[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 2 : 1st Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    16 เม.ย. 64

B
E
R
L
I
N
 

1st Hero

 

 

 

          “โอ้เย้~!!! อรุณสวัสดิ์นักเรียนปีสองห้องเอทุกคน~!!!”

          เพราะเสียงทักทายของครูยามาดะหรือพรีเซนต์ไมค์ที่เปิดประตูเข้ามากะทันหัน จึงทำให้ฉันกับเพื่อนๆ ในห้องที่กำลังพูดคุยจอแจระหว่างรอเวลาเข้าเรียนยกมืออุดหูเกือบไม่ทัน ยิ่งได้ยินเสียงโหยหวนของอีดะคุงและเห็นสีหน้าสุดแสนทรมานของซาโต้คุงที่นั่งโต๊ะข้างๆ ฉันก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

ในทุกเช้าครูยามาดะจะเข้ามาทักทายพวกเราด้วยเสียงแสบแก้วหูเป็นประจำแม้คาบแรกจะไม่ใช่วิชาภาษาอังกฤษ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะตอนนี้เขาเป็นครูที่ปรึกษาของพวกเรายังไงล่ะ ขนาดเริ่มปีสองมาได้เกือบเดือนแล้วก็ยังไม่มีใครชินสักที

          “เฮ้ๆ~!! อะไรกัน อุดหูแบบนั้นยังไม่ชินอีกเหรอ~”

          “ไม่ชินหรอกเฟ้ย!!!”

          “ฮ่าๆๆ~!!! แต่ยังไงก็ต้องทำตัวให้ชินไว้นะ เพราะเราจะต้องอยู่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันจนกว่าพวกเธอจะจบปีสองเลย เย้~!!!”

เพื่อนๆ พากันกลืนน้ำลายหลังจากได้ฟังประโยคสุดหลอนนั่น เอาเข้าจริงๆ แล้วก็ไม่อยากนึกเลยว่าต่อจากนี้สุขภาพหูทุกคนจะเป็นยังไง แต่ถ้าลองคิดในแง่ดี! ไม่แน่เสียงของครูยามาดะอาจช่วยให้พวกเรากระปรี้กระเปร่าพร้อมรับวันใหม่มากขึ้นก็ได้นะ!

“เอาล่ะทุกคนมาเข้าเรื่องกันเถอะ!! ครูมีข่าวน่าสนุกจะมาบอกพวกเธอทุกคนด้วย รับรองว่าได้ฟังแล้วจะต้องร้องว้าวแน่ๆ!!!”

          แต่ละคนทยอยเอามือลง รอฟังเรื่องที่ครูยามาดะจะประกาศด้วยสายตาไม่ไว้ใจเท่าไหร่

          “ปลายอาทิตย์หน้าจะมีการจัดงานกีฬาสีโรงเรียนขึ้น!! งานกีฬาสีโรงเรียนที่สามปีจะมีครั้ง!! งานกีฬาสีโรงเรียนที่จะต้องใช้พลังวัยรุ่นของพวกเธอไงล่ะ!! เป็นยังไงดีใจกันใช่ไหม~!!!”

สิ้นเสียงประกาศ เพื่อนๆ ก็พร้อมใจกันหันซ้ายแลขวาพูดคุยเกี่ยวกับงานกีฬาสีโรงเรียนจนครูยามาดะที่โดนเมินต้องร้องออกมา

“เฮ้~ ไม่มีใครคิดจะคุยกับครูเลยรึไงกัน”

          ครูยิ้ม ส่ายหัวน้อยๆ แล้วชี้แจงต่อ  “ที่ทางโรงเรียนจัดให้มีงานกีฬาสีขึ้น เพราะอยากให้พวกเธอได้ผ่อนคลายกับงานนี้ก่อนจะต้องฝึกหนักให้งานกีฬายูเอย์น่ะ ยังไงซะ ถ้าเป็นไปได้ ครูอยากให้ทุกคนลงแข่งกีฬานะ เพราะงานกีฬาสีน่ารักๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ที่สำคัญขอเตือนไว้ก่อนว่า!...งานนี้มีกฎคือห้ามนักเรียนทุกคนใช้อัตลักษณ์ในการแข่งขันเด็ดขาด!! พวกเธอต้องใช้พลังวัยรุ่นของตัวเองเท่านั้น!! เข้าใจแล้วใช่ไหมทุกคน!!? ถ้าเข้าใจให้เซย์เยส~!!”

          “เข้าใจครับ/ค่ะ~”

          “เฮ้~!! บอกว่าให้เซย์เยสไง เซย์เยส~!!”

          “เยสสส~!!!”  สุดท้ายทุกคนก็ยอมเล่นตามน้ำสักที น่ารักดีเหมือนกันแฮะ

          “อ่าใช่! อีกเรื่องที่สำคัญคืองานนี้มีกีฬาที่จะต้องลงแข่งตามธรรมเนียมทุกห้องนั่นก็คือวิ่งผลัด! ห้องเอรุ่นก่อนๆ ครองแชมป์ตลอดเลยนะ~!! ส่วนรอบนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกเธอแล้วล่ะ ลองปรึกษากันดูนะว่าจะให้ใครลงแข่งบ้าง กู๊ดลัคทุกคน~!!”

 

 

          

          สืบเนื่องจากเรื่องงานกีฬาสีที่ครูยามาดะประกาศไป พอถึงเวลาเลิกเรียนแล้วอีดะคุงก็เริ่มทำหน้าที่หัวหน้าห้องทันที

“ทุกคน! เรามาคัดคนลงแข่งวิ่งผลัดกันเถอะ!”

          “ดีเลยค่ะ เดี๋ยวทางนี้จะคัดคนแข่งวิ่งผลัดหญิงให้เองนะคะ ไม่ต้องห่วง”

          “อื้ม! ขอบคุณมากยาโอโยโรซึคุง ส่วนพวกผู้ชายฟังทางนี้…”

          หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพ ฉันจึงเดินไปหาโมโมะจังแล้วเอ่ยถาม  “แล้ว...เราจะคัดคนยังไงเหรอ?”

          “ผู้หญิงห้องเรามีแค่หกคนคงคัดไม่ยาก ลองเปรียบเทียบคะแนนสมรรถภาพทางกายที่ทุกคนทำไว้ไหม? น่าจะพอช่วยได้อยู่นะ”  จิโร่จังเสนอ

          “ดีเลย! แล้วก็ลองลงไปจับเวลาวิ่งที่สนามจริงๆ ด้วย!”

          “เป็นความคิดที่ดีเลยค่ะคุณจิโร่ คุณอาชิโด งั้นเราลงไปเทียบคะแนนที่สนามทีเดียวเลยไหมคะ? ทุกคนคิดว่ายังไง?”

          “โอเคเลยโมโมะจัง~”  ฮากาคุเระจังยังตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนเดิมถึงจะมองไม่เห็นหน้า

          “งั้นเดี๋ยวฉันจะบอกคุณอีดะก่อน… คุณอีดะคะ ทางนี้จะ–”

          “ฉันจะเสียสละลงแข่งให้เอง! แล้วคนอื่นๆ ล่ะ โทโคยามิคุงลงแข่งไหม?”

          โทโคยามิคุงนิ่งไปชั่วครู่พอเห็นอีดะคุงชวน ก่อนจะหันไปมองดาร์คชาโดว์ข้างลำตัวแล้วตอบเสียงเรียบ  “ไม่ล่ะฉันขอผ่าน เดี๋ยวจะไปลงแข่งกีฬาอื่นให้แทนนะ”

          ดูเหมือนจะตัดสินใจกันยากสินะ คงเพราะมีผู้ชายเยอะด้วยเลยอาจต้องใช้เวลาหน่อย

          “อื้ม! แล้วมิโดริยะคุงล่ะ? พักหลังมานี้คะแนนความเร็วในการวัดสมรรถภาพทางกายของนายดีมากเลยนะ! สนใจมาลงแข่งไหม?”

          “เอ๊ะ!? ได้สิอีดะคุง! ผมจะช่วยอีกแรงนะ!”

          “ขอบคุณ! แล้วนายล่ะบาคุโกคุง?”

          “ถ้าเลือกเดกุแล้วไม่ต้องมาเลือกฉัน!!!”

          “อะไรกันล่ะบาคุโกคุง! นี่เป็นการแข่งขันที่พวกเราต้องร่วมแรงร่วมใจกันนะ! ไม่งั้นห้องเราจะชนะได้ยังไง!”

          “ใช่ๆ! คะแนนความเร็วของนายสูงมากด้วย ลงแข่งเถอะ”  คิริชิมะคุงโน้มน้าว

          “นี่ถ้าลงแข่งก็จะฮอตในหมู่สาวๆ ด้วยนะ!!” มิเนตะคุงผสมโรง “เจ็บใจชะมัดถ้าไม่ติดว่าฉันขาสั้นล่ะก็–!!”

          “ฟังไม่รู้เรื่องรึไง!!! เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!!”

          โมโมะจังที่เฝ้าดูสถานการณ์ยกมือป้องปากเล็กน้อยแล้วกระซิบ  “คุณบาคุโกไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะคะ…คำพูดคำจาเนี่ย”

          “แต่ฉันว่าตลกดีนะ! ห้องเราจะได้มีสีสันไง!”

          เธอคลี่ยิ้มเหมือนรู้อยู่แล้วว่าฉันต้องพูดแบบนี้ก่อนจะเรียกอีดะคุงอีกครั้ง  “คุณอีดะคะ! ทางนี้จะลงไปคัดตัวนักวิ่งที่สนาม ถ้าฝั่งผู้ชายตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็ช่วยตามลงมาด้วยนะคะ”

          “ได้เลย! พวกเราจะรีบลงไปนะ!”

 

 

          ข้างลู่วิ่ง พวกเราลองเทียบคะแนนสมรรถภาพทางกายที่เคยบันทึกไว้ตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสอง ซึ่งมันก็ช่วยได้อย่างที่จิโร่จังเสนอจริงๆ แม้คะแนนความเร็วของแต่ละคนจะไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ หลังจากนั้นพวกเราจึงจับเวลาวิ่งเหมือนแข่งจริง และดูท่าผลสรุปที่ได้จะออกมาเร็วเกินคาด เพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่มีเพื่อนผู้ชายลงมาสักคน ไม่รู้ห้องเรียนจะยังอยู่ดีรึเปล่า

          “สรุป ไม้แรกเป็นคุณอาชิโด ไม้สองเป็นคุณจิโร่ ไม้สามเป็นคุณอุรารากะ และไม้สุดท้ายเป็นคุณอะซุยนะคะ ส่วนฉันกับคุณฮากาคุเระก็จะยังมาซ้อมวิ่งด้วยตลอด กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยจะได้ลงแข่งแทนได้”

“ได้เลย~”

          “แล้วพวกผู้ชายยังไม่ลงมาอีกเหรอเนี่ย ช้าชะมัดเลย~”  มินะจังบ่นอุบพลางจัดผมรอบๆ เขาตัวเอง  “โอ๊ะ! ดูนั่น ลงมาสักที ตายยากจริงเพื่อนเรา”

          มาแล้วจริงด้วย! อีดะคุง เดกุคุง โทโดโรกิคุง กับบาคุโกคุงนี่เอง

          “ขอโทษที่ลงมาช้านะ!” อีดะคุงโค้ง

          “นักวิ่งผลัดชายมีตามนี้สินะคะ?”  โมโมะจังถามย้ำ

          “ใช่แล้ว!”

          ฉันกวาดสายตามองเพื่อนผู้ชายแต่ละคนแล้วไปหยุดที่บาคุโกคุง ดูเหมือนว่าสุดท้ายเขาจะยอมลงแข่งด้วยจนได้แม้จะยังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่

          “แล้วตัวสำรองล่ะคะ?”

          “หา!? ของแบบนั้นไม่ต้องการหรอก!!”  บาคุโกคุงตอบ

          “งั้นก็ได้ค่ะ แล้วใครเป็นไม้ไหนบ้างคะ?”

          อีดะคุงยกมือต่ำๆ  “ฉันเป็นไม้สุดท้าย ส่วนที่เหลือยังไม่ได้เลือกน่ะ”

          โมโมะจังคงเห็นอะไรหลายๆ จุดยังไม่ลงตัวดีถึงได้ถอนหายใจออกมา ฝ่ายโทโดโรกิคุงที่เงียบอยู่นานจึงเอ่ยปากจัดเรียงให้เสร็จสรรพ ช่วยโมโมะจังกับอีดะคุงสบายใจไปได้หนึ่งเปราะ “ถ้างั้นมิโดริยะเป็นไม้แรก บาคุโกเป็นไม้สาม ส่วนฉันจะเป็นไม้สองให้เอง… เรียงลำดับความเร็วประมาณนี้น่าจะใช้ได้”

          “อื้ม! ว่าตามโทโดโรกิคุงเลยละกัน!”

          “ค่ะ งั้นพวกผู้ชายมาลองจับเวลาวิ่งกันเถอะ…”

 

 

          “โห~!! ความเร็วพระเจ้าชัดๆ ดูสิทสึยุจัง!!”  ขนาดไม่ได้ใช้อัตลักษณ์พวกเขาก็ยังวิ่งเร็วมากอยู่ดี แถมบางคนยังร้องและทำท่าเอาเป็นเอาตายเหมือนอยู่ในสนามจริงอีกโดยเฉพาะอีดะคุงกับบาคุโกคุง ไม่แปลกเลยถ้าฉันจะกลั้นขำไว้ไม่ได้

          “โอชาโกะจังดูจะสนุกมากเลยนะ”

          “ก็มันตลกนี่นา พลังจะล้นเหลืออะไรขนาดนั้น~”

          นับตั้งแต่วันนี้ที่คัดนักวิ่งผลัด พวกเรารวมถึงเพื่อนที่ลงแข่งกีฬาอื่นต่างก็ซ้อมกีฬาของตัวเองอย่างเต็มที่ไม่ต่างจากตอนเตรียมตัวสำหรับงานกีฬายูเอย์ประจำปีเลย

จนในที่สุดวันงานกีฬาสีโรงเรียนก็มาถึง…

 

 

          “เยี่ยมมากพวก!!!”

          “เจ๋ง!!!”

คามินาริคุงกับเซโระคุงตะโกนชมซาโต้คุงที่กำลังเดินกลับมาหากองเชียร์ข้างสนามอย่างพวกเรา

          “ขอบใจทุกคนที่มาเชียร์นะ”

          ซาโต้คุงลงแข่งกินวิบาก ไม่เชิงว่าเป็นกีฬาแต่เป็นเกมพิเศษที่นำคะแนนไปคิดได้เหมือนกับกีฬาอื่นๆ ซึ่งเขาก็ชนะด้วยแม้อาหารในการแข่งขันจะไม่มีขนมหวานเลย! ถ้าฉันลงแข่งกินวิบากบ้างจะชนะเหมือนซาโต้คุงไหมนะ? คงยากแฮะ แต่! ถ้าอาหารที่ใช้แข่งเป็นขนมโมจิทั้งหมด ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าจะต้องคว้าเหรียญทองมาได้แน่นอน!

          “แล้วต่อไปแข่งอะไรเหรอ? เยอะจนจำไม่ได้เลยแฮะ”

          “แข่งวิ่งผลัดไงโอจิโร่คุง”  อีดะคุงตอบ  “ทุกคน!! รีบไปเตรียมตัวที่สนามกันเถอะ!!”

          “ได้เลย~!!!”

 

 

          “…เอ่อ…สำหรับกีฬาต่อไปคือวิ่งผลัดซึ่งจะแข่งตามธรรมเนียมทุกครั้งที่มีงานกีฬาสี–! เฮ้ย!! อะไรเนี่ยยามาดะ–!!”

          “นายพากย์ไม่มีพลังเดี๋ยวฉันจัดการเอง!! โอ้เย้~!!! ต่อไปจะเป็นการแข่งขันวิ่งผลัดที่ทุกคนรอคอย!!! มาดูกันซิว่านักกีฬารุ่นนี้จะเจ๋งสู้รุ่นก่อนๆ ได้รึเปล่า~!!!...”

          ฉันยืดเส้นยืดสายขณะฟังเสียงพากย์ของครูยามาดะ ถึงจะหนวกหูไปบ้างแต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเสียงครูเขาช่วยให้พวกเรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้จริงๆ

          “ดูเหมือนจะแข่งวิ่งผลัดหญิงก่อนล่ะนะ พวกเธอเอานี่ไปคาดสิ”  โชจิคุงเดินมาหาฉัน ทสึยุจัง จิโร่จัง กับมินะจังแล้วยื่นผ้าคาดหัวสีแดงให้

          “ว้าวๆๆ~ นี่มันห้องเอนี่นา~”  พวกเราทุกคนพร้อมใจกันรวมสายตาไปยังเจ้าของเสียงกวนๆ เกือบจะทันที แต่อันที่จริง ถึงไม่มองก็รู้ว่าเป็นโมโนมะคุง  “เตรียมตัวกันดีขนาดนี้เนี่ยคิดว่าจะวิ่งชนะสีฟ้าได้จริงๆ เหรอ~”

          “บาคุโกใจเย็น!”

          “ห้องบีน่ะพัฒนาขึ้นกว่าตอนปีหนึ่งเยอะมากนะ มั่นใจเลยว่ายังไงก็ต้องชนะวิ่งผลัดทั้งชายหญิงแน่~”

          “หา!? ไม่คิดเลยว่าแกจะมั่นหน้าขนาดนี้!!”  บาคุโกคุงก็คือบาคุโกคุงวันยันค่ำ ถึงจะโดนคิริชิมะคุงล็อกตัวไว้แต่ก็ยังตอกกลับโมโนมะคุงจนได้อยู่ดี

          “อ้าวๆๆ~ นายอีกแล้วเหรอเนี่ย ถือผ้าคาดหัวไว้แสดงว่าแข่งวิ่งผลัดด้วยเหรอ เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า แข่งวิ่งนี้เขาไม่ให้ใช้อัตลักษณ์นะ คนที่มีดีแค่ตอนใช้อัตลักษณ์อย่างนายไม่กลัวว่าจะกลายเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆ บ้างเหรอ~”

          “แกตายซะเถอะ!!! ปล่อยสิวะคิริชิมะ!!!”

          “ปล่อยก็โง่แล้ว!!”

          “เอ๋ๆๆ~!!!?? อะไรๆๆๆ!!! กลายเป็นบ้าไปซะแล้ว–!!!”

          ปั้ก!!!

 

          ในที่สุด สวรรค์ก็ส่งนางฟ้าลงมาช่วยห้ามสงครามโดยการใช้สันมือสับเข้าที่ท้ายทอยโมโนมะคุงอย่างแรงจนแทบฟุบลงกับพื้น ถึงจะอันตรายไปหน่อยแต่ก็ขอบคุณนะคุณเคนโด!

          “อยู่นี่นี่เอง มาทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้ กลับถิ่นนายได้แล้ว” เธอโค้งขอโทษแล้วจัดการลากตัวโมโนมะคุงกลับ แต่โมโนมะคุงก็คือโมโนมะคุงอีกเช่นกัน เพราะเขาก็ยังมิวายทิ้งท้ายไว้ด้วย

          “สีฟ้าต้องชนะสีแดงแน่!!! ทีนี้แหละห้องเอก็จะถึงคราวอวสาน!!! ถ้าไม่ชนะ ฉันกับเคนโดยอมวิ่งสี่ขารอบสนามเลย!!! ฮ่าๆๆๆ~!!!”

          “ฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยหา!!!??”

 

          “เฮ้อ~ ปวดหัวชะมัดยาด”  คิริชิมะคุงบ่นพึมพำ ปล่อยตัวบาคุโกคุงหลังจากเด็กห้องบีทั้งสองกลับไป

          “เฮ้ยพวกแกน่ะ!!”  แต่ยังมิทันที่บรรยากาศจะกลับมาสงบสุข บาคุโกคุงก็ยกมือชี้พวกเราที่ลงแข่งวิ่งผลัดหญิงแล้วยื่นคำขาดเสียงแข็ง  “ต้องชนะให้ได้เข้าใจไหม!!”

          “มีอะไรกันเหรอคะทุกคน? ท่าทางเคร่งเครียดเชียว”  โมโมะจังเดินมากับอีดะคุงแล้วเอ่ยถามในขณะที่หลายคนพร้อมใจกันส่ายหัว แม้จะดูมีพิรุธแต่สองคนนั้นก็ไม่คิดสงสัยอะไรต่อ

 

          “เอาล่ะ!!! เวลาอันเหมาะเหม็งมาถึงแล้ว!!! การแข่งขันวิ่งผลัดหญิงของนักเรียนปีสองจะใกล้เริ่ม ณ บัดนี้~!!!…”

 

          “ครูยามาดะเรียกแล้ว ทั้งสี่คนไปประจำตำแหน่งได้เลยค่ะ! ขอให้โชคดีนะคะ!”

          “เต็มที่นะทุกคน!! ทุ่มพลังที่มีทั้งหมดออกมาเลย!!”

          “ทางนี้เป็นกำลังใจให้อยู่~”

          “โชคดีนะ!!!”

          “คุณอุรารากะ คุณอะซุย คุณอาชิโด คุณจิโร่พยายามเข้านะครับ!”

          “อื้ม!!”

 

          “เอาแล้วๆๆ~ ในที่สุดนักวิ่งผลัดหญิงสีแดงจากห้องเอก็มาประจำตำแหน่งเรียบร้อย!!! พวกเขาจะรักษาตำแหน่งแชมป์รุ่นก่อนๆ ได้รึเปล่า หรือจะมีห้องไหนมาพิชิตไปได้ไหม จับตาดูไว้ให้ดีล่ะทุกคน!!!”

 

          ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกพลางเหลือบมองมินะจังกับจิโร่จังที่อยู่ไกลๆ แม้จะพยายามควบคุมใจให้เย็นแค่ไหนแต่มือเจ้ากรรมกลับชุ่มเหงื่อไปหมดด้วยความตื่นเต้น จนกระทั่งสัญญาณคำว่าเข้าที่กับระวังดังขึ้น มินะจังรวมถึงนักกีฬาสีอื่นจึงเริ่มตั้งท่าก่อนจะออกวิ่งทันทีที่ได้ยินเสียงปืน… ทว่า ต่อให้เสียงปืนดังขนาดไหนก็คงแพ้เสียงหัวใจของฉันในตอนนี้ที่ดังก้องไปถึงหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ ที่ร้องกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างสนามเลย

ตอนนี้ห้องเอยังวิ่งนำอันดับแรกอยู่ ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี แถมจิโร่จังที่รับไม้จากมินะจังแล้วก็กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ขึ้นทุกทีด้วย ฉันตั้งสติ ยื่นมือไปด้านหลังเพื่อรอรับไม้ ทว่าวินาทีที่ไม้สัมผัสลงบนฝ่ามือดันเกิดความผิดพลาดขึ้นซะก่อน

          “อ๊ะ–!”  ชั่วพริบตาที่ไม้ลื่นหลุดจากมือเพราะเหงื่อทำให้ฉันกลับมาได้ยินเสียงรอบกายอีกครั้ง ทั้งเสียงผู้ชมทุกคนที่กำลังลุ้นตัวโก่งและเสียงเด็กห้องบีข้างๆ หู

          “ขอนำไปก่อนนะ”

          ฉันกัดฟันแน่นพลางหมุนตัวกลับแล้วใช้มืออีกข้างคว้าไม้ไว้ก่อนจะตกพื้น จากนั้นจึงวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อไล่ตามเด็กห้องบีให้ทัน ยิ่งตอนนี้ตกมาอยู่ลำดับสองแล้วยิ่งต้องเร่งความเร็วมากขึ้นไปอีก

          “โอชาโกะจัง!”

          “ขอโทษนะทสึยุจัง!” ฉันตะโกนบอกหลังจากส่งต่อไม้ในมือให้ทสึยุจังได้สำเร็จ

 

          ขอเถอะ! ขอให้ชนะทีเถอะ!

 

          “สีฟ้าเข้าเส้นชัยไปได้เป็นสีแรก!!! ตามด้วยสีแดงและสีเหลือง!!! การแข่งขันวิ่งผลัดหญิงของนักเรียนปีสอง สีฟ้าเป็นฝ่ายชนะ!!!”

          “เย้~!!!”  เสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่มทั่วทั้งสนามเมื่อครูยามาดะประกาศสีที่เข้าเส้นชัยแล้ว ฉันเม้มริมฝีปากแน่น หันกลับไปมองกองเชียร์ของห้องตัวเองก่อนจะพบว่าทุกคนกำลังโห่ร้องดีใจและตะโกนให้กำลังใจพวกเราอย่างล้นหลามแม้ว่าจะแพ้...

          หุบยิ้มไม่ได้เลยแฮะ

          “ทำดีแล้วนะอุรารากะ!” มินะจังยิ้มแป้น วิ่งเข้ามาหาฉันเช่นเดียวกับจิโร่จังและทสึยุจัง

          “ขอโทษทีนะ ตอนนั้นฉันตื่นเต้นเลยทำไม้หลุดมือ”

          จิโร่จังส่ายหัว  “ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก”

          

          “ยินดีด้วยกับสีฟ้าจากห้องบี!!! แต่โปรดอย่าลืมล่ะว่ายังมีการแข่งขันวิ่งผลัดชายรออยู่!!! เอาล่ะ~!!! เชิญนักวิ่งผลัดชายประจำตำแหน่งในสนามเลย!!!”

          เสียงกึกก้องกังวานทั่วสนามอีกครั้งเมื่อครูยามาดะเชิญให้นักวิ่งผลัดชายลงสนาม ฉันเดินกลับไปหากองเชียร์ ก่อนจะหยุดคุยกับเดกุคุงและอีดะคุงระหว่างทางเล็กน้อย

          “เยี่ยมมากครับคุณอุรารากะ!”

          “ตอนที่เธอหันไปใช้มืออีกข้างรับไม้ก่อนตกพื้นนี่เท่มากเลยนะ!”

          “ม..ไม่หรอก ฉันใจหายวูบเลยนะตอนนั้น… ยังไงก็ขอให้เดกุคุงกับอีดะคุงโชคดีนะ! ฉันจะเชียร์ดังๆ เลย!”

          “อื้ม!!”

          บทสนทนาสั้นๆ ของพวกเราสามคนหยุดลงตรงนั้น ฉันออกเดินต่อเพื่อกลับไปหาเพื่อนๆ แต่เพราะหางตาดันเหลือบไปเห็นบาคุโกคุงที่เพิ่งสวนผ่านไปเมื่อครู่จึงตัดสินใจเรียกไว้ก่อนแม้จะไม่รู้เลยว่าเขากำลังโกรธอยู่รึเปล่า

          “บาคุโกคุง!” สายตาที่เขาหันกลับมามองฉันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ!  “ขอโทษที่ไม่ชนะนะ แหะๆ~”

          บาคุโกคุงไม่ได้ตอบกลับทันทีและไม่ได้ทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้ออะไร เขามองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉยแม้จะยังดูบึ้งตึงอยู่จากนั้นจึงจิ๊ปากออกมาแล้วเอ่ยสั้นๆ

          “จะชนะให้เอง”

 

          คำพูดของเขาทำให้ฉันเบิกตาเล็กน้อย พลางจ้องแผ่นหลังกว้างๆ ที่ค่อยๆ ห่างออกไปด้วยความประหลาดใจเพราะไม่คิดเลยว่าเขาจะแสดงปฏิกิริยาแบบนี้ ถ้อยคำไม่ได้มีเจตนาตำหนิขณะเดียวกันน้ำเสียงก็ไม่ได้กระโชกโฮกฮากด้วย…

          “ขอบคุณนะ…”

 

 

          “เฮ้อุรารากะ! รู้ไหมตอนที่เธอหันมาคว้าไม้น่ะอย่างเท่เลย! เดี๋ยวฉันจะสาธิตให้ดู!”  คิริชิมะคุงทำตาเป็นประกายพร้อมกับเลียนแบบท่ารับไม้ของฉันเหมือนพ่อภูมิใจในตัวลูก

          ส่วนคามินาริคุงที่พยักหน้าสนับสนุนเป็นแม่  “ใช่ๆ! ทำยังไงถึงคว้าไม้ก่อนตกพื้นทันน่ะ! ฉันอยากทำได้บ้าง!”

          “ผมก็ด้วย”  อาโอยามะคุงด้วยเหรอ!

ฉันหัวเราะแห้งๆ อย่างไม่รู้จะตอบยังไง ตอนนั้นเหมือนโดนสถานการณ์กับความกดดันบีบคั้นมากกว่า คงไม่ใช่ทักษะอะไรหรอก

          “อะไรเนี่ยๆๆ~ สีแดงแพ้วิ่งผลัดสีฟ้าซะแล้ว~”

เพื่อนๆ แสดงสีหน้าเหนื่อยใจตามๆ กันทันทีที่ได้ยินเสียงคุ้นหูลอยมา เผลอๆ หลายคนคงตั้งคำถามไม่ตกว่าคุณเคนโดหายไปไหน โมโนมะคุงถึงได้เล็ดลอดจากถิ่นตัวเองมาอีกแล้ว

“ยังไม่แพ้สักหน่อย ยังไม่ได้แข่งวิ่งผลัดชายด้วยซ้ำ”  ฮากาคุเระจังว่า

          “แต่ถ้ารอบนี้ห้องเอแพ้อีกก็จะเรียกว่าแพ้อย่างสมบูรณ์แล้วนะ ไม่เข้าใจเหรอ~”

          “ไม่แพ้แน่” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางจ้องลึกในดวงตาสีน้ำเงินของโมโนมะคุง บรรยากาศรอบข้างเงียบลงราวกับต้องการเปิดโอกาสให้อธิบายเหตุผล และแน่นอนว่าฉันก็ขอรับโอกาสนั้นไว้แต่โดยดี “…เพราะบาคุโกคุงบอกฉันว่าจะชนะให้ยังไงล่ะ”

          โมโนมะคุงเงียบ ไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งเสียงของครูยามาดะดึงความสนใจกลับไปอีกครั้ง

“ถึงเวลาแห่งการตัดสินแล้ว!!! มาดูกันซิว่าสีฟ้าจากห้องบีจะคว้าชัยชนะในการแข่งวิ่งผลัดชายไปได้อีกหรือไม่!!! ถ้าได้ก็เท่ากับว่าห้องบีจะกลายเป็นแชมป์ใหม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดกีฬาสีโรงเรียนประจำรุ่นนี้ทันที!!! ต่อจากนี้มาพิสูจน์ด้วยสายตาตัวเองกันเถอะ~!!!”

 

          “เข้าที่…ระวัง…”

 

          ปัง!!!

 

          เดกุคุงเริ่มออกตัววิ่งทันทีเมื่อได้ยินเสียงปืน ในขณะที่พวกเราต่างตะโกนเชียร์กันสุดเสียงจนเซโระคุงเหมือนจะเสียงแหบไปเลย ยิ่งโทโดโรกิคุงรับไม้มา ทุกคนก็ยิ่งลุ้นตัวโก่งมากกว่าเดิมถึงขนาดที่มิเนตะคุงปีนขึ้นไปขี่คอโชจิคุงแล้ว ไม่กี่วินาทีต่อมา ฉันกับเพื่อนๆ ก็เริ่มเปล่งเสียงเชียร์ดังขึ้นพอเห็นบาคุโกคุงวิ่งนำจนทิ้งระยะห่างจากเด็กห้องบีเรื่อยๆ ก่อนจะส่งไม้ให้อีดะคุง และภายในไม่กี่อึดใจเท่านั้น…

 

          “สีแดงเข้าเส้นชัยไปแล้ว!!! ตามด้วยสีฟ้าและสีเขียว!!! การแข่งขันวิ่งผลัดชายชัยชนะตกเป็นของสีแดงจากห้องเอ!!!”

 

          ท..ทำได้แล้ว… ชนะแล้ว!!!

          “เย้~!!!”  เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังกังวานอีกครั้ง ฉันกระโดดกอดทสึยุจังด้วยความเบิกบานหลังจากที่ไม่ได้รู้สึกลุ้นอะไรอย่างนี้มานาน

          ขณะเดียวกัน โมโนมะคุงดูเหมือนจะงงไปเลยที่การแข่งขันจบลงแล้วทั้งๆ ที่เพิ่งเริ่มไม่นาน แต่ได้เห็นท่าทางของเขาแบบนี้แล้วก็แปลกตาดีเหมือนกันแฮะ ฉันคลายกอดทสึยุจัง เดินไปหาเขาพร้อมกับยิ้มกว้าง

          “เอาเป็นว่าพวกเราเสมอกันนะโมโนมะคุง!”

 

 

 

Chit-Chat : ตอนนี้เป็นตอนที่รีไรท์ยากมากค่ะ ไรท์นั่งจ้องคอมเป็นชั่วโมงเลย แบบจะบรรยายยังไงไม่ให้เหมือนพากย์แข่งเรือยาวดีงี้5555555

ช่วยกดหัวใจ คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า

ขอบคุณค่าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #12 Princess Serena (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 22:13
    นึกอารมณ์บาคุโกออกเลยค่ะ น่าร๊ากก
    #12
    0
  2. #5 Kkunlert (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 03:02

    " ฉันจะชนะให้เอง " คิดภาพตอนนี้คือฟินมากกกก

    #5
    0