[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 4 : 3rd Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    16 มี.ค. 64

B
E
R
L
I
N
 


3rd Hero

 

 


          “ทำไมฉันถึงไม่ได้ตั๋วเที่ยวสวนสนุกฟรีบ้างล่ะเนี่ย~”

“ของแบบนี้ใครเร็วได้ไง! ครั้งหน้าก็ไปฝึกมาใหม่นะ~”  มินะจังจงใจพูดติดตลกพลางโบกตั๋วในมือต่างพัด แกล้งให้คามินาริคุงที่อมแก้มป่องเหมือนเด็กน้อยอยากกินขนมอิจฉาเล่น

ฉันมองพวกเขาเพลินๆ ระหว่างรอรับตั๋วเที่ยวสวนสนุกฟรีทั้งสองใบ ส่วนบาคุโกคุงเพิ่งจะเดินไปรวมกลุ่มกับคิริชิมะคุงเมื่อกี้ ไม่ได้ยืนรอรับตั๋วฟรีด้วยกัน ดูเหมือนว่าเขาแค่อยากวิ่งแข่งกับเพื่อนๆ เฉยๆ ไม่ได้สนใจตั๋วฟรีหรือคูปองฟรีอะไรขนาดนั้น

ตั๋วทั้งสองใบที่รับมาแล้วต่างมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวกัน และมีชื่อฉันเขียนอยู่ใบหนึ่ง ชื่อบาคุโกคุงอยู่อีกใบหนึ่งด้วยลายมือ

“คุณอุรารากะ”  เดกุคุงเดินมาหาฉันพร้อมกับอีดะคุง  “ยังไงไว้พวกเราไปสวนสนุกด้วยกันเถอะนะครับ ก่อนหน้านี้ผมก็บอกพวกคิริชิมะคุงไปแล้วด้วย ไปกันหลายๆ คนสนุกดี”

“แน่นอนอยู่แล้วเดกุคุง!”  ฉันพยักหน้ารับ  “แล้วนอกจากพวกเราที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว มีเพื่อนห้องเราคนไหนได้ตั๋วอีกไหม?”

อีดะคุงทำท่านึก  “ไม่แน่ใจเลย เผลอๆ ห้องเราอาจจะมีแค่หกคนก็ได้”

เอ๊ะ? เสียดายจัง ถ้ามีเยอะกว่านี้ต้องสนุกมากแน่ๆ แต่ก็เข้าใจว่ายังไงก็ต้องมีคนที่ไม่อยากเสี่ยงโดนเหยียบตายอยู่ดี ถ้าให้เดา โทโดโรกิคุง โมโมะจัง หรือไม่ก็โคดะคุงจะต้องถอนตัวแน่นอน แล้วทสึยุจังล่ะ? จะได้ตั๋วฟรีด้วยไหมนะ?

ฉันก้มมองตั๋วสองใบในมือ จนกระทั่งเห็นตัวอักษรคันจิอ่านว่าบาคุโก คัตสึกิอยู่ทนโท่ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าจะต้องเอาตั๋วไปให้เขาด้วย แต่พอชะโงกมองหาก็เห็นแค่คามินาริคุง เซโระคุง กับมิเนตะคุงในสภาพไม่ยับเยินเหมือนตอนโดนระเบิดก่อนหน้านี้เท่านั้น

“คามินาริคุง”  ฉันเรียกพลางเดินไปหาเขา  “แล้วบาคุโกคุงล่ะ?”

“หืม? เจ้าบาคุโกน่ะเหรอ? กลับหอพักไปพร้อมคิริชิมะกับอาชิโดสักพักหนึ่งแล้วล่ะ ทำไมเหรอ?”

“อ๋อเปล่า ฉันแค่ยังไม่ได้ให้ตั๋วบาคุโกคุงเลยน่ะ แหะๆ~”

“อุรารากะเต้นคู่กับบาคุโกสินะ”  เซโระคุงเอ่ยบ้าง  “ไว้เอาไปให้พรุ่งนี้สิ จริงๆ วันนี้ก็ได้อยู่หรอกแต่เจ้าบาคุโกมันเด็กอนามัยจะตาย กว่าเธอจะกลับถึงหอพักหมอนั่นก็คงหลับแล้วมั้ง”

ฉันพยักหน้าหงึกหงัก  “บาคุโกคุงเป็นเด็กอนามัยนี่เอง เข้าใจแล้ว”

ทั้งคู่เห็นฉันทวนคำแบบนั้นก็ขำพรืด คามินาริคุงจึงต้องโบกมือพร้อมกล่าวเตือน  “เธออย่าไปพูดอย่างนี้ให้บาคุโกได้ยินเชียวนะ นี่เป็นฉายาที่พวกฉันเอาไว้เรียกเวลาหมอนั่นไม่อยู่น่ะ”

“อ๋อ ได้เลย! ฉันจะเก็บเป็นความลับนะ!

“แล้วเธอจะกลับหอพักพร้อมพวกฉันเลยไหม? มิโดริยะแล้วก็อีดะด้วย”

“ไปสิ กลับไปพักผ่อนกันได้แล้วนะทุกคน!”  อีดะคุงว่า


ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ แม้แต่ระหว่างทางกลับหอพัก ฉันก็ยังก้มมองตั๋วในมือพลางนึกถึงบาคุโกคุงไม่เลิก 

เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะเอาตั๋วไปให้และขอบคุณแบบจริงๆ จังๆ ด้วยเลยละกัน นั่นเพราะเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยให้วันนี้ วันธรรมดาๆ ของฉัน กลายเป็นวันที่สนุกขนาดนี้ยังไงล่ะ! มีความสุขจัง!

 

 

 

          ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ให้ตั๋วบาคุโกคุงสักที


          ฉันต่อแถวรอรับอาหารกลางวันพลางนึกเรื่องบาคุโกคุงไปด้วย ตอนแรกคิดว่าจะให้ตั๋วตั้งแต่เช้าแต่ก็ยังหาเวลาเหมาะเจาะไม่ได้สักที อย่างที่ตั้งใจไว้ ฉันไม่ได้จะแค่ให้ตั๋วเฉยๆ แล้วเดินกลับสักหน่อย ถ้าได้พูดคุยกันอีกบ้างคงดีไม่น้อย

          แต่จะว่าไปของฟรีนี่มันดีจริงๆ เลยนะ~ ฉันยิ้มร่าหลังจากรับอาหารแถมด้วยขนมโมจิจากแม่ค้าที่แน่นอนว่าไม่เสียเงินสักเยน! ก่อนจะหันซ้ายแลขวามองหาทสึยุจัง ไม่ก็เดกุคุง หรือไม่ก็อีดะคุง


          “อ้าว?”  ก่อนหน้านี้ยังเห็นอยู่เลยแท้ๆ ตอนนี้พวกเขาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

ฉันเดินช้าๆ กวาดสายตามองหาเพื่อนทั้งสามท่ามกลางนักเรียนนับสิบแต่ก็ไม่พบวี่แวว จนกระทั่งสายตาไปสะดุดกับทรงผมเด่นๆ ของใครคนหนึ่งเข้า งั้นวันนี้นั่งกับเพื่อนคนอื่นไปก่อนแล้วกัน!

          “คิริชิมะคุง!”  ฉันยิ้มกว้าง เดินไปหาเขาที่นั่งอยู่กับเซโระคุง  “ฉันขอนั่งด้วยคนนะ พอดีว่าหาทสึยุจังไม่เจอน่ะ”

          คิริชิมะคุงพยักหน้าหงึกหงัก  “ได้สิ นั่งเลยๆ”

          “ขอบคุณนะ!”  เห็นเขาตอบรับ ฉันก็ตั้งใจจะเดินไปนั่งข้างๆ เซโระคุง ทว่าต้องชะงักฝีเท้าลงก่อนเมื่อเห็นบาคุโกคุงเดินถืออาหารมาที่โต๊ะพอดี  “บาคุโกคุง! วันนี้ฉันนั่งกินข้าวด้วยคนนะ!

          บาคุโกคุงมองหน้าฉันนิดหน่อย ไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะนั่งลงข้างคิริชิมะคุง ส่วนฉันก็เลือกนั่งตรงข้ามเขาข้างๆ เซโระคุงดังเดิมอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก จากนั้นจึงหยิบตั๋วที่เก็บไว้ให้อย่างดีออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นให้  “นี่ตั๋วของบาคุโกคุงนะ!

          เขาละสายตาจากอาหารมายังตั๋วในมือฉันและกลับไปสนใจอาหารดังเดิม  “ไม่เอา”

          “ได้ไงกัน นี่เป็นของบาคุโกคุงนะ”

          “ใช่ รับไปสิบาคุโก นี่มันเป็นรางวัลที่นายอุตส่าห์ลำบากลำบนวิ่งฝ่าฝูงชนไปเอามาเลยนะ”  เซโระคุงพูดติดตลก

          “แกหุบปากแล้วกินข้าวไป!”  บาคุโกคุงทำหน้าเบ้ เซโระคุงเห็นดังนั้นจึงอมยิ้มแล้วหันไปกินอาหารต่อ  “เอามานี่”

ฉันยิ้มกว้าง มอบตั๋วให้แต่โดยดีเมื่อเขายื่นมือมารอรับไว้  “ขอบคุณนะที่อุตส่าห์ไปเอาตั๋วฟรีนี่มาให้ ถ้าไม่ได้บาคุโกคุงล่ะก็ฉันคงไม่ได้เที่ยวสวนสนุกฟรีแน่”

“หา!? ฉันอยากได้ซะที่ไหนของไร้สาระพรรค์นี้!

“แต่บาคุโกคุงวิ่งเอาเป็นเอาตายเพื่อมันเลยนะ”

“ใช่ๆ ฉันก็เห็น”  คิริชิมะคุงสนับสนุน  “พวกเราอยู่แนวหลังแท้ๆ ไกลจากครูยามาดะมากด้วย แต่นายกลับวิ่งเหมือนผีเข้าเพื่อไปแย่งมาเลยนะ ฉันยังอึ้งเลย!

“แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าไม่อยากได้ได้ยังไงล่ะเนอะ ว่าไหมอุรารากะ?”  เซโระคุงเสริม

ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้สนใจตั๋วฟรีจริงๆ แค่อยากวิ่งชนะเท่านั้น แต่ฉันก็อดพยักหน้าเออออตามคิริชิมะคุงกับเซโระคุงไม่ได้

“พูดมาก!! เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!”  บาคุโกคุงเอ่ยประโยคประจำตัวออกมาเหมือนเคยพลางทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อนสนิททั้งสองจนพวกเขาถึงกับยกมือปราม

“อย่าหัวร้อนเลยนะบาคุโก กินข้าวเถอะเนอะ กินเยอะๆ ล่ะจะได้โตไวๆ”

คำพูดที่แฝงความกวนเอาไว้ของคิริชิมะคุงทำให้ฉันยกมือป้องปากขำ บาคุโกคุงที่เห็นฉันยังกล้าหัวเราะไม่ยอมสลดจึงหันมาจ้องจะกินหัวบ้าง  “เธอก็เหมือนกัน! ขืนคราวหน้ายังคิดจะใช้อัตลักษณ์นั่นทำให้ฉันหงุดหงิดอีกล่ะก็เตรียมตัวตายซะ!

“แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้บาคุโกคุงได้กินข้าวฟรีตั้งหนึ่งเดือนเลยนะ~

“หนวกหู!!!

โต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง ฉันจึงยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้บาคุโกคุงลดเสียงลงแม้เขาจะยังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ก็ตาม และเพราะยังเชื่อสนิทใจว่านั่นเป็นเพียงนิสัยของเขา ดังนั้นฉันก็จะไม่คิดว่าเขารำคาญฉันอยู่ดี

“แต่เมื่อวานฉันมีความสุขมากเลยนะ”  บาคุโกคุงเปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งเฉยแม้ดูเผินๆ จะยังบึ้งตึงอยู่  “ต้องขอบคุณบาคุโกคุงแหละ”

ฉันฉีกยิ้มอย่างต้องการให้รู้ว่าสิ่งที่เขาได้ฟังนั้นออกมาจากใจจริงของฉัน แต่บาคุโกคุงไม่ได้แสดงท่าทียินดียินร้ายใดๆ ซึ่งก็ไม่แปลก เขาเพียงแค่ขบฟันก่อนจะกลับไปจัดการอาหารตัวเองต่อเท่านั้น


“อ้าว! อุรารากะมานั่งด้วยกันเหรอ”  คามินาริคุงที่เพิ่งถือถาดอาหารมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบิกบาน เขานั่งลงข้างๆ คิริชิมะคุงพร้อมกับแฮมเบอร์เกอร์ของโปรด

“อื้ม! ฉันหาทสึยุจังไม่เจอน่ะ ก็เลยขอมานั่งด้วยหนึ่งวัน”

“จะมานั่งด้วยอีกก็ได้นะ คนเยอะๆ สนุกดี”

“ใจดีจัง ขอบคุณนะ!


ฉันกลับมาให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าหลังจากคุยมานาน ระหว่างกินก็กวาดสายตามองไปเรื่อยเปื่อย ทั้งนักเรียนในโรงอาหารและของโปรดของเพื่อนร่วมโต๊ะ ฉันสังเกตตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วแม้พวกเราจะไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะด้วยกันบ่อยๆ คามินาริคุงชอบแฮมเบอร์เกอร์มาก คิริชิมะคุงก็แทบจะกินเนื้อทุกมื้อ ส่วนเซโระคุงก็มักจะกินส้มเป็นผลไม้ตบท้ายเสมอ พอเหลือบดูอาหารคนที่นั่งตรงข้ามบ้างก็พบว่าเป็นราเม็งที่สีน้ำซุปแทบไม่ต่างกับสีผมคิริชิมะคุงเลย

บาคุโกคุงชอบกินของเผ็ดสินะ กลับกัน ฉันไม่ค่อยได้กินของเผ็ดเพราะอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่รสไม่จัด แต่เห็นแบบนี้แล้วก็น่าลองเหมือนกันแฮะ

“บาคุโกคุง”  ฉันกระซิบ

“หา?”

“ขอชิมราเม็งหน่อยสิ”

“อย่างเธอกินต้องตายแน่ อยากตายรึไง”  บาคุโกคุงขู่พลางดื่มน้ำในขวด

“อยากลองว่ารสชาติจะเป็นยังไงน่ะ ขอชิมหน่อยนะ คำเล็กๆ ก็ได้”

เขาถอนหายใจพร้อมกันนั้นจึงเลื่อนถ้วยราเม็งมาใกล้  “อย่าหาว่าไม่เตือน”

“ขอบคุณนะ”  ว่าจบฉันจึงตักราเม็งคำเล็กๆ ในถ้วยมาลองชิม ก็รู้ว่าบาคุโกคุงชอบกินเผ็ดแต่ว่าเขาชอบกินเผ็ดขนาดไหน จะได้รู้เดี๋ยวนี้แหละ!...


ฉันเคี้ยวอาหารก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น จู่ๆ ก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเบลอไปหมดราวกับกินแล้วก็ซึ้งในรสพระธรรมขึ้นมาซะอย่างนั้น

“อุรารากะเธอร้องไห้ทำไม!? เศร้าอะไรบอกพวกเราได้นะ!”  คิริชิมะคุงที่กำลังจะคีบเนื้อเข้าปากถึงกับทำเนื้อหล่นลงจาน

“อะไรน่ะ!! ฮ่าๆๆๆ~!! ของฟรีมันอร่อยจนถึงขนาดต้องหลั่งน้ำตาเลยเหรออุรารากะ!!

อย่าเพิ่งเออออกันเอาเองสิคิริชิมะคุง คามินาริคุง~

“บอกแล้วไม่เชื่อ!

“นายแกล้งอะไรอุรารากะน่ะบาคุโก?”  เซโระคุง ไม่ใช่อย่างนั้นนะ

“หา!? ฉันเนี่ยนะ!? ยัยนี่มาขอฉันกินเองต่างหาก!!

“ฮ่าๆๆๆ~!! จริงจังรึเปล่าเนี่ยอุรารากะ!! นี่เธอฆ่าตัวตายชัดๆ ดูสิปากแดงหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ~!!!”  คามินาริคุงที่ดูจะเป็นห่วงเป็นใยฉันซะเหลือเกินหัวเราะลั่นพลางตบโต๊ะไปด้วย

เผ็ด! ทำไมมันเผ็ดอย่างนี้!! กินเข้าไปได้ยังไง!! ต่อมรับรสลิ้นไม่พังเอาเหรอ!?

ฉันหลับตากลืนด้วยความยากลำบาก จากนั้นจึงรีบยกซุปมิโซะตรงหน้ากระเดือกลงคอจนหมดถ้วยแต่ก็ยังไม่หายเผ็ดสักที!

“เห็นไหม!!? กินไม่ได้จริงๆ ด้วย!! เสียดายของชะมัด!!”  บาคุโกคุงส่ายหัวอย่างขุ่นเคือง แต่เขาคงจะไม่อาละวาดหนักต่อจากนี้ถ้าฉันไม่หลับหูหลับตาคว้าอะไรมาดับความเผ็ดได้ก็คว้ามาก่อนซึ่งสิ่งนั้นก็คือน้ำของเขานั่นเอง ฉันยกน้ำที่มีอยู่เต็มขวดของบาคุโกคุงมาดื่มไม่คิดชีวิต ไม่สนใจสีหน้าของเขาที่พร้อมจะบันดาลโทสะได้ตลอดเวลาเลย

“เฮ้ย!!! นี่เธอแย่งอาหารไม่พอยังแย่งน้ำฉันอีกเหรอ!!! สรุปว่าเตรียมตัวตายแล้วใช่ไหมหา!!!??”

แสงประกายระเบิดปรากฏขึ้นบนมือเขาในขณะที่คามินาริคุงก็ยังหัวเราะเหมือนจะขาดใจตายต่อไป มิหนำซ้ำคิริชิมะคุงกับเซโระคุงก็ยังบ้าจี้ตามไปด้วยอีก ฉันผละจากขวดน้ำเปล่าๆ รู้สึกอิ่มน้ำขึ้นมาแทนซะงั้น  “ทำไมมันเผ็ดแบบนี้ล่ะบาคุโกคุง!

“ก็ใครใช้ให้เธอกินล่ะหา!!!?? ยัยหน้ากลม!! เตรียมตายซะเถอะ!!!–”

“เดี๋ยวก่อนนะบาคุโก~ ฮ่าๆๆๆ~!!!”  คามินาริคุงเอ่ยขัดจังหวะบาคุโกคุงที่ง้างมือเตรียมพร้อมใช้อัตลักษณ์ระเบิดเต็มที่

“หา!!!??”

“เมื่อกี้ฮ่าๆ~!!! เมื่อกี้อุรารากะดื่มน้ำในขวดนาย อย่างนี้ก็เรียกว่าจูบทางอ้อมน่ะสิ! ใช่ไหมๆ! ตลกชะมัด ฮ่าๆๆๆ~!!!


เอ๊ะ


ตู้มมม!!!!


เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่คามินาริคุงพูดจบ ระเบิดของบาคุโกคุงก็ทำงานจนควันสีดำตลบไปทั่วบริเวณ ฉันนั่งเหงื่อแตกพลั่กด้วยความตกใจ นักเรียนในโรงอาหารต่างตื่นตระหนกและรวมสายตามาทางพวกเราทันที พอควันเริ่มจางก็พบคามินาริคุงที่หน้าดำเป็นถ่านไปแล้ว คิริชิมะคุงกับเซโระคุงยังคงหัวเราะลั่นอยู่จนแทบจะลงไปหมอบกับพื้นแต่เพราะรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตแผ่จากตัวบาคุโกคุงก่อนจึงเปลี่ยนมาหัวเราะแห้งๆ แทน

“เอ่อ แหะๆ~ บ..บาคุโก?

“ก่อนจะฆ่าอุรารากะพวกแกน่ะต้องตายเป็นอันดับแรก!!!

ตายแน่ๆ!! ตายแหงๆ!! พวกเราต้องตายแน่ๆ!! พวกเราจะตายกันหมด!!!

“มีอะไรกันน่ะ–! บาคุโกคุง!!?”  อีดะคุง! อีดะคุงมาช่วยแล้ว!!

..เอาเป็นว่าต่อจากนี้ไป! ฉันอุรารากะ โอชาโกะขอสัญญาสาบานด้วยขนมโมจิเลยว่าจะไม่เสี่ยงตายแบบนี้อีก!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #16 Kkunlert (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 01:29

    จูบทางอ้อมไปแล้วนะนั่น เพื่อนนี่ชงกันดีเหลือเกิน555555

    #16
    0
  2. #14 Princess Serena (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 22:29
    บาคุโกอย่าดุน้องงงง
    #14
    0
  3. #8 Little_Ryu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 10:41

    จูบทางอ้อมแล้วววววววว เรายังรอไรท์และเป็นกำลังใจให้เสมอค่า
    #8
    0
  4. #7 KanashimiYami (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 00:51
    ยังรอเสมอค่าาา
    #7
    0