(end) ╂You warm my heart╂ อุ่นไอของดิน สนพ.Deep publishing

ตอนที่ 3 : 02 - ใจสั่นเพราะไอดิน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,085 ครั้ง
    30 มี.ค. 62








               อนลรู้สึกตัวตื่นตามความเคยชินของร่างกาย ตีสี่ครึ่งพระอาทิตย์ยังไม่ลุกขึ้นมาทำงาน แต่อีกครึ่งชั่วโมงไออุ่นนี่แหละที่ต้องเริ่มงานแล้ว หากสายกว่านี้เพียงนิดเดียวตลาดจะวุ่นวาย ต้องคอยเข็นรถหลบซ้ายทีขวาทีเสียเวลากว่าเดิม เขาเลยยอมตื่นเช้าเพื่อนจะได้เสร็จไวขึ้นและไม่เกะกะขวางทาง มันเป็นแบบนี้ไม่มีวันหยุดตั้งแต่ประถมต้นเห็นจะได้ พัฒนาจากผักทีละถุงจนถึงตอนนี้กะหล่ำปลีหนักๆ ซ้อนกันสามเข่งยังสบายมาก เรียกได้ว่าเป็นเด็กขนของมือวางอันดับหนึ่งของตลาดนี้เลย


               ลมอ่อนๆ พัดโชยผ่านกระจกที่เปิดแง้มไว้ทั้งสองบาน คุณเขายังนอนอยู่ที่เบาะฝั่งด้านคนขับด้วยกันไม่หนีไปไหน เมื่อคืนจำได้ว่าระหว่างเดินตามไปอย่างจนปัญญา ก็คิดคำปฏิเสธไปหลายรอบแต่คุณเขาไม่ฟัง เอาแต่บอกว่าถ้ามีที่ไปก็บอกมาจะขับรถไปส่ง แต่ถ้าไม่มีก็อย่าพูดมากให้รำคาญหู แน่นอนว่ายามวิกาลแบบนั้นที่ไปคงมีไม่เยอะเท่าไหร่ อนลต่อรองจะไปนอนที่แผงในตลาด หลับๆ ตื่นๆ เดี๋ยวเดียวก็เช้า


               สิ้นคิด


               คุณเขาพูดใส่หน้าก่อนจะผลักเข้าไปในรถแล้วเดินเข้านั่งฝั่งคนขับ สตาร์ทเครื่องกดปุ่มอะไรบางอย่างให้เบาะทั้งสองปรับเอนลง เปิดแง้มกระจกเป็นช่องเล็กๆ สำหรับระบายอากาศแล้วก็หลับไปเงียบๆ แบบนั้น ฝ่ายอนลเองทำอะไรไม่ถูก จะเปิดรถลงไปก็กลัวโดนว่าบวกกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย ล้างรถฟรีสองครั้งแลกกับค่าที่นอนก็คุ้มอยู่หรอกมั้ง..


               นั่งขบคิดอะไรๆ อยู่สิบนาทีคุณเขาก็ยังคงหลับสนิท พยายามมองให้รู้สึกตัวก็ไม่ได้ผลจะปลุกเลยก็เกรงใจ ต่อเวลาในใจยอมนั่งรออีกห้านาทีอีกฝ่ายก็ยังไม่มีทีท่า อนลเลยจำเป็นต้องเอื้อมมือไปสะกิดเบาๆ เพราะว่าเขาสายไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว


               คุณหนูครับกระซิบเสียงเบา คุณหนูครับ ผมต้องไปแล้วครับ


               ครั้งที่สองนั่นแหละถึงรู้สึกตัว


               ขอโทษนะครับที่ต้องปลุก แต่ผมต้องเตรียมตัวแล้วครับ


               ดินขยับลุกขึ้นนั่งหลังตรงบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ เบาะรถของเขาถึงจะราคาแพงแต่ก็ไม่ได้สร้างมาเพื่อใช้เป็นเตียงนอน ยังไม่ตีห้าเนี่ยนะ     


               ครับอนลพยักหน้า รบกวนเปิดล็อครถให้ผมหน่อยนะครับ


               ธรณินทำตามที่อีกฝ่ายร้องขอ เพราะถ้ากักตัวกันไว้มากกว่านี้คงเกินเรื่องไป อีกอย่างก็เริ่มมีคนมาวิ่งออกกำลังกายกันแล้วบรรยากาศเลยไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อคืน จะไปไหนเห็นท่าทีลุกลนก็อดถามไม่ได้


               ก็จะกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วก็ไปตลาดครับเกินเวลาปกติมาสิบห้านาทีแล้ว แถมวันนี้ยังมีเรียนเช้าด้วย


               ไปตลาด?” ที่ป้านวลบอกว่ารับจ้างเข็นผักข้อนั้นก็จริงด้วยงั้นเหรอ


               ขอบคุณนะครับสำหรับที่นอนอนลยกมือไหว้ก่อนจะเปิดประตูรถคาไว้เมื่อมีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว แล้วก็ขอบคุณสำหรับที่ช่วยเอาไว้ที่มหาลัยนะครับ


               คนอะไรห่างกันไม่กี่ชั่วโมงสามารถเดือดร้อนได้ถึงสองเรื่อง ไหนจะตกน้ำ ไหนจะโดนไล่ออกจากบ้าน


               เอ่อ..ผมชื่ออุ่นนะครับ ชื่อจริงชื่อว่าอนล


               รู้แล้ว


               แล้ว..แล้วคุณหนูชื่อว่าอะไรเหรอครับเมื่อวานตอนเช้าป้านวลเรียกแต่คุณหนูๆ มัวคิดโน่นคิดนี่เลยลืมถามชื่อ ถึงขนาดมาค้างรถเขาทั้งคืนก็ยังไม่รู้..มารยาทไม่ดีเลยไอ้อุ่นเอ๊ย


               ดิน


               ครับคุณหนู ถ้าอย่างนั้นผมไปนะครับอนลยกมือไหว้ลาอีกครั้ง


               เขาไม่ได้ตอบอะไร ปรับเบาะให้กลับเข้าที่เข้าทางรอจนกว่าประตูจะถูกปิดจากด้านนอกถึงออกรถ


               ..ถามชื่อแต่ไม่เรียกจะถามไปทำไม หงุดหงิดเป็นบ้า..

















 

               สิบเอ็ดโมงครึ่งสามนักศึกษานิเทศศาสตร์หิวโซเดินเตร็ดเตร่มาถึงโรงอาหารวิศวะฯ ตามคำขอร้องของผู้หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่ม ว่าอยากลองชิมให้ครบทุกโรงว่าร้านไหนจะถูกปากที่สุด ลองเป็นเขาที่เอ่ยปากสิไอ้ภูผาคงตบหัวแล้วด่าว่ามากเรื่อง แต่นี่เป็นพระพายไง จากคณะต้องนั่งรถรางออกไปกินวิศวะฯ แล้ววกกลับมานิเทศฯ เพื่อเรียนวิชาบ่ายต่อมันก็ได้แต่พยักหน้าเต็มใจ คำว่าสองมาตรฐานยังน้อยไปสำหรับคนอย่างมัน


               อนลถือข้าวราดแกงง่ายๆ สองจานของตัวเองกับเพื่อนทรยศ เดินตามพระพายไปนั่งที่ริมสระบัว ส่วนภูผาอาสาไปซื้อน้ำให้แล้วเดินตามมาทีหลัง จะว่าไปพอมีพระพายเข้ามาเขาเองก็สบายขึ้น ได้อานิสงส์การเทคแคร์สาวจากมันไปด้วยโดยปริยาย


               ที่นั่งโรงนี้สบายกว่าโรงนิเทศฯเนอะพระพายเปิดประเด็นพูดคุย ไม่แออัดดี


               สองหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย ที่นี่ตั้งอยู่ริมบึงบัวขนาดไม่ใหญ่ มีต้นไม้บังแดด แล้วที่นั่งก็ยังจัดเป็นโซนๆ แยกไปตามสัดส่วน แถมคนยังน้อยกว่าโรงนิเทศฯ เกือบครึ่ง ร้านก็มีให้เลือกหลากหลายกว่า ติดแค่มันไกลจากคณะที่เรียนไปหน่อยก็เท่านั้น


               เสียดายไกลไปหน่อยอะ


               ถ้าพระพายอยากมากินเรากับไอ้อุ่นก็มาได้นะ ไม่ได้ลำบากอะไร


               จ้า..เรากับอุ่นจ้า..ยังไม่ได้ถามอุ่นสักคำจ้าไอ้ผา..


               เอ้อ! วันไหนว่างๆ ไปกินข้าวบ้านเราได้นะ อาเราชวน เขาอยากรู้จักอุ่นกับผา


               อาคนไหนอะพาย คนที่ยิ้มสวยๆ หรือว่าคนที่ทำหน้าดุภาพขยับแว่นกันแดดก้มมองพวกเรายังติดตาอยู่เลย ไหนตอนเช้าจะทำหน้าเข้มเดินลงจากรถมาส่งถึงโต๊ะอีก


               พารวีแทบจะสำลักน้ำ นี่เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งอาวินท์ทำเพื่อนกลัวขนาดนั้นแล้วหรือไง ก็ทั้งสองคนนั่นแหละ คนที่ยิ้มสวยๆ ชื่ออาเบลล์ ส่วนคนที่ทำหน้าดุชื่ออาวินท์ แต่จริงๆ ไม่ดุนะ


               ไม่ดุกับแค่หลานสาวคนเดียวน่ะสิ..


               ฝากขอบคุณคุณอาที่ชวนนะพระพาย แต่อุ่นไม่ค่อยว่างเลยอะ


               เสาร์อาทิตย์ก็ได้นะ


               เขามีท่าทีลำบากใจไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ภูผาสังเกตเห็นเลยช่วยพูด ไอ้อุ่นต้องทำงานอะพระพาย มันไม่ค่อยมีเวลาว่างหรอก


               อุ่นทำงานด้วยเหรอ เท่อะ เราเคยขอคุณอาทำงานพิเศษเหมือนกันนะแต่เขาไม่ให้


               อย่าเลยพายมันไม่สนุกหรอกรวบช้อนส้อมวางไว้ข้างจานเปล่า อีกอย่างมันเหนื่อยนะไม่ได้อยากห้าม แต่ถ้ามีโอกาสก็ตั้งใจเรียนดีกว่า


               อุ่นทำงานพิเศษอะไรเหรอ


               ก็มีล้างจานหลังเลิกเรียน เข็นผักที่ตลาด แล้วก็เสาร์อาทิตย์ล้างรถในปั๊มแถวนี้อะคนอื่นอาจจะอายที่ต้องมานั่งเล่าอะไรแบบนี้ แต่สำหรับเขามันไม่ใช่เรื่องผิดหรือต้องห้าม อีกอย่างในอนาคตถ้าสนิทกันอย่างไรก็ต้องรู้อยู่ดี อยู่ที่ว่าเพื่อนจะรับได้หรือไม่ก็เท่านั้น อย่างภูผาที่รู้แรกๆ ก็ตกใจ แต่หลังๆ มาบางทีถ้าวันไหนแม่ไปตลาดตอนเช้ามันก็ชอบแวะมาหาที่แผงอยู่บ่อยๆ วันไหนทันช่วยเข็นผักมันก็ทำ ส่วนพระพายเขาเผื่อใจไว้ว่าเพื่อนอาจจะรับไม่ได้หรือเปล่า แต่ถ้าเดาไม่ผิดเธอไม่ใช่คนที่จะดูถูกใครพร่ำเพรื่อหรอก


               โห! ไม่เหนื่อยเหรออุ่น


               พายด่ามันเลย ตอนเรียนมัธยมมันเคยเหนื่อยจนเป็นลมหัวเกือบฟาดพื้นตั้งหลายครั้งแล้วด้วย


               ..ได้ทีฟ้องใหญ่เลยนะเพื่อนรัก


               ทำไมอุ่นต้องทำเยอะขนาดนั้นอะเธอชะงักเมื่อคิดว่าเผลอพูดอะไรแทงใจออกไปหรือเปล่า เราถามได้ใช่มั้ย


               ได้สิ เราหาเงินใช้เอง แล้วก็ต้องดูบ้านดูแม่ด้วยเลยลำบากหน่อย


               อุ่น


               หื้ม?”


               เราไม่ได้ดูถูกหรือว่าอะไรอย่าเข้าใจผิดพารวีเว้นจังหวะ ถ้ามีอะไรที่เราพอจะช่วยได้ต้องรีบบอกเลยนะ ถ้าเดือดร้อนหรือว่าอะไร อาเรากับเราช่วยอุ่นได้


               ขอบคุณนะพาย ขอบคุณที่ไม่รังเกียจเรา


               อุ่นเก่งขนาดนี้เราจะไปรังเกียจอุ่นทำไมเล่าคิดได้ยังไงกันนะ แล้วแบบนี้อุ่นจะมีเวลานอนเหรอ


               ก็พอมีนะ


               มันนอนวันละสามชั่วโมงเองพาย บางวันก็ไม่ถึง


               พารวีตกใจไม่น้อยกับเวลานอนอันแสนสั้นของเพื่อน คนปกติเฉลี่ยแล้วต้องแปดชั่วโมงต่อวัน แต่ของไออุ่นยังไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ยังไหวก็เพราะอายุน้อยอยู่หรอก แบบนี้ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเรียนแพทย์ยังรู้เลยว่าไม่ดีแน่


               ถ้าเป็นคนอื่นผาว่ามีตายอะพาย ไอ้อุ่นแม่งรอดมาถึงทุกวันนี้ได้ไงก็ไม่รู้


               ถ้าเป็นคนอื่นงั้นเหรอ..จริงสิ


               พอนึกได้ว่าเมื่อคืนนี้ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ได้นอนสามชั่วโมงก็อดห่วงไม่ได้ ยิ่งต้องมาหลังขดหลังแข็งอยู่บนรถทั้งคืนแถมโดนปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง คิดได้เท่านั้นก็รีบสอดส่ายสายตามองหาเผื่อว่าจะ..


               เจอแล้ว..กำลังนั่งหาววอดอยู่ตรงนั้น


               เดี๋ยวเรามานะอนลบอกเพื่อนๆ ก่อนจะรีบลุกออกไปจากโต๊ะ
















               เขาตรงดิ่งไปที่ร้านน้ำ สั่งกาแฟเย็นหนึ่งแก้วถือไว้ในมือ เดินตรงไปยังเป้าหมาย ทึกทักเอาเองว่าคุณเขาน่าจะมีเรียนต่อตอนบ่ายเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่พักกินข้าวที่โรงอาหารแทนการกลับบ้านไปนอนแบบนี้หรอกมั้ง จากสภาพถ้าไม่ได้กาแฟสักแก้วบ่ายนี้คงมีหลับคาโต๊ะเลคเชอร์


               ประหม่านิดหน่อยเพราะที่โต๊ะไม่ได้มีคุณเขาแค่คนเดียว แต่ด้วยตัวเองเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อีกฝ่ายไม่ได้นอนเต็มที่เลยต้องรับผิดชอบ


               คุณหนูครับอนลเรียกเสียงเบา ยื่นแก้วน้ำในมือให้คนที่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ดื่มกาแฟหน่อยนะครับตอนบ่ายจะได้ไม่ง่วง


               ใครวะไอ้ดิน


               อนลคิดว่าแค่ซื้อมาให้จะดื่มหรือไม่ดื่มก็สุดแล้วแต่คุณเขา ไม่ได้เตรียมใจจะมาเป็นเป้าสายตากลางโรงอาหารแบบนี้เลยสักนิด ท..ทำไม—”


               เสียงซุบซิบนินทาเริ่มแว่วมาให้ได้ยิน มีการพนันว่ากาแฟแก้วนั้นจะโดนเทใส่ชามก๋วยเตี๋ยวที่กินเสร็จแล้วหรือผลักคืนใส่เจ้าของพร้อมกับประโยคที่ว่า ฝากเอาไปทิ้งครับ ไม่ดื่ม


               ขนาดเป็นเครื่องดื่มราคาแพงบนห้างคุณชายเขายังไม่รับ นับประสาอะไรกับอีแค่กาแฟเย็นโรงอาหาร รอดูเถอะว่าครั้งนี้คุณชายของชาววิศวะเราจะมีประโยคอะไรเจ็บๆ ตบหน้ากลับไป             


               ธรณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้มมองเจ้าของกาแฟราคาถูก ไม่ต้องไปสนใจ


               แต่ว่า เขามองอะไรกันเหรอครับ


               รู้ได้ไงว่าฉันง่วงธรณินเลี่ยงที่จะตอบคำถาม เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงให้เข้าใจ ว่าการเอาน้ำมาให้เขาในที่โจ่งแจ้งแบบนี้ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ถูกมองเป็นอื่นไปเสียหมด แล้วยิ่งมาถึงถิ่นยิ่งแล้วใหญ่ ปากหมายิ่งกว่าหมาจริงๆ ก็วิศวะฯเนี่ยแหละ


               ก็เมื่อคืนคุณหนูได้นอนแค่นิดเดียวเพราะผม


               ขอบใจเขาดึงกาแฟเย็นจากมือเจ้าของไปดื่ม ไม่อร่อย


               เหรอครับ! ถ้าอย่างนั้นผมขอคืน—”


               ธรณินชักมือหนีไม่ให้อีกฝ่ายคว้าแก้วได้ แล้วตัวเองไม่ง่วงหรือไง ถึงไม่กินกาแฟ


               กินไม่ได้ครับ กินแล้วใจสั่นหายใจไม่ออกเคยลองอยู่สองครั้ง ครั้งแรกตั้งใจชิมไปแค่นิดเดียวต้องนั่งพักเป็นชั่วโมงๆ ทำอะไรไม่ได้ ครั้งที่สองเผลอดื่มเข้าไปอึกใหญ่เพราะคิดว่าเป็นช็อคโกแลต แต่ไม่รู้ว่ามีส่วนผสมของกาแฟด้วย คราวนั้นหายใจไม่ออกแทบตาย


               คอเด็ก


               ถ้างั้นผมขอตัวนะครับไม่อร่อยแต่ไม่คืนแถมยังดูดไปเกือบจะหมดแก้ว อะไรของเขาวะ..


               เดี๋ยวดันไหล่ให้อีกฝ่ายนั่งลงแทนที่ตัวเองพร้อมออกคำสั่ง รอตรงนี้


               ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดก็หายไปแล้ว เขารีบยกมือไหว้รุ่นพี่สองคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนๆ ของคุณหนู ก่อนจะก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานไว้บนตัก ทำอะไรไม่ถูก อึดอัดกว่าตอนเผลอดื่มกาแฟร้อยเท่า


               อ๊ะ!” ความเย็นที่นาบลงบนแก้มทำเขาสะดุ้งโหยง รีบรับมันถือไว้ก่อนที่จะถูกปล่อยลงพื้น อะไรอะครับ


               ไม่รู้จักโค้ก?”


               รู้จักโว้ยยย แต่ที่ถามคือสงสัยว่าเอามาให้ทำไม


               มันมีคาเฟอีนแก้ง่วงได้เหมือนกัน หวังว่าแค่โค้กจะไม่ทำให้ใจสั่นหรอกนะ


               ให้ผมเหรอครับ


               ถ้าแถวนี้ไม่มีหมาก็น่าจะใช่พูดพลางนั่งลงที่ว่างตรงข้าม แล้วจัดการดูดกาแฟที่เหลือจนหมด ทีหลังจะขอบคุณก็ลงทุนหน่อย


               ครับ?”


               อย่างน้อยก็ชงมาเองจะได้เห็นถึงความตั้งใจ ไม่ใช่แก้วละยี่สิบบาทแบบนี้


               เอ่อ..ขอโทษครับ ครั้งหน้าจะระวังครับรับปากไปก่อน แต่ถ้าจะให้ดีอย่ามีครั้งหน้าอีกเลยเถอะ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับคุณหนู


               ถามชื่อไปทำไมถ้าจะไม่เรียก


               ทำข้อสอบคณิตตอนปอหกยังไม่ยากขนาดนี้ ไม่ว่าจะขยับไปไหน จะซ้าย จะขวาก็ผิดไปหมด นี่จังหวะการหายใจยังกล้าๆ กลัวๆ ว่าคุณเขาจะไม่พอใจ


               ขอโทษครับอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว อีกนิดได้อ้วกออกมาแน่ ไม่น่าหวังดีเอากาแฟมาให้เลย รู้งี้ทำไม่รู้ไม่ชี้เมินไปเลยยังดีกว่า ขอตัวนะครับ


               เดี๋ยว


               อนลชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป ค..ครับผม


               พรุ่งนี้อย่าลืมไปล้างรถที่บ้าน


               ครับๆ ได้ครับเขายกมือชี้ไปด้านหลังว่าไปได้แล้วจริงๆ ใช่ไหม พอได้รับการพยักหน้าก็โล่งอก รีบเดินหนีก่อนที่คุณเขาจะคิดอะไรออกอีก


               ตกลงใครวะไอ้ดิน


               เดาว่าเป็นเพื่อนหนึ่งในสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันเค้นเอาคำตอบจากทีแรกที่โดนเมินไป


               ไออุ่น


               ..อนลเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่ากาแฟไม่ใช่อย่างเดียวบนโลกที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ..


                คนของกู


               ..แต่มันยังมีอีกสิ่งที่ออกฤทธิ์มากกว่านั้นหลายพันเท่าเลยด้วยซ้ำ..


              

              

              

50%







 

               จานใบสุดท้ายถูกเช็ดจนแห้งคว่ำเก็บเข้าที่ ตอนนี้เที่ยงคืนนิดๆ ลูกค้าเริ่มบางตาลงเป็นปกติที่ไม่ใช่ช่วงสุดสัปดาห์ ลากถุงใส่ขยะในครัวออกไปกองไว้ด้านหลังร้านรอรถมาเก็บไปในช่วงช้าวมืด เจ๊ออยรับลูกจ้างมาใหม่หนึ่งคน อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่ว่าไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้ว เพื่อนใหม่คนนั้นบอกว่าอนลโชคดีที่ยังมีโอกาส อย่างน้อยก็ยังฉลาดสอบได้ทุน ไม่เหมือนเจ้าตัวที่ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง ต้องรับจ้างไปวันๆ จะหาสมัครงานดีๆ ทำเข้าก็ไม่รับ


               คนเราก็แบบนี้แหละ ดีไม่ดีปนกันไปอนลพูดพลางถอดผ้ากันเปื้อนยัดเก็บใส่เป้ใบเก่า อย่างไม้ไม่ได้เรียนแต่ครอบครัวไม้ก็อบอุ่นมาก


               ไม้เล่าให้ฟังว่าที่ต้องออกมาหาเงินก็เพราะพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวล้มป่วย เงินที่พอมีเริ่มร่อยหรอ จนตัวเองต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน แม่จากที่อยู่ดูแลบ้านเฉยๆ ก็ต้องออกหางาน แต่เพราะอายุมากแถมไม่มีประสบการณ์อะไรเลยสมัครที่ไหนเขาก็ไม่รับ สองแม่ลูกก็เลยออกรับจ้างไปทั่ว ไม้บอกว่าเรากำลังพยายามเก็บเงินสักก้อนลงทุนเปิดร้านอาหาร เพราะว่าแม่รสมือดียิ่งกว่าใคร น่าจะไปได้สวย


               ...


               อุ่นได้เรียน แต่อุ่นไม่มีพ่อ แม่ก็ไม่รักถ้าเลือกได้เขายอมทำงานตัวเป็นเกลียว แต่ครอบครัวอบอุ่นดีกว่า


               ดราม่าอะไรกันสองหนุ่ม มาๆ รับเงินแล้วก็กลับๆ ไปได้แล้ว เป็นเด็กเป็นเล็กนอนดึกเดี๋ยวไม่โตเจ้าของร้านควักธนบัตรออกจากกระเป๋าผ้าเป็นขยุ้ม เลือกๆ หยิบๆ ก่อนจะส่งให้


               ก็คงเป็นเพราะเหตุผลนี้ล่ะมั้งที่ทำให้ส่วนสูงของเขาหยุดขยับตั้งแต่ตรวจสุขภาพตอนมัธยมปีที่สี่


               ขอบคุณครับเจ๊ออยอนลยกมือไหว้ รับเงินเก็บเข้ากระเป๋า งานที่นี่เรียกว่าเป็นรายได้หลักเลยก็ว่าได้ ลำพังล้างรถที่ปั๊มแค่เสาร์อาทิตย์พอแต่ค่าข้าวค่าของ ถ้าขาดรายได้จากร้านเจ๊ออยไปป่านนี้ที่บ้านคงถูกตัดน้ำตัดไฟไปนานแล้ว


               เป็นยังไงบ้างเรียนมหาลัย


               ก็ดีครับเจ๊ออย


               แล้วเงินค่าเทอม ค่าใช้จ่ายน่ะพอมั้ย มันต้องมีพวกซื้อของทำโปรจงโปรเจคอะไรพวกนั้นด้วยไม่ใช่เหรอเห็นไอ้พวกเสิร์ฟมันบ่นๆ กันเคยได้ยินมา แต่ก็ไม่รู้รายละเอียด ตัวเธอเองเรียนจบแค่มัธยมต้น แต่ก็เก็บหอมรอมริบจนได้เปิดร้านอาหารกึ่งผับบาร์ตามความฝัน เพราะรู้ว่าตอนเริ่มพยายามมันเหนื่อยมากแค่ไหน การให้โอกาสคนเลยเป็นสิ่งที่เธอชอบทำ


               ตอนนี้เพิ่งเปิดเทอมใหม่ๆ ยังไม่มีครับ


               ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกแล้วกัน เจ๊จะช่วยเท่าที่พอช่วยได้นะเห็นเด็กมันเอาการเอางานก็เอ็นดู ยอมเสี่ยงรับเข้าร้านตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ก็เพราะสงสารทั้งนั้น


               ขอบคุณครับเจ๊ออย แต่แค่เจ๊ออยไม่ไล่อุ่นออกอุ่นก็ดีใจมากแล้วครับ


               ถ้าตำรวจลงร้านแล้วแกวิ่งหนีไม่ทันเจ๊ไม่ประกันนะบอกก่อน


               เป็นข้อตกลงตลกๆ ก่อนรับเข้าทำงาน เพราะอายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าสถานที่ ถ้าซวยโดนตำรวจลงร้านก็เรียบร้อยกันหมดทั้งลูกจ้างทั้งเจ้าของ เลยบอกเอาไว้ก่อนว่าถ้าตำรวจลงก็ให้รีบเผ่นตัวใครตัวมัน เห็นพูดเป็นเรื่องล้อเล่นแบบนี้แต่เคยเกิดขึ้นจริงมาแล้ว วิ่งหนีทั้งไม่ใส่รองเท้ากลับถึงบ้านค่อยรู้สึกเจ็บแผลที่ไม่รู้ว่าโดนอะไรบาดมาบ้าง พอคิดย้อนกลับไปก็ตลกดี แต่ตอนหนีน่ะแทบตาย


               อนลยกมือไหว้ลาเจ้าของร้าน โบกมือลาเพื่อนร่วมงานคนใหม่ก่อนจะกลับบ้านด้วยทางลัดทางเดิม วันนี้โชคดีอีกแล้วที่ในซอยมีแสงไฟจากรถคอยส่องให้เหมือนเมื่อวาน คราวนี้ไม่ได้หันกลับไปมองว่าเป็นรถอะไร เพราะว่ายังมีธุระสำคัญต้องจัดการก่อนกลับ












               อนลเดินเลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เลือกเค้กชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งในตู้แช่กับเทียนวันเกิด ระหว่างจ่ายเงินเขาไม่ลืมสั่งให้พนักงานขายหยิบไฟแชคจากหลังเคาน์เตอร์ เดินลอดใต้สะพานไม่นานก็ถึงมุมสำหรับนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำ โชคดีที่วันนี้ร้านเจ๊ออยเลิกเร็วเลยพอมีเวลาสักหน่อย ตอนนี้ก็ประมาณเกือบๆ จะตีหนึ่งผู้คนจึงไม่พลุกพล่านเหมือนกับช่วงหัวค่ำที่เห็นตอนเดินผ่าน แต่ก็ยังพอมีคู่รักที่นั่งพูดคุยกันอยู่ เขาไม่ได้สนใจคนอื่น จัดการหยิบของที่ซื้อออกจากถุงทีละชิ้น เปิดฝากล่องเค้กช็อคโกแลตปักเทียนสีสวยลงไปสองเล่มก่อนจะจุดไฟ


               สุขสันต์วันเกิดครับพ่อ ขอให้พ่อมีความสุขมากๆ นะครับ อนลประคองก้อนเค้กไว้ด้วยสองมือ แสงจากเปลวเทียนส่องกระทบใบหน้า คิดว่าอุ่นจะลืมใช่มั้ยล่ะ ไม่มีทางซะหรอก


               ก็พ่อสำคัญยิ่งกว่าใครในโลกนี่นา..


               อยู่ข้างบน อวยพรให้อุ่นด้วยนะครับเป่าลมหายใจเบาๆ เปลวไฟก็ดับลง


               เวลาถึงวันเกิดพ่อมักจะพาเขาออกมาจากบ้าน ซื้อเค้กก้อนเล็กแล้วก็มาเป่ากันที่นี่สองคน เพราะถ้าแม่รู้จะถูกห้ามแล้วก็อาละวาดว่าสิ้นเปลือง เคยคิดว่าถ้าหากทำงานมีเงินเดือน เมื่อถึงวันเกิดของพ่อจะทำให้บ้าง แต่ก็ไม่มีโอกาส อนลเลยกลายเป็นคนที่จะทำดีต่อใครๆ ให้มากที่สุด โดยเฉพาะกับแม่ เพราะเขาไม่อยากต้องมานั่งพูดคุยกับลมกับฟ้าแบบนี้อีกแล้ว

 

               ร้องเท้าผ้าใบราคาแพงเดินลงจากรถเงียบเชียบมาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง ธรณิณไม่ได้อยากทำตัวเป็น stalkers เขาไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะสะกดรอยตามใคร แต่เพราะความบังเอิญเป็นทางกลับบ้าน คิดย้อนกลับไปว่าหากเขาไม่เลี้ยวเข้าซอยลัดมาเป็นเพื่อนกัน แล้วปล่อยให้เด็กคนนี้เดินฝ่าความมืดไปคนเดียว หากเกิดเหตุอะไรขึ้นมาคงรู้สึกผิดที่ช่วยได้แต่ไม่ช่วย ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะพอรู้ว่าใช้ชีวิตตามลำพัง และแกร่งพอตัวอยู่แล้วก็ตาม


               ก็แค่อยากลดความเสี่ยงลงเท่านั้น..


               อีกอย่างทางนี้ก็กลับบ้านได้เหมือนกัน แค่เสียเวลากลับรถสักหน่อย บวกลบไม่เกินสามนาทีหรอก แต่ครั้งนี้จุดหมายของเด็กนี่ไม่ใช่ซอยหลังตลาดเหมือนกับเมื่อวาน แต่กลับมาจุดเทียนเป่าเค้กคนเดียวเหงาๆอยู่ตรงนี้


               ..ยิ่งรู้จักก็ยิ่งน่าค้นหา แบบนี้มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่


               โดนแม่ไล่ออกจากบ้านอีกแล้วหรือไงแน่นอนว่าไม่ใช่คำทักทายที่ดีเท่าไหร่ แต่ในเวลานี้จะให้พูดสวัสดีตอนกลางคืน หรืออะไรทำนองนั้นเขาทำไม่ได้หรอก


               คุณหนู มาที่นี่ทำไมครับ


               ที่ตรงนี้ไม่ได้เป็นของนาย ทำไมฉันจะมาไม่ได้


               ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อยเกือบตีหนึ่ง ถ้าไม่ใช่คู่รักที่แอบมาอยู่กันสองต่อสอง หรือมาเป่าเค้กฉลองวันเกิดกับพ่อแบบเขา จะมีเหตุผลอะไรให้มาอีก


               ธรณินดันข้าวของไปชิดฝั่งที่อีกฝ่ายนั่งอยู่แล้วทิ้งตัวลงด้านข้าง ไม่ได้ต่อความอะไร อันที่จริงถ้าถามถึงเหตุผลจริงๆ ที่มายืนอยู่ที่นี่ตอนนี้ ตอบไม่ได้หรอก..


               วันเกิดเหรอ


               ครับ?”


               ก็เห็นเขาปรายตามองไปหาเค้กที่ยังมีเทียนปักไว้อยู่


               อ๋อ เปล่าหรอกครับอนลไม่ได้พูดต่อ ขบคิดอยู่ในใจว่าควรลงรายละเอียดไปมากกว่านี้หรือไม่ บางทีคุณหนูอาจจะไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นก็ได้


               แอบมาเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน แต่โดนเทนัดเลยต้องมาเป่าเองเหงาๆ แบบนี้คนเดียว


               ให้ตาย..ปีสองมีวิชาเขียนบทละคร จะขอยืมคุณเขาให้มาช่วยคิดได้ไหมนะ ปะติดปะต่อเรื่องเก่งเหลือเกิน


               ไม่ใช่แบบนั้นครับ


               แล้วมันแบบไหนล่ะคราวนี้หันไปจ้องหน้า ไม่ได้อยากเสียมารยาทสอดรู้เรื่องส่วนตัวหรอกนะ แต่พฤติกรรมแปลกๆ แบบนี้มันก็อดสงสัยไม่ได้


               วันเกิดพ่อครับ


               แล้วไหนล่ะพ่—” เสียงของป้านวลดังแทรกขึ้นมา ทำไมถึงพลั้งปากออกไปแบบนี้วะไอ้ดิน!


               พ่ออุ่น..เสียแล้วครับมันผ่านมานานมากแล้ว เกินสิบปีแล้วด้วยซ้ำ แต่พอต้องพูดคำนี้ออกมาทีไรอาการวูบโหวงก็ตีตื้นขึ้นมาทุกที


               เหมือนไปซ้ำแผลเดิมว่าพ่อที่เคยสัญญากันว่าจะอยู่ดูใส่ชุดครุยรับปริญญา สัญญาว่าจะรออยู่บ้านหลังใหม่ที่ลูกชายเป็นคนเก็บเงินซื้อให้ แต่สุดท้ายก็เลือกจากกันไป หากเป็นอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดอนลคงโทษโชคชะตา แต่พอเป็นเหตุผลนี้ พ่อเลือกที่จะไปเอง แสดงว่าพ่อไม่เชื่อในตัวของเขาที่สัญญาเอาไว้ว่าจะทำให้มีความสุข เลือกที่จะทิ้งกันไปทั้งๆ ที่บอกว่ารักนักรักหนา พ่อเป็นคนเดียวที่รู้ว่าโลกของไออุ่นโดดเดี่ยวแค่ไหนหากไม่มีเขาอยู่ด้วยกันในนั้น แต่พ่อก็เลือกที่จะทิ้งกันไป  


               รู้แล้ว


               รู้?”


               อืมถึงตรงนี้จะมืด แต่ก็พอมองเห็นน้ำในตาของอีกฝ่ายที่คลอหน่วย เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง และไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกใครเท่าไหร่ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่เป็นหนึ่งในครั้งที่ความรู้สึกผิดตบหน้าอย่างแรง ทำแบบนี้ทุกปีเลยเหรอ


               ครับ


               บรรยากาศรอบตัวกลายเป็นความเงียบ มีเพียงแค่ลมบางๆ พัดให้ต้นไม้แถวนั้นเสียดสีเกิดเป็นเสียงให้พอรู้สึกไม่ว้าเหว่


               คุณหนูอนลเว้นจังหวะ ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกแล้วหรือไม่ แต่อย่างน้อยคงคลายความอึดอัดลงได้บ้าง ทานเค้กมั้ยครับ


               คนฟังหลุดหัวเราะในลำคอ คาดหวังไว้ว่าอาจจะมีประโยคพูดคุยที่ดีกว่านี้ ไม่ล่ะ นายกินไปเถอะ


               อนลพยักหน้า ตักเค้กช็อคโกแลตเข้าปากเคี้ยว ข้าวเย็นของวันแค่นี้ก็คงพอ


               คุณหนู..ไม่ง่วงเหรอครับถึงตัวเองจะยังตาสว่างอยู่เพราะยังไม่ถึงเวลานอน แต่คนใช้ชีวิตปกติอย่างคุณเขากลางค่ำกลางคืนป่านนี้แล้วน่าจะต้องเข้านอนแล้วไม่ใช่หรือไง


               คงเป็นเพราะกาแฟเมื่อกลางวันน่ะ


               ...อ่อ ครับ


               จะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่


               ทำ..ทำอะไรเหรอครับ


               ก็จุดเค้กให้พ่อแบบนี้


               นั่นน่ะสิ..จะต้องทำไปถึงเมื่อไหร่ ไม่เคยคิดเอาไว้เลย


               มันเป็นสิ่งที่พอจะทำได้น่ะครับ จริงๆ อยากทำมากกว่านี้เขาถอนหายใจไล่ความรู้สึกเสียดแน่นในอก แต่พ่อไม่อยู่ให้ทำ


               ความเงียบเข้ามาครอบงำเราทั้งคู่อีกครั้ง เค้กในมือถูกตัดกินไปแค่คำเดียวก็ต้องวางลง


               ตอนเด็กๆ ไปซัมเมอร์ที่เมืองนอก เวลาคิดถึงแม่ก็จะไปหาครู จินตนาการว่านั่นน่ะคือแม่ แล้วก็พูดระบายออกไป บางทีเป็นภาษาไทยครูเขาก็ไม่เข้าใจหรอก แต่เราแค่อยากพูดมันออกไปเท่านั้น


               แล้วทำไมไม่โทรกลับมาคุยกับคุณแม่ล่ะครับ


               ถ้าโทรมาตอนนั้นก็คงร้องไห้พอนึกย้อนกลับไปแล้วก็ตลกดี ไม่อยากให้แม่เป็นห่วง บางทีเราแค่อยากพูด คนฟังไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เราต้องการเสมอไปหรอก แค่ได้พูดมันออกไปก็พอ


               ดีจังนะครับไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ดีๆ ทำไมคุณเขาถึงเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แต่ก็รู้สึกสบายใจนะที่ได้ฟัง แล้วถ้ามีโอกาสก็อยากลองทำบ้าง เอาไว้ผมจะลองทำบ้าง มีเรื่องจะพูดกับพ่อเยอะแยะเลย


               ก็ลองเลยสิ


               หื้ม?”


               ฉันไม่ได้สนิทกับนายขนาดนั้น คงไม่เอาเรื่องนายไปล้อหรอกธรณินขยับนั่งตะแคงข้างเข้าหา ว่าไง


               คือ..


               แล้วแต่นะ


               อนลปล่อยเวลาให้ตัวเองตัดสินใจ สมองก็เอาแต่บอกว่ามันไม่ควรแล้วก็ไม่เหมาะสมเลยสักนิด คุณเขาเป็นเจ้านาย ส่วนเราเป็นแค่ลูกจ้าง แค่ลดตัวมานั่งคุยด้วยก็ถือเป็นโชคดีแล้ว แต่หัวใจดันคิดตรงกันข้าม เขาขยับนั่งในท่าเดียวกับอีกฝ่าย หันหน้าเข้าหา มองลึกเข้าไปในตา


               ..พ่อ


               ...ธรณินไม่ได้พูดโต้ตอบ เขาจะทำเพียงแค่นั่งรับฟังอยู่เฉยๆ เท่านั้น


               อุ่นสอบชิงทุนมหาลัยได้แล้วนะครับ เต็มจำนวนเลย ตอนนี้อุ่นทำงานหาเงิน..ตอนเช้าอุ่นเข็นผักที่ตลาด ตอนเย็นอุ่นทำงานร้านอาหาร เสาร์อาทิตย์อุ่นไปล้างรถที่ร้านลุงชัย ตอนแรกลุงเขาไม่รับเพราะอุ่นตัวเล็กคิดว่าคงไม่มีแรง แต่เพราะเห็นว่าเป็นลูกของพ่อลุงแกเลยเมตตา


               ...


               อีกสามปีครึ่งอุ่นก็จะเรียนจบ จะหางานดีๆ ทำ จะซื้อบ้านให้แม่ ตามที่เคยสัญญากับพ่อไว้


               ...


               แต่พ่อไม่รออุ่นเลยน้ำตาหยดแรกไหลกระทบมือที่ผสานอยู่บนตัก


               ...


               สุขสันต์วันเกิดนะครับพ่อเขาใช้หลังมือปาดน้ำตา ..คิดถึงพ่อ..นะครับ


               คงจะใจดำเกินไปหากปล่อยให้เด็กคนนี้ร้องไห้อยู่เพียงลำพัง อีกอย่างก่อนออกจากบ้านก็ลืมหยิบผ้าเช็ดหน้ามาด้วย ที่คิดออกคงมีที่เดียวที่จะซับน้ำตาให้ได้..ก็คือไหล่ของเขา


               ธรณินใช้มือรั้งให้อีกคนเข้ามาหาอย่างง่ายดาย กดศีรษะของเด็กขี้แงให้ซบลงที่ไหล่กว้าง ครั้งล่าสุดที่ปลอบคนให้หายร้องไห้จำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไหร่ คล้ายๆ ว่าจะเป็นเด็กที่วิ่งมาแล้วหกล้ม ตอนนั้นเป็นเด็ก ตอนนี้ก็เป็นเด็กเหมือนกัน..


               กว่าสิบนาทีเสียงสะอื้นถึงจะเบาบางและหยุดลงในที่สุด อนลขยับตัวให้หลุดจากวงแขนแข็งแรง นั่งตัวตรงถอยชิดอีกฝั่งเมื่อคิดได้ว่าเผลอทำอะไรน่าอายออกไป


               ขอโทษนะครับ ผมแย่จังเลย


               สบายใจขึ้นมั้ย


               เขาพยักหน้า สิ่งที่อยากบอกกับพ่อก็มีเพียงเท่านี้ แค่อยากให้เขารู้ว่าลูกชายยังคงพยายามอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีพ่อเป็นแรงบันดาลใจเหมือนเมื่อก่อน


               จะกลับหรือยังเดี๋ยวไปส่งธรณินอาสา ถึงตรงนี้จะไม่ไกลจากบ้านมาก แต่ยามวิกาล ไม่มีใครคอยเป็นหูเป็นตา อันตรายเกิดขึ้นได้เสมอ หรือถ้าไปถึงแล้วโดนไล่ออกจากบ้าน เขาจะได้ล้างรถฟรีเพิ่มอีกสองครั้ง


               คุณหนูกลับไปก่อนเถอะครับ ผมกลับเองได้รีบปฏิเสธเป็นพัลวันรบกวนคุณเขามาตั้งแต่เมื่อคืนยันตอนนี้ คงไม่กล้าแล้ว


               ดึกขนาดนี้ที่บ้านไม่เป็นห่วงบ้างหรือไงจริงอยู่ว่าไม่ใช่เด็กๆ แต่มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง นั่งกันมาตั้งนานไม่เห็นจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสักนิด ที่ป้านวลว่าน่าสงสาร ไม่นึกเลยว่าจะน่าสงสารขนาดนี้


               ไม่หรอกครับ ไม่มีหรอกครับ


               จะกลับหรือไม่กลับบ้านแม่ยังไม่ใส่ใจเลย ความห่วงใยงั้นเหรอ เท่าที่สัมผัสได้ครั้งสุดท้ายมันเมื่อไหร่กันนะ อนลเคยอ่อนเพลียหมดสติที่โรงเรียนจนต้องไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล คืนนั้นไม่ได้กลับบ้าน หายไปทั้งคืนกลับมาแม่ยังไม่รู้อะไร เขาเคยคิดว่าถ้าลองหายไป...แบบพ่อ แม่จะรู้สึกอะไรบ้างไหม แต่ก็เป็นเพียงความคิดชั่ววูบเท่านั้นเอง


               มีสิ


               ..แม่เหรอครับ แม่ไม่ห่วงหรอกครับป่านนี้คงเข้านอนแล้วหรือไม่ก็ล้อมวงดื่มกับคนพวกนั้น


               บอกว่ามีก็มี คนที่เป็นห่วงน่ะ..มีเขาย้ำท้ายประโยคให้แน่ใจ


               ใครล่ะครับคุณหนู..ผมไม่เห็นจะเคยเจอ


               เดี๋ยวก็ได้เจอ


               ...


               ตอนนี้แค่รู้เอาไว้ว่ามีคนเป็นห่วงอยู่ก็พอ





รักหนูอุ่นจังเลยลูก อยากดูแลลลลลลลลลลลล

ช่วงนี้ใกล้ไฟนอลโปรเจค งานสุมมาก อาจจะมาไม่บ่อยเท่าไหร่นะคะ แต่จะพยายามนะะ

ขอบคุณที่เอ็นดูหนูอุ่นนะค้าบพี่ๆ แม่ๆ


ฝากคอมเม้น หรือ #อุ่นไอของดิน ด้วยนะฮ้าบบ


ปล.มีการแก้ไขเนื้อหาบางส่วนเนื่องจากมีนักอ่านบอกว่าเปิดแอร์นอนในรถอันตราย แก้ไขให้พี่ดินเปิดกระจกนอนแล้วนะค้าบ ขอบคุ

ณสำหรับคำแนะนำน้าา               

                               

              

                  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.085K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,135 ความคิดเห็น

  1. #8117 Dimple11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 19:55
    ่านไปร้องไห้ไป...ไหนบอกฟีลกู๊ดดดด😭😭😭
    #8,117
    0
  2. #8116 Rooubee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 01:14
    ไหนบอกฟิวกู๊ดดด ตอน2 มา คือ น้ำตาไหล
    #8,116
    0
  3. #8096 binary_cd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 11:11
    2 ตอนแล้ว ร้องไห้ 2 ตอนแล้วว สงสารน้อง
    #8,096
    0
  4. #8083 Naj Jha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 13:50
    น้ำตาร่วง เรย
    #8,083
    0
  5. #8080 นุ่มนิ่ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 15:06

    อ่านคุณอาเบลล์ก็ร้องไห้จนตาแฉะ นี่ฉันต้องาเสียย้ำตาให้กับชีวิตรัดทดของไออุ่นอีกแล้ว

    #8,080
    0
  6. #8063 YanisaCH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 11:55
    ฮือออออออออ
    #8,063
    0
  7. #8050 Kasalongkham (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:02
    ชีวิตน้องน่าสงสารมากจริงๆ ดิ่งมากเลย กอดๆนะอุ่น
    #8,050
    0
  8. #8027 onlyyellow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 14:06
    สงสารยิ่งเรื่องพ่อแล้วจุกมาก
    #8,027
    0
  9. #8003 Oill1478 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 10:59
    ฮืออ่านเเล้วรู้สึกจุกๆเหมือนจะร้องไห้เลย
    #8,003
    0
  10. #7999 Yuri Nelobon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 20:51
    สงสารหนู่อุ่นจังเลยลูก😥😥
    #7,999
    0
  11. #7985 KRX_N (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:27
    หอมหัวนะน้องอุ่นน
    #7,985
    0
  12. #7970 kookmin312537 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:27
    โอ้ยสงสาร
    #7,970
    0
  13. #7934 Rew_David (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:01
    อ่านไปน้ำตาไหล T T
    #7,934
    0
  14. #7913 pcy921 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 07:41
    โอ้ยยยยยสงสารน้องอุ่นนนน
    #7,913
    0
  15. #7912 piti345 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 22:42

    เพิ่งได้เข้ามาอ่าน แต่ตอนนี้ทำน้ำตาแตกแบบหยุดไม่ได้เลย ต้องหยุดพักอ่านอ่ะ นั่งทำใจตั้งนาน มันเศร้ามากกกก
    #7,912
    0
  16. #7899 lookkmhee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 13:44
    น้องงงงง อยากดึงหนูมากอดแน่นๆจังเลย
    #7,899
    0
  17. #7887 Kamobee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 17:44

    น้ำจะไหลพรากกกกกกก
    หนูจะทำให้แม่เศร้าแบบนี้ไม่ด้ายยยน้าลูกกกกก
    แงๆๆๆๆๆๆ
    #7,887
    0
  18. #7859 priyatida_tt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 12:20

    หนูอุ่นลูกกกกกกกก
    #7,859
    0
  19. #7825 momomay79 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 21:07
    ไหนว่าไม่ม่าโอ้ยยใจแม่
    #7,825
    0
  20. #7797 DDDoubleD (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 23:18
    หนูอุ่นลูกกกก พี่ไงงงพี่เป็นห่วงหนูน้าาา
    #7,797
    0
  21. #7780 LemonSoda-227 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 01:32
    ร้องไห้จนหายใจไม่ออก หนูอุ่นลูกกกก 😭😭
    #7,780
    0
  22. #7762 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 11:58
    นี่เเค่สองตอนนะ น้ำตาไหลพรากเเบบ เเงงงง คนดีค้าบบบ มีจะเลี้ยงนุเองงงง มานี่ๆๆๆ ฮืออออ
    #7,762
    0
  23. #7758 Fxssoh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 01:56
    เรื่องที่ทำให้น้ำไหลคือเรื่องครอบครัวนี่แหละ เข้าใจอุ่นดีเลยเพราะชีวิตเราก็ไม่ต่างกัน
    #7,758
    0
  24. #7748 MTuan9397 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 11:38

    ไม่ไหว น้ำตาไหลแล้ว😭😭😭
    #7,748
    0
  25. #7747 YOUR.B (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 11:29
    ร้องไห้ทุกตอนเลย แบบไม่ไหว
    #7,747
    0