[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 3 : 2nd Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    22 ก.ค. 64

B
E
R
L
I
N
 

2nd Hero

 

 

          “โอ้เย้~!!! สรุปผลการแข่งขันวิ่งผลัดของนักเรียนปีสองประจำงานกีฬาสีโรงเรียนในครั้งนี้!!! การแข่งขันวิ่งผลัดหญิงชัยชนะตกเป็นของสีฟ้าจากห้องบี และการแข่งขันวิ่งผลัดชายชัยชนะตกเป็นของสีแดงจากห้องเอ!!! ขอแสดงความยินดีกับแชมป์ทั้งสองสีด้วย!!! สุดยอดไปเลย~!!!”

          

          “โอ๊ะ! มาแล้วๆ!!”

มินะจังส่งเสียงบอกพวกเราทุกคนเมื่อทั้งเดกุคุง โทโดโรกิคุง บาคุโกคุง และอีดะคุงกลับมาหากองเชียร์ข้างสนามแล้ว ทำเอาเพื่อนๆ ต่างโห่ร้องด้วยความคึกคะนองกันอีกครั้งจนแทบวิ่งไปล้อมวงพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

          “เดกุคุง!” ฉันเรียกแล้ววิ่งไปหาพร้อมกับทสึยุจัง “ยอดเยี่ยมสุดๆ เลยนะ! ฉันดีใจด้วย!”

          เขาหัวเราะอย่างเก้อเขิน  “ไม่หรอกครับ ทั้งหมดนี้ถ้าไม่มีโทโดโรกิคุง คัตจัง กับอีดะคุงช่วยด้วยล่ะก็คงไม่ออกมาดีขนาดนี้หรอก”

          ว่าแล้วว่าเดกุคุงจะต้องพูดแบบนี้  “แต่ที่ผลออกมาดีเกินคาดขนาดนี้ได้ก็เพราะมีเดกุคุงช่วยด้วยไม่ใช่เหรอ!”

          ฉันฉีกยิ้มพลางยกกำปั้นขึ้นมา เขาเห็นแล้วจึงพยักหน้าก่อนจะยกกำปั้นตัวเองขึ้นมาชนบ้างเหมือนอย่างที่เคยทำมาก่อน

          “ขอบคุณนะคุณอุรารากะ”

          “อื้ม!”

          “มิโดริยะคุงนายทำดีมากเลยนะ!” อีดะคุงที่เข้ามาสมทบกล่าวชม

          “อีดะคุงก็เหมือนกันครับ!”

          “ใช่แล้ว! อีดะคุงวิ่งเข้าเส้นชัยได้ภายในสิบวินาทีเลยนะ!”  ฉันเสริม

          “ไม่ขนาดนั้นหรอกอุรารากะคุง!”

          “ฉันก็คิดเหมือนโอชาโกะจังนะอีดะจัง”  เห็นไหมล่ะ! ทสึยุจังยังรู้สึกเหมือนฉันเลย!

          เดาได้เลยว่าอีดะคุงคงประหม่าไม่น้อยเมื่อใครต่อใครต่างชมซะขนาดนี้ ฉันเริ่มหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางเคอะเขินที่เหมือนหุ่นยนต์ของเขา ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นบาคุโกคุงพอดี

          ทั้งคิริชิมะคุง คามินาริคุง เซโระคุง รวมถึงมินะจังล้อมรอบบาคุโกคุงไว้พร้อมกับหมุนเป็นวงกลมราวกับกำลังฉลองให้เขาที่คว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ บาคุโกคุงยืนกัดฟันด้วยสีหน้ารำคาญเต็มทน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ตะเกียกตะกายจะออกจากวง เพียงแค่กอดอกเฉยๆ เท่านั้น… ฉันค่อยๆ คลี่ยิ้ม ยิ่งพอนึกไปถึงคำพูดสั้นๆ ที่เขาบอกกับฉันก็ยิ่งชวนให้ดีใจมากขึ้นไปอีก

          ยินดีด้วยนะบาคุโกคุง!

 

 


          “เห็นว่าจะมีกิจกรรมรอบกองไฟด้วยนะถ้าจำไม่ผิด”

          “เอ๊ะ? รอบกองไฟเนี่ยนะ?”

          ฉันยืนฟังเรื่องกิจกรรมรอบกองไฟที่คามินาริคุงบอกเมื่อครู่พลางดูดน้ำหวานในแก้วไปด้วย ถึงจะไม่ได้เอ่ยปากแต่จิโร่จังที่สงสัยเหมือนกันก็ถามแทนให้แล้ว

          “ใช่ ครูยามาดะก็แจ้งหลังจากแข่งวิ่งผลัดเสร็จด้วยนะ จำไม่ได้เหรอ”  คามินาริคุงรับแก้วน้ำหวานจากแม่ค้า

          “ไม่เลยแฮะ…”

          “ปกติกิจกรรมรอบกองไฟจะจัดในงานวัฒนธรรมโรงเรียนไม่ใช่เหรอครับ?”  คราวนี้เดกุคุงเป็นฝ่ายตั้งคำถาม

          “ก็ใช่ แต่ปีที่แล้วไม่มี โรงเรียนเลยอยากชดเชยในงานกีฬาสีแทนมั้ง”

          “อ๋อ…”  ฉัน เดกุคุง จิโร่จัง กับอีดะคุงพยักหน้าตามๆ กัน

          “น่าจะเริ่มประมาณหลังหกโมงครึ่งนะ น่าสนุกดีเหมือนกัน”

          “ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะ...”  จิโร่จังก้มดูเวลาในโทรศัพท์  “…หกโมงกว่าแล้วนี่ งั้นจะไปกันเลยไหม?”

          “เธอจะไปจริงๆ เหรอจิโร่?” คามินาริคุงเบิกตากว้าง

          “ทำไม? ก็ไปสิ น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ”

          “ช..ใช่ น่าสนุกดี ฮะๆๆ~ ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะไม่ไป”

          “เฮ้~!!! พวกเธอ~!!!” เสียงของครูยามาดะที่แทรกขึ้นมาทำให้พวกเราต้องหยุดบทสนทนาไว้กลางคัน  “ขอยืมตัวใครก็ได้สักสองคนหน่อยได้ไหม? อยากวานไปทำธุระให้หน่อย ไม่เกินเวลารอบกองไฟเริ่มหรอก~”

          “ครับ! มิโดริยะคุงไปกับฉันไหม?”

          “ได้ครับอีดะคุง”

          “งั้นคนอื่นๆ ไปรอที่รอบกองไฟก่อนได้เลยนะ!”

          “เดี๋ยวพวกผมจะตามไปสมทบทีหลังนะครับ”

          “อื้ม”  ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะแยกไปที่สนามกับจิโร่จังและคามินาริคุง

 

 

          ท้องฟ้าตอนนี้กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มแซมด้วยสีส้มเล็กน้อย ทั้งที่เริ่มมืดแล้วแต่กองฟืนขนาดใหญ่กลางสนามก็ยังไม่ถูกจุดไฟ ดูเหมือนว่ากิจกรรมสุดท้ายนี้จะยังไม่เริ่มแม้นักเรียนจะทยอยมารวมตัวเรื่อยๆ ฉันหันซ้ายแลขวา พยายามมองหาทสึยุจังที่แยกตัวไปก่อนซื้อน้ำหวานทว่าก็ไม่พบวี่แวว

          “มองหาใครเหรอจิโร่?”

          “ยาโอโยโรซึน่ะ”

          “เดี๋ยวก็คงเจอเองแหละมั้ง– อ๊ะ! เฮ้~!! พวกนาย~!!”  คามินาริคุงที่เจอใครเข้าตะโกนเรียกพลางโบกมือ

          “อ้าว! เจอตัวสักทีนะ!” คิริชิมะคุงนี่เอง มินะจังกับบาคุโกคุงด้วย  “…แล้วเซโระล่ะ? ไม่ได้อยู่กับเซโระหรอกเหรอ?”

          “ไม่ หาไม่เจอน่ะ”

          “เฮ้อ~ เวลาแบบนี้ล่ะหาตัวจับยากจริง งั้นพวกเรานั่งแถวๆ นี้ก่อนละกัน”

          พวกเราทั้งหกนั่งลงบนเนินหญ้าที่อยู่ไม่ห่างจากกองฟืนมากนักพอคิริชิมะคุงเสนอแบบนั้น ตอนนี้ท้องฟ้ายิ่งมืดลงทุกที โอกาสหาเพื่อนคนอื่นเจอคงน้อยแล้วแต่ไม่เป็นไรหรอก

 

          แต่ละคนนั่งคุยเล่นไปได้ไม่นานจนกระทั่งกองฟืนตรงหน้าถูกจุดไฟ แสงของมันสว่างพอจะทำให้บริเวณโดยรอบไม่มืดสลัวเหมือนตอนแรก และทันใดนั้นเสียงสูงๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ก็ดังออกจากลำโพง

          “เย้~!!! สวัสดีตอนเย็นนะทุกคน!!! มาถึงกิจกรรมช่วงสุดท้ายของงานกีฬาสีกันแล้วนะ วันนี้สนุกกันไหมเอ่ย~!!!”

          ครูยามาดะยืนถือไมโครโฟนไม่ห่างจากกองไฟเท่าไหร่ แถมจนถึงตอนนี้ก็ยังดูพลังล้นเหลือไม่ต่างจากเมื่อเช้า กลับกระฉับกระเฉงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดีจัง

          “คงสงสัยกันแล้วใช่ไหมว่ากิจกรรมสุดท้ายนี้คืออะไร~!!! แน่นอนว่าไม่ใช่แสดงละครรอบกองไฟหรือบูชายัญใครสักคนแน่ๆ ล่ะนะ!!! ฮ่าๆๆ~!!! กิจกรรมรอบกองไฟที่ว่านั่นก็คือเต้นรำรอบกองไฟนั่นเอง~!!!”

          “หา!? เต้นรำเนี่ยนะ!?” จิโร่จังร้องเสียงหลง

          “ฉันถึงได้สงสัยนี่ไงว่าเธอจะมาจริงๆ เหรอ”  คามินาริคุงกระซิบ

          “แต่ว่าอย่าเพิ่งคิดไปไกล!!! งานกีฬาสีสนุกๆ แบบนี้จะให้มาเต้นเพลงช้าๆ ได้ยังไงกัน!!! ยังไงก็ต้องเต้นเพลงเร็วมันส์สุดเหวี่ยงอยู่แล้วถึงจะคู่ควรกับพลังวัยรุ่นของพวกเธอ!!! เพราะฉะนั้นก่อนที่กองไฟตรงหน้าจะมอดลงซะก่อนก็จับคู่กันออกมายืนรอบๆ ได้เลย~!!!”

          “หา!!? ต้องจับคู่ด้วยเหรอ!!?”

          “อันนี้เธอไม่รู้เหรอจิโร่?”

          ฉันถึงกับกลั้นขำไว้ไม่ได้พอเห็นเพื่อนทั้งสองดูเหมือนคู่ตลกกันซะเหลือเกิน ถ้าหลังจากนี้พวกเขาจะลองเปิดคณะตลกดูฉันก็พร้อมสนับสนุนนะ!

          “น่าสนุกชะมัด! ฉันอยากออกไปเต้น!”  มินะจังลุกขึ้นแล้วยืดเส้นยืดสาย ไม่แปลกถ้าคนรักในการเต้นอย่างมินะจังจะชอบกิจกรรมแบบนี้  “…ใครอยากออกไปเต้นกับฉันไหม!?”

          “ฉันไป! เดี๋ยวฉันคู่เธอเอง!”  คิริชิมะคุงยกกำปั้นชนฝ่ามือตัวเอง

          “เจ๋งคิริชิมะ! ไปกันเถอะ!”

          “อื้ม!”

          ทั้งคู่ตกลงเสร็จสรรพก่อนจะพากันเดินไปหากองไฟลุกโชนตรงหน้า ขณะเดียวกัน นักเรียนคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยออกไปด้วยแม้จะยังมีจำนวนน้อยอยู่

          “คามินาริ! อยู่นี่นี่เอง!” มิเนตะคุงส่งเสียงเรียกพร้อมกับเข้ามาหาคามินาริคุงด้วยท่าทีรีบร้อนแปลกๆ    “มากับฉันเร็วเข้า!”

          “ม..มีอะไร?”

          “มาก่อนสิ! เดี๋ยวก็รู้เองแหละน่า!”

          “อะไรล่ะ ฉันไม่ไปหรอกนะ กิจกรรมกองไฟจะเริ่มแล้ว”

          “โธ่~! กิจกรรมบ้านี่ไม่สำคัญเท่าที่ที่ฉันจะพานายไปหรอกนะ!”

          “ก็บอกว่าไม่ยังไงล่ะ ไปกันเถอะจิโร่!”  คามินาริคุงลุกขึ้นพลางจับแขนจิโร่จังไว้

          “หา!? ป..ไปไหน!?”

          “เต้นรอบกองไฟไง มันต้องจับคู่ไม่ใช่เหรอ ไปได้แล้ว”

          จิโร่จังทำท่าจะปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ยอมออกไปกับคามินาริคุงด้วยจนมิเนตะคุงต้องจิ๊ปากไม่สบอารมณ์

          “อะไรกันเจ้าบ้านั่น! ทิ้งกันเฉย!” เขาส่ายหัวเบาๆ แล้วเหลือบมองฉัน  “นี่อุรารากะหรือว่าเธอ–”

          ตู้มมม!!!


          ฉันถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ก็มีระเบิดอัดเข้าหน้ามิเนตะคุงเต็มๆ จนเกิดควันสีดำลอยคลุ้ง ก่อนจะพยายามทำใจดีสู้เสือ ชำเลืองมองบาคุโกคุงอย่างเกร็งๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเสี่ยงเหยียบกับระเบิดรึเปล่า

          “อะไรของนายเนี่ยบาคุโก!!!”

          “หนวกหูตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไปตายซะ”

          มิเนตะคุงกัดฟันกรอดแต่สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายยอมจำนน เขาเดินจากไปโดยมิวายจะต้องบ่นพึมพำไปด้วย พนันได้เลยว่าสถานที่แรกที่จะไปต่อจากนี้คงหนีไม่พ้นห้องน้ำ


          ในที่สุด บรรยากาศก็กลับมาสงบลงอีกครั้ง นักเรียนรอบๆ เริ่มละความสนใจจากสถานการณ์เมื่อกี้แล้ว แต่ฉันยังนั่งตัวเกร็งเหงื่อแตกพลั่กอยู่เลย! นั่นเพราะตอนนี้มีแค่ฉันกับบาคุโกคุงนี่นา! จะเผลอไปจุดชนวนระเบิดเขาตอนไหนก็ไม่รู้!

          ฉันพยายามควบคุมลมหายใจเพื่อตั้งสติแล้วหันไปหาเขา  “อย่าไปโกรธมิเนตะคุงเลยนะ แหะๆ~”

          บาคุโกคุงไม่โต้ตอบและไม่ได้มองฉัน สายตามัวแต่จดจ่อไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว

          เยี่ยม! คราวนี้ฉันก็จะสติแตกกว่าเดิม!... ร..หรือว่าควรอยู่เงียบๆ ดีนะ? แต่แบบนั้นจะไม่อึดอัดกว่าเดิมเหรอ…

          “บาคุโกคุง…”  ฉันเรียก ส่งสัญญาณเป็นเชิงว่าจะคุยกับเขา  “…ยินดีด้วยนะที่ชนะแข่งวิ่งผลัด! ทำได้ดีมากเลย!”

          “ก็บอกแล้วไงว่าจะชนะ”

          น้ำเสียงเรียบๆ ไร้วี่แววของความขุ่นเคืองทำให้ฉันยิ้มกว้างออกมาอย่างสบายใจ พร้อมกับเขยิบเข้าไปนั่งใกล้ๆ เขา แต่ก็ยังมิวายต้องโดนทำหน้ายักษ์ใส่  “เขยิบมาทำไมหา!?”

          ฉันกะพริบตาปริบๆ แล้วตอบไปตามความจริง “ก็จะได้นั่งใกล้ๆ ไง”

          พอบาคุโกคุงได้ฟังก็กัดฟันเหมือนทุกครั้ง เพราะงั้นฉันจะไม่คิดว่าเขารำคาญฉันหรอก


          “เฮ้~!!! อะไรกันเนี่ย~!!! ทำไมคนอยากเต้นน้อยขนาดนี้ หมดแรงกันแล้วเหรอทุกคน ออกมาเต้นกันเถอะ~!!!” 

           บริเวณรอบกองไฟมีนักเรียนออกไปยืนไม่กี่สิบคู่ซึ่งเทียบกับขนาดสนามเรียกได้ว่าน้อยมาก ฉันคิดว่าตัวเองคงจะนั่งตรงนั้นต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ติดว่าจู่ๆ ก็มีไอเดียหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวก่อน

          “บาคุโกคุง! เราออกไปเต้นด้วยกันไหม?”

          “หา!? ไม่มีทาง!!”

          “นั่นสินะ ฮะๆ~”  ฉันหัวเราะแห้ง ไม่แปลกที่เขาตอบแบบนี้ ก็บาคุโกคุงนี่นา

          “ไม่ไหวเลยนะยูเอย์~ อุตส่าห์จะบอกความลับหลังจากเต้นจบแต่ก็ช่วยไม่ได้แฮะ… นักเรียนทุกคน~!!! ถ้าใครออกมาเต้นแล้วเต้นสวย ครูจะมีรางวัลให้นั่นก็คือคูปองกินข้าวโรงอาหารฟรี~!!!” 

          ครูยามาดะทำสำเร็จ ฉันที่ตัดใจจะไม่เต้นแล้วกลับหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าคูปองกินข้าวฟรี

          “…คูปองนี้มีอายุหนึ่งเดือนเลยนะ~”

          หนึ่งเดือนเลยเหรอ!?

          “แล้วก็กินได้ทุกร้านไม่จำกัดด้วย~”

          ทุกร้านเลยเหรอ!!? ทั้งของคาวของหวานเลยใช่ไหม!!?

          “แล้วก็ยังเลือกกี่เมนูก็ได้ด้วย คุ้มมากเลยนะ~”

          กี่เมนูก็ได้ด้วย!!!? นี่มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มซะอีก!!!

          “แต่ว่ามีจำนวนจำกัดน่ะสิ~”

          ว่าไงนะ!!!??

          “เพราะงั้นเพื่อของกินฟรีแล้ว ทำได้ไหมล่ะเหล่าว่าที่ฮีโร่ยูเอย์ทั้งหลาย~”

          ฉันจับแขนบาคุโกคุงแน่นโดยไม่ลืมยกนิ้วก้อยขึ้นเพื่อไม่ให้เผลอใช้อัตลักษณ์ออกไป ก่อนจะหันไปจ้องหน้าด้วยแววตาแห่งความกระหายหิวจนเขาถึงกับขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด

          “เป็นบ้าอะไร บอกแล้วไงว่าไม่เต้น”

          “แค่นิดเดียวเองจะเป็นอะไรไป! ขอร้องเถอะนะบาคุโกคุง!!”  ว่าจบฉันก็ลุกขึ้นพลางดึงแขนเขาสุดกำลังแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีท่าทีขยับเขยื้อน

          “ไม่เต้นโว้ย!! ฟังไม่รู้เรื่องรึไง!!”

          “ทำเพื่อเพื่อนสักครั้งได้ไหม!?”

          “เธอก็ไปจับคู่กับคนอื่นสิ!! ไป!!”

          “ก็มันไม่มีคนอื่นแล้วนี่!!”

          “อยากตายรึไงยัยหน้ากลม!!! ปล่อย!!!”

          ฉันยังดึงดันจะให้บาคุโกคุงลุกขึ้นมาเต้นด้วยกันให้ได้ ยิ่งตอนนี้มีนักเรียนทยอยออกไปตรงลานรอบกองไฟมากขึ้นยิ่งต้องรีบใหญ่ เพราะคูปองมีจำนวนจำกัด!!

          “ปล่อยสิ!!!–”  บาคุโกคุงหยุดร้องโหวกเหวกกะทันหันเมื่อพบว่าตัวเองค่อยๆ ลอยขึ้น…

          ใช่! ฉันเพิ่งจะวางนิ้วก้อยลงบนแขนเขาเมื่อกี้! ถ้าเขาไม่ยอมลุกมาเพื่อฉัน ฉันก็จะใช้ซีโร่กราวิตี้นี่แหละบังคับเขาเอง!!

          “ยัยหน้ากลม!!!”  บาคุโกคุงโวยวายลั่นกว่าเดิมจนคนในสนามหันมามองเป็นสายตาเดียว มิหนำซ้ำยังมีเสียงหัวเราะของคิริชิมะคุงกับคามินาริคุงลอยตามลมมาด้วยอีกต่างหาก

          “อ้าวๆ~!!! นั่นมันบาคุโก คัตสึกิอันดับหนึ่งยูเอย์นี่นา!!! ทำไมจู่ๆ ถึงลอยอย่างนั้นล่ะ น่าอายชะมัด!!! ฮ่าๆๆ~!!!”  แม้แต่ครูยามาดะก็ยังหัวเราะออกไมโครโฟน!!

          “วันนี้เขาไม่ให้ใช้อัตลักษณ์ไม่ใช่รึไง!!!??”

          ฉันแหงนมองบาคุโกคุงที่ทำหน้าพร้อมกินหัวตลอดเวลา  “แต่วันนี้บาคุโกคุงก็เพิ่งใช้ไปนะ อีกอย่างเขาบอกว่าห้ามใช้อัตลักษณ์ในการแข่งขัน นี่ไม่ใช่การแข่งขันรอบกองไฟสักหน่อย”

          “โธ่เว้ย!!! ไม่สนแล้ว!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!”

          “ไม่ปล่อย!”  ฉันยืนกรานคำเดิมพร้อมกับจูงร่างบาคุโกคุงที่เบาหวิวต้านแรงโน้มถ่วงไปยังลานหน้ากองไฟท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของใครหลายๆ คน

          “อุรารากะ!!” บาคุโกคุงที่เรียกชื่อไว้ทำให้ฉันชะงักลง จนต้องเงยหน้าขึ้นสบตาที่ฉายแววจริงจังออกมา  “ฉันเต้นด้วยก็ได้แต่เธอต้องปล่อยฉันลงก่อน!!”

          “จริงเหรอ! ขอบคุณนะ!” ฉันฉีกยิ้ม ปลดพลังให้ตามคำขอก่อนจะใช้สี่นิ้วจับมือเขาไว้  “ฉันสัญญา! ว่าจะควบคุมอัตลักษณ์ให้ดีบาคุโกคุงจะได้ไม่ลอยขึ้นไปอีกนะ! ไปกันเถอะ!”

          พวกเราเดินมาหยุดตรงหน้ากองไฟ ขณะเดียวกันนักเรียนคู่อื่นๆ ก็เริ่มทยอยมายืนรอจนเริ่มหนาตาแล้ว ฉันยังคงจับมือบาคุโกคุงไว้พลางกวาดสายตาไปรอบๆ แม้เขาจะไม่ได้จับมือตอบ ซึ่งฉันก็ไม่ได้ถือสาอะไร ดีแค่ไหนที่เขายอมเต้นด้วยกัน

          “คุณอุรารากะ?”

          “เดกุคุง!”

          “หา?”

          “คัตจังด้วยเหรอ!?”

          “เดกุคุงก็มาเต้นด้วยสิ! ถ้าเต้นสวยจะได้คูปองกินข้าวฟรีด้วยนะ!”  ฉันกวักมือ

          “เอ๊ะ!? น่าสนุกจัง! อีดะคุง เต้นคู่กับผมแก้ขัดไปก่อนไหมครับ?”

          “ได้เลยมิโดริยะคุง! คูปองกินข้าวฟรีทั้งทีนี่เนอะ!”

          บาคุโกคุงจิ๊ปาก ถ้าให้เดา เขาคงคิดไม่ตกว่ากับอีแค่คู่ปองกินข้าวฟรีทำไมใครๆ ถึงอยากได้นัก

          “เฮ้~! อยู่นี่นี่เองบาคุโก! หาตั้งนาน!”

          “หนวกหู”

          อ๊ะ! นั่นคิริชิมะคุงกับมินะจังนี่! แถมใกล้ๆ ยังเป็นคามินาริคุงกับจิโร่จังด้วย! ได้เต้นโดยที่มีเพื่อนๆ ห้อมล้อมแบบนี้ต้องสนุกมากแน่ๆ!

          “อ้าวๆๆ~ นี่มันเด็กห้องเออีกแล้วนี่~” บ..บังเอิญสุดๆ ที่ข้างๆ เป็นคู่ของโมโนมะคุง  “ก่อนหน้านี้ผมเห็นนายลอยขึ้นด้วยนะ ตลกชะมัดเลย ฮ่าๆๆ~!!!”

          “ไปตายซะ!!!”


          “เอาล่ะเพลงสุดมันส์จะเริ่มขึ้นแล้วนะยูเอย์~!!! เต้นให้สุดเหวี่ยงให้เหมือนว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเต้นไปเลยนะ!!! เย้~!!!”

          สิ้นเสียงครูยามาดะ ดนตรีก็เริ่มดังขึ้น จังหวะเร็วๆ ที่คุ้นหูนี้ช่วยให้ฉันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา พนันได้เลยว่าเพื่อนๆ ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน


          “เธอเต้นเป็นรึไง?”  บาคุโกคุงถาม

          “ไม่หรอก ฉันก็เต้นตามทุกคนไปนั่นแหละ แต่ถึงอย่างนั้นก็พอมีสกิลการเต้นจากงานวัฒนธรรมเมื่อปีที่แล้วอยู่นะ! สบายใจได้!”

          สิ้นเสียงของฉัน เพื่อนๆ ก็พร้อมใจกันเคลื่อนตัวเป็นวงกลมรอบๆ กองไฟไปกับคู่ของตัวเอง ฉันจับมือบาคุโกคุงแน่นให้มั่นใจว่าจะไม่คลาดจากกันเพราะฝูงคนที่แออัด เมื่อหยุดยืนกับที่ จึงปล่อยมือแล้วเต้นตามเพื่อนๆ ทั้งสะบัดมือไปมา หมุนตัวไปมา หยอกล้อกับคู่ตัวเอง บาคุโกคุงเองก็เต้นตามคนส่วนใหญ่ทุกอย่างแม้ว่าหน้าเขาจะไม่ได้ยิ้มไปด้วย จนกระทั่งลองได้เห็นอีดะคุงที่เต้นแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์ ฉันก็ถึงกับหัวเราะลั่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะควงแขนบาคุโกคุงพลางวิ่งหมุนเป็นวงกลมอยู่กับที่พอเพลงขึ้นท่อนฮุค...

          เสียงร้องเพลงสลับกับเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ทุกคนในตอนนี้ทั้งสดใสและเบิกบานกว่าครั้งไหนๆ คิริชิมะคุงกับมินะจังดูสนุกมาก เดกุคุงมัวแต่ขำท่าเต้นของอีดะคุงจนแทบเต้นต่อไม่ไหว คามินาริคุงกับจิโร่จังหัวเราะให้กันซะจนต้องยิ้มตาม แถมเพื่อนๆ คนอื่นที่ฉันสังเกตเห็นแล้วทั้งทสึยุจัง โมโมะจัง โทโดโรกิคุง เซโระคุง อาโอยามะคุง แม้กระทั่งโคดะคุงก็ยังดูมีความสุขมากอีก ยิ่งได้เห็นบาคุโกคุงที่ตอนนี้ไม่ได้ทำหน้าบึ้งแล้ว ฉันก็ยิ่งอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขาอาจจะเริ่มสนุกกับการเต้นนี้เข้าแล้วก็ได้

          ท่อนฮุคสองเริ่มขึ้น คราวนี้ทุกคนสลับไปเต้นกับคู่อื่นโดยบาคุโกคุงได้เต้นกับโมโนมะคุง สีหน้าของบาคุโกคุงที่แทบกลั้นใจกัดลิ้นตายกับหน้าตากวนประสาทของโมโนมะคุงทำให้ฉันต้องระเบิดหัวเราะจนท้องแข็ง แทบฟุบลงกับพื้น แต่เต้นอยู่กับคู่ของโมโนมะคุงได้สักพัก ฉันก็กลับมาหาบาคุโกคุงดังเดิม เขาเลิกทำหน้าทรมานเปลี่ยนเป็นสีหน้าปกติอีกครั้ง และในที่สุด… วินาทีนั้น ฉันก็สังเกตเห็นรอยยิ้มของเขา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เผยตรงมุมปากทว่าสื่อออกมาทางนัยน์ตาของพวกเราที่สบกัน… ฉันฉีกยิ้มทันทีที่รับรู้ได้ว่าบาคุโกคุงกำลังมีความสุขอยู่ หากเขามีความสุขกับการเต้นบ้าๆ บอๆ นี้ อย่างน้อยฉันก็ดีใจว่าไม่ได้ฝืนลากเขามา ขณะเดียวกันก็อยากจะบอกว่าตอนนี้ฉันก็มีความสุขมากๆ เช่นกัน… มากซะจนไม่อยากให้เวลาผ่านไปเลย…


          จังหวะดนตรีเริ่มช้าลงแต่ฝูงคนที่แออัดกลับสร้างความวุ่นวายมากขึ้น เพื่อนๆ เริ่มเบียดกันจนฉันพลอยโดนเบียดไปด้วย ทันใดนั้น–

          “อ๊ะ–!”

          ฉันโดนใครบางคนชนเข้าอย่างแรงทำให้หงายหลังจนมือหลุดจากบาคุโกคุง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเพียงเสี้ยววินาที เป็นเสี้ยววินาทีที่ฉันคิดจะใช้อัตลักษณ์เพื่อไม่ให้ล้มลงไปทับกองไฟที่รอรับร่างอยู่ แต่ดูท่าคงไม่ทันแล้วเพราะงั้นถึงได้หลับตาปี๋เตรียมพร้อมรับความเจ็บปวดเต็มที่…

          ทว่าสุดท้าย… มือของใครบางคนที่คว้ามือฉันไว้ได้ก็เข้ามาช่วยชีวิตทัน… บาคุโกคุงเบิกดวงตาสีแดงสดกว้างราวกับตกใจแต่ก็โล่งใจพอเห็นฉันไม่เป็นอะไร เขาจับมือแน่น ค่อยๆ ดึงร่างฉันกลับไป ก่อนจะแยกเขี้ยวใส่คนที่น่าจะเป็นตัวการก่อเหตุเมื่อครู่ ในขณะที่ฉันมัวแต่จ้องหน้าบาคุโกคุงแล้วก้มมองมือเขาอย่างอึ้งๆ

          “เกือบไปแล้วไหม!!”  บาคุโกคุงทำเสียงดุ แต่คิ้วที่ขมวดกันกับดวงตาสีสดคู่นี้กลับไม่ได้ฉายแววความโกรธอะไร  “…เกือบกลายเป็นโมจิย่างแล้วไหมล่ะ…”

          เขาเอ่ยพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาแม้จะพยายามซ่อนมันเอาไว้มากแค่ไหน เห็นแบบนี้แล้วฉันก็ฝืนไม่ให้ตัวเองยิ้มตามและจับมือเขาตอบไม่ได้เลย

          “ขอบคุณนะบาคุโกคุง!”

          ตอนที่พูดจบเป็นวินาทีที่เพลงขึ้นท่อนฮุคสุดท้ายพอดีหลังจากบรรเลงท่อนแยกมาสักพักหนึ่ง แต่ละคู่ต่างขยายพื้นที่ให้คู่ของตัวเองมากขึ้น นี่คงเป็นสาเหตุว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงเบียดกันขนาดนั้น ฉันกับบาคุโกคุงจับมือสองข้างกันแน่นจนมั่นใจว่าจะไม่หลุดอีกก่อนจะยืดสุดแขนแล้วต่างคนต่างเหวี่ยงตัวเองเป็นวงกลม ภาพข้างหลังบาคุโกคุงเบลอไปหมด ขืนมองนานๆ ก็จะเวียนหัวด้วย ใบหน้าของเขาจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ และเขาก็คงคิดไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่… ไม่รู้เหมือนกันว่าใครคิดท่าเต้นนี้ มันทั้งเวียนหัวแต่ก็สนุกมากเลยล่ะ!

          พวกเรากลับมาหยุดนิ่งและเต้นตามใจในจังหวะดนตรีช่วงสุดท้ายจนในที่สุดเพลงก็จบลง


          “เย้~!!!”

          “วู้วๆๆ~!!!”

          เพื่อนๆ ทุกคนพร้อมใจกันโห่ร้องด้วยความสนุกสนานราวกับอยากจะเต้นอีกรอบ แต่ฉันเชื่อว่าสำหรับใครหลายคน แม้จะได้เต้นเพียงครั้งเดียวก็มีความสุขเกินพอแล้วล่ะ

          “เยี่ยมมากเลยยูเอย์~!!! ไม่เคยเห็นกิจกรรมรอบกองไฟครั้งไหนสนุกเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย!!! เพราะฉะนั้นสำหรับรางวัลคูปองกินข้าวฟรี ทุกคนในที่นี้จะได้รับกันหมดเลย~!!!”

          “เย้~~!!!!”

          “หา!? ทำไมไม่หาผู้ชนะแค่คู่เดียว” บาคุโกคุงบ่นพึมพำก่อนจะปล่อยมือฉัน

          “แต่มันก็คงจะไม่ท้าทายสมกับการเป็นนักเรียนยูเอย์ใช่ไหม~!!! ครูรู้ใจพวกเธอถึงได้เอาอีกรางวัลมาล่อยังไงล่ะ~!!!”

          ครูยามาดะชูกระดาษในมือจำนวนหนึ่ง ขนาดคล้ายคูปองหรือตั๋วอะไรสักอย่าง

          “นี่คือตั๋วเล่นสวนสนุกฟรี!!! มีจำนวนจำกัดแค่สิบคู่ กติกาง่ายๆ ก็คือใครวิ่งมาถึงครูก่อนก็ได้ไป แต่อย่าลืมว่าต้องมากับคู่ตัวเองนะ เข้าใจไหมยูเอย์~!!!?? ถ้าเข้าใจให้เซย์เยส~!!!”

          “เยสสส~!!!”

          แต่ครูยืนตั้งไกล แถมคนเยอะขนาดนี้ต้องได้กลายเป็นสงครามซอมบี้แย่งชิงสมองแน่ๆ เลย ไม่เป็นไร สำหรับฉันแค่ได้คูปองกินข้าวฟรีก็เกินพอแล้วล่ะ!

          “จะนับแล้วนะ~!!! สาม!!!...”

          ฉันสะดุ้งเมื่อได้รับสัมผัสจากมือคนข้างๆ “บาคุโกคุง! อย่าบอกนะว่า–!”

          “ใช่!! แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย!!”

          “สอง!!!”

          “แต่ว่าเราจะตายกันหมด!”

          “ตอนนี้ใครๆ ก็พร้อมตายทั้งนั้นแหละ!!”

          ได้ยินดังนั้นฉันจึงกวาดสายตามองเพื่อนๆ รอบข้าง ทั้งเดกุคุง อีดะคุง คิริชิมะคุง มินะจัง คามินาริคุง จิโร่จังต่างก็จ้องตั๋วเล่นสวนสนุกฟรีในมือครูยามาดะไม่วางตาทั้งๆ ที่พวกเราจะเหยียบกันตายหมด! ทำยังไงดี! บาคุโกคุงฉันยังไม่อยากตาย!

          “หนึ่ง!!!”

          บาคุโกคุงกระชับมือฉันแน่นขึ้นก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างคนกระหายชัยชนะ ไม่สนใจสีหน้าซีดเผือดของฉันเลย

          “ศูนย์!!!”

          ทันทีที่สิ้นเสียงครูยามาดะ ฉันก็รู้สึกได้ถึงแรงมหาศาลที่กระชากให้วิ่งไปพร้อมกัน มิทันไรก็พบว่าตัวเองได้วิ่งขึ้นมาอยู่แนวหน้าแล้วทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อยู่ช่วงกลางค่อนไปถึงท้าย! จนในที่สุด–!


          “ฉันคู่แรก!!!”  อะไรกัน… ถึงแล้วเหรอ! ฉันยังไม่ตายใช่ไหมบาคุโกคุง!?

          “ผมคู่สอง!!!”  เดกุคุงกับอีดะคุง!?

          “ฉันคู่สาม!!!”  คิริชิมะคุงกับมินะจังด้วย!?

          แต่ละคู่วิ่งมาถึงตัวครูยามาดะภายในไม่กี่วินาทีจนกระทั่ง…

          “ครบสิบคู่แล้ว!!! Sold Out จ้ะทุกคน!!!”

          “โหยยย~!!!”


          ม..ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ตั๋วฟรีด้วยทั้งๆ ที่วิ่งมาจากแนวหลัง… ฉันมองบาคุโกคุงที่หอบไปยิ้มไปอย่างผู้ชนะก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ บ้าง

          ก็บาคุโกคุงนี่นา… เชื่อเขาเลยจริงๆ

 

 

 

          Chit-Chat : จริงๆ เพลงต้นแบบในตอนนี้คือ Dakara hitori ja nai เพลงปิดมายฮีโร่ภาค 2 ค่ะ เพราะว่าชอบเพลงนี้มากก็เลยใช้เป็นต้นแบบแล้วก็ฟังตลอดที่เขียนตอนนี้เลย5555

ช่วยกดหัวใจ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า

ขอบคุณค่าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #61 Marius Yo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 01:00

    ชิปคู่นี้มานาน
    #61
    0
  2. #33 sunada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 17:23

    น้องโอเกือบกลายเป็นโมจิย่างแล้ววว
    #33
    0
  3. #13 Princess Serena (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 22:21
    กลั้นขำตอนบาคุโกทำท่ากลั้นใจ 55555 บรรยายดีมากเลยค่ะ เหมือนกำลังดูอยู่จริงๆ
    #13
    0
  4. #6 Kkunlert (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 03:18

    โอ้ยยยย น่ารักมากกก บรรยายได้เห็นภาพเลยค่ะ รู้สึกสนุกไปด้วยเลย รอตอนต่อไปนะคะ ติดตามเสมอแน่นอนค่ะ

    #6
    1
    • #6-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 3)
      19 กันยายน 2563 / 22:47
      ขอบคุณนะคะเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ เลยค่า
      #6-1
  5. #3 Little_Ryu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 13:07

    เขียนบรรยายดี สนุกมากเลยค่ะ ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะ ดีใจมากเลยที่มีคนเขียนคู่นี้ด้วย
    #3
    0
  6. #2 KanashimiYami (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 23:21
    รอติดตามนะคะ
    #2
    0
  7. #1 KanashimiYami (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 23:21
    รอติดตามนะคะ
    #1
    0