[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 13 : Special Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    24 ธ.ค. 63

B
E
R
L
I
N
 


Special Hero

 


 

[Katsuki’s part]

 

          ผมเริ่มรู้สึกตัวก็ตอนที่แสงจากข้างนอกแยงตา ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกลับมานอนอยู่บนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่แถมไอ้ความรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ตรงจมูกนี่ก็ด้วย อย่างเมื่อวานผมรู้ว่าตัวเองเมา แต่ก็แทบจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่บอกให้ไอ้หน้าเหล็กไปหยิบเหล้ามาเพราะโดนไอ้อัตลักษณ์ขี้ลอกนั่นยั่วโมโห ขนาดเรื่องที่คุยกันยังจำได้แค่ลางๆ เลย มากกว่านี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง


          เปลือกตาสุดแสนจะหนักอึ้งชวนให้รู้สึกรำคาญนิดหน่อย แต่มันก็คงไม่ร้ายแรงเท่ากับตอนที่ค่อยๆ ลืมตาแล้วเห็นว่าตัวเองยังใส่ชุดของเมื่อวานอยู่ ผมลุกขึ้นนั่งพร้อมกับขยี้หัวด้วยความฉุนเฉียว ไม่มีสักวันเลยที่ตื่นมาแล้วจะไม่เจอเรื่องชวนหงุดหงิดแบบคนอื่นเขา นี่ต้องเมาเละขนาดไหนถึงไม่ได้อาบน้ำด้วย สกปรกชะมัด!


          “ตื่นแล้วเหรอ


          “เฮ้ย!!!”  ผมร้องลั่นด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ก็หันไปเจอคามินาริกับไอ้หัวองุ่นเส็งเคร็งนั่งจ้องตาเขม็งอยู่บนพื้น  “พวกแกมาทำบ้าอะไรในห้องฉัน!!? อยากตายรึไงหา!!!??”

          ทั้งสองคนจ้องหน้าผมนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมไอ้ขอบตาคล้ำๆ นั่นอย่าบอกนะว่าไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเพื่อนั่งถ่างตาเฝ้าผม!?

ขนลุกชะมัด!! เป็นบ้าอะไรกัน!!?


          “นายจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ไหมบาคุโก?”  คามินาริถามด้วยน้ำเสียงไร้วิญญาณ

          “จำได้สิ จำได้ว่าแกควรออกไปเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะระเบิดอัดหน้าแกไง!!!

          “พวกฉันจริงจังนะ!!!

          จู่ๆ สองคนนั้นก็พร้อมใจกันตะคอกใส่เหมือนผมไปทำอะไรให้เจ็บแค้นใจมา ทั้งๆ ที่คนที่ควรจะโกรธที่สุดตอนนี้ควรเป็นผมที่โดนบุกรุกห้องไม่ใช่รึไง!!?

          “นี่นายจำไม่ได้จริงๆ รึไงว่าตัวเองทำอะไรลงไปน่ะ!?”

          “ฉันเมาจนต้องให้พวกแกทนแบกขึ้นมาส่งสินะ!! แล้วยังไง!!? อยากให้ฉันส่งศพพวกแกกลับบ้านตอบแทนไหมล่ะหา!!?”

          “เลิกพูดอะไรไร้สาระสักที!!”  อ้าว!? ไอ้หัวองุ่นเวรนี่!!  “ไอ้เรื่องแบกขึ้นมาส่งมันไม่สำคัญหรอก!! มีอีกเรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้นเยอะ!!

          “ใช่! นายลองนึกดูดีๆ สิบาคุโก”

          ผมกัดฟันแน่น รำคาญเจ้าพวกบ้านี่ขึ้นไปทุกที

“จำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นโว้ย!! ฉันจะไปอาบน้ำ แล้วถ้าออกมาพวกแกยังเสนอหน้าในห้องฉันอยู่อีกล่ะก็ ไม่ตายดีแน่!!


ตอนแรกเผลอคิดว่าคำขู่เมื่อกี้น่าจะทำให้คามินาริกับไอ้หัวองุ่นที่มองหน้ากันแล้วเงียบไปเริ่มกลัวบ้าง แต่สุดท้ายผมคงมองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะพอออกจากห้องน้ำมาก็ยังเห็นพวกมันนั่งหน้าสลอนที่เดิมอยู่เลย! นี่มันไม่รักชีวิตตัวเองกันเลยใช่ไหมถึงได้กล้าท้าทายกับความตายอย่างนี้น่ะ!!

          “พวกแกยังอยู่อีกเหรอหา!!!??”

          “ฉันกับมิเนตะจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่านายจะนึกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานออก!!

          ผมเขวี้ยงผ้าเช็ดผมบนไหล่ใส่คามินาริ  “ลองใช้สมองกลวงๆ ของพวกแกคิดดูดีๆ นะ เมื่อวานฉันเมาเละขนาดนั้นจะไปจำอะไรได้!! ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกลับมาถึงหอพักตั้งแต่เมื่อไหร่!!

          รำคาญชะมัด โคตรจะไม่เข้าใจเลยว่าเจ้าพวกนี้จะถามจี้กวนประสาทให้มันได้อะไรขึ้นมา มัวแต่กั๊กอยู่นั่นแทนที่จะเล่าให้มันจบๆ ไป

ผมใช้หลังมือปาดหยดน้ำที่ไหลจากโคนผมลงมาบริเวณจมูกโดยลืมไปเลยว่ายังรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ อยู่จึงรีบชักมือออกทันที

          “นายเจ็บจมูกเหรอบาคุโก?”  คามินาริถาม น่าจะสังเกตเห็นตอนที่ผมชักมือออกเมื่อครู่ไม่ก็สีแดงจางๆ ของมัน

          “ใช่”

          “งั้นนายจำได้ไหมว่าไปโดนอะไรมาถึงเจ็บจมูก?”

          ผมนั่งลงตรงหน้าคามินาริ อยากจะกินหัวมันให้รู้แล้วรู้รอด  “ฟังไม่รู้เรื่องรึไง!!? ฉันก็บอกอยู่ไงว่าจำไม่ได้ แกจะยั่วโมโหฉันเหรอหา!!?”

          เดี๋ยว! หรือว่า–!

          “รู้ละ!! เมื่อวานมีคนถือโอกาสต่อยจมูกตอนที่ฉันเมาใช่ไหม!!? มันเป็นใคร!!? ฉันจะไปฆ่ามัน!!

          “โธ่~!! ไม่ใช่โว้ย!!!

          พวกมันสองคนพร้อมใจกันตะโกนลั่นก่อนที่คามินาริจะเขวี้ยงผ้าเช็ดผมคืนแล้วว่าต่อ  “เมื่อวานนายล้มหน้าฟาดพื้นเองต่างหาก!

          “ใช่! แล้วไอ้ตอนที่นายล้มน่ะมันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวานด้วย!

          ผมส่งสายตาดุดันพลางชูมือที่มาพร้อมประกายระเบิด  “งั้นก็ขอให้มันร้ายแรงจริงอย่างที่แกว่านะไอ้หัวองุ่น ถ้าเรื่องที่พวกแกหมายถึงมันไร้สาระแถมยังกวนประสาทด้วยล่ะก็ฉันจะฆ่าให้เกลี้ยง!!

          ทันทีที่ยืนกรานออกไปเจ้าบ้าทั้งสองก็มองหน้ากันอีกครั้ง ไม่รู้มันจะมองอะไรกันนักกันหนา แต่ถึงอย่างนั้นก็พอเข้าใจได้ เพราะถ้าหลังจากนี้พวกมันยังพูดจาไม่เข้าหูอยู่อีก ผมจะระเบิดหน้าพวกมันแน่นอน ดังนั้นคงต้องให้เวลาคิดก่อนพูดกันตายสักหน่อย และไม่นานนักคามินาริก็เอ่ยขึ้น

          “เมื่อวานตอนที่นายล้ม คนที่เข้าไปช่วยนายคืออุรารากะ


          อุรารากะ แล้วยังไง?


          “เพราะก่อนหน้านั้นนายอยู่กับอุรารากะในห้องโถงอยู่แล้ว”  ไอ้หัวองุ่นว่าบ้าง


          “แต่เรื่องร้ายแรงที่หมายถึงมันเกิดก่อนหน้านั้น


          “เพราะว่าฉันกับคามินาริน่ะเห็น


          ผมกัดฟันกรอดแล้วเงื้อมือขึ้นพลางตวาดลั่นอย่างสุดจะทน  “รีบๆ พูดมาเดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!!

          คามินาริกับไอ้หัวองุ่นสะดุ้งเหมือนเพิ่งจะมารู้สึกกลัวตายเอาป่านนี้ก่อนจะร่วมใจกันประสานเสียงออกมา


“นายจูบอุรารากะยังไงล่ะ!!!

 

          หา...?


          ผมชะงักลงและค้างมือที่ยังไม่ทันได้ปล่อยระเบิดไว้กลางอากาศ คามินาริเห็นอย่างนั้นจึงไม่รอช้า ถือโอกาสเล่าต่อ

          “ฉันกับมิเนตะเห็นนะเว้ยตอนที่นายจูบอุรารากะ! เพราะงั้นถึงได้สร่างเมาทันทีเลยไงล่ะ! แล้วหลังจากนั้นนายก็เดินมาล้มหน้าคว่ำจนอุรารากะต้องรีบเข้าไปช่วย! โชคดีที่ตอนนั้นพวกฉันพยายามปั้นหน้าซื่อบื้อที่สุดกันอุรารากะจับได้ คราวนี้นึกออกรึยัง!?”

          “ใช่ๆ!! นายกล้าทำลงไปได้ยังไงหา!? รู้ไหมว่าพวกเราต้องทนแอบดูอยู่นานแค่ไหน!? ฉันน่ะ–!!

          ตู้มมม!!!


          ผมถือโอกาสปล่อยระเบิดอัดหน้าไอ้หัวองุ่นก่อนที่มันจะพูดจาพล่อยๆ ออกมาจนคามินาริถึงกับอ้าปากค้าง

          หึ!! น่าชื่นชมเจ้าพวกบ้านี่ที่ยั่วโมโหผมสำเร็จ!! ทั้งไร้สาระและกวนประสาทเหมาะกับระเบิดของผม รางวัลที่อยากจะมอบให้จริงๆ!!

“แกมีอะไรจะสั่งเสียไหมคามินาริ!!!??”

          “สั่งเสียบ้าอะไรล่ะ!!! ที่ฉันพูดมันเป็นความจริงนะโว้ย!!!

          “ความจริงที่พวกแกคิดจะยั่วโมโหฉันแต่เช้าไง!!! ตายซะ!!!

          “อย่า!!!

          ตู้มมม!!!


          เจ้าบ้าคามินาริกรีดร้องโหยหวนพร้อมกับอุ้มร่างเล็กๆ ของไอ้หัวองุ่นขึ้นมาบังไว้ทำให้ผมที่ไม่ทันมองเผลอปล่อยระเบิดอีกลูกซ้ำหน้ามันเต็มๆ

          “คามินาริไอ้เพื่อนเวร!!!

          “ฉันขอโทษมิเนตะ~!! ฉันขอโทษ~!!”  คามินาริหน้าซีดแต่ก็ยังรวบรวมความกล้าหันมาย้ำกับผม  “เรื่องที่เล่าเมื่อกี้มันเป็นความจริงนะบาคุโก!!

          “ดูท่าแกจะอยากกินระเบิดมื้อสุดท้ายก่อนตายจริงๆ สินะ!!!

          “ก็ฉันพูดเรื่องจริงนี่!!! ถ้านายไม่เชื่อก็ไปถามอุรารากะได้เลย!!!

          ผมแสยะยิ้มทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น  “ได้!! แกเลือกดึงอุรารากะเข้ามาเกี่ยวเองนะ”

          “หา!? เดี๋ยว!! จะไปไหนบาคุโก!!?”


          คามินาริคงแทบกลั้นใจกัดลิ้นตายพอเห็นผมทำหูทวนลมแล้วเดินออกนอกห้องไป

          ใช่!! ตอนนี้เจ้าบ้าสองคนนั้นทำผมหงุดหงิดมาก!! อยากยั่วโมโหดีนักงั้นผมจะยอมเล่นตามเกมไปก่อนจากนั้นค่อยเก็บศพพวกมันทีหลัง คราวนี้ล่ะไม่ว่ายังไงก็ได้ตายสมใจแน่!!


ผมจำได้ว่าห้องอุรารากะอยู่ชั้นสี่เหมือนกัน และดูเหมือนโชคจะเข้าข้างอยากให้ผมกลับไปแก้เผ็ดพวกนั้นไวๆ ซะด้วยถึงได้ส่งเธอที่กำลังเดินไปทางโซนห้องพักหญิงมาให้พอดี

          “อุรารากะ!


          อุรารากะสะดุ้งน้อยๆ เมื่อได้ยินเสียงเรียกของผมก่อนจะหันมาส่งยิ้มเกร็งๆ ให้ทั้งๆ ที่ปกติชอบยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงหู

          “มีอะไรเหรอบาคุโกคุง?”


          ใบหน้ากลมๆ ของเธอเหมือนจะผิดสังเกตไปพอได้มาหยุดยืนมองชัดๆ ทั้งขอบตาที่คล้ำลงนิดหน่อยเหมือนคนไม่ได้นอน แต่ก็ยังดูดีกว่าเจ้าสองคนนั้น และสิ่งที่น่าติดใจอย่างแก้มอมชมพูที่รู้สึกว่าครั้งนี้สีจะเข้มขึ้นผิดปกติ หรือเข้มขนาดนี้อยู่แล้วก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ช่างเถอะ

          “ฉันมีเรื่องจะถาม”

          “อ..อ๋อ อะไรเหรอ?”


          ผมไม่ได้พูดต่อ โดยเลือกที่จะเหลือบมองคามินาริกับหน้าดำปี๋ของไอ้หัวองุ่นที่แอบตรงกำแพงมุมตึกแทน เจ้าบ้าสองคนนั้นทำท่าเพี้ยนๆ เป็นสัญญาณว่าห้ามผมพูดอะไรเด็ดขาดอย่างกับกลัวชะตาจะขาดในอนาคตใกล้ๆ นี้ ผมที่ไม่คิดจะใจอ่อนตั้งแต่แรกจึงกลับมาสบดวงตากลมโตของอุรารากะแล้วตัดสินใจถามออกไปตรงๆ


          “เมื่อวานฉันจูบเธอเหรอ?”


          “เอ๊ะ!?”


          “คามินาริกับไอ้หัวองุ่นบอกฉัน”

          “บาคุโก!!!”  เจ้าพวกนั้นเผลอโพล่งขึ้นก่อนจะรีบยกมืออุดปากตัวเอง


          อุรารากะคงตกใจนิดหน่อยถึงได้เบิกตากว้าง แถมแก้มสีอมชมพูเหมือนโมจินั่นก็ดูจะเข้มขึ้นกว่าเดิมด้วย หรือว่าผมคิดไปเอง? เอาเถอะ ไม่เข้าใจว่าเธอจะอึ้งทำไมก็ในเมื่อมันไม่จริง แค่ปฏิเสธมาซะก็สิ้นเรื่อง ผมจะได้รีบกลับไปเก็บศพพวกเพื่อนบ้าต่อสักที


          “จ..จะเป็นไปได้ยังไง~”  อุรารากะขำคิกคักพลางลูบท้ายทอยแต่สุดท้ายก็ชักมือกลับ  “บาคุโกคุงโดนหลอกแล้วล่ะ”

          ผมแค่นหัวเราะ  “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหมคามินาริ!! ไอ้หัวองุ่น!!

          สายตาดุดันของผมทำเอาเจ้าเพื่อนบ้าสีหน้าซีดเผือดหลบหลังกำแพงแทบไม่ทัน ทั้งๆ ที่หลบไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่ว่ายังไงผมก็จะตามไปฆ่าพวกมันอยู่ดี ตอนนี้มือชุ่มเหงื่อไปหมด น่าจะทำระเบิดให้เป็นของตอบแทนได้หลายลูก ดังนั้นก็เตรียมตัวตายซะเถอะ!!


          “เอ่อ ถ..ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปก่อนนะ”

          อุรารากะพูดจบก็ยิ้มแห้งๆ แล้วหันหลังเดินตัวแข็งทื่อกลับไป คงงงที่จู่ๆ ก็พลอยโดนพวกนั้นแกล้งไปด้วย


          ผมเปลี่ยนกลับไปแสยะยิ้มให้คามินาริกับไอ้หัวองุ่นหน้าถ่านพลางชูมือที่มีประกายระเบิดผุดขึ้นมาเพื่อต้อนรับการตายของพวกมัน

          “เดี๋ยวก่อนบาคุโก!!!

          “ตายซะ!!!

          “อ๊ากกก~!!!

          ตู้มมม!!!

 

[Katsuki’s part – END]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #57 Kkunlert (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 16:39

    อย่าเอาแต่ช่างเถอะช่างเถอะสิคัตจังงง

    #57
    0
  2. #54 Princess Serena (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 13:53
    สงสารยัยน้องงงง
    #54
    0
  3. #53 sunada (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 07:26
    คัตจัง...หนูซื่อหรือบื้อเนี่ยลูก!!! ช่วยสังเกตุอาการหนูชานิดนึง!!!!
    #53
    0
  4. #52 Little_Ryu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 05:55
    คัตจัง ช่างไม่รู้เลย สังเกตุอาการโอชาโกะด้วยยยย รอจ้า เป็นกำลังใจให้
    #52
    0
  5. #51 KanashimiYami (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 00:37
    โว้ยยย ตาคัตเอ๋ยยยยย ช่างไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย รอค่าาา
    #51
    0