(end) ╂ คุณอาเบลล์ ╂ [YAOI] (สนพ.Deep Publishing)

ตอนที่ 5 : คุณอากับคนรู้ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,139 ครั้ง
    15 ก.ย. 61



























-คุณอาเบลล์-

























                ชวินท์ บิดขี้เกียจหันมองนาฬิกาติดผนังกลางห้อง พลางน้ำย่อยในท้องก็เริ่มเรียกหาอาหารแล้ว หลังจากมื้อกลางวันที่ห้างสรรพสินค้ากับPAตัวเล็ก ตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบ ๆ ห้าชั่วโมงเห็นจะได้ วันนี้เป็นการทำงานที่ไม่มีความเครียด เพราะมีสิ่งน่ารัก ๆ มาให้เป็นจุดพักสายตา รวม ๆ แล้วทั้งวันเขายิ้มรวมกันมากกว่าสองเดือนที่ผ่านมา


                เพราะเบลล์ที่ทำให้ยิ้มเก่งขึ้น


                นี่พูดจริงไม่ได้หยอด..


                สั่งอะไรมากินกันมั้ยครับ ผมเลี้ยง


                กี่โมงแล้วครับเนี่ยบีรดลพูดก่อนจะเหยียดหลังคลายเส้น ตั้งแต่ที่เราคุยกันเรื่องยิ้มไม่ยิ้มช่วงบ่าย พอได้สติกลับคืนก็ขะมักเขม้นตั้งใจทำงานอย่างเดียว ไม่กล้าปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่านอีกครั้ง


                ใกล้จะหกโมงแล้วครับ


                หกโมง..หกโมง!!” กระวีกระวาดลุกขึ้นยืนตาหูเหลือก ท้องฟ้านอกหน้าต่างเป็นพยานอย่างดีว่าท่านประธานไม่ได้ดูเวลาผิด พระอาทิตย์อย่าเพิ่งรีบไป กลับมาก่อน! “ตายแล้ว!! ตายแน่ๆ


                ใครตายครับเบลล์


                เบลล์นี่แหละครับจะตายหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวยัดใส่กระเป๋ากางเกงลวก ๆ เดี๋ยวเบลล์กลับมา ครึ่งชั่วโมงครับ เดี๋ยวกลับมา


                เอ่อ..ถ้ามีธุระ กลับเลยก็ได้นะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ


                ไม่เป็นไรครับ ครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวเบลล์กลับมาพูดแค่นั้นก่อนจะวิ่งออกไปไวกว่าแสง กระพริบตาอีกทีก็เห็นแค่หลังไว ๆ อยู่ตรงโน้นแล้ว


                เบลล์ เบลล์ เบลล์


                ประธาน Knock out!!





















-คุณอาเบลล์-

 




















                ไม่รู้ว่าเพราะโรงเรียนมันใกล้กับที่ทำงานมาก หรือว่าอาเบลล์สวมวิญญาณ โดมินิค โทเรทโต้ จากเรื่อง Fast and the Furious ไม่ถึงสิบนาที Eco car คันสีส้มก็เสียบเข้าซองจอดรถของโรงเรียนอนุบาล


                ฮืออ..อาเบลล์ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะลืมหนูนะคะพระพาย


                อาเบลล์!!”


                พระพายลูกบีรดล ย่อตัวรับกอดจากหลานสาวแล้วอุ้มขึ้นมากอดเอาไว้ รับกระเป๋าเป้ลายโดเรม่อน จากคุณครูมาถือด้วยมืออีกข้าง ดูก็รู้ว่าหลานรออยู่ แค่เห็นรถก็วิ่งมาหาแล้ว อาเบลล์ขอโทษที่มารับหนูช้า..ขอโทษนะครับคุณครู


                ไม่เป็นไรค่ะผู้ปกครอง ยังเหลือเด็ก ๆ อยู่หลายคนเลย


                เมื่อกี๊พายเล่นกับเพื่อนอยู่ รออาเบลล์ไม่นานค่ะ


                ได้คำปลอบจากสองคนก็ทำให้ใจชื้นขึ้นบ้าง บอกพระพายให้ไหว้ลาคุณครูก่อนจะเดินกลับมาที่รถ วางหลานสาวตัวจ้อยที่เบาะข้างคนขับดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ ขโมยจุ๊บแก้มหนึ่งทีเป็นค่าแรง ตอนแรกคิดไว้ว่าจะซื้อคาร์ซีทให้นั่ง อะไรที่ป้องกันได้ก็อยากทำ เพราะพระเจ้าคงไม่เมตตาใครหลายครั้ง อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวก็มากเกินพอ แต่พอไปปรึกษากับร้านขาย ก็ได้รับคำแนะนำมาว่า พระพาย ตัวโตพอที่เข็มขัดนิรภัยของรถจะรัดให้ความปลอดภัย คาร์ซีทไม่จำเป็นแล้ว เขาเลยเออออตกลงตามนั้น แต่ก็ยังกำชับหลานสาวทุกครั้งว่าอยู่บนรถต้องนั่งเรียบร้อย ไม่ปีนไปปีนมา


                ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บีรดล ขับรถระมัดระวังมากขึ้น จากเคยอยู่เลนส์ขวาตลอด เห็นช่องหน่อยก็รีบแทรกทั้งที่รู้ว่าก็ไปได้เร็วกว่าไม่เท่าไหร่ ตอนนี้เริ่มยั้งตัวเองมากขึ้น ถือคติช้าเร็วก็ถึงเหมือนกัน ยกเว้นเมื่อสักครู่นี้ที่สวมวิญญาณ ดอม โดมินิค เพราะว่ารีบมาก


                พายลูก เดี๋ยวอาเบลล์ขอแวะบริษัททำงานแป๊บนึงนะคะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยกลับคอนโดกัน


                ได้ค่ะอาเบลล์


                บีรดล เอื้อมมือมาลูบศีรษะของหลานสาวคนดี แกไม่เคยดื้อเลยสักครั้งเดียว นึกชื่นชมพี่ชายกับพี่สะใภ้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เลี้ยงลูกออกมาได้ดีขนาดนี้ เสียดายที่ไม่ได้อยู่เห็นแกเติบโตขึ้นมา แต่เขาขอสัญญากับทุกสิ่งทุกอย่าง ว่าจะดูแลพระพายให้ดี ดีมากเท่าที่จะทำได้เลย



                เดี๋ยวหนูนั่งรอตรงนี้ ทานข้าว ทำการบ้าน ง่วงก็นอนตรงนี้นะลูกนะขอยืมเก้าอี้พี่เกวลินมาปรับเอนให้เป็นเตียงเล็ก ๆ สำหรับหลานสาว แกะกล่องข้าวไข่เจียวกุ้งสับ กับผัดผักรวม ที่ซื้อจากร้านอาหารด้านล่างวางไว้บนโต๊ะพร้อมน้ำแตงโมปั่นของโปรด อาเบลล์ทำงานในห้องนั้น ถ้ามีอะไรเข้าไปเรียกอาได้เลยนะคะ ถ้าใครมาพาไปไหนห้ามไปนะ ต้องบอกอาเบลล์ก่อน


                โอเคค่ายกมือทำโอเคแนบกับตาสองข้างร้องเพลงคุณปูตามที่โรงเรียนสอน


                อารักหนูน้า

 





















 

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก


                ขออนุญาตครับท่านประธาน


                หมดเวลางานแล้วครับเบลล์


                เอ่อ..ครับคุณวินท์


                มาทานข้าว ผมสั่งอาหารมาเผื่อ กับข้าวทานได้รึเปล่า ถ้าไม่ได้จะสั่งอะไรเพิ่มก็ได้นะ


                โต๊ะทำงานของท่านประธานตอนนี้ถูกจัดเป็นโต๊ะจีนย่อม ๆ กองเอกสารกวาดไปข้างนึง วางรวมกับโน๊ตบุ๊คและของต่าง ๆ อีกนิดหน่อย ถ้าถามความคิดเห็น ชวินท์ ถือได้ว่าเป็นท่านประธานเจ้าระเบียบ แล้วก็รักสะอาด เพราะภายในห้องไม่ได้รกรุงรัง ถึงตอนทำงานจะมีเอกสารวางเกลื่อนโต๊ะ แต่พอก่อนจะกลับทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม อย่างเช่นตอนนี้ก็โล่งจนเป็นโต๊ะกินข้าวได้


                ทานได้ครับ


                ธุระเสร็จแล้วเหรอครับ


                ครับ เรียบร้อยดี


                เราพูดคุยกันแค่นั้นก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับข้าวบนโต๊ะ ท่านประธานดูรีบกิน สงสัยคงเป็นเพราะไม่อยากทิ้งงานค้างไว้ บีรดลเองเลยต้องรีบไปด้วย สิบห้านาทีจากจานกับข้าวหลากหลายก็เหลือเพียงซากอารยะธรรมที่ช่วยกันสร้าง PA ตัวเล็กรวบช้อนส้อมพลาสติก ก่อนจะซ้อนกล่องพลาสติกทั้งหมดตรงหน้าใส่ถุงมัดปากแน่นกันกลิ่นอย่างดิบดี


                วันนี้ทำถึงเดือนสี่ก็พอครับ เบลล์เคลียร์เดือนสามเสร็จก็กลับบ้านเถอะ ดึกแล้ว


                เหลือข้อมูลที่ต้องคีย์อีกหนึ่งส่วนสี่ของแฟ้มเดือนสามก็จะลุล่วงตามคำสั่ง เขาพยักหน้ารับก่อนสติจะเริ่มจมหายเข้าไปกับงานอีกครั้ง ท่านประธานก็ด้วย มีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงก๊อกแก๊กจากแป้นพิมพ์แล็บท็อปเท่านั้นที่คลอไปให้ไม่เหงาหู


                ..อาเบลล์ขา


                เสียงเรียกเบา ๆ จากหลังประตูบานใหญ่ทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง เด็กหญิงตัวน้อยในชุดนักเรียนยืนขยี้ตาแดงก่ำ ปลายจมูกรั้นก็ขึ้นสีระเรื่อ


                พระพายกำลังร้องไห้


                พระพายลูก หนูร้องไห้ทำไมคะเขารีบไปคว้าร่างน้อย ๆ ขึ้นอุ้ม พระพายแนบศีรษะลงบนแก้มของคุณอา สงสัยคงเป็นเพราะง่วงก็เลยงอแง


                เด็กคนนี้เป็นใคร


                หลานสาวของผมเองครับบีรดล ตอบแต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม คนเก่งของอาเบลล์ไม่ร้องไห้นะคะ หนูมีอะไรไม่สบายใจคะ..คนดี


                พระพาย ใช้มือโอบลอบลำคอของอาเบลล์ไว้ เธอสะอึกสะอื้นไม่หาย คิดถึงคุณแม่..ฮึก..คุณพ่อด้วย..


                บีรดล ค่อย ๆ นั่งลงบนโซฟาในห้องของท่านประธาน โดยที่มีลูกลิงกอดอยู่แบบนั้น โถ คนดีของอา ไม่ร้องไห้นะลูก คุณพ่อคุณแม่อยู่บนฟ้า ไม่ได้หายไปไหนเลย


                ฮึก..บนฟ้าไกลมั้ยคะ..นั่งเครื่องบิน..อึก..ไปหาได้มั้ย


                ประโยคไร้เดียงสา ทำคุณอาคนเก่งน้ำตาคลอ


                เด็กเปรียบเสมือนแผ่นผ้าสีขาว พระพายยังไม่โตพอที่จะรู้ว่าการจากไปคืออะไร บนฟ้าคือที่ไหน แกเข้าใจว่านั่นคือสถานที่หนึ่ง ไม่ใช่อีกโลกหนึ่ง ที่จะไม่สามารถพบเจอกันได้อีก


                พระพาย ฟังอานะลูก..คุณพ่อคุณแม่กลายเป็นเทวดานางฟ้า คอยดูแล ปกป้องคุ้มครองหนูจากอันตราย..ตอนนี้ ตรงนี้ พระพายมีอาเบลล์ แล้วอาเบลล์ก็มีแค่พระพายนะลูก


                ความสัมพันธ์ของเรามันเกิดขึ้นเพียงไม่นาน..หรือจะเรียกว่าเพิ่งเริ่มต้นก็ยังได้ เด็กผู้ชายวัยรุ่นหนึ่งคน ใช้ชีวิตคนเดียว โดดเดี่ยวมาหลายปี ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยรู้ว่า พ่อ แม่ คืออะไร มีบทบาทหน้าที่สำคัญแบบไหน ไม่เคยเลี้ยงเด็ก ไม่เคยต้องดูแลใคร แต่กลับได้รับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวง พระพาย ไม่ใช่สิ่งของที่จะมีวิธีดูแลรักษาติดมาข้างกล่อง เธอเป็นเด็ก มีชีวิต มีหัวใจ และการที่หนึ่งชีวิตจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี ไม่รู้สึกขาดในสิ่งที่คนอื่นมีแต่ตัวเองไม่มี มันเป็นเรื่องยาก บีรดล พยายามทำทุกสิ่งตามที่เคยได้รับมาจากบูมินทร์ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันดีพอที่จะเทียบเท่าแล้วหรือยัง


                พายรักอาเบลล์..ฮึก..อย่าทิ้งพายนะคะ


                หัวใจคุณอาอ่อนยวบลงไปทุกขณะ หลายครั้งที่คำว่า อย่าทิ้ง อย่าไป ออกจากปากของหลานสาว พระพาย อดทนกับทุกอย่าง เก่งกาจในทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเดียวที่เธอไม่อาจรับมันไหวอีกแล้ว


                ไม่มีวันนั้นแน่นอนค่ะ เชื่อใจอานะ อาเบลล์จะดูแลหนูให้ดีที่สุด..อาเบลล์ไม่เก่ง ไม่รู้วิธีอะไรเลย ถ้าอาเบลล์ทำอะไรผิดไป พระพายต้องเตือนอาเบลล์นะคะ


                ...


                เราต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันและกันนะ อารักหนู อยากทำทุกอย่างให้หนูมีความสุข..อาไม่อยากให้พระพายเสียใจที่มาอยู่กับอา


                พายไม่เสียใจ..อาเบลล์เหมือนพ่อ เหมือนแม่ด้วย..พายรักอาเบลล์


                ที่บอกว่าเหมือนพ่อก็คงเพราะหน้าตา ส่วนที่เหมือนแม่ อาจจะเป็นนิสัยการเอาใจใส่..หรือไม่ก็แก้มนุ่ม ๆ ที่เธอชอบจับ


                อาก็รักพระพายค่ะ..ง่วงก็หลับน้า อากอดหนูแน่น ๆ อยู่แบบนี้ ไม่ทิ้งไปไหนแน่นอนค่ะ


                ไม่นานเสียงพูดแง้ว ๆ เหมือนลูกแมวก็เงียบหายไป พระพาย หายใจเข้าออกสม่ำเสมอติดจะฟึดฟัดหน่อย ๆ เพราะร้องไห้ พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็เพิ่งนึกออกว่าภายในห้องไม่ได้มีแค่เราสองอาหลาน แต่กลับมีผู้ร่วมเหตุการณ์ที่นั่งเงียบเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่อีกหนึ่งคน


                หลานเบลล์เหรอครับ   


                ใช่ครับ พระพาย หลานสาวของผมเอง


                ...


                คุณวินท์มีอะไรจะถามมั้ยครับเห็นท่านประธานอึกอักอยู่หลายที ทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ ถ้าให้เดาก็คงกำลังกลั่นกรองคำพูด จะถามอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้กระทบกับใจคนฟังเช่นเขา ถามได้ครับ ถือว่าแลกกันที่เมื่อกลางวันคุณเล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังบีรดล ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น


                ผมได้ยินเบลล์พูด เรื่องพ่อกับแม่ของแก


                บีรดล พยักหน้ายิ้มบาง ๆ พระพาย เป็นลูกของพี่ชายผมครับ เขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกับภรรยาไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้วเอง..พระพายเป็นคนเดียวที่รอด


                ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะครับไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว แสดงว่าเพิ่งสูญเสีย เก่งมากที่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแบบนี้ เข้มแข็งมากจริง ๆ


                เล่าได้ครับเขาตอบ เพราะบางทีก็อยากมีใครสักคนรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเหมือนกัน ตอนแรกพระพายอยู่ที่ภูเก็ตกับญาติฝ่ายแม่ แต่หลังจากงานศพ..พวกเขาตัดสินใจกันว่าจะส่งพายไปสถานรับเลี้ยง


                ...ขนาดเป็นคนนอกรับฟัง บอกได้เลยว่าสะเทือนใจไม่น้อย


                ผมเลยขอรับแกมาเลี้ยงเอง ตอนนี้ก็เลยมีกันอยู่แค่สองคนครับ


                แล้วคนอื่นล่ะครับ..หมายถึงญาติฝ่ายพ่อ บีรดล เองเรียกได้ว่ายังเรียนไม่จบ ไม่มีงานการเป็นหลักแหล่ง ยังต้องเรียน ต้องหางานทำ ต้องใช้ชีวิต แต่เท่าที่เห็นคือไม่มีใครอีกแล้วงั้นเหรอ..


                เราสองคนกำพร้าน่ะครับ ผมมีพี่ชายแค่คนเดียว เขาเลี้ยงผมมา..


                ขอโทษนะครับทั้งที่พอรู้เรื่องราวจากใบประวัติ ชื่อบุพการีทั้งสองถูกเว้นว่างไว้ก็ยังหลุดถาม


                ไม่เป็นไรเลยครับ กับเรื่องนี้ผมไม่เสียใจ ออกจะภูมิใจด้วยซ้ำ..ผมใช้มันเป็นแรงผลักดัน ผมพยายามเรียนให้ดีเพื่อขอทุน แบ่งเบาภาระของพี่ชาย ครอบครัวของผมอบอุ่นกว่าใครหลายคนที่มีพ่อแม่ครบด้วยซ้ำ


                เขาพูดเรื่องจริง อย่างที่เคยพูด ครอบครัวไม่สำคัญว่าต้องมีกันพร้อมหน้า ขอแค่ใครสักคนที่รัก หวังดี และพร้อมจะเคียงข้างในวันที่เหนื่อย แค่คนเดียวก็คือครอบครัว


                หลานโชคดีที่มีคุณนะเบลล์..ผมชื่นชมที่คุณกล้าตัดสินใจพาเขามาอยู่ด้วย


                พี่บูมยังเลี้ยงผมมาได้จนมีวันนี้ กับพระพายผมก็ต้องทำได้เหมือนกันครับ


                เหตุผลที่คุณบอกว่าทำงานเกินเวลาไม่ได้ก็เพราะแกเหรอชวินท์ เปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อดึงบรรยากาศ ยังไม่อยากเห็นน้ำตาของเด็กฝึกงานตอนนี้ รู้หรอกว่าเข้มแข็ง จากคำพูดคำจา แต่แผลเป็นน่ะ ไปสะกิดมันมาก ๆ ก็เจ็บได้เหมือนกัน


                ใช่ครับ


                แล้วแบบนี้ทำยังไงล่ะ โรงเรียนเลิกกี่โมง..เลิกงานห้าโมงไม่ช้าไปเหรอคำนวณเวลาแล้วไม่น่าจะพอดีกัน


                โรงเรียนเลิกสามโมงครับ แต่ให้อยู่รอ ประมาณห้าโมงครึ่งผมก็ถึงแกแล้ว ไม่ได้ไกลจากบริษัทมากเท่าไหร่พูดตามความจริง เพราะยังสรุปไม่ลงตัวว่าจะเรียนพิเศษหรืออยู่รอเฉย ๆ เป็นชั่วโมง ๆ


                รอตั้งสองสามชั่วโมง ไม่เบื่อแย่เลยเหรอ


                เดี๋ยวโตกว่านี้ผมว่าจะให้นั่งรถโรงเรียนแล้วให้พกคีย์การ์ดขึ้นคอนโดเองครับ อาจจะอีกสักปีสองปี..ตอนนี้เด็กเกินยังไม่ไว้ใจ


                ให้มาอยู่ที่บริษัทมั้ยล่ะ เป็นเด็กผู้หญิงคงไม่ซนไปกวนพนักงานคนอื่น ๆ มั้งชวินท์ คาดการณ์ด้วยสายตา ออกจะเรียบร้อยด้วยซ้ำมั้งเนี่ย


                ได้เหรอครับคุณวินท์ ผมเองเคยคิดไว้แต่เกรงใจแล้วก็คิดว่าไม่ได้ด้วย


                คิดว่ายังไง


                คิดว่าจะให้รถโรงเรียนมาส่งที่บริษัทน่ะครับ แล้วก็อยู่รอกลับพร้อมกัน..อย่างน้อยอยู่ในสายตาก็ไม่ต้องห่วงมาก


                นั่งรถโรงเรียนอันตราย ออกข่าวเยอะแยะเบลล์ไม่เห็นเหรอคนโตกว่าแนะนำ


                นั่นสินะครับ ผมลืมคิดไปเลยใจเหี่ยวอีกครั้ง เกือบจะดีแล้วเชียว


                คุณก็ไปรับหลานสิ โรงเรียนอยู่ไม่ไกลไม่ใช่เหรอ..ครึ่งชั่วโมงไปกลับไหวมั้ย


                แต่มันเป็นเวลางานนะครับ ผมจะออกไปได้ยังไงเขาแย้ง


                ออกได้สิ


                ออกไม่ได้หรอกครับ


                ออกได้ ผมเป็นผู้บริหารนะ บอกว่าได้ก็ได้สิ


                แต่ผมเกรงใจ คนอื่นจะมองไม่ดีด้วยแค่นี้ยังกลายเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดแล้วเลย ถ้ามากกว่านี้ไม่เป็นก๋วยเตี๋ยวลุยสวนหรอกเหรอ


                ยังไม่อยากตายนะ..


                ถ้าไม่สบายใจ..อืม งั้นก็ทำงานชดเชยสิ คนอื่นเลิกงานห้าโมง เบลล์ก็เลิกห้าโมงครึ่ง หรือไม่ช่วงพักกลางวัน ก็พักน้อยกว่าคนอื่นครึ่งชั่วโมงท่านประธานเสนอหนทางแก้ปัญหา เรื่องต่อรองน่ะไม่เป็นสองรองใครหรอกคนนี้


                ขอบคุณนะครับ


                ผมเต็มใจช่วย อะไรช่วยได้ก็ช่วยกันไป..มีอะไรก็บอกนะ ถึงจะโตกว่าไม่กี่ปี..แต่บางเรื่องก็พอให้คำปรึกษาได้


                ขอบคุณนะครับคุณวินท์ ขอบคุณจริง ๆ..ถึงจะเป็นแค่สามเดือนที่ฝึกงาน แต่ที่นี่มันดีมาก ๆ เลยครับบีรดล พูดความจริง ถึงจะเป็นเวลาไม่นานแต่ก็รู้ว่าหวังดี แม้ตอนแรกจะดุไปหน่อยก็เหอะ


                ใช่ ไม่มีที่ไหนดีเท่าที่นี่แล้วนะผมว่า..เพราะงั้นก็อยู่ต่อสิครับ


                ..เอ่อ


                ก..ก็พีเอ มันหายากคุณเกวลินไม่ได้บอกเบลล์เหรอ อีกอย่างผมเป็นคนไม่ชอบปรับตัวกับอะไรใหม่ ๆ ซะด้วย สนิทกับเบลล์แล้ว รู้ใจกันแล้วก็ไม่อยากเปลี่ยน..เอาที่สบายใจนะครับ ไม่ได้บังคับ ถ้ามีที่อื่นดีกว่าผมก็ยินดีให้คุณไป


                อย่ากระโตกกระตากไป ชวินท์ ค่อยเป็นค่อยไปเดี๋ยวไก่จะตื่น


                พูดแล้วนะครับ ไล่ออกทีหลังไม่ได้นะ


                พูดแบบนี้..ไม่ไปไหนแล้วใช่มั้ยครับ...ผมจับเซ็นสัญญาเลยนะ


                ยิ้มครั้งที่หกของวันนี้..เชื่อรึยังว่าเป็นเพราะ เบลล์ ที่ทำให้ วินท์ ยิ้มเก่งขึ้น...


                เบลล์ครับ


                ครับ?”




                ถึงเราจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเท่าไหร่..แต่ถ้าเบลล์กับหลานมีปัญหา หรือว่ามีเรื่องไม่สบายใจอะไร...คนแรกที่เบลล์จะขอความช่วยเหลือ


                ...


                ...เป็นผมได้มั้ยครับ




                อย่าว่าแต่ไก่ตื่นเลยท่านประธาน พูดขนาดนี้แล้ว ต่อให้เป็นจระเข้ทั้งสวนสามพรานก็คงไม่มีตัวไหนหลับลงหรอก...   

                        

 

                 

 

  50%












 

              

               เป็นอันว่างานไม่ได้เสร็จตามเป้า หลังจากหลานสาวคนดีเข้ามาในห้อง กองเอกสารก็ไม่ได้รับความสนใจใด ๆ อีก ประโยคสุดท้ายของท่านประธานทำเอาคนฟังเลือดสูบฉีดไปทั้งหน้า อาการหน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดู มันเป็นอย่างนี้นี่เองสินะ ได้แต่บอกตัวเองว่าเขาก็แค่เป็นห่วงในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง เห็นว่าตัวคนเดียวแถมยังต้องกระเตงหลานไปไหนมาไหน ใครรู้ก็คงอดสงสารไม่ได้


               คุณชวินท์ก็เช่นกัน


               เขาแค่เมตตาเท่านั้นแหละ...


               ให้ขับรถตามไปส่งมั้ย ดึกแล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะยื่นข้อเสนอ หรือจะให้ผมไปส่ง


               มันก็แค่สามทุ่ม แถมที่นี่ยังเป็นกรุงเทพฯ ไม่ใช่ต่างจังหวัด ถนนหนทางก็ไม่ได้คดเคี้ยว เปลี่ยว มืด ตรงไหน ทั้งหมดนี่เป็นเพียงข้ออ้างแก่ ๆ ของคนที่ชอบทำตัวแก่ ๆ ทั้งที่อายุก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ ยังไม่ถึงสามสิบแท้ ๆ แต่ชอบทำนิสัยเกินอายุ


               ไม่เป็นไรครับ คอนโดผมไม่ได้ไกลจากที่นี่เท่าไหร่..ดึกแล้ว..บีรดลจัดแจงวางหลานสาวลงเบาะด้านข้างคนขับ ปรับเอนให้อยู่ในท่าทางสบาย ใช้เสื้อกันหนาวที่พกติดอยู่ในรถตลอดห่มให้ก่อนจะดึงเข็มขัดนิรภัยคาดทับ คุณวินท์รีบกลับบ้านเถอะครับ..ขับรถมืด ๆ อันตราย


               เป็นห่วงผมเหรอ


               โอ๊ย!” หัวโขกขอบประตูรถดังโป๊ก


               เจ็บมั้ยนั่น มาให้ผมดูหน่อย หัวแตกรึเปล่าเพราะความสูงที่ห่างกันเลยทำให้ ชวินท์ ไม่ต้องเขย่งเท้าก็มองเห็น วางมือทับอีกมือที่ลูบหัวตัวเองป้อย ๆ ยิ่งจับ ยิ่งลูบกลิ่นแชมพูก็ยิ่งฟุ้งขึ้นแตะจมูก ไหนเอามือออกให้ผมดู


               ไม่เป็นไรครับ ไม่เจ็บแต่ตกใจมากกว่า


               ชนโดนแก้มด้วยเหรอ ทำไมแดงเปลี่ยนมือจากบนศีรษะมาจับแก้มแทน แต่พอมองก็พอรู้ว่าไม่ใช่เพราะชน ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ลามไปถึงหูหรอก


               เจ้าลูกเจี๊ยบนี่ขี้เขินจัง ยังไม่ทันทำอะไรเลยนะ


               ไม่ครับไม่..รถคุณวินท์จอดตรงไหนเหรอครับเพราะว่าดึกมากแล้ว บริเวณลานจอดหน้าตึกจึงมีรถของเขาจอดอยู่แค่คันเดียว แล้วรถของท่านประธานล่ะหายไปไหน อยากจะเอ่ยปากอาสาขอไปส่ง แต่ระดับนี้ไม่มีรถคงเป็นไปไม่ได้หรอก


               จอดอยู่ใต้อาคารครับ


               บีรดล ครางรับในลำคอพร้อมพยักหน้า พอจะเคยได้ยินพี่เกวลินบอกเหมือนกันว่าชั้นใต้ดินของบริษัทเป็นโถงกว้างสำหรับจอดรถผู้บริหารสูง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะว่าพนักงานระดับล่างอย่างเขาก็ต้องเดินขาลากมาจอดรถกลางแจ้งแบบนี้อยู่ดี


               กลับเถอะครับ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน


               ครับคุณวินท์ตอบรับเสียงใสพร้อมรอยยิ้มแทนคำขอบคุณ


               ว่ากันว่าสิ่งที่ดี และง่ายที่สุดในการตอบแทนอะไรบางอย่างก็คือรอยยิ้ม..ในที่นี้ บีรดลมอบยิ้มให้แทนคำขอบคุณ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะชอบหรือเปล่า แต่ก็ตั้งใจจะมอบให้


               ให้นะครับ..คุณวินท์


               และก็เป็นครั้งที่สิบสองของวันนี้..ที่ท่านประธานยิ้มอีกแล้ว


               ชวินท์เดินตามมาเอื้อมมือหวังจะเปิดประตูรถด้านฝั่งคนขับให้ แต่อีกคนกลับไวกว่า คว้าข้อมือของเจ้านายเอาไว้ บีรดลยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ ท่านประธานดีกับเขาเหลือเกิน ดีจนกลัวว่าจะเป็นเหตุผลเดียวกับหลาย ๆ คนที่ผ่านเข้ามา   


คุณวินท์ครับ ผมกับหลานเราไม่ได้ลำบากตรงไหนเลยนะครับ วันนี้ที่เล่าให้ฟังไม่ได้หวังว่าจะให้คุณวินท์สงสารหรือว่าขอความเห็นใจอะไร ผมอยากให้คุณวินท์มองผมเหมือนเดิม แค่เด็กฝึกงานธรรมดาคนนึงก็พอเพราะแค่นี้มันก็ดีมากแล้ว

             

               เขาพูดไปตามจริงเรื่องของหลานสาวไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะต้องเล่าให้ใครฟังนอกจากเพื่อนสนิทที่พอจะพึ่งพาอาศัยกันบ้างในบางคราว แต่กับเจ้านาย บีรดล ไม่ได้ต้องการสิทธิพิเศษอื่นใดมากกว่าพนักงานทั่วไป ถึงแม้เกิดมาจะไม่ได้เพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง แต่ข้อนี้ต่างหากที่ทำให้เขาเข้มแข็ง อยากจะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ว่าเอามาเป็นปมด้อยชีวิต ทำตัวอ่อนแอรอแต่ความช่วยเหลือจากคนอื่น


               ก็แค่ไม่อยากเสียจุดยืนตรงนี้ไป ไม่อยากก้าวเข้าไปไกลกว่านี้ แล้วก็จะไม่ถอยออกมาด้วย..


               ชอบครับ


               ครับ?”


               เอ่อ..หมายถึง..ครับ เข้าใจครับ แต่เบลล์อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ที่ผมทำทั้งหมดไม่ได้เพราะสงสาร เห็นใจอะไรนะครับ ผมเป็นคนชอบคนเก่ง เบลล์เองยังเด็กแต่กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ผมก็เลยอยากช่วย..ในฐานะเพื่อนคนนึงแต่อนาคตนี่ก็ไม่แน่ว่าจะเพื่อนมั้ย..


               ถ้าเบลล์ให้โอกาสผม..


               จากใจเลยนะ น้อยครั้งนักที่ ชวินท์ เลือกเป็นฝ่ายเดินเข้าหาใครก่อน เขาเกิดมาพร้อมทุกอย่าง อยากได้อะไรก็แค่เอ่ยปาก หรือบางสิ่งไม่ต้องพูดก็มีเข้ามาให้เลือกสรรมากมาย คนรักก็เช่นกัน เขาเคยใช้เหตุผลเป็นหลัก คบเพื่อผลประโยชน์ เกื้อกูลกันในด้านธุรกิจ แต่สุดท้ายพอมานั่งคิด หลาย ๆ อย่างมันไม่แฟร์เลยด้วยซ้ำ เกิดมาหนึ่งชีวิตต้องมีใจเดียว นั่นคือกฎเหล็ก ใครอาจจะมองว่าเขาหัวโบราณ นี่สมัยไหนแล้ว ไม่ใช่ก็แค่เลิก ต่างฝ่ายต่างแยกทางไปมีคนใหม่


               ใช่..มันทำได้ในขณะที่เรายังไม่แต่งงานกัน หย่าร้างไม่ใช่เรื่องปกติในความคิดของเขา การเลือกคู่ครองมีโอกาสตัดสินใจได้แค่ครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นทำไมธรรมชาติถึงให้หัวใจมนุษย์แค่ร่างละดวง ในขณะที่ตามีสอง หูก็สอง อวัยวะอื่น ๆ สามารถตัดทิ้งได้ถ้าเป็นภัย แต่ทำไมถ้าขาดหัวใจไปถึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อ ธรรมชาติสอนอยู่ตลอดในหลักการใช้ชีวิต แต่มนุษย์ต่างหากที่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ


               กับ บีรดล ยิ่งได้เห็นทัศนคติ มุมมองการใช้ชีวิต มันต่างจากทุกคนที่เขาเคยเจอ อย่าให้อธิบายเหตุผลเลย สำหรับ ชวินท์ ถ้ามันใช่ก็คือใช่ แต่ก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวหรือเร่งรัดอะไร ก็แค่แสดงความเป็นตัวเองให้เขาได้เห็น ถ้าคลิก ก็เดินต่อ ถ้าไม่ก็แค่ถอย


               ขอบคุณนะครับฝ่ายนี้พอได้เคลียร์ก็รู้สึกสบายใจขึ้น ในฐานะเพื่อนก็จะรับไว้ แต่ต้องอยู่ในความพอดี ถ้ามากไปก็แค่ปฏิเสธตามตรง


               พูดตรง ๆ เลยนะผมเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน จะเรียกว่าไม่มีเลยก็ได้นะ เพราะเรียนที่ต่างประเทศเพื่อนก็เลยอยู่ที่นู่นหมด..ถ้าเบลล์เมตตาเป็นเพื่อนกับผม ผมจะดีใจมากเลย


               ถ้าคุณวินท์ไม่รังเกียจที่จะมีเพื่อนเป็นเด็กกะโปโลอย่างผม..ก็ได้ครับ


               อยากมีแฟนเป็นเด็กกะโปโลด้วยนี่จะผิดมั้ยนะ..


               เสียงเรียกเข้าดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา ตอนแรกอารมณ์ไม่พอใจปะทุขึ้นเต็มที่ ใครบังอาจมาขัดจังหวะการทำคะแนนในครั้งนี้ แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์โทรจากไหนทุกอย่างก็เริ่มตึงเครียด สีหน้าของ ชวินท์ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จนคนที่ลอบสังเกตอยู่ตั้งตัวไม่ถูก


               ครับหมอ


               ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงถึงเรียกว่าไม่เสียมารยาท เพราะยืนอยู่ด้วยกันจึงได้ยินบทสนทนาทั้งหมด เขาไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่จะให้ขับรถออกไปหน้าตาเฉยทั้งยังไม่ได้บอกลาก็ยิ่งไม่ดีเข้าไปใหญ่


               ไม่ปล่อย! อย่าปล่อยเขาไปได้โปรด..ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้


               ปี๊นน!!!!


               คุณวินท์!! ระวังครับ!!!”


               เพียงแค่เสี้ยววินาที บีรดลฉุดข้อมือใหญ่ของเจ้านายที่ทะเล่อทะล่าเดินออกไปไม่ดูรถ กระจกมองข้างของBMW สีขาวกระแทกท่อนแขนแกร่งเสียงดังจนมันพับลง หากคว้าเอาไว้ช้ากว่านี้คงไม่โชคดีโดนแค่เฉี่ยว แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนเจ็บได้สติ


               คุณวินท์ครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า..คุณวินท์ เป็นอะไรมั้ยครับ


               ผมต้องรีบไป ขอตัว


               เดี๋ยวครับบีรดลจับมือสั่นเทาทั้งสองข้างเอาไว้ มันทั้งเย็นแล้วก็ชุ่มเหงื่อ น้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่ปกติแม้จะรู้ว่าเจ้าตัว พยายามควบคุมมันอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม จะไปไหนครับ ให้เบลล์ไปส่งนะ




















               โชคดีที่ ชวินท์ ไม่ใช่คนหัวรั้น คนตัวโตถูกประคองให้นั่งเบาะด้านหลัง บีรดล รีบก้าวขึ้นและออกรถทันทีหลังจากรู้ว่าจุดหมายปลายทางที่อีกฝ่ายต้องการคือที่ไหน ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของเจ้านายก็ดังขึ้นอีกหลายสาย ใจความที่พอจะจับได้คือมีใครบางคนกำลังจะจากโลกนี้ไป แต่คุณชวินท์ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น และต้องการให้แพทย์ยื้ออย่างถึงที่สุด


               บีรดล จำใจต้องเหยียบเบรกจนมิด ใช้อีกมือดันอกของหลานสาวที่หลับปุ๋ยอยู่เบาะหน้าเพื่อลดแรงกระแทก รถเพิ่งเข้าเขตโรงพยาบาลและยังไม่ทันได้ชะลอความเร็ว แต่คนที่นั่งเบาะหลังกลับเปิดประตูและก้าวออกไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ


               เขาเองทำตัวไม่ถูก จะจอดรถแล้วตามลงไปดูก็ห่วงหลานสาว เป็นห่วงน่ะเป็นอยู่แล้ว แต่ถ้าเข้าไปยุ่งมากกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้ก็กลัวว่าจะเกินเรื่องไปหน่อย เห็นคุณชวินท์เดินเข้าไปภายในโรงพยาบาล แล้วเจอกับคนรู้จักกลุ่มใหญ่อีกสามสี่คนก็เบาใจ บีรดล ขับรถอ้อมวงเวียนเพื่อกลับรถ หมดเรื่องแล้วก็แค่กลับบ้าน


               หลายวันมานี้เริ่มชินกับน้ำหนักของพระพายมากขึ้น แถมเชี่ยวชาญในการจัดวางท่าต่าง ๆ ไม่เก้ ๆ กัง ๆ เหมือนตอนแรก หลายอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง เคยชินกับการต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหารที่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ปกติแค่ขนมปังแผ่นเดียว หรือบางทีก็รวบยอดไปมื้อเที่ยง ข้าวของก็เก็บเข้าที่เข้าทางเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะกลัวว่าถ้าทำตัวซกมกเหมือนเดิมหลานสาวจะติดเป็นนิสัยไปด้วย


               เป็นพ่อคนแล้วสินะ บีรดล..


               จัดแจงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เด็กน้อยบนเตียงได้สบายตัว ไม่รู้คิดมากไปเองหรือเปล่าแต่วันนี้ขอหยิบโทรศัพท์ติดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อความสบายใจ เผื่อเพื่อนคนใหม่ล่าสุดจะมีอะไรต้องการให้ช่วยอีก หวังเล็ก ๆ ว่าอาจจะมีข้อความบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย และขอบคุณสำหรับวันนี้ให้คลายกังวล แต่จนอาบน้ำเสร็จก็ไม่มีแจ้งเตือนอย่างที่คิด


               บีรดลดับไฟหัวเตียงให้เหลือเพียงแสงสลัว หยิบโทรศัพท์ขึ้นเช็คอีกครั้ง กล่องข้อความก็ยังไม่มีตัวเลขขึ้นมา กดเข้ากดออก พิมพ์ ๆ ลบ ๆ อยู่หลายหนก็ไม่กล้ากดส่ง กลัวจะจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง ถ้าหากเขาอยากบอกก็คงบอกเอง ไม่เงียบหายไปแบบนี้หรอก


               อาการแบบนี้เรียกว่าน้อยใจได้หรือเปล่านะ..


               เอี้ยวตัววางสมาร์ทโฟนเก็บเข้าที่ แต่แรงสั่นที่เครื่องกลับเรียกให้เขาต้องหันไปสนใจมันอีกครั้ง


               ครับคุณวินท์     























              

               รองเท้าหนังแก้วสีดำมันก้าว เคลื่อนตัวเชื่องช้าไปตามทางเดินของสวนสาธารณะที่ไม่รู้ว่าไกลจากโรงพยาบาลมากเท่าไหร่ เพราะเขาเองใช้เวลาพอสมควรในการเดินเท้ามาจนถึงที่นี่ ตลอดสองข้างทางทั้งมืดแล้วก็เงียบ มันไม่ได้น่ากลัว ออกจะชอบเสียด้วยซ้ำ ยิ่งเงียบก็จะได้ยินเสียงของตัวเองมากขึ้น ทุกครั้งการก้าวข้ามปัญหาด้วยตัวเองมันไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งกับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศคนเดียวตั้งแต่เด็กเช่นเขา ความโดดเดี่ยวคือเพื่อนสนิทและที่ปรึกษา


               แต่ตอนนี้มันไม่ได้ผล..


               ทำไมทุกคนทำเหมือนการพรากลมหายใจจากชีวิตหนึ่งเป็นเรื่องง่าย ก็แค่เซ็นยินยอมให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจ ก็แค่พิพากษาให้คนนั้นจบชีวิตลงด้วยมือของตัวเอง มีสิทธิ์อะไร รู้ได้อย่างไรว่าเขาอยากจากโลกนี้ไป รู้ได้อย่างไรว่าทั้งหมดที่ทำนั้นมันจะถูกต้อง


               รู้ได้อย่างไร..ว่าคุณย่าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว


               หลายคนที่เคยยืนกรานอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้เริ่มแปรพรรค คุณลุง คุณป้าใหญ่ กำลังเห็นด้วยในการฆ่าแม่ตัวเอง ชวินท์ ไม่ได้ใช้คำพูดที่แรงเกินไป เขาก็แค่ยังอยากมีคุณย่า และยังเชื่อในคำสัญญาสุดท้ายก่อนที่จะไม่ได้ยินเสียงท่านอีก


               คุณย่าสัญญากับวินท์ ว่าเดี๋ยวหายเหนื่อยก็จะกลับมาหา..


               ท่านก็แค่พักเหนื่อยเท่านั้น..


               ม้านั่งริมทะเลสาบในมุมนี้ไม่มีแม้แต่แสงไฟทางลอดเข้ามาถึง เขาหวนคิดย้อนกลับไปถึงเหตุผลที่กลายเป็นคนแข็งกระด้าง เชื่องช้าต่อความรู้สึก มันเริ่มตั้งแต่วันนั้นที่คุณย่าขอนอนพัก ชวินท์ถูกเรียกตัวให้บินกลับมาด่วนหลังจากคุณย่าท่านล้มป่วยลง คุณย่าคนที่ป้อนกล้วยบดให้คำแรก คนที่สอนเขาหัดเดิน คนที่รักเขายิ่งกว่าใคร


               วันนั้นที่โรงพยาบาลท่านดูอ่อนแรง อยากนอนพักเต็มทีแต่ก็ยังฝืนรอหลานชายสุดที่รักราวกับรู้ตัวว่าถ้าหลับไปคราวนี้จะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก ชวินท์ รีบวิ่งเข้าไปกอดคุณย่าเอาไว้ บอกกับท่านว่ามาแล้ว หญิงสูงวัยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนกับทุกที


               วินท์มาแล้วครับ


               หลานย่า อย่าร้องไห้เลยลูก ชวินท์ ของย่าเหมาะกับอะไร..หื้ม


               ยิ้มครับ คุณย่าชอบให้วินท์ยิ้ม


               เก่งที่สุด หลานของย่ายอดเยี่ยมที่สุด..ตั้งใจเรียน แล้วรีบกลับมาบ้านของเรานะลูกนะ..ย่าขออวยพร ให้วินท์ของย่ามีสติรู้ตัวอยู่ตลอด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง


               วินท์อยากอยู่กับคุณย่า..คุณย่าจะไปไหนเหรอครับ


               ย่าไม่ไปไหนลูก ก็แค่อยากนอนพักเหนื่อยเท่านั้น...เดี๋ยวหายเหนื่อยเมื่อไหร่ย่าจะกลับมาหานะลูกนะ


               ประโยคสุดท้ายก่อนที่คุณย่าจะหนีไปพักผ่อน จนถึงวันนี้ก็เกือบสิบปีเต็ม..


               สิบปีที่ ชวินท์ กลายเป็นคนด้านชา ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว เพราะอย่างเดียวที่จะทำให้เขายิ้มได้ก็คือวันที่คุณย่ารักษาสัญญาแล้วกลับมาอยู่ด้วยกัน


               ยิ้มครับ คุณย่าชอบให้วินท์ยิ้มพึมพำตอบให้สายลมพัดไปถึงคุณย่า ลูกชายคนเดียวของครอบครัวนักธุรกิจ เกิดมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเพื่อวงศ์ตระกูล ไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ทั่วไป เพื่อนสนิทคือตำราเรียน ไม่ใช่มนุษย์ ของเล่นคือคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างเสริมทักษะ ไม่ใช่รถบังคับ จะมีก็แค่คุณย่าคนเดียวที่มองและให้ความสำคัญกับ ชวินท์ เท่ากับเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนตร์ที่อนาคตต้องเติบโตและควบคุมอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว


               ยิ้มงั้นเหรอ..


               มีอีกเหตุผลนึงที่ทำให้เขายิ้ม..


               เพิ่งค้นพบเจ้าสิ่ง ๆ นี้ได้ไม่นานด้วยซ้ำ 


               [ครับคุณวินท์]


               รบกวนหรือเปล่าครับน้ำเสียงที่ได้รับฟังทำให้ใจชื้นขึ้นหน่อยว่าอีกฝ่ายยังไม่หลับ ผมขอโทษนะเพราะเหลือคุณแค่คนเดียวที่ดูเหมือนจะอยู่ข้าง ๆ ผมในเวลานี้


               [ไม่ครับไม่ ยังไม่ได้นอนครับ..เอ่อ..เป็น..ยังไงบ้างครับ]


               ไม่ดีเลยครับตอบไปทั้งที่รู้ว่าคนฟังไม่ได้เข้าใจไปด้วย


               บีรดล ไม่ได้ถามเซ้าซี้ เพียงแค่เงียบและรับฟัง แต่ปลายสายสนทนาก็เงียบไปด้วย มีเพียงแค่ลมและเสียงถอนหายใจเป็นพัก ๆ เล็ดลอดให้ได้ยิน


               แบบนี้แสดงว่าต้องการแค่มีคนอยู่ข้าง ๆ ทำไมจะไม่รู้


               ร่วมห้านาทีที่ชวินท์ปล่อยให้เงินค่าโทรศัพท์เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน จะเล่าเรื่องอะไรก่อน หรือควรบอกเหตุผลที่โทรมาในครั้งนี้


               เหตุผลเหรอ..แค่อยากให้อยู่ข้าง ๆ เรียกเหตุผลได้หรือเปล่า


               นอนเถอะครับ เดี๋ยวผมก็จะกลับบ้านแล้วสุดท้ายเขาก็เลือกจะตัดบทสนทนาให้จบลง แทนการระบายความอึดอัดในใจให้อีกคนรับฟัง เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน ตกลงเป็นเพื่อนได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ เรื่องอะไรอีกฝ่ายจะต้องมานั่งรับฟังปัญหาวุ่นวายของเขา ขนาดคนในครอบครัวยังไม่มีใครให้ความสนใจเลย


               [ปกติถ้าผมไม่สบายใจผมจะโทรหาพี่บูมแล้วก็เล่าทุกอย่างให้ฟัง บางเรื่องพี่บูมก็ช่วยให้คำปรึกษาได้ บางเรื่องก็เป็นปัญหาที่ผมต้องแก้เอง แต่การที่มีใครรับฟังแค่คนเดียว มันดีนะครับคุณวินท์]


               ...


               ปลายสายยังพูดต่อ [คุณวินท์ลองคิดนะครับ เปรียบคนเราเป็นเหมือนล้อรถ แล้วปัญหาก็คือลมที่อยู่ข้างใน ถ้าคุณวินท์เติมลมเข้าไปมาก ๆ ล้อมันก็ทนไม่ไหวจนยางระเบิดได้เลยนะ กลับกันนะครับชีวิตคนเรายังไงก็ต้องมีปัญหาอยู่แล้ว ไม่มีใครบนโลกหรอกครับที่ชีวิตจะมีแต่ความสุข แล้วถ้าล้อรถไม่มีลมก็ไม่สามารถวิ่งไปข้างหน้าได้เหมือนกัน เพราะงั้นปัญหามันก็เป็นตัวขับเคลื่อนเราได้นะ]


               ชวินท์ หลุดหัวเราะในลำคอ เบลล์นี่นะ..มีอะไรบนโลกมั้ยครับที่ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกับชีวิตคนเราได้น่ะ


               [ไม่รู้สิครับ..แต่ตอนนี้ล้อคุณวินท์ลมเยอะไปแล้วนะครับ ต้องหาวิธีระบายลมออกบ้าง..เอ่อ..เรื่องล้อรถอะไรนี่มันอาจจะไม่เมคเซ้นเท่าไหร่ คุณวินท์เล่นโทรมาดึก ๆ แบบนี้เลยคิดไม่ทัน..แต่มันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้คุณหัวเราะได้นี่นา]


               ครับ ๆ สำเร็จครับ..ผมอารมณ์ดีขึ้นเยอะเลย


               [ผมยังยืนยันนะครับว่าคุณวินท์ต้องระบายปัญหาให้ใครฟังบ้าง ไม่ต้องเป็นผมก็ได้ แค่ใครสักคนที่คุณวินท์ไว้ใจ]


               เชื่อมั้ยครับว่าตอนนี้ คนที่ผมอยากเล่าให้ฟังที่สุดก็คือคุณใครสักคนที่ไว้ใจงั้นเหรอ ยังจะมีใครคนไหนอีกล่ะ ผมขอเวลาสักหน่อย มันมากมายเหลือเกินครับ..เหมือนยางกำลังจะแตกอย่างที่คุณว่า มันค่อนข้างหนักแล้วก็ซับซ้อนจนไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน คุณรอผมได้ใช่มั้ย


               [ได้สิครับ เบลล์จะเป็นเด็กปั๊มแสตนบายรอเช็คลมยางให้เจ้านายเอง!]


               คุณย่าไม่โกรธวินท์ใช่มั้ยครับ ที่รอยยิ้มของวินท์ไม่ได้เป็นของคุณย่าคนเดียวอีกแล้ว หรือว่าเป็นคุณย่าที่ส่งเขามาให้กันแน่..


               ขอบคุณนะครับคุณย่า ขอบคุณที่พาเขาเข้ามาในชีวิตของวินท์..


               นอนเถอะครับ ดึกแล้ว..เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน


               [ครับ กลับบ้านดี ๆ นะครับเจ้านาย..เบลล์จะยังไม่นอนจนกว่าจะเห็นข้อความว่าเจ้านายถึงบ้านแล้วนะครับ]


               ขอบคุณนะครับเบลล์ที่ก้าวเข้ามาระบายสีสันให้กระดาษสีดำใบนี้มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราเจอกัน ที่ทำให้คุณต้องมาเครียดไปกับปัญหาของผม...แต่ผมอยากบอกให้คุณรู้


               [..ครับ?]



               เบลล์สำคัญกับผมมากนะครับ








#คุณอาเบลล์


ฝากด้วยค้าบบบ เลื่อนขั้นเร็วเนอะ จากเพื่อนเป็นคนสำคัญไปซะและ ฮิฮิ

คอมเม้น ติดแท็ก #คุณอาเบลล์ ด้วยนะคับ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.139K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,350 ความคิดเห็น

  1. #7292 Anantasuk-02 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 21:15
    มันบับอบอุ่นปนละมุน
    #7,292
    0
  2. #7248 kookmin312537 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 20:01
    อบอุ่น
    #7,248
    0
  3. #7078 jonginshi88 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 08:55
    คุณวินเหมือนเจอที่พักพิงแล้ว
    #7,078
    0
  4. #7058 Kasalongkham (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 00:02
    อบอุ่นจัง ฟิลกู้ดมากๆค่ะ ชอบบ
    #7,058
    0
  5. #7051 PPP.. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 15:05
    อยากไปกอดปลอบคุณวิน แต่ลืมไปว่ามีน้องเบลล์แล้วววววว
    #7,051
    0
  6. #7047 Tayadech (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:46
    ชั้นชอบความอบอุ่นนี้ ชอบตรงที่เขาเป็นที่พักพิงให้กันและกัน ชอบบบ >^<
    #7,047
    0
  7. #7023 Mymay_kacha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:24
    เเค่ใครสักคนที่เข้าใจเรา อยู่เคียงข้างในวันที่เรารู้สึกแย่ แค่นั้นเองชอบความสัมพันธ์แบบนี้ กลับมาอ่านรอบ2
    #7,023
    0
  8. #7022 kimleehyun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:35
    ผู้บริหารหยอดอีกแล้ว
    #7,022
    0
  9. #6969 ก็แค่ฉันในอีกมุม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 20:04
    อยากมีแฟนเป็นผู้บริหาร😂
    #6,969
    0
  10. #6941 MasKee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:03
    ชอบการเปรียบล้อรถมากฮะ แบบมันชั่ย!!!!
    #6,941
    0
  11. #6892 momomay79 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 23:23
    อบอุ่นเนอะ น้ำตาคลอ แต่มีความสุข
    #6,892
    0
  12. #6870 JKCBB (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 00:29
    รวดเร็วมาก
    #6,870
    0
  13. #6858 aounie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 23:22
    อบอุ่นดีจัง ทุกคนมีปัญหาแต่อย่างน้อยยังมีคนที่พร้อมจะรับฟัง
    #6,858
    0
  14. #6834 yuri_miko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 17:56
    เขินนนนนนนนนน
    #6,834
    0
  15. #6833 yuri_miko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 17:49
    จระเข้ทั้งสวนสามพราน 5555
    #6,833
    0
  16. #6797 FDB88 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:23

    อ้อหออออ ขนาดนี้แล้วๆ บอกน้องว่าจีบไปโลด

    #6,797
    0
  17. #6770 ojay2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:40
    คุณชวินนนนนน
    #6,770
    0
  18. #6748 _jppm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:28

    บ้าที่สุดเลย ;-;
    #6,748
    0
  19. #6715 maybee23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 19:55
    ท่านประธานทำชั้นเขินได้เนี้ยน
    #6,715
    0
  20. #6697 banthida1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 14:44

    หัวใจคนอ่านได้ทำงานหนักเเล้ว -บ้าเขิลเว้ยยย!

    #6,697
    0
  21. #6691 bobbaba_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 07:18
    เหาะห์ เจ้านายรึดอมโดมินิค ไวมากแม่
    #6,691
    0
  22. #6640 bm814 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 20:50
    รุกแรงแล้วจ้า
    #6,640
    0
  23. #6606 pommys (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 07:08
    คนสำคัญ
    #6,606
    0
  24. #6572 nysehun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 21:04
    ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง ฮือออ
    #6,572
    0
  25. #6570 nysehun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 20:52
    ไก่ตื่นทั้งอำเภอจ้าพ่อ
    #6,570
    0