[Fic KNB] Kuroko No Basuke Allkaga

ตอนที่ 10 : Long fic : allkaga : กลับมารักกัน (คิเสะ เรียวตะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    16 มี.ค. 61

"น่าอิจฉานะฮะ"คิเสะในสภาพคนอดนอนมาประมาณ2-3วันเค่นหัวเราะมองรูปภาพของคน4คนกำลังยิ้มและหัวเราะให้กันอย่างสนุกสนาน ต่างจากพวกเขา3คนโดยสิ้นเชิง

อาโอมิเนะสภาพเหมือนคนป่วยลืมกินยา หน้าตาดูโทรมจนเห็นได้ชัด ส่วนอาคาชิก็แพร่รังสีน่าขนลุกออกมาไม่หยุดไม่หย่อนเสียที และคิเสะที่แทบไม่มีอารมณ์มานั่งหายใจ

นี่ก็ปิดเทอมเตรียมตัวขึ้นปี2แล้วด้วย โอกาสจะเจอคากามิก็น้อยลงไปอีกเพราะเจ้าตัวดันถูกองครักษ์ทั้ง 3สั่งให้อยู่แต่ในห้อง พอจะไปหาก็มักจะถูกองครักษ์ทั้ง 3กันออกมาเสมอ

เรียกง่ายๆคือโอกาสเข้าใกล้ไม่มีเลย!!!

แม้กระทั่งคนอย่างอาคาชิ เซย์จูโร่ก็ทำอะไรไม่ได้! มันหนักขนาดไหนก็คิดดู!

"คากามิ..."อาโอมิเนะพูดเพ้อละเมอออกมาพร้อมกัดชีสเบอร์เกอร์ที่กินเกือบทั้งเดือนเข้าปากอย่างไม่คิดจะเบื่อมันเลยส้กนิด

"ผมไปก่อนนะฮะ วันนี้รุ่นพี่นัดซ้อม"คิเสะลุกขึ้นเดินออกมาจากโรงแรมในเครือของอาคาชิด้วยสภาพร่างไร้วิญญาณ

ต้อให้นัดซ้อมจริงๆคิเสะคงไม่มีแรงแม้แต่จะเดาะลูกบาสด้วยซ้ำ

ปัก!

ตุ้บ!

"อ้ะ!"

"ขอโทษครับ"คิเสะก้มตัวลงเก็บของที่กระจัดกระจายของคนที่เผลอไปเดินชนอย่างไม่ได้ตั้งใจ

"นี่... ครับ"คิเสะถือถุงค้างกลางอากาศเมื่อเห็นหน้าคนที่ตัวเองเดินชนชัดๆ

"คิเสะ?"

"รุ่นพี่ฮิมุโระ? มาทำอะไรที่นี่ครับ"เพราะไม่สนิทกับฮิมุโระเท่าไหร่คิเสะจึงต้องใช้ภาษาเป็นทางการนิดนึง

"ฉันจะไปหาไทกะน่ะ นาย... จะไปด้วยกันไหม?"

ฮิมุโระคงไม่รู้สินะว่าคิเสะหรือรวมทั้งอาโอมิเนะและอาคาชิถูกกันออกไม่ให้เจอคากามิเลยสักนิด ถ้าไปก็มีแต่จะโดนมุราซากิบาระ มิโดริมะและคุโระโกะไล่กลับมาเท่านั้นแหละ

"ไปครับ"

ใครจะพลาด ถ้าเอาแต่อยู่เฉยๆจะได้เจอหรอ โชคชะตาไม่มาช่วยตลอดหรอกหน่า... จริงไหม?








"วันนี้คุโรโกจจิไม่อยู่หรอ"

"อืม... 3 คนนั้นน่ะมีธุระเลยเรียกฉันมาดูไทกะแทน"

นับว่าสวรรค์เข้าข้างเลยมีเดียว คิเสะเผยยิ้มกว้างออกมาที่ในที่สุดก็จะได้เจอคนที่อยากเจอมานาน

ฮิมุโระหยิบกุญแจมาไขเปิดประตูเข้าไปข้างใน กลิ่นอาหารอบอวนหอมฟุ้งไปทั่วห้อง คิเสะกวาดสายตามองห้องที่ไม่ได้เข้ามานาน กลิ่นอันคุ้นเคยลอยเข้าจมูกส่งผลให้คิเสะอยากจะร้องไห้ออกมาเสียอย่างนั้น

"ทัตสึยะ! นายมา... แล้วหรอ"คากามิยิ้มกว้างเดินมาหาพี่ชายก่อนจะผ่อนเสียงให้เบาลงเมื่อเห็นใครอีกคนอยู่ข้างหลังฮิมุโระ

"คิเสะ..."

'พวกเราไม่ได้รักคากามิจจิสักหน่อย คากามิจจิก็แค่ทำให้เราพอลืมได้บางครั้งคราวเท่านั้นแหละฮะ'

ประโยคคำพูดที่คิเสะพูดในวันนั้นแล่นเข้ามาภายในหัวของคากามิอย่างรวดเร็ว

จะไม่ยอมเจ็บอีกแล้ว.....

"มาทำไม"น้ำเสียงราบเรียบอันห่างเหินของคากามิทำเอาคิเสะอดใจหายไม่ได้ คากามิเปลี่ยนไปมาก..... ดูเย็นชาจนน่ากลัว...

"เอ่อ... ฉันชวนมาเองน่ะไทกะ"ฮิมุโระพูดพร้อมยิ้มแหยๆออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด

"ออกไป ฉันไม่ได้เชิญ"คิเสะแอบหน้าเสียก่อนจะเผยยิ้มกวนๆฉบับเจ้าตัวแบบฝืนๆออกมา

"หืม... ทำไมฮะ ผมจะเข้านี่นา"คิเสะเดินไปนั่งบนโซฟาหน้าตาเฉย คากามิเปรยตามองก่อนจะหยิบผ้าเช็ดโต๊ะโยนใส่หน้าคิเสะ

"จะอยู่ก็อยู่ไปแต่เช็ดทำความสะอาดตัวเองด้วย ฉันไม่อยากให้โซฟาของฉันเปื้อน"ใจคิเสะกระตุกวูบหวิวอย่างอธิบายไม่ถูก ทั้งแววตา ทั้งน้ำเสียงและการกระทำดูห่างเหินมากกว่าเดิม ถึงคากามิจะอนุญาติให้อยู่แต่พอโดนแบบนี้ก็อยากจะหนีกลับไปเหมือนกัน

แต่ถ้าหากจะให้หนีตอนนี้ก็ไม่ได้ ถ้าหนีตอนนี้โอกาสที่คากามิจะกลับมาก็เท่ากับศูนย์ ดังนั้นคิเสะก็คงต้องนั่งหน้าหนาอยู่ต่อ

"ไม่ต้องห่วงหรอกฮะ ผมอาบน้ำสะอาดทุกซอกทุกมุม พิสูจน์ไหมฮะ?"คิเสะหยิบผ้าเช็ดโต๊ะแล้วเอามาวางไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินมาหาคากามิเพื่อให้คากามิพิสูจน์ว่าตัวเองสะอาดจริงๆ

"เห้ย! ออกไปเลยนะเฟ้ย!"คากามิหลุดมาดเรียบนิ่งมาเป็นเหมือนเดิมปกติแล้วรีบเดินหนีเข้าครัวไปทันที คิเสะยิ้มขำเล็กน้อยแถมภูมิใจนิดๆที่คากามิหลุดพูดเหมือนเดิม แต่ก็คงหลุดได้แค่แปปเดียว...

"ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ"ฮิมุโระส่ายหัวไปมาเบาๆเพราะจู่ๆเขาก็กลายเป็นธาตุอากาศไปสะเฉยๆ







"คากาจิน~~~ กลับมาแล้วน้าาาา"มุราซากิบาระตะโกนดังลั่น ในมือนั้นหอบถุงขนมมาเยอะแยะไปหมด

"เสียงดังนะครับ มุราซากิบาระคุง"คุโรโกะเอ่ยเตือน

"แล้วคากามิ...."มิโดริมะกวดสายตาไปทั่วห้องก่อนจะเจอกับคนผมเหลืองนั่งหัวโด่บนโซฟามองมาที่ทั้ง 3คนอยู่

"คิเสะ!/คิเสะคุง?/คิเสะจิน!!!"ทั้ง 3คนประสานเสียงออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย

"หวัดดีฮะ"คิเสะโบกไม้โบกมือทักทายพร้อมยิ้มนายแบบส่งให้

"อ้าว? พวกนายกลับมากันแล้วหรอ"คากามิเดินออกมาจากห้องนอนก็เจอทั้ง 3คนกำลังทำปากพะงาบๆเอ่ยทัก

"คากามิคุงครับ คิเสะคุงมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"ไม่รู้ อยากอยู่ก็ช่างหมอนั่นไป"พูดเสียงเรียบจนทั้ง 3 คนแอบตกใจเล็กน้อย แสดงว่าคิเสะดึงดันจะอยู่เองสินะ

"คากาจิน ซื้อขนมมาฝากด้วยน้า~~~"มุราซากิบาระเลิกสนใจแล้วเดินมาหาคากามิ

"หืม... ขอบใจ"คากามิยิ้มรับแล้วจับไหล่เขย่งตัวจุ๊บเบาๆที่แก้มของมุราซากิบาระ

มุราซากิบาระตาโตค้างเพราะปกติคากามิไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ปกติเจ้าตัวมักจะเขินแล้วไม่กล้าทำตลอด

คิเสะยืนมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดหนึบๆในอกซ้าย พอเข้าใจบ้างแล้วล่ะว่าคากามิรู้สึกยังไงเวลาที่เขาไปง้อรุ่นพี่คาซามัตสึ

คุโรโกะกับมิโดริมะยืนมองอย่างพอเข้าใจสถานการณ์ว่าตอนนี้คากามิกำลังประชดคิเสะอยู่ ก็อดสงสารเล็กน้อยไม่ได้แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเข้าไปช่วยมีหวังโดนคากามิโกรธแหงๆ

"พวกนายจะกินอะไรไหม? ฉันจะทำให้"คากามิเอ่ยถามโดยไม่แยแสคิเสะเลยแม้แต่น้อย คิเสะที่นั่งอยู่ในห้องนี้มาตั้งแต่ 10โมงจนตอนนี้เกือบจะ 5โมงเย็นแล้วยังไม่ได้กินข้าวเลยสักนิด แม้แต่น้ำก็ยังไม่ได้แตะคากามิก็ไม่คิดจะเอ่ยปากถาม

ตอนฮิมุโระอยู่คากามิก็แกล้งบอกว่าข้าวหมด ข้าวไม่พอเหมือนไม่ต้องการให้คิเสะมาร่วมโต๊ะด้วย คิเสะก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มแล้วนั่งมองอยู่บนโซฟาเท่านั้น แถมยังถูกรุ่นพี่ในชมรมโทรมาว่าเรื่องโดดซ้อมอีก

วันนี้คิเสะคงอัปโชคจริงๆ

หยาดน้ำตาของคนผมเหลืองไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ คิเสะหันหน้าเข้าทีวีแล้วเพ่งมองภาพบนหน้าจอผ่านม่านน้ำตาเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นว่าเขากำลังร้องไห้เพราะการกระทำของตัวเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง

หรือบางที....

คิเสะอาจจะกลับไปรักกับคากามิไม่ได้แล้วก็ได้

ความรักไม่มีคำว่าสายไป แต่ถ้าหากว่านานเกินไป ก็ต้องทำใจว่ามันอาจจะสายไปจริงๆ

"เฮ้อ..."มิโดริมะถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีเขียวมรกตเหลือบมองคิเสะที่กำลังร้องไห้อยู่เงียบๆ

คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกนิยายหรือไง?

คิดว่าหันหน้าหนีแบบนั้นคนอื่นเขาจะมองไม่เห็นหรอ?

"ช่วยไม่ได้สินะครับ"คุโรโกะหันไปบองกกับมิโดริมะ ซึ่งมิโดริมะก็พยักหน้ารับกลับมา

"ฉันจะคิดค่าตอบแทนให้หนักๆ"






"นายจะมานอนบ้านคนอื่นแบบนี้ หัดเกรงใจบ้างนะ"คากามิพูดบอกคนผมเหลืองที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาไม่ขยับไปไหน

วันนี้ทั้ง 3คนนั้นกลับไปแล้วเพราะบอกว่ามีธุระอะไรกันสักอย่างเลยนอนค้างด้วยไม่ได้ มุราซากิบาระก็งอแงยกใหญ่เลยแต่ก็โดนมิโดริมะลากออกไปจนมันดูทะแม่งๆแปลกๆ เหมือนคุโรโกะกับมิโดริมะกำลังปิดบังอะไรเขาอยู่

"ฮะ"คิเสะตอบรับเสียงแผ่ว ปากของคิเสะเริ่มซีดจนเห็นได้ชัด เพราะพักผ่อนไม่พอติดต่อกันมาเกือบ3วัน แล้ววันนี้ก็ยังไม่ได้กินข้าวอีกส่งผลให้ร่างกายยิ่งทรุดหนักลง

"นาย... เป็นอะไรหรือเปล่า?"คากามิสังเกตได้ถึงความผิดปกติเอ่ยปากถาม ซึ่งคิเสะก็ทำเพียงส่ายหัวตอบกลับมาเบาๆเท่านั้น

"ก็ดี นายอย่ามาตาย..."

ฟุบ!!!

"เห้ย!?"คากามิร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆคนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็หน้าคว่ำทรุดลงไปนอนกับพื้นหมดสภาพความเป็นนายแบบเลยทีเดียว

"คิเสะ! นายตัวร้อน! ไอ้บ้า! ไม่สบายทำไมไม่บอกฟะ!?"คากามิโวยวายใส่พร้อมออกแรงพยุงให้คิเสะลุกขึ้น

"ทำไงดีๆ"คากามิพึมพำอย่างร้อนรนมือเรียวสั่นอย่างเห็นได้ชัด

"ทำไงดี!!!! แบกไปหาหมอก็แล้วกัน"คากามิค่อยๆพยุงร่างของคิเสะให้เอาแขนมาพาดไว้ที่ไหล่ของตัวเองก่อนจะรีบพยุงเดินออกไปข้างนอก

เพราะใกล้มืดแล้วคนก็เลยไม่ค่อยมีมากนัก คากามิจึงต้องลำบากพยุงคิเสะไปคนเดียว

"หนักชะมัด"คากามิพึมพำออกมา

"คากามิจจิ..."คิเสะพูดเอ่ยเรียกคากามิออกมาเสียงแผ่วอย่างกับคนกำลังจะตายอย่างไหนอย่างนั้น

"คิเสะ ไหวหรือเปล่า?"

"ฮะ... ดีจัง... ได้ใกล้คากามิจจิแบบนี้"พูดพร้อมยกยิ้ม ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติมันจะดูดีกว่าตอนนี้ที่ปากซีดเป็นไก่ต้มแน่ๆ

"มันใช่เวลามาพูดไหมฟะ!?"

"เห... ดูสิว่าเจอใคร?"บุคคลที่สามที่กำลังเดินสวนทั้ง 2คนพอดีเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกวนประสาทตามฉบับเจ้าตัว

"แก!"คากามิเบิกตากว้างเมื่อเจอกับคนที่ทำร้ายทัตสึยะและอเล็กซ์ก่อนแข่งกับคิเสะในวันนั้น

"ไฮซากิ"คิเสะพูดพร้อมเงยหน้ามองคนที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์ให้อย่างกวนประสาท

"ไง ไม่เจอกันนานนี่ คิเสะ..."

"จะ... ทำอะไร"คิเสะตอบกลับมาเสียงแผ่ว ตอนนี้คิเสะรู้สึกกำลังปวดท้องเหมือนอวัยวะข้างในกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงเพราะยังไม่ได้กินข้าว แถมอาการปวดหัวตุ้บๆที่มาจากไหนก็ไม่รู้อีก

"สภาพนายดูไม่ได้เลยแหะ... เห...? นายคนนั้นนี่ ดูดีขึ้นนะ"เดินตรงมาหาคากามิที่กำลังพยายามพยุงคิเสะอยู่ก่อนจะยื่นมือมาจับโครงหน้าคากามิเบาๆ

"ไอ้!"คิเสะกัดฟันฝืนอาการตัวเองแล้วดึงคากามิออกมาห่างๆจากไฮซากิ

"คิเสะ! นายไหวหรอ?"คากามิรีบเจ้าไปช่วยประคองทันทีมื่อคิเสะทำท่าจะล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นเนื่องจากฝืนสังขารตัวเอง

"คากามิจจิกลับบ้านไปเถอะฮะ นอนหลับฝันดีนะฮะ..."คิเสะส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะหันไปทำหน้าตาโกรธจัดใส่ไฮซากิ แต่ดูท่ามันจะไม่น่ากลัวเลยสักนิดเดียวเพราะหน้าคิเสะซีดจนเห็นได้ชัด

"กล้ามากนะ ที่เอามือของแกมาจับคนของฉัน! แพ้ครั้งนั้นยังไม่พอหรอ"พูดพร้อมเค่นยิ้มออกมา ไฮซากิกัดฟันกรอดอย่างโกรธจัดเมื่อคิเสะเอาการแข่งในวินเทอร์คัพมาพูดดูถูก

"คิเสะ!"

ผลั่ก!

ไฮซากิต่อยใบหน้าหล่อเหลาอันซีดเซียวของคิเสะไปจังๆ ด้วยความที่คิเสะไม่มีแรงอยู่แล้ว คิเสะจึงล้มลงไปนอนกับพื้นได้อย่างง่ายดาย

"คิเสะ! ทำบ้าอะไรของแกฟะ!"คากามิทำท่าจะเข้าไปต่อยไฮซากิคืนให้คิเสะ แต่กลับโดนไฮซากิรวบมือดึงเข้ามาหาตัวแทน

คากามิสถบในใจกับตัวเองและแอบต่อว่าคิเสะเล็กน้อย ที่ให้คากามิมาคอยช่วยพยุงจนกล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบนี้

"คากามิ!"ร่างของคากามิปลิวไปตามแรงของคนที่เรียกด้วยความรวดเร็ว นี่เห็นเขาเป็นอะไรกันแน่หะ? ถึงดึงกันไปดึงกันมาอยู่ได้

"อาโอมิเนะ!?"คากามิอดตกใจกับสภาพเหมือนซอมบี้ของอาโอมิเนะไม่ได้

"นายไปช่วยคิเสะเถอะ"อาโอมิเนะสบตากับคากามิด้วยความคิดถึงและโหยหาอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น คากามิคงโกรธอาโอมิเนะอยู่ไม่น้อย ที่จู่ๆก็มาโดนต่อยจนปากแตกในตอนนั้น

"อืม"คากามิตอบรับแล้วเดินไปหาคิเสะที่นอนเกือบสลบเหมือบอยู่บนพื้นก่อนจะดึงตัวคิเสะเพื่อพาไปโรงพยาบาล







"คนไข้ไม่ได้เป็นหนักมานะครับ จะมีเพียงอาการเป็นไข้เล็กๆน้อยๆ แล้วก็อ่อนเพลียเนื่องจากการพักผ่อนไม่พอและก็เป็นโรคกระเพาะเพราะยังไม่ได้ทานข้าวด้วย เดี๋ยวหมอจะให้ยา....."พอคุณหมอบอกจบเรียบร้อยก็เดินออกไปจากห้องรักษาปล่อยให้คากามิอยู่กับคนบนเตียงสองคน

"คากามิจจิ... กลับมา...."

"คิเสะ... ฮึก! ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ย!"คากามิปล่อยหยาดน้ำตาลงมาเมื่อคนบนเตียงพึมพำเหมือนคนละเมอ ไหนจะน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาทั้งๆที่หลับอยู่นั่นอีก

"กลับมา..."มือคิเสะยื่นออกมาเหมือนจะไคว่คว้าอะไรสักอย่าง คากามิดึงมือนั้นมาขับเอาไว้พร้อมเอามาแนบไว้บนแก้มของตัวเอง

"ฉันกลับมาแล้ว...."






"คากามมิจจิ!"คิเสะที่พึ่งหลับไปสองวันเต็มๆกระเด้งลุกขึ้นมาจากเตียงส่งผลให้หน้ามืดแบบกระทันหันจนต้องล้มตัวกลับไปนอนลงอีกรอบ

"โวยวายบ้าอะไรแต่เช้าหะ!?"คากามิบอกพร้อมส่ายหัวให้คนบนเตียง คิเสะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคากามิกำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ใกล้ๆ

"คากามิจจิ..."

"ก็ฉันน่ะสิ เรียกอะไรนักหน้าฟะ!?"

"งั้นหรอฮะ..."คิเสะยกยิ้มออกมาเหมือนคนบ้าละเมอเพ้อฝันในโรคจินตนาการเพราะคากามิกลับมาพูดกับตนเหมือนเดิม

"ยิ้มอะไร? ขนลุกชะมัด"

"หึ ผมแค่ดีใจ... รักคากามิจจินะฮะ"

"นายละเมอหรือเปล่า"วางมีดลงบนจานแล้วเดินมานั่งค้างๆเตียง ก่อนจะอมยิ้มให้คิเสะ

"รักคากามิจจิจริงๆนะฮะ ถ้าผมรู้ตัวเร็วกว่านี้ผมคงรักกับคากามิจจิก่อนคุโรโกจจิไปแล้ว"

"แต่นายก็รู้ตัวช้ากว่า 3คนนั้น"

"ก็ดีกว่าไม่รู้เลยนะฮะ"

"รักฉันจริงๆหรือเปล่า"คากามิถามเพื่อความแน่ใจ

"รักยิ่งกว่าชีวิตอีกฮะ"ลุกขึ้นนั่งแล้วรวบตัวคากามิขึ้นมานั่งบนเตียงก่อนจะมอบจูบอันเอาแต่ใจและโหยหาด้วยความคิดถึงให้คากามิที่ตั้งตัวไม่ทัน


ต่อให้ตายก็ยอม....

ขอแค่คนๆนี้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดเขาก็พอ.....














มาแล้ววววววว

จบแบบงงๆไหม555 รู้สึกมันเริ่มแต่งยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะลงโทษใครแบบไหนดี
ของคิเสะก็ยังถือว่าโชคดีที่มิโดริมะกับคุโรโกะยอมให้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง แต่คิเสะกลับไม่สบายเฉย555
แถมเจอไฮซากิอีก ดีนะที่อาโอมิเนะมาช่วยเอาไว้ทันไม่งั้นคากามิโดนไฮซากิทำอะไรสักอย่างแน่ๆ


*หากมีคำผิดจะพยายามมาแก้ให้ทีหลังน้า*


ฝากติดตามด้วยจ้าาาาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

871 ความคิดเห็น

  1. #833 MartiniLubik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:07
    อาโอมิเนะครต่อไปแน่ๆเลย คากามิก็ใจดีจริงๆ ให้อภัยเก่งงงื้ออ ดูแลคากามิดีๆนะพวกต้าวว รักเขาให้มากๆๆ
    #833
    0
  2. #583 จริ๊บๆ~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 13:43

    -- เเม่จะสาปเเช่งเเก ไฮซากิ *ท่องมนต์ดำ-(?)*

    #583
    0
  3. #551 B.TEm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:33
    น้อง ;----; ตอนนี้ทุกคำพูดของไทจังคือจุกมาก โคตรโหด โคตรเจ็บ โคตรรุนแรง ดาเมจลดเหลือสองขีดแล้ว แถมใจผมหวิวไปหลายรอบมาก ฮือ คิเสะคุง โกรธที่พูดอะไรแบบนั้นอยู่นะ แต่ตอนนี้ก็มีโอกาส รักษาไว้ดี ๆ เข้าใจมะ !!
    #551
    0
  4. #182 kim_undershine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 17:29
    เกือบร้องตามคิเสะอ่ะ สงสารนาง เป็นไงล่ะทำรู้กชั้นไว้เยอะ
    #182
    0
  5. #95 คิมดงจุน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 23:12
    คิเสะนี่มาบทพระเอกที่ป่วยสุดๆเลยแฮะ
    #95
    0
  6. #21 น้ำผึ้งโซดา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 14:04
    รู้ทั้งรู้ว่าคิเสะเคยพูดจาเลวร้ายขนาดไหนแต่ก็อดสงสารไม่ได้ ยิ่งตอนนี้สงสารมาก 
    ดีใจที่คิเสะรู้ตัวและสำนึกผิดได้

    #21
    0