[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 5 : 4th Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    24 มิ.ย. 64

B
E
R
L
I
N
 


4th Hero

 

 


          นับตั้งแต่วันที่เกิดโศกนาฏกรรมที่โรงอาหารก็ผ่านมาได้สามสี่วันแล้ว ปรากฏว่าบาคุโกคุงไม่ยอมอยู่ใกล้ฉันเลยแม้แต่นิดเดียว พอจะเข้าไปคุยหรือทักทาย เขาก็จะแยกเขี้ยวใส่เหมือนแมวขู่แล้วจบด้วยการสับขาหนีเสมอ แถมเวลาที่แอบมองเขาแล้วถูกจับได้ ฉันจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่เขาก็มักตอบแทนด้วยใบหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อทุกครั้ง

เฮ้อ~ ทำยังไงดีนะ เพราะคิดว่าบาคุโกคุงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรถึงได้อยากเป็นเพื่อนด้วย แต่นี่เขากลับขู่ฟ่อๆ ใส่ทุกครั้งที่เจอหน้า แบบนี้ก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่น่ะสิ

 


          “คาบฝึกการใช้อัตลักษณ์วันนี้ให้ทุกคนจับคู่ฝึกกัน ครูจะมีสลากให้จับ แล้วจะค่อยให้แต่ละคู่ทยอยมาสู้กับครูเหมือนทุกครั้ง เพราะงั้นก็พยายามพัฒนาอัตลักษณ์ของตัวเองเข้าล่ะ”  เอกโตปลาสซึมอธิบายหัวข้อในวันนี้โดยสังเขปจากนั้นจึงให้พวกเราแต่ละคนออกไปจับสลากหาคู่ฝึกของตัวเอง

          “อุรารากะ ฉันได้ฝึกคู่กับเธอ”

          “โทโดโรกิคุง! รบกวนด้วยนะ”


พวกเราแยกไปหาพื้นที่ว่างๆ เพื่อฝึกใช้อัตลักษณ์ร่วมกัน พร้อมกับระดมสมองคิดเต็มที่ว่าจะสนับสนุนกันยังไงเวลาโจมตีคู่ต่อสู้ ซีโร่กราวิตี้ของฉันน่าจะเหมาะเป็นฝ่ายสนับสนุนครึ่งร้อนครึ่งเย็น เพราะงั้นถ้าหลักๆ ให้โทโดโรกิคุงเป็นฝ่ายโจมตีน่าจะดีกว่า


“เธอมีท่าไม้ตายไหม?”

          “ท่าไม้ตายเหรอ”  ฉันเงยหน้านึก  “จะว่าไปเมื่อตอนงานกีฬายูเอย์ปีที่แล้ว ท่านั้นก็ถือเป็นท่าไม้ตายของฉันนะ”

          โทโดโรกิคุงเงยหน้าบ้าง  “ตอนที่เธอสู้กับบาคุโกน่ะเหรอ?”

          “ใช่”

          “ที่เธอหลอกให้เขาระเบิดพื้นแล้วค่อยปลดพลังให้หินตกลงมาใช่ไหม?”

          “อืม ชื่อท่าฝนดาวตกน่ะ แต่ว่าถ้าอีกฝ่ายมีพลังการโจมตีเหนือกว่ามากมันก็อาจจะไม่มีผลเหมือนตอนนั้นก็ได้”

ฉันกับโทโดโรกิคุงใช้นิ้วมือรองคางโดยไม่ได้นัดหมาย ต้องทำยังไงถึงจะดึงประสิทธิภาพซีโร่กราวิตี้ที่เราอาจไม่รู้ออกมาได้หมดนะ ที่สำคัญ จะต้องทำงานร่วมกับครึ่งร้อนครึ่งเย็นได้ดีด้วย มีเทคนิคอะไรเจ๋งๆ บ้างไหมนะ


          “ถ้าเป็นน้ำแข็งล่ะก็เธอควบคุมได้ใช่ไหม?”

          “ได้นะ ก็คงไม่ต่างจากหินเท่าไหร่”

          “แล้วไฟล่ะ? แตะไฟได้ไหม?”

          “เอ๊ะ!? นั่นก็น่าจะเกินขีดจำกัดไปนะโทโดโรกิคุง”

          “ฉันก็ว่าอย่างนั้น”  เขากะพริบตาปริบๆ พลางเกาหัว  “ฉันคิดว่าเราควรมีเป้าหมายในการต่อสู้ก่อน”

          “เป้าหมายเหรอ?”

          “ใช่ เป้าหมายคือส่งเธอไปแตะตัวคู่ต่อสู้ให้ได้ ถ้าแตะได้ก็มั่นใจได้เลยว่าโอกาสชนะสูง ตอนส่งเธอไปฉันอาจใช้น้ำแข็งกันไว้ให้ หรือถ้าเธออยากใช้น้ำแข็งสำหรับท่าไม้ตายก็ได้ แล้วระหว่างนั้นฉันจะใช้ไฟจัดการเบี่ยงเบนความสนใจคู่ต่อสู้ไปด้วย พอนึกภาพออกรึเปล่า?”

          ฉันพยักหน้ารัว  “นึกออกๆ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่น่าจะท้าทายที่สุดคือความเร็วสินะ”

          “ใช่ ยิ่งเธอถึงตัวคู่ต่อสู้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสชนะสูงขึ้นเท่านั้น”

          “เยี่ยมไปเลยโทโดโรกิคุงถ้าอย่างนั้นมาลองฝึก–”

          “บ้าไปแล้วรึไงหา!!?”  ฉันชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงโวยวายจากอีกฝากหนึ่ง เป็นบาคุโกคุงนั่นเองที่ทำท่าเหมือนจะพ่นไฟใส่ทสึยุจังอยู่รอมร่อจนเธอต้องยกมือปราม

“แต่นั่นก็เป็นแค่วิธีที่ฉันยกตัวอย่างขึ้นมาจะได้ใช้อัตลักษณ์ของฉันสนับสนุนบาคุโกจังได้”

“อัตลักษณ์ของเธอมันคืออะไร!!?”

“บาคุโกจังจำไม่ได้เหรอ? อัตลักษณ์ของฉันคือกบไง”

“จำไม่ได้ทั้งนั้นโว้ย!!

ฉันกะพริบตาปริบๆ เห็นท่าไม่ดีจึงเดินตรงไปหาก่อนที่บาคุโกคุงจะงับหัวทสึยุจังซะก่อน  “ทสึยุจัง บาคุโกคุง มีเรื่องอะไรกันเหรอ?”

“หา!?”  บาคุโกคุงถอยหลังไปสองสามก้าว เริ่มแยกเขี้ยวอีกครั้งหลังจากเห็นฉันเข้ามาห้ามทัพ

“คือว่านะโอชาโกะจัง… ฉันกำลังเสนอวิธีการต่อสู้ให้บาคุโกจังเพราะเคยสู้กับเอกโตปลาสซึมมาแล้ว ร่างโคลนของเขาจะทำให้เราเสียเวลาต่อสู้โดยไม่จำเป็น ถ้ารีบๆ เข้าไปจัดการโดยตรงน่าจะตรงเป้าที่สุด แต่จะสู้กับเขาทื่อๆ ก็ไม่ได้อีก ฉันเลยคิดว่าเราอาจต้องหลีกเลี่ยงร่างโคลนแล้วก็หลอกเอกโตปลาสซึมไปพร้อมๆ กัน–”

“ด้วยการที่เธอจะตวัดลิ้นมารัดตัวฉันแล้วช่วยกำหนดทิศทางให้น่ะเหรอหา!!? ลิ้นยาวๆ ของเธอเนี่ยเหรอยัยกบ!! แค่ฉันใช้ระเบิดของฉันก็ทำได้ทุกอย่างที่เธอพูดมาแล้ว!!

“บาคุโกจังยังฟังไม่จบเลย นั่นเป็นตอนที่ฉันยกตัวอย่างตอนที่สู้ด้วยกันกับโทโคยามิจังต่างหาก ถ้าจะไม่ใช้ลิ้นก็ได้แต่ก็ยังสู้ทื่อๆ ไม่ได้อยู่ดี”

“ฉันเห็นด้วยกับทสึยุจังนะบาคุโกคุง”  ฉันหันไปมองเขา  “เอกโตปลาสซึมมีเทคนิคใช้สู้กับพวกเราเยอะมาก ถ้าสู้แบบไม่วางแผนเลยคง–”

“แล้วใครบอกว่าฉันจะสู้แบบไม่มีสมองหา!!? ฉันก็มีวิธีเหมือนกันแค่ไม่ต้องพึ่งลิ้นของยัยกบก็พอ!!

ฉันเอียงหัวน้อยๆ  “อย่าบอกนะว่าที่เถียงกันอยู่เพราะแค่เรื่องลิ้นของทสึยุจัง?”

“แล้วเธอมีปัญหาเหรอยัยหน้ากลม!!?”  บาคุโกคุงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะเปลี่ยนมาหาเรื่องฉันแทน แต่นั่นกลับทำให้ฉันหัวเราะออกมา  “ขำอะไรหา!!?”

“ก็ขำบาคุโกคุงไง ฮ่าๆๆ~!! สุดท้ายที่โวยวายแทบตายก็แค่เรื่องลิ้นนี่เอง ตลกจัง~”

เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งยัวะใหญ่แล้วเดินมาใกล้ฉัน  “ครั้งที่แล้วยังไม่ได้คิดบัญชีนะ!! เธออยากตายตอนนี้เลยไหม!!?”

“อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงนะบาคุโก”

“เงียบไปไอ้ครึ่ง!!”  มือของบาคุโกคุงเริ่มมีเสียงระเบิดดังออกมา  “ขืนยังพูดมากฉันจะฆ่ายัยหน้ากลมนี่ก่อนแล้วแกจะเป็นศพต่อไป!!

บาคุโกคุงยังปะทะคารมกับโทโดโรกิคุงไม่เลิก ขณะเดียวกันโทโดโรกิคุงก็พยายามประนีประนอมเต็มที่ตามฉบับของเขาแม้มันจะไม่ต่างจากการปั่นประสาทก็ตาม

ฉันแหงนมองบาคุโกคุง ไม่กลัวใบหน้าที่ดูโกรธตลอดเวลาของเขาอีกแล้วเพราะเชื่อว่านั่นเป็นเพียงความเคยชิน ยอมรับว่าอย่างตอนปีหนึ่งฉันค่อนข้างผวาเพราะท่าทีก้าวร้าวจึงไม่ค่อยกล้าสุงสิง แต่ก็เริ่มเปิดใจบ้างหลังจากงานกีฬายูเอย์ประจำปี ตอนที่ไปเข้าค่าย ตอนที่พวกเราคุยกันเรื่องเดกุคุง รวมถึงตอนที่ออกไปทำภารกิจด้วยกัน

และตั้งแต่วันงานกีฬาสีโรงเรียน อะไรหลายๆ อย่างก็ทำให้เปลี่ยนความคิด ฉันไม่ได้มองเขาอย่างเดิมอีก แถมยังรู้สึกได้ว่าบาคุโกคุงในปีสองนี้แตกต่างจากบาคุโกคุงเมื่อปีหนึ่ง เพียงแต่ความแตกต่างนั้นหากไม่สังเกตให้ดีอาจมองไม่เห็น

เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ ถึงอยากรู้จักมากกว่านี้และอยากเป็นเพื่อนกับเขาให้ได้

บาคุโกคุงเลิกเถียงโทโดโรกิคุงชั่วคราวแล้วหันกลับมาจงใจจะจัดการฉันก่อน ทว่าพอเห็นฉันอมยิ้ม เจ้าตัวก็แว้ดต่อทันที  “ยิ้มอะไรหา!!?”

 ฉันไม่ตอบ และไม่รู้ว่าอะไรดลใจถึงได้กล้าเสี่ยงตาย ค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นไปดึงแก้มเขาทั้งสองข้างเบาๆ บาคุโกคุงเบิกตากว้างเหมือนชะงักเล็กน้อย เพื่อนๆ ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ก็แทบช็อกไปตามๆ กัน  “อย่าโกรธเพื่อนนะบาคุโกคุง~ ยิ้มนะยิ้ม~”

รังสีดำมืดที่เริ่มแผ่ออกมาจากตัวเขาไม่ได้ทำฉันเกรงกลัวอะไร กลับคลี่ยิ้มออกมาหน้าตาเฉยด้วยซ้ำ บาคุโกคุงกัดฟันแน่นเมื่อเห็นฉันบังอาจถือวิสาสะเล่นแก้มแล้วโวยวายลั่น  “อุรารากะ!!!

“นั่นมันคุณอุรารากะกับคัตจังนี่อีดะคุง!!

“อะไรเนี่ยบาคุโกคุงอีกแล้วเหรอ!!?”

สำหรับทุกคน คงไม่มีอะไรน่าตกใจไปกว่าตอนเห็นบาคุโกคุงเงื้อมือขึ้นทำท่าราวกับจะปล่อยระเบิดใส่ เพราะงั้นฉันถึงได้หลับตาปี๋เตรียมพร้อมรับแรงระเบิดหรืออะไรก็ตามเต็มที่จนคิริชิมะคุงต้องตะโกนห้าม

“เฮ้ย!! บาคุโกหยุดนะ!!


ทว่าสิ่งที่ใครๆ กลัวกลับเหนือความคาดหมาย ทันทีที่ฉันรับรู้ได้ถึงสัมผัสบนแก้มบ้างก็ลืมตาขึ้น บาคุโกคุงยังแยกเขี้ยวใส่อยู่พร้อมกันนั้นจึงทั้งหยิกทั้งบิดแก้มฉันเต็มแรง  “ตายซะยัยหน้ากลม!!! ตายซะ!!! ตายซะ!!!

“อื้อ~!!!”  ฉันขบฟัน น้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บพลางบิดแก้มคืนอย่างไม่ยอมแพ้ เขาเห็นฉันยังไม่สำนึกผิดจึงออกแรงบิดมากกว่าเดิม

“สู้เหรอหา!!? สู้เหรอ!!?”


อีดะคุงที่วิ่งมาหวังจะห้ามทัพถึงกับตาค้าง ส่วนคิริชิมะคุงถึงกับอ้าปากหวอ เดาว่าคนอื่นๆ ก็คงอยู่ในสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่

“เธอมันทุกรอบเลยรู้ไหม!! น่ารำคาญ!! ลากฉันไปเต้นไก่กาแถมยังแย่งน้ำแย่งอาหารฉันอีก!! วันนี้เธอต้องตาย!! ตายคามือฉันนี่แหละ!!!

“บาคุโกคุงก็เหมือนกัน! ทำเป็นไม่พอใจแต่พอออกไปเต้นก็จริงจังกว่าฉันซะอีก! กินของเผ็ดมาขอดื่มน้ำหน่อยก็ไม่ได้แถมยังโวยวายกับอีแค่เรื่องลิ้นทสึยุจังทั้งๆ ที่เป็นอัตลักษณ์ของเพื่อน!  ฉันเถียงเขากลับอย่างไม่กลัวตาย ต่างคนต่างบิดแก้มจนรู้สึกชาขึ้นมา

“ฉันไม่ได้อยากเต้น!! แล้วก็ไม่ได้จริงจังอย่างที่เธอคิดไปเองด้วย!! หุบปากแล้วแก้มช้ำตายไปซะ!!


พอเพื่อนๆ เห็นพวกเราทั้งคู่ต่างไม่มีใครยอมผละออกจากกันง่ายๆ ก็เริ่มเป็นฝ่ายเข้ามาแทรกแซงสงครามหยิกแก้มระหว่างฉันกับบาคุโกคุงบ้าง

“โอชาโกะจัง ใจเย็นหน่อยนะ พอเถอะ”  ทสึยุจังเข้ามารั้งเอวฉันไว้

“บาคุโกพอได้แล้ว! เดี๋ยวเอกโตปลาสซึมก็มาเห็นหรอก!”  ขณะเดียวกัน คิริชิมะคุงก็เตือนพลางดึงแขนบาคุโกคุงโดยมีคามินาริคุงช่วยด้วย

“ไม่!! วันนี้ฉันต้องได้ฆ่ายัยหน้ากลมนี่!!!

“อุรารากะคุงพอได้แล้ว!”  อีดะคุงห้าม พยายามดึงมือฉันออก แต่เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าปีศาจของฉันก็ร้องลั่น  “ไม่นะ! อุรารากะคุงเทิร์นดาร์คไปแล้ว!

“คุณอุรารากะมีสติหน่อยสิครับ! คัตจังก็ด้วย!


“ตรงนั้นทำบ้าอะไรกันน่ะ”


ฉันกับบาคุโกคุงผละจากกันทันทีแล้วหันไปทางต้นเสียง ก่อนจะพบเอกโตปลาสซึมที่กำลังยืนกอดอก ประกอบกับใบหน้าที่ดูน่ากลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้นก็ยิ่งทำให้ฉันตัวสั่นงันงก ผีบ้าที่ยึดร่างเมื่อครู่หายวับไปทันที ในขณะที่เพื่อนๆ ได้แต่ยิ้มแห้งอย่างไม่รู้จะแก้ตัวแทนยังไง


“ว่างเหรอ?”  เขาถามเสียงเรียบเหมือนไม่ได้โกรธอะไรแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังวางใจไม่ได้

“เปล่าค่ะ/เปล่าครับ”


“งั้นก็ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย ไปฝึกกันต่อได้แล้ว”  สิ้นเสียงเอกโตปลาสซึม เพื่อนๆ แต่ละคนจึงแยกย้ายราวกับว่าคำเตือนเมื่อกี้ไม่ได้มีไว้ให้สำหรับฉันกับบาคุโกคุงเท่านั้น

รอยแดงบนแก้มเขาเห็นได้ชัด ฉันยกมือลูบแก้มตัวเองเบาๆ คิดว่าสภาพในตอนนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ จากนั้นบาคุโกคุงจึงชำเลืองมองฉันเล็กน้อยแล้วแยกไปกับทสึยุจัง


“อุรารากะ”

ฉันยิ้มเจื่อนๆ ให้โทโดโรกิคุงที่เรียกเมื่อกี้พลางยกมือรองท้ายทอย  “ขอโทษนะโทโดโรกิคุงทำให้วุ่นวายไปด้วยเลย”

โทโดโรกิคุงส่ายหน้าน้อยๆ แต่สุดท้ายก็หลุดขำพรืดออกมา


เฮ้อ~ ก็อยากจะทำใจให้สบายอยู่หรอก แต่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ยิ่งเป็นเพื่อนกับบาคุโกคุงลำบากคูณสองเลยน่ะสิ ไม่น่าเริ่มก่อนเลยเรา




Chit-Chat : คิดว่านิสัยที่ไม่ค่อยกลัวเจ้าคัตคงไม่ห่างจากคาแรคเตอร์น้องชาเลย น้องชาเห็นเจ้าคัตทำหน้าบึ้งค่ะ อยากให้ยิ้มบ้างก็เลยอาจทำอะไรบุ่มบ่ามไปจนเจ้าคัตโกรธแถมยังไปไม่ถูกก็เลยแสดงออกมาด้วยการหยิกแก้มคืนซะงั้น อารมณ์ชั่ววูบของน้องชานี่ก็น่ากลัวเหมือนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #17 Kkunlert (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 01:44

    งุ้ยยยย หยิกแก้มกันเฉย เป็นวิธีที่น่ารักมั่กกก อยากให้โทโดโรกิมีบทกับอุราระกะจังเลยค่ะ5555 แต่ก็ตามใจไรท์เลยค่ะ สู้ๆนะคะ รออ่านค่ะ

    #17
    0
  2. #15 Princess Serena (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 22:35
    เราชอบน้องมากเลยค่ะ นิสัยน้องน่ารักจริงๆ เวลาน้อวอยู่โทโดโรกิเราก็ชอบนะคะ คู่นี้คนจิ้นเยอะเหมือนกัน ให้โทโดโรกิเป็นพระรองก็ดีนะคะไรท์ แค่ก----
    #15
    0
  3. #10 KanashimiYami (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 14:05
    น่าร้ากกกกมากกกกกเลยค่าาาาาา
    #10
    0
  4. #9 Little_Ryu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 00:22

    โอ๊ยยยย น่ารักมากเลยอ่ะสองคนนี้ นี่เห็นเลยเข้ามาอ่านก่อนนอน นอนหลับสบายแล้วค่า ฟินนน
    #9
    0