ตำนานเพชรอำพัน TypeMoon

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 264 Views

  • 7 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    6

    Overall
    264

ตอนที่ 7 : การจากลาที่ไร้เสียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ส.ค. 60

TypeMoon

ตำนานเพชรอำพัน

ตอนทึ่7 การจากลาที่ไร้เสียง

…………………………………………………………..

                เดอะไททาเนี่ยมมีความดุดันมากขึ้นขนาดที่4ปีก่อนยังเทียบไม่ติด แต่บอย เบิร์นเนอร์เองก็แสดงให้เห็นถึงลูกเล่นและเทคนิคประหลาดที่ไม่มีใครเคยเห็น มันทำให้การแข่งนี้เป็นการแข่งนัดชิงชนะเลิศที่สนุกที่สุดในรอบหลายปี

                 แม้ว่าบอย เบิร์นเนอร์จะดูเป็นรองเดอะไททาเนี่ยม อย่างเห็นได้ชัดก็ตาม

                เมื่อเวลาค่อยๆผ่านไป ความแข็งแกร่งของเดอะ ไททาเนี่ยมค่อยๆกลืนกินบอย

                ไม่มีใครคิดว่าบอย เบิร์นเนอร์จะสามารถยันเดอะไททาเนียมจนจบการแข่งขันได้  เหล่าคนดูและกรรมการสามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของทั้งสองคน  เดอะไททาเนี่ยมต่อสู้เพื่อสนองนิสัยที่โหดร้ายของตัวเอง เค้าเพียงต้องการจัดการคู่แข่งที่อยู่ตรงหน้า  ส่วนบอย เบิร์นเนอร์ เค้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่ต่างออกไป

                ย้ากกก!!!

                ย้ากก ย้ากกก ย้ากกก!!!

                เป็นเวลากว่า10นาที ที่เดอะ ไททาเนี่ยมรัวหมัดใส่บอย  โดยที่นักสู้ร่างเล็กไม่ได้โต้กลับแม้แต่น้อย

                แม้จะหลบหมัดที่รุนแรงและสวนกลับได้เป็นระยะๆ แต่ก็ยังถือว่าเดอะ ไททาเนี่ยมยังคุมเกมไว้อยู่

                แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

                เดอะ ไททาเนียมหยุดการโหมโจมตีลง  ก่อนเอามือกุมไปท้องด้วยใบหน้าเจ็บปวด

                แกทำอะไรลงไป!?”

                หึ..รู้จักไหมวิชามวยวัดเส้าหลิน โจมตีเข้าจุดตายบริเวณช่วงเวลาที่กล้ามเนื้ออ่อนตัวที่สุดยังไงละ

                ทุกอย่างเป็นไปตามกลยุทธที่บอยและของขวัญวางเอาไว้ ช่วงเวลาที่เดอะ ไททาเนียมโจมตีเข้ามา พลังทั้งหมดจะไปอยู่ที่แขน ทำให้พลังทำลายรุนแรง ทำให้กล้ามเนื้อช่วงลำตัวจะไม่ได้เกร็งรับการโจมตี  และนี้คือโอกาสของบอยที่จะโจมตีจุดอ่อนนั้นซ้ำๆ

                 กว่าที่เดอะ ไททาเนี่ยมจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว

                บัดซบ!!” เดอะไททาเนี่ยม สบถอย่างไม่พอใจก่อนจะยืนตัวตรงขึ้นมาอีกครั้ง  และตั้งใจที่จะเผด็จศึกบอยในหมัดเดียว

                บุกเข้ามาเลย เดอะไททาเนี่ยม ชั้นจะไม่หลบและจะตัดสินผลแพ้ชนะกับแกตรงนี้นี่แหละ

                “อย่ามาหยามกัน ไอ้หนู!!!!” เดอะ ไททาเนียมพุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

                เปิดช่อง!!”

                บอย พุ่งเข้าไปทางช่องว่างเล็กๆ  เป็นการเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กว่าเดอะไททาเนี่ยมจะชักหมัดกลับมาก็ไม่ทันเสียแล้ว

                ผัวะ!!!”

                ฝ่ามือที่ถูกซัดด้วยความแรง อัดเข้ากับปลายคางของเดอะ ไททาเนียม จนใบหน้าสะบัด ก่อนจะค่อยๆหงายหลังลงไปนอนนับดาวบนพื้น สร้างความตกตะลึงให้กับคนดูทั้งสนาม

                เหล่าผู้คนที่ไม่อยากจะเชื่อว่า เดอะ ไททาเนียม ปีศาจที่แสนโหดเหี้ยมที่ไล่รุกนักสู้ตัวเล็กจะแพ้เพราะการโจมตีจังๆ เพียงครั้งเดียว

                มีเพียงบอย เบิร์นเนอร์เท่านั้นที่รู้ดีว่าสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างตัวเองกับเดอะ ไททาเนียมมีเพียงอย่างเดียว คือ เดอะไททาเนี่ยมสู้เพื่อความปรารถนาของตัวเอง ส่วนเค้าสู้เพื่อความปรารถนาของตัวเองและของขวัญ นั้นทำให้เค้าสามารถยืดหยัดจนถึงช่วงท้ายได้

                เมื่อกรรมการเข้าไปดูร่างที่นอนแน่นิ่งของเดอะ ไททาเนียม จนแน่ใจว่าสู้ต่อไม่ไหว  กรรมการจึงประกาศชื่อของผู้ชนะในทันที

                ผู้ชนะการแข่งขันไทยแลนด์ไฟท์ครั้งที่69 ก็คือ บอย เบิร์นเนอร์!!!!”

               

                หลังจากรับรางวัลและให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ค่ำคืนนี้บอยและของขวัญ ได้ออกไปฉลองกันที่ร้านหมูกระทะใกล้บ้าน แน่นอนว่าค่ำคืนนี้เค้าจะทวงสัญญาที่ของขวัญเคยให้ไว้

                หากชนะเลิศ เขาสามารถขอของรางวัลจากหญิงสาวได้1อย่าง

 

                ………………………………………….

                ที่ร้านอาหาร บอยกับของขวัญพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

                พวกเค้ามานั่งที่นี่ได้สักพักแล้ว อาหารบนโต๊ะก็ถูกกินจนเกลี้ยง เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน บอยคิดแบบนั้น         

               

                ชั้นอยากจะสร้างสถานสงเคราะห์ให้กับเหล่าผู้คนที่ยากไร้ที่เมืองนี้จังเลย

                “สถานสงเคราะห์…?”

                “ใช่แล้วชั้นรู้ดีว่าเมืองนี้ยังมีผู้คนที่ไร้บ้านและกำลังลำบากอยู่  แน่นอนว่าพวกสัตว์ที่ถูกทิ้งเองก็มีเยอะ ดังนั้น ถ้าหากเรามีสถานที่ที่จะรับพวกเค้ามาดูแลได้ พวกเค้าก็จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานยังไงละ

                “มันไม่ได้ทำกันง่ายๆเลยนะ…”

                อาจจะใช้เวลานาน แต่ชั้นก็จะต้องทำ คิตตี้เฮ้าส์ ให้สำเร็จให้จงได้ เพราะมันเป็นความฝันของชั้นนี่นา ความฝันของชั้นที่อยากจะให้จะทุกคนบนเมืองนี้อยู่กันอย่างมีความสุข

                “คิตตี้เฮ้าท์ งั้นรึ ยังไม่ทันทำอะไรก็ตั้งชื่อแปลกๆให้เรียบร้อยเลยนะ…”

                ช่างชั้นเถอะน่า ของขวัญอายม้วน

                แล้วเธอวางแผนไว้ยังไงละ..”

                “แฮะๆ รู้ลึกผิดนิดๆแต่ชั้นก็ไม่รู้เลยว่าจะเริ่มยังไงดี ของขวัญตีสีหน้าเศร้า ก่อนจะพูดต่อ              

                “แต่ว่าถ้านายว่างๆ ก็มาช่วยชั้นสร้างมันด้วยจะได้ไหม

                “นะ..แน่นอน!! ชั้นเองก็จะช่วยทำความฝันของเธอให้เป็นจริงเหมือนกันบอย ทำหน้าตาจริงจัง

                ของขวัญที่พูดเล่นๆ แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของบอยที่อยากจะช่วยเธออย่างจริงจัง ทำให้เธอกลับมายิ้มอย่างเบิกบานอีกครั้ง

                “จริงๆนะ!!! ชั้นดีใจมากๆเลย เรามาช่วยกันสร้างคิตตี้เฮ้าส์เถอะ

               

                ในใจของบอยนั้นกำลังดีใจโลดเต้น เค้ามีข้ออ้างที่จะอยู่กับของขวัญต่อไปแล้ว และถ้าหากคิตตี้เฮ้าส์เสร็จเมื่อไร บอยตั้งใจว่าเมื่อถึงเวลานั้น  เค้าจะขอของขวัญแต่งงาน

               

                มันเป็นค่ำคืนที่บอยมีความสุขมาก เค้าวางแผนสำหรับอนาคตของตัวเองและของขวัญไว้เยอะทีเดียว

………………………………………………

                ในขณะที่ชายหนุ่มและหญิงสาวกำลังทางเดินกลับบ้าน บนทางเดินที่มืดและเงียบสงัด มีเพียงของขวัญและบอยเพียงสองคนเท่านั้น

                จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมา

                ของขวัญอย่าลืมคำเตือนที่ข้าเคยให้เอาไว้

                เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวของหญิงสาว  ของขวัญพยายามมองซ้ายมองขวาเพื่อหาที่มาของเสียง

                เป็นอะไรหรอ?” บอยชำเลืองมองของขวัญที่แสดงท่าทางเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง

                ปะ..ป่าวค่ะ ไม่มีอะไร ของขวัญเริ่มก้าวเท้าเดินต่อไป

               

                เสียงนั้นมีเพียงของขวัญที่ได้ยินเพียงคนเดียว

                หึหึ..ไม่ต้องตกใจ นี่เป็นการพูดคุยผ่านโทรจิต มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ได้ยินเสียงของข้า

                ของขวัญตั้งสมาธิ ก่อนจะตอบกลับไป

                ท่านพญานาคสินะคะไม่ได้คุยกันนาน สบายดีหรือเปล่าคะ

                “หึหึ ..ถ้าสบายดีก็คงจะไม่ติดต่อมาหาเจ้าหรอก

                “________”

                “ข้าแค่อยากจะมาเตือนเจ้าอีกครั้ง เรื่องความสัมพันธ์ของเจ้ากับเจ้าหนุ่มที่เดินอยู่ข้างๆ

                แม้พญานาคจะอาศัยอยู่ใต้ดินตลอด แต่ก็ยังคอยเฝ้ามองสิ่งต่างๆที่ของขวัญทำ และพญานาคก็เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างของขวัญกับบอยมีมากจนเกินความจำเป็น

                อย่าลืมซะละว่าเจ้าเป็นชีพจรพิภพ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ  จงอย่าไปผูกพันหรือมีความรู้สึกกับพวกมนุษย์ให้มาก เพราะในที่สุดสิ่งนั้นจะกลับมาทำร้ายพวกเจ้า

                “ชั้นไม่เข้าใจที่ท่านพูดค่ะ!! พวกเราเป็นเพียงมิตรสหายกัน ถ้าหากพวกเราช่วยกันสร้างคิตตี้เฮ้าส์ได้สำเร็จ ถึงตอนนั้นชั้นก็ตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

                “หึหึเจ้าจะทำอะไรก็แล้วแต่เจ้า ข้าก็แค่หวังดีเลยมาเตือน ข้าเองก็ใกล้จะหมดอายุขัยเต็มที แต่จะขอเฝ้าดูเส้นทางที่เจ้าเลือกเดินหน่อยแล้วกันนะ ของขวัญ

                สิ้นเสียงของพญานาค การสื่อสารผ่านทางโทรจิตก็ถูกตัดขาดไป

                สิ่งที่พญานาคพูดไว้ ทำให้ของขวัญคิดมากในเรื่อง ความสัมพันธ์กับบอย  หรือว่าความรู้สึกที่เธอมีให้บอย ในตอนนี้จะมีมากกว่าคำว่าเพื่อนอย่างงั้นหรอ?

                ไม่ใช่นี่ไม่ใช่ความรัก เรากับบอย เป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น

                ของขวัญยืนยันความรู้สึกของตัวเองอย่างหนักแน่น

…………………………………………………..

               

                บอยนั้นมีที่ดินที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษอยู่ ซึ่งเค้าตกลงกับของขวัญว่าจะแบ่งที่ดินส่วนหนึ่งในการสร้างคิตตี้เฮ้าส์

                ทุกๆวันทั้งคู่และคนงานที่บอยหามา จะมาช่วยกันสร้างสถานสงเคราะห์ แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก แต่บอยและของขวัญก็รู้สึกสนุกไปกับมัน

                เพื่อความคล่องตัวบอยจึงให้ของขวัญย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเค้าอย่างถาวร โดยทุกๆเช้าก็จะเป็นบอยที่ตื่นมาทำอาหารเช้า ก่อนทั้งคู่จะออกไปลุยงานต่อ   

                ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน บอยพยายามดูแลและเอาใจใส่ของขวัญเป็นอย่างดี จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แนบแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  นั้นทำให้ของขวัญรู้สึกหวั่นใจอยู่ลึกๆว่าตัวเอง
               

                อาจจะมีใจให้บอยไปแล้วรึเปล่า

               

                และแล้วก็เกิดเรื่องที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องมีรอยร้าว

                 ตอนช่วงเย็นของวันที่เงียบสงบ  บอยเดินมาพร้อมกับถุงใส่ขนมเค้กร้านโปรดของของขวัญ เมื่อเค้าผลักประตูบ้านเข้าไป ก็พบกับของขวัญที่นั่งนิ่งเงียบบนโต๊ะกินข้าว

                และข้างๆที่นั่งก็มีกระเป๋าใบใหญ่วางอยู่       

                บอยวางถุงขนมเค้กลงบนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็เป็นของขวัญที่ชิงพูดขึ้นมา

                คำพูดที่หนักแน่นและสายตาที่มองตรงมายังชายหนุ่ม นั้นคือคำพูดที่ผ่านการคิดมานานแล้ว

                ชั้นคิดว่านับจากวันนี้ ชั้นจะย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ค่ะ

                แน่นอนว่าบอยไม่เห็นด้วย และยกเรื่องคิตตี้เฮ้าส์ขึ้นมา

                แล้วคิตตี้เฮ้าส์ละ? ถ้าเธออยู่ด้วยกันที่นี่ มันจะสะดวกกว่านะ

                “คือชั้นเป็นห่วงที่บ้านค่ะ ไม่ได้อยู่ตั้งนาน ของขวัญอ้าง

                เดียวสิถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่กะทันหันแบบนี้ หรือว่าชั้นทำอะไรให้เธอไม่พอใจรึเปล่า?”

                “เปล่าค่ะคุณดูแลชั้นดีมากๆ ดีจนชั้นคิดไม่ถึงเลย แต่ยังขอยืนยันคำเดิมว่าจะย้ายออกวันนี้ค่ะ

               

                บอย ที่เจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จึงพูดออกไปแบบไม่ทันได้คิดไตร่ตรอง

                ถ้าเธอไม่อยู่ที่บ้านนี้  ชั้นก็ไม่อยากทำแล้วละ ไอ้สถานสงเคราะห์อะไรนั้น!!”

               

                สิ้นเสียงของบอย ภายในบ้านก็เข้าสู่ความเงียบ ก่อนที่ของขวัญจะเริ่มพูดอีกครั้ง

                นั้นนะสินะ..ที่คงเป็นความรู้สึกจริงๆของคุณ คุณเองก็คงไม่ได้อยากจะสร้างคิตตี้เฮ้าส์จากใจของคุณจริงๆ

                มะ ไม่ใช่นะ…” 

                ชั้นจะหาทางสร้าง คิตตี้เฮ้าส์ด้วยพลังของตัวเอง อาจจะช้าสักหน่อย แต่ก็สบายใจกว่าจริงไหม

                ของขวัญไม่ลังเลที่จะก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งช็อกอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว  แม้บอยจะพยายามพูดโน้มน้าวสักเท่าไร ก็ไม่เป็นผล

                ในคืนนั้นทั้งคืน บอยยังคงนั่งช็อคอยู่หน้าอาหารแสนอร่อยที่เย็นชืดและกล่องขนมเค้กที่ไร้เจ้าของ

………………………………

                หลังจากที่ของขวัญออกแยกทางกับบอย  เธอก็ยังคิดไม่ตกเรื่องการสร้างคิตตี้เฮ้าส์  เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี จนบางครั้งเธอเองก็คิดที่จะล้มเลิกความคิดที่จะสร้างคิตตี้เฮ้าส์

                ในระหว่างที่นั่งเหม่ออยู่ที่ม้านั่งในสวนสาธารณะประจำเมือง ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ พร้อมเสียงทักทาย

                 เจอตัวสักที

                เมื่อกวาดสายตาขึ้นมามองใบหน้าของชายหนุ่ม เธอก็จำได้ในทันที เค้าคือชายที่เคยเกลี้ยกล่อมบอย ให้เลิกวิธีฝึกการต่อสู่ด้วยการทารุณสัตว์

                 คุณอเลน…”

                ของขวัญเขยิบตัวเล็กน้อยเพื่อให้อเลนสามารถนั่งข้างๆได้

                ทะเลาะกับบอยหรอ…”

                “ปะ..เปล่าสักหน่อย

                “งั้นรึ ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเธอกับบอยไปไหนมาไหนด้วยกันเลยนี่นา

                “แล้วทำไมจะต้องตัวติดกันตลอดด้วยละ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

                “หืม...จะบอกว่าไม่รู้เลยหรอ ว่าบอยรู้สึกยังไงกับเธอ

                “ไม่รู้สิ..รู้สึกยังไงหรอคะ!”

                อเลนถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

                “ก็ไม่รู้ว่าไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้นะ แต่ชั้นมาที่นี่ก็เพื่อจะบอกว่า เค้าชอบเธอมากๆยังไงละ เจ้าหมอนั้นพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอเชียวนะบอกได้เลยว่าจริงๆสมัยก่อนมันไม่ใช่คนที่มีความอ่อนโยนมากมายเหมือนเท่ากับตอนที่อยู่กับเธอแน่ๆ

                ของขวัญก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร

                “และที่สำคัญคือ ช่วงนี้เหมือนว่าจะมีพวกสุนัขจรจัดได้รับบาดเจ็บหลายตัวเลย ดูจากร่องรอยแล้วคงเป็นฝีมือของหมอนั้นแหละ และคราวนี้เหมือนจะลงมือกับพวกสัตว์เพราะต้องการระบายอารมณ์ล้วนๆเลยด้วย

                “แล้วมาบอกชั้นทำไมคะ..เรื่องนั้นชั้นคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก

                “เฮ้อเธอไม่รู้สึกอะไรเลยหรอที่เห็นหมอนั้นเป็นแบบนั้น?”

                “ไม่ค่ะ!! มันเป็นหน้าที่ของพวกตำรวจที่จะจัดการเรื่องนี้ ชั้นช่วยอะไรคุณอเลนไม่ได้หรอก…”

                ของขวัญยังคงทำสีหน้าเรียบเฉย

                “งั้นก็หมดเรื่องจะพูดแล้วละ อเลนหันหลังเดินกลับ

                 แล้วก็สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องอะไรถึงได้พยายามถอยห่างจากหมอนั้น แต่ชั้นก็มั่นใจว่าเธอเองก็น่าจะมีใจให้หมอนั้นอยู่เหมือนกันไม่ใช่รึไงพวกเธอเป็นคู่ที่ดีนะ

                คำพูดของอเลนทำให้สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไป

                มันจะมีประโยชน์อะไรหากรู้ว่าถึงจะอยู่ด้วยกันต่อไป สุดท้ายก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี แบบนั้นสู้ตัดความสัมพันธ์กันตั้งแต่แรก จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวด แบบนี้ไม่ดีกว่าหรอ

                อเลนหยุดเดินก่อนหันกลับมาให้คำตอบแก่ของขวัญ

                ก็ช่างมันสิชั้นจะลุยให้ถึงที่สุดทำทุกอย่างให้เต็มที่จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง ต่อให้ในอนาคตจะต้องจากกัน ชั้นก็จะไม่มีวันเป็นคนเดินหนีไปเองอย่างเด็ดขาด ไม่แน่ว่าบางทีเธออาจจะเปลี่ยนอนาคตได้ ก็ได้นะ

                “คุณอเลน…”

                คำตอบของอเลน เหมือนจะไปกระตุ้นหัวใจของหญิงสาวให้เต้นอย่างรุนแรง

                ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาชั้นได้ สำนักงานนักสืบอเลนเปิดบริการตลอด 24ชั่วโมง

                “คุณอเลน…” ของขวัญเรียกอเลน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินจากไปไกล

                “_______”

                “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ ของขวัญยิ้ม  ราวกับเป็นคนละคนกับหญิงสาวที่นั่งสับสนอยู่เมื่อสักครู่

…………………………………

                ในเขตเมืองเก่าที่เงียบสงบ ของขวัญเดินย่ำไปตามทางเท้า  ปลายทางคือบ้านของบอย  เมื่อเดินผ่านร้านขายอาหารทะเลและเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกก็จะถึงแล้ว

                หลังจากที่ของขวัญออกจากบ้านของบอยก็เป็นเวลากว่า2สัปดาห์แล้วที่ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อกัน

                หญิงสาวก้าวเท้าเร็วยิ่งขึ้น และเมื่อผ่านทางเลี้ยวไป คิตตี้เฮ้าส์ก็อยู่ตรงเบื้องหน้าเธอ แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่มันก็ดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

                นั้นหมายความว่าถึงแม้ของขวัญจะไม่ได้อยู่ด้วย แต่บอยก็ยังคงสร้างคิตตี้เฮ้าส์ต่อไป

                แอ้ด!

                บอยเปิดประตูบ้านออกมา  ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นของขวัญยื่นอยู่ที่หน้าบ้าน

                ของขวัญ…”

                ของขวัญกวาดสายตามองไปรอบบริเวณบ้านที่แสนคุ้นเคย

                ดูท่าทางจะสบายดีนี่นา  เห็นคุณอเลนมาบอกว่า….”

                หมับ!!

                ของขวัญพูดยังไม่ทันจบ บอยก็พุ่งเข้ามากอดร่างเล็กๆนั้นอย่างรุนแรง

                ขอโทษนะ อยากจะบอกมาตลอดมาขอโทษที่ทำตัวงี่เง่า ดังนั้นเลยพยายามสร้างคิตตี้เฮ้าส์อย่างสุดความสามารถเพื่อแทนคำขอโทษ

                “อืม…” ของขวัญสอดมือลูบแผ่นหลังของบอย

                เราลองมาพยายามด้วยกันเถอะ

                จากนั้นบอยก็เดินพาของขวัญไปชมคิตตี้เฮ้าส์ที่ละส่วนอย่างสนุกสนาน

                ต้องขอบคุณอเลนนะที่ช่วยพูดเตือนสติชั้น

                คุณอเลนทำไมหรอ…”

                “ก็หลังจากที่เธอหายไป ชั้นตามหาเธอเท่าไรก็ไม่เจอ จากนั้นชั้นก็กำลังจะไปทำเรื่องไม่ดีบางอย่าง แต่ไปแต่อเลนเข้าซะก่อน

                “แล้วคุณอเลนพูดอะไรบ้างหรอค่ะ

                “เจ้านั้นก็ชกชั้นไป1หมัดนะสิ  พอชั้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ้านั้นฟัง มันก็บอกว่า สิ่งที่ชั้นควรทำตอนนี้คือ เปลี่ยนความรู้ลึกของชั้นที่มีต่อเธอแปลงเป็นการกระทำซะ ดังนั้นถึงจะไม่ได้สื่อด้วยคำพูด แต่ถ้าลงมือทำละก็เธอจะต้องรับรู้ได้แน่

                “ฮิฮิฮิฮิ คุณอเลนบอกแบบนั้นหรอคะ

                “เธอนี่หัวเราะอะไรเนี่ย นี่ชั้นจริงจังสุดๆเลยนะบอยมองค้อน

                ไม่มีอะไรค่ะคิดคิดว่าโชคดีที่ได้เจอคุณอเลนก็แค่นั้นเองของขวัญยิ้มก่อนจะเดินนำหน้าไป

………………………………………

                ช่วงนี้ช่างเปนช่วงเวลาที่มีความสุขของทั้งของขวัญและบอย เบิร์นเนอร์ พวกเค้าร่วมใจช่วยกันสร้างคิตตี้เฮ้าท์ใกล้จะเสร็จเต็มที  สถานที่ในฝันที่จะเป็นที่พักพิงให้แก่เหล่าผู้ยากไร้ในเมือง

                แต่มันก็เป็นเหมือนวันที่ท้องฟ้ากระจ่างใสก่อนจะมีพายุลูกใหญ่

                กลางดึกของคืนวันหนึ่ง ของขวัญได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

                เธอฝันร้าย

                แต่เมื่อลองคิดดูดีๆนั้นไม่ใช่ความฝันมันคือ ความจริง  เธอหันใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อมองไปยังใบหน้าของบอย เบิร์นเนอร์ที่นอนอยู่ข้างๆ

                เธอกุมมือและกัดฟันไว้แน่น ต่อสิ่งที่เธอเห็นในความฝัน

                ร่างกายของเธอกำลังหลอมละลาย ไหลลงสู่แผ่นดินที่อ้างว้าง รอบๆตัวเต็มมีเปลวไฟสีแดง ที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง และ ร่างของบอย เบิร์นเนอร์กำลังถูกเปลวไฟนั้น เผาไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ซาก

                เมื่อเห็นอย่างนั้นของขวัญแทบจะทนไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอไม่มีร่างกายที่จะทำอะไรได้อีกแล้ว เธอทำได้เพียงร้องไห้ และเสียงของพญานาคก็ดังขึ้นมา

                เวลาของเจ้าใกล้จะหมดแล้วละ สุดท้ายเจ้าก็เพิกเฉยต่อคำเตือนของเค้า และผลสุดท้าย คนที่ต้องเจ็บปวดเจียนตายก็คือคนที่เจ้าได้ผูกสัมพันธ์ด้วยยังไงละ

                ไม่นะ..ทำไมต้องเป็นตอนนี้ข้ามีเวลาอีกกี่วันรึ ท่านพยานาค

                “ข้าบอกได้เพียงว่าอีกไม่นาน จงทำความปรารถนาของเจ้าให้เป็นจริงซะเถอะและรีบจบความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเป็นจริงนั้นซะ ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะต้องเจ็บปวดมากไปกว่านี้

                ของขวัญไม่สามารถที่ตะพูดอะไรได้ต่อไป ร่างกายของเธอถูกความร้อนจากเปลวไฟหลอมละลายจนหมดสิ้น และความฝันก็สิ้นสุดลงตรงจุดนี้

                ของขวัญพาร่างที่แทบไม่มีแรงเดินอย่างช้าๆ มานั่งอยู่หน้าบ้าน ท้องฟ้าที่มืดมิดยามค่ำคืนที่เงียบสงบ ทำให้ของขวัญรู้สึกผ่อนคลายและคิดว่า ตัวเธอจะทำยังไงต่อไปดี

              

                 นี่อีกสัปดาห์เดียว คิตตี้เฮ้าท์ก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้วนะ

                เสียงเรียกของบอย เบิร์นเนอร์ เรียกสติของของขวัญที่นั่งเหม่อให้กลับมา

                ตอนนี้พวกเค้ากำลังนั่งอยู่ที่ม้านั่งริมแม่น้ำในสวนสาธารณะของเมือง

                นี่ขอบคุณนะที่ทำให้ความฝันของชั้นเป็นจริง  แล้วก็ชั้นมีเรื่องอยากจะขอร้องนายอีกอย่างหนึ่ง

                “ว่ามาเลย..ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็จะทำให้

                “ถ้าหากว่าสักวัน ชั้นหายไปนายจะทำยังไงต่อไป จะอยู่ดูแล คิตตี้เฮ้าท์ ต่อไปไหม

                “….”บอย เบิร์นเนอร์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบว่า ได้สิ…”

                เมื่อได้ฟังคำตอบนั้นแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่พูดอะไรต่อไป มันอาจจะเป็นคำตอบที่มาจากใจหรือเพื่อเอาใจเธอ หญิงสาวไม่อาจจะคาดเดาได้  ก่อนจะนำสิ่งของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

                มันคือแหวนสีเงินที่สลักข้อความบางอย่างเอาไว้

                บอย..ชั้นให้แหวนนี่แทนคำขอบคุณกับสิ่งที่นายทำให้ชั้นตลอดมา มันคือแหวนคู่ที่กว่าชั้นจะหามาได้ก็ลำบากน่าดูเลยนะ  วงที่สลักชื่อของชั้น ขอให้นายเก็บเอาไว้ แบบนี้ก็เหมือนชั้นได้อยู่กับนายตลอดเวลายังไงละ

                บอย เบิร์นเนอร์รับแหวนวงนั้นมา ก่อนจะสวมไปที่นิ้วนางข้างซ้าย

                ขอบใจนะ..ชั้นจะเก็บมันไว้อย่างดี

                “’งั้นเดียววันนี้ เรามาฉลองกันเถอะ ให้กับความฝันที่สำเร็จลุล่วง ของขวัญเอ่ยชวน แม้จะเหลือเวลาอีกถึงเจ็ดวัน ก่อนคิตตี้เฮ้าท์เสร็จสมบูรณ์  นั้นเป็นเพราะเธอรู้สึกได้ว่า ร่างกายของเธอกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เธออยากจำรีบทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ก่อนที่ร่างกายนี้จะไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป

                “แล้วหลังฉลองเสร็จชั้นมีเรื่องสำคัญจะบอกนายนะ อิอิ"

                


               แต่แล้วโชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก อาการของของขวัญดูเหมือนจะยิ่งรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม นั้นเป็นช่วงเวลาเย็นที่ของขวัญออกมาหาซื้อผักและเนื้อเพื่อจะนำกลับไปทำอาหารเพื่อฉลองกับ บอย เบิร์นเนอร์

                ของขวัญไม่สามารถที่จะขยับร่างกายได้อย่างยากลำบาก เธอรู้ตัวดีกว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ร่างกายของเธอก็จะสูญสลายและจิตวิญญาณของเธอก็จะกลับไปเป็นชีพจรพิภพดังเดิม

                เธอพยายามลากร่างกายที่หนักอึ้งของเธอค่อยๆเดินอย่างเชื่องช้า จุดหมายนั้นช่างอยู่หากไกล และแล้วหญิงสาวก็ล้มลง แม้จะพยายามลุกก็ลุกไม่ไหว

                เธอนอนหมดแรงอยู่ที่หน้าสำนักงานนักสืบอเลน

                ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่ตอนนี้ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยความมืด น่าแปลกที่ในวันนั้นไม่มีผู้คนเดินผ่านถนนเส้นนั้นเลย หญิงสาวจึงได้แต่หมดอย่างโรยแรงอยู่แบบนั้น แต่ทว่า

                คุณของขวัญทำไมมาล้มกองอยู่ตรงนี่ละ?”

                เสียงของอเลนที่ดังพร้อมกับพยุงร่างของขวัญลุกมานั่งบนพื้น

                อเลนรู้ได้ทันทีว่า ของขวัญต้องมีปัญหาแน่ๆ เพราะร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง

                ชั้นจะพาเธอไปหาหมอนะ อยู่ใกล้ๆนี่เอง

                “ไม่..” ของขวัญจับชายแขนเสื้อของอเลนไว้ ได้โปรด เก็บแหวนวงนี้…”

                แหวนนี้คือ…” อเลนรับแหวนมา

                สักวันชั้นหวังว่า จะได้พบกับทุกคนอีกนะคะ.. แค่กๆ ของขวัญไอออกมาเป็นเลือด ทำให้อเลนตกใจมาก

                ไม่ได้การแล้ว อดทดไว้ก่อนนะครับ ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเองอเลนรีบวิ่งหายเข้าไปที่โรงจอดรถข้างบ้าน

                ของขวัญที่นอนแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิท ทั้งๆที่คืนนี้ควรจะเป็นคืนที่ท้องฟ้าถูกประดับด้วยพระจันทร์และดวงดาว 

                ของขวัญคิดว่า คงเป็นเพราะเธอสูญเสียการมองเห็นไปซะแล้ว และสัมผัสต่างๆก็เริ่มทยอยหายไปทีละอย่าง จนเธอไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป

                ขอโทษนะบอยดูเหมือนชั้นจะมาได้แค่นี้ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นก็ยังคงอยู่ในเมืองนี้ จะคอยเฝ้ามองนายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นอย่าเสียใจไปเลยนะ

                ของขวัญได้แต่กล่าวถ้อยคำเล่านั้นไว้ในใจ และหวังว่าคำพูดเหล่านั้นจะส่งไปถึงบอย เบิร์นเนอร์

               

               บรื้น!!” เสียงของท่อรถมอเตอร์ไซค์ดังออกมา อเลนขับรถออกมาด้วยความรีบร้อน แต่บนถนนที่ของขวัญเคยนอนอยู่เมื่อสักครู่ ได้กลายเป็นถนนที่ว่างเปล่าไปเสียแล้ว

                ที่คิตตี้เฮ้าท์ บอย เบิร์นเนอร์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน เพื่อรอเวลาที่คนรักของเค้าจะกลับมา แต่ผ่านไป หนึ่งชั่วโมงแล้ว สองชั่วโมงแล้ว  จนเมื่อชายหนุ่มหันไปดูนาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาสองทุ่ม  ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มเข้ามาเข้าครอบงำจิตใจของบอย เบิร์นเนอร์ เค้าตัดสินใจออกจากบ้าน และมุ่งหน้าตรงเข้าไปในเขตเมืองใหญ่ คาดเดาเส้นทางที่ของขวัญจะเดินผ่าน  มันเป็นคืนที่เงียบสงบและหนาวเย็นราวกับจะไว้อาลัยให้กับบางสิ่งบางอย่าง บอย เบิร์นเนอร์เดินตามหาของขวัญไปทั่วทั้งเมือง  แต่เค้ากับพบเพียงความว่างเปล่า และความเงียบสงัด 

                และสุดท้ายเค้าต้องไปพึ่งที่พึ่งสุดท้ายที่เค้านึกออก  สำนักงานนักสืบอเลนและเพื่อน

                ___________________________________________________________________________

0 ความคิดเห็น