[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 9 : 8th Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

B
E
R
L
I
N
 


8th Hero

 

 


          “เฮ้อ~ หลุดออกมาได้สักที”

          “ใช่ไหม! เพราะอย่างนี้ไงถึงไม่อยากมาวันหยุด”  มินะจังสนับสนุนคำพูดฉันหลังจากที่พวกเราหลุดพ้นจากรถไฟซอมบี้มาได้แล้วและกำลังเดินไปสวนสนุก

โชคดีที่อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่เพราะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ถ้าเป็นฤดูร้อนล่ะก็ไม่อยากจะนึกถึงเลย

          “เฮ้ยสี่ตา!! อีกไกลไหม!?”  บาคุโกคุงตะโกนถามอีดะคุงที่เดินนำข้างหน้า ตอนนี้เขากลับไปอารมณ์บูดเหมือนเดิมเรียบร้อยซึ่งฉันเข้าใจดี บนรถไฟทั้งแน่นทั้งอึดอัดขนาดนั้นก็ต้องมีหงุดหงิดกันบ้าง

          “อีกไม่ไกลหรอกบาคุโกคุง เลี้ยวตรงหัวมุมนี่ก็ถึงแล้ว”


          พวกเราเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเลี้ยวตรงมุมถนนตามที่อีดะคุงบอก และเมื่อเห็นสวนสนุกแล้วฉันกับเพื่อนๆ ก็พร้อมใจกันประสานเสียงร้องออกมา

          ทางเข้าสวนสนุกไม่ไกลตรงหน้าเหมือนทางเข้าปราสาทขนาดใหญ่ ถัดจากทางเข้าปราสาทไปเป็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ แถมเสียงครึกครื้นจากข้างในยังดังออกมาซะจนอยากจะวิ่งเข้าไปเดี๋ยวนี้แล้วเล่นเครื่องเล่นทุกเครื่องที่อยากเล่น คิดว่าหลังจากสูญเสียพลังงานไปกับการขึ้นรถไฟ พวกเราก็ต้องมาชาร์จพลังในสวนสนุกนี่แหละ!

          “คนเยอะจริงๆ ด้วยแฮะ”  มินะจังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนพลางชี้ไปยังฝูงคนบริเวณหน้าทางเข้าสวนสนุกทำเอาฉันไหล่ตกทันที

          “ไหนจะต้องต่อแถวไหนจะต้องตรวจตั๋วอีก กว่าจะได้เข้านี่ไม่บ่ายเลยเหรอ”  ฮากาคุเระจังเสริม

          “ไม่เป็นไรทุกคน!”  อีดะคุงยกกำปั้นขึ้น  “พวกเราพลังล้นเหลืออยู่แล้ว มาสนุกกันให้เต็มที่เถอะ! อย่าให้จำนวนคนในวันนี้กลายเป็นอุปสรรคทำให้เราเที่ยวไม่สนุก ยังไงก็มีเวลาทั้งวันอยู่แล้ว!

          “เป็นเพราะเธอ!”  ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อบาคุโกคุงที่ยืนข้างๆ หันมาแว้ดใส่  “ถ้าเธอไม่สนใจตั๋วฟรีบ้าๆ นี่ ฉันก็คงไม่ต้องมาวุ่นวายแถวนี้!

          “คนที่ไปชิงตั๋วคือนายเองนะ”  คิริชิมะคุงเตือน

          “รู้แล้วโว้ย!!

          “แต่พวกเราอาจไม่ได้มาเที่ยวกันเยอะๆ อย่างนี้บ่อยๆ ก็ได้ จะให้ฉันทิ้งโอกาสดีๆ อย่างนี้ไปได้ยังไง”

          บาคุโกคุงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก่อนที่เขาจะตอกอะไรกลับมาอีดะคุงก็เอ่ยต่อแล้ว  “เห็นด้วยกับอุรารากะคุง เพราะงั้นพวกเราไปต่อแถวเข้าสวนสนุกกันเถอะจะได้ไม่เสียเวลาแล้วก็พยายามเกาะกลุ่มกันไว้นะ คนเยอะขนาดนี้อาจหลงได้ อีกเรื่องคือห้ามใช้อัตลักษณ์พร่ำเพรื่อในที่สาธารณะเด็ดขาดโดยเฉพาะบาคุโกคุง! เข้าใจไหมทุกคน!

          “หนวกหู!!

          “รับทราบ~!!!


แถวรอเข้าสวนสนุกไม่ได้มีแค่แถวเดียว พวกเราจึงแยกกันไปกับคู่ตัวเองเพื่อต่อแถวอื่นบ้าง และถ้าใครตรวจตั๋วเรียบร้อยก็ให้ไปรอข้างในก่อน นับว่าโชคดีที่มีตั๋วฟรีเลยไม่ต้องยืนซื้อให้วุ่นวาย เพราะแค่นี้ก็วุ่นวายจะแย่อยู่แล้ว

ยอมรับเลยว่าไม่เคยเห็นการต่อแถวครั้งไหนเละเทะวุ่นวายขนาดนี้มาก่อน มิหนำซ้ำ เสียงเซ็งแซ่รอบๆ ยังดังกรอกหูไปหมดจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ก็รู้อยู่หรอกว่าใครๆ ในที่นี้ก็อยากจะรีบเข้าไปเร็วๆ ทั้งนั้น แต่ช่วยเป็นระเบียบเหมือนทุกครั้งได้ไหม


          “มิโดริยะคุง! มิโดริยะคุง!”  เสียงอีดะคุง?

          “ผมอยู่นี่ครับ~!

          “อาชิโด! อยู่ไหน~!?”

“ตรงนี้~! จับมือไว้ๆ~!

คิริชิมะคุงกับมินะจังก็ด้วย กลายเป็นว่าขนาดแยกไปเป็นคู่แล้วก็ยังหลงได้เพราะกลุ่มคนที่เบียดเข้ามาเรื่อยๆ นี่แทบไม่ต่างอะไรกับตอนนักเรียนแห่กันไปที่ประตูทางออกทั้งๆ ที่เป็นแค่พวกนักข่าวมารุมหน้ายูเอย์เลยนะ


“อ๊ะ!”  สุดท้ายก็ถึงคราวฉันโดนเบียดจนแทบกลืนหายไปกับฝูงคนจนได้ คิดว่าคงเพราะตัวเล็กด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามเรียกหาบาคุโกคุงแม้จะมองไม่เห็นเขาด้วยซ้ำ  “บ..บาคุโกคุง–!


และในไม่กี่วินาทีต่อมา มือของใครสักคนก็คว้ามือฉันเอาไว้

“เจอสักที


สถานการณ์ในตอนนี้ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับวันงานกีฬาสีนิดหน่อย บาคุโกคุงจ้องฉัน แต่ก็ยังมิวายต้องหันไปแยกเขี้ยวใส่คนที่กำลังจะชนทำเอาคนๆ นั้นทรงตัวได้ดีกะทันหัน ก่อนจะกลับมากล่าวสั้นๆ

“ห้ามทำฉันลอยแต่ก็ห้ามปล่อยมือด้วยเข้าใจไหม!  พูดจบเขาก็กระชับมือแน่นขึ้นแล้วจูงฉันไปด้วยกัน


ฉันเหมือนจะตัวแข็งทื่อนิดหน่อยตั้งแต่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ ทั้งงงทั้งอึ้ง ความรู้สึกแปลกๆ ผสมปนเปกันไปหมด ทว่าสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแต่กลับไม่เข้าใจเลยคือหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย

เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรผิดปกติ? คือคำถามที่ฉันถามตัวเองขณะจ้องมองมือของเขา


ไม่รู้ ฉันไม่มั่นใจ และดูเหมือนว่ายิ่งจ้องมากเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเร่งจังหวะขึ้นอีก สุดท้ายฉันจึงเลิกคิดและละสายตาจากมือไป


“ขอตรวจตั๋วด้วยครับ”

“ค..ค่ะ!”  ฉันหยิบตั๋วแล้วยื่นให้พนักงาน

เขามองตั๋วของฉันสลับกับตั๋วของบาคุโกคุงพร้อมกับฉีกส่วนเล็กๆ ออก  “ตั๋วคู่เล่นได้ไม่จำกัด ยินดีต้อนรับ ขอให้สนุกครับ”

หลังจากพนักงานตรวจตั๋วคืนตั๋วส่วนของฉันกับบาคุโกคุงให้ พวกเราจึงเดินเข้ามาในเขตสวนสนุก บาคุโกคุงปล่อยมือ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เดกุคุงโบกมือเรียกพอดี

“คุณอุรารากะ~! คัตจัง~!

“อยู่กันครบแล้วเหรอ ขอโทษที่มาช้านะ~”  ฉันเอ่ยเมื่อรวมกลุ่มกับหกคนที่เหลือเรียบร้อย

“ไม่เป็นไรครับ กว่าพวกเราจะพ้นมาได้ก็ลำบากเหมือนกัน”

“ใช่ แต่ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ต่อแถวดีๆ กันไม่เป็นรึไง”  มินะจังทำแก้มป่อง

“อย่าสนใจเลยอาชิโดคุง”  อีดะคุงยิ้ม  “ไหนๆ ก็เข้ามาได้แล้ว พวกเราก็ไปเล่นกันเถอะ!!

 

 


พวกเราทั้งแปดพากันไปเล่นทุกเครื่องเล่นที่ขวางตา ราวกับว่าวันนี้เป็นวันปล่อยผีตายโหงอย่างพวกเราจริงๆ ยิ่งเป็นคิริชิมะคุง มินะจัง กับฮากาคุเระจังยิ่งไม่ต้องพูดถึง สามรายนั้นพลังล้นเหลือสุดๆ แทบจะกระโจนใส่พนักงานประจำจุดเครื่องเล่นด้วยซ้ำจนอีดะคุงต้องร้องห้ามเหมือนพี่เลี้ยงเด็กขึ้นทุกที

เครื่องเล่นที่พวกเราเล่นมีทั้งรถไฟเหาะ ล่องแก่ง ไวกิ้งส์ และทั้งๆ ที่ฉันกับเดกุคุงปฏิเสธบ้านผีสิงแล้ว ก็ยังโดนรบเร้าลากไปเล่นจนได้ สุดท้ายคนที่กลัวหัวหดดันเป็นสามรายนั้นแถมอีดะคุงด้วยอีกคน

เอาเข้าจริงๆ แล้วบ้านผีสิงน่ากลัวนะ แต่เพราะตอนเล่นต้องเข้าไปคู่กับบาคุโกคุงซึ่งเขากลับด่าผีไม่ก็โบกหัวผีทุกตนที่โผล่มาซะงั้น ฉันจึงไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว มิหนำซ้ำกลับต้องคอยห้ามเขาอีก นี่คงเป็นประสบการณ์เล่นบ้านผีสิงแปลกๆ ที่ฉันจะไม่มีวันลืมเลย



“ตอนนี้ก็บ่ายแล้วนะทุกคน พักกินอะไรก่อนไหม?”  โอจิโร่คุงเสนอ

“ดีเหมือนกัน เริ่มหิวแล้วด้วย”  คิริชิมะคุงลูบท้อง

“งั้นไปกินแฮมเบอร์เกอร์ตรงนั้นกันเถอะครับ เร็วดี”  ร้านแฮมเบอร์เกอร์ไม่ได้มีคนเยอะมากนัก คำตอบสุดท้ายที่พวกเราเห็นพ้องจึงเป็นอย่างที่เดกุคุงเสนอ

 

พอเห็นแฮมเบอร์เกอร์แล้วก็อดนึกถึงคามินาริคุงไม่ได้ ถ้าเขามาด้วยอีกคนคงดีมาก จะได้ได้กินแฮมเบอร์เกอร์อร่อยๆ และจะได้มีจิโร่จังมาเที่ยวเพิ่มอีกเป็นสิบคนด้วย ต้องสนุกมากแน่ๆ ถึงจะฟังดูวุ่นวายไปหน่อยก็เถอะ

พวกเรานั่งคุยนั่งกินแฮมเบอร์เกอร์กันอยู่สักพักหนึ่งจนหมด และหลังจากแยกไปทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับขบวนพาเหรดของสวนสนุกพอดี

“นั่น! ขบวนพาเหรดนี่!”  มินะจังชี้

“จริงด้วย! ดูยิ่งใหญ่มากเลย! พวกเราเข้าไปใกล้ๆ กันเถอะครับ!


ตรงนี้มีกลุ่มคนยืนมุงดูขบวนพาเหรดพอสมควร แต่โชคดีที่ไม่ได้แออัดเหมือนตอนต่อแถวเข้าสวนสนุก เพราะงั้นจึงไม่มีใครต้องเบียดหรือชนกัน

ขบวนพาเหรดตรงหน้ายิ่งใหญ่จริงๆ อย่างที่เดกุคุงพูด มีทั้งคฑากร มาสคอตตัวการ์ตูน ตัวละครในเทพนิยาย และยังมีบรรดารถม้ารถลากประกอบอีก ดนตรีที่บรรเลงก็ครื้นเครงซะจนอยากเข้าไปเต้นด้วยเลย

อุตส่าห์ทนเหนื่อยทนร้อนสวมชุดมาสคอตเพื่อให้ความบันเทิงคนมาเที่ยวขอบคุณนะเชื่อว่าทุกคนต้องชอบมากแน่ๆ!


ฉันยิ้มกว้าง สายตาบังเอิญไปเห็นขบวนพาเหรดชุดสุดท้ายพอดี มันชื่อว่าขบวนเหล่าฮีโร่ โดยจะมีคนแต่งตัวเป็นโปรฮีโร่นับตั้งแต่อันดับหนึ่งไล่ไปเรื่อยๆ ประมาณห้าสิบกว่าคนได้ แถมพวกเขายังเลียนแบบท่าทางได้เหมือนโปรฮีโร่ตัวจริงอีก เจ๋งไปเลยแฮะ เดกุคุงต้องชอบแน่ๆ!

ฉันเหลือบมองเดกุคุงที่ยืนข้างๆ แต่แทนที่คนข้างๆ จะเป็นเขากลับกลายเป็นใครไม่รู้ซะงั้น ฉันชะงัก หันซ้ายแลขวามองหาเขา รวมถึงอีดะคุง มินะจัง คิริชิมะคุงแต่ก็ไม่พบ ยิ่งเป็นฮากาคุเระจังยิ่งไม่ต้องพูดถึงใหญ่เพราะหายากกว่าใครเพื่อนเลย


เดี๋ยวไม่นะ โกหกใช่ไหม อย่าบอกนะว่าหลง!?

ฉันมองหาเพื่อนจนแทบหมุนตัวเป็นวงกลม และในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้าง อย่างน้อยก็ยังมีบาคุโกคุงที่ไม่ได้หายไปไหน

“บาคุโกคุง”  ฉันเรียกพลางวิ่งไปหา  “แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?”

“หา? ไม่ได้อยู่กับเธอรึไง?”

ฉันส่ายหน้าน้อยๆ  “ไม่ ฉันหาไม่เจอ เพื่อนคนอื่นๆ หายไปไหนไม่รู้ ฉันเห็นแต่บาคุโกคุงนี่แหละ”


ขบวนพาเหรดไปแล้ว กลุ่มคนเริ่มซาลง เหลือไว้แค่ฉันกับบาคุโกคุงที่มัวแต่ยืนมองหน้ากะพริบตาใส่กันปริบๆ


“คิดจะล้อกันเล่นเหรอหา!!?”

“เปล่านะ!”  ฉันส่ายหน้ารัวเมื่อเห็นบาคุโกคุงเริ่มทำท่าจะกินหัว

“มองหาผมคิริชิมะไว้”

“หางโอจิโร่คุงด้วยไหม?”

“อยากทำอะไรก็ทำ”

“งั้นเดี๋ยวฉันลองโทรหาคนอื่นด้วย”  ฉันพูดจบก็กดมือถือโทรหาเดกุคุงพลางกวาดสายตารอบทิศเผื่อจะไปจ๊ะเอ๋กับทรงผมเด่นๆ ของคิริชิมะคุง ไม่ก็หางใหญ่ๆ ของโอจิโร่คุง แต่กลับกลายเป็นว่าหันจนคอจะเคล็ดแล้วก็ยังไม่เจอใครสักที แถมเดกุคุงก็ไม่รับสายอีก พอลองกดเบอร์โทรหาอีดะคุงกับมินะจังบ้าง ผลปรากฏว่า

“ฉันโทรหาทั้งเดกุคุง อีดะคุง มินะจังแล้วแต่ไม่มีใครรับสายเลย เบอร์ฮากาคุเระจังกับโอจิโร่คุงก็ไม่มีซะด้วย”

บาคุโกคุงที่คาดว่าน่าจะโทรหาคิริชิมะคุงยกมือถือออกจากหู  “คิริชิมะไม่รับ”

“อาจจะเสียงดังจนไม่ได้ยินก็ได้ ถ้างั้นเราไปที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์แทนไหม? ถ้าประกาศออกไมโครโฟนพวกเพื่อนๆ น่าจะได้ยินนะ”

บาคุโกคุงขมวดคิ้ว  “ยุ่งยาก”

“แต่พวกเราแยกกับเพื่อนไปหมดเลยนะ ไม่งั้นจากนี้จะเอายังไงต่อ?”

“ยากตรงไหน ก็ไปกันแค่สองคนก่อนไง เดี๋ยวก็คงเจอพวกนั้นเอง”  เขาว่าพร้อมกับเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋ากางเกง

“เอ๊ะ? สองคน?”

“ใช่ หรือว่าเธอมีปัญหา?”

“ม..ไม่มี ไม่มีจ้า~”  ฉันโบกมือพัลวันพลางยิ้มอ่อน ก็รู้อยู่หรอกว่าที่ไม่อยากไปศูนย์ประชาสัมพันธ์เพราะไม่อยากติดต่อกับคนอื่นให้วุ่นวาย แต่ไปกันแค่สองคนมันจะสนุกเหรอ

“ดี! งั้นไปเล่นไอ้นั่นกัน”  ฉันมองตามนิ้วชี้บาคุโกคุงก่อนจะร้องเสียงหลง

“เอ๊ะ!? รถบั๊มน่ะเหรอ!?”

“ใช่! ใครกล้าชน ฉันจะฆ่ามันให้หมด!!”  บาคุโกคุงพูดพร้อมกับแสยะยิ้มจนฉันขนลุกซู่ รอยยิ้มสยองนี่ไม่ต่างจากตอนที่เขาวิ่งไปชิงตั๋วฟรีมาเลยด้วยซ้ำ!

ฉันกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยเสียงสั่น  “ไม่ดี ไม่ดีแน่ เราเพิ่งจะกินมาอิ่มๆ นะ”

“ช่างมันสิ! และถ้าเธอคิดจะขวางฉันตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเล่นล่ะก็ฉันจะฆ่าเธอคนแรก!!

 


“เอ๊ะ?”

ใบหน้าฉันซีดเผือดเมื่อจู่ๆ ก็ได้มานั่งอยู่ในรถบั๊มคันเดียวกับบาคุโกคุงแล้ว เขานั่งรัดเข็มขัดเรียบร้อยและจับพวงมาลัยด้วยสีหน้ากระหายเลือดพร้อมพุ่งชนศัตรูตรงหน้าตลอดเวลา ต่างกับฉันลิบลับ

“เอ่อคุณลูกค้าไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”  พนักงานประจำจุดเครื่องเล่นถามฉัน ใช่เธอถามฉัน! แต่คนที่ตอบกลับเป็นบาคุโกคุงซะงั้น!

“ยัยนี่สบายดีดูไม่ออกรึไง!!  ใช่ฉันสบายดีและกำลังจะไปสบายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้วด้วย!

“เอ่อ..ค่ะ”


คุณพี่พนักงานเดินจากไปแล้ว ไม่แม้แต่จะยืนไว้อาลัยให้ ฉันนั่งตัวแข็งทื่อ ในหัวนึกถึงตอนที่พยายามต่อรองขอคุณพี่พนักงาน แต่สุดท้ายเธอก็ยืนกรานออกมาว่าตั๋วคู่ก็ต้องเล่นเป็นคู่ ถ้าใครคนใดไม่เล่นอีกคนก็จะเล่นไม่ได้ แหงล่ะ พอได้ยินแบบนั้นบาคุโกคุงก็กดดันฉันผ่านใบหน้าปีศาจทันทีราวกับจะบ่งบอกเป็นนัยๆ ว่าถ้าไม่เล่นล่ะก็ชะตาขาดแน่ สุดท้ายฉันเลยต้องมานั่งอยู่ในสภาพนี้


“จะเริ่มเล่นแล้วนะคะ~”  คุณพี่พนักงานประกาศออกไมโครโฟน

“รัดเข็มขัดด้วยยัยหน้ากลม! ไม่งั้นถ้ากระเด็นออกจากรถโดนชนตาย ฉันไม่เก็บศพหรอกนะ!

ได้ฟังคำเตือนจากบาคุโกคุง ฉันก็กลืนน้ำลายเสียงดังแล้วรีบคาดเข็มขัดอย่างลนลาน แต่ไอ้เจ้าเข็มขัดกิ๊กก๊อกจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่นี่คาดหรือไม่คาดก็แทบไม่ต่างกันเลย ตายได้เหมือนกัน แค่ตายแบบไหนจะอนาถกว่าเท่านั้นเอง!

ดนตรีช้าๆ สบายๆ ที่บรรเลงคลออยู่เปลี่ยนเป็นจังหวะเร็วกะทันหันเหมือนต้องการจะปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้เล่นในที่นี้ และเสี้ยววินาทีต่อมารถบั๊มของฉันกับบาคุโกคุงก็พุ่งออกไปพร้อมๆ กับคันอื่นแล้ว ไม่ให้เวลาได้เขียนพินัยกรรมสั่งเสียเลย!

“ตายซะ!!!”  บาคุโกคุงตะโกนลั่นพร้อมกับขับพุ่งชนรถบั๊มทุกคันที่ขวางหน้าอย่างที่ตั้งใจไว้ เขาทั้งขับกระชากทั้งขับเหวี่ยง แถมยังเปลี่ยนทิศมั่วจนผู้เล่นคันอื่นเดาทางไม่ออกซึ่งฉันก็เป็นหนึ่งในคนที่เดาไม่ออกด้วย

หมายถึงเดาไม่ออกว่าจะตายแบบไหนนี่แหละ!


“บาคุโกคุงขับช้าลงหน่อยได้ไหม~!!?”  ฉันตะโกนแข่งกับเสียงดังรอบๆ พลางกำมือที่ยึดหน้ารถไว้แน่นจนแทบเห็นเส้นเลือดเพราะกลัวโดนเหวี่ยงกระเด็นออกนอกรถ

“หา!!? อะไรนะ~!!!??”

“ฉันบอกว่า–!!!

โป๊ก!!!

เสียงฉันขาดช่วงลงเมื่อบาคุโกคุงขับชนรถบั๊มคันอื่นกะทันหันจนหน้าผากฉันโขกเข้ากับหน้ารถเต็มๆ ทำเอามึนซะแทบเห็นดาวเลย

“ทำบ้าอะไรของเธอหา~!!!??”

ฉันลูบหน้าผากป้อยๆ ก่อนจะหันไปจ้องคนที่ยังขับรถระรานคนอื่นต่อไป  “เพราะบาคุโกคุงนั่นแหละ~!!


บาคุโกคุงไม่ได้หันมามองฉันและไม่ได้ทำสีหน้าไม่พอใจอะไร กลับกัน ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

“อุรารากะ!! เธอนี่มัน–!! ฮ่าๆๆ~!!


บาคุโกคุงหัวเราะท่าทางเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กหนุ่มขี้เล่นทั่วไปซึ่งฉันไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อน นอกจากแสยะยิ้มหรือหัวเราะชั่วร้ายแล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นด้านที่สดใสของบาคุโกคุงขนาดนี้ เขากำลังสนุกอยู่แม้จะไม่ได้เที่ยวเล่นกับเพื่อนคนอื่นๆ

เขากำลังมีความสุขอยู่ทั้งๆ ที่มีแค่ฉันอยู่ข้างเขาในตอนนี้


“อุรารากะ~!!”  บาคุโกคุงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงอื้ออึงรอบกาย ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ทันที

“ว่าไง~!!?”

“ก่อนหน้านี้เธอจะพูดอะไร~!!?”


ตอนแรกฉันอยากให้เขาขับช้าลงหน่อย แต่พอได้เห็นสีหน้าที่ดูมีความสุขของเขาเมื่อกี้ฉันก็พูดไม่ออก


ฉันอยากเห็นบาคุโกคุงหัวเราะแบบนั้นอีกครั้ง ฉันอยากให้เขามีความสุขขณะที่อยู่กับฉัน เหมือนตอนที่ฉันมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเขาในวันงานกีฬาสีโรงเรียน


จะว่าไป ลองเล่นเจ้ารถบั๊มนี่แบบจริงๆ จังๆ สักตั้งก็ไม่เสียหายนะ!


“ฉันจะบอกว่าเรามาจัดการทุกคันที่ขวางหน้ากันเถอะ~!!

บาคุโกคุงเหลือบมองฉันที่มอบรอยยิ้มให้อย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วมองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง  “เกาะไว้ให้ดีๆ ล่ะ~!!

“อื้ม~!!

ทันทีที่เราทั้งคู่ตัดสินใจแบบนั้น บาคุโกคุงก็ขับรถบั๊มพุ่งเข้าชนคันอื่นต่ออย่างบ้าระห่ำโดยมีฉันคอยเชียร์เป็นแรงใจอยู่ข้างๆ พอผู้เล่นรถบั๊มคันอื่นเห็นพวกเรา ก็ขับหนีตายสุดชีวิตจนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเราสองคนคงจะรับบทเป็นวิลเลินปลอมๆ ในเกมนี้เข้าให้แล้ว

และแน่นอนว่าฉันกับบาคุโกคุงจะเป็นคู่หูวิลเลินจอมป่วนที่เพอร์เฟคที่สุดเลย!




Chit-Chat : ตอนที่เขียนเองขำเองก็คงเป็นตอนน้องชาหัวโขกรถบั๊มนั่นแหละค่ะ ภาพที่ไรต์คิดในหัวมันตลกมากแต่ก็สงสารน้องเหมือนกัน แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์เลยนะคะ ไรต์อาจจะไม่ได้พิมพ์ตอบกลับทุกคอมเมนต์แต่ไรต์อ่านทั้งหมดเลยค่ะ! ใจฟูมากๆ แง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #34 sunada (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 18:09

    กี้ดดด หุบยิ้มไม่ได้เลยคร้าาา ในที่สุดน้องคัตจังของเราก็ยิ้มแบบปกติได้สักที
    #34
    0
  2. #31 Little_Ryu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 08:07

    น่ารักกกก
    #31
    0
  3. #30 Princess Serena (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 21:58
    ดีจายยยยย รอตอนต่อไปนะคะ
    #30
    0
  4. #29 -yumemaru- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 21:56
    กรี้ดดด~~! อัพแล้วว
    ทำไมแต่งได้น่ารักขนาดนี้ เขินตัวบิดไปหมดแล้วแงงง
    #29
    0
  5. #28 -yumemaru- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 21:56
    กรี้ดดด~~! อัพแล้วว
    ทำไมแต่งได้น่ารักขนาดนี้ เขินตัวบิดไปหมดแล้วแงงง
    #28
    0