[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 8 : 7th Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

B
E
R
L
I
N
 


7th Hero

 


 

          “โอ้เย้~!!! มาเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับครูที่ปรึกษาสุดที่รักกันเถอะ~!!!

อีกครั้งที่ฉันกับเพื่อนๆ พร้อมใจกันอุดหู นี่ก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วตั้งแต่ขึ้นปีสองมา จะว่าไปเวลาก็ผ่านไปเร็วเหมือนกันแฮะ ฉันยังรู้สึกเหมือนงานกีฬาสีโรงเรียนเพิ่งผ่านไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เอง


“แต่เดี๋ยวก่อนจะเริ่มเรียนกัน ครูจะแจ้งรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับงานกีฬายูเอย์ประจำปีนี้ให้ฟังก่อนนะ

          ครูยามาดะกลับมาพูดด้วยโทนเสียงปกติ  “ปีนี้จะแตกต่างไปจากเดิมหน่อยตรงที่โรงเรียนจะจัดงานกีฬายูเอย์หลังสอบปลายภาคเสร็จจากนั้นถึงจะปิดเทอมฤดูร้อน แต่ไม่ต้องห่วงนะเพราะพวกเธอจะสอบปลายภาคก่อนงานกีฬายูเอย์หนึ่งสัปดาห์ อาทิตย์หลังสอบเสร็จจะได้ฟิตร่างกายเต็มที่ไงล่ะ~

          หลายคนแทบร้องออกมาด้วยความเสียดายเพราะใครๆ ต่างก็เฝ้ารองานกีฬายูเอย์ทั้งนั้นรวมถึงฉันด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าต้องฝ่ามรสุมสอบปลายภาคไปให้ได้ก่อนซะงั้น นึกแล้วก็หมดแรงเลย คนที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรก็คงเป็นโมโมะจัง อันดับหนึ่งด้านการเรียนของห้องตลอดกาล

“เอาเป็นว่าขอให้พวกเธอเรียงลำดับความสำคัญให้ดีๆ ล่ะเข้าใจไหม? ถ้าเข้าใจให้เซย์เยส~!!!

          “เยสสส~”

          “อะไรเนี่ย ไม่มีพลังเลย เอาเถอะ เดี๋ยวพอเริ่มเรียนวิชาครูเมื่อไหร่พวกเธอก็จะมีชีวิตชีวาเองแหละ”  ครูยามาดะพูดจบจึงหันหน้าเข้ากระดานแต่สุดท้ายก็ชวนคุยอีกครั้ง  “เฮ้~ พวกเธอที่ได้ตั๋วเที่ยวสวนสนุกฟรีไม่จำกัดเครื่องเล่นน่ะ ได้ไปเล่นกันมาแล้วสินะ สนุกไหม~”

          อีดะคุงยกมือ  “ยังไม่ได้ไปครับ!

          “โอ้โน้ววว~!!! ล้อเล่นรึไง!!! ตั๋วจะหมดเขตสุดสัปดาห์นี้แล้วนะ!!!

          “อะไรนะ!!!??”

          ยอมรับว่าฉันก็ตกใจไม่แพ้อีดะคุง คิริชิมะคุง กับมินะจังที่ร้องลั่นเมื่อกี้ถึงได้หยิบตั๋วที่พับเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาดู ปรากฏว่า

หมดสุดสัปดาห์นี้จริงๆ ด้วย! นี่พวกเราลืมเรื่องเที่ยวที่สำคัญขนาดนี้ไปได้ยังไงกัน!!


          “ให้ตายสิห้องเอ~ พวกเธอกำลังจะทำให้ตั๋วฟรีที่ฉันอุตส่าห์บากบั่นต่อรองมาเปล่าประโยชน์นะ ช่วงนี้ก็เรียนหนักด้วย พวกเธอจะมีเวลาไปกันไหมล่ะเนี่ย~”

          “ก็ช่างมันปะไรสิ”

          “ไม่ได้!!!”  ทุกคนพร้อมใจประสานเสียงเมื่อได้ยินบาคุโกคุงพูดแบบนั้นแม้เกินกว่าครึ่งห้องจะไม่ได้ตั๋วก็ตามจนเขาดูเหมือนจะเหวอไปเลย ซึ่งแน่นอนว่าฉันเห็นด้วยกับเพื่อนๆ เต็มประตู! เรื่องเที่ยวน่ะมันสำคัญพอๆ กับเรื่องกินเลยนะ!

          แถมนี่เป็นตั๋วฟรีด้วย! ตั๋วฟรี! ตั๋วฟรีที่แปลว่าไม่เสียเงิน!

          “งั้นพวกเธอลองบริหารเวลาเอาเองละกันนะ อย่าให้ตั๋วฟรีที่ได้มาต้องเสียเปล่าล่ะ~”

 

 

 

          ฉัน เดกุคุง อีดะคุง คิริชิมะคุง มินะจังนั่งรวมกันอยู่บนโซฟาในหอพักพลางขมวดคิ้วบ้าง เงยหน้าบ้าง ใช้นิ้วรองคางบ้างอย่างใช้ความคิดว่าพวกเราควรจัดการตั๋วฟรีเหล่านี้ยังไงดี เพราะเรื่องเที่ยวเรื่องใหญ่!

          “ทุกคน~”  ฮากาคุเระจังเดินมาหาพวกเราพร้อมโอจิโร่คุง  “ฉันกับโอจิโร่คุงก็ได้ตั๋วฟรีด้วยนะ นี่ไง~”

          “เอ๊ะ!? จริงเหรอ!?”  มินะจังร้อง

          “เยี่ยมเลย ไปกันเยอะๆ ต้องสนุกแน่~”  ดีใจจัง จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนอีกตั้งเจ็ดคนเชียว!

          “อื้ม! แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดี?”

          “ไปเที่ยวกันสุดสัปดาห์นี้เลยไหมล่ะ?”  โอจิโร่คุงเสนอ

          “แต่มันเป็นวันหยุดแถมเป็นวันสุดท้ายที่ใช้ตั๋วฟรีได้ เพื่อนห้องอื่นที่ยังไม่ได้ไปเหมือนกันก็มี คนต้องแน่นมากแน่เลย”  มินะจังว่า

          “แต่วันธรรมดาพวกเราก็มีเรียนนะครับ จะให้โดดเรียนไปเที่ยวมันก็


          พวกเราเงียบไปสักพักหนึ่งหลังจากเดกุคุงแสดงความเห็น สุดท้ายอีดะคุงจึงสรุปให้  “งั้นเป็นสุดสัปดาห์นั่นแหละทุกคน! ดีกว่าไม่ได้ไปเลยนะ!”

          “น่าอิจฉาจังเลยนะพวกที่ได้ไปเที่ยวสวนสนุกฟรีเนี่ย~”  คามินาริคุงเอ่ยลอยๆ

          “ใช่! ฉันก็อยากไปบ้างเหมือนกัน ถ้าตอนนั้นไม่โดนบาคุโกระเบิดใส่ก็คงไม่ต้องเสียเวลาไปห้องน้ำแล้วคงได้จับคู่เต้นชิงตั๋วฟรีไปแล้ว เซ็งชะมัด!”  มิเนตะคุงบ่นอุบ  “ว่าแต่นายเถอะโอจิโร่! นายกับฮากาคุเระไปชิงตั๋วมาได้ยังไงน่ะ! โกงรึเปล่า!?”

          “โกงบ้าอะไรล่ะ ฉันกับฮากาคุเระอยู่ใกล้ครูยามาดะจะตาย”

          “แล้วทำไมบาคุโกกับอุรารากะถึงเป็นคู่แรกล่ะหา!?”  มิเนตะคุงชี้มาทางฉัน

          “ก็เพราะนั่นมันบาคุโกยังไงล่ะ”  คิริชิมะคุงตอบแทน

          “ว่าแต่คัตจังหายไปไหนซะแล้ว?”

          “ยืนอยู่โน่นไง”  คามินาริคุงบุ้ยปากไปทางบาคุโกคุงที่ยืนอยู่กับเซโระคุง พอเขารู้ตัวว่าถูกมองจึงทำหน้ายักษ์กลับมาทันที

          “ฉันไม่ไปหรอกนะ!

เอ๊ะ!?

          “ไม่ได้นะ!”  อีดะคุงตรงไปหาบาคุโกคุงทันทีเพื่อทวงสิทธิ์ให้ฉัน  “ถ้านายไม่ไปอุรารากะคุงก็ไปไม่ได้นะ!

          “มันเกี่ยวอะไร!?–”

          “บนตั๋วมีตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เป็นคู่อยู่ ถ้าพวกนายไม่ไปเป็นคู่อีกคนก็จะเข้าสวนสนุกไม่ได้!

          “มีของแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอวะ”  คิริชิมะคุงพึมพำพร้อมกับพลิกตั๋วไปมา

เรื่องตัวอักษรฉันรู้ ตั๋วของฉันกับบาคุโกคุงมีตัว A อาจจะหมายถึงคู่แรก


          “ถ้างั้นแกจะไปแทนฉันไหมคามินาริ!?”

          “แบบนี้ก็ไม่ได้!”  อีดะคุงยกมือเป็นรูปกากบาท

          “แล้วมันทำไมอีกหา!!?”

          “นายเซ็นชื่อลงบนตั๋วตั้งแต่ตอนรับมาแล้วลืมรึไง! ถ้าให้คนอื่นไปแทนนี่มีความผิดเลยนะ!

          “มันจะอะไรกันนักกันหนา!!

          “ไม่รู้แหละ ยังไงนายก็ต้องไป ไม่งั้นนายจะทำให้อุรารากะคุงเสียโอกาสไปเที่ยวฟรีเลยนะ แบบนั้นไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ”  อีดะคุง! พอแล้ว~!

          “หา!!? ปากดีเดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!”  บาคุโกคุงเดินเข้าไปใกล้อีดะคุงแค่หนึ่งก้าว แต่เซโระคุงที่ยืนเหงื่อตกอยู่นานก็รีบเข้าไปกันเขาห่างจากอีดะคุงทันที

ไหวพริบดีมากเลย ขอบคุณนะเซโระคุง ไม่อย่างนั้นหอพักต้องถึงคราวอวสานแน่ๆ

          “เห็นใจอุรารากะคุงหน่อยนะบาคุโกคุง”  อีดะคุงพูดจบก็ผายมือมาทางฉัน บาคุโกคุงที่หันมามองกะทันหันจึงทำให้ฉันปั้นหน้าไม่ถูก ทำได้แค่ยิ้มเม้มปากเท่านั้น

          “รู้แล้วแค่ไปก็พอใช่ไหมล่ะ!!”  เขาเดินฟึดฟัดขึ้นหอพักไปทันทีที่พูดจบ เดาว่าคงกลับไปห้องตัวเอง


          “อุรารากะเธอไม่น่าเต้นคู่กับบาคุโกเลย รู้สึกเหมือนจะโดนฆ่าตลอดเวลายังไงไม่รู้”  มิเนตะคุงเอ่ย

          ฉันส่ายหัว  “ไม่หรอก ฉันเข้าใจบาคุโกคุงนะ ช่วงนี้เรียนหนักคิดว่าใครๆ คงอยากพักหรือไม่ก็เอาเวลาไปฝึกใช้อัตลักษณ์ให้พร้อมสำหรับงานกีฬาตลอดเวลากันทั้งนั้น”

          “ดีใจที่คุณอุรารากะเข้าใจคัตจังนะครับ”

          “อื้ม!

          ใช่ ฉันมั่นใจว่าฉันเข้าใจเขา และฉันสัญญาเลย ว่าสักวันจะต้องเข้าใจมากกว่านี้และเป็นเพื่อนที่ดีกับบาคุโกคุงให้ได้

 

 

 

          “เที่ยวฟรี~!!! เที่ยวฟรี~!!! เย้~!!!

          “อย่าเสียงดังสิ รบกวนคนอื่นเขา”

          ฉัน มินะจัง กับฮากาคุเระจังที่กระโดดโลดเต้นอยู่บริเวณชานชาลารถไฟฟ้าแทบยกมือปิดปากตามๆ กันเมื่อโดนอีดะคุงเตือน

ดีจังที่อีดะคุงมาเที่ยวด้วยกัน ไม่งั้นคงไม่มีใครคุมเด็กไฮเปอร์อย่างพวกเราอยู่

และใช่! สุดสัปดาห์มาถึงแล้ว! เร็วกว่าที่คิดไว้ซะอีก ตั้งแต่วันที่พวกเราตกลงไปเที่ยวกัน ฉันก็นับวันนับคืนตั้งตารอให้ถึงวันนี้ไวๆ เลยนะ ดังนั้นวันนี้แหละวันปล่อยผีของพวกเรา!


“ทุกคนมากันครบใช่ไหมครับ?”  เดกุคุงกวาดสายตาพลางนับจำนวนพวกเราทุกคน  “ครบแปดคนสี่คู่พอดีเลย วันนี้คนอาจเยอะหน่อยดูแลคู่ตัวเองด้วยนะครับจะได้ไม่หลง”

“ไม่หน่อยแล้ว ดูนั่นสิมิโดริยะ”  คิริชิมะคุงชี้ไปทางกลุ่มคนที่ทยอยมาบนชานชาลาเรื่อยๆ

“เอ่อจริงด้วย งั้นพวกเราเข้าแถวกันเถอะครับ”

เกือบลืมไปเลยแฮะว่าวันนี้เป็นวันหยุด กว่าจะไปถึงสวนสนุกก็ต้องฝ่าดงซอมบี้บนรถไฟไปให้ได้ก่อน... ไม่ได้ๆ! จะมาพลังหมดกับเรื่องแค่นี้ไม่ได้นะอุรารากะ โอชาโกะ! สวนสนุกรออยู่!


ฉันสูดหายใจเข้าลึก กวาดสายตาไปรอบๆ ชานชาลาก่อนจะเปลี่ยนมาเงยมองแผ่นหลังบาคุโกคุงที่ยืนอยู่ข้างหน้า วันนี้เขาไม่ได้ทำหน้าเซ็งกะตายเหมือนวันก่อน หวังว่าคงเปลี่ยนใจอยากมาเที่ยวด้วยจริงๆ แล้วนะ

“อ๊ะ! รถไฟมาแล้ว!

เสียงฮากาคุเระจังที่ยืนข้างหลังดังขึ้นเมื่อรถไฟแล่นมาจอดเทียบชานชาลา ทั้งฝูงคนที่ออกมาจากรถไฟบวกกับคนที่รอขึ้นรถไฟทำเอาชานชาลาแออัดไปหมดจนฮากาคุเระจังถึงกับเซเพราะบางคนไม่ทันสังเกตเลยชนเธอ โชคดีที่ยังมีโอจิโร่คุงคอยระวังให้อยู่


แถมข้างในรถไฟนี้ก็แน่นซะจนแทบหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่ากว่าจะถึงสวนสนุกจะโดนเบียดจนแบนก่อนรึเปล่า มิหนำซ้ำ เพื่อนๆ แต่ละคนยังต้องกระจายกันไปหมด มีเพียงบาคุโกคุงเท่านั้นที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉัน


ฉันพยายามหาที่ยึดก่อนรถไฟออก ทว่านอกจากจะเอื้อมไม่ถึงแล้วเสายังอยู่ไกลอีก จะขอเกาะบาคุโกคุงก็ไม่รู้ว่าเขาจะยอมรึเปล่า แต่ไม่เป็นไร! เดี๋ยวฉันทรงตัวเอา ถือว่าหาอะไรเล่นสนุกๆ ฆ่าเวลา

“อ๊ะ–!


ยังไม่ทันขาดคำ ฉันก็เซจนหน้าไปกระแทกเข้ากับแผ่นหลังบาคุโกคุงทันทีที่รถไฟเริ่มเคลื่อน จากนั้นจึงยิ้มแห้งให้เขาอย่างรู้สึกผิดพอกลับมาทรงตัวได้แล้ว  “ขอโทษนะ แหะๆ~”

ใจหายวูบเลยเมื่อกี้ เกือบล้มแล้วไหมล่ะ

“ขอโทษนะครับขอทางหน่อย”  ผู้ใหญ่คนหนึ่งกระซิบบอกคนที่อยู่รอบๆ ขณะพยายามแหวกฝูงคนไปอีกโบกี้ ฉันหาทางหลบให้เขาอย่างเก้ๆ กังๆ รู้สึกอยู่ตรงไหนก็ดูเกะกะไปหมด


“มานี่”  บาคุโกคุงดึงต้นแขนฉันเบาๆ จนผู้ใหญ่คนนั้นผ่านไปได้และพามาอยู่บริเวณประตูรถไฟ ฉันไม่โดนอัดเป็นปลากระป๋องแบบเมื่อกี้แล้ว ตอนนี้มีแค่บาคุโกคุงตรงหน้ากับคนที่ยืนข้างๆ สองสามคนเท่านั้น หายใจสะดวกขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะแหนะ!

“ขอบคุณนะบาคุโกคุง ไม่งั้นฉันต้องแบนตายก่อนลงสถานีแน่ๆ”  ฉันเงยหน้ายิ้มขอบคุณแต่บาคุโกคุงไม่ได้ตอบอะไร



เวลาผ่านไปไม่นานนักรถไฟก็ถึงสถานี ทว่าเสียดายที่ไม่ใช่สถานีที่พวกเราจะลง ยิ่งไปกว่านั้นคนที่ลงสถานีนี้กลับมีน้อยขัดกับจำนวนคนขึ้นรถไฟอีกจึงทำให้แออัดมากกว่าเดิม แถมใครบางคนยังชนหลังบาคุโกคุงจนเขาเซนิดหน่อยด้วย


“บาคุโกคุง”  ฉันกระซิบ  “เขยิบเข้ามาไหม? ตรงนี้ยังมีที่ว่างนะ”

“ไม่เอา”

“แต่บาคุโกคุงจะล้มเอานะ”

“หา? ห่วงตัวเองดีกว่าไหม ฉันไม่ล้ม–”

ปึ้ก!!


เสียงบาคุโกคุงขาดช่วงลงหลังจากโดนชนอย่างแรงจนถลาเข้ามาใกล้ ฉันที่ไม่ทันตั้งตัวจึงถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้สบนัยน์ตาคมสีแดงในระยะประชิดกะทันหัน ดีแค่ไหนที่เขาใช้แขนยันประตูไว้เหนือหัวก่อน ไม่อย่างนั้นล่ะก็ฉันไม่อยากจะนึกเลย


บาคุโกคุงขบฟันพร้อมกับเสมองไปทางอื่นหลังจากที่พวกเราทั้งคู่เหมือนจะจ้องตากันนานเกินไปแม้ความจริงจะยังไม่เกินสิบวินาทีก็ตาม ฉันกะพริบตาถี่แล้วหลุบสายตาลงบ้าง รู้สึกได้เลยว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้น แถมเจ้าหัวใจบ้าก็ยังเต้นรัวซ้ำตอกย้ำสถานการณ์ในตอนนี้อีก


มิน่าล่ะเขาถึงไม่ยอมเขยิบมา ไม่คิดเลยว่าจะใกล้ขนาดนี้ ใกล้มากซะจนไม่กล้าหายใจ


ฉันพยายามควบคุมและค่อยๆ ผ่อนลมหายใจช้าๆ อย่างกลัวว่าตัวเองจะเผลอหายใจรดรบกวน ทว่ากลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ จากตัวเขาที่ลอยเข้ามากลับยิ่งทำให้ฉันแทบเสียสติ

ทำยังไงดี? ฉันจะหลุดจากสถานการณ์นี้ไปได้ยังไง?


ครึ้ก!!


รถไฟขบวนนี้เหมือนจงใจแกล้งกันด้วยการเบรกกะทันหัน ราวกับหยิบเทปเมื่อกี้มาฉายวนซ้ำจนฉันหลับตาปี๋ ต้องขอบคุณแขนบาคุโกคุงที่ยังยืนหยัดยันประตูเอาไว้ได้มาจนถึงตอนนี้แม้ระยะห่างระหว่างเราทั้งคู่จะไม่ได้มากขึ้นเลย กลับยิ่งน้อยลงด้วยซ้ำ


“รถไฟบ้านี่ขับกระชากชะมัด!


บาคุโกคุงเริ่มอารมณ์เสียแล้ว ไม่งั้นคงไม่ขมวดคิ้วและบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างนี้ สายตาของเขายังคงเสมองไปทางอื่น ขณะเดียวกันก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่แตะต้องตัวฉันแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นผู้ชายบางคนคงค่อนข้างพึงพอใจกับสถานการณ์แบบนี้ไม่น้อย


แต่กับบาคุโกคุงไม่ใช่เขาแตกต่างจากผู้ชายเหล่านั้น


เพราะนี่เป็นบาคุโกคุงฉันถึงได้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาและเชื่อใจว่าเขาจะไม่มีทางทำอะไรไม่ดีแน่นอน


ฉันอมยิ้มเล็กน้อยพลันรับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นด้วยความรู้สึกต่างจากเดิม ไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไหร่เหมือนตอนแรกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังภาวนาขอให้ถึงสถานีเร็วๆ สักที


ไม่อย่างนั้นล่ะก็บาคุโกคุงที่หงุดหงิดต้องระเบิดรถไฟขบวนนี้แน่ๆ


ส่วนฉันก็อาจจะหัวใจวายก่อนก็ได้




Chit-Chat : ขอขอบคุณแรงบันดาลใจจากรถไฟที่ขึ้นต้นด้วยบีกับรถไฟที่ขึ้นต้นด้วยแอร์จนได้เป็นตอนแห่งการยกความดีความชอบให้รถไฟในวันหยุด อัญชลี วันทา อภิวาท

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #32 Kkunlert (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 10:32

    ใกล้จะไม่กล้าหายใจ...

    เขินเป็นบ้าเลยตอนนี้

    #32
    0
  2. #27 -yumemaru- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 19:16
    ตั้งแต่อ่านคู่นี้มาชอบของไรท์ที่สุดเลยค่ะ^^
    #27
    0
  3. #26 Little_Ryu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 11:15

    อ่านแล้วเขิน หยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #26
    0
  4. #25 CaTMinLioN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 09:09

    อยากให้ไรท์บรรยายผ่านมุมมองของคัตจังบ้าง!
    #25
    0
  5. #24 Princess Serena (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 06:13
    บาคุโกไม่เขินน้องหน่อยเหรอ....
    #24
    0