[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 18 : 17th Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 มิ.ย. 64

B
E
R
L
I
N
 


17th Hero

 

 


          หลังจากวันเกิดของฉัน เพื่อนๆ แต่ละคนต่างก็ทยอยกันกลับบ้านไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ซึ่งเป็นระยะเวลาสั้นกว่าหากเทียบกับช่วงปิดเทอมฤดูร้อน จนกระทั่งสัปดาห์แห่งการพักผ่อนจบลง และวันนี้พวกเราทุกคนจะได้กลับหอพักมาเจอหน้ากันอีกครั้ง จู่ๆ ฉันดันเกิดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

ปีใหม่แล้ว เพื่อนๆ จะเปลี่ยนไปบ้างไหมนะ~

“อ๊ะ! นั่นคุณอุรารากะนี่คะ”

“โอชาโกะจัง~”

“โมโมะจัง! ฮากาคุเระจัง! จิโร่จัง!”  ฉันออกวิ่งอย่างไม่สนใจกระเป๋าสะพายหนักๆ บนไหล่พอเห็นเพื่อนทั้งสามยืนหิ้วสัมภาระของตัวเองพลางโบกไม้โบกมือให้ตรงลานหน้าหอพัก

“สวัสดีปีใหม่อุรารากะ”  จิโร่จังเอ่ย

“สวัสดีปีใหม่ทุกคน เพิ่งกลับมาถึงกันเหรอ?”

“ใช่ค่ะ พอดีพวกเราเจอกันระหว่างทางเลยเดินมาพร้อมกันน่ะ”

ไม่ทันสังเกตเลยแฮะ อาจเพราะมีนักเรียนคนอื่นๆ เดินอยู่เต็มไปหมดด้วยมั้ง


          และไม่รู้อีกเหมือนกันว่าขณะนี้มีใครกลับมาถึงหอพักก่อนแล้วบ้าง ฉันตามเพื่อนสามคนเข้าไปด้านในด้วยความสงสัย ทันใดนั้นน้ำเสียงเริงร่าของใครคนหนึ่งจึงดังขึ้น

“อ๊ะ! มากันแล้วเหรอ!

“คุณอาชิโดกับคุณอะซุยนี่เอง สวัสดีปีใหม่ค่ะ”

“อื้ม! สวัสดีปีใหม่!”  มินะจังยิ้มแฉ่ง

ฉันเริ่มตั้งคำถามหลังจากลองไล่สายตาสำรวจรอบห้องโถงแต่ไม่พบใครคนอื่น  “เพื่อนๆ ที่เหลือล่ะ?”

“ยังไม่มากันหรอก ตอนนี้ทั้งหอพักมีแค่พวกเราหกคนเนี่ยแหละ”

“อ้าว? แล้วพวกผู้ชายจะกลับมาตอนไหน?”  จิโร่จังย้อนถาม

“อืมฉันลองถามคิริชิมะแล้ว น่าจะกลับมาถึงช่วงบ่ายแก่ๆ นะ”

“งั้นระหว่างนี้พวกเราออกไปหาอะไรทำแก้เบื่อกันดีไหมคะ!?”  ดวงตาสีนิลคู่สวยของโมโมะจังทอประกายราวกับกำลังวางแผนเจ๋งๆ ไว้ในใจ

“ทำอะไรเหรอ?”

เธอยิ้มพรายเล็กน้อยจึงค่อยตอบคำถามของทสึยุจัง  “ปีใหม่คนใหม่ค่ะ! ไปเสริมสวยกันเถอะ! แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฉันคนนี้จะออกให้เอง ถือเป็นของขวัญปีใหม่แล้วกันนะคะ!

“เอ๊ะ!? โมโมะจังสุดยอด!”  ฉันปรบมือ

“ที่สำคัญ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวด้วยค่ะ! ใช่ไหมคะคุณจิโร่?”

“อืม ดีเหมือนกันแฮะ”

“เกินคาดนะเนี่ย!”  มินะจังร้องเสียงหลงเมื่อเห็นจิโร่จังที่ไม่น่าจะสนใจเรื่องทำนองนี้เท่าไหร่พยักหน้าสนับสนุนอย่างง่ายดาย  “แล้วยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวนี่หมายถึงอะไร?”

“จริงๆ เมื่อวานฉันบังเอิญไปเห็นพวกคามินาริยืนมุงหน้าร้านตัดผมด้วยน่ะ พวกเขาน่าจะรู้แล้วมั้งว่านักเรียนปีสอง–”

“เดี๋ยวค่ะคุณจิโร่!  โมโมะจังยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก

“อ..อ้าว? จะไม่บอกหน่อยเหรอ?”

“รอเซอร์ไพรส์ทุกคนดีกว่าค่ะ”

“นี่พวกเธอสองคนกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่น่ะ!?”

“ใช่ๆ! ริจะมีความลับกับพวกเราเหรอ!?”

          มินะจังกับฮากาคุเระจังยืนเท้าสะเอวโดยมีฉันผงกหัวหงึกหงักร่วมประท้วงอยู่ข้างหลัง ทว่าแทนที่โมโมะจังกับจิโร่จังจะใจอ่อนยอมเปิดเผยความลับ กลับพากันขำคิกคักใส่ซะงั้น

“เอาเป็นว่าทุกคนขึ้นไปเก็บกระเป๋าบนห้องตัวเองก่อนเถอะค่ะ เราจะได้ออกไปเสริมสวยกัน ยิ่งไปถึงเร็วก็ยิ่งมีเวลาเหลือเฟือให้ทำอย่างอื่นด้วยนะคะ!

“เพื่อนกบฏ~!!!

 

 

 

“อะไรกัน ไม่อยู่หอพักแค่ไม่กี่วันลิฟต์เสียเฉยเลย”

“โชคดีเนอะที่ทสึยุจังเตือนไว้ก่อน”

อย่างที่จิโร่จังกับฮากาคุเระจังคุยกันระหว่างนั่งรถแท็กซี่ เพราะลิฟต์เสียจึงต้องใช้บันไดแก้ขัดไปก่อน แต่สำหรับพวกเราทุกคนซึ่งร่างกายแข็งแรงแถมพลังล้นเหลืออยู่แล้ว จะเดินขึ้นชั้นสี่หรือชั้นห้าก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แค่กลัวว่าหากรู้ตัวช้ากว่านี้จะเผลอเข้าไปติดแหง็กในนั้นมากกว่า

“แบบนี้ควรเตือนพวกผู้ชายไว้ก่อนดีกว่าไหม?”

“ไม่ต้องห่วงนะมินะจัง”  ทสึยุจังกล่าว  “ฉันเขียนเตือนใส่กระดาษแปะหน้าประตูลิฟต์ไว้เรียบร้อย”

“ถึงแล้วค่ะทุกคน!

เสียงของโมโมะจังคือสัญญาณบอกให้พวกเราหยุดบทสนทนาไว้ชั่วขณะเพื่อทยอยลงจากรถแท็กซี่แล้วแหงนมองร้านเสริมสวยสุดหรูที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า

ไม่อยากเชื่อเลยว่าในชีวิตนี้ตัวเองจะได้มีโอกาสเข้าร้านเสริมสวยแพงๆ กับเขาด้วย โมโมะจังนี่สุดยอดเลยเนอะ! สักวันฉันจะต้องรวยแบบนั้นให้ได้เลย!

“คงแพงน่าดูเลยนะ”  จิโร่จังหันไปเอ่ยกับโมโมะจังที่ลงจากรถแท็กซี่เป็นคนสุดท้าย

“ราคาไม่ใช่อุปสรรคในการเสริมสวยค่ะ! อีกอย่างฉันกับคุณแม่มักจะมาใช้บริการที่นี่บ่อยๆ ทางร้านชอบลดราคาพิเศษให้ลูกค้าประจำอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ!

“เจ๋ง! ตื่นเต้นชะมัด! เสริมสวยที่ว่านี่พวกเราจะทำอะไรบ้างเหรอ?”

โมโมะจังยกยิ้มพลางขยิบตาให้มินะจัง  “ทุกอย่างเลยค่ะ!!

 

 

คำว่า ทุกอย่าง ของโมโมะจังค่อนข้างคลุมเครือเอาเรื่อง เนื่องจากไม่เคยเข้าร้านเสริมสวยมาก่อนทำให้แอบงงนิดหน่อยว่าทุกอย่างนั่นคือทำอะไรบ้าง จนกระทั่งตอนที่ฉันได้ไขข้อสงสัยทั้งหมด

ขัดผิว! พอกตัว! พอกหน้า! ทำสปา! ทำผม! บำรุงเล็บ! แถมยังสอนแต่งหน้า! ทำทุกอย่างสารพัดเกินกว่าเด็กผู้หญิงเพิ่งหัดเข้าร้านเสริมสวยครั้งแรกในชีวิตอย่างฉันจะพรรณนาได้ราวกับกำลังเตรียมตัวไปออกงานหรูๆ ยังไงยังงั้นจนทั้งฉัน ทสึยุจัง จิโร่จังถึงกับมึนไปหมด ต่างจากมินะจังกับโมโมะจังที่ดูจะเพลิดเพลินมาก ส่วนฮากาคุเระจังคงลำบากนิดหน่อยด้วยอัตลักษณ์ล่องหน คุณช่างเสริมสวยจึงมองไม่เห็น ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังพยายามให้บริการอย่างสุดความสามารถ

และในที่สุด–!

 

“ทสึยุ! เธอดูดีจังเลย!

“มินะจังก็น่ารักนะ~”

“ดูดีสมวัยมากเลยค่ะคุณจิโร่!

“เอ๊ะ!? ข..ขอบคุณ

“โมโมะจังก็สวยสุดๆ เลยนะ~”

“โอชาโกะจังปากน่าจุ๊บเกินไปแล้ว~!

พวกเราทั้งหกยืนล้อมวงกันหลังเสร็จสิ้นภารกิจดูดีรับปีใหม่พร้อมส่งเสียงชื่นชมเพิ่มความมั่นใจให้แก่กันไม่หยุดหย่อน ทุกคน ณ ตอนนี้ที่ดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไร้วี่แววของความหม่นหมอง แถมยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเนี่ยเท่สุดๆ ไปเลยเนอะ~

“คราวนี้ภารกิจปีใหม่คนใหม่ของพวกเราก็สำเร็จลุล่วงสักที! ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ในปีนี้นะคะ!”  รอยยิ้มหวานๆ ของโมโมะจังทำเอาใบหน้าเรียวสวยนั่นยิ่งน่ามองขึ้นไปอีก

“ขอบคุณนะยาโอโมโมะ~”

“ด้วยความยินดีค่ะ!

“ฉันชอบคำว่าปีใหม่คนใหม่จัง~”  ฮากาคุเระจังกล่าว  “อยากรู้เลยแฮะว่าพวกผู้ชายจะมีภารกิจอะไรแบบนี้เหมือนพวกเราบ้างรึเปล่า”

“อย่างน้อยก็น่าจะเป็นภารกิจยกพวกไปตัดผมแหละ”  จิโร่จังยักไหล่

“ปีใหม่ทั้งที ยิ่งถ้าบุคลิกพวกเขาเปลี่ยนไปจนดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นคงเท่เหมือนกันนะ!

“ใช่ค่ะ”  โมโมะจังพยักหน้าให้มินะจัง  “เพื่อนผู้ชายห้องเราทั้งเก่งทั้งพึ่งพาได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย”

“แต่บางคนที่มีเอกลักษณ์ดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนก็ได้นะ”

“เช่นใครเหรอทสึยุจัง?”  ฉันถาม

“อืมอย่างเช่น ถ้าไม่จริงจังกับทุกเรื่องตลอดเวลาคงไม่ใช่อีดะจังน่ะ”

มินะจังหัวเราะ  “ใช่ๆ! และถ้าไม่โวยวายตลอดเวลาคงไม่ใช่บาคุโกด้วย!

เอ่อแต่ถ้าคุณบาคุโกเปลี่ยนไปสักหน่อยก็ดีนะคะ”  โมโมะจังยกมือป้องปาก

“ความจริง คัตสึกิคุงก็เปลี่ยนไปมากแล้วนะโมโมะจัง~

“แต่คุณอุรา–”

ทุกคนที่ชะงักลงกะทันหันต่างเบิกตาโพลงก่อนจะประสานเสียงร้องลั่นเหมือนนัดกันไว้  “เอ๋!!!??”

“เมื่อกี้–!”  มินะจังชี้มาที่ฉัน  “เมื่อกี้อุรารากะเรียกชื่อจริงบาคุโกเหรอ!!?”

..ลืมไปสนิทเลยว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องนี้

ฉันหัวเราะแห้งๆ ขณะยกมือลูบท้ายทอย  “จ้ะ

“แล้วบาคุโกจังรู้รึเปล่า!?”

“เขาไม่ว่าเหรอ!?”

“ไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหนน่ะ!?”

“ใช่ๆ! น่าสงสัย!

“เดี๋ยวสิคะทุกคน ถามจี้แบบนี้เสียมารยาทนะคะ”  ขอบคุณที่ช่วยจ้ะโมโมะจัง!  “อีกอย่างเวลาใกล้เย็นอย่างนี้ พวกเราควรกลับหอพักได้แล้ว เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลังค่ะ”

“อีกแล้ว–!! ยอมให้อุรารากะทำตัวมีพิรุธเพิ่มอีกคนแล้ว!! ยาโอโมโมะใจร้าย~!!

 

 

ถ้าโมโมะจังไม่ขัดทัพไว้ก่อน ฉันคงถูกสอบสวนไม่เลิกราแน่ๆ เพราะขนาดระหว่างทางกลับหอพัก มินะจังกับฮากาคุเระจังก็ยังร้องงอแง ดึงดันจะฟังคำอธิบายให้ได้อยู่เลย กระทั่งเจอโมโมะจังเตือนเข้าบ่อยๆ นั่นแหละ สองคนนั้นถึงล้มเลิกความพยายามไปเป็นการชั่วคราว

แต่ถ้าโดนถามอีกรอบล่ะจะอธิบายยังไงดีนะจะให้เล่าเรื่องราวทั้งหมดมันคง

 

“มาแล้วๆ! ยินดีต้อนรับกลับ~!”

เสียงคิริชิมะคุงดังลั่นทั่วห้องโถงเหมือนจงใจบอกเผื่อเพื่อนที่เหลือ ดูท่าตอนนี้ทุกคนคงอยู่กันครบแล้วสินะ คิดถึงบรรยากาศคึกคักแบบนี้ที่สุดเลย~

“ไปเที่ยวกันมาเหรอ?”

“ก็นิดหน่อยค่ะคุณอีดะ”

“อ๊ะ! แต่จะว่าไปพอขึ้นปีใหม่มา พวกเธอดูอืมแบบว่า”  คามินาริคุงกอดอกแล้วเงยหน้าคล้ายกับกำลังพยายามสรรหาคำพูดดีๆ ในหัวเต็มที่

“แบบว่าดูดีขึ้น”

“ใช่ๆ! ถูกเผงเลยโทโดโรกิ!

“จริงเหรอ! ขอบคุณนะพวกนาย!”  มินะจังขำคิกคักพร้อมกับตบไหล่คามินาริคุงดังป้าบ เห็นแล้วเจ็บแทนเลยแฮะ แข็งใจไว้นะคามินาริคุง

“พวกนายทุกคนก็ดูดีขึ้นเหมือนกันนะ มิโดริยะก็หน้าตาแจ่มใสขึ้นตั้งเยอะ”

“เอ๊ะ!? ข..ขอบคุณครับคุณจิโร่”

“นี่ทุกคน! ไหนๆ ตอนนี้ก็อยู่กันครบแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันหน่อยไหม?”

“เอ๊ะ? แต่พวกเราเพิ่งกลับมาเอง จะให้ออกไปอีกแล้วเหรอ”  ฮากาคุเระจังร้องขึ้นทันทีที่ได้ฟังคำชักชวนของคิริชิมะคุง

“เอาน่า~ ออกไปตรงหน้าโรงเรียนนิดเดียวเอง นะๆ?”

เซโระคุงพยักหน้าอ้อนหงึกหงักเลียนอย่างตุ๊กตาหน้ารถจนโมโมะจังที่ถึงกับใจอ่อนต้องหันไปโน้มน้าวคนข้างๆ  “ไปกันเถอะค่ะคุณฮากาคุเระ ตามใจพวกเขาสักหน่อย”

“อืมถ้าโมโมะจังว่างั้นก็ได้~”

“เยส~! เฮ้ยพวกนายที่เหลือ! เตรียมตัวออกไปหาของกินเร็ว!

“คิริชิมะคุง ฉันขอขึ้นไปเอาของเดี๋ยวเดียวนะ”

“ได้ๆ”


ของที่หมายถึงคือกระเป๋าสตางค์ สารภาพว่าตอนออกไปกับโมโมะจัง ฉันไม่ได้พกติดตัวไปด้วยเพราะเห็นเธออาสาจะออกเงินให้ทุกอย่าง แต่รอบนี้คงไม่ได้ซะแล้ว จะว่าไปก็อายจังแฮะ ทำเหมือนโมโมะจังเป็นแม่ไปได้ หวังว่าจะไม่มีใครสังเกตเนอะ!

 

ฉันที่ขึ้นบันไดมาถึงชั้นสี่คงจะเดินไปทางฝั่งห้องพักหญิงโดยไม่หยุดฝีเท้าลงก่อน ถ้าไม่ติดว่าหางตาดันเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งที่ก้าวเท้าพ้นมุมกำแพงมาจากฝั่งห้องพักชาย ใครคนนั้นที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของฉันจนน่ากลัว

กลัวว่าหัวใจที่เต้นแรงด้วยความประหม่าเกินไปนี้จะทำให้เสียสติไปซะก่อน


“คัตสึกิคุง~!”  ฉันเอามือไขว้หลัง บังคับตัวเองให้เก็บความขวยเขินและความดีใจที่แทบล้นอกไว้แล้วเป็นฝ่ายเดินไปทักทาย  “สวัสดีปีใหม่จ้ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย~”

แค่ไม่ถึงสัปดาห์มันนานตรงไหน”

ฉันฉีกยิ้มด้วยเดาถูกว่าอีกฝ่ายต้องตอบเช่นนี้ ก่อนจะชะโงกหน้าสำรวจทรงผมของเขา  “ไปเล็มผมมานิดหน่อยใช่ไหม?”

คัตสึกิคุงเลิกคิ้วฉงน  “เธอดูออกด้วยเหรอ?”

“ถ้าจิโร่จังไม่เล่าให้ฟังว่าบังเอิญเห็นพวกคามินาริคุงยืนมุงหน้าร้านตัดผมก็คงดูไม่ออกหรอก”  ฉันหัวเราะคิกคัก  “แต่ถ้าตั้งใจดูดีๆ ก็ดูออกนะ!

ทันทีที่พูดจบ ฉันก็เขย่งเท้าเพื่อสำรวจทรงผมของเขาทั้งซ้ายขวาอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจึงเปลี่ยนสายตาไปให้ความสนใจกับใบหน้าและนัยน์ตาสีสดอันน่าหลงใหลคู่นี้บ้าง


ทำยังไงดี ไม่อยากละสายตาจากเขาไปเลยแฮะ


“อื้ม! คัตสึกิคุงหล่อมากเลยล่ะ!

 

เอ๊ะ?


เดี๋ยวนะ


เมื่อกี้นี้ฉัน


“พูดบ้าอะไรน่ะหา!!?”

“ข..ขอโทษจ้ะ!! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น!! แต่คัตสึกิคุงหล่อจริงๆ นะ!!

“หา!!!??”

“อ..เอ่อ–!!”  ยิ่งพูดยิ่งแย่นี่นา!! หยุดเดี๋ยวนี้นะอุรารากะ โอชาโกะ!!  “คือ–!!..ขอตัวก่อนนะ!!

ฉันโค้งขอขมารัวๆ แล้วกลับหลังหันเพื่อเตรียมวิ่งหนีไปคุมสติในห้องตัวเอง แย่หน่อยที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ความอายก็ยังคงเป็นบทเรียนชั้นดีสำหรับคนไม่มีสติสตังอย่างฉัน

“เดี๋ยว!!

ทว่าคัตสึกิคุงดันคว้าข้อมือข้างหนึ่งไว้แน่นประหนึ่งจะไม่ยอมปล่อยให้มีชีวิตรอดต่อไปง่ายๆ ซะงั้น ฉันหลับตาปี๋ ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองหน้าเขาด้วยซ้ำ เพราะหากหันไป นั่นอาจกลายเป็นภาพสุดท้ายก่อนสิ้นใจก็ได้ใครจะไปรู้!


“อุรารากะ


น้ำเสียงแหบทุ้มนุ่มละมุนหูนี้ทำให้ฉันเผลอไผลเบือนหน้ากลับไปสบตาเขาอัตโนมัติ โดยไม่ทันคิดเลยว่ามันจะกลายเป็นการตัดสินใจที่เป็นภัยต่อหัวใจตัวเองมากที่สุด


คัตสึกิคุงยังขมวดคิ้วพลางกัดฟันแน่นเช่นเคย แต่ในวินาทีนี้ ทั้งสองสิ่งนั้นคงไม่น่าดึงดูดใจเท่าสีเข้มๆ บนผิวแก้มที่บังคับให้ใบหน้าของฉันต้องแดงก่ำตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ เขาหลบตา ทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่างซึ่งต้องอาศัยความกล้าสูง ก่อนที่ดวงตาของเราทั้งคู่จะกลับมาสบประสานกันอีกครั้งในท้ายสุด


“เธอก็ดูดีมาก”


รู้ไหม ไม่แปลกเลยถ้าคำพูดของคัตสึกิคุงจะสามารถทำให้หัวใจฉันพองโตได้หลายร้อยเท่าทั้งๆ ที่เพื่อนคนอื่นๆ ก็กล่าวความเดียวกันมาก่อนแล้ว


ทำไมน่ะเหรอ? นั่นเพราะสำหรับฉันเขาพิเศษยิ่งกว่าใครน่ะสิ


“ขอบคุณนะคัตสึกิคุง

“เอ๊ะ!? เมื่อกี้อุรารากะเรียกชื่อจริงนายเหรอบาคุโก!?”

คัตสึกิคุงปล่อยมือฉันทันทีที่ได้ยินเสียงแทรกพร้อมกับหันไปตะคอกใส่คนที่ยืนอยู่บนขั้นบันได  “แกเป็นผีรึไงหาคิริชิมะ!!?”

“อะไรกัน!? แค่ฉันขึ้นมาเงียบๆ ก็โดนด่าเฉยเลย เวทนาตัวเองชะมัด~”

“หุบปากแล้วไปตายซะ!!

“แต่ก่อนไปตายขอออกไปหาอะไรกินก่อนเหอะ ฉันหิวมากเลยรู้ไหม ทุกคนพร้อมกันหมดแล้วเนี่ย”

จริงสิ! ลืมไปสนิทเลยว่าเพื่อนๆ จะออกไปกินข้าวข้างนอกกัน!  “ขอโทษที่ให้คอยนานนะคิริชิมะคุง!

“ออกไปกินอะไร? ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง?”  น้ำเสียงคัตสึกิคุงปกติดี คงหายตกใจที่จู่ๆ คิริชิมะคุงก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแล้วสินะ

“ก็กำลังจะขึ้นมาบอกนี่แหละ ออกไปหาอะไรกินใกล้ๆ โรงเรียนน่ะ รีบไปเถอะ”

“ด..เดี๋ยวฉันขอไปหยิบกระเป๋าสตางค์ก่อนนะ!

“อ้าว? เธอไม่ได้พกติดตัวไว้หรอกเหรอ”

“ขอโทษจ้ะ ทั้งสองคนลงไปรอข้างล่างก่อนได้นะ เดี๋ยวรีบตามลงไป”  ฉันหัวเราะแห้งๆ แล้ววิ่งแจ้นเข้าไปหยิบกระเป๋าสตางค์ในห้องด้วยความเร็วสูงโดยไม่ลืมเช็คจำนวนเงินด้วย ก่อนจะออกมาพบคัตสึกิคุงกับคิริชิมะคุงซึ่งยังรออยู่ที่เดิมตรงหัวบันได

“เรียบร้อยแล้ว! ไปกันเถอะ!

คิริชิมะคุงพยักหน้าเล็กน้อยจึงค่อยเดินนำฉันกับคัตสึกิคุงลงไปข้างล่างเงียบๆ โดยมิวายจงใจเหยียบกับระเบิดอีกรอบ  “เออแล้วเมื่อกี้อุรารากะเรียกชื่อจริงนายใช่ไหมบาคุโก?”

“หุบปาก!!!

 

 

 

“ไฮ~!!! สวัสดีปีใหม่ลูกๆ ปีสองห้องเอที่น่ารักของครู!!! วันนี้อากาศหนาวจังเนอะ~”

ขนาดขึ้นปีใหม่แล้ว ครูยามาดะที่เพิ่งเข้าห้องเรียนมาเมื่อกี้ก็ยังส่งเสียงแสบหูตามฉบับของตัวเองเช่นเคยซึ่งพวกเราชินแล้วล่ะ เผลอๆ ถ้าขึ้นปีสามไปอาจจะคิดถึงเสียงตะโกนโหวกเหวกนี้ก็ได้

“อืมตอนนี้พวกเธอใกล้จะจบปีสองแล้วสินะ น่าใจหายจังแฮะ ดังนั้นจงมาใช้เวลารุ่นพี่ปีสองที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าด้วยสองประกาศสำคัญของโรงเรียนกันเถอะ~!!!

ครูกระแอมเล็กน้อยขณะถือกระดาษแผ่นหนึ่งไว้  “ประกาศเรื่องแรก!!! นักเรียนทุกคนจะได้ออกไปฝึกงานกับโปรฮีโร่อีกแล้วนะ~!!!

“เอ๊ะ!!? จริงเหรอ!!?”

“เยี่ยมเลย~!!

“แต่ว่า–!!!”  ครูยามาดะตะโกนแทรกเสียงฮือฮาของเพื่อนๆ ก่อนจะอธิบายเพิ่ม  “ครั้งนี้พวกเธอทุกคนจะไม่ได้ฝึกงานกับโปรฮีโร่แนวหน้าหรือโปรฮีโร่หน้าเดิมเนี่ยสิ”

“อ้าว??”

“เพื่อฝึกทำงานร่วมกับคนที่หลากหลาย ทางโรงเรียนจึงกำหนดให้นักเรียนทุกคนจำเป็นต้องฝึกงานกับโปรฮีโร่มือใหม่ที่เพิ่งมีประวัติการทำงานมาไม่เกินหนึ่งปี ที่สำคัญ ครั้งนี้พวกเธอจะไม่สามารถเลือกโปรฮีโร่เองได้เนื่องจากจะใช้ระบบสุ่มเท่านั้น ส่วนระยะเวลาฝึกงานมีแค่วันเดียว คงเพราะเป็นโปรฮีโร่ที่มีประสบการณ์น้อยกว่าโปรฮีโร่แนวหน้าด้วยมั้ง”

ครูเอียงคอ  “อืม…หายากนะเนี่ยที่จะให้นักเรียนไปฝึกงานกับโปรฮีโร่มือใหม่แบบนี้ ยังไงก็อย่าทำพวกเขาลำบากใจนะ เอาล่ะ!! เปลี่ยนเรื่องดีกว่า~!! เรื่องที่สองที่จะประกาศต่อไปนี้ พวกเธอได้ฟังจะต้องรู้สึกซู่ซ่าวูบวาบแน่ๆ~!!!

ซู่ซ่า??”

วูบวาบ??”

ฉันกับซาโต้คุงถึงขนาดต้องมองหน้ากันด้วยความสงสัยไม่แพ้คนอื่นๆ

“ฮ่าๆๆ~!!! อย่าแกล้งทำเป็นงงสิ จริงๆ พวกเธอทุกคนก็น่าจะรู้นี่ ซู่ซ่าวูบวาบน่ะ~

หลายคนพร้อมใจกันส่ายหัวรัว เพราะอันที่จริงตั้งแต่เกิดก็ไม่ยักเจอคำว่า ซู่ซ่า กับ วูบวาบ ในพจนานุกรมมาก่อน หากครูยามาดะยังไม่คิดขยายความ เห็นทีพวกเราคงได้นั่งงงเป็นไก่ตาแตกต่อไป

“อะไรกัน~!!!?? พวกรุ่นพี่ไม่เคยหลุดปากแอบเล่าให้ฟังเลยเหรอ!!!??”

“ม่ายยย~”

“เฮ้อ~ อดเห็นปฏิกิริยาเวอร์ๆ ของพวกเธอเลย แต่ไม่เป็นไร!! จากนี้ไปครูจะประกาศให้ทราบเดี๋ยวนี้แหละ!!!

ครูยามาดะยิ้มมุมปาก  “นักเรียนปีสองทุกรุ่นจะมีกิจกรรมสำคัญสนุกๆ คือการไปร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันก่อตั้งโรงเรียนยูเอย์ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางโตเกียว!! โดยจะมีโปรฮีโร่ชื่อดังทั้งจากในและต่างประเทศรวมถึงนักเรียนโรงเรียนอื่นมาร่วมด้วยทุกปี!! แถมวันนั้นเนี่ยยังเปิดโอกาสให้พวกเธอทุกคนได้แต่งสวยแต่งหล่อตามใจชอบด้วยนะ~!!!

“จริงเหรอเนี่ย~!!!??”

“ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่ามีงานน่าสนุกแบบนี้ด้วย~!!!

“เยสสส~!!! งานนี้สนุกมากๆ เลยขอบอก!!! ที่สำคัญคือรุ่นพี่ปีก่อนๆ น่ะนิยมไปออกงานกันเป็นคู่ด้วย!!! นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้สานสัมพันธ์กับคนที่เราสนใจอยู่เลยนะ~!!!

“ว้าววว~!!!

“ฮ่าๆๆ~!!! นี่ครูกำลังรณรงค์ให้นักเรียนสละโสดเหรอครับเนี่ย~!!!

“จะว่างั้นก็ได้นะคุณคามินาริ!!! เป็นนักเรียนถ้าเรียนอย่างเดียวก็น่าเบื่อตายเลยสิ ความรักมันก็สำคัญไม่แพ้การเรียนเลยนะเว้ยเฮ้ย~!!!

“เจ๋งไปเลย~!!!

“ครูยามาดะสุดยอด~!!!

“ยังไม่หมดแค่นี้!!! รู้ไหมรุ่นพี่พวกเธอเนี่ยมักแข่งกันเอาเป็นเอาตายด้วยนะว่า ใครจะขอคนที่สนใจไปออกงานสำเร็จก่อนกัน หรือไม่ก็ จบงานเลี้ยงใครจะมีแฟนก่อนกัน อะไรทำนองนี้น่ะ แต่ถ้าต้องไปเดี่ยวๆ ไม่มีคู่ก็ไม่ต้องกังวลนะ!!! อย่าลืมล่ะว่าพวกเธอจะได้พบเพื่อนต่างโรงเรียนด้วย~!!!

“ไชโย~!!!

“คราวนี้ฉันจะได้สละโสดสักที~!!!”  คามินาริคุงกับมิเนตะคุงตะโกนลั่น

“ฮ่าๆๆ~!!! เห็นพวกเธอตื่นตาตื่นใจแบบนี้ครูก็ดีใจนะ!!! เดี๋ยวคอยดู พักกลางวันพวกเธอจะต้องได้ยินแต่นักเรียนคุยเรื่องนี้เป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์แน่~!!! ไอคอนเฟิร์ม!!!

 

 

เป็นอย่างที่ครูยามาดะพูดไว้ไม่มีผิด! ไม่ว่าที่ไหน อาคารเรียน โรงอาหาร หรือสนามกีฬา ทุกคนล้วนต่างพูดถึงเรื่องงานเลี้ยงกันหมดไม่เว้นแม้แต่น้องปีหนึ่ง! แถมรุ่นพี่ปีสามหลายคนยังอุตส่าห์มาให้คำแนะนำรุ่นน้องปีสองที่สนิทๆ ถึงห้องเรียนเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก! สุดยอด~!

“ดูเหมือนงานเลี้ยงปีนี้จะถูกพูดถึงมากกว่าปีที่แล้วอีกนะ ดูสิ ขนาดน้องปีหนึ่งยังรู้เรื่องนี้แล้วเลย”

ฉัน ทสึยุจัง เดกุคุง และอีดะคุงผงกหัวรัวอย่างเห็นด้วยกับจิโร่จังระหว่างทางเดินจากโรงอาหารกลับไปห้องเรียน

“ทุกคนดูจริงจังกันดีแฮะ ได้ยินมาว่าพวกรุ่นพี่ปีสามถึงกับต้องให้คำแนะนำรุ่นน้องด้วย จิโร่คุงรู้ไหมว่าคำแนะนำเรื่องอะไร?”

“ยาโอโยโรซึเคยเล่าให้ฟังว่าส่วนใหญ่จะเป็นคำแนะนำเรื่องชุดสำหรับใส่ไปงาน ไม่ก็สอนเคล็ดลับชวนยังไงให้อีกฝ่ายยอมไปงานคู่กันน่ะ”

“คุณยาโอโยโรซึรู้เรื่องงานเลี้ยงนี้มาก่อนแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ น่าจะแอบรู้มาตั้งแต่ปีหนึ่งจากรุ่นพี่ที่รู้จักน่ะ”

งั้นแสดงว่าเรื่องที่จิโร่จังกับโมโมะจังเก็บเป็นความลับเมื่อวานคงหมายถึงงานเลี้ยงนี้เองสินะ  “มีคนยืนกันเป็นคู่ๆ ด้วยแหละ

“อ๋อ น่าจะกำลังชวนไปงานคู่กันอยู่นะ”

“เอ๊ะ!? แต่นี่เพิ่งวันแรกที่รู้ข่าวงานเลี้ยงเองนะ!

“ก็ถ้าไม่รีบชวนอาจโดนตัดหน้าก่อนไงล่ะ”

“สุดยอด~

“แถวนี้ยังนับว่ามีน้อยนะ ถ้าเป็นดาดฟ้าอาคารเรียนล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง แปลกเนอะ ทำไมคนชอบไปออบนนั้นนักไม่รู้ มันไม่โรแมนติกตั้งแต่มีคนเยอะๆ แล้ว–”

“เด็กห้องบีน่ะมีคู่ไปงานเลี้ยงจวนจะครบตั้งแต่วันแรกแล้วนะ!!! พวกห้องเอคงไม่มีใครมาขอเลยสิท่า!!! ว้ายๆๆ~!!!

“หน็อยแน่–!!! โทโดโรกิอย่าห้าม!!! โชจิกับโคดะด้วย!!! วันนี้ฉันต้องได้เลือดหมอนี่มาล้างเท้า!!!

“โมโนมะคุงมาอยู่ในห้องเราได้ยังไงเนี่ย!!!??”

ฟังจากเสียงอีดะคุงคิดว่าเขาคงช็อกมากที่กลับมาเห็นข้าศึกอย่างโมโนมะคุงบุกเข้ามาท้ารบถึงภายในเขตแดนห้องเอด้วยตนเอง แถมดูเหมือนคามินาริคุงกับมิเนตะคุงจะพร้อมทำสงครามซะด้วยสิ

“ทุกคนใจเย็นครับ!

“เจ้าบ้าคามินาริ! อย่าปล่อยไฟฟ้าช็อตคนอื่นนะ!

          ทั้งเดกุคุง อีดะคุง และจิโร่จังต่างไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปไกล่เกลี่ยเพื่อยับยั้งศึกแห่งศักดิ์ศรีอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันกับทสึยุจังยืนเหงื่อตกตรงทางเดินหน้าประตูหลังห้องเรียนอยู่สองคน

          อืมควรไปตามคุณเคนโดมาดีไหมนะ


“โมโนมะจังนี่คงอยากเป็นเพื่อนกับพวกเราเนอะ”

“อ๊ะ! เพราะงั้นถึงได้เข้ามาหาเรื่องคุยด้วยบ่อยๆ ใช่ไหมทสึยุจัง!?”

“ไม่น่าจะเรียกว่าหาเรื่องคุยนะ

“ค..คุณอะซุย!”  เราทั้งคู่หันไปทางต้นเสียงพร้อมๆ กัน  “เอ่อฉัน– เอ้ย! ผม

คนๆ นี้คือใครนะ? รู้สึกเหมือนจะอยู่ห้องบี ชื่อ

“มีอะไรเหรอทสึบุราบะจัง?”  อ๋อใช่! จำได้แล้ว!

“คือว่าผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

อ๊ะ! ท่าทีเคอะเขินอย่างนี้–! ต้องใช่แน่!  “ไปสิทสึยุจัง เดี๋ยวจะหมดเวลาพักก่อนนะ~”

“อ๋ออื้ม”  เธอตอบรับก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไป

เฮ้อ~ ดีจังเลยเนอะ~ ยังไงก็ขอให้คำตอบเป็นอย่างที่หวังนะทสึบุราบะคุง!


“เฮ้ย ทำไมโมโนมะถึงมาอยู่ในห้องเราวะนั่น?”

“ฉายเดี่ยวด้วยว่ะ”

เสียงของคิริชิมะคุงกับเซโระคุงที่คุยกันตรงประตูหน้าห้องเรียกความสนใจจากฉันได้ จนกระทั่งเพียงจังหวะที่ร่างสูงๆ ของทั้งคู่หายเข้าไปในห้องเรียนเท่านั้น คัตสึกิคุงก็เดินมาชะงักฝีเท้าลงแทนที่พวกเขาพอดิบพอดี


น่าแปลกที่ครั้งนี้เราสองคนสบตากันอย่างอึ้งๆ มิหนำซ้ำเขายังทำท่าเหมือนกำลังคิดว่าควรเอ่ยอะไรสักหน่อย ซึ่งฉันก็รู้สึกว่าตัวเองต้องพูดอะไรสักอย่างเช่นกัน ว่าแต่เรื่องที่ต้องคุยนั่นมันคืออะไรนะ

 


“ก็ถ้าไม่รีบชวนอาจโดนตัดหน้าก่อนไงล่ะ”

 


ใช่แล้วขอบคุณนะจิโร่จัง...


ไม่อยากเชื่อเลยว่าวินาทีที่ระลึกคำพูดของจิโร่จังได้ ขาของเราทั้งคู่จะก้าวออกมาพร้อมกัน ปล่อยให้ฉันมุ่งหน้าเข้าไปหาคัตสึกิคุงตามใจปรารถนา ขณะเดียวกันยังเห็นชัดประจักษ์แก่สายตาว่า เขาซึ่งเหมือนจะตระหนักสิ่งที่ควรพูดได้แล้วก็กำลังเดินตรงมาหาฉันอย่างไม่รีรอเช่นกัน...

ทันใดนั้น–


“คุณบาคุโกคะ!

“คุณอุรารากะครับ!


ฝีเท้าของฉันกับคัตสึกิคุงต้องหยุดชะงักลงกะทันหัน เนื่องด้วยใครสักคนที่เรียกชื่อพลางคว้าข้อมือเราทั้งสองจากด้านหลังเอาไว้ ฉันหันกลับไปมองเพื่อนผู้ชายที่ไม่รู้จักตรงหน้าแล้วชำเลืองดูคัตสึกิคุงเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าเขาได้ยืนหันหลังเพื่อคุยกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปซะแล้ว


เด็กผู้ชายแปลกหน้าปล่อยมือพร้อมกล่าวเสียงตะกุกตะกัก  “..เอ่อขอโทษครับ พอดีว่าผมเรียกคุณอุรารากะหลายรอบแล้วดูเหมือนจะไม่ได้ยิน

“ง..งั้นเหรอ ขอโทษทีนะ~”  ฉันหัวเราะแห้งๆ ขณะยกมือลูบท้ายทอย  “แล้วเรียกฉันมีอะไรเหรอ?”

“อ๋อคือ


ท่าทีขัดเขินของคนตรงหน้าสามารถช่วยให้เข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง ไม่แน่ว่าเด็กผู้หญิงที่กำลังคุยกับคัตสึกิคุงอยู่อาจมีจุดประสงค์เหมือนเพื่อนคนนี้ก็ได้ ซึ่งถ้ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาจะตอบไปว่ายังไงนะ


“คุณคุณอุรารากะคงไม่รู้จักผม คือผมมาจากห้องเรียนหลักสูตรทั่วไปเอ่อส่วนเรื่องที่จะพูดก็คือ..คุณอุรารากะช่วยกรุณาไปงานเลี้ยงคู่กับผมได้ไหมครับ!?”


คนๆ นี้คงประหม่ามากสินะถึงได้ลืมแนะนำชื่อตัวเองไปซะสนิท ทว่าก็ยังอุตส่าห์รวบรวมความกล้ามากมายเพื่อชวนฉันไปงานเลี้ยงด้วย

นับถือในความกล้าหาญของเขาจัง


“ขอบคุณนะ ฉันดีใจมากเลยล่ะ”  ฉันยิ้มบางๆ  “แต่คงต้องขอโทษด้วย”

เขาส่ายหน้ารัว ไม่ถามหาเหตุผลเมื่อฉันกล่าวปฏิเสธ  “ไม่เป็นไรเลยครับคุณอุรารากะ!…..แค่ได้คุยด้วย ผมก็ดีใจสุดๆ แล้วครับ!


ทั้งๆ ที่ถูกปฏิเสธแท้ๆ แต่กลิ่นอายความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นกลับแผ่ออกจากตัวเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เห็นแล้วมันดีจังเนอะ


“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ!

“จ้ะ หวังว่าจะได้คุยกันอีกนะ”

“ครับ!”


เพื่อนนิรนามได้โค้งลาและเดินจากไปแล้ว ถึงอย่างนั้น ฉันก็ไม่มีทางเสียใจที่ตัวเองปฏิเสธต่อให้คัตสึกิคุงจะตอบตกลงเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ตาม เพราะไม่ว่ายังไง ผู้ชายที่ฉันอยากขอไปงานเลี้ยงด้วยก็มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

นี่คือสิ่งที่แน่นอนและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจากหัวใจของฉัน


“แอบเห็นนะอุรารากะ~”

“เอ๊ะ?”

ระหว่างที่เสียงโหวกเหวกภายในห้องเรียนเงียบสงบลงแล้ว จู่ๆ จิโร่จังกับโมโมะจังจึงเข้ามายืนยิ้มกรุ้มกริ่มข้างๆ ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ว่าแต่โมโนมะคุงยอมเจรจาสงบศึกแล้วเหรอ?

“คุณคนเมื่อกี้เขามาชวนไปงานเลี้ยงใช่ไหมคะ!? คุณอุรารากะตอบไปว่ายังไงคะ!?”  โมโมะจังเขย่าแขนเบาๆ

“เฮ้ยๆ คัตจัง~ ฉันเห็นนะเว้ย กับผู้หญิงคนเมื่อกี้น่ะ~”

“หนวกหู”

แม้คัตสึกิคุงเริ่มเบะปากแล้ว แต่คิริชิมะคุงกับคามินาริคุงที่กลับมาอารมณ์ดีสักทีก็ยังยืนส่งยิ้มยียวนให้ตรงประตูหน้าห้องเรียนไม่เลิก

“เอ๊ะ!? มีคนมาชวนคุณบาคุโกแล้วเหรอคะ!?”

“ฮ่าๆๆ~!! เห็นไหมบาคุโก ขนาดยาโอโยโรซึยังอยากรู้เลย สรุปยังไง? ตอบตกลงไปรึเปล่า~”  คิริชิมะคุงสะกิดไหล่เหมือนจงใจกวน

“นั่นสิๆ~ อยากรู้จังเลยคัตจัง~”

“ถ้ายังขืนเซ้าซี้อยู่อีกฉันจะฆ่าพวกแก!!!

“อ้าว! ถ้าไม่ชอบก็รีบตอบมาสิ~”

ยิ่งเขาโดนรบเร้าให้สารภาพความจริงมากๆ เข้า ฉันซึ่งพลอยลุ้นคำตอบไปด้วยจึงถึงกับกำมือแน่น ขณะที่คัตสึกิคุงมัวแต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างรำคาญเต็มทนก่อนจะเหลือบมองฉันเพียงแวบเดียวเท่านั้น

“เร็วสิ ทุกคนรอฟังอยู่นะ~”

“ใช่ๆ~ สรุปยังไงเนี่ย? เงียบอยู่ได้คัต–”

“ฉันปฏิเสธ!!! พอใจรึยังไอ้เพื่อนเวร!!!

“เอ๊ะ!!!??”

เพื่อนๆ พร้อมใจกันประสานเสียงร้องออกมาเป็นหนึ่งเดียวด้วยความประหลาดใจ ยกเว้นฉัน แต่ใครจะรู้ว่าภายนอกที่นิ่งเงียบแบบนี้ ฉันต้องมัวรับมือกับเสียงดังโครมครามในอกซ้ายที่ไม่มีวี่แววจะสงบลงเลยลำบากแค่ไหน

“ปฏิเสธเนี่ยนะ!!? เออใช่สิ!! นายมันหล่อเลือกได้นี่!!!  คามินาริคุงโวยวาย

“แล้วแกจะมาเดือดร้อนอะไรหา!!? เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!!

“เอาน่าๆ~ อย่าไปดุคามินาริมันเลย”  คิริชิมะคุงหัวเราะแห้ง  “แล้วอุรารากะล่ะ?”

“เอ๊ะ!?”

“นั่นสิ! คุณอุรารากะตอบไปว่ายังไงคะ!?”

“หา!? มีคนมาชวนอุรารากะแล้วเหรอ!? อย่างนี้โมโนมะก็ยิ่งว่าห้องเราไม่ได้ใหญ่เลยสิ!”  คามินาริคุงทำตาลุกวาว  “แล้วตอบไปว่ายังไง!? ตกลงรึเปล่า!?”

ฉันอ้ำอึ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนแต่ละคนทำหูผึ่งสุดชีวิต แถมคราวนี้โมโมะจังดันพลอยเป็นไปกับเขาด้วย ดูท่าคงจะไม่มีใครช่วยฉันได้แล้ว ทว่าถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้คิดจะเก็บเป็นความลับไปตลอดหรอก เพราะไหนๆ คัตสึกิคุงก็อยู่ตรงนี้แล้วนี่นา


คัตสึกิคุงไม่ได้มองฉัน กลับกัน สายตาเขามัวแต่จดจ่ออยู่บนพื้น แต่ฉันจะเชื่อนะฉันจะเชื่อว่าเขากำลังตั้งใจรอฟังคำตอบของฉันอยู่


“ฉันก็


สองพยางค์ที่เปล่งออกมาสามารถเรียกความสนใจจากดวงตาสีแดงคู่คมนั้นได้ ฉันอมยิ้ม จ้องตาคัตสึกิคุงอย่างต้องการสื่อความในใจว่าคำตอบนี้ฉันอยากบอกให้เขารู้มากกว่าใคร


ปฏิเสธไปนะ”


“เอ๊ะ!!!??”

ในขณะที่เพื่อนๆ พากันส่งเสียงร้องลั่นราวกับฉายเทปซ้ำ คัตสึกิคุงเพียงแค่เบิกตากว้างแล้วยืนนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายหลบสายตาลงก่อน

“ง..งั้นแสดงว่าเพื่อนห้องเรายังไม่มีใครมีคู่ไปงานเลี้ยงสักคน”  โมโมะจังยกสองมือปิดปาก

“พวกนายสองคนเป็นบ้ารึไงหา!!? มีคนมาชวนทั้งทีเลยนะเว้ย!! แต่ก็แหงล่ะ!! หล่อสวยเลือกได้อย่างพวกนายไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกฉันหรอก!!!

“มันขนาดนั้นเลยเหรอวะคามินาริ”  คิริชิมะคุงเลิกคิ้ว

“ขนาดนั้นสิวะ!!

จิโร่จังถอนหายใจ  “แล้วทำไมนายไม่ลองเป็นฝ่ายชวนดูก่อนล่ะ?”

“ก็ฉันอยากสัมผัสความรู้สึกของคนป๊อปบ้างนี่!

“หา? ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ แค่ชวนก่อนก็สิ้นเรื่องแล้ว ไม่งั้นก็รอต่อไปเถอะ”

“จิโร่–! โธ่~! เอางั้นก็ได้!!

“อะไร?”

คามินาริคุงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะตะโกนดังลั่นทั่วชั้น  “จิโร่!! ไปงานเลี้ยงคู่กับฉันเถอะนะ!!!

“เอ๋!!!??”

..คราวนี้ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นแล้ว! เพราะทันทีที่ได้ยินคำขอกะทันหันของคามินาริคุง เพื่อนคนอื่นๆ ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักจึงถึงกับร้องสนั่นตามๆ กันออกมาไม่ว่าจากในหรือนอกห้องเรียน!

“อ..ไอ้บ้าคามินาริ!! นายบ้าไปแล้วรึไงหา!!?”  อ๊ะ! จิโร่จังหน้าแดงด้วย! น่ารักจังเลย~

“ก็เธอเป็นคนบอกให้ชวนก่อนเองนี่!!

“แต่ฉันไม่ได้หมายความว่า–!

“ไม่รู้แหละ!..สรุปว่ายังไง!? เธอจะตกลงไปงานเลี้ยงคู่กับฉันไหม?

จิโร่จังเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเบา  “ก..ก็ไปสิ”

“เอ๊ะ!!? จริงนะ!!? ไชโย~!!!

“เงียบน่า!!!

แม้จะกะทันหันไปหน่อยแต่คำตอบที่ได้กลับน่าพอใจสุดๆ เลยนี่นา! สงสัยจะต้องเอาไปปรับใช้บ้างซะแล้ว! คามินาริคุงสุดยอด!! ข้าน้อยอุรารากะ โอชาโกะขอคารวะ~!!







Chit-Chat : ถ้าหอพักสำหรับปีสองเป็นแบบเดินถึงกันได้ก็ดีนะคะ คงได้เจอหน้ากันบ่อยน่าดู อีกเรื่องคือไรท์ชอบเวลาเห็นคนทักกันด้วยการชื่นชมมากเลยค่ะ เพราะคำพูดดีๆ เนี่ยช่วยสร้างวันดีๆ ให้เราได้จริงๆ แถมยังเพิ่มความมั่นใจด้วยฮื่อ แล้วก็ฟิคเรื่องนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วนะคะ! ขอบคุณรีดเดอร์ที่ติดตามและคอมเมนท์บอกความรู้สึกมาตลอดนะฮับ เป็นยาฮีลใจชั้นดีของไรท์เยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #90 Princess Serena (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2564 / 07:59
    น่ารักเกินไปแย้ววว รอตอนต่อไปนะคะ
    #90
    0
  2. #89 Little_Ryu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2564 / 00:33

    ระหว่างโอชาโกะกับคัตจังใครจะเป็นคนชวนก่อนกันนะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว ระหว่างอ่านคือเขินบิดไปบิดมามากเลย 55555555
    #89
    0
  3. #88 -yumemaru- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2564 / 23:45
    โอ๊ยย รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วววว
    #88
    0