[MHA : Kacchako] The Unexpected

ตอนที่ 10 : 9th Hero

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    24 ธ.ค. 63

B
E
R
L
I
N
 


9th Hero

 

 


          “ไว้มาเล่นกันใหม่นะคะ~”

คุณพี่พนักงานประจำจุดเครื่องเล่นกล่าวเสียงใสพลางโบกมือให้ฉันกับบาคุโกคุงราวกับกำลังแสดงความยินดีที่สุดท้ายฉันก็มีชีวิตรอดกลับมาได้

ใช่ ฉันก็ดีใจเหมือนกันแม้จะรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยถึงได้ใช้มือป้องปากตลอดทางที่เดินออกมา

          “อยากเล่นอีกรอบชะมัด! คนอื่นกลัวพวกเราหมดเลยเธอเห็นใช่ไหม!

          “อื้ม”  ฉันฝืนยิ้ม พยายามไม่พูดเยอะ เพราะกลัวเจ้าแฮมเบอร์เกอร์ที่กินเข้าไปก่อนหน้านี้จะวิ่งสวนออกจากปากซะก่อน


เมื่อเดินมาถึงบริเวณลานกว้างแล้ว บาคุโกคุงก็กวาดสายตาหาเครื่องเล่นใหม่รอบๆ จากนั้นจึงหยุดมองฉัน  “เป็นอะไร?”

          “เวียนหัวนิดหน่อยน่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ อยู่นิ่งๆ สักพักก็หาย”  ฉันยิ้มบางๆ นึกขึ้นได้ว่ามีน้ำขวดเล็กๆ ในกระเป๋าจึงหยิบออกมา

          บาคุโกคุงยืนมองเงียบๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทีอะไร ฉันดื่มน้ำที่เหลือไม่ถึงครึ่งขวดจนหมด และทันใดนั้นก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสแผ่วเบาบริเวณหน้าผากขณะก้มเก็บขวดน้ำลงกระเป๋า บาคุโกคุงใช้นิ้วเขี่ยผมหน้าม้าฉันออกเล็กน้อยพลางจ้องบริเวณหน้าผากเหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง ฉันเม้มริมฝีปากแน่น จู่ๆ หัวใจในอกซ้ายก็เร่งจังหวะขึ้นมาซะงั้น

          “อ..อะไร

          “ก็ไม่เท่าไหร่ ตอนนั้นนึกว่าหัวจะแตก”  เขาผละมือออก กลับมาสบตาฉันอีกครั้งแล้วขมวดคิ้ว  “คราวนี้หน้าเป็นอะไรอีก?”

          เพราะรู้ว่าทำไมเขาถึงถามอย่างนั้น ฉันจึงถอยหลังเล็กน้อย มองนู่นมองนี่ไปทั่ว มือไม้อยู่ไม่สุข พยายามพูดเปลี่ยนประเด็นเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องสีระเรื่อบนหน้าที่ร้อนผ่าวมาตั้งแต่เมื่อกี้  “หายแล้ว! ฉันหายเวียนหัวแล้วนะบาคุโกคุง! พวกเราจะไปเล่นกันต่อเลยไหม? ฮะๆๆ~”

          “แล้วเธออยากเล่นอะไร?”

          อยากเล่นอะไรน่ะเหรอ ฉันมองรอบๆ ลานสวนสนุก อารมณ์เปลี่ยนทันทีราวกับสั่งได้  “ม้าหมุน!

          “หา!? บ้าเหรอ! เดี๋ยวก็อ้วกแตกหรอก! เวียนหัวอยู่ไม่ใช่รึไง!

          “แต่อย่างน้อยม้าหมุนก็ไม่หมุนเหวี่ยงเหมือนตอนบาคุโกคุงขับรถหรอกนะ”

          “ว่าไงนะ!!? พูดแบบนี้อยากตายไหม!!?”  บาคุโกคุงเริ่มแยกเขี้ยวอีกครั้ง แต่ฉันกลับขำออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

          “เอาเป็นว่าไปเล่นม้าหมุนกันเถอะนะ! ฉันหายเวียนหัวแล้วด้วย!”  ฉันดันหลังอีกฝ่ายให้มุ่งหน้าไปหาม้าหมุนแม้เขาจะยังโวยวายลั่นเหมือนเด็กเอาแต่ใจอยู่

          “ไม่เอา!! เครื่องเล่นปัญญาอ่อนแบบนั้นมันจะไปสนุกได้ไงหา!!?”

          “แต่บาคุโกคุงให้ฉันเลือกแล้วนะ”


          บาคุโกคุงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่เถียงกลับ ท่าทางดื้อดันแต่สุดท้ายก็ยอมจำนนโดยดี ในที่สุดพวกเราทั้งสองจึงได้ขึ้นมานั่งบนม้าเป็นที่เรียบร้อย มิหนำซ้ำ ดนตรีบรรเลงขณะปล่อยม้าหมุนหมุนไปเรื่อยๆ ยังให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยายยังไงยังงั้น บาคุโกคุงนั่งกอดอกบนม้าสีขาวพลางกัดฟันกรอด คงจะทรมานมาก ทว่ายิ่งเห็นแบบนั้นฉันก็ยิ่งกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

          “ขำอะไร!!?”

          “พี่ชายไม่เห็นเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวเลย”

          “อย่าพูดอย่างนี้สิลูก! ขอโทษนะคะ

          สีหน้าบาคุโกคุงชักเหมือนคนท้องผูกขึ้นเรื่อยๆ นับว่ายังดีที่เขาไม่หันไปอาละวาดใส่เด็กน้อยเมื่อครู่ จนกระทั่งม้าหมุนหยุดลงเท่านั้นแหละ เขาก็กระโจนลงจากม้าอย่างไว เดินจ้ำอ้าวมากำข้อมือฉันไว้แล้วแสยะยิ้ม

          “คราวนี้ตาฉันแล้ว!!

          “เอ๊ะ!?”

 


          “เดี๋ยว!! ฉันไม่อยากเล่นอันนี้บาคุโกคุง!!

          “เรื่องของเธอ!!!

          ฉันแทบตะกายหนีเหมือนแมวกลัวน้ำเมื่อโดนบาคุโกคุงลากไปที่ดรอปทาวเวอร์ เครื่องเล่นหอสูงๆ สุดหวาดเสียวที่จะปล่อยให้คนตกลงมาเหมือนตกนรก ฉันไม่อยากเล่น! และไม่เคยคิดอยากเล่น! แต่ดูเหมือนว่ายมทูตตนนี้จะไร้ความปรานีเกินกว่าจะฟังคำขอสุดท้ายของฉัน เพราะในที่สุด ฉันก็โดนล็อกกับที่นั่งชนิดที่กระเสือกกระสนหนีไม่รอดจนได้ บาคุโกคุงนั่งข้างๆ ทำหน้าเหมือนพวกคนอยากลองของตามบ้านผีสิงโดยไม่สนใจสีหน้าฉันที่ใกล้ตายกลายเป็นผีเลยสักนิด

เครื่องเล่นเริ่มส่งเสียงก่อนจะค่อยๆ เลื่อนผู้เล่นทุกคนขึ้นไปบนยอดหอ ฉันหลับตาปี๋ ถึงจะมีอัตลักษณ์เป็นซีโร่กราวิตี้ก็ใช่ว่าจะคุ้นเคยกับความสูงสักหน่อย! โดยเฉพาะความสูงในสถานการณ์แบบนี้!

          “เฮ้ย!! หลับตาทำไม!?”

          “ก..ก็มันน่ากลัว–!

          “ลืมตา!

          “ไม่เอา! ไม่ไหวหรอก!

          “ลืมตาดูก่อนสิอุรารากะ!


          ฉันค่อยๆ ลืมตาตามคำเชิญชวนแกมบังคับของบาคุโกคุง กระทั่งได้เห็นวิวทิวทัศน์ของสวนสนุกและเมืองท่ามกลางแสงพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน

          ท้องฟ้าทั้งผืนในตอนนี้ราวกับถูกเคลือบด้วยสีส้มเข้ม อากาศข้างบนบริสุทธิ์ แถมยังมีลมโชยเบาๆ ฉันเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงในความงดงามของบรรยากาศตรงหน้า จนอยากจับภาพทั้งหมดเอาไว้และใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่ผู้คน ถนน ก้อนเมฆ

          ขนาดตอนเย็นยังสวยขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นตอนกลางคืนล่ะ? จะได้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าไหมนะ? หรือว่าแสงจากข้างล่างจะกลบหมด? แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าแบบไหนก็สวยอยู่ดีนี่เนอะ


          เครื่องเล่นส่งเสียงอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา ฉันใจแป้ว หลุดออกจากภวังค์ทันทีก่อนจะค่อยๆ ชำเลืองมองบาคุโกคุงที่แสยะยิ้มชั่วร้ายใส่

“เธอตายแน่อุรารากะ!!!

 


          ..กว่าจะหลุดจากหอคอยมาได้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ฉันเอามือทาบอก พยายามควบคุมลมหายใจพร้อมกับลากสังขารไปที่ม้านั่งใกล้ๆ มือสั่นขาสั่นไปหมด แถมรู้สึกเวียนหัวกว่าตอนเล่นรถบั๊มอีก แต่โชคดี! โชคดีจริงๆ ที่ฉันยังมีชีวิต!

          “เธอน่าจะเห็นหน้าตัวเองเมื่อกี้!”  บาคุโกคุงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ มองฉันด้วยรอยยิ้มสะใจ ไม่มีทีท่าสะทกสะท้านใดๆ กับหอคอยเมื่อครู่

          “บาคุโกคุงก็น่าจะเห็นหน้าตัวเองตอนเล่นม้าหมุนเหมือนกันนะ”

          “เธออยากอ้วกแตกตายตรงนี้เลยไหมหา!!?”  บาคุโกคุงขู่ แต่เมื่อสังเกตเห็นสายตาคนรอบๆ ก็กลับไปนั่งทำหน้าบูดเงียบๆ


จะว่าไป นึกถึงตอนที่เล่นด้วยกันทีไร รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะสดใสของเขาก็มักจะผุดขึ้นตามมาด้วยเสมอ ขนาดตอนที่เล่นดรอปทาวเวอร์ยังหัวเราะเลย ดีใจจังที่เขาอยู่กับฉันแล้วมีความสุข

บาคุโกคุงเหมือนรู้ตัวว่าถูกแอบมองจึงหันกลับมาหาฉันที่นั่งอมยิ้มเงียบๆ แล้วถามห้วนๆ  “ยิ้มอะไร”

ฉันรู้ว่าเขาแค่ถามไปงั้นๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะบอกเขาอยู่ดี  “ไม่คิดว่าบาคุโกคุงจะสนุกขนาดนี้ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่อยากมา”

“จะบอกว่าฉันต้องขอบคุณเธอรึไง!?”

ฉันส่ายหัวเบาๆ แล้วฉีกยิ้ม อยากให้เชื่อว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ล้วนออกมาจากใจจริง  “ทางนี้สิต้องขอบคุณ ขอบคุณบาคุโกคุงที่มาด้วยกันนะ วันนี้ฉันสนุกมากเลย”


บาคุโกคุงเงียบ สีหน้ากลับเป็นปกติ ไม่ได้ดูโกรธหรือรำคาญอะไร เพียงแค่มองฉันอยู่อย่างนั้นแต่นั่นกลับยิ่งทำให้รู้สึกประหม่าขึ้นมา อดคิดไม่ได้ว่าเมื่อกี้เผลอพูดอะไรผิดไปรึเปล่า

เขาละสายตาจากฉันแล้วลุกขึ้นเอ่ยสั้นๆ  “จะไปซื้อน้ำมาให้”

“เอ๊ะ? อ..อื้ม”

ตามอารมณ์ไม่ถูกเลยแฮะ ตอนแรกก็ยังทำหน้าบูดอยู่แต่จู่ๆ กลับใจดีขึ้นมาซะงั้น แปลกตาดีเหมือนกันเนอะ


“ขบวนพาเหรดรอบหัวค่ำสุดพิเศษกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ขอขอบคุณผู้มาใช้บริการสวนสนุกทุกท่านและไว้พบกันโอกาสหน้านะคะ สวัสดีค่ะ”

สิ้นเสียงประกาศตามสาย ฉันก็ลุกขึ้นเดินไปเกาะแผงกั้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลเพื่อรอขบวนพาเหรดรอบหัวค่ำเคลื่อนมาส่งท้ายความสุขสำหรับวันนี้



ขบวนพาเหรดรอบหัวค่ำแตกต่างจากขบวนพาเหรดเมื่อตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง แสงโทนสีพาสเทลรอบๆ ช่วยให้สบายตา เสียงดนตรีคลอก็ละมุนหูชวนเคลิ้มเลยทีเดียว ฉันดูขบวนพาเหรดเคลื่อนตัวช้าๆ พลางกวาดสายตามองผู้ชมจำนวนน้อยรอบๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นรุ่นราวคราวเดียวกัน แถมยังยืนอยู่เป็นคู่ๆ–

“อยู่นี่นี่เองยัยหน้ากลม”

บาคุโกคุงที่เรียกฉันออกจากห้วงความคิดยื่นขวดชาให้  “ข..ขอบคุณ”


ฉันลืมเรื่องในหัวชั่วคราวแล้วรับชามาดื่มขณะเหลือบมองเขา พอฉุกนึกได้ว่าตัวเองก็อยู่กับบาคุโกคุงสองคนท่ามกลางบรรยากาศในตอนนี้เช่นเดียวกับคู่อื่นจึงรู้สึกโหวงๆ ในท้องขึ้นมาซะงั้น


และอีกครั้งที่บาคุโกคุงจับได้ว่าฉันแอบมองเขาอยู่ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปตรงที่เพียงทันทีที่สบนัยน์ตาสีแดงคู่นั้น หัวใจฉันกลับกระตุกวูบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“มีอะไร?”

ฉันโบกมือรัวแล้วขำกลบเกลื่อน  “ไม่มีๆ ฮะๆๆ~”


บาคุโกคุงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจก่อนจะกลับไปชมขบวนพาเหรดตรงหน้าต่อ ดวงตาสีสดของเขาสะท้อนแสงสีตรงหน้าเอาไว้จนเป็นประกาย ยิ่งเห็นแบบนั้น ฉันก็ยิ่งแทบไม่อยากละสายตาจากเขาไปเลย

“เอ่อ”  ตัวฉันในตอนนี้ราวกับคนไร้สติ จู่ๆ ก็ส่งเสียงทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรด้วยซ้ำ  “เอ่อคืออ๋อ! เดี๋ยวฉันจะคืนเงินค่าชาให้นะ! เท่าไหร่เหรอ?”


นี่ฉันเป็นอะไรไป ทำไมถึงทำตัวแปลกๆ


“ไม่ต้องคืน”  บาคุโกคุงกล่าวเสียงเรียบ  “ฉันซื้อให้”

ฉันกะพริบตาถี่แล้วหันกลับไปทางขบวนพาเหรดทันทีพอรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าขึ้นมากะทันหัน กลัวว่าเขาจะสังเกตเห็นสีของมันเหมือนเมื่อตอนบ่ายอีก  “ข..ขอบคุณมากนะ”


อะไร? เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่? อย่าบอกนะว่าแค่เพราะสิ่งที่เห็นและบรรยากาศรอบๆ ในตอนนี้ไม่ๆๆ เลิกคิดอะไรไร้สาระได้แล้ว เพื่อนกันก็อยู่กันเป็นคู่ได้นี่นา บาคุโกคุงยังไม่เห็นคิดอะไรเลย


ความวุ่นวายในหัวถูกสลัดทิ้งหลังจากได้ยินเสียงพลุบนท้องฟ้า สีสวยๆ ของมันทำให้ฉันเลิกสนใจความรู้สึกแปลกๆ จนต้องเผลอร้องว้าวและพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยเพิ่งเคยเห็นพลุเป็นครั้งแรก

“สวยมากเลยเนอะบาคุโกคุง! ดูสิ!

“อืม”

ฉันเขย่ามือตัวเองอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่สุดท้ายก็กลับมาหยุดนิ่งและค่อยๆ หุบยิ้มหลังจากฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้  “เสียดายจัง”

“เสียดายอะไร?”

“ก็สวนสนุกจะปิดแล้วนี่สิ เดี๋ยวพวกเราก็ต้องกลับแล้ว ยังอยากเล่นต่ออยู่เลย”  ฉันถอนหายใจเบาๆ อาการแบบนี้คงเรียกว่าติดลมล่ะมั้ง

บาคุโกคุงขมวดคิ้ว  “มันจะไปยากอะไร เอาไว้มาใหม่สิ มากับฉัน–”


เสียงของเขาขาดช่วงลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ภายในอกซ้ายของฉันกลับมาเต้นระส่ำอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังรุนแรงยิ่งกว่าตอนแรก พอบาคุโกคุงเห็นฉันใบ้กินจึงต้องรีบแก้ใหม่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ฉันหมายถึงจะมากับฉันหรือมากับใครก็ได้! ทำไมเธอต้องพูดเหมือนสวนสนุกจะเจ๊งเร็วๆ นี้ด้วยหา!!?”

ได้เห็นใบหน้านิ่วๆ ของเขาอีกครั้ง ฉันก็ระเบิดหัวเราะออกมา  “ขอโทษทีๆ~ เอาไว้ผ่านกีฬายูเอย์ไปได้จะหาเวลามาใหม่ละกันนะ~”


พูดถึงกีฬายูเอย์ก็อดนึกไปถึงปีก่อนไม่ได้ทุกทีแต่ไม่เป็นไร! แม้จะผ่านมาแค่ปีเดียว แต่ระยะเวลาและประสบการณ์ที่ได้พบเจอมาขนาดนี้ก็เพียงพอสำหรับฉันที่จะก้าวขึ้นไปอีกระดับแล้วล่ะ! ครั้งนี้ฉันจะพยายามเต็มที่ จะสู้สุดฝีมือให้ดีกว่าเดิมให้ได้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน!

“แข่งกีฬายูเอย์ปีนี้ก็พยายามเข้านะบาคุโกคุง!”  ฉันว่าพลางฉีกยิ้ม ถึงจะรู้อยู่แล้วว่ายังไงเขาก็ต้องทำได้ดี แต่คิดว่าไม่ว่าใครก็คงอยากได้กำลังใจเวลาทุ่มเทให้กับอะไรมากๆ ทั้งนั้น


“เธอก็ด้วย”  บาคุโกคุงเอ่ยด้วยใบหน้าและแววตาจริงจังขึ้นมาผิดคาด  “รู้ไว้ซะว่าเธอไม่ใช่คนอ่อนแออย่างน้อยก็แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงคนไหนที่ฉันเคยเจอ”


บรรยากาศโดยรอบเริ่มสงบลง ฉันเบิกตากว้าง แทบไม่ได้ยินอะไรอีกหลังจากได้ฟังถ้อยคำจากปากบาคุโกคุงเมื่อครู่


ยอมรับ ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแข็งแกร่งได้เท่าคนอื่นเนื่องด้วยปัจจัยหลายสิ่ง แน่นอนว่าหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้นคืออัตลักษณ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็จะพยายามสู้ต่อไปไม่ว่าจะต้องล้มหรือร้องไห้สักกี่ครั้ง


มาในวันนี้ คนที่ได้ชื่อว่าทั้งปากร้ายและหยาบคายอย่างบาคุโกคุงบอกว่าฉันแข็งแกร่งแม้มันอาจเป็นแค่คำพูดเล็กๆ น้อยๆ แถมยังเทียบไม่ได้เลยกับความแข็งแกร่งที่เขามี แต่อย่างน้อย สิ่งที่ฉันพยายาม ทุ่มเท และยืนหยัดตั้งใจมาตลอด เขาเห็นมัน


ไม่เคยคิดเลย ว่าคนอย่างฉันจะดูแข็งแกร่งในสายตาใครได้


ฉันอมยิ้ม หัวใจเต้นเร็วเป็นจังหวะ ทั้งดีใจทั้งตื้นตันใจจนไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเขา ณ ตอนนี้ออกมายังไง แต่หวังว่าเขาจะรับรู้ถึงความรู้สึกขอบคุณของฉันนะ

“ขอบคุณนะบาคุโกคุง


บาคุโกคุงไม่พูดอะไร สีหน้าเรียบเฉยเหมือนทุกครั้งที่ฉันขอบคุณเขา

“อีกเรื่อง”  เขาล้วงมือลงในกระเป๋าใบเล็กแล้วหยิบรูปถ่ายออกมาสองใบ  “เอาไป”

“เอ๊ะ?”  ฉันรับมารูปทั้งสองมาอย่างงงๆ ทว่าพอได้เห็นชัดๆ แล้วก็แทบพ่นชาก่อนหน้านี้ออกมา  “รูปพวกเรานี่! บาคุโกคุงไปเอามาจากไหน!?”

ฉันทำตาโต มันเป็นรูปหลุดที่ตลกที่สุดที่เคยเห็นมาเลย ใบแรกเป็นรูปฉันหัวโขกตอนเล่นรถบั๊มกับบาคุโกคุงที่หน้าเหวอไปเลย ส่วนอีกใบเป็นรูปฉันนั่งหัวเราะกับบาคุโกคุงที่ทำหน้ายักษ์ตอนเล่นม้าหมุน

“จากไอ้หุ่นยนต์สแกนหน้าโง่ๆ นั่นแหละ”

“หุ่นยนต์สแกนหน้า?”

“ไม่ได้สังเกตรึไง ก็หุ่นยนต์ที่จะตะลอนไปทั่วแล้วก็แอบถ่ายภาพคนที่มาสวนสนุกไง มันเข้ามาสแกนหน้าฉันแล้วก็ปริ๊นท์รูปบ้าๆ พวกนี้ออกมาให้ เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด!

มิน่าล่ะถึงมีภาพฉันติดมาด้วย แสดงว่าสแกนหน้าใครก็จะติดคนที่อยู่ด้วยกันออกมาสินะ เห็นแล้วมันก็–

“ฮ่าๆๆๆ~!!”  ฉันหัวเราะลั่นขณะดูรูปสองใบสลับไปมา

“ขำบ้าอะไรหา!!??”

“ก็ดูหน้าพวกเราสิ~ มันแย่มากเลย ฮ่าๆๆ~!!”  ฉันว่าพลางใช้นิ้วปาดน้ำตาที่เล็ดออกมา  “บาคุโกคุงอยากได้รูปไหนเหรอ~?”

“ไม่อยากได้เว้ย!!!

“ไม่ได้นะ เราต้องเก็บไว้คนละใบสิ เป็นของที่ระลึกไง~”

“ระทึกล่ะสิไม่ว่า!!!

ฉันยิ่งกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่พอเห็นบาคุโกคุงหน้าบูดลงเรื่อยๆ จากนั้นจึงยื่นรูปทั้งสองใบให้เขา  “ชอบอันไหนก็เลือกอันนั้นเลยนะ~”

บาคุโกคุงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเห็นฉันยังดึงดันจะยัดเยียดรูปพวกนี้ให้เขาให้ได้ ก่อนจะพิจารณาแต่ละรูปด้วยหางตาแล้วหยิบรูปที่ฉันหัวโขกรถบั๊มไป

“ก็นึกว่าจะเลือกรูปตอนที่เล่นม้าหมุนซะอีก~”

“หนวกหูน่ะ!!!

ฉันก้มดูอีกรูปในมือตัวเองแล้วยิ้มตาหยี  “ฉันชอบรูปนี้มาก จะเก็บไว้อย่างดีเลยนะ~”

“เรื่องของเธอ!!!

“ฮ่าๆๆๆ~!!

ระหว่างที่ฉันยังหัวเราะร่า บาคุโกคุงก็ล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นครืดขึ้นมารับสาย  “แกโทรมาหาฉันทำซากอะไรเดกุ!! ฉันไม่อยากคุยกับแก!!

ไม่อยากคุยแต่รับสาย!? เขาจะทำให้ฉันขำไปถึงไหนกันเนี่ย~

“เออ”

อ๊ะ! พูดดีๆ ด้วยแล้วแฮะ

บาคุโกคุงกดวางสายแล้วเก็บมือถือ  “คนอื่นรออยู่หน้าสวนสนุกแล้ว”

“อื้ม! งั้นเรากลับกันเถอะ”

บาคุโกคุงพ่นลมออกจมูก รอบนี้คงรำคาญฉันไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินเคียงกลับไปหน้าสวนสนุกด้วยกันอยู่ดี



“ทางนี้คุณอุรารากะ~ คัตจัง~”

“อุรารากะ ฉันโทรกลับไปตั้งหลายรอบแต่เธอไม่รับสายเลยนะ นึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นซะอีก”

“อ้าวเหรอ! ขอโทษที ฉันคงไม่ได้ยินน่ะ”  ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คพบว่าสิบสายที่ไม่ได้รับมีทั้งมินะจัง เดกุคุง อีดะคุง

“ช่างเถอะ ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉัน มิโดริยะ อีดะต่างหากต้องขอโทษที่ไม่ได้รับสายด้วยเหมือนกัน”

“ไม่เป็นไร! สบายมาก!

“อื้ม! เอาเป็นว่าถ้าทุกคนมาครบแล้วก็กลับกันเถอะ!”  อีดะคุงเอ่ย

 

“เฮ้ยๆ~ เที่ยวเพลินจนลืมเพื่อนเลยเหรอ โทรไปตั้งหลายสายก็ไม่รับ~”  คิริชิมะคุงว่าพลางพาดแขนบนไหล่บาคุโกคุงระหว่างเดินกลับไปสถานีรถไฟฟ้า

“หุบปาก!!!


“อุรารากะ ตอนแยกไปกับบาคุโกเป็นยังไงบ้าง?”  มินะจังกระซิบ

“สนุกมากเลย~”

“เอ๊ะ!? จริงเหรอ?”

“จริงสิ~”  ฉันยิ้มกว้าง  “ทั้งสนุกและมีความสุขสุดๆ เลยล่ะ~”




Chit-Chat : หายไปตั้งเดือนนึงเลย ไรต์ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ เดือนที่แล้วเป็นเดือนที่หนักหนาสาหัสมากทำให้ลุกขึ้นมาจับคอมรีไรท์ต่อไม่ไหวเลย แถมยังรู้สึกรีไรท์ลำบากไม่ค่อยสมูทเท่าไหร่ คิดว่าสำนวนภาษาอาจขรุขระไปบ้าง แต่ยังไงหลังจากนี้ก็จะพยายามมากขึ้นค่ะ ขอบคุณรีดเดอร์ที่ยังรอฟิคของไรต์และยังรออ่านโมเมนต์น่ารักๆ ของเจ้าคัตกับน้องชานะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #41 sunada (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 15:39

    ไม่เป็นไรค่าา สู้ๆนะเราเป็นกำลังใจให้แ่อย่าทิ้งกันไปน้าา หาอ่านยากมากเลยคู่นี้///// แหม่ๆๆต่างคนต่างเอารูปหลุดของอีกคนนึงไปต้องเป็นความทรงจำที่ดีมากแน่ๆ
    #41
    0
  2. #40 palaroy21 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 00:23

    " ทั้งสนุกและมีความสุข "

    ดีจังเลยน้าาาา

    #40
    0
  3. #39 Keiyaku (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 11:40
    เราเขินมากๆเลยค่ะ แข็งนอกอ่อนในจังยัยคัต ชอบมากกก มันอบอุ่นในใจมากๆเลยค่ะ><
    #39
    0
  4. #38 Little_Ryu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 08:18
    น่ารักมากเลลค่ะ อ่านไปยิ้มไปตลอดเลยค่ะ
    #38
    0
  5. #37 RenaHime (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 21:55
    ........ *มองซ้ายมองขวาแล้วอมคนน่ารักอย่างบาคุโกเข้าปาก?*
    #37
    0
  6. #36 jidapazazazaza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 20:50
    น่ารักมากๆเลยค่ะ แค่คืดภาพตามก็ยิ้มแล้วว คัตจังคนปากร้ายใจดีส่วนยัยน้องก็แอบชอบเค้าแล้วแน่เลยย คูมไรท์สู้ๆนะคะถ้าไม่ไหวพักก่อนก็ได้ค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ ฮึบๆ
    #36
    0
  7. #35 muiji_aisa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 20:01
    น่ารักมากกกก เขินไม่ไหวแล้วแงง ไรท์สู้ๆนะคะ!
    #35
    0