(end) ╂ คุณอาเบลล์ ╂ [YAOI] (สนพ.Deep Publishing)

ตอนที่ 1 : คุณอากับพระพาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,348 ครั้ง
    28 ก.ย. 61




















               ผมจะรับผิดชอบหลานเองครับ


               ผมพูดคำนี้ออกไปโดยใช้เวลาตัดสินใจไม่ถึงห้าวินาที เด็กวัยรุ่นผู้ชายหนึ่งคนที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มีใบปริญญาการันตี ไม่มีอาชีพหรือเงินเดือนที่มั่นคง ไม่มีอะไรเลยที่จะเป็นข้อบ่งบอกว่าจะรับผิดชอบชีวิตอีกชีวิตหนึ่งได้ กระทั่งตัวคนเอ่ยปากเอง...ก็ยังไม่มั่นใจ


               กับลูกสาวของพี่ชาย หรือที่จะพูดให้ถูกก็คือหลานสาวแท้ ๆ ของผม เคยเจอหน้ากันรวมแล้วไม่เกินห้าครั้งเพราะอยู่คนละจังหวัด สนิทกันตามสถานะอาหลานทั่วไป แต่ออกจะห่างเหินเสียมากกว่า โชคยังดีที่พอเห็นหน้า แกก็เอ่ยปากเรียกผมว่า อาเบลล์อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าหน้าตาของผมเป็นยังไง


               ดวงตาที่เคยสดใจกลับหม่นหมอง น้ำเสียงร่าเริงน่ารักตอนนี้ติดแหบแห้ง รอยคราบน้ำตาไม่มีใครช่วยเช็ดให้ อีกทั้งเสื้อผ้าของแกยังเป็นชุดกระโปรงสีชมพู นั่นแปลว่าคนที่นี่ไม่มีใครใส่ใจแกเลยสักนิด อาจจะใช่ที่ทุกคนวุ่นวายกับการจัดงานศพ งานที่มีถึงสองโลงวางอยู่คู่กัน หนึ่งในนั้นคือพี่ชายของผม และอีกคนคือแม่ของหลานสาว


               พระพาย เด็กหญิง พารวี โชธิพัฒน์ สูญเสียบุพการีทั้งสองไปในเวลาเดียวกัน และอุบัติเหตุเดียวกันนี้ก็เกือบจะคร่าชีวิตเธอไปแล้วหากพระเจ้าไม่เมตตา


               อาเบลล์..ฮึก


               พระพาย ไม่เป็นไรนะคะ ไม่เป็นไรผมรีบกดปิดแอปพลิเคชันช่วยเหลือที่บอกเส้นทางจนทำให้มาถึงที่นี่ได้ เก็บโทรศัพท์และกุญแจรถเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วย่อตัวลงไปหาหลานสาว เธอวิ่งมาพร้อมตุ๊กตากระต่าย สองมือเล็กกอดผมเอาไว้แล้วร้องไห้


               เป็นกอดครั้งแรกของเรา ถ้าไม่นับตอนเธอยังแบเบาะแล้วพี่ชายคะยั้นคะยอให้ผมอุ้ม


               ผมยกแกขึ้นมาแล้วพักไว้ที่แขนขวา เพราะโตมากแล้วเลยไม่ได้กลัวว่าจะลื่นตกลงไป ผมก้าวเข้าไปสวัสดีญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายพี่สะใภ้ซึ่งเป็นคนจัดงานทั้งหมดรวมถึงของพี่ชายผมด้วย ฝ่ายเราไม่มีใครนอกจากผม นึกขอบคุณที่ยอมเป็นธุระให้ เพราะถ้าให้ผมจัดการเองก็คงเคว้งอยู่ไม่น้อย แอบอิจฉาที่มีคนร้องไห้เสียใจกับการจากไปของพี่สะใภ้ จนกลัวว่าพี่ชายจะน้อยใจ แต่อย่างน้อย ๆ ก็มีผมและพระพาย ที่เสียใจต่อการจากไปของเขา


               ตอนนี้ผมเป็นเด็กกำพร้าอย่างเต็มรูปแบบ จำความได้ก็มีแต่พี่ชายคอยดูแลกัน ทำกับข้าวก็พี่ชาย งานวันพ่อก็พี่ชาย งานวันแม่ก็ไม่พ้นเขา แต่เรามีความสุขในการใช้ชีวิตแบบนี้ มีกันแค่สองคนไม่เห็นจะน่าน้อยใจตรงไหนเลย จนวันที่เขาแต่งงาน ตอนนั้นอีกสองปีผมก็กำลังจะจบมัธยมปลาย พี่ชายไว้ใจให้อยู่ที่กรุงเทพคนเดียวเพื่อเรียนต่อ เพราะเขาต้องย้ายลงมาภูเก็ตดูแลกิจการรีสอร์ทที่ร่วมลงทุนกับภรรยา ผมโอเค ไม่ได้เดือดร้อน และอยู่ที่นี่คนเดียวจนตอนนี้ก็เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสามแล้ว เราเจอกันบ้างเมื่อเขาขึ้นมาทำธุระที่กรุงเทพ ผมลงไปหาบ้างเมื่อมีโอกาส ถึงจะห่างเหินแต่ก็คุยโทรศัพท์กันทุกวัน ก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง จะไม่รักกันได้ไง


               จนกระทั่งวันนี้มันเร็วเกินไป เรานัดกันแล้วว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่บ้านเกิดตอนผมปิดเทอมซึ่งคืออีกสองอาทิตย์ข้างหน้า พี่บูมวางแผมขยายธุรกิจและจะขยายกิจการไปที่เชียงใหม่ เขาไว้ใจว่าจะยกให้ผมเป็นคนดูแล แต่วันนั้นก็มาไม่ถึง ก่อนหน้าอุบัติเหตุไม่ถึงชั่วโมง ผมได้คุยโทรศัพท์กับพี่บูมเป็นและไม่คิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย เราคุยกันปกติถึงชีวิตประจำวัน พูดถึงเรื่องเงินเดือนที่ขึ้นอยู่ทุกเดือน แน่นอนว่ามันไม่มีทางจะล้นบัญชีได้ แต่มันมากเกินไปสำหรับการใช้ชีวิตคนเดียวและอายุเพียงเท่านี้ ผมกลัวว่าตัวเองจะมือเติบ พอทำงานหาเงินเองจะไม่พอใช้ แต่พี่บูมเชื่อใจ และบอกว่าให้เก็บเอาไว้สำรอง เราไม่มีใครให้พึ่งพาหากยากลำบาก เพราะฉะนั้นเรื่องเงินจึงสำคัญ ผมขอบคุณ และขอคุยกับพระพาย อวยพรวันเกิดครบรอบห้าปีให้เธอ ผมยังจำได้ ผมขอให้แกเป็นเด็กดี เรียนหนังสือเก่ง ๆ เมื่อไหร่ที่เราได้เจอจะเอาของขวัญไปให้ทันที


               ใช่ครับ วันเกิดของเธอ คือวันที่พวกเขาทั้งสามประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียไปถึงสองชีวิต


 



               บีรดล น้องของ บูมินทร์ ใช่มั้ย


               ผมหันไปตามเสียงเรียกพร้อมกับหลานสาวในอ้อมแขน ครับ ผมขานรับ เขาคือแม่ยายของพี่บูม คุณยายของพระพาย ขอโทษนะครับ ผมอยากเปลี่ยนชุดสีดำให้หลานก่อนจะรีบบอกความต้องการของตัวเองไป


               จริงอยู่ว่า พระพาย ยังเด็ก แกคงไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ว่ามันเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม แต่ถ้าโตขึ้นไปแล้วทราบ คงเสียใจอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้มีโอกาสไว้อาลัยให้กับบุพการี


               แกเลือกชุดเอง เขายุ่ง ๆ กันไม่มีใครมานั่งดูแลเด็กหรอกจะ ถ้าเธออยากจัดการก็ย่อมได้


               เอ่อ..ครับ ผมจะจัดการ


               เด็กตัวแค่นี้ มันดูเป็นภาระมากมายขนาดนั้นเลยหรือ ท่าทาง การพูดจาผลักภาระ ดูไม่เหมือนกับวาอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน


               ภูเก็ต เป็นบ้านเกิดของพี่สะใภ้ ซึ่งเป็นตระกูลดังมีที่ดินมากมายในจังหวัด พี่บูมเคยเล่าให้ฟังว่าคนแถวนี้เขาพูดกัน หาว่าพี่บูมเกาะผู้หญิงกิน แม้รีสอร์ทที่สร้างขึ้นมันมาจากเงินน้ำพักน้ำแรงของทั้งสองคน แต่ชาวบ้านไม่เคยสนหลักฐาน เขาว่ายังไง ก็ว่าตามเขา เขาคนไหนก็ไม่รู้ ครอบครัวของพี่สะใภ้ไม่ชอบพี่บูม แต่ผมเองคิดไม่ถึงเลยว่ากับ พระพาย หลานสาวแท้ ๆ จะโดนไปด้วย












               ผมรีบพาพระพายขึ้นรถเมื่อแขกเหรื่อเริ่มมาเยอะขึ้น ขับตาม Google map หาร้านเสื้อผ้าเด็กที่ใกล้ที่สุด ในแผนที่บอกว่าอีกประมาณสิบกิโลจะมีห้างสรรพสินค้า และเราสองคนตัดสินใจแวะไปที่นั่น ผมอธิบายให้ พระพาย ฟังว่าเราควรเปลี่ยนเสื้อเป็นสีดำเพื่อไว้อาลัย แกพยักหน้ารับเหมือนเข้าใจ แต่ก็ไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน ผมแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอในห้องน้ำชาย ใช้ผ้าเช็ดหน้าตัวเองชุบน้ำเช็ดคราบน้ำตาแห้งกรัง ที่ไม่รู้ว่าเลอะมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เช็ดตามเนื้อตัวให้แกสดชื่นขึ้น และซื้อน้ำแตงโมปั่นหนึ่งแก้วให้


               แผลถลอกตามเนื้อตัวยังพอมีให้เห็น แต่ก็ไม่ได้มากจนน่ากลัว


               หนูเจ็บตรงไหนมั้ยคะ ไปหาคุณหมอมารึยัง


               หาแล้วค่ะ คุณหมอให้ทายาไม่ต้องนอนที่โรงบาลฯ


               พระพาย ดูไม่ได้เสียใจมากมายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จะมีบ้างก็แค่ร้องไห้ถามว่าแม่ไปไหน สงสัยว่าทำไมพ่อกับแม่ต้องนอนอยู่ในกล่อง ทำไมทุกคนต้องจุดธูปไหว้รูปของพ่อกับแม่


               พระพาย เมื่อคืนหนูนอนที่ไหนคะลูกพอพูดถึงเรื่องนอนก็อดถามไม่ได้ รู้มาบ้างว่าถึงจะอยู่ร่วมในที่ดินผืนเดียวกัน แต่พี่บูมกับพี่สะใภ้เลือกที่จะสร้างบ้านและย้ายออกมาอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก


               ที่บ้านค่ะแกผละออกจากหลอดดูดแล้วตอบคำถาม


               บ้านคุณยายเหรอคะ


               บ้านคุณพ่อค่ะ


               กับใครคะ


               คนเดียวค่ะ พายนอนบนเตียงคนเดียว


               เด็กอายุห้าขวบ ทำไมถึงกล้าทิ้งให้อยู่ในบ้านหลังโตคนเดียว ทั้งที่แกเพิ่งสูญเสียครอบครัวไปไม่ถึงวัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะเจียนเวลาพระสวดเต็มทีจึงต้องรีบกลับไปที่วัด


               พระพาย นั่งอยู่บนตักของผมตลอดจนพิธีกรรมเสร็จ ผมออกไปยืนขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ห่างจากผมไปไหนไกล


               คืนนี้นอนที่ไหนล่ะ


               คงหาโรงแรมแถวนี้ครับถึงพี่บูมจะมีบ้าน แต่คงไม่สะดวกถ้าหากผมจะเข้าไปอยู่โดยที่เจ้าของที่ดินไม่ได้เชิญชวน ผมขอถามอะไรหน่อยสิครับ ได้ยินว่าเมื่อคืน พระพาย นอนคนเดียว


               จะให้มานอนบ้านใหญ่ก็ร้องไม่ยอมท่าเดียว ไม่มีใครกล้าไปนอนเป็นเพื่อนหรอกจะ ตายโหงยกครัวขนาดนั้น


               ผมรีบอุ้ม พระพาย มาไว้กับตัว ยิ้มให้และเบี่ยงเบนความสนใจเธอไปเรื่องอื่น ขอให้ไม่ได้ยินในสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดด้วยเถอะ


               ผมลาทุกคน โบกมือให้หลานสาวที่เดินขึ้นรถตู้ไปโดยไร้คนจูง แอบกระซิบกับแกว่าให้ไปนอนกับคุณยาย ยังเด็กอยู่ไม่ควรนอนคนเดียวแล้วก็ย้ำให้พรุ่งนี้ใส่ชุดสีดำอีกชุดในถุงที่เราซื้อด้วยกันวันนี้ ซึ่งก็พยักหน้ารับปากอย่างดิบดี รอจนรถตู้ลับสายตาไป ผมจึงหันไปจัดการพาตัวเองกลับโรงแรมบ้าง                


















 

               หลังจากงานเผา ผมถูกเชิญให้ไปที่บ้านใหญ่ น่าจะเกี่ยวข้องกับการจัดการมรดกอะไรต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าไม่มีพินัยกรรมอะไรเหมือนอย่างในละครหรอก พระพาย ยิ้มหวานทันทีที่เห็นผม แกวิ่งมาหายกมือสวัสดีก่อนจะกระโจนขึ้นมานั่งตัก พูดคุยกันไม่นานเด็กรับใช้ในบ้านก็เดินนำทนายเข้ามา


               บทสรุปสุดท้ายไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาด ธุรกิจรีสอร์ทเป็นชื่อร่วมของพี่บูมและพี่สะใภ้ซึ่งถ้าตามกฎหมายแล้วก็จะตกมาเป็นของ พระพาย แต่เพราะทั้งสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรส มรดกจึงต้องคืนให้กับคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่าย เท่ากับว่าผมได้รีสอร์ทครึ่งนึงเท่ากับแม่ยายของพี่บูม ส่วนทรัพย์สินในธนาคารทั้งหมดของพี่บูมตกเป็นของผม ส่วนของพี่สะใภ้ก็คืนครอบครัว


               นั่นคือสิ่งที่ทนายสูงอายุคนนั้นพูด พระพาย ลูกสาวแท้ ๆ ของสองคนนั้นไม่มีสิทธิ์ได้อะไรเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นทายาทสืบสายเลือดงั้นเหรอ ผมเองไม่ค่อยรู้เรื่องกฎหมาย อีกอย่างก็หัวเดียวกระเทียมลีบพูดอะไรไปคงไม่เกิดผล เลยได้แต่เก็บความสงสัยพวกนั้นเอาไว้ในใจ ทนายเอาเอกสารมาให้ผมเซ็นยินยอมที่จะให้คนฝ่ายนั้นเป็นผู้จัดการมรดกทั้งหมด และอีกสองสามฉบับเกี่ยวกับรีสอร์ท ผมพยายามอ่านมันให้เข้าใจมากที่สุด อ่านมันว่าไม่มีภาระหนี้อะไรที่โยนมาให้รับผิดชอบ จะโทรปรึกษาคนที่ไว้ใจ คน ๆ นั้นก็ขึ้นไปอยู่บนฟ้าเสียแล้ว ผมเชื่อคำของพี่บูมก็วันนี้ เรามีกันอยู่สองคน เดือดร้อนขึ้นมาก็ไม่มีใครให้พึ่งพาใช่ มันเป็นแบบนี้นี่เอง               


               สุดท้ายผมก็ยอมเซ็นให้ทุกฉบับเพื่อให้เรื่องมันจบ ๆ ทั้งที่สัญญาทุกฉบับไม่มีข้อไหนยุติธรรม รีสอร์ทที่ถูกแบ่งครึ่ง หุ้นของผมได้มาสี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ แม่ยายของพี่บูมบอกว่าที่ต้องมีหุ้นมากกว่าเพราะเวลาตัดสินใจทำอะไรจะได้ง่ายไม่ต้องปรึกษาให้มากเรื่อง ส่วนเด็กอย่างผมมีหน้าที่แค่รอรับเงินปันผลก็พอ เธอบอกต่ออีกว่าที่นี่ทำกำไรไม่ได้มากอะไร หายไปเปอร์เซ็นต์สองเปอร์เซ็นต์คงไม่เดือดร้อน แล้วผมจะพูดอะไรได้อีกในเมื่อมัดมือชกกันขนาดนั้น ส่วนเงินในบัญชีและที่ดินอีกสองผืนในต่างจังหวัดที่เป็นชื่อพี่บูมคนเดียว ทั้งหมดนั้นถูกถ่ายโอนมาเป็นชื่อของผม ตอนแรกตั้งใจว่าหากทุกอย่างลงตัว จะขอรับไว้แค่เพียงที่ดินเท่านั้น ส่วนเงินทั้งหมดจะเปิดบัญชีเป็นชื่อหลานแล้วฝากเอาไว้ให้เป็นทุนการศึกษา อย่างน้อยผมก็เป็นอาแท้ ๆ ของเขา ควรจะมีส่วนช่วยดูแลบ้างไม่มากก็น้อย จะทิ้งให้เป็นภาระของคนที่นี่ทั้งหมดคงไม่ดีเท่าไหร่    


               ผมเตรียมตัวลากลับเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น แต่กลับต้องนั่งฟังอีกเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญ นั่นคือ ผู้ปกครองของ พระพาย ตอนแรกดูจะไม่มีปัญหาอะไร หลานก็อยู่กับยายที่นี่ ป้า ๆ ก็ช่วยกันดูแลไป แต่หลังจากจบการแจกแจงมรดกก็เริ่มมีปากเสียง ทุกคนขุดยกภาระหน้าที่ขึ้นมาทำให้ตัวเองดูวุ่นวาย ไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตเล็ก ๆ ได้


               ฉันมีครอบครัว มีลูก มีสามีต้องดูแลนั่นคือคำตอบของคุณป้าใหญ่


               ฉันไม่เคยเลี้ยงเด็ก ฉันทำไม่ได้หรอกคุณป้ารอง


               ฉันต้องดูแลรีสอร์ท คงไม่มีเวลาและน้ำเสียงสุดท้ายของคนที่ พระพาย เรียกว่าคุณยาย เดี๋ยวจะลองติดต่อกับสถานรับเลี้ยงดู


               ผมเหมือนถูกไม้หน้าสามฟาดแสกหน้า เหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางหัว อยากจะตะโกนออกไปว่านั่นหลานแท้ ๆ ของพวกคุณนะ ทำแบบนี้ได้ยังไง หัวใจยังมีอยู่หรือเปล่า การสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปนั่นก็ดูร้ายแรงมากแล้วสำหรับเด็กห้าขวบ นี่ยังต้องถูกทิ้งจากทุกคนในครอบครัว มันใช่แล้วเหรอ


               ผมจะรับผิดชอบหลานเองครับ



               และผมก็ตัดสินใจพูดคำนั้นออกไป โดยไร้ซึ่งการไตร่ตรองใด ๆ

    





100%

มีการแก้ไขเรื่องมรดกเล็กน้อยเพื่อเข้าสู่ปมในช่วงหลังของเรื่องค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้เขียนอธิบายช่วงนั้นเลยทีเดียว แต่มีนักอ่านหลาย ๆ ท่านแวะเวียนกันเข้ามาเตือนอยู่บ่อย ๆ ว่าข้อมูลกฏหมายมันผิด ก็เลยขออนุญาตแก้ไขจั่วไว้นิดนึงว่าอาเบลล์เองก็สงสัยเหมือนกัน แต่ตอนนั้นยังทำอะไรไม่ได้ ขอโทษสำหรับที่เขียนไม่เคลีย แล้วก็ทำให้เข้าใจไปว่าใช้ข้อมูลผิดนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคำเตือนด้วย เราดีใจที่ทุกคนใส่ใจทุกตัวหนังสือของเรา เราพร้อมรับคำติ และพร้อมแก้ไขหากตรงไหนนักอ่านคิดว่าไม่ถูกต้อง 


ขอบคุณค่าา














































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.348K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,350 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #7302 0985018032 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 17:12
    เป็นกูนะจะเเก้เเค้น-เลยไม่สนหรอกจะเป็นยงเป็นยายเเต่ทำตัวน่ารังเกียจ
    #7,302
    0
  3. #7066 jonginshi88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 01:35
    สงสารน้องพระพายยย
    #7,066
    0
  4. #7049 Kasalongkham (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 13:41
    สงสารน้องงง
    #7,049
    0
  5. #6956 hyouka_tsuyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 11:05
    กลับมาอ่านค้าบ คิดถึงคุณอากับน้องมากๆ
    #6,956
    0
  6. #6937 MasKee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:39
    กลับมาอ่านอีกฮะ สนุกมาก!!!
    #6,937
    0
  7. #6918 Natthap1719 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 07:36
    ฮือสงสารน้อง
    #6,918
    0
  8. #6908 JulietMulfoy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 00:08
    ย้อนมาอ่านอีกแล้ววว รักเหลือเกินเรื่องนี้
    #6,908
    0
  9. #6862 JKCBB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 20:02
    เรื่องจริงเลยแหละ
    #6,862
    0
  10. #6854 aounie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 22:17
    สงสารหลาน แต่ดีแล้วที่จะมาอยู่
    กับคุณอาเบลล์
    #6,854
    0
  11. #6829 yuri_miko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 11:32
    น่าสงสารจัง
    #6,829
    0
  12. #6825 Siucpeapitch (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:02
    กลับมาอ่านอีกครั้งงงงงงงงงง
    #6,825
    0
  13. #6793 FDB88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:14

    โอ้โห ญาติแต่ละคนนี่แบบว่าเห็นแก่ตัวมาก

    #6,793
    0
  14. #6788 Tong2557 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:52
    หน่วงมากๆ
    #6,788
    0
  15. #6760 ojay2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:05
    สงสารน้อนเลย
    #6,760
    0
  16. #6744 _jppm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:06
    🌙 น้องงคับ
    #6,744
    0
  17. #6740 nunut_2540 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 12:07
    กลับมาอ่านรอบที่สี่แล้ว เดี๋ยวซักวันจะไปถอยหนังสือมาเก็บไว้
    #6,740
    0
  18. #6711 maybee23 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 14:40
    กดติดตามนานแล้วพึ่งได้เข้ามาอ่าน แค่ตอนแรกก็สงสารยัยหนูพระพายแล้วอะ คุณอาเบลล์เราเอาใจช่วยคุณนะ
    #6,711
    0
  19. #6681 bbow45 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 17:06

    เราเพิ่งมาอ่านดูเข้มขันกระชับตั้งแต่ตอนแรกเลยดีค่ะ

    #6,681
    0
  20. #6637 bm814 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 14:21
    สงสารน้อง ปล่อยให้นอนคนเดียวได้ไง
    #6,637
    0
  21. #6614 Bewitchz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 18:54

    น่าติดตามมากๆค่า
    #6,614
    0
  22. #6605 sichul (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 02:44

    มาอ่านอีกรอบบ อิอิ อ่านพี่ดินกับน้องปลาการ์ตูนแล้วคิดถึงคุณอาเบลล์~~
    #6,605
    0
  23. #6601 pommys (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:16
    ญาติอะไรเนี่ย เห็นแก่ตัวมาก
    #6,601
    0
  24. #6600 pommys (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 21:09
    ******สดใส
    #6,600
    0
  25. #6582 PPruedee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 22:27
    มาค่ะ เริ่ม! 55555555
    #6,582
    0