว นี่เล่นถีบมันเลย ไม่พังก็คงจะแปลก

"จ่ายหนี้มาสะ!"สิ่งที่ผู้ชายร่างใหญ่กล้ามหนาเป็นปึกพูด ส่งผลให้คากามิต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจอย่างแรง ดวงตาฉายแววงงงวยออกมาเสียปิดไม่มิดเลยทำให้ชายร่างใหญ่นั้นกระตุกยิ้มขึ้นมาเชิงสมเพช

"แม่แกไปเล่นพนันที่บ่อนนายฉัน ติดหนี้อยู่ห้าแสน แม่แกบอกให้มาทวงที่แก ฉันเลยมาทวงตามที่แม่สุดแสนจะน่ารักของแกบอกไง"ชายร่างใหญ่แสยะยิ้มพร้อมจงใจเน้นคำให้คากามิสะอึกเล่นๆ เกิดมาก็พึ่งจะเคยพบเคยเห็นเนี่ยแหละที่มีคนติดหนี้แล้วให้ลูกใช้หนี้แทน ปกติมีแต่ปกป้องครอบครัวกันยกใหญ่ทั้งนั้น เด็กตรงหน้านี่คงซวยจริงๆ

"หะ...ห้าแสน"คากามิพูดออกมาเสียงสั่น น้ำเสียงที่พยายามจะควบคุมนั้นดูเกินกว่าจะรับไหว ภายในอกหัวใจบีบรัดจนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง นี่แม่เขา... รักเขาบ้างหรือเปล่า...?

"ใช่! จ่ายมาสะ!"ถึงคนทวงหนี้ร่างใหญ่จะสงสารคากามิที่เกิดมามีแม่แบบนั้น แต่ก็คงช่วยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ได้เงินคนที่จะซวยก็คงได้กลายเป็นตัวเขาเองนั่นแหละ

"ตะ...แต่..ผะ...ผมมีแค่นี้"คากามิกลั้นใจพูด มือเรียวอันแสนสั่นเทนนั้นก็ล้วงเงินจำนวนเล็กน้อยของค่าจ้างภายในวันนี้ออกมาให้คนตรงหน้าเขาดู

"หา? นี่แกตลกนักหรือไง!? เงินแค่นี้มันจะไปพออะไร! ยังไม่ถึงห้าร้อยด้วยซ้ำไป แกติดหนี้ห้าแสนนะ! ไม่ใช่ห้าสิบ!!!"คากามิสะดุ้งตัวโหยงด้วยความตกใจ ภายในใจที่เคยบีบรัดบัดนี้กลับเต้นดุ่มๆด่อมๆอย่างหวาดกลัวคนตรงหน้าแทน

พลั่ก!

ชายร่างใหญ่ตรงเข้ามากระชากร่างของคากามิจนตัวลอย ใบหน้าสวยหันไปตามแรงกระแทกของหมัดหนักๆเล่นเอาปากแตกเลือดซิบออกมาบริเวณมุมปาก

"อึก!"ร่างของคากามิถูกทิ้งกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง ตามมาด้วยฝ่าเท้าหนักๆที่เตะเข้ามาบริเวณหน้าท้องนั้นทำให้คากามิจุกจนพูดอะไรไม่ออก ริมฝีปากสีพีชอ่อนเผยอปากออกสูดลมเข้าปอดด้วยความจุกเกินจะบรรยาย

"เอาเถอะ... เห็นแก่ที่แกเกิดมาเป็นลูกของแม่แย่ๆแบบนั้น ฉันจะขอเวลาผ่อนผันกับนายให้ รีบหาเงินมาคืนเร็วๆเข้าล่ะ"ว่าจบชายร่างใหญ่นั้นก็เดินออกไปปล่อยให้คากามิขมวดคิ้วมุ่นน้ำตาเล็ดด้วยความงงงวยและความจุก บทจะทำร้ายก็ทำ บทจะดีก็ดี คืออะไรเนี่ย? เขาไม่ขอบคุณหรอกนะ เตะเขามาเต็มๆแล้วนี่

"ห้าแสน..."

จะให้ไปหามาจากไหนกัน...







"หนีไปเที่ยวนอกวังมาหรอฮะเนี่ย?"คิเสะเดินยิ้มโปรยเสน่ห์ไปให้นางกำนัลสาวๆทั้งหลายแหล่ที่แทบจะละลายกองไปกับพื้น แตกต่างจากมิโดริมะกับคุโรโกะโดยสิ้นเชิง เพราะสำหรับทั้งสองคนนั้นรอยยิ้มของคิเสะมันน่าฝากฝ่าเท้าหนักๆไว้เสียเหลือเกิน

"ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นสิครับคิเสะคุง มารยาทก็น่าจะเรียนผ่านแล้วไม่ใช่หรอครับ? หรืออยากไปเรียนอีก?"คุโรโกะเอ่ยปากเหน็บแนมไปหนึ่งดอกด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว แตกต่างจากมิโดริมะที่เดินหนีไปตั้งแต่คิเสะโปรยยิ้มแล้ว

คิเสะทำหน้าเหวอออกมาเมื่อถูกคนหน้าตายอย่างคุโรโกะว่าเข้าให้ การกระทำของสองคนนั้นอยู่ในสายตาของเหล่านางกำนัลวัยสูงอายุที่พากันหัวเราะคิกคักเบาๆด้วยความเอ็นดูคนทั้งสองคน

"ถ้าไม่คิดจะพูดอะไร งั้นผมขอตัวนะครับ"คุโรโกะเดินหนีคิเสะออกมาหน้าตาเฉย เล่นเอาคิเสะทำหน้าเหวอจนกลายเป็นช็อคแทน นี่เห็นเขาเป็นอะไรกันแน่เนี่ย!? ได้ข่าวว่าเขาเป็นน้องเล็กนะ! นี่องค์ชายเล็กไง ฮัลโหล!? วัน ทรู ทรี!!!!

"หึๆ ไปพูดแบบนั้นระวังจะโดนโวยวายใส่ทีหลังนะครับเท็ตสึยะ"อาคาชิผู้ยืนมองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นส่ายหัวไปมาพร้อมยิ้มขำๆ ภายในมือนั้นถือเอกสารต่างๆมากมายสุดแสนจะน่าปวดหัว แต่ก็ไม่สามารถที่จะทิ้งมันไปได้ เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศเขาทั้งนั้น

"เขาไม่กล้าหรอกครับ"คุโรโกะตอบกลับพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องทำงานเพื่อช่วยงานอาคาชิที่ดูจะหัวหมุนไปหมด พอเจ้าไปในห้องร่างของคุโรโกะก็ต้องผงะกับกองเอกสารมากมานที่กระจัดกระจายไปทั่ว

"มาได้ถูกจังหวะพอดีเลยเท็ตสึ เอกสารพวกนี้ฉันจัดไม่เป็น มาจัดแทนหน่อย"อาโอมิเนะพอเห็นคุโรโกะเปิดประตูเข้ามาก็ทำใบหน้าร่าเริงขึ้นมาทันที เมื่อกี้เขาปวดหัวแทบแย่กับการแยกกองเอกสารให้อาคาชิ ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง พอจะให้มุราซากิบาระมาช่วยก็กลับโดนเมินใส่สะงั้น คิดแล้วก็อดจะทึ่งกับอาคาชิไม่ได้ที่ต้องอ่านเอกสารพวกนี้มากกว่าพวกเขาหลายเท่าตัว เป็นองค์รัชทายาทลำดับที่ 1 นี่น่าปวดหัวแทนเสียจริง

"เฮ้อ... อาโอมิเนะคุงกำลังทำให้มันยากกว่าเดิมนะครับ"คุโรโกะถอดถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับสภาพที่เห็น ถ้ารู้ตัวว่าจัดไม่เป็นแล้วจะรื้อมันออกมาทำไมกัน? ควรจะไปเรียนมารยาทแทนที่จะมาช่วยอาคาชิจัดเอกสารนะ

"ฉันพยายามช่วยแล้วนะเฟ้ย!"อาโอมิเนะจิ๊ปากนำพาร่างของตัวเองลุกออกจากกองเอกสารสุดแสนจะน่ารำคาญนี้ ที่อาคาชิออกไปนอกห้องเพราะจะหาความช่วยเหลือใช่ไหมเนี่ย!?

"ผมว่าไปเรียกมิโดริมะคุงมาช่วยน่าจะดีกว่านะครับ"คุโรโกะเอ่ยบอกกับอาคาชิที่พึ่งเดินเข้าห้องทำงานมาหลังจากเดินออกไปด้านนอกเพื่อหาความช่วยเหลือให้คนมาหยุดอาโอมิเนะที่รื้อเอกสารเขาเสียที ตอนแรกจะให้มาช่วยไหงไปๆมามันดันเละมากกว่าเดิมสะงั้น

"อย่าเลย ชินทาโร่คงต้องการเวลาส่วนตัว หลังจากมีเท็ตสึยะไปป่วนทั้งวัน"อาคาชิพูดติดตลก คุโรโกะส่ายหน้าไปมาเบาๆไม่ยอมรับคำใส่ร้ายนั้น เขาไม่ได้ไปป่วนสักหน่อย อีกอย่าง... วันนี้ก็เจออะไรดีๆมาด้วย โชคดีจริงๆที่วันนี้เกาะติดมิโดริมะไปด้วย

"แล้วคิดยังไงไปนอกวัง ตามล่าหาพระชายา?"อาโอมิเนะถามพร้อมเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาราคาแพง ใบหน้าคุโรโกะแสดงชัดถึงความเบื่อหน่ายทันทีที่ได้ยินคำว่าพระชายา สิ่งที่ท่านพ่อของตนเองเคยตรัสไว้นั้นแล่นเข้ามาในหัวราวกับกำลังตอกย้ำให้รับรู้เอาไว้เสมอ แต่พอคิดถึงคนที่ได้เจอในวันนี้แล้วนั้น...

ก็น่าสนใจดี

"ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ"สิ่งที่คุโรโกะตอยนั้นเล่นเอาอาคาชิและอาโอมิเนะต้องเลิกคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นี่พวกเขาได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า?

"เห้ยๆ หิมะตกผิดฤดูแน่ๆเลย"อาโอมิเนะยกขาขึ้นมาบนโซฟาหน้าตาเฉย ใบหน้านั้นแสดงออกถึงความแปลกใจออกมาชัดเจนกับคำตอบของคุโรโกะ

"ไดกิ... อีกสิบนาทีมีเรียนมารยาทนะครับ"อาคาชิยิ้มเย็น โซฟาตัวนั้นราคาเท่าไหร่รู้บ้างหรือเปล่า อีกอย่างเขาจำได้นะว่าอาจารย์สอนมารยาทของอาโอมิเนะย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าทำกริยาแบบนี้ แต่ดูท่าอาโอมิเนะจะไม่จดจำเข้าสู่สมองเลยสักนิดเดียว

"ฉันแค่เอาขาวางบนโซฟาเองน่า ไม่มีใครว่าหรอก"อาโอมิเนะยกมือขึ้นปัดไปมาเบาๆอย่างไม่ระหยี่กับการกระทำอันไม่สมควรของตัวเองเลยสักนิดเดียว

"มันเสียมารยาทนะครับอาโอมิเนะคุง"คุโรโกะพูดบอกหน้าตาย เห็นการกระทำของอาโอมิเนะแล้วก็นึกสงสัยว่าทำไมเรียนมารยาทไปตั้ง 15 ครั้ง ทำไมมันยิ่งต่ำตมหนักกว่าเก่ากัน

"อะไรก็มารยาทๆ ทานมารยาทเป็นอาหารหรือไง"อาโอมิเนะบ่นพึมพำเบาๆ รอบตัวเขาทีแต่คนเน้นเรื่องนี้เต็มไปหมด แถมคนที่เน้นสุดๆก็คงจะไม่พ้นท่านพ่อและท่านแม่ของเขาเอง พูดสะจนรู้สึกเอียนไปหมดแล้ว

อาโอมิเนะพูดจบก็ลุกเดินออกจากนอกห้องทำงานไปเลยเพราะไม่อยากฟังคำบ่นที่อาจจะตามมาในภายหลัง ปล่อยให้คุโรโกะและอาคาชิหันมามองหน้ากันสองคน ทั้งสองคนถอนหายใจออกมาพร้อมกันแล้วเริ่มหันมาจัดเอกสารที่อาโอมิเนะรื้อไว้มาจัดอีกครั้ง








"อืม..."

"อะ! อ๊า... อื้อ! อ๊ะ!!!"

เสียงดังออกมาจากห้องบรรทมขนาดเล็กของนางสนมภายในพระราชวัง ภายในห้องบนเตียงขนาดกลางนั้นมีร่างหญิงสาวสะอิดสะอ้อนบิดตัวร้องครวญครางออกมาอย่างสุขสม และชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่ทุกคนในพระราชวังคงคุ้นหน้ากันดี

บทเพลงรัก(?)ของทั้งสองคนนั้นดำเนินไปอย่างเร่าร้อนโดยไม่มีใครคิดจะเข้ามาขัดจังหวะ ทั้งๆที่เสียงครวญครางที่ได้ยินนั้นก็สุดแสนจะชัดเจนแถมสามารถบ่งบอกได้เลยว่าคนในห้องกำลังเร่าร้อนกันมากแค่ไหน

"อ่า...."สินเสียงสุดท้ายกิจกรรมรัก(?)ก็หยุดลง หญิงสาวแทบจะสลบเหมือบลงไปบนเตียงด้วยความสุขสมที่ไม่เคยได้รับมาจากชายคนไหนมาก่อน แตกต่างจากฝ่ายชายที่บัดนี้เดินหนีตัวปลิวเข้าห้องน้ำไปเสียแล้ว

"ห้องน้ำเล็กชะมัด"มือหนาเสยกลุ่มผมสีเหลืองทองลวกๆแล้วชำระล้างร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมตัวกลับไปห้องบรรทมของตนเอง ขืนอยู่นานๆอาคาชิได้มาเช่งหัวเขาแน่ๆที่มาทำอะไรแบบนี้ตอนกลางวันแสกๆ ถึงจะทำมาบ่อยแล้วก็ตามเถอะ

"ไม่อยู่ต่อหรอคะองค์ชายเล็ก"หญิงสาวที่ยังพอมีสติอยู่บ้างเอ่ยปากถามชายหนุ่มตรงหน้าที่ทำท่าจะเดินออกจากห้องไปเสียงแหบพร่าอย่างเหนื่อยหอบ

"ไม่ล่ะ ฝันดีนะฮะ"ทิ้งรอยยิ้มมาดหมาน้อยสุดแสนจะน่ารักไปให้เป็นการปิดท้ายความสัมพันธุ์ของทั้งสองตามที่เคยทำมาเป็นประจำ ร่างชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปพลางมองไปตามทางเดินอย่างเบื่อหน่าย

ทำไมนางสนมถึงง่ายกันนักนะ...

เพราะเขาเป็นเจ้าชายงั้นหรอ?

ไม่มีความสนุกเอาสะเลย...


"คิเสะจิน... ทุเรศมากเลย"มุราซากิบาระพอเห็นคิเสะกำลังจะเดินผ่านห้องเครื่อง(ครัว)ก็เอ่ยปากเหน็บแนมไปพอเป็นพิธี คิเสะหยุดชะงักฝีท้าวลง ใบหน้าหล่อค่อยๆหันไปยิ้มให้มุราซากิบาระเล็กๆ

"มันเป็นเรื่องธรรมชาตินะฮะเนี่ย ผู้ชายก็ต้องปลดปล่อยบ้างเป็นธรรมดา"คิเสะยักไหล่เหมือนภาคภูมิใจในการกระทำของตนเองมาก ส่วนมุราซากิบาระนอกจากจะไม่ฟังที่คิเสะพูดแล้วยังเดินหนีไปหยิบแป้งเค้กหน้าตาเฉย

"ธรรมชาติสร้างนายให้มีเพศสัมพันธุ์ตลอดวันละสามเวลาก่อนอาหารเลยหรอคิเสะ..."ประโยคคำพูดเหน็บถูกพูดขึ้นมาอีกครั้งจากคนผมเขียวผู้โลกส่วนตัวสูง มิโดริมะเดินผ่านหน้าคิเสะไปพร้อมคว้าแก้วมาชงกาแฟหน้าตาเฉย

"ใครจะตายด้านเหมือนมิโดริมัจจิกันฮะ เคยจับตัวผู้หญิงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ หรือนิยมผู้ชาย?"คิเสะไม่ยอมแพ้พูดเหน็บกลับไปบ้าง แต่ดูท่ามิโดริมะจะไม่สะเทือนเลยสักนิด เพราะเจ้าตัวเอาแต่นิ่ง กับนิ่ง...และนิ่ง!

"ถ้าฉันมีอารมณ์แล้วเหมือนติดสัดตลอดเวลาแบบนายฉันขอตายด้านจะดีกว่า"ว่าจบมิโดริมะก็ถือแก้วไปชงกาแฟแล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ คิเสะหันไปถลึงตาใส่ด้วยความไม่ชอบใจเล็กๆ ทำไมพอเขาเถียงกับมิโดริมะทีไร รู้สึกจะไม่เคยชนะเลยสักที

"ไปไกลๆได้แล้วหน่า~~~ เกะกะจังเลยคิเสะจินน่ะ"ปิดท้ายด้วยการถูกไล่โดยมุราซากิบาระ คิเสะชักสีหน้าเดินหน้าบึ้งแล้วเดินหนีไป และด้วยความไม่ระวังตัวส่งผลให้หันไปชนเข้ากับผู้หญิงคนนึงเข้าจังๆ

"อ้ะ!"หญิงสาวร้องออกมาก่อนจะล้มลงก้นกระแทกลงไปบนพื้นหินอ่อนอย่างแรง หน้าหญิงสาวนั้นบิดเบี้ยวราวกับกำลังเจ็บปวดมาก ดวงตานั้นมีหยาดน้ำสีใสคลออกมาให้เห็นเล็กๆ

"อ่า... ขอโทษนะฮะ ผม...ไม่ได้ตั้งใจ"คิเสะชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าหญิงสาวชัดๆ คำนิยามที่ได้เห็นก็คงจะไม่พ้นคำไหนนอกจากคำว่า สวย... สวยจนชะงักไปเลย!

"เอ่อ... ไม่เป็นไรเพคะ พอดีหม่อมฉันจะมาหาองค์รัชทายาทแต่มิทราบทาง ไม่ทราบว่าอยู่ทางไหนหรือเพคะ?"หญิงสาวค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ ถึงแม้คิเสะจะพยายามยื่นมือเผื่อหญิงสาวต้องการความช่วยเหลือ แต่เธอกลับปฏิเสธแล้วยังพยายามปัดมือเขาออกห่างอีกต่างหาก...

แบบนี้สิถึงจะน่าสนุกขึ้นมาหน่อย

"อาคาชิจจิหรอ? มาหาทำไมล่ะ... แล้วเธอเป็นใครกัน"หรอกถามชื่อไปเธอแบบเนียนๆ(?)ตามฉบับ หมาโกลเด้นเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นหมาป่าออกล่าเหยื่อช้าๆ แววตาสีเหลืองทองนั้นวาววับเหมือนกำลังเจอเรื่องน่าสนุก

"หม่อมฉันมีนามว่า ไอดะ คิสึเนะ เพคะ พอดีพี่สาวของหม่อมฉันมีธุระที่ต่างประเทศ เลยไม่สามารถมาได้"

"งั้นหรอ... ไอดะนี่... ตระกูลขุนนางสินะ ถ้าไม่รังเกียจ หลังจากไปหาอาคาชิจจิเสร็จ พอจะมีเวลาว่างมาจิบน้ำชากับฉันไหม?"เผยรอยยิ้มเป็นมิตรไปให้อย่างเต็มสตรีม คิเสะฉีกยิ้มหมาโกลเด้นไปให้เธอแต่แววตานี่กลับเป็นหมาป่าผสมผสมจิ้งจอกชัดๆ

"องค์ชายเล็กเอ่ยทั้งที หม่อมฉันคงมิสามารถปฏิเสธพระทัยได้"หญิงสาวแย้มยิ้มบางประหนึ่งกำลังเขิน อารมณ์เหมือนสาวแรกแย้มผู้พึ่งมีชายเข้ามาจีบครั้งแรกนั้นแพร่กระจุยจนคิเสะสัมผัสถึงมันได้ชัดเจน

หวังว่ามันจะน่าสนุกอย่างที่คิดไว้นะ...









มาแล้ววววว

ตอนแรกตอนนี้ก็แต่งเสร็จได้สามวันแล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้แก้คำผิด ไปๆมาๆเลยลืมเฉยเลย5555 กว่าจะจำได้นี่ล่อไปหลายวันเชียววว

ตอนนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของทุกเรื่อง ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องภายในวัง เรื่องงานขององค์รัชทายาท นิสัยของคิเสะ(?) และอาจจะมีบางจุดที่เป็นปริศนาเล็กๆน้อยๆให้พอสงสัยกัน... หรือเปล่านะ555

แต่เรื่องนี้คิเสะเจ้าชู้มากๆเลยน้าาา เพลย์บอยไปเลย คากามิเราจะปราบได้ไหมเนี่ย ตอนนี้ก็แอบเห็นความเป็นห่วงขององค์ชายใหญ่เล็กๆเหมือนกันน้าา ขนาดเป็นคนโลกส่วนตัวสูงนะเนี่ยยย

*ภาษาในการแต่งมันอาจจะแปลกๆไปสักหน่อยก็ขอโทษด้วยน้าาา เราจะพยายามปรับปรุงไปเรื่อยๆ ถ้ามีอะไรตรงไหนไม่ดียังไงสามารถติชมได้เลยเน้อออ เราจะได้นำไปปรับปรุงให้มันดีขึ้น*

**หากมีคำผิดจะพยายามมาแก้ให้น้าาา**

ขอบคุณที่ติดตามกันและขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้มามากๆเลยยยย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

869 ความคิดเห็น

  1. #412 ควาเรเชียการ์ (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 14:35

    ขึ้นเสียงครางมานึกว่าหนูมิต้องขายตัว โอยยยยย ใจแป้วเลย ทุเรศมากอ่ะคิเสะ ถ้าได้น้องมางี้ไม่ไม่ทำกันทุกๆ5นาทีเลยหรอเนี่ย

    #412
    1
    • #412-1 น้ำผึ้งโซดา(จากตอนที่ 71)
      1 พฤศจิกายน 2561 / 15:43
      เสียงครางมา ตอนนั้นก็คิดแบบนี้เหมือนกันค่ะ ใจหายเลย ฮือ
      #412-1
  2. #411 bbowwipa-12 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 06:47
    คิเสะนี่นิสัยแย่จริงๆเลยนะ เฮ้อ
    #411
    0
  3. #410 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:37

    ขำที่มุคคุงว่าคิเสะมาก 555(พูดน้อยออกน้อยแต่พอเปิดปากทีเจ็บ555)และก็จริงอย่างที่มิโดริมะบอกนะ ถ้าเป็นแบบคิเสะก็ไม่ไหวจริงแหละ อะไรจะถี่ขนาดนี้... ทิ้งเป็นว่าเล่นเลย ฮา

    อาคาชิมีเวลาพักบ้างไหมเนี่ย มิเนะช่วยก็เหมือนเพิ่มงาน 555

    และแม่คางามินี่เกินไปแล้ว โอ้ยย ลางสังหรณ์คางามินี่แม่นจริง ๆ... TT ตอนได้กินแซนวิชนี่อยากจะกอดคางามิจริง ๆ ค่ะ ฮือ

    แอบเซอร์ไพรส์ตรงพี่หลิวมามากค่ะ ตอนเปิดตัวทำไมเท่อะไรอย่างนี้ ฮือ อดีตของพี่จะเป็นใครกันน่อ

    จะรอตอนต่อไปเลยนะคะ กริ๊ดมากค่ะที่อัพเรื่องนี้ แง้ > <

    #410
    0