[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 47 : Long fic : allkaga (Pets ตัวนี้... ก็มีความรู้สึก): ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    28 มี.ค. 62

"อ่า... เอาไงดี"มิโดริมะพึมพำเบาๆพลางมองปลอกคอหลากหลายรูปแบบตรงหน้า ถึงจะมีหลากหลายรูปแบบแต่จริงๆมันก็มีแค่สามสีเท่านั้น จะมีก็แต่สีพิเศษอย่างสีโรสโกลด์สีเดียวที่ไม่มีขายเพราะส่วนใหญ่จะสั่งทำพิเศษ


"อยากได้อันไหน?"พอตัดสินใจเองไม่ได้ก็หันไปถามความเห็นจากคนที่ต้องใส่แทน คากามิเม้มริมฝีปากอย่างคิดหนัก ก็แหงสิ... ทั้งสองคนเล่นพาเขามาในร้านหรูๆแบบนี้ใครจะไปกล้าเลือกกัน...


ปลอกคอแต่ละเส้นราคาไม่ใช่ถูกๆเลยนะ เขาไม่กล้าเลือกหรอก


"เอาอันนี้ดีไหมอ่า~~~"มุราซากิบาระพอเห็นคากามิเงียบไม่ยอมตอบสักที เจ้าตัวเลยชี้ตัดสินไปแทน ปลอกคอหนังสีเทาหม่น ลวดลายปลอกคอนั้นค่อนข้างจะแปลกตาต่างจากปลอกคอเส้นอื่น เพราะมันเป็นลายลวดหนามที่แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดตามลวดลาย


"ของนายมันถูกไปมุราซากิบาระ พอมีงานแลกเปลี่ยนpetsอาคาชิได้มาหาซื้อให้ใหม่แน่ๆ"มิโดริมะเอ่ยปากคาดเดาเหตุการ์ณล่วงหน้า ก็ดูสิ... ราคายังไม่ถึง 600 ดอลลาร์สเลยด้วยซ้ำไป


เขาไม่ได้เว่อร์นะ สำหรับคนอื่นๆราคามันอาจจะพอใช้ได้ แต่สำหรับพวกเขาที่เป็นนักธุรกิจแนวหน้า ถูกจับตาอยู่บ่อยๆ การที่ให้petsในปกครองมาใส่ของราคาถูกแบบนี้มีหวังโดนดูถูกแน่ๆ


"งั้นให้ฉันเลือกให้ไหม?"


"นิจิมุระซัง!?"ทั้งสองหัวเขียวม่วงหันไปอุทานชื่อของคนมาใหม่ผู้ออกแสดงความคิดเห็นเมื่อสักครู่พร้อมกัน ส่วนคากามิก็ได้แต่หันไปมองเฉยๆพร้อมทำหน้างงออกมาอย่างปิดไม่มิด


นี่ใครเนี่ย?


และนี่คงเป็นสิ่งที่คากามิคิดอยู่ในตอนนี้


"กลับมาจากอเมริกาแล้วหรอครับ?"มิโดริมะเอ่ยปากถามคนแรก นานๆทีจะได้เจอรุ่นพี่ของตนเองทั้งที เล่นห่างหายไปนานเกือบจะสองปีแบบนี้ใครจะไปคิดว่าจู่ๆจะโผล่มาให้เห็น คิดว่ากองงานที่อเมริกาล้มทับหัวตายไปแล้วสะอีก


"ใช่ ฉันพึ่งมาจากสนามบิน อ่ะ! จริงสิ ฉันมีคนจะแนะนำให้นายสองคนรู้จัก นี่ทัตสึยะpetsของฉันเอง"ลากเอาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังตนเองมาโอบไหล่เอาไว้ คนถูกโอบก้มหน้าหงุดไม่ยอมเงยหน้าประหนึ่งสาวขี้อาย


แต่ความจริงกลับไม่ใช่เลยสักนิด....


"นี่ก็คากามิ petsตัวใหม่ของพวกผม"พอมิโดริมะเอ่ยปากแนะนำคากามิไปแบบนั้น คากามิจึงรีบก้มหัวทักทายตอบกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท


"รสนิยมแปลกดีนะ"


"ท่านอาอาคิโตะยัดเยียดมาให้ต่างหากอ่า~~~"มุราซากิบาระบอกเล่าถึงหัวขอการกระทำสุดแสนจะยัดเยียดของพ่อของอาคาชิให้นิจิมูระฟัง ราวกับกำลังจะฟ้องกลายๆยังไงยังงั้น


"ยัดเยียด?"


"อยู่ๆท่านอาก็โทรมาหาอาคาชิแล้วบอกว่าซื้อpetsตัวใหม่มาให้ แล้วpetsตัวนี้ก็มาถึงก่อนที่ท่านอาจะโทรมาอีกด้วยซ้ำไป"


"ฮ่าๆๆ ท่านอานี่เผด็จการสุดๆไปเลย ถึงว่าล่ะรสนิยมของพวกนายถึงแปลกไปมากขนาดนี้"นิจิมูระขำจนไหล่ไหวสั่นแทบจะทันทีเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากมิโดริมะ


คากามิก้มหน้าเม้มปากแน่นยืนฟังการสนทนาของคนทั้งสามคนด้วยหัวใจเจ็บแปลบ ความด้อยค่าของการเป็นpetsนั้นฉายชัดจนน่ารังเกียจอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวนั้นกำเข้าหากันแน่นเสียจนเล็บแทบจิกลงไปกับเนื้อหนัง


'สู้ๆนะ'


คนผมดำเงยหน้าขึ้นขยับปากบอกกับคากามิ พร้อมยิ้มให้กำลังใจ แต่สิ่งที่ทำให้คากามิต้องตกใจก็คงไม่พ้นรอยช้ำบนแก้มเนียนนั้นที่ปรากฎรอยนิ้วทั้งสี่ให้เห็นเสียชัดเจน


'ขอบคุณ...'


คากามิขยับปากบอกกลับไปพร้อมยิ้ม


นั่นสิ....


ยังมีคนอื่นโดนกระทำมากกว่าเขาอีกเยอะ แค่คำพูดแค่นี้มันไม่สามารถทำให้ตายได้หรอกคากามิ ถ้าหากฟ้าเห็นใจเข้าสักวันเขาจะหลุดพ้นจากวงจรอันสุดแสนจะน่ารังเกียจแบบนี้ไปได้แน่ๆ


แค่ทนเท่านั้น....


"หืม..."มิโดริมะหยุดการสนทนากับนิจิมูระลงทันทีเมื่อสายตาดันไปสะดุดกับปลอกคอสีเทาเข้ม ถูกลงลวดลายด้วยดอกกุหลาบมีหนามไว้ด้วยสีเทาอ่อนๆนั้นอย่างสนอกสนใจ


ดวงตาสีเขียวมรกตเหลือบสายตามองคากามิแวบหนึ่งก่อนตัวเองจะเดินตรงไปยังปลอกคอเส้นนั้นพร้อมดูราคาความเหมาะสม ซึ่งมันก็เป็นไปตามคาด...


ราคามันกำลังพอดี


1200 ดอลล่าร์ส


ถึงมันจะค่อนข้างถูก(?)และราคายังต่ำกว่านาฬิกาข้อมือที่พวกเขาใส่อยู่มาก แต่ถ้าหากเขาสั่งทำป้ายชื่อจากทองหรือเพรชแล้วล่ะก็ ราคามันคงเหมาะสมกับพวกเขาแล้วล่ะ


"เอาแบบนี้เส้นหนึ่งครับ"เอ่ยปากบอกกับพนักงานหญิงวัยกลางคนที่ยืนรออยู่ตั้งนานแล้ว พนักงานพยักหน้ารับพร้อมกับเดินไปหยิบปลอกคอเส้นนั้นมาก่อนจะหยิบไปใส่กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน


"ไม่ทราบว่ามีรับทำป้ายชื่อpetsหรือเปล่าครับ?"


"มีค่ะ ไม่ทราบว่าจะสั่งทำเลยหรือเปล่าคะ?"พนักงานถามพร้อมกับหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินนั้นไปใส่ไว้ในถุงกระดาษที่มีชื่อร้านสลักเอาไว้อยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของถุง


"สั่งทำเลยครับ"มิโดริมะพยักหน้าตกลงตอบกลับไป แล้วหยิบกระเป๋าเงินสีดำสนิทของตนเองเองขึ้นมา


"แล้วจะรับป้ายชื่อที่ทำจากวัสดุไหนดีคะ? ทางร้านเรามีทั้งพลาสติก ไม้ อลูมิเนียม เงิน ทอง และเพรชค่ะ จะรับแบบไหนดีคะ?"


"คิดว่าแบบไหนดี..."หันไปเอ่ยขอความเห็นจากคนทั้งสองคน นิจิมูระเลิกคิ้วเชิงแปลกใจเล็กน้อย ปกติคนอย่างมิโดริมะ ชินทาโร่ ไม่ค่อยจะชอบถามความเห็นใครเท่าไหร่นักหากไม่จำเป็น แต่นี่คงจำเป็นจริงๆล่ะมั้ง...


"เพรชดีกว่าน้า~~~"มุราซากิบาระพูดพร้อมกับอ้าปากหาว ดวงตาสีม่วงเหลือบสายตาไปมองคากามิเล็กน้อย แล้วหันมาพยักหน้ายืนยันคำตอบ


ไม่รู้สิ... สำหรับเขา คากามิดูเข้ากับเพรชมากที่สุด


"ฉันก็ว่าเพรช"


"ตามนั้นเลยครับ"มิโดริมะพูดพร้อมหยิบบัตรเครดิตของตัวเองส่งให้พนักงาน พนักงานทำหน้าแปลกใจกับคำตอบเล็กน้อย ก่อนจะหยิบบัตรมารูดคิดเงินให้เสร็จศัพท์แล้วส่งคืนเจ้าของ


ส่วนที่เธอแปลกใจก็คงไม่พ้นสีของปลอกคอ ทั้งๆที่ปลอกคอเป็นสีเทา แต่กลับให้ป้ายชื่อเป็นเพรชแท้ๆ ทำไมถึงไม่เอาปลอกคอสีอื่นไปเลยเล่า


"ป้ายชื่อจะทำเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ ไม่ทราบว่าจะให้สลักชื่อว่าอะไรคะ?"ถึงจะสงสัย เธอก็ไม่ได้อยากรู้มากพอที่จะถามออกไป


"คากามิ ไทกะ จริงสิ... ปลอกคออันนี้ช่วยสลักชื่อทั้ง 6 คนไว้ด้านในด้วยนะ"มิโดริมะส่งปลอกคอคืนก่อนจะหยิบกระดาษที่พกติดตัวมากับปากกามาเขียนชื่อคนทั้ง 6 คนที่ต้องการให้สลักลงไป


"พรุ่งนี้ผมจะส่งคนมารับ นี่นามบัตรของผม"ยื่นนามบัตรของตนเองให้เสร็จเรียบร้อยก็ลากตัวของคากามิที่เอาแต่ยืนนิ่งออกมาจากร้าน


คากามิเม้มปากแน่นภายในหัวพลันคิดต่างๆนาๆไปไกลตั้งแต่ได้ยินว่าเขาจะได้ป้ายชื่อเป็นเพรช ถ้ารวยกันมากขนาดนี้... จะจ่ายค่าผ่าตัดให้พ่อเขาได้หรือเปล่านะ...


ถ้าเขาแอบเอาป้ายชื่อตัวเองไปขาย...


เงินจะพอที่จะผ่าตัดพ่อเขาได้ไหมนะ?


"ผมขอตัวกลับก่อน เผอิญมีธุระที่บริษัท"มิโดริมะหันไปบอกกับนิจิมูระที่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนต่างคนจะต่างแยกย้ายไปขึ้นรถ


"นายจะเข้าร้านหรือเปล่ามุราซากิบาระ"หันไปถามคนที่นั่งข้างๆตัวเอง ซึ่งคนถูกถามก็ส่ายหน้าตอบกลับมาพลางอ้าปากหาว


"ร้านเจ๊งขึ้นมาอย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน"


"มิโดจินปากเสีย~~~"มุราซากิบาระบุ้ยปากเมื่อถูกแช่ง ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่ามิโดริมะแค่พูดไปเฉยๆ เพราะยังไงร้านเขาก็ไม่มีทางเจ๊งได้หรอก ก็เล่นมีสาขาไปทั่วขนาดนั้นนี่


"แล้วนาย... จะเงียบอีกนานไหม"มองกระจกหลังไปยังคนที่ยังคงนั่งเงียบ คากามิสะดุ้งตัวหลุดออกจากภวังค์แห่งความคิดของตนเอง แล้วมองตาสีเขียวมรกตคู่นั้นผ่านกระจกหลังกลับไป


"ขอโทษ..."นี่คือสิ่งที่คากามิเลือกตอบกลับไป มิโดริมะพรู่ลมหายใจออกมาหนักๆราวกับกำลังหงุดหงิด โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้เลยว่าเผลอขมวดคิ้วไปหนักแค่ไหนแล้ว


สำหรับมิโดริมะคากามิเป็นคนแปลกมาก...


ท่าทางเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา พอได้ยินอะไรนิดๆหน่อยก็ดูเครียดคล้ายคนไมเกรนขึ้นสมองตลอด พอถามอะไรก็จะอึนๆแตกต่างจากpetsตัวของอื่นๆของพวกเขาโดยสิ้นเชิง


แตกต่างจนเขาปวดกะบาลไปหมด ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าพ่อของอาคาชิจะส่งpetsแบบนี้มาให้ได้ ให้ตายสิ...







"เห้อ...."


"หืม... แน่แปลกใจจริงๆนะที่คนอย่างเซย์จูโร่ซามะจะถอนหายใจดังขนาดนี้"เสียงใสเจ้าของร่างของคนที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานเอ่ยปากถามพลางหัวเราะคิกคักในลำคอเบาๆ ราวกับเรื่องที่พูดนั้นเป็นเรื่องน่าตลกเสียเต็มประดา


"ผมกำลังเครียดน่ะครับ"อาคาชิก้มลงอ่านเอกสารประวัติของpetsตัวใหม่ก็อดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เป็นpetsที่แปลกมากจริงๆ...


ปกติคนที่ได้มาเป็นpetsส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีประวัติแบบนี้สักเท่าไหร่นัก หรือถ้าหากว่ามี... ก็น้อยมากจนยากที่จะเจอ


"นั่นอะไรน่ะ!?"ชายหนุ่มที่ในตอนแรกนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน บัดนี้กลับเปลี่ยนมานั่งลงบนตักของอาคาชิอย่างถือวิสาสะแทน ดวงตาสีน้ำตาลไล่อ่านเอกสารในมืออาคาชิไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนยิ่งอ่านเยอะมาขึ้นเท่าไหร่ ใบหน้านั้นก็เริ่มฉายความหงุดหงิดให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ


"นี่นายซื้อpetsตัวใหม่หรอ! ฉันไม่ยอมนะ!!! ฉันไม่ยอมนะเซย์!"แผดเสียงร้องดังลั่นห้องด้วยความหงุดหงิด อาคาชิขมวดคิ้วมุ่นแทบจะทันที ตอนแรกเขาก็เครียดอยู่แล้ว นี่ยังต้องมีเรื่องน่าปวดหัวเข้ามาอีกหรอ?


ตึง!


ปัง!!!


เหตุการ์ณทุกอย่างเมื่อสักครู่เกิดขึ้นเร็วมากจนน่าใจหาย ร่างของเจ้าของเสียงที่แผดร้องเมื่อครู่ ถูกมือหนาของอาคาชิจับตรึงกดเข้าที่ลำคอนั้นอย่างแรง เก้าอี้ที่นั่งอยู่ในตอนแรกพลิกคว่ำจนมันนอนแอ้งแม้งไปกับพื้นภายในห้องทำงาน 


"แค่กๆ... ปะ...ปล่อย"คนถูกกระทำแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างคนทรมาณหนัก มือทั้งสองข้างพยายามแกะมือข้างเดียวของอาคาชิให้ออกห่างจากคอของตนเองที่สวมใส่ปลอกคอสีทองอยู่ บัดนี้มันเริ่มปรากฏรอยแดงให้เห็นจางๆ แต่ยิ่งพยายามจะแกะมืออาคาชิออกมาเท่าไหร่ แรงบีบและแรงกดมันก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นจนอยากจะสิ้นใจให้รู้แล้วรู้รอด


"ลืมกฎของการเป็นpetsของพวกผมไปแล้วหรอโคคิ..."เอ่ยปากถามเสียงเย็นเสียจนน่าขนลุก บรรยากาศภายในห้องนั้นดูเย็นขึ้นถนัดตาราวกับมีคนมาปรับอณุหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้ต่ำลง


คนถูกถามส่ายหัวไปมาดุ๊กดิ๊กเป็นคำตอบ ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มมีน้ำสีใสปริ่มออกมาให้เห็น ความรู้สึกภายในมันรู้สึกทรมาณไปหมด อยากจะอ้าปากควานหาอากาศหายใจก็ทำไม่ได้เพราะถ้าหากทำ คงได้สิ้นใจจริงๆแน่


"ถ้ารู้ก็ดี..."อาคาชิปล่อยมือออกเล่นเอาคนถูกบีบคอร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งอก ปากก็อ้าออกสูดอากาศเข้าไปให้เต็มปอดจนสำลักไอออกมา มือทั้งสองข้างรีบยกขึ้นมาจับลำคอของตนเองที่ตอนนี้ร้อนผ่าวและแดงช้ำไปหมด นี่ขนาดบีบผ่านปลอกคอนะ... ไม่อยากจะคิดเลยว่าถูกบีบตรงๆจะเป็นยังไง


กฎของการเป็นpetsของพวกเขาทั้ง 6 คน มี 3 ข้อง่ายๆ


1)ต้องเชื่อฟังคำสั่งพวกเขาทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ตาม

2)อย่ายื่นจมูกเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเขาไม่เข้าเรื่องหากยังไม่ได้รับอนุญาต

3)ถ้ายังไม่ได้รับปลอกคอสีโรสโกลด์จากพวกเขา ก็อย่าสำคัญตัวผิดมางี่เง่าทำตัวไร้สาระกับพวกเขาเด็ดขาด







"คุณคากามินอนห้องนี้นะคะ"ไอดะ ริโกะเอ่ยปากบอกกับคากามิที่มัวแต่ยืนเกร็งเดินตามเธอมาหยั่งกับหุ่นยนต์ที่คอยฟังทำตามคำสั่ง


"ไม่ต้องเรียกผมว่าคุณก็ได้ครับ ดูแล้วริโกะซังน่าจะแก่กว่า..."


"แก่... นี่ฉันแก่งั้นหรอ"หญิงสาวรีบยกมือขึ้นมาแนบหน้าของตัวเองทันทีเพื่อสำรวจ คากามิเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบห้ามอย่างรวดเร็ว


"ไม่ได้หมายความว่าใบหน้าแก่นะครับ ผมหมายถึง... ยังไงดีล่ะ"คากามิเริ่มอธิบายไม่ถูก เขาก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ารู้ได้ยังไงว่าคนตรงหน้าเขาแก่กว่า


พอริโกะเห็นท่าทางเลิ่กลั่กของคากามิจากที่เครียดเรื่องที่หน้าตัวเองแก่ก็หันมาสนใจคากามิแทน ความรู้สึกของริโกะในตอนนี้คงไม่พ้นเอ็นดูเป็นแน่ 


ปกติpetsของเจ้านายเธอส่วนใหญ่แต่ละคนนิสัยใช่ย่อยกันทั้งนั้น คนที่คิดว่าน่ารัก น่าเอ็นดู น่าถนุถนอมต่างล้วนเสแสร้งกันทั้งสิ้น จะน่ารักก็เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้านายเธอเท่านั้นแหละ  


คากามิเป็นคนแรกที่ดูเกรงใจพวกเขามากที่สุด ดูอ่อนน้อมถ่อมตน ดูเกร็งไปหมดเวลาอยู่ต่อหน้าเจ้านายเธอ แถมยังเป็นคนแรกเสียด้วยที่คุณท่านเป็นคนซื้อมาเองกับมือ


"ไม่เป็นไรๆ เอาอย่างนี้ งั้นฉันจะเรียกว่าคากามิก็แล้วกัน ส่วนคากามิก็เรียกฉันว่าริโกะซัง ตกลงนะ?"ถามเพื่อความแน่ใจ ซึ่งเธอก็มั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าคากามิต้องตกลงอย่างแน่นอน


"ครับ^^"นับเป็นรอยยิ้มแรกของวันหลังจากที่ต้องทำตัวอึดอัดมาตั้งแต่เข้าบ้านหลังนี้


"เอ่อ... ช่วยหุบยิ้มได้ไหม"


"ครับ?"คากามิทำหน้าเหวออย่างไม่เข้าใจทันที นี่เขาทำอะไรผิดหรือเปล่า!?


"เพราะรอยยิ้มของนายมันสว่างจ้าจนแสบตา"ริโกะพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาทำท่าจะบังแสง พอคากามิยิ้มกว้างขึ้นมาทีมันเหมือนกับมีแสงสีขาวเปล่งประกายออกมาจากตัวจนแสบตาไปหมด แถมยังยิ้มตาหยีอีกด้วยนะ...


ทั้งๆที่ยิ้มได้น่าเอ็นดูขนาดนี้แท้ๆ ทำไมถึงไม่ยอมยิ้มให้เจ้านายเธอเห็นกันนะ petsตัวอื่นก็ทำกันหมด ประจบประแจงสะจนเธอต้องเหลือกตามองบน360องศาทีละสิบกว่าตลบ


"ฮะๆ เว่อร์ไปแล้วครับ"บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนนั้นดูผ่อนคลายขึ้นทันตาเห็น การพูดคุยกันของทั้งสองคนคล้ายกับได้เป็นพี่น้องกันมานานทั้งๆที่ความจริงพึ่งเจอกันวันนี้แท้ๆ


"คากามิเข้าห้องไปได้แล้ว ฉันมีงานทำต่อ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็บอกกันได้เลยนะ"


"ขอบคุณครับ"คากามิพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองพร้อมมองสำรวจไปทั่วห้อง ภายในห้องนั้นช่างหรูหราเกินกว่าที่คากามิจะกล้าจับต้องสิ่งของ


ขนาดโทรทัศน์ยังเป็นจอใหญ่บางเฉียบเลย ซึ่งใช้ยังไงก็ไม่รู้...


"เฮ้อ..."พอได้อยู่คนเดียวแล้วก็ถอนหายใจออกมาเสียเสียงดัง ความเหนื่อยหน่าย ความอึดอัด ความเศร้าหมองฉายชัดออกมาทางใบหน้าผสมปนเปกันไปหมดจนแทบจะแยกไม่อก แต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีสักเท่าไหร่


"พรุ่งนี้... ต้องไปจ่ายค่ายา"คิดได้ดังนั้นก็รีบล้วงมือหยิบกระเป๋าเงินราคาถูกของตัวเองมาสำรวจดูว่ามีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่ายารักษาหรือไม่


"พอดีเป๊ะเลย"พึมพำกับตัวเองเบาๆอย่างดีใจแล้ววางกระเป๋าเงินเอาไว้บนหัวเตียง


เดี๋ยวนะ....


เขาลืมไปสนิทเลยว่าตอนออกจากบ้านฮาราซาว่าซัง เขาไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาเลย นอกจากตัวเปล่าๆกับกระเป๋าเงินและโทรศัพท์เครื่องเก่าๆเครื่องหนึ่ง


นี่เขาลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย!?


คากามิรีบสาวเท้าวิ่งเปิดประตูพรวดพราดลงไปด้านล่างเพื่อจะออกไปเก็บของ ขาทั้งสองข้างสับเร็วเดินลงบันไดพร้อมก้มมองทางบันไดไปด้วยกันตัวเองสะดุดล้ม


ตึก!


"อ้ะ!?"แต่เขาคงระวังกับทางบันไดมากเกินไปหน่อย เลยไม่ได้สังเกตุคนที่กำลังเดินขึ้นบันไดสวนมาเช่นกัน คากามิส่งเสียงร้องแล้วทำท่าจะหน้าขมำลงไปไถลกับบันได ถ้าไม่ติดว่ามีคนหนึ่งยืนนิ่งให้พิงตัวอยู่ คงได้ลงไปไถลจริงๆแน่


"ฉันต้องเป็นคนล้มไม่ใช่หรือไง"เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมมองคนที่กำลังพิงตัวเองอยู่ ทั้งๆที่ตัวเขาต่างหากที่เสี่ยงต่อการตกบันไดมากกว่าหลายเท่าตัวน่ะ


"เอ๊ะ!? ขะ...ขอโทษที!!!"คากามิรีบผละตัวออกมาพร้อมเอ่ยปากขอโทษอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายยกมือขึ้นมาโบกไปมาเชิงบอกปัดๆไปว่าไม่เป็นอะไร


"ฉันอาโอมิเนะ ไดกิ ยินดีที่ได้รู้จัก"


"คากามิ ไทกะ"


"ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ อาคาชิบอกมากแล้ว ฉันเป็นเจ้านายของนายอีกคนหนึ่ง หวังว่าจะทำหน้าที่petsได้ดีเหมือนตัวอื่นๆนะ"อาโอมิเนะพูดจบก็เดินผ่านคากามิไป คากามิพินิจพิจารณาประโยคเมื่อสักครู่ก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างช่วยไม่ได้


ตัวอื่นๆ...


ถึงจะได้ชื่อว่าpets แต่ก็เป็นคนนะ... ไม่ใช่สัตว์


"จริงสิ! ไปเก็บของ!!!"พอนึกถึงสิ่งที่จะทำได้ก็รีบเดินลงบันไดเตรียมตัวจะออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว


"นั่นๆ คากามิ!"ยังไม่ทันที่จะได้ออกจากบ้านอย่างใจคิด ก็มีเสียงคนมาเรียกเอาไว้ก่อน คากามิหันไปตามต้นเสียงก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นอิซึกิในสภาพที่ เอ่อ..... แปลกจากตอนไปรับเขามากพอสมควร


"ครับ?"คากามิเดินไปหาคนเรียก เพราะดูท่าอีกฝ่ายจะเดินมาหาเขาได้เชื่องช้าเหลือเกิน ซึ่งดูจากสภาพแล้วก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่


"ฮะๆ คงแปลกใจสินะที่เห็นฉันอยู่ในสภาพนี้"อิซึกิพูดติดตลกพร้อมก้มลงมองสภาพตัวเองเองภายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวยาวคลุมถึงสะโพก และกางเกงตัวบางเสมอเข่า ตามซอกคอนั้นเต็มไปด้วยรอยกัดและรอยสีช้ำม่วงแดงเต็มคอไปหมดถึงจะมีปลอกคออยู่ก็เถอะ ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตามตัวมันคงมีอยู่แน่ๆ


คากามิมองอิซึกิแล้วยิ้มแห้งตอบกลับไปให้ จะว่าไปแล้วพอมองอิซึกิเขาก็คิดถึงpetsตัวนั้นที่เจอกันในร้านขายปลอกคอเหมือนกัน แต่petsตัวนั้นดูแย่กว่าอิซึกิค่อนข้างจะเยอะกว่าพอสมควร...


ไปทำอะไรกันมานะ...


แถมทั้งสองคนยังเป็นpetsด้วย... เขาจะโดนแบบนี้หรือเปล่า....


"ไม่ต้องใส่ใจหรอก พอดีเจ้าของเก่าของนาย เก็บเอาของใช้และพวกเสื้อผ้ามาส่งให้ตอนนายไปซื้อปลอกคอน่ะ ฉันพึ่งเดินไปบอกแม่บ้านมาน่ะ แม่บ้านน่าจะกำลังเอาไปไว้ในห้องของนาย"


"งั้นหรอ... ขอบคุณนะครับ ผมเกือบจะกลับไปเอาแล้ว... ไปนั่งคุยกันในห้องผมไหมครับ?"คากามิเอ่ยปากชวน ไม่รู้สิ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะชวนทำไม แต่พอมองเข้าไปในดวงตาของอิซึกิแล้วมันเหมือนกับกำลังสื่ออะไรบางอย่างกับเขา 


อะไรบางอย่าง....


"เอาสิ... ฉันก็ยังไม่อยากกลับเหมือนกัน"อิซึกิเงียบไปสักพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากตอบตกลง ทั้งสองคนจึงพากันเข้ามาในห้องคากามิที่ตอนนี้มีกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่สองใบกำลังวางอยู่กลางห้องเพิ่มเข้ามา


"ผมมีอะไรจะถาม ช่วยตอบได้ไหมครับ?"คากามิเดินตรงไปยังกระเป๋าสองใบนั้น แล้วลากมันมาอยู่หน้าตู้เก็บเสื้อผ้า เพื่อที่จะพับเก็บ


"ก็ได้อยู่หรอก"อิซึกิพึมพำตอบกลับ พร้อมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่วางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตู้เสื้อผ้าเท่าไหร่นักอย่างเบาที่สุดที่จะทำได้


"โดนอะไรมาหรอครับ"คำถามสุดแสนจะตรงประเด็นของคากามิเล่นเอาอิซึกิสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะทำท่าหัวเราะกลบเกลื่อนไป จะให้บอกว่าโดนฝูงยุงกัดมาก็คงจะไม่เชื่อสินะ...


"โดนทำเรื่องอย่างว่ามาน่ะ"อิซึกิตอบคำถามออกไปตามตรง ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่บอกคากามิที่เพิ่งจะเข้ามาเป็นpetsของเจ้านายทั้ง 6 ของเขาให้ระวังตัวเอาไว้หน่อยก็ดี


"เจ้านายหรอครับ?"


"ใช่... เจ้านายฉันมี 2 คนน่ะ คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมAMC ชื่ออิมาโยชิ โชอิจิ อีกคนเป็นรองประธานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ชื่อฮายามะ โคทาโร่"


"เป็นเพื่อนกันสินะครับ"คากามิพูดพลางเก็บเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย รู้สึกว่าคนที่ชื่อฮายามะ โคทาโร่เขาน่าจะเคยเจอแล้ว ก็คนคนนั้นบอกว่าเขาเห่ยนี่นา...


"อืม... ทั้ง 2 คนนั้นตอนแรกไม่ใช่เจ้านายของฉันหรอก แต่จู่ๆก็เป็นเจ้านายเสียเฉยๆขนาดตัวฉันเองยังไม่รู้ตัวเลย ฮะๆ"อิซึกิหัวเราะเสียงแห้ง ใบหน้านั้นดูเจ็บปวดขึ้นมาทันตาเห็น


"ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ"


"ไม่... ฉันอยากบอกนายเอาไว้น่ะ นายดู... อยู่ด้วยแล้วสบายใจดี วันนั้นวันที่ฉันได้ทั้ง 2 คนนั้นมาเป็นเจ้านาย ฉันเกือบจะฆ่าตัวตายแล้วล่ะ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะทำ การที่ฉันมาเป็นpetsมันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดทั้งนั้น ฉันไม่ได้อยากเป็น ฉันรังเกียจ รังเกียจpets มันต่ำต้อย ไร้ศักดิ์ศรี แต่ดูท่าที่มีคนเคยบอกไว้ว่าเกลียดยังไง ก็ได้อย่างงั้น มันคงจะสนองเข้าหาฉันล่ะมั้ง ฉันถึงได้กลายมาเป็นpetsสะเอง อึก!"อิซึกิเล่าไปพร้อมกำมือแน่น หยดน้ำตาสีใสไหลรินออกมาจากดวงตาเมื่อนึกถึงเหตุการ์ณสุดแสนจะเลวร้ายในวันนั้น


คากามิยังคงเก็บเสื้อผ้าต่อไปเรื่อยๆ ติดอยู่ที่ว่าจะค่อนข้างช้ากว่าปกติไปมากหน่อยเพราะไม่รู้จะวางส่วนไหนของตู้ดี แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ยังคงฟังที่อิซึกิเล่าอยู่ทุกคำ


"ตอนเด็กๆฉันพยายามตั้งใจเรียนต่างๆนาๆ อยากเรียนที่ดีๆ อยากได้ที่ทำงานดีๆ และฉันก็ทำมันสำเร็จ ฉันสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ด้วยสองมือของตัวเอง ไม่ต้องมานั่งร้องขอใครกิน ไม่ต้องมาแลกศักดิ์ศรีตัวเองกับเงิน ในตอนแรกฉันคิดว่าฉันทำสำเร็จแล้ว... แต่ไม่เลย วันเกิดเหตุ

ตอนนั้น มีงานเลี้ยงวันเกิดของคุณมิโดริมะ คุณมิโดริมะเป็นคนค่อนข้างเงียบ โลกส่วนตัวสูง แขกที่มางานเลยมีเพียงแค่คนที่สนิทสะส่วนใหญ่ วันนั้นพวกเขาเล่นเกมส์กัน มันเป็นเกมส์ที่ค่อนข้างแปลก นั่นก็คือผู้ที่แพ้ให้ดื่มน้ำแปลกประหลาดที่วางเรียงกันอยู่ทั้งหมด 15 แก้วตรงหน้า โดยเลือกมาแค่ 1 แก้ว เล่นกันทั้งหมด 15 ตา และฉันคนที่ถูกลากให้เขามาเล่นในตาสุดท้ายก็กลายเป็นผู้โชคร้าย ที่ต้องดื่มน้ำแก้วสุดท้ายนั้นเข้าไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าในแก้วนั้นเป็นยาปลุกเซ็กส์"


"..."คากามินั่งนิ่งเงียบเมื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงแม้ว่าตัวเองจะเก็บเสื้อผ้าเสร็จไปแล้ว แต่ก็ยังคงนิ่งเฉยรอฟังเหตุการ์ณอยู่ตลอด


"ความรู้สึกตอนนั้นมันทรมาณมาก ใช้เวลาแค่ 5 นาที... ที่ยามันออกฤทธิ์ แค่ 5 นาทีเท่านั้น ฉันเลยหนีไปเข้าห้องน้ำ แต่ดันไปเดินชนกับอิมาโยชิเข้าสะก่อน เหตุการ์ณทุกอย่างมันเร็วมาก ในวันนั้นฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าทำอะไรกับอิมาโยชิไปบ้าง มันถึงทำให้ฉันถูกพาลากขึ้นรถมา แต่ก็มีคนมาขัดจังหวะสะก่อน นั่นก็คือฮายามะ ฮายามะเข้ามาเหมือนจะช่วยฉันแต่จู่ๆก็กลับไปช่วยอิมาโยชิสะงั้น และวันนั้นฉันก็ถูกกระทำไปโดยปริยาย พอตื่นขึ้นมาสัญญายืนยันการเป็นpetsทุกอย่าง ก็มีรอยนิ้วมือฉันประทับเต็มไปหมด จะฉีกสัญญาก็ไม่ได้เพราะทั้งสองคนนั้นเซฟมันเอาไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันจึงต้องกลายเป็นpets เรียกร้องความเป็นธรรมก็ไม่ได้ บอกความจริงไปก็ไม่มีใครเชื่อ นี่แหละเหตุผลที่ฉันเกลียดpets ทำอะไรก็ไม่ได้ นอกจากเป็นที่ระบายบนเตียง เหอะ!" อิซึกิเล่าพร้อมกำมือแน่นกว่าเดิมด้วยความเจ็บใจ 


ถ้าไม่มีติดว่าpetsมีกฎต้องเชื่อฟังเจ้านาย ป่านนี้เขาคงหนีไปแล้ว แต่นี่กลับไปไหนไม่ได้ จะทำอะไรก็โดนตรวจ โดนจับตาเป็นพิเศษราวกับเป็นคนแปลกประหลาดไปหมด


"แล้ววันนี้..."คากามิถามออกไปพร้อมลุกจึ้นยืนไปนั่งบนเตียง โดยไม่ลืมจับมือลากอิซึกิมานั่งด้วยกันด้วย


"โดนให้กินยาปลุกเซ็กส์น่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันชินแล้วล่ะ นายน่ะระวังตัวเองไว้เถอะ การกระของทั้ง 6 คนน่ะรุนแรงกว่า 2 คนนี้เยอะเลย ล่าสุดไม่กี่เดือนก่อนโองิวาระก็เกือบตาย จนต้องแหกกฎของทั้ง 6 คนนั้นเพื่อหนีสัญญาไปอยู่ต่างประเทศเลยล่ะ"เล่าถึงคนที่ชอบกวนตัวเอง และชอบมาชวนหนีงานอยู่ตลอดอย่างโองิวาระแล้วก็อดคิดถึงไม่ได้ ไม่ใช่หนีไปอยู่ต่างประเทศแล้วดันต้องกลายเป็นpetsต่อหรอกนะ


อิซึกิจะรู้ตัวไหมนะ...


ว่าสิ่งที่ตัวเองได้เดามามันดันกลายเป็นจริง....


"ขนาดนั้นเลยหรอครับ?"


"ใช่ ตอนนี้petsที่อยู่กับทั้ง 6 คนตอนนี้ก็มี ฟุริฮาตะ โคคิ  ซากุไร เรียว  ทาคาโอะ คาซึนาริ และ คาซามัตสึ ยูกิโอะ ทั้งหมดนี่เป็นคนที่ว่ามานายต้องระวังตัวเอาไว้ด้วย อย่าโดนมารยาของพวกนี้หรอกเอาล่ะ" อิซึกิเอ่ยเตือน 


ก็นะ... เขาเคยโดนมาแล้วนี่ ทั้งๆที่เป็นpetsของเจ้านายที่ทำงานเขาแท้ๆ ดันมามีอะไรกันลับหลังกับอิมาโยชิและฮายามะสะได้


"ทำไมล่ะครับ? ผมไม่ได้ทำอะไรพวกเขาสะหน่อย ผมจะอยู่ของผมแบบนี้ ไม่ไปยุ่งกับใครหรอก" โดยเฉพาะ 6 คนนั้นน่ะนะ คากามิคิดในใจ


"ระวังตัวเอาไว้ก่อนก็ดี พวกนั้นน่ะขี้อิจฉามาก! จริงสิ ส่วนใหญ่ฟุริฮาตะจะอยู่กับคุณอาคาชิมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ ซากุไรก็กับคุณอาโอมิเนะ ทาคาโอะก็กับคุณมิโดริมะ และคาซามัตสึก็กับคุณคิเสะ สรุป อยู่กับคุณคุโรโกะและคุมุราซากิบาระปลอดภัยสุด!"


จะจริงหรอ...


นี่คงเป็นสิ่งที่คากามิอยากจะพูด


"ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า ป่านนี้ 2 คนนั้นคงรออยู่ในห้องแล้ว ฝันดีนะคากามิ"อิซึกิพูดจบก็ลุกขึ่นเดินไปเปิดประตู พร้อมหันมาโบกมือลาเจ้าของห้อง ที่มานั่งฟังเขาระบายโดยไม่บ่นสักคำ มีpetsดีๆแบบนี้สักร้อยคนก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัว


เห้อ...


เป็นpetsนี่มันช่างลำบากสะจริง







มาแล้วววววว


มาสวัสดีปีใหม่โดยเฉพาะ555


อันนี้คือแตกต่างไปสิ้นเชิงจริงๆ แม้แต่โองิวาระ เหตุผลหลักๆคือเราพยายามเปลี่ยนให้ทุกคนมองเห็นถึงความเป็นpetsมากขึ้น มันจะได้คล้องกับชื่อเรื่องด้วย555


ดูจากเรื่องราวของอิซึกิและการโดนการทำของฮิมุโระกับฟุริฮาตะที่ยังไม่ค่อยโผล่มาเท่าไหร่แล้วนั้นก็เห็นได้ชัดเจน ว่าpetsโดนกระทำยังไงบ้าง ขึ้นอยู่กับระดับเลเวลว่ามันจะยากขนาดไหน


ส่วนคากามิที่พึ่งมาก็ต้องรอลุ้นว่าจะโดนกระทำอะไรบ้าง หรืออาจจะไม่โดนก็ได้ เพราะพ่ออาคาชิส่งpetsตัวนี้มาให้โดยเฉพาะเลยนี่นา....


**หากมีคำผิดจะพยายามมาแก้ให้น้าาา**


ขอบคุณที่ยังติตดามกันอยู่ค่าาาา


ปล.เรื่ององค์ชายทั้ง 6 เราขอดีเลย์นิดนึงน้าา จะพยายามมาอัพภายในสัปดาห์นี้น้าาา


ปล.2 ดราขออนุญาตไม่เอานิจิมูระมาร่วมก๊วนแล้วน้า เพราะเรากลัวลืมตัวละคร555 งงไหม?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

868 ความคิดเห็น

  1. #793 Fefieeiei (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 20:26
    แง ยัยน้องไม่ควรได้เจออะไรแบบนี้เลย ไม่มช่แค่ยัยน้องสิ แม้แต่petsคนอื่น ๆ ก็ด้วย
    #793
    0
  2. #531 hhaeyg (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 12:19
    คือแบบเราชอบนิสัยน้องมากๆเลยอ่าาา แบบเด็กน้อย น่าถนุถนอมไรงี้ให้อารมณ์แบบเด็กน้อยมากกกกกก

    แต่ก็ชอบ(ฮา)สู้ๆนะจ๊ะ
    #531
    0
  3. #475 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:02

    ที่พ่ออาคาชิซื้อคางามิมามันต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ ๆ

    กลัวว่าถ้าเอาปลอกคอไปขายแล้วจะโดนทำโทษจัง ฮือ

    สงสารpetsในเรื่องมาก ยิ่งอิสึกินี่แบบโอ้ยยย คือโชคร้ายมากที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้

    โองิวาระนี่แปลว่าก็ยังไม่พ้นอยู่ดีสินะ ฮือ ชะตากรรมpetsในเรื่องนี่นี้แบบสงสารทุกตัวเลย ไม่มีใครสบายหรือได้เจ้านายดี ๆ เลย ฮิมุโระตอนให้กำลังใจคางามินี่แบบแง้ ตัวเองก็โดนทำลายเหมือนกัน พวกเจ้านายบทจะดีก็ดีบทจะร้ายนี่แบบนรกมาก

    และก็ HNY นะคะ!!!

    #475
    0
  4. #474 ifromhell (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 11:33
    จะว่าไงดี เรากลับชอบตอนแรกอันเก่ามากกว่า คากามิยังพอได้เถียงเจ้านายเก่า และเจ้านายเก่าก็ดูอบอุ่นดี พอเป็นอันใหม่มันกลายเป็นเย็นชาไปหมด แต่แบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ เอาตามที่ไรท์อยากเขียนได้เลยค่ะ
    #474
    0
  5. #473 Hikari_Yuki (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 11:30
    อ่านเรื่องที่อิสึกิเล่าก็รู้เลยว่าเรื่องนี้มาม่ามาแต่ไกลเลย รออยู่น้าอยากอ่านต่อเร็วๆแล้ววววว5555 สู้ๆค่า
    Happy New Year 2019 สุขสันต์วันปีใหม่ค่า ขอให้ไรท์สมปรารถนาในสิ่งที่ปรารถนาทุกๆอย่างเลยนะคะ😁
    #473
    0
  6. #241 ButsoapPN (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:48
    รู้สึกหน่วงๆนิดนึงงง เหมืนเอาน้องมาเป็นตัวแทน
    #241
    0
  7. #231 wiwitchayada2 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 16:30
    ขนาดยังไม่ดราม่ายังรู้สึกเศร้าขนาดนี้เลยอ่าา
    #231
    0
  8. #230 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 21:42

    โมโมอิเหมือนแม่พวกนี้มาก 555

    พี่รุ้งใช้สิทธิ์แบบนี้เลยหรอ 555 แอบกลัวงานแลกเปลี่ยนเลยค่ะ มันต้องมีอะไรแน่ ๆ ฮา ที่ให้พี่รุ่งสอนนี่ยังไง...

    ตอนมิเนะกับคางามิคุยกันเหมือนไม่ได้อยู่สถานะเจ้านายกับpetเลยฮือ เห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วชื่นใจ แต่คงจะเห็นได้ไม่นาน (ฮือ)

    #230
    0
  9. #229 เฮกเซนเอง (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:51
    งานแลกเปลี่ยนต้องเป็นงานที่แย่มากแน่ๆเลยฮื่ออออออ
    #229
    0