คัดลอกลิงก์เเล้ว

ดอกไม้ และก้อนอิฐ จากโลกไซเบอร์

Cyberbullying > การรังแก กลั่นแกล้ง ใช้ความรุนแรงต่อกันด้วยภาษาผ่านโลกโซเชี่ยล เป็นอาวุธทำร้ายเพื่อนร่วมโลกที่รุนแรงร้ายกาจที่สุดเกินกว่าเราจะนึกได้ ทั้งที่เราอาจไม่เคยรู้จักกัน หรือเห็นหน้ากันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

ยอดวิวรวม

438

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


438

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 เม.ย. 62 / 20:44 น.
นิยาย ͡ С͹԰ ҡš ดอกไม้ และก้อนอิฐ จากโลกไซเบอร์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 

.


กระทู้ของแวววิ่งพรวด  คอมเม้นท์เกินกว่า 300 เข้าไปแล้ว  แววใจสั่นไปหมด  ถ้า 300 กว่า..แบบมีแต่ดอกไม้ยื่นเข้ามาให้คงดี  แต่นี่มีแต่ก้อนอิฐปาเข้าใส่  น่าขายหน้า ทุเรศทุรังที่สุด 
 


 




     เรื่องสั้นสะเทือนจักรวาล  -_-

    ..
    VV

                                               

 



>>
                
  

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 เม.ย. 62 / 20:44




ดอกไม้ และก้อนอิฐ จากโลกไซเบอร์

.  .  .  . 



                 แววนั่งลงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มีเวลาอีกนิดหน่อย..ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนจะพาลูก ๆ ไปว่ายน้ำ เอาล่ะ...แค่นิดหน่อยก็ยังดี วันนี้ยังไม่ได้ทำงานเลยสักแอะ ลูกปิดเทอมทีก็มัวแต่วุ่นวายกับภารกิจในบ้าน ไหนจะหุงหาอาหาร จัดการกับเสื้อผ้า บ้านช่อง....


                     ขอเวลาแค่นิดหน่อย ทำงานส่วนตัว ....งานส่วนใหญ่ของแววจะอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่วันนี้เวลาน้อยคงไม่ทัน ขอพิมพ์อะไรเล่น ๆ หน่อยก็ยังดี แววนึกอยากจะตั้งกระทู้...เธอยังไม่เคยลองเข้าไปตั้งกระทู้จริง ๆ จัง ๆ ในเน็ตสักที ที่ผ่านมา เคยใช้แต่บัตรผ่าน เข้าไปตั้งกระทู้จิ๊บ ๆ จ้อย ๆ แต่คราวนี้เธอมีคำถามเด็ดอยู่ในหัว และมั่นใจที่จะใช้ชื่อสมาชิก แน่นอนว่ามันบอกตัวตนที่ชัดเจนขึ้น มันระบุเข้ามายังตัวตนจริง ๆ ของเธอได้ หากต้องการน่ะนะ!


                     แววเคยนึกชมคนที่เข้าไปตั้งกระทู้ดี ๆ และพลอยมีคนเข้าไปคอมเมนท์ชื่นชมเสียยาวยืดหลายร้อยอัน คนที่กล้าแสดงตัวแบบนั้น ถือว่าเก่งกล้าจริง ๆ ล่ะในความคิดของแวว เก่ง...ที่สามารถเขียนแสดงความคิดเห็นตัวเองออกมาให้คนเชื่อมั่นคล้อยตามได้ กล้า...ที่จะเผยตัวตนของพวกเขาผ่าน ‘ชื่อสมาชิก’ ออกมาเป็นตัวหนังสือสู่โลกไซเบอร์ ซึ่งแม้นจะเรียกว่าก้าวออกมาสู่แสงไฟแค่ ‘ครึ่งก้าว’ แต่ก็ถือได้ล่ะว่ากล้าที่จะเอาตัวเข้ามาแลกกับความเสี่ยงว่าจะโดนด่า หรือชม โดยไม่อาจรู้ตัวได้ล่วงหน้า ทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ตรงหน้าจอสี่เหลี่ยมแค่บังกรอบหน้าเรามิดเท่านั้น....


                    เอาล่ะ...แววเข้าไปในเว็บไซต์ยอดฮิตแห่งนั้น คลิกเข้าไปที่หัวข้อ ‘ตั้งกระทู้ใหม่’


                     ประเด็นเด็ดของแวว ....ช่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบมาตรฐานสังคมสุด ๆ ...สมาชิกของเว็บไซต์สมควรยกย่องประเด็นของแววว่าช่างตรงกับใจพวกเขาซะเหลือเกิน ทว่าไม่เคยมีใครหยิบยกมันขึ้นมาตั้งคำถามเสียที ...แววจะเป็นตัวแทนให้พวกเขา แววเป็นผู้กล้าบ้างล่ะ... แววต้องหัดกล้าแสดงความคิดของตัว ผ่านตัวตนในโลกไซเบอร์ซะบ้าง ถึงจะไปกล้าในชีวิตจริงได้...


                     เอ๊ะ! ชักคิดไปใหญ่ ก็แค่วันนึงให้ได้แตะคอมพิวเตอร์สักนิด ไม่งั้นเหมือนว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลยแค่นั้นแหละ... แววพยายามบอกตัวเองไม่ให้คิดเตลิด!!!


                      ‘ไม่เข้าใจ ...ทำไมค่ายหนังถึงเอาดาราหนังติดเรทมาเล่นหนังให้วัยรุ่นดู ...เคยคิดถึงผลกระทบที่จะตามมามั้ย?’ 


                      นี่ละหัวข้อกระทู้ของแวว เนื้อหาข้างใน...แววเขียนว่า


‘คุณเป็นค่ายหนังในดวงใจ เป็นขวัญใจวัยรุ่น เป็นผู้ชี้นำ แต่คราวนี้คุณทำให้เราผิดหวัง คุณเคยคิดถึงเด็กวัยรุ่นยุคสื่อสารไร้พรมแดนบ้างมั้ยว่า หลังจากหนังจบ แต่เขาจะไม่จบ ...เขาจะต้องเข้าไปเสิร์ชหาประวัติเบื้องหลังดาราที่เขาชื่นชอบ...รวมถึงดารา ‘คนนั้น’ แล้วตอนนั้นอะไรจะเหลือล่ะ เด็ก ๆ มีวุฒิภาวะพอจะเข้าใจเรื่องอะไร ๆ แบบนั้นได้เองแล้วหรือคะ เด็กวัยนี้สมควรจะรับรู้เรื่องอะไรแบบนั้นแล้วหรือ?? 


ลูก ๆ ดิฉันก็คอยดูหนังของพวกคุณ คุณจะให้ดิฉันตอบลูก ๆ ว่ายังไง???’ 


                     โอ้! เยี่ยม ....


                    แววคลิก ‘ส่ง’ ได้เวลาพอดี ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วก็พาลูกออกไปว่ายน้ำ

. . . .


                เด็ก ๆ โผตัวลงในน้ำ แข่งกันว่าใครจะกลั้นลมหายใจในน้ำได้นานกว่ากัน พอหมดลมหายใจก็พากันโผขึ้นมาใหม่ ว่ายข้ามจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง มีผู้คนว่ายไปมาอยู่เต็มสระช่วงปิดเทอม ราวชั่วโมง แววก็เรียกลูก ๆ ให้ขึ้นจากสระ อาบน้ำเสร็จ ก็ออกมาสั่งข้าวกินที่ร้านอาหารของสโมสร


                     แววขับรถพาลูก ๆ กลับบ้าน หลังเสร็จกิจกรรมทั้งหมด ดีอย่าง..วันไหนที่พาไปว่ายน้ำก็ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็น กลับมาก็ได้พักผ่อน ใครใคร่นอนดูทีวี.ก็ดู ใครใคร่นอนเล่น หรืออยากทำอะไรของตัวก็ทำไป ส่วนแววเปิดคอมพิวเตอร์ นั่งลงมีปฏิสัมพันธ์กับจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า อดไม่ได้ต้องคลิกเข้าไปดูในเว็บไซต์ฮ็อตฮิตประจำของตัว


                     โน่น! กระทู้ของแวว ว้าว! คนเข้ามา 155 คอมเมนท์ Oh! My Gosh.... ประวัติการณ์ ไม่น่าเชื่อ คนจะเข้ามาสนใจกระทู้ของแววมากมายมโหฬารแบบนี้ แววทำได้เหมือนกันหรือนี่! แววรู้สึกหัวใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ผสมลุ้นระทึก ขณะกด ‘คลิก’ ที่หัวข้อกระทู้ของตัว


                     ใครเข้ามาคอมเมนท์อะไรบ้างน้า....


                     ‘โหย! เรื่องแค่นี้ต้องเข้ามาตั้งกระทู้ถาม...ประสาท!” 

                     ‘สอนลูกตัวเองไม่เป็นหรือไง ถึงต้องมาตั้งกระทู้ถามในนี้!!!’ 

                     ‘เจ้าของกระทู้บ้าหรือดี!’ 

                     ‘เป็นแม่ประสาอะไร แค่นี้สอนลูกไม่เป็น....’ 


                     ‘อย่าเอาลูกมาอ้าง มันความคิดของตัวคุณเองชัด ๆ ตัวเองน่ะคิดไปก่อนแทนเด็ก รู้นะ ทำเป็นมือถือสากปากถือศีลไปด้าย.ยยย.....’ 

                    ‘อย่าปิดกั้นลูกคุณนักเลย ....ยิ่งปิดกั้นมาก ลูกคุณจะเก็บกดรู้รึเปล่า ออกมาจากในกะลาได้แล้ว...?????’ 

                     ‘ทำไม ดาราหนังเอ็กซ์ไม่ใช่คนหรือไง ถึงไม่ให้โอกาสเขา คนเคยผิดพลาด ต้องเหยียบย่ำให้จมดินไม่ได้ผุดได้เกิดเลยใช่มั้ย!!’ 

                     ‘สมัยนี้ ถึงไม่ดูตรงนี้ เขาก็ไปหาดูที่อื่นที่ไหนก็มี คลิปหลุดหาง่ายหยั่งกะซื้อกระดาษทิชชู่ จะปิดกั้นเด็ก ๆ ไปถึงไหนนนนน...’ 

                     ‘เป็นแม่แบบนี้ น่าสงสารลูก’ 


                 โฮ...ฮฮฮฮฮฮฮ......

                     น้ำตาแววไหลร่วงลงมาทันทีตรงหน้าจอ ...ร้อยกว่าคอมเมนท์ มีแต่คำตำหนิต่อว่า ดูหมิ่น เหยียดหยาม ด้วยคำพูดกราดเกรี้ยว ก้าวร้าว ทำร้ายจิตใจสุด ๆ มันมีมากกว่านั้นอีก แต่แววรีบมองข้าม หรือพยายามทำเป็นไม่สน ทั้ง ๆ ที่เห็นอยู่ว่าโหดร้ายรุนแรง ทำร้ายความรู้สึกขนาดไหน


                     มีคนเห็นด้วย แต่...โถ...นับหัวได้ สักสองสามอันเองมั้ง จากร้อยกว่าคอมเมนท์เนี่ยนะ!


                     เกิดอะไรขึ้น แถมคนที่เข้ามาเห็นด้วย ก็แค่ตอบสั้น ๆ ‘เห็นด้วย’ ‘เข้าใจ’ แค่นั้น ...ไม่กล้าเขียนอะไรมากไปกว่านั้น ถ้าไม่เพราะเขียนแสดงความเห็นไม่เป็น ก็เพราะ Play save...กลัว ไม่กล้ารับผลที่จะตามมา ....ทำไม ทำไมๆ ๆ ๆ ทำไมไม่ช่วยกันล่ะ ปกป้องกันบ้าง แววนึกโกรธ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา แต่แววก็คาดหวัง


                     มีสิ...คนนี้ไง เขียนยาว ๆ ตรงกับใจแวว เข้าใจประเด็นที่แววต้องการสื่อ แต่จะมีประโยชน์อะไร ...ความจริงก็ช่วยให้แววรู้สึกดีขึ้นน่ะนะที่มีแนวร่วมกับเขา แต่มันช่วยได้แค่ไหนกันเชียวเมื่อเทียบกับ...ดูสิ...แป๊บเดียว คอมเมนท์ขึ้นพรวด 180...200...250 .....อย่างรวดเร็ว


                     ‘เลี้ยงลูกไม่เป็นหรือไง ถึงต้องตั้งกระทู้โทษโน่นโทษนี่...โทษสื่อ...เฮอะ! น่าสมเพช’ 

                     ‘สังคมไทยดัดจริตขึ้นทุกวัน’ 

                     ‘ดาราหนังเอ็กซ์ไม่ต้องทำมาหากินหรือไง แล้วทำไมถ้าเขาจะออกมาเล่นหนังปรกติ มันผิดนักหรือไง’ 

                     ‘เจ้าของกระทู้หายหัวไปไหนล่ะ!’ 

                     ‘ต้องให้อรหันต์โสดาบันมาเล่นหนังให้ลูกคุณดูหรือไงคุณแม่!!’ 

                     ‘เป็นไง สองร้อยกว่าเมนท์แล้ว ได้คำตอบไปสอนลูกคุณรึยัง!!” 

                     ‘อย่าลืมพรินต์พวกนี้เก็บไปให้ลูกอ่านด้วยนะคุณแม่’ 

                     ฯลฯ 


                     น้ำตาหยดแหมะลงบนโต๊ะ ....แววปิดปาก สะอื้น!!


                     โหดร้าย! ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันแม้นแต่นิด ทว่าตัวหนังสือที่เรียงพรืดพราดออกมาแค่นั้น กลับทำร้ายความรู้สึกของคนคนหนึ่งได้อย่างแสนสาหัสไม่น่าเชื่อ!!

    . . . .



                 แววเลิ่กลั่ก ลุกลน ทำอะไรไม่ถูก  อยากจะเข้าไปโต้ตอบแรง ๆ กลับบ้าง อยากด่า อยากตะโกน ...ทว่า ที่อยากทำมากที่สุดตอนนี้ก็คือ มุดลงไปในดิน แล้วหายหัวไปจากโลกนี้เลย!

                     ชื่อสมาชิกที่เอาเข้าแลก...ตัวตนที่เผยออกมา...แม้นจะก้าวออกไปแค่ ‘ครึ่งก้าว’ ก็เหอะ แล้วยังไงล่ะ...ง่ายนิดเดียว ถ้าอยากจะรู้ว่าใคร ยุคไซเบอร์แบบนี้ ...ขายหน้าประชาชีพอ ๆ กับไปเดินตลาดแล้วถูกเขาเอาเปลือกทุเรียนเขวี้ยงใส่


                     แววจำได้ นักพูดตลกชื่อดังคนหนึ่ง ถึงกับเคยพูดเอาไว้ว่า ‘บอร์ดในเว็บฯ ก็เหมือนกับห้องส้วมสาธารณะ คนมาปล่อย ๆ เสร็จแล้วก็ไป ไม่สนหรอกว่าตัวเองจะทำเลอะเอาไว้แค่ไหน!’ 


                     เห็นจะจริง!


                     แววเริ่มตั้งสติ...เคยอ่านมาบ้างเวลาคนที่โต้กันไปโต้กันมาด้วยอารมณ์ในเว็บบอร์ด ไม่เกิดประโยชน์อันใด โต้ยังไงก็ไม่มีสิ้นสุด มีแต่จะโกรธขึ้น ๆ ..หาข้อสรุปไม่ได้ ในเมื่อต่างคนต่างบรรทัดฐาน...กูจะเอาความคิดกูเป็นใหญ่ใครจะทำไม ใครไม่เห็นด้วยก็ด่าซะให้เละ ไม่เห็นหน้ากันด้วยนี่ ยิ่งถ้ามีแนวร่วมเห็นไปทางเดียวกันมาก ๆ ยิ่งฮึกเหิม มีกำลังใจ...พวกเยอะซะอย่าง ใส่ไม่ยั้ง!!

.

.

                 กระทู้ของแวววิ่งพรวด คอมเมนท์เกินกว่า 300 เข้าไปแล้ว แววใจสั่นไปหมด ถ้า 300 กว่า..แบบมีแต่ดอกไม้ยื่นเข้ามาให้คงดี แต่นี่มีแต่ก้อนอิฐปาเข้าใส่ น่าขายหน้า ทุเรศทุรังที่สุด


                     ...มีคนแตกกระทู้ไปจากของแววแล้ว เป็นสมาชิกคนดังของเว็บ...ชายหนุ่มผู้มากด้วยคุณวุฒิ สุขุมนุ่มลึก มีสติ และชัดเจนในทุกถ้อยภาษาที่เขาถ่ายทอดออกมา


                     แววบอกทันทีว่านี่แหละ คือสิ่งที่แววต้องการจะสื่อ...ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะน่า อือม..แล้วทำไมแววถึงทำไม่ได้แบบเขาล่ะ ทำไมแววถึงเขียนไม่เก่งแบบเขา... ที่เขียนไม่เก่งมาจากอะไรล่ะ ...ก็มาจากคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ถึงเขียนกระทู้ออกมาได้ห่วยแตก ไม่ถูกใจใครสักคน จนถูกประณามออนไลน์ไปทั้งประเทศแบบนี้ ...คนทั้งประเทศได้รู้หมดว่าแววเป็นแม่ที่ห่วยแตก โง่เง่า ประสาท วิตกจริต...ผ่านเว็บไซต์ที่ออนไลน์ไปทั่วทั้งประเทศ


                     แววกลัวสุดขีดว่ามันจะขึ้นกระทู้แนะนำ ...แนะนำว่าฉันเป็นคุณแม่ห่วยแตกให้ทั้งประเทศรู้นะเหรอ! ...แววนึกถึงภาพเพื่อน ๆ คนรู้จัก รุ่นน้อง รุ่นเด็กที่เข้ามาเล่นในเว็บไซต์นี้หลายคน แล้วก็ได้เห็นกันล่ะว่าแววถูกด่าว่าสาดเสียเทเสียขนาดไหน มันทำให้แววอายสุดขีด แทบบ้า อยากหายตัวไปจากโลกนี้ทันใด...แต่มันทำไม่ได้!


                     หาทางออกที่ใกล้ที่สุด ....แววเข้าไปที่ปุ่มตัวเลือก ‘หลังไมค์’ การสื่อสารระหว่างสมาชิกที่คนภายนอกไม่เห็น แววคลิก...แล้วก็พิมพ์ชื่อชายหนุ่มคนนั้น ...คนที่แตกกระทู้ของแววออกไป


                     ‘...ทำไมมันโหดร้ายแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักกัน ทำไมต้องด่าว่ากันรุนแรงแบบนั้น มันเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่เข้าใจคนพวกนี้ คุณว่าฉันควรทำอย่างไรดี...’  แววระบายข้อความสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว...แววแค่ต้องการระบายเท่านั้น


                     กลับไปที่กระทู้ของตัวเอง มันยังวิ่งไม่หยุด ....แน่นอน ล้วนเป็นอิฐก้อนโต ๆ ที่พุ่งเข้าใส่แววมากกว่าจะเป็นดอกไม้แสนสวย แววคลิกกลับไปกลับมาระหว่างกระทู้ของแวว กับชายหนุ่มผู้นั้น....ของชายหนุ่มมีแต่คนชื่นชมสรรเสริญ ทั้ง ๆ ที่เขียนในประเด็นเดียวกัน..ทว่าด้วยชั้นเชิง ความชัดเจนในภาษาเนื้อหาที่สื่อสาร.... และสติ...แววบอกได้เลย แววนึกตำหนิตัวเองที่โง่ ไม่รู้จักคิดก่อนเขียนให้ดีกว่านั้น


                     ไฟ ‘หลังไมค์’ กะพริบ มีข้อความกลับมาแล้วทันใจเช่นกัน ชายหนุ่มตอบกลับมาว่า


                     ‘กระทู้ของคุณไม่ใช่ปัญหาครับ กระทู้แรง ๆ กว่านี้มีบ่อยไป ปัญหาคือ บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้โลกไซเบอร์มามีอิทธิพลในโลกจริงของเรามากจนเราเครียด


                     ในเน็ตร้อยพ่อพันแม่ มีตั้งแต่เด็กแว๊นท์ยังโปรเฟสเซอร์ ดังนั้นย่อมมีคนไม่เห็นด้วย และมาแนวแบบแรง ๆ ครับ ผมจึงเสนอว่า ถ้ามั่นใจในความเห็น และไม่ได้ดูหมิ่นหรือแขวะใคร ตั้งไปเถอะครับ แต่ก็ต้องเตรียมยอมรับความเห็นที่แตกต่าง


                     กระทู้ที่ตั้งมา ผมคิดว่าเป็นประโยชน์นะครับ และสะท้อนความรักความห่วงใยของคนเป็นแม่ได้ดีออก...’ 


                     โอ...ขอบคุณ...ขอบคุณ ...แววรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด หายงุ่มง่าม แววเริ่มลุกขึ้นจากหน้าจอ เดินไปที่ครัวเปลี่ยนบรรยากาศ รินน้ำใส่แก้วยกขึ้นดื่ม ....ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง อือม...ใช่...


                     แต่...พุทโธ่เอ๊ย..มีแต่คำก่นด่าประณาม ย่ำยีบีฑาความเป็นแม่ของแวว...นี่นะเรอะคือ ความคิดเห็นที่แตกต่าง? ใครจะทนได้ ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ!


                     แววเริ่มงุ่มง่ามกลับไปที่หน้าจอใหม่


                     ‘...รับไม่ได้ ทำใจไม่ได้... ความเห็นที่แตกต่างนะเรอะ ...มีแต่คำเหยียดหยาม ดูหมิ่นดูแคลนความเป็นแม่ มันสุดจะทน คุณช่วยกดลบกระทู้ให้ฉันทีเถิด ...เหลือแค่กระทู้ของคุณคนเดียวก็พอ’ แววคลิกส่งกลับไปหาชายหนุ่มใหม่

                     คราวนี้ แววเริ่มหารายชื่อแนวร่วมแบบลนลานเลยทีเดียว


                     นี่ไง! คนแรกที่เข้ามาเห็นด้วยแบบยาว ๆ แถมยังช่วยแก้ต่างให้แววหลายครั้ง แววเข้าไปที่ ‘หลังไมค์’ พิมพ์ข้อความถึงเธอคนนั้นให้ช่วยกดลบกระทู้ให้แววที โดยให้เหตุผลที่สำคัญว่า มันมากเกินไปที่มาดูหมิ่นย่ำยีความเป็นแม่ แล้วก็คนที่สอง...สาม...สี่... พุทโธ่! คอมเมนท์เข้ามาตั้งหลายร้อยอัน หาแนวร่วมนับคนได้...น่าสงสารจริงยายแวว!


                     นั่น...คนที่สองตอบกลับมาแล้วว่าช่วยกดลบให้แววแล้ว ส่วนชายหนุ่มคนแรกไม่ได้ตอบกลับมาอีก แววเดาเอาว่าเขาคงไม่ได้อยู่หน้าจอแล้ว หรือไม่ก็อาจจะเห็นข้อความแล้ว แต่ขี้เกียจยุ่งมาช่วยกดบ้าบอให้แววอีก...ตามแต่ที่แววจะคิดปรุงแต่งไป


                     คนที่สาม ตอบกลับเข้ามาในอีกชั่วโมงต่อมา ตอนนั้น ลูก ๆ เข้านอนกันหมดแล้ว เหลือแววนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ที่หน้าจอตามลำพัง


                     แววคลิก ‘หลังไมค์’ ตอบกลับไปขอบคุณคนทั้งสอง ...อย่างน้อย ท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้งกันดาร ก็ยังมีหยาดน้ำใสเย็นมาชโลมใจบ้าง แม้นเพียงหยดสองหยด ...ท่ามกลางความโหดร้ายในโลกไซเบอร์ ก็ยังมีมิตรภาพและน้ำใจหลงเหลือให้กันอยู่


                     ‘อย่าคิดมากเลยค่ะ ทำใจให้ร่าเริงไว้ อย่างน้อย ดิฉันก็คิดว่าลูก ๆ คุณโชคดีที่มีแม่เอาใจใส่และเป็นห่วงพวกเขาในเรื่องละเอียดอ่อนที่หลายคนมองข้าม’ 


                     ‘เสียใจด้วยค่ะ ที่เกิดเหตุการณ์นี้กับคุณ ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคม ยังไงก็แล้วแต่ ฉันคิดว่าคุณเป็นแม่ที่น่ารักคนหนึ่งค่ะที่ใส่ใจสิ่งที่จะเข้ามาถึงพวกเขา’ 


                     ....น้ำทิพย์หยดเล็ก ๆ สองสามหยดที่ช่วยชโลมใจแวว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาของแววที่ไหลรินลงไปบนโต๊ะหน้าจอคอมพิวเตอร์


                     ไม่มีคนที่สาม--ตามกฎต้องมีสมาชิกตั้งแต่สามคนขึ้นไป มากดลบกระทู้นั้น...กระทู้นั้นถึงจะถูกยกออก...ช่างมัน!


                    แววปิดเครื่อง หมดแรง ....คืนนั้น แววพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาทั้งคืน ...โลกไซเบอร์ถูกปิดสวิทช์ตัดขาดไปจากแววแล้ว ทว่าความรู้สึกโหดร้ายเกรี้ยวกราดยังตามมาหลอกหลอนวนเวียนอยู่ในสมองของแววตลอดเวลา...


                   โลกจำลองหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ผู้คนนับแสนนับล้านเข้าไปโลดแล่นผ่านตัวหนังสือ จะเป็นตัวตนที่แท้จริงบ้าง สร้างภาพบ้าง ก็แล้วแต่ ...แต่บอกได้เลยว่า มันโหดร้ายไม่ต่างจากโลกที่แท้จริงข้างนอก เผลอ ๆ อาจจะมากกว่า...


                   แววบอกตัวเองไม่ได้ว่า...อีกนานแค่ไหนกว่าเธอจะกล้ากลับเข้าไปในดินแดนนั้นได้อีก ดินแดนในจอสี่เหลี่ยมที่ผู้คนใช้ตัวหนังสือ ทักทาย..ผูกมิตรไมตรี...ศึกษาเรียนรู้ ...และทำร้ายกัน!


**************

sds


Cyberbullying  คือการรังแกกลั่นแกล้งกันบนโลกโซเชี่ยลมีเดีย ในรูปของการกล่าวร้าย

ใช้ถ้อยคำภาษาอันรุนแรง-ก้าวร้าว-หยาบคาย, เข้ามารุมด่าทอ-เสียดสี-เยาะเย้ย...ใครสักคนหนึ่ง 

ด้วยอารมณ์-ด้วยอคติ-ปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุและผล

 หรือไม่ก็ไหลไปตามน้ำกับคนอื่น ๆ  

ไม่คิดถึงหัวอกผู้ที่ถูกด่าทอ เพียงเพื่อความสะใจ--เพื่อเอาชนะ --เพื่ออีโก้ 

หากแต่มันได้สร้างความเจ็บปวด สร้างบาดแผลในใจ 

และเป็นสาเหตุใหญ่อันหนึ่งของโรคซึมเศร้าในโลกปัจจุบัน     


    


เราอาจจะเคยถูกทำร้าย หรืออาจจะเป็นผู้ทำร้ายผู้อื่น บนโลกออนไลน์ ทั้งโดยที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว

เรามาหยุด Cyberbullying กันเถอะค่ะ



M A K E    O U R    W O R L D   A   B E T T E R    P L A C E 



      sds


.


.


.




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แก้วนฤมิตร จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 เมษายน 2562 / 14:13

    .....


    สวัสดีส่งท้ายวันสงกรานต์ 2019 ค่ะ -- ไรท์เตอร์มาหาเรื่องคุย เผื่อใครแวะเข้ามาในนี้


    ใครมีประสบการณ์เกี่ยวกับความรุนแรง/ กลั่นแกล้งทางโ ซเชี่ยลมีเดีย


    มาแชร์เรื่องราว หรือแสดงความคิดเห็นให้ฟังบ้างนะคะ

    .......


    ตอนนี้มนุษย์โลกเกิน 60% เข้ามาใช้ชีวิตในโลกโซเชี่ยล มากกว่าโลกจริง ๆ ข้างนอกเสียอีก


    การโพสต์ข้อความนั้นเป็นไปได้ง่ายดายแค่ปลายนิ้ว และความรุนแรงทางภาษาก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว 


    เพราะผู้คนขาดความยั้งคิด ถูกปลุกปั่นได้ง่ายเหลือเกิน เพียงเพราะอารมณ์ชั่วแล่น


    หากเรื่องสั้นเรื่องนี้พอจะมีคุณค่าอยู่บ้าง หวังว่ามันจะเป็นตัวช่วยสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของผู้ถูกกระทำ 


    รวมถึงให้เห็นพฤติกรรมของผู้กระทำด้วย


    และหวังว่ามันจะเป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงการใช้สื่อโซเชียลกันอย่างระมัดระวัง รอบคอบ คิดถึงใจเขาใจเรา


    อย่าให้อารมณ์นำพา หรือไหลตามน้ำไปกับเขาง่าย ๆ


    โลกเราต้องการดอกไม้ของภาษา และตัวอย่างที่ดี เพื่อตัวเราเอง และเจนเนอเรชั่นต่อ ๆ ไปค่ะ


    https://image.dek-d.com/27/0303/3456/128646235



    #2
    0
  2. #1 ลีลาวดี
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 11:35
    ชอบเรื่องสั้นนี้มากค่ะ มันโดนประเด็นในสังคมสมัยนี้มาก บางคนไม่รู้จักหน้าตา หรือตัวจริงในสังคมจริง แต่ถือ'ฆ้อน'เล่นสวมบทเป็นผู้พิพากษาตัดสินกันเพียงตัวอักษรไปซะแล้ว
    #1
    1
    • 25 กันยายน 2560 / 18:01
      ขอบคุณมากค่า

      ไม่ได้เข้ามาในเด็กดีนานมว๊ากกก ดีใจที่เห็นคอมเมนท์ค่ะ
      #1-1