[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 45 : Long fic : allkaga (Pets ตัวนี้... ก็มีความรู้สึก) : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    23 มี.ค. 62

"เฮ้อ..."ร่างสูงโปร่งถอดถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย สายตานั้นก้มลงมองเอกสารการซื้อขายด้วยแววตาตัดพ้ออย่างหนักเมื่ออ่านมันจบ


"อย่าโกรธกันเลยนะคากามิ..."หันหน้าไปตามเจ้าของเสียงก็ได้แต่หันหน้าหนี 


เมื่อไหร่เขาจะพ้นจากวังวนนี้กัน


ขายเขาทำไม?


ปล่อยเขาไปแทนไม่ได้หรอ?


เขาไม่อยากเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วนะ ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อยากให้มันจบไปสักที มันควรจะหมดเวรหมดกรรมกันไปได้แล้วนะ...


แต่ทำไม...


เขากลับต้องยังอยู่แบบนี้อีกล่ะ


"ขายผมทำไม... ปล่อยผมไปไม่ได้หรอ"คากามิเอ่ยปากถามออกไปในสิ่งที่กำลังสงสัยและค้างคา ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนคนกำลังจะตายอยู่รอมร่อไม่มีผิด


"ฉันไม่ได้อยากจะขายหรอกนะ แต่ภรรยาฉันเป็นคนทำเรื่องซื้อขายทั้งหมด แล้วฝั่งนั้นเขาก็โอนเงินมาให้แล้วด้วย"


แล้วทำไมไม่ห้าม?


นี่คงเป็นสิ่งที่เขาอยากจะถามออกไปมากที่สุดหลังจากฟังประโยคแก้ตัวนั้นจบ แต่กลับเลือกที่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจตอบกลับไปแทน ทั้งๆที่ความจริงภายในมันไม่ใช่ ไม่ใช่เลยสักนิด


เขาไม่เข้าใจเลย


แล้วแบบนี้ถ้าสมมุติว่าเจ้านายใหม่ไม่ต้องการเขา ก็จะขายเขาไปต่อให้คนอื่นแบบนี้หรือ?


"วันนี้เจ้านายใหม่นายจะมารับนะ"


"อืม..."



เขากำลังจะโดนขายให้เจ้านายคนใหม่ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าเป็นpets แต่ทุกคนควรมีเสรีภาพไม่ใช่หรือไงกัน หรือจะยกเว้นพวกpetsอย่างเดียวที่ไม่มีสิทธิ์มีเสรีภาพเหมือนคนอื่นเขา?


เขาน้อยใจนะ แต่ก็เท่านั้น... ทำอะไรไม่ได้หรอก สิ่งที่ทำได้ก็มีแต่ก้มหน้ายอมรับความจริงเท่านั้น ชีวิตมันโหดร้าย ถ้าไม่ดิ้นรนก็จะอดตายเสียเปล่าๆ



"เจ้านายผมให้มารับpetsที่ซื้อไปครับ"ร่างโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ ในมือก็ถือเอกสารสัญญาซื้อขายเอาไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ


"ผมเองครับ petsที่ว่า"คากามิลุกขึ้นพร้อมปลดปลอกคอสีขาวสะอาดออกไป ดวงตาสีแดงดำคู่นั้นมองไปยังตัวหนังสือสีดำสนิทภาษาอังกฤษที่ถูกสลักชื่อเจ้าของเอาไว้พักหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปส่งคืนให้แก่เจ้าของ


"ลาก่อนนะครับฮาราซาว่าซัง... ขอให้มีความสุขกับภรรยา... มากๆนะครับ"







"สวัสดีครับ"คากามิเอ่ยทักทายหลังจากขึ้นรถคันหรูมาแล้ว รถคันหรูค่อยๆเคลื่อนที่ออกไปจากบ้านหลังขนาดใหญ่พอสมควรเพื่อออกสู่ท้องถนนกว้างที่เต็มไปด้วยรถเยอะแยะมากมายหลากหลายสีเต็มไปหมด


"ครับ หวังว่าพอไปอยู่กับเจ้านายของผม คุณจะสีหน้าดีขึ้นกว่านี้นะครับ"คนที่กำลังขับรถอยู่เอ่ยบอกพร้อมหันมายิ้มให้เชิงให้กำลังใจ


"เจ้านายคุณ... ใครหรอครับ?"คากามิถามออกไปเมื่อเห็นคนข้างๆแสดงท่าทีความเป็นมิตรส่งมาให้ ทำให้ความอึดอัดในตอนแรกที่ขึ้นรถเริ่มลดน้อยลงได้บ้าง


"พอถึงแล้วก็รู้เองครับ จริงสิ... ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมอิซึกิ ชุน"


"คากามิ ไทกะ ครับ"


"พอไปถึงแล้วไม่ต้องกลัวนะครับ เจ้านายทุกคนใจดีมาก"พอได้ยินในสิ่งที่อิซิกพูดคากามิก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความสงสัย เจ้านายทุกคน งั้นแสดงว่าก็ต้องมีหลายคนน่ะสิ...


"คุณ... เป็นPetsหรอครับ"คากามิเลือกที่จะไม่ถามในสิ่งที่สงสัย แต่ถามในสิ่งที่เห็นแทน เหตุผลที่เขาถามอิซึกิไปแบบนั้นก็คงไม่พ้นเพราะปลอกคอสีทองที่หลุดพ้นออกมาจากเสื้อสูทให้เห็น


อิซึกิยกยิ้มไม่ได้กล่าวว่าอะไรคากามิที่ถามออกมาแบบนั้น กลับกันมือข้างซ้ายก็ละมือออกมาจากพวงมาลัยรถพร้อมยกขึ้นมาจับที่ปลอกคอเอาไว้แทนอีกด้วย


"ใช่ ผมเป็นpets แต่ไม่ใช่petsของเจ้านายผมหรอกครับ"


"เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงหรอครับ"คากามิเผลอหลุดปากพูดถามออกไปด้วยความอยากรู้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น อิซึกิก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยสักนิด


"ผมเป็นpetsของเพื่อนเจ้านายน่ะครับ"


เป็นpetsโดยไม่ได้ตั้งใจ...


"อย่างนี้นี่เอง..."คากามิพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนภายในรถจะเงียบไปทันตา คากามิหันหน้าออกนอกกระจกพร้อมสอดส่องมองวิวข้างทางที่เต็มไปด้วยตึกใหญ่และรถมากมายบนท้องถนน


เขามาเป็นpetsเพราะอะไรกันนะ...


เมื่อคิดแบบนั้นภาพของพ่อบังเกิดเกล้าก็ลอยเข้ามาในหัวแทบจะทันที


นั่นสิ...


เขามาเป็นpetsเพราะโรคประจำตัวของพ่อเกิดกำเริบขึ้นมากระทันหัน ในตอนแรกหมอจะให้ผ่าตัดเพื่อที่จะได้ไม่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่... เขาไม่มีเงิน ตอนนั้นเขายังเป็นแค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ ที่วันๆเอาแต่เรียน ทำงาน เวลาพักผ่อนก็แทบจะไม่มีเพราะเขาต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวเพราะพ่อกำลังป่วย


พอพ่อเกิดอาหารกำเริบขึ้นมากระทันหันจนเกือบจะตายอยู่รอมร่อแบบนี้ มันก็ทำให้เขาแทบจะไม่มีเงินมาใช้จ่ายในรักษา เงินในการผ่าตัดมันต้องใช้เป็นจำนวนมากมหาศาลขนาดที่หาทั้งชาติก็คงไม่ได้ แบบนั้นเขาหามาจ่ายไม่ไหวหรอก...


แล้วทางออกที่เขาเลือก... คือการลดศักดิ์ศรีของตัวเอง มาเป็นpetsเพื่อหวังจะได้เงินมาผ่าตัด แต่มันกลับไม่ใช่... เจ้านายเขาไม่ได้จ่ายค่าผ่าตัดให้พ่อเขาเลย สิ่งที่เจ้านายให้มีเพียงแค่จ่ายค่าน้ำค่าไฟภายในบ้าน ค่าอาหาร ค่าเทอม และค่ายารักษาของพ่อเพื่อให้พ่อมีชีวิตอยู่รอดต่อไปวันๆ ซึ่งสำหรับเขามันก็มากพอแล้ว ถึงเจาจะอยากได้เงินผ่าตัดให้พ่อมากกว่าก็ตามที


"ร้องไห้ทำไมกันคากามิ!?"อิซึกิที่เหลือบสายตามามองกระจกข้างก็ถามอย่างตกใจทันทีเมื่อเห็นคากามิร้องไห้ออกมาเสียเฉยๆ


คนถูกทักรีบสะดุ้งตัว มีเรียวยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วทันทีเมื่อโดนทัก


เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองร้องไห้...


"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ดีใจที่มีคนซื้อต่อ"ฝืนยิ้มฝืดๆส่งไปให้เป็นการตัดปัญหาเพื่อให้อิซิกิไม่ซักไซร้ถามอะไรต่อ เพราะเรื่องนี้เขาไม่คิดที่จะบอกใครแล้วทั้งนั้น


"ตกใจหมดเลย นึกว่าเป็นอะไรไปสะอีก ถ้าเป็นอะไรบอกได้เลยนะ"


"ครับ"คากามิพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองวิวข้างทางอีกครั้ง รถคันหรูหักเลี้ยวเข้าไปในซอยๆหนึ่งก่อนจะขับตรงไปเรื่อยๆ ข้างทางนั้นเต็มไปด้วยตึกขนาดใหญ่ แต่กลับไม่มีรถผ่านเลยแม้แต่คัน มันแตกต่างจากเมื่อสักครู่นี้ที่มีรถขับผ่านอยู่ตลอดโดยสิ้นเชิง


"ตั้งแต่เลี้ยวเข้ามาตึกทั้งหมดเป็นบริษัทของเจ้านายกับเพื่อนๆน่ะ รวมๆแล้วก็เยอะมากเลยล่ะ แต่ทำกันคนละธุรกิจนะ ไม่งั้นคงสู้กันตายเลย"อิซึกิอธิบายให้คากามิหายสงสัย เพราะตนเองก็กลัวว่าคากามิจะคิดไปไกลเสียก่อนว่าพามาทำไมในที่ที่ไม่มีคนแบบนี้


"ถ้าขับไปเรื่อยๆก็จะเจอบ้านใหญ่ เป็นบ้านรวมของเจ้านายน่ะ ส่วนบ้านจริงๆก็อยู่กันคนละจังหวัดเลยล่ะ ซึ่งนานๆทีถึงจะกลับกัน อีกอย่างขนาดบ้านหลังนี้อยู่ใกล้บริษัทยังไม่ค่อยมีใครกลับมากันเลย"อิซึกิยังคงพูดอธิบายต่อไม่หยุด สายตาก็มองทางตรงหน้าไปด้วยราวกับกลัวจะมีอันตราย ทั้งๆที่ตรงหน้าก็เป็นทางตรงโล่งๆเท่านั้น


"ทำไมล่ะครับ?"


"ก็ส่วนใหญ่เอาแต่คลุกตัวทำงานอยู่บริษัทกันน่ะสิ แทบจะไม่ค่อยได้พัก ยิ่งพักนี้มีเรื่องด้วยเลยแทบไม่ได้พักกันหนักเข้าไปใหญ่ คิดแล้วก็เหนื่อยแทนจริงๆ"คนผมดำส่ายหัวทันทีเมื่อนึกถึงเจ้านายสุดแสนจะดื้อรั้นของตนเอง ที่พอบอกให้ไปพักก็ไม่เคยจะฟังกันสักทีเอาแต่ดื้อทำงานกันไม่หยุด


"ดูเป็นพวกบ้างานมากเลยนะครับ"สำหรับความคิดคากามิในตอนนี้ คงไม่มีประโยคไหนที่จะเหมาะเท่าประโยคนี้อีกแล้วล่ะมั้ง


"บ้ามากๆเลยล่ะ!"คนขับก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยไม่มีค้าน โดยลืมไปเสียสนิทเลยว่าหัวข้อที่พูดคุยกันอยู่นี่คือการนินทาเจ้านายตัวเองทั้งนั้น


"ถึงแล้วล่ะๆ"อิซึกิพูดพร้อมกับค่อยๆขับรถตรงไปเรื่อยๆ ประตูเหล็กลวดลายสวยงามตรงหน้าพอจับสัญญาณได้ว่ากำลังมีรถตรงเข้ามาก็ค่อยๆเลื่อนเปิดออกช้าอย่างช้าๆ จนคากามินึกทึ่งกับเทคโนโลยีแบบนี้ไม่ได้


รถคันหรูตรงเข้ามาจอดในโรงรถที่ตอนนี้กำลังมีรถหลายคันจอดเรียงรายกันเป็นตับ อิซึกิขมวดคิ้วมุ่นแทบจะทันทีที่เห็นจำนวนรถนั้นมากเกินไปจนผิดปกติ เพราะทุกวันรถที่จอดในโรงรถมักมีไม่เกินสองคันด้วยซ้ำไป แต่นี่กลับ... มีเยอะจนชักสังหรณ์ใจแปลกๆ


"ลงจากรถเถอะ"อิซึกิพูดจบก็เปิดประตูชิงเดินลงจากรถไปก่อน แถมทำท่าจะรีบเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่รอคากามิเลยด้วยซ้ำ


"คุณอิซึกิ!"คากามิเอ่ยปากเรียกแทบจะทันทีที่เห็นอิซึกินั้นได้เดินนำหน้าไปตนไปก่อน ถ้าเขาไม่เรียกก็ซวยน่ะสิ เขาพึ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกนะ หลงไปจะทำยังไงเล่า...


อิซึกิหยุดชะงักฝีเท้าทันทีที่คากามิเอ่ยปากเรียก มือเรียวยกขึ้นมาขยี้หัวตัวเองเล็กๆเพื่อปัดเอาความสงสัยเรื่องรถออกไปจากหัว


"ฮะๆ ขอโทษที ฉะ...ผมคงรีบมากเกินไปหน่อย"


"แทนตัวเองตามที่ถนัดก็ได้ครับ ผมไม่ถือ"คากามิเดินตรงเข้าไปใกล้อิซึกิพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่าย ที่พยักหน้ายิ้มๆส่งมาให้เขาหลังจากที่เขาพูดจบ


"ดีสิ จะได้สนิทกันเร็วๆ รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ"


ทั้งสองคนรีบเดินเข้ามาภายในบ้านหลังมหึมาฬที่ใหญ่พอจะอยู่กันได้เป็นสิบกว่าคน แต่เอาจริงๆคนที่รีบมีเพียงแค่คนเดียวที่กำลังร้อนรนอยู่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ส่วนอีกคน พอเห็นเขารีบก็รีบตามมาด้วยแบบงงงวย สงสัยคงเพราะกลัวว่าจะหลงกันเป็นแน่


"ไง... กลับมาช้านะ"ชายผมสีเหลืองทองในเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมสองเม็ดบนเดินออกมาต้อนรับอิซึกิถึงที่ด้วยหน้าตาระรื่น ต่างจากอิซึกิที่พอเห็นชายตรงหน้าก็ชักสีหน้าใส่อย่างไม่เกรงใจเต็มสตรีม


"ชักสีหน้าใส่ฉันอีกแล้วน้าา ไม่น่ารักเลย^^"อีกฝ่ายยิ้มแป้นไม่ใส่ใจก่อนจะเดินตรงมาถอดเสื้อสูทของอิซึกิออกให้ โดยที่อิซึกิก็ยอมให้ถอดแต่โดยดี


ถ้าไม่ยอมน่ะสิ...


โดนดีแน่ๆ


"petsของฉันนี่... น่ารักจังเลยนะ"ก้มหน้ากดจูบลงไปบนปลอกคอสีทองนั้นอย่างแผ่วเบา แล้วผละตัวออกมายกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมสีดำสนิทนั้นด้วยความเอื้อเอ็นดู ซึ่งแตกต่างจากคนถูกเอ็นดูโดยสิ้นเชิง เพราะตอนนี้เจ้าตัวยังคงชักสีหน้าไม่พอใจใส่อยู่ดังเดิม


"อิมาโยชิรออยู่ในห้องชั้นสาม น่าจะคุยงานอยู่กับอาคาชิล่ะมั้ง ไปหาด้วยล่ะ"


"ครับ"เอ่ยปากรับคำสั่งแล้วผละตัวออกไปทันที แต่ก่อนจะไปก็มิวายหันมาหาคากามิก่อนจะยกมือชูกำปั้นขึ้นเชิงเป็นการบอกให้อีกฝ่ายสู้ๆอีกด้วย พอทำสิ่งที่ตนเองต้องการทำเสร็จก็รีบหันหลังเดินตรงไปยังชั้นสามทันที เพราะถ้าไปช้ามากกว่านี้ มีหวังได้โดนลงโทษแน่ๆ


"นายเป็นpetsตัวใหม่ของพวกนั้นสินะ"พออิซึกิเดินขึ้นไปจนลับตาแล้ว คนผมทองเหลืองนั้นก็หันมาสนใจคากามิที่กำลังยืนนิ่งไม่ขยับอยู่แทน คากามิไม่ได้ตอบรับอะไรกลับไปมาก สิ่งที่ทำก็คงมีเพียงแค่การพยักหน้ารับเป็นการตอบคำถามไปก็เท่านั้น


"เลือกรสนิยมได้เห่ยเหมือนเดิม..."อีกฝ่ายพูดพึมพำออกมาเบาๆ แต่มันก็ดังมากพอที่จะคากามิจะได้ยิน คากามิเม้มปากแน่นพลางก้มหน้าลงอย่างอัตโนมัติ


เขาจะโดนขายอีกหรือเปล่า..


"เอาเถอะๆ นายเดินไปนั่งในห้องนั้นก็แล้วกัน"ชี้ไปทางห้องโถงใหญ่ที่คากามิคาดว่าน่าจะเป็นห้องนั่งเล่น คากามิพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปในห้องนั้นก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสายตาของคนสองคนสีผมเขียวและม่วงที่กำลังมองมา


"คุณเป็นใครครับ?"ไม่ใช่สองสิ... มันสามต่างหาก! คนข้างหลังเขาเป็นใครกันเนี่ย เมื่อกี้เขาแน่ใจนะว่าตอนเดินผ่านมาไม่เห็นหมอนี่น่ะ! จืดจางเกินไปแล้ว!


"ก็petsตัวใหม่ของพวกนายไง อิซึกิไปรับมา"คนผมเหลืองทองนั้นเดินตามมาอธิบาย เพราะดูท่าทางของคากามิจะใบ้กินพูดไม่ออกไปแล้ว


"petsตัวใหม่? พวกผมไม่ยักจะจำได้เลยนะครับว่าสั่งซื้อpetsตัวใหม่ไปตอนไหน"คนผมฟ้านั้นแสดงตีหน้านิ่ง สีหน้าความแปลกใจนั้นแทบจะไม่มีให้เห็น ซึ่งแตกต่างจากอีกสองคนอย่างชัดเจน เพราะตอนนี้สองคนที่นั่งเงียบนั้นคิ้วขมวดจนจะเป็นปมกันอยู่แล้ว


"หา?"คนตรงหน้าคากามิทำหน้างงไปด้วย ตกลงนี่มันอะไรกันแน่เนี่ย?


"งั้นถ้าไม่ได้ซื้อ ก็ขอตัวก่อนดีกว่า"คากามิชิงโอกาสเดินหันหลังกลับเพื่อจะหนี แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาตมกริบสีแดงสว่างของคนที่มายืนซ้อนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้


"พวกเราไม่ได้ซื้อ แต่คุณพ่อผมซื้อมา ท่านพึ่งโทรมาบอกผมเมื่อสักครู่นี่เอง"คากามิเดินถอยหลังทีละก้าวเมื่อคนตรงหน้ากำลังเดินตรงเขามาหาเขาช้าๆ แต่ไอ้สายตานั่นมันอะไรน่ะ! น่ากลัวเกินไปแล้ว!!!


"อย่าทำให้เขากลัวสิฮะอาคาชิจจิ"คนผมเหลืองทองอีกคนโผล่หน้ามาพร้อมกับถอดเสื้อคลุมราคาแพงออกแล้วโยนเสื้อคลุมนั้นส่งไปให้ผู้จัดการของตนที่ยืนรอรับอยู่ด้านหลัง


"อย่าโยนเสื้อคลุมแบบนี้สิคิเสะ! มันไม่ใช่ราคาถูกๆนะ!"ผู้จัดการเอ่ยปากบ่นขมุบขมิบอย่างไม่จริงจังนัก เพราะเขารู้ดีว่าเสื้อคลุมตัวนี้สำหรับคิเสะแล้วมันไม่ได้มีราคามากมายขนาดนั้น เผลอๆนาฬิกาที่อาคาชิใส่อยู่นั้นยังแพงกว่าเสื้อคลุมของคิเสะเสียอีก


"ตกลง...นี่petsตัวใหม่ของพวกนายใช่ไหม"


"ใช่ ผมว่าโคทาโร่รีบขึ้นไปชั้นสามก่อนจะดีกว่า เพราะตอนนี้เลขาของผมอยู่กับหมอนั่นสองต่อสอง"


"เฮ้ย!? ได้ไง! ไอ้หมาจิ้งจอกนั่น ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ตลอดเลย!"ฮายามะแสดงท่าทีฮึดฮัดทันทีเมื่อได้ยินในสิ่งที่คนผมแดงพูด ก่อนตัวเองจะรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว


ปล่อยสองคนนั้นอยู่สองต่อสองกันไม่ได้หรอก!


มีหวังอิซึกิของเขาโดนเขมือบพอดี!


"แล้วคุณ... ชื่ออะไรกันครับ"เหตุการ์ณเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ คนผมฟ้าก็หันมาสนใจคากามิที่กำลังยืนตัวลีบแทบแนบไปกับผนังอยู่รอมร่อแทน


"คากามิ... ไทกะ"


"คากามิคุงสินะครับ ผมคุโรโกะ เท็ตสึยะ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"คุโรโกะยิ้มบางพร้อมยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อทำความรู้จัก แต่คากามิกลับไม่ยอมยื่นมือมาจับมือด้วยสะงั้น แถมเจ้าตัวยังโค้งตัวแทนการจับมืออีกต่างหาก!


"ฮ่ะๆ ตลกดีนะฮะ"คนที่นั่งอยู่บนโซฟาหัวเราะกับท่าทางนั้นด้วยความขำขัน พึ่งเคยเจอเนี่ยแหละ คุโรโกะยื่นมือไปให้จับขนาดนั้นแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับก้มหัวให้แทนสะงั้น


"อ่า..."คุโรโกะชักมือกลับเพราะดูจากสถานการ์ณแล้วถ้าตัวเองยังคงทำมือค้างอยู่อย่างงั้น ก็คงได้แต่ยื่นมือรอเก้อเสียเปล่าๆ


"ขอโทษครับ..."คากามิผู้ยังไม่เข้าสถานการ์ณสักเท่าไหร่นักเอ่ยปากขอโทษออกมาเสียเฉยๆ คุโรโกะโบกมือไปมาเหมือนกับให้ผ่านๆเรื่องนี้ไป ก่อนตนเองจะโดนไปฟาดหัวคิเสะหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวที่หัวเราะเขาออกหน้าออกตา


"ผมชื่ออาคาชิ เซย์จูโร่ ยินดีที่ได้รู้จัก"ดวงตาสีแดงสว่างจ้องมองไปยังใบหน้าของคนตรงหน้าที่ดูจะหวาดกลัวต่อเขาเป็นพิเศษ โดยที่ตนเองไม่ได้รับรู้เลยว่าเผลอทำสายตาน่ากลัวมากขนาดไหนออกไป


"สวัสดีครับ ผมคิเสะ เรียวตะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"คนผมเหลืองทองพูดแนะนำตัวเองบ้าง ก่อนคากามิจะหันหน้าไปที่อีกมองคนที่ยังคงยืนเงียบไม่ยอมแนะนำตัวเองสักที ยืนเฉยๆเขาคงจะรู้ชื่อได้หรอกนะ...


"มิโดริมะ ชินทาโร่"


"มุราซากิบาระ~~~ อัตสึชิ~~~~"คนผมม่วงแนะนำตัวเสียงยานคางแตกต่างจากคนอื่นๆอย่างชัดเจน น้ำเสียงนั้นเหมือนคนพึ่งตื่นได้ไม่นาน ทั้งๆที่ความจริงก็นั่งจ้องคากามิตาแป๋วมาตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ


"แล้ว... ไดกิไปไหน?"อาคาชิเอ่ยปากถามหาคนที่หายไปไหนก็ไม่รู้ แถมตั้งแต่กลับเข้ามาก็ยังไม่ได้เห็นหน้าเลย ไม่ใช่แอบหนีไปทำอะไรให้พวกเขาต้องไปตามเก็บอีกนะ...


"พึ่งถูกคุณอาเรียกตัวไปไม่นานเองครับ"คุโรโกะพูดพลางก้มดูนาฬิกาข้อมือสีเงินของตนเองที่ราคาเหยียบหลักแสน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของอาคาชิ


อาคาชิพยักหน้ารับเบาๆเมื่อได้คำตอบ ดวงตาสีแดงสว่างนั้นเลยมองคุโรโกะแล้วตวัดสายตามามองคากามิที่กำลังมองเขาอยู่เช่นกันแทน คนถูกมองสะดุ้งตัวเล็กน้อยด้วยความตกใจพร้อมรีบหลุบสายตาลงต่ำมองเท้าตัวเองอย่างรวดเร็ว


พึ่งอยากสังเกตรองเท้าตัวเองก็ตอนถูกอาคาชิจ้องเนี่ยแหละ


คนอะไรก็ไม่รู้น่ากลัวสุดๆไปเลย...


"ผมจะให้คนจัดห้องพักให้ ส่วนพวกของเครื่องใช้ เสื้อผ้าอะไรที่ขาดเหลือหรืออยากได้ก็อะไรบอกแม่บ้านได้เลย พวกเขาจะจัดการให้เอง ขอตัว"พอพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการจบ เจ้าตัวก็เดินออกไปจากห้องราวกับกำลังมีธุระต่อ


คากามิถอนหายใจออกมาโล่งอก ไม่รู้สิ... สำหรับเขา คนๆนั้นน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ ทั้งๆที่เขาสูงกว่าแท้ๆ แต่พอสบตากันทีไรรู้สึกเหมือนจะโดนฆ่าทุกที...


"กลัวอาคาชิคุงหรอครับ?"คุโรโกะถามออกไปพร้อมเดินไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว ดวงตาสีฟ้ามองคากามิราวกับกำลังสำรวจอยู่เล็กๆ


"ป่ะ...เปล่า"คากามิส่ายหน้าพรืด มีหวังถ้าเขาบอกว่ากลัวออกไปมีหวังได้มีคนขำกลิ้ง ก็ดูขนาดตัวสิ เขาตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะ ไม่น่าจะมากลัวคนที่เตี้ยกว่าตัวเองได้เลย ยังไงเขาก็ชนะกว่าเห็นๆ แต่ทำไมความรู้สึกของเขามันไม่ได้บอกอย่างนั้นกันนะ...


"ผมจะเชื่อนะครับ"คุโรโกะกระตุกยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้ารับไปเบาๆเหมือนกับกำลังฟังคำเด็กโกหกอยู่ยังไงยังงั้น


"คากามิยังไม่มีปลอกคอสินะ ไปซื้อกับผมเอาไหมฮะ?"คิเสะเอ่ยปากถามพลางยิ้มพราวเสน่ห์ที่สาวๆชอบนักหนาส่งไปให้ แต่แล้วก็ต้องรีบหุบยิ้มลงฉับพลันเมื่อหมอนอิงสีดำสนิทถูกปามาโดนใบหนาของตนเองเข้าจังๆ


"หยุดความคิดนั้นไปได้เลยครับคิเสะคุง"


"อะไรอ่า... คุโรโกจจิ ใจร้ายจังเลยนะฮะเนี่ย!"คิเสะออกปากโวยวายแทบจะทันที เขาอุตส่าห์มีของเล่นตัวใหม่มาทั้งที ยังไงก็ต้องลองกันบ้างสิ!


"นายโง่หรือเปล่าคิเสะ ถ้านายออกไปแล้วมีสาวๆมารุมคากามิก็ตายน่ะสิ"


"ช่ายๆ มิโดจินพูดถูก~~~"


"งั้นทั้งสองคนก็ช่วยพาคากามิคุงออกไปซื้อด้วยนะครับ พอดีผมไม่ว่าง จะให้คิเสะไปผมก็ไม่อยากมานั่งปวดหัวกับพวกสาวๆของคิเสะคุงด้วย"คำประกาศของคุโรโกะนั้นเล่นเอาคนสองคนพากันอ้าปากเหวอ 


นี่พวกเขาสองคน...


หาเรื่องซวยให้ตัวเองแท้ๆเลย!!!


"เอ่อ... เดี๋ยวฉันไปซื้อเองก็ได้"คากามิเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของสองคนนั้นก็เอ่ยปากอาสาไปแทน แค่ปลอกคอเอง เขาหาซื้อได้อยู่แล้ว


"ไม่ต้อง ไปกับพวกฉันเนี่ยแหละ"มิโดริมะเอ่ยปากห้ามพร้อมเดินตรงมาจับข้อมือคากามิเดินออกไปยังโรงรถ มือหนาล้วงเอากุญแจรถคันหรูของตัวเองมากดเปิดประตูแล้วเปิดประตูนั่งลงประจำที่คนขับ


มุราซากิบาระที่เดินตามมาติดๆ มือก็ปิดปากหาวมาด้วยก็เดินไปนั่งที่ข้างๆคนขับ แต่ก่อนจะนั่งก็ไม่ลืมยัดคากามิให้เข้าไปนั่งเบาะด้านหลังด้วย เพราะคากามิไม่ยอมเปิดประตูเข้าไปนั่งสักที


กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงภายในรถที่ฉุนจนคากามิต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดจมูกแทบจะทันที ภายในหัวก็นึกสงสัยว่าคนฉีดเขาฉีดจริงๆหรือเทใส่ตัวกันแน่ กลิ่นมันถึงได้ฉุนชวนอ้วกได้มากมายขนาดนี้


"ใครอีกล่ะ กลิ่นน้ำหอมแรงจังเลยน้า~~~"มุราซากิบาระถามคนขับที่เริ่มออกรถ มือก็กดเปิดกระจกไล่กลิ่นน้ำหอมที่คากามิคิดว่าฉุนนั้นให้จางลง หากถามว่าพวกเขาสองคนไม่ฉุนกลิ่นนี้หรอ ก็บอกได้เลยว่าไม่... ก็ดมกันมาจนชินสะแล้วนี่...


"พนักงานแผนกบัญชี"


"เห็นเงียบๆก็ร้ายไม่เบาน้าา มิโดจิน~~~"


"เรื่องของฉันน่า... ฉุนมากหรือเปล่า?"เลิกสนใจคนข้างๆตนเอง แล้วเหลือบสายตาไปมองกระจกหลังที่กำลังสะท้อนภาพคนปิดจมูกอยู่เบาะหลังแทน


คากามิส่ายหน้าเป็นการตอบรับแทน ถึงจะส่ายหน้าบอกไม่ฉุนมือก็ยังคงปิดจมูกอยู่ไม่หาย ถึงแม้ว่ามุราซากิบาระจะกดเปิดกระจกแล้วก็ตามเถอะ แต่รู้สึกเหมือนกลิ่นมันจะติดเบาะรถไปเสียแล้ว กลิ่นมันเลยไม่ยอมจางสักที


"มีผ้าปิดปากอยู่ด้านหลัง ใช้ได้"


"ขอบคุณ..."พูดจบก็รีบหันไปตะครุบเอาผ้าปิดปากมาใส่แทบจะทันทร มิโดริมะมองการกระทำนั้นก่อนจะส่ายหน้าไปมาเบาๆ


ไหนบอกไม่ฉุนไง?


ช่างโกหกตาใสสะจริง...







มาแล้ววววววว


มาแล้วน้าาา หลังจากห่างหายไปนาน เนื้อเรื่องมันก็จะเปลี่ยนไปเลยโดยสิ้นเชิง เพราะเรารู้สึกว่าหากแต่งเหมือนเดิมมันจะไปไม่รอดยังไงไม่รู้ เราเลยเปลี่ยนเนื้อเรื่องใหม่หมดเลย หากถามว่ามีดราม่าไหม บอกได้เลยว่ามี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมาตอนไหนเหมือนกัน555


กว่าเราจะมานี่ก็หายไปนานนนนน นานมากกกกก ส่วนเหตุผลหลักๆก็มีทั้งเรื่องงาน และความขี้เกียจส่วนตัวนิดนึง555 แต่จะเทไปทางงานเยอะกว่า เพราะมีงานค้างเยอะมากๆ เลยต้องมานั่งเคลียร์เต็มเลยแหละ แล้วช่วงนี้ก็สอบอยู่เลยไม่ได้มาต่อนิยายหนักเข้าไปใหญ่


แต่หลังจากสอบเสร็จก็อาจจะมาต่อเร็วขึ้นบ้าง(มั้ง) ส่วนตอนนี้ก็อาจจะต้องกลับไปย้อนดูคุโรโกะอีกครั้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจเพิ่ม เพราะถ้าแรงบันดาลใจมา นิยายก็ไปต่อออ555


**หากมีคำผิดจะพยายามมาแก้ให้น้าาาา**


♡ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่มากๆเลยยย♡

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

856 ความคิดเห็น

  1. #792 Fefieeiei (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 20:18
    ฮือ สงสารน้อน
    #792
    0
  2. #482 Youry (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:30

    nakakoolapinan@gmail.com ขอทุกตอนเลยน้าาาา

    #482
    0
  3. #471 erar445 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 21:38

    ขอทุกตอน

    erar445@gmail. com

    #471
    0
  4. #465 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 00:14

    กริ็ดดดดดดดีใจที่มาต่อเรื่องpetsนะคะ

    แบบชอบแบบใหม่จังค่ะ คราวนี้เห็นชัดกว่าเดิมมากค่ะการเป็นpetsและคางามิก็ไม่ได้สบายแบบตอนแรก ๆ ด้วย เจ้านายเก่าก็ทิ้งขว้างคางามิเหมือนกัน ฝั่งอิสึกิดูดราม่า ? เหมือนกัน แง้ เอาใจช่วยทั้งคู่นะคะ ฮือ (แอบน่าสนุกจริงค่ะคราวนี้555)

    หัวเหลืองทองอีกคนนี่แนชสินะคะ มาถึงก็พูดจาแบบนี้ซะแล้ว ฮา

    รอต้มมาม่ารอเลยค่ะ และก็สู้ ๆ เรื่องงานนะคะ ดีใจที่มาต่อมากค่ะ โฮฮฮ

    #465
    1
    • #465-1 narmatpooh(จากตอนที่ 45)
      26 ธันวาคม 2561 / 13:32

      ง่าาาา ขอบคุณมากๆเลยน้าาาา
      #465-1
  5. #464 Hikari_Yuki (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 23:53
    เปลี่ยนไปจริงๆด้วย แต่แบบนี้ดูน่าสนุกไปอีกแบบเลย55555 รอนะคะ สู้ๆค่า
    #464
    1
    • #464-1 narmatpooh(จากตอนที่ 45)
      26 ธันวาคม 2561 / 13:32

      ขอบคุณค่าาา
      #464-1
  6. #226 Baitoey (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 18:50

    Petที่พวกหลากสีรอ? #โมโมอิ?

    55555555555555555555

    รอค่ะ!บอกเลยเรื่องนี้มี-งำ (เงื่อนงำ?)


    #226
    0
  7. #222 เฮกเซนเอง (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 18:39
    กลิ่นมาม่าโชยมาไกล ฮือออ
    #222
    0
  8. #221 minamiuriko (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 18:34
    นึกชื่อ pet ตัวจริงไม่ออกใครพอเดากันได้ช่วยหน่อย5555
    #221
    0
  9. #220 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 16:02

    จัดมาค่ะ เตรียมรับดราม่าเต็มที่

    petตัวจริงหมายความว่าไง.. ทั้งสามที่อยู่มาก่อนไม่ใช่ตัวจริงเรอะ ยังมีอีกหรอเนี่ย หรือหาpetมาเรื่อย ๆ ใครใช่ก็ใช่เลย โฮฮฮฮ

    คือถ้ามีทั้งสามอยู่ก็ยังอุ่นใจอะ ยังมีเพื่อนอะไร นี่แบบคางามิคนเดียวรับไปเต็ม ๆ

    เจ้านายคางามิคนแรกนี่คนดีมากอะ ไม่เคยทำเรื่องโหดร้ายกับคางามิเลย การพูดคุยก็ดูปกติ นี่กลัวมาที่นี่แล้วคำพูดคางามิจะเป็นเหตุเหมือนกันนะเนี่ย ฮา

    #220
    0
  10. #218 ifromhell (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:23
    ได้กลิ่นมาม่า โถ่คากามิ อย่ารอเค้าทิ้งเลย กระทืบเท้าออกมาสวยๆเลยดีกว่า
    #218
    0