ตำนานเพชรอำพัน TypeMoon

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 273 Views

  • 7 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    273

ตอนที่ 6 : พบพาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 พ.ย. 59

TypeMoon

ตำนานเพชรอำพัน

ตอนที่พบพาน

……………………………………………………………….


               “ไม่น่าเชื่อ รามัน มิสเทอรี่คือพ่อของนายจริงๆรึ 

               ฟิโอเร่ตกตะลึง

             

                 ไม่โกหกหรอกน่า เพราะแบบนี้จึงอยากจะทำภารกิจนี้ด้วย อเลนย้ำ

                 "_______"

             

                  ก็จริงอยู่ว่าถ้าได้นายมาช่วยเรื่องมันก็ง่ายขึ้นมาก แต่เพียงแค่จะสืบเรื่องราวของพ่อที่ทิ้งตัวเองไป จนถึงกับต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง คิดดีแล้วสินะ...

                แต่เมื่อฟิโอเร่เห็นแววตาที่มุ่งมั่นของอเลน  เธอก็ไม่คิดที่จะคัดค้านอะไรอีก

                

               เอาแบบนั้นก็ได้ชั้นจะให้นายช่วยทำภารกิจนี้แบบลับๆ เพียงแต่มีข้อแม้ว่า นายจะต้องทำตามคำสั่งของชั้นทุกอย่างเข้าใจไหม? ”

                แน่นอน!! ชั้นสัญญา 

                

               เมื่ออเลนและฟิโอเร่ตกลงกนได้แล้ว อเลนก็มอบจดหมายภารกิจคืนให้หญิงสาวผมแดง 

              

               “งั้นขอตัว ไปทำธุระสำคัญก่อนนะ

                “ดึกป่านนี้เนี่ยนะ?”

              "_______"

                  

               อืมมีนัดเคลียร์ปัญหากับเพื่อนนิดหน่อย แล้วก็ต้องเอาเจ้านี้ไปคืนเจ้าของที่แท้จริงด้วย อเลนโชว์แหวนสลักขึ้นมาให้ฟิโอเร่ดู

                แต่เมื่อฟิโอเร่เห็นแหวนที่สลักภาษายูโทเซียถึงกับตกใจ

               

              แหวนวงนั้นมัน….”

                “แหวนวงนี้มีอะไรงั้นหรอ?”

                ฟิโอเร่พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า 

              ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นของแบบนี้ ที่นี่ เวลานี้เลยจริงๆ

              

                 อเลนยกแหวนขึ้นมาพิจารณา

                “เป็นของหายากหรอ?”

                ฟิโอเร่ส่ายหน้า ยิ่งกว่าหายากซะอีก

                    

                “งั้นจะขอตามไปพบเพื่อนคนนั้นของนายด้วย คงไม่มีปัญหาใช่ไหม ฟิโอเร่ร้องขอปนบังคับ ซึ่งอเลนก็ไม่มีปัญหา  และคิดว่ายังดีอีกด้วย ถ้าเกิดมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น สายลับสาวคนนี้จะต้องช่วยเค้าได้มากแน่ๆ

                 

                และนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนที่ทั้งสองคน จะไปที่คิตต้เฮ้าส์

                

……………………………………………………………….

 

                ณ คิตตี้เฮ้าส์ เวลา 19.10 น.

              

                “เมื่อกี้บอกว่าจะให้ได้พบกับ ของขวัญงั้นรึบอย เบิร์นเนอร์ ถาม ฟิโอเร่

              

                 อเลนได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ชั้นฟังแล้ว ถ้าเป็นไปตามที่ชั้นคิด ชั้นสามารถที่จะทำให้นายได้พบกับ หญิง คนนั้นได้อีกครั้ง ฟิโอเร่อธิบาย                  

                เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของฟิโอเร่ ก็ทำให้บอย เบิร์นเนอร์มีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเค้าเริ่มมีน้ำตาปริ่มออกมา

                ห่วงนาทีนั้นภาพ'ของขวัญ'ก็ลอยเข้ามาในสมองของบอย เบิร์นเนอร์อีกครั้ง ภาพของสาวน้อยที่เข้ามาในชีวิตของบอย เบิร์นเนอร์แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ภาพเหล่านั้นได้ดึงความทรงจำอันแสนหวานชื่นและทุกข์ทมของบอย เบิร์นเนอร์มออกมา


..................................................

                               

                บนโลกมีสิ่งที่เรียกว่า ชีพจรพิภพ อยู่

                หากเปรียบแผ่นดินคือร่างกายของมนุษย์  ชีพจรพิภพก็คือจิตวิญญาณ

                ชีพจรพิภพเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจพิสูจน์ได้  แต่คนโบราณก็เชื่อว่าชีพจรพิภพนั้นมีความคิดและจิตใจ  แน่นอนรวมถึง "ชีพจรพิภพของเมืองนครบางนาคแห่งนี้"

               

                ทุกๆวันเธอจะคอยเฝ้ามองการดำเนินชีวิตประจำวันของเหล่าผู้คนบนแผ่นดิน วันแล้ววันเล่า จนรู้สึกว่า 

               "ถ้าเราได้มีอิสระที่จะทำแบบนั้นบ้างก็คงดี"

               

                

               1ปีก่อน

                ที่โพรงใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปหลายกิโล มีพญานาคเฒ่าตัวหนึ่งกำลังนอนจำศีลอยู่  

                

               ช่วยทำให้ชั้นมีร่างกายหน่อยสิคะ เสียงที่เกิดจากโทรจิตกำลังพูดหว่านล้อมงูยักษ์ชรา

              

               “ไม่เบื่อบ้างรึไง ขอแต่เรื่องเดิมๆ ยังไงข้าก็ไม่ทำให้หรอกพญานาคสวนกลับ

               

               มีเรื่องต้องทำนี่นา เหล่าผู้คนบนดินแดนของชั้นกำลังเดือดร้อนนะ

               "________"

               

              นั้นไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องกังวลนี่นา  ทำไมถึงอยากไปวุ่นวายกับพวกมนุษย์ที่มีแต่กิเลสนะ

                โธ่ๆๆ ท่านปู่พญานาคช่วยหน่อยสิ แค่ครั้งเดียวนะ

                หลังจากที่วันนี้ใช้ความพยายามมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา ทำให้พญานาคเฒ่ายอมในที่สุด   


                พญานาคเฒ่าใช้พลังของตนเองสร้างกายหยาบขึ้นมา และชีพจรพิภพก็ได้ขึ้นไปสู่พื้นดินเป็นครั้งแรก  ชีพจรพิภพรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เธออยู่ในร่างของเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก

               

              ข้างบนนั้น"ชื่อ"เป็นสิ่งจำเป็นนะ... ปู่พญานาคส่งโทรจิตคุย

                งั้นปู่ก็ช่วยหาชื่อให้หน่อยสิ อะไรก็ได้

                หึ... งั้นเจ้าก็ใช้ ของขวัญ เป็นชื่อไปก็แล้วกัน

                "เป็นชื่อที่ไพเราะค่ะ..." ของขวัญยิ้มอย่างมีความสุข ในที่สุดเธอก็ได้มีร่างกายและชื่อแล้ว

                

                แต่ก่อนที่ของขวัญจะออกไปดูโลกภายนอก พญานาคก็ได้เตือนเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง

                อย่าไปทำอะไรสิ้นคิดอย่างการไปมีความรู้สึกผูกพันกับโลกข้างบนละ  เจ้าจงอย่าหลงลืมรากเหง้าของตัวเอง ว่าที่จริงแล้ว เจ้าเป็นอะไร...

                      

                ของขวัญรับคำเตือนนั้นท่องขึ้นใจ ก่อนจะออกเดินไปตามถนนเส้นใหญ่ในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง


.....................................................

               

               เมื่อได้มาสัมผัสการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างใกล้ชิด ก็ทำให้ของขวัญรู้สึกมีความสุขมากกว่าการเฝ้ามองเป็นไหนๆ        วันแล้ววันเล่าที่เธอออกตระเวรเดินสำรวจไปทั่วเมือง 

               จนกระทั่งวันหนึ่งในยามที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน เธอก็สังเกตเห็นมนุษย์สามคนกำลังถกเถียงกันอยู่บริเวณริมถนน

                เธอจึงเดินเข้าไปในระยะที่จะได้ยินเสียงของทั้งสามคนคุยกัน

               "______"

              

               จิตใจของแกทำด้วยอะไร!! ถึงได้ทำร้ายพวกมันจนบาดเจ็บขนาดนี้!!” เด็กสาวผิวสีแทนกำลังโวยวายใส่ชายหนุ่มหน้าดุ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร

                พูดอะไร!!  พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอรึไง!! พวกมันเป็นแค่หมาจรจัด ถือเป็นโชคดีของพวกมันด้วยซ้ำที่ชีวิตไร้ค่าของพวกมัน ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาฝีมือมือการต่อสู้ให้กับชั้นคนนี้

                “ทุเรศที่สุด!! พัฒนาฝีมือบ้าบออะไร มันเป็นการทารุณสัตว์ชัดๆ!!”

                “… งั้นเธอก็เก็บพวกหมาจรจัดไปเลี้ยงให้หมดสิ!!!” ชายหน้าดุพูดแทงใจดำสาวน้อย

                

              กะ..ก็ที่บ้านมีเลี้ยงไว้สิบกว่าตัวแล้ว คุณพ่อก็เลยไม่ให้เลี้ยง…..” เด็กสาวทำหน้าจ๋อย

                หึ!! งั้นก็อย่ามาพูดมาก ชายหนุ่มไม่ทุกข์ร้อนอะไรแม้แต่น้อย

              

                 เมื่อเถียงไม่ออก เด็กสาวจึงมองไปที่ผู้ชายอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ปกครอง เพื่อให้ช่วยจัดการเรื่องให้

                

               พี่อเลนอย่ามัวแต่ยืนเฉยสิคะ

                

               เพราะเสียงเรียกร้องนั้น ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงจำต้องก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเพื่อเคลียปัญหา  

                บอยนายอาจจะยังไม่รู้ แต่ไม่นานมานี้พึ่งจะมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ออกมานะ ดังนั้นต่อให้เป็นหมาจรจัดนายก็คงไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรพวกมันแล้ว  ยังไงถ้านายอยากจะออกแรงก็ไปออกกับกระสอบทายแทนละกัน ถือว่าเห็นแก่ชั้นกับน้องจาวก็ได้

                

              แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง คนที่ชื่อบอยก็ดูเหมือนจะไม่ยอมฟังเหตุผลแม้แต่น้อย

               

                แฮ่ แฮ่ แฮ่!!

                เสียงของหมาจรจัดตัวหนึ่ง เดินแยกเขี้ยวเข้ามาหาชายที่ชื่อบอย  ดูเหมือนมันอยากจะล้างแค้นให้กับเพื่อนของมันที่ถูก จัดการไป

                น้องจาวพยายามตะโกนไล่ให้สุนัขตัวนั้นรีบหนีไปให้ไกล แต่ก็ไร้ผล  

               

                สุนัขจรจัดวิ่งเข้ามาบวกกับชายตาดุตรงๆ

               

                ตายซะ ไอ้หมาเวร!!!”  บอย กวาดขาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ฟาดขนาดกับพื้นถนน มันเป็นท่าจระเข้ฟาดหางที่รุนแรงมาก

               

                เปรี้ยง!!!              

                พริบตาก่อนที่เจ้าหมาจรจัดจะถูกเตะ ของขวัญก็พุ่งเข้าไปผลักมันออก จนทำให้ตัวของเธอถูกซัดด้วยจระเข้ฟาดหางจนกระเด็นไปไกล

                

                 การกระทำที่บ้าบิ่นของ ของขวัญ ทำให้เจ้าของลูกเตะอันรุนแรงทำอะไรไม่ถูก และยืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                

                 อเลนกับน้องจาวรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของขวัญทันที

               

              นี่..คุณเป็นยังไงบ้าง!”

                “ไม่เป็นไรค่ะ แค่เจ็บแขนนิดหน่อย

                ของขวัญเอามือจับบริเวณแขนที่มีอาการบวมแดงน่ากลัว

                

              ชายหนุ่มทรงผมไถ่ข้างเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิด แม้ว่าเค้าจะทำรุนแรงกับพวกสัตว์แต่เค้าก็ไม่เคยคิดจะใช้กำลังกับคนด้วยกัน โดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิง

                ดังนั้นบอยจึงขอเป็นคนพาของขวัญไปโรงพยาบาล ซึ่งอเลนกับน้องจาวก็ไม่ได้คัดค้านอะไร  โดยอเลนจะไปส่งน้องจาวที่บ้านก่อน แล้วจะตามไปสบทบที่โรงพยาบาล

                “______”

 

                ที่โรงพยาบาล ของขวัญเดินออกมาจากห้องตรวจพร้อมคุณหมอซึ่งบอกว่าอาการไม่น่าเป็นห่วง มีเพียงรอยช้ำเล็กน้อยเท่านั้น

              

                ขอโทษนะ…” บอย เดินเข้ามาขอโทษของขวัญ  

              ถ้ามีอะไรที่จะทำเพื่อไถ่โทษได้ ก็จะทำให้

                

               ของขวัญกวาดสายตาไปในอากาศ ก่อนจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรออก

                งั้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ จากนี้ต่อไปห้ามเธอไปทำร้ายสัตว์ที่ไม่ทางทางสู้อีก และจะต้องคอยปกป้องพวกมันด้วย โอเคไหม

                “ ขอปฎิเสธ บอยตอบเสียงแข็ง

                อ่าวทำไมอะ?”

                “มันเป็นแนวทางในการเพิ่มพลังการต่อสู้ของชั้น

                “มันมีตั้งหลายวิธีไม่ใช่หรอ ไม่เห็นจะต้องทำแบบนี้สักนิด

                “เธอไม่รู้อะไรก็เงียบเถอะน่า

                  

               หลังจากที่ฟังทั้งสองคนเถียงกันอยู่นาน อเลนที่นั่งอยู่เงียบๆจึงพูดเบรกทั้งสองเอาไว้

                ว่าแต่คุณของขวัญนี่เป็นคนที่ไหนครับ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนแถวนี้นะ

              

              อเลนคิดว่า ถ้าเป็นคนในเมืองนี้ ไม่มีทางที่เค้าจะไม่รู้จัก

                ของขวัญตกใจเล็กน้อย  ก่อนจะตอบอย่างจริงจังออกไป

               

              ชั้นเป็นคนของที่นี้ เมืองนี้คือบ้านของชั้นค่ะ

                “_____”               

               

                แล้วบ้านคุณของขวัญอยู่แถวไหนหรอครับ

                “ก็แถวๆนี้ละค่ะ ของขวัญยิ้ม


                แม้จะได้คำตอบสุดแสนกำกวม แต่เนื่องจากเริ่มมืดแล้ว อเลนจึงบอกให้ทั้งบอยและของขวัญแยกย้ายกันกลับบ้าน  โดย    อเลนเดินไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่เขตเมืองใหม่  ส่วนบอยก็เดินไปทางขวาเข้าสู่เขตเมืองเก่า

                

                หลังจากเดินมาเรื่อยๆ ก็สังเกตเห็นว่าของขวัญเดินตามหลังตนมาตลอด

                บ้านของยัยนี่อยู่เขตเมืองเก่างั้นเรอะ…’ บอยคิดในใจ

                

                  บอยยังคงเดินต่อไปโดยไม่หันไปคุยกับของขวัญ

              

                 อยากแข็งแกร่งจนถึงขนาดต้องทำร้ายพวกสัตว์ไม่มีทางสู้เลยหรอ เป็นหญิงสาวที่เปิดปากพูดก่อน

               "______"

               

               ใช้วิธีการธรรมดาๆมันไม่ทันหรอก ชั้นหมายถึงอีกไม่กี่วันก็จะถึงการแข่งไทยแลนด์ไฟท์แล้ว บอยพูดไปเดินไปโดยไม่ได้หันไปสนใจของขวัญ

                อยากชนะหรอ ของขวัญวิ่งแซงหน้าชายหนุ่ม

                .อะไรของเธอก็ต้องอยากชนะสิ

                “ชั้นนึกออกแล้ว!!”

                นึกอะไรออกไม่ทราบ?”

               ก็ที่นายบอกว่าจะไถ่โทษไง สิ่งที่ชั้นต้องการก็คือต่อจากนี้ให้ชั้นไปอยู่ที่บ้านของนายด้วยยังไงละ

                “ว่าไงนะ!! แล้วเธอจะมาบ้านชั้นทำไมเนี่ย!!” บอยทำหน้าเหวอ

                “เอาน่า! หรือว่าคำขอนี้ก็ทำให้ไม่ได้ นี่นายตั้งใจจะไถ่โทษจริงๆรึเปล่าเนี่ย ดูสิแขนเริ่มปวดอีกแล้วเนี่ย

                ชิ!อยากจะทำอะไรก็ทำละกัน ต่อหน้าหญิงสาวหัวแข็งอย่างของขวัญ ดูเหมือนนักสู้บอย จะทำได้เพียงบ่นงุบงิบคนเดียว และเดินหนี 


               แต่สุดท้ายของขวัญก็แค่มาอยู่ช่วงกลางวันและกลับออกไปในช่วงเวลากลางคืน

               


                หลังจากนั้นในทุกๆวัน ของขวัญก็จะคอยตามติดบอยไปยังทุกๆที่  โดยของขวัญจะพยายามขัดขวางไม่ให้บอยไปลงไม้ลงมือกับพวกสัตว์จรจัด   ทำให้สุดท้ายบอยก็ต้องไปฝึกเตะกระสอบทรายตามปกติ 


               นั้นสร้างความอึดอัดใจให้บอยไม่น้อยเลย 

 

                และไม่กี่วันต่อมา การค้นหาสุดยอดนักสู้อันดับหนึ่งที่ ที่จะจัดทุกสี่ปี ก็ได้เริ่มขึ้น

               

              การแข่งขัน ไทยแลนด์ไฟท์ครั้งที่69’

             

                นี้คือการแข่งแบบแพ้คัดออก โดยนักสู้ทั่วประเทศกว่า300คน จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด

                การแข่งรายการนี้แม้แต่รอบแรกๆก็ยังมีผู้เข้าชมจำนวนมาก เป็นการบ่งบอกถึงความสำคัญของการแข่งนี้เป็นอย่างดี  และตอนนี้ผู้บรรยายก็ประกาศชื่อผู้เข้าแข่งขันคู่แรก


               เป็นการพบกันระหว่าง มุมซ้าย บอย เบิร์นเนอร์ VS มุมขวา กอล์ฟฟี่ หมัดเหล็ก!!!”

               

                บนลานประลองที่เป็นพื้นราบ พื้นที่ประมาณ100ตารางเมตร ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆทั้งสิ้น นักสู้จะต้องใช้พลังของตัวเองเพื่อโค่นคู่ต่อสู้

                 บอย เบิร์นเนอร์มองไปรอบๆ ก็สังเกตเห็น ของขวัญนั่งอยู่ทางอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตก  ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่ามาเชียร์ หรือแค่มาจับตามอง

 

                แกร๊ง!!! เสียงระฆังดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มต้นการต่อสู้

                ในช่วงแรกนักสู้ทั้งสองต่างยังดูเชิงกันอยู่  แต่เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปสักพักทั้งคู่ก็เริ่มออกอาวุธใส่กัน       

              กอฟฟี่หมัดเหล็กเป็นนักสู้ที่มีจุดเด่นคือความแข็งแกร่งของร่างกายและพลังโจมตีอันหนักหน่วง เค้าเข้าจู่โจมบอย เบิร์นเนอร์แบบไม่ให้หายใจ

               

               บอย เบิร์นเนอร์ฝีมือตกลงไปจากครั้งก่อนนะเนี่ย..” คนดูที่อยู่ข้างๆของขวัญพูดขึ้นมา

                หมายความว่ายังไงคะ…” ของขวัญหันไปถามเจ้าของคำวิจารณ์

                เมื่อสี่ปีก่อน บอย เบิร์นเนอร์ เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สามารถเข้าถึงรอบชิงได้เลยนะ นอกจากความว่องไวแล้ว เค้ายังมี"ความดุดัน"ที่หาได้ยากในนักสู้สมัยนี้

                “ความดุดัน…” ของขวัญครุ่นคิด ก่อนจะหันกลับไปชมการแข่งขันต่อ

               

              หลังเสียงระฆังของยกที่3ดังขึ้น นั้นคือสัญญาณที่บอกว่าการต่อสู้จบลงแล้ว และผู้ชนะก็คือ บอย เบิร์นเนอร์ที่ชนะคะแนนแบบหืดจับ 25-22คะแนน

                

                และในรอบต่อมา บอย เบิร์นเนอร์ก็ยังทำผลงานไม่สมกับที่เป็นตัวเต็ง แม้จะชนะคู่แข่ง แต่ตัวเค้าเองก็ได้รับบาดเจ็บหนักเอาการ               

                และเย็นวันนั้น ของขวัญก็ตัดสินใจที่จะพูดบางอย่างกับบอย เบิร์นเนอร์

                

              ก๊อกๆ

                เสียงเคาะประตูดังขึ้น 

               "________"

              

               "นาย... ชั้นมีเรื่องจะคุยด้วย"

                มีธุระอะไร…” เสียงตอบกลับมาจากด้านหลังของประตู               

                

                ชั้นพึ่งจะเข้าใจ ที่นายต้องออกไปทำร้ายพวกสัตว์ ก็เพราะต้องการจะเพิ่ม "ความดุดัน" ให้ตัวเองสินะ

                “…..”

                

              ถ้านายไม่ชนะการแข่งขัน มันคงจะเป็นความผิดของชั้น ที่ไปขัดขวางนาย ซึ่งเจตนาของชั้นไม่ใช่แบบนั้น

                “หมายความว่าจะไม่มาขัดขวางการซ้อมของชั้นแล้วสินะ ขอบคุณมาก!”

                “ไม่ใช่!! การที่นายไปทำเรื่องโหดร้ายกับพวกสัตว์นั้นก็เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้เหมือนกัน

                “งั้นต้องการจะบอกอะไรกันแน่!!” บอยเปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับของขวัญ

                

               แต่แล้วบอยก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของขวัญที่กำลังแบกของพะรุงพะรัง หนังสือที่ซ้อนกันจนสูงพอที่จะบังร่ายกายของสาวน้อยได้  สิ่งที่ของขวัญขนมาก็คือหนังสือความรู้ด้านการต่อสู้แขนงต่างๆ

                

              นับตั้งแต่นี้ชั้นจะอาสาเป็นเทรนเนอร์ให้นายเอง  จะทำให้นายได้ที่หนึ่งโดยไม่ได้ไปทำร้ายพวกสัตว์ให้ดู

                หะ..ให้มันน้อยๆหน่อย!! ที่ให้เธอมาป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ ก็เพราะว่า เป็นการไถ่โทษที่ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บหรอกนะ แต่ถ้าถึงขนาดมาวุ่นวายเรื่องการแข่ง ก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ!!”

                ของขวัญสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเธอเองก็พึ่งจะเคยถูกคนตวาดแบบนี้เป็นครั้งแรก

 

                ชั้นก็แค่อยากจะทำให้ทั้งความฝันของชั้นกับของนายเป็นจริงก็เท่านั้นเอง

 

 

                “ความฝัน?”

                “ใช่ความฝันของนายก็คือการเป็นที่หนึ่งในการประลองใช่ไหมละ

                “ก็ใช่...

               ส่วนความฝันของชั้นก็คือ การที่ทุกชีวิตบนแผ่นดินแห่งนี้ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน ชั้นอยากจะให้นายชนะการประลอง โดยการไม่ทำร้ายใครนะของขวัญตีหน้าเศร้า

                

              คำพูดที่ออกมาจากใจของ ของขวัญทำให้บอย เบิร์นเนอร์ใจอ่อน

                

              ..ช่วยไม่ได้  ก็อยากจะรู้ว่ายังจะมีวิธีไหนที่จะดีกว่าวิธีที่ชั้นทำอยู่เหมือนกันพูดจบบอยก็เดินเข้าไปในห้อง และก่อนจะปิดประตู เค้าก็หันมาบอกของขวัญ

                พรุ่งนี้6โมงเช้าเราจะเริ่มฝึกกันเลย

                อืม!!” ของขวัญตอบรับด้วยรอยยิ้ม

 

                บอย เบิร์นเนอร์เริ่มฝึกฝนร่างกายตามคู่มือต่างๆที่ของขวัญนำมาให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคู่มือธรรมดาๆที่ยืมมาจากห้องสมุด

                 ในเรื่องอาหารการกิน ของขวัญจะเข้าครัวทำอาหารด้วยตัวเองตามคู่มือเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา  ทุกๆวันทั้งสองคนก็จะมานั่งกินข้าวพร้อมพูดคุยเกี่ยวกับโปรแกรมการฝึกสำหรับวันพรุ่งนี้ 

                

               วันเวลาเดินผ่านอย่างรวดเร็ว  และก็ถึงวันสุดท้ายก่อนการแข่งขันแข่งขันรอบ3  ทั้งคู่อยู่ซ้อมกันจนดึกดื่น 

                

              เธอ….”

                “มีอะไรหรอ?”

                “คือว่า นี้ก็ดึกแล้ว พักที่บ้านนี้เลยก็ได้นะ..”

                “เอ๋..”

                “ยะ..อย่าเข้าใจผิดไป ก็แค่เห็นว่ามันดึกมากแล้ว ข้างนอกมันไม่ปลอดภัยต่างหาก

                “ยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ

                “งั้นชั้นจะไปนอนที่ห้องรับแขกเอง ส่วนเธอไปนอนในห้องนอน

                อืมขอบคุณนะ ต้องมองนายใหม่แล้วละ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ  Goodnight  ของขวัญยิ้ม ก็จะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน

               

                และในวันรุ่งขึ้น การแข่งรอบที่สาม บอย เบิร์นเนอร์ ก็สามารถเอาชนะน็อคคู่แข่งได้อย่างขาดลอย              

 

                เย็นวันนั้น บอยพาของขวัญออกมาเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่ เพื่อฉลองให้กับการเข้าใกล้ความฝันอีกหนึ่งก้าวของพวกเค้า

                ของขวัญด้วยความที่เป็นคนคออ่อน เพียงแค่ดิ่มสปายก็ทำให้เมาแอ๋แล้ว จนบอยต้องพาไปนอนที่บ้าน  

              

              “เฮ้อ..คออ่อนแล้วยังไม่รู้จักเจียม เป็นสาวเป็นแส้ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้หน่อยสิ บอย บ่นกับร่างไร้สติของสาวน้อย ที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใต้ผ้าน่วมผืนใหญ่

                

               เมื่อออกมาสูดอากาศที่ระเบียง ก็มองเห็นดาวจำนวนนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้า   บอยยืนดูดวงดาวและคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่มีของขวัญเข้ามาในชีวิต เค้าก็รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป

                อย่างในการแข่งวันนี้ เค้าสามารถชนะน็อคคู่ต่อสู้ด้วยฟอร์มอันสุดยอดได้ ก็เป็นเพราะในตอนนั้นเค้าไม่ได้สู้อยู่คนเดียว แต่สู้พร้อมกับของขวัญ  เค้าไม่ได้สู้เพื่อความปรารถนาของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เค้าสู้เพื่อความปรารถนาของของขวัญด้วย

                  ในหัวของบอยตอนนี้มีแต่ภาพของสาวน้อยน่ารัก ขี้เล่น อ่อนโยนแต่ก็แข็งแกร่ง ของขวัญ อยู่เต็มหัวไปหมด

                

                 หรือว่าเราจะตกหลุมรักของขวัญเข้าแล้ว

              

                บอย เบิร์นเนอร์พูดถามหัวใจหัวเอง แต่เค้าก็ยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้ เหมือนกับ ดาวบนท้องฟ้าที่ถึงแม้จะเห็น แต่ก็บอกไม่ได้ว่ามันคือดาวอะไรบ้าง


…………………………………………………

               

                และแล้วรอบชิงชนะเลิศของศึก ไทยแลนด์ไฟท์ก็มาถึง                           

                ณ ห้องแถลงข่าว คู่ต่อสู้คนสุดท้ายนั่งรออยู่ก่อนแล้วและจ้องมองมายัง บอย ที่พึ่งจะเดินเข้ามาในห้อง

                

              เดอะไททาเนี่ยม  นักสู้ที่คว้าอันดับหนึ่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว ชายรูปร่างกำยำและน่ากลัวราวกับยักษ์ไททัน ผู้ที่บอย เบิร์นเนอร์พ่ายแพ้เมื่อการแข่งครั้งที่แล้ว

                บอย เบิร์นเนอร์เดินผ่านเดอะไททาเนี่ยมอย่างไม่กลัวเกรงและเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะแถลงข่าว

               

 

                จะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ…”

                “…..”

                เมื่อเห็น บอย เบิร์นเนอร์แสดงท่าทีเฉยเมย เดอะไททาเนี่ยมจึงพล่ามต่อ

               

 

                เฮ้!!อย่าเมินกันสิ นี่ข้าเตือนด้วยความหวังดีนา เพราะเห็นฝีมือของแกในรอบแรกแล้ว มันก็เก่งกว่าเมื่อสี่ปีก่อนไม่เท่าไรนี่ถึงรอบต่อๆมา ก็สู้ได้ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา แต่แค่นั้นเอาชนะ เดอะไททาเนี่ยม คนนี้ไม่ได้หรอกนะ

                “อยากจะเห่าอะไรก็เชิญเห่าไปเถอะ เพราะว่าพรุ่งนี้หลังการแข่งขันจบลงนายก็จะไม่ได้เห่าแบบนี้อีกแล้ว  ” บอย เบิร์นเนอร์ ตอกกลับซะจนเดอะ ไททาเนี่ยมโมโห                

                การแข่งขันพรุ่งนี้จะเป็นการแข่งขันแบบDeathmatch ไม่มีพักยก สู้กันจนกว่าอีกฝ่ายจะพูดยอมแพ้หรือหมดสภาพที่จะสู้ต่อ  ซึ่งเดอะ ไททาเนี่ยมกะเล่นงานบอยให้สาหัส จนปากดีไม่ได้

                หลังจากจบงานแถลงข่าว บอยก็เดินทางกลับมายังที่บ้าน ตลอดเส้นทางบอยคิดถึงแต่แผนการที่จะเอาชนะ                  เดอะ ไททาเนี่ยม เค้ารู้ดีว่าเป็นเรื่องยากแค่ไหน เพราะเมื่อได้ดูคลิปการต่อสู้ที่ผ่านๆมาของเดอะไททาเนี่ยม เค้าก็รู้ตัวว่าเปอเซ็นที่จะเอาชนะนั้นมีเพียงสิบเปอร์เซ็นเท่านั้น

                

             การฝึกของของขวัญยังไม่เพียงพอ

             

                 เค้าอาจจะต้อง "แอบไปฝึกฝนกับพวกสัตว์จรจัด" อีกครั้ง มันเป็นการฝึกที่จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นในการเอาชนะเค้าจำเป็นต้องเพิ่มการดุดันและความโหดเหี้ยม

               

                “ทางนี้ๆรีบมาเร็วๆ วันนี้อาหารอร่อยๆเพียบเลยนะ ของขวัญตะโกนมาจากหน้าบ้าน เธอยืนรอบอยกลับมาจากงานแถลงข่าว

                เมื่อเดินเข้าไปถึงที่โต๊ะอาหาร บอยก็ต้องตะลึงเพราะอาหารบนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยของน่ากิน อย่างขาหมูทอด เบียร์และอื่นๆ

                นี่มันอะไรกันเนี่ยนึกว่าจะเป็นอาหารแบบพวกอกไก่ผสมกล้วยปั่นแบบที่แล้วๆมา

                “ก็พรุ่งนี้เป็นรอบชิงแล้วนี่นา  ที่ผ่านมาก็กินอาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อมามากพอแล้วถึงคราวต้องเพิ่มกำลังใจด้วยอาหารหรูๆนี่แหละของขวัญยิ้มก่อนจะตักข้าวและขาหมูชิ้นโตใส่ในจานของบอย

              "_______"

              

               สำหรับบอยแล้ว เค้าคิดว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ตัวเค้ามีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  เค้านั่งกินและพูดคุยกับของขวัญอย่างสนุกสนาน  และแล้วเค้าเลิกคิดที่จะไปฝึกกับพวกสัตว์จรจัด

                เพราะ มันคงจะไร้ความหมายหากในชัยชนะนั้น จะต้องทรยศความไว้ใจของของขวัญ

               

                นี่ถ้าหากพรุ่งนี้ชั้นชนะได้เป็นที่1  ชั้นอยากจะขอรางวัลจากเธอจะได้ไหม

                “ได้สินายอยากได้อะไรหรอ ของขวัญพูดขณะข้าวอยู่เต็มปาก

                ไว้ชนะแล้วค่อยขอก็แล้วกัน บอยยิ้มก่อนจะเริ่มกินข้าวต่อ  

                สำหรับบอยแล้ว เค้าอยากจะหยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เอาไว้จริงๆ แต่มันเป็นไปไม่ได้

               

               

              และแล้วรุ่งเช้าแห่งศึกตัดสินก็มาถึง

               

                ในสนามประลองเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มากกว่ารอบที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว

                เดอะ ไททาเนี่ยมยืนอยู่บนเวที ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง

                ตามมาด้วยบอย เบิร์นเนอร์ที่กำลังจะขึ้นไปบนเวที แต่เค้าก็หยุดและหันกลับมาพูดกับของขวัญที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

                ที่มาช่วยเทรนตลอดสองเดือนขอบคุณมากนะ  สนุกมากๆเลยละ

                “อืมชั้นสนุกเหมือนกัน ที่สำคัญตอนนี้ไปคว้าอันดับ1มาให้ได้นะ

                บอย เบิร์นเนอร์ พยักหน้าเล็กๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังและเดินขึ้นไปบนเวที

 

                ขณะนี้บนเวที นักสู้ทั้งสองได้ยืนประจันหน้ากัน

                “________”

             

                 แกร๊ง!!!

                เสียงระฆังดังกังวานได้ยินทั้งสนามประลอง  การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้น เสียงของผู้ชมดังไปทั่วทั้งสนาม           

               

                นักสู้ทั้งสอง เดอะไททาเนี่ยมและบอย เบิร์นเนอร์ พุ่งเข้าหากันท่ามกลางเสียงเชียร์อันบ้าคลั่ง

 

           

0 ความคิดเห็น