[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 31 : 27 ค่ำคืนความในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B






27

ค่ำคืนความในใจ

 





            “ฉันจะฆ่าแก!!!!


ปั้ง!!!


            “โอ๊ย!!!

 

ชิกิชิมะถอนริมฝีปากออก ก่อนจะลุกออกจากร่างของฉันและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเขาถูกลูกปืนปริศนายิงเข้าไปที่สีข้าง


ฉันหันไปมองทางที่ลูกกระสุนพุ่งออกมาก็พบกับเฟอร์แลน ซึ่งนั่นสร้างความประหลาดใจให้กับฉันมาก


            “หมดเวลาของแกแล้ว!!!


สิ้นเสียงตะโกนลั่นของเฟอร์แลน ครูเอลวิน ครูไนล์ และสารวัตรทหารกลุ่มหนึ่งก็วิ่งเข้ามากุมตัวชิกิชิมะกับพวกลูกน้องของเขาทันที

 


            “มิคาสะ!


            “มิคาสะครับ!


ฉันแทบไม่เชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า – เอเลนกับอาร์มินเข้ามาช่วยฉันที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้นนั่ง น้ำตาที่ไหลอยู่ก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ เหือดแห้งไป


มันจบแล้วใช่ไหม? เหตุการณ์ที่สุดแสนจะทรมานหัวใจเมื่อครู่...มันจบแล้วใช่ไหม?

 


            “มิคาสะครับ! ตอบพวกผมหน่อยสิครับ!


            “ยัยบ้า! เธอทำพวกฉันเป็นห่วงมากนะรู้ไหม!? เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า!?”


เสียงของอาร์มินกับเอเลนที่ยิงคำถามใส่ด้วยความเป็นห่วงแทบไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทของฉันเลยแม้แต่น้อย...


ฉันหันช้าๆ มองไปยังหัวหน้ารีไวล์ที่กำลังมีคนช่วยแก้มัดมือให้อยู่


            “รีไวล์เป็นไงบ้าง!?”  คุณฮันจิ


            “หัวหน้าคะ!?”  คุณเพทรา


            “หัวหน้าครับ! เจ็บตรงไหนบ้างครับ!?”  คุณออรูโอ้

 

ใบหน้าที่เปื้อนคราบสกปรกจากแอ่งน้ำของเขานิ่งเรียบ ไม่พูดหรือเอ่ยอะไรเลยแม้แต่น้อย ทำให้คนทั้งสามกลับยิ่งเป็นห่วงหนักกว่าเดิม

เชือกที่มือถูกแก้ออกแล้ว หัวหน้าเงยมองชิกิชิมะที่ถูกกุมตัวเดินออกไป จากนั้นก็ลุกขึ้น และเดินออกไปจากบริเวณลานอย่างรวดเร็ว – ไม่สนใจใครทั้งนั้น

 


            “หัวหน้า...”



ฉันเสียงสั่น รีบลุกเดินตามเขาไปบ้าง ปล่อยให้เอเลนกับอาร์มินมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ

 


ฉันเร่งความเร็วฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะไล่คนที่กำลังขึ้นบันไดกลับไปข้างบนให้ทัน พลางตะโกนเรียกไปด้วย

            “หัวหน้า! หัวหน้า!...”


เขาไม่หยุดรอฉันเลย...


            “หัวหน้ารีไวล์!


ในที่สุดก็ไล่ทัน – ฉันดึงมือคนที่ยืนอยู่บนขั้นที่สูงกว่าเอาไว้ได้แล้ว เขาหยุดนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าฉันด้วยซ้ำ


            “หัวหน้าคะ...”


            “.....”


            “ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษจริงๆ”


            “เธอ...”


ฉันชะงักลง เมื่อหัวหน้าทำท่าอยากจะเอ่ยอะไรกับฉัน


            “...ตามฉันลงมาทำไม?”

 


ฉันใจคอไม่ดี หายใจเร็วขึ้น – พยายามควบคุมสติ


            “ตอบมาสิ...เธอตามฉันลงมาทำไม?”


เสียงแหบของหัวหน้ารีไวล์ถามอีกครั้ง พร้อมกับหันข้างน้อยๆ มองฉันที่อยู่ด้านหลัง...และเมื่อฉันได้มองแววตาของเขานั้นก็ทำให้ฉันแทบอยากจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ


แววตาของเขาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน


ทั้งเศร้า...ทั้งว่างเปล่า...



            “ฉันแค่..เป็นห่วง”


ฉันกลืนน้ำลายก่อน จึงค่อยบอกตามความจริง


            “แต่ฉันบอกไม่ให้เธอตามมา...”  หัวหน้ากล่าวเสียงเรียบ – ดูไร้ซึ่งความโกรธเคืองใดๆ แต่ก็ดูไร้ความรู้สึกด้วยเช่นกัน


            “...ทำไมเธอไม่เชื่อฉันเลย?”


            “ฉันขอ–”


ยังไม่ทันที่ฉันจะกล่าวจนจบประโยค หัวหน้าก็บิดแขนตัวเองให้หลุดจากมือของฉัน...เขาเดินขึ้นบันไดต่อไป โดยไม่หันกลับมามองฉันอีกเลย...

 


.....


4 วันต่อมา

 

ฉันได้รู้มาว่า...เหตุการณ์เมื่อสี่วันก่อน – หลังจากที่สารวัตรทหารสองคนนั้นตื่นขึ้นจากยานอนหลับแล้ว ก็ได้ยินเสียงเอะอะของพวกเรา พวกเขาจึงรีบมาดูหวังจะมาห้าม แต่เพราะมีเพียงแค่สองคน เมื่อเทียบกับกลุ่มคนห้าหกคนนั้น ทำให้พวกเขาไปขอกำลังเสริมจากสารวัตรทหารที่อยู่ด้านบน

แต่กว่าที่พวกเขาจะเห็นว่ามีการวิวาทกันอยู่นั้น ฉันเดาว่าก็คงจะเป็นช่วงสุดท้ายแล้ว เลยแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย...

เห็นไหมล่ะ? พวกสารวัตรทหารน่ะ ขี้ขลาดกว่าฉันซะอีก

 

ส่วนเฟอร์แลน หลังจากที่พยายามใจเย็นและคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็เพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าสถานที่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือเมืองใต้ดิน...เขาจึงได้มาขอความช่วยเหลือจากครูเอลวินพร้อมกับส่งจดหมายของชิกิชิมะให้ดู

ตอนนั้นครูเอลวินอยู่ที่ห้องชมรมทีมสำรวจกับเอเลน อาร์มิน คุณฮันจิ คุณเพทรา และคุณออรูโอ้พอดี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่มีคนมาช่วยฉันกับหัวหน้ารีไวล์ ถึงมีพวกเขาที่ดูจะไม่รู้เรื่องอะไรพอๆ กับฉันมาอยู่ด้วย

พวกครูเอลวินและพวกสารวัตรทหารพร้อมด้วยครูไนล์ มาปะกันตั้งแต่ทางลงไปยังเมืองใต้ดิน พอรู้ว่าการที่บังเอิญเจอกันในครั้งนี้เป็นเพราะจุดประสงค์เดียวกัน พวกเขาจึงรีบลงไปหยุดการวิวาททันที


...มาหยุดการวิวาทที่ไม่เหมือนการวิวาท


ถามว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น?


ก็เพราะตอนนั้น มันไม่มีการต่อสู้อะไรเลย...มีแต่การอยากจะยั่วโมโหอีกฝ่ายให้อกแตกตายไปเท่านั้น

 


ส่วนชิกิชิมะก็ถูกสารวัตรทหารเรียกไปสอบสวน ในสองข้อหา ข้อหาแรกคือการก่อการวิวาท ข้อที่สองคือการเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำร้ายให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส... หลังจากนั้น ครูไนล์ก็ทำการปลดชื่อของเขาออกจากการเป็นนักเรียนโรงเรียนชินเงคิอย่างถาวร

เพราะงั้น ตอนที่ชิกิชิมะถูกกุมตัวไปกับพวกสารวัตรทหาร นั่นจึงเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเขา

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้...


...คือหัวหน้ารีไวล์


สี่วันที่ผ่านมานี้เขาไม่พูดคุยหรือคิดจะปรับความเข้าใจอะไรกับฉันเลย ซึ่งทำให้ฉันเป็นทุกข์มาก


หากเราทั้งคู่ยังไม่ปรับความเข้าใจกัน ความห่างเหินก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


ฉันควรจะหาโอกาสตอนไหนดี? ฉันควรจะต้องพูดอะไรนอกจากคำว่าขอโทษดี?


ฉันไม่รู้เลย...

 


.....


เวลา 22.20 น.

หอพัก

ห้องพักหญิง

 

พวกเพื่อนๆ เริ่มทยอยกันหลับแล้ว เหลือแต่ฉันที่ยังคงนอนพลิกไปพลิกมา...


...เหมือนกับวันก่อนๆ


สี่วันที่ผ่านมา ฉันแทบนอนไม่หลับเลย พะวงก็แต่หัวหน้ารีไวล์

 


ฉันกัดฟันแน่น เพราะทนกังวลแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว จึงลุกออกจากเตียง และก็ยังไม่ลืมที่จะหยิบผ้าพันคอสีแดงที่ซักสะอาดเรียบร้อยแล้ว – หลังจากวันนั้น – มาพันไว้รอบคอด้วย ก่อนจะตรงไปยังประตู


            “จะไปไหนหรอ?”  ฉันหันไปมองคุณฮันจิ – คนที่เอ่ยคำถามเมื่อครู่


ดวงตาสีนิลของฉันมองต่ำพลางกล่าวเสียงเศร้า


            “ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ”


คุณฮันจิยิ้มบางๆ และตอบกลับ


            “ไปเถอะ”


สิ้นเสียงของคุณฮันจิ ฉันก็เปิดบานประตูออกจากห้องไป จากนั้นจึงมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องพักชาย...


ฉันสูดหายใจเข้า และเคาะประตู


ก๊อกๆๆ~

 


แอ๊ดดด~


บานประตูเปิดกว้าง พร้อมกับคนที่เปิดมัน – เฟอร์แลน


            “มิคาสะหรอ? ว่าไง?”  ฉันไม่ได้ตอบทันที – ชะโงกมองหาคนที่อยากจะคุยด้วย  “...เอเลนหรอ? เดี๋ยวนะ–”

            “ไม่ใช่”


คนตัวสูงชะงักลง หันกลับมามองฉันที่เงียบไป – ไม่มีท่าทีจะพูดอะไรต่อ


            “.....”


            “.....”


            “ถ้าหมายถึงเขาล่ะก็...นั่งอยู่บนดาดฟ้าหอพักน่ะ เห็นบอกว่าอยากดูดาว”


            “ขอบคุณ”


ฉันเม้มริมฝีปาก โค้งให้ พร้อมกับมุ่งหน้าไปที่บันได แต่เสียงเฟอร์แลนก็ชะงักฝีเท้าของฉันเอาไว้ก่อน


            “ดูเหมือนว่า...นอกจากดูดาวแล้ว เขาคงรอเธออยู่ล่ะนะ...”


ฉันหันไปสบดวงตาเพื่อนผู้แสนใจดี เฟอร์แลนมอบรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยกำลังใจให้ และเอ่ยคำสั้นๆ ก่อนจบบทสนทนา



“...โชคดี”

 


.....


ฉันมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบานประตูดาดฟ้าแล้ว แต่ยังไม่กล้าเปิดออกไป


มือสองข้างกำชุดกระโปรงนอนที่สวมอยู่แน่น ก้อนเนื้อในอกเต้นรัว – ทั้งประหม่า ทั้งกลัว


แต่เมื่อคิดได้ว่า ถ้าไม่พูดตอนนี้ ก็อาจจะไม่มีโอกาสอีกเลย นั้น มือเจ้ากรรมก็จับลูกบิดประตู และเปิดออกไปทันที

 


ฟิ้ว~


ลมหนาวปะทะเข้ากับผิวของฉัน แม้จะมีผ้าพันคออยู่ แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นของฤดูหนาวที่เข้ามาอย่างเป็นทางการแล้ว


ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้ามืด ที่ไม่ได้มีแค่ดวงดาวประดับท้องฟ้าอีกต่อไป หากแต่มีหิมะแรกเข้ามาร่วมวงด้วยประปราย...


สวยเหลือเกิน


ท้องฟ้าไม่เหงาแล้ว...


แล้วคนตรงนั้นล่ะ...เขาไม่เหงาบ้างหรอ? ในเวลาแบบนี้


ฉันมองคนที่นั่งหันหลังบนขอบระเบียงหิน เขายังคงอยู่ในชุดนักเรียน – ชุดกักคุรันธรรมดาๆ ไม่มีแม้แต่เสื้อกันหนาวหรือถุงมือ


...ไม่หนาวแย่หรอ?

 


ฉันเดินเข้าไปหาหัวหน้ารีไวล์ช้าๆ แต่ก็ต้องสะดุดให้กับคำถามของเขาที่เหมือนจะรู้ทัน


            “เธอขึ้นมาทำไม?”


            ฉันสะดุ้ง ไม่รู้จะตอบยังไงเลยเมื่อได้ยินคำถามบาดใจเปล่งออกมาแบบนี้...


            “ไม่จำเป็นต้องขอโทษอีกแล้ว กลับไปนอนซะ”

            “ไม่!


ฉันกล่าวเสียงสั่น – ไม่ใช่เพราะหนาว แต่เพราะอยากจะร้องไห้ซะมากกว่า...เขาไม่เปิดโอกาสให้ฉัน...เขาไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดอะไรที่มากกว่าคำขอโทษเลย


หัวหน้ารีไวล์หันข้างน้อยๆ เหมือนกับในวันนั้น พลางมองฉันอีกครั้งด้วยสายตาว่างเปล่า


            “กลับไปซะ”  เขาพูดแค่นั้น ก็หันกลับไปมองข้างหน้าตามเดิม


ฉันพูดไม่ออก – ความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้ค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกจุกในอกแทน ซึ่งแน่นอนว่ามันแย่กว่าการที่อยากจะร้องไห้ออกมามาก


ฉันกำมือแน่น เดินเข้าไปใกล้หัวหน้า...จนสุดท้ายเราทั้งคู่ห่างกันไม่ถึง 10 เซนติเมตร


หน้าผากของฉันค่อยๆ ซบลงกับกลางแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งอยู่ ก่อนที่ฉันจะเริ่มบทสนทนา

 


            “หัวหน้าไม่ยอมบอกอะไรฉันเลย...หัวหน้าจะไปที่ไหน? อันตรายรึเปล่า? ฉันไม่รู้อะไรเลย...แต่อย่างน้อยๆ ฉันก็อยากให้หัวหน้ารีไวล์เชื่อนะคะ ว่าที่ฉันตามลงไป มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรซับซ้อนเลย นอกจากฉัน..แค่เป็นห่วงหัวหน้าจริงๆ...ทั้งหมดเป็นความผิดของฉัน ฉันไม่มีอะไรจะแก้ตัว...ขอโทษค่ะ...ขอโทษที่ไม่ฟัง ขอโทษที่ทำให้หัวหน้าโกรธ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง...ขอโทษนะคะ”


ฉันกล่าวเสียงสั่น – มันเจ็บมาก เจ็บจนฉันร้องไห้ไม่ออกเลย...

 


มือทั้งสองข้างของฉันค่อยๆ เคลื่อนโอบกอดคนที่นั่งอยู่สูงกว่าเล็กน้อย หน้าผากที่ซบอยู่ในตอนแรกก็เปลี่ยนให้แก้มได้สัมผัสกับแผ่นหลังเย็นของเขาบ้าง


แต่ก็แค่นั้นแหละ...


หัวหน้ารีไวล์ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบสนองเลย แม้แต่การเปิดปากพูดอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนจะทำได้ง่ายที่สุด


ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ควันเย็นกลุ่มหนึ่งออกมาจากปาก ตัวของหัวหน้าเย็นมาก คงเป็นเพราะนั่งอยู่ข้างนอกทั้งๆ ที่มีหิมะตกปอยๆ เป็นเวลานาน...


ฉันกอดเขาแน่นขึ้น อย่างต้องการแบ่งความอบอุ่น แต่ว่านะ–


ไม่มีประโยชน์หรอก


คนอย่างฉัน ไม่สามารถช่วยให้เขาหายจากความหนาวเย็น ทั้งทางกายและทางใจได้หรอก...


ฉันผละมือออกจากรอบตัวของเขา พร้อมกับถอดผ้าพันคอของตัวเองออกมา ฉันเขย่ง ก่อนจะใช้ผ้าพันคอของตัวเองพันรอบคอของเขาให้จากทางด้านหลัง


คาดว่าเขาคงจะนั่งอยู่อีกนาน...หวังว่าผ้าพันคอจะมีประโยชน์กับเขาบ้างนะ


แต่ฉันน่ะ...อยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ


ฉันพูดสิ่งที่อยากพูดออกไปหมดแล้ว หมดหน้าที่ของฉันแล้วจริงๆ...


ฉันถอนหายใจอีกครั้ง และกลับหลังหันจะเดินกลับเข้าไปในตัวหอพัก


ทว่า–

 


ฟึ่บ!!


ฉันถูกดึงตัวอย่างกะทันหันจากคนข้างหลัง...หัวหน้ารีไวล์ดึงฉันเข้าไปซุกกับแผงอก และกอดแน่นมาก – แน่นกว่าที่เขาเคยกอดฉันมาก่อนแล้วเป็นไหนๆ


เพราะนั่งอยู่สูงกว่า ทำให้ใบหน้าของเขาซบลงบนไหล่ของฉันได้พอดิบพอดี


ฉันหลับตาลงช้าๆ มือสองข้างก็พร้อมใจเคลื่อนไปสัมผัสแผ่นหลังของเขา พลางกอดตอบ จมูกที่แนบกับแผงอกก็สูดดมกลิ่นของเขาที่ฉันคุ้นเคยเอาไว้


 

            “เธอรู้อะไรไหม..?”


หัวหน้าเริ่มพูด


“...ตอนที่ฉันเห็นเธอในวันนั้น ฉันยอมรับว่าฉันตกใจมาก...แต่ความรู้สึกหลังจากนั้น มันไม่ใช่ความผิดหวังหรือความโกรธเลย...แต่ฉันกลัวต่างหาก”


เสียงของหัวหน้าเริ่มสั่นเล็กน้อย ฉันที่รู้สึกใจคอไม่ดี จึงกอดเขาแน่นขึ้น ทว่าอีกฝ่ายกลับกอดฉันแน่นกว่าที่ฉันกอดเขาหลายเท่านัก


            “มิคาสะ...ฉันควรจะต้องปกป้องเธอได้...แต่วันนั้น ฉันกลับช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย...สิ่งที่ฉันทำได้ในตอนนั้นมีแค่การนั่งดู..นั่งดูเธอเท่านั้น...ฮึก–”


ฉันตกใจ เมื่อได้ยินเสียงหัวหน้ารีไวล์ร้องไห้ น้ำตาอุ่นหยดลงบนไหล่ไม่ขาดสาย


            “หัวหน้า–”

            “ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย...ฮึก..ฉันไม่เคยปกป้องใครได้เลย แม้แต่เด็กคนนั้น...คนอย่างฉันมัน..ไม่มีสิทธิ์ดูแลใครหรอก”

            “ไม่ใช่–”

            “ฉันมัน– ฮึกๆ”


เพราะหัวหน้าเริ่มสะอื้นหนัก ฉันจึงต้องพูดให้เขาหยุดโทษตัวเองก่อนที่เขาจะเสียศูนย์ไปมากกว่านี้


            “ไม่ค่ะ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ...”


ฉันคลายอ้อมกอดของเขาออก พร้อมกับประคองใบหน้าคมสันเอาไว้ – ดวงตาคมที่มักแข็งกระด้างตลอดเวลา ดวงตาคมที่มักไม่สนใจใยดีใครตลอดเวลา – ในตอนนี้ กลับดูหมดเรี่ยวแรง และแทนที่ด้วยสายน้ำตาที่ไหลพราก

ฉันใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาของเขาออกอย่างนุ่มนวล พอเห็นเขาร้องไห้ น้ำตาของฉันก็ค่อยๆ รื้นขึ้นมาบ้าง หลังจากที่อัดอั้นมานาน


            “...ตลอดเวลาที่ผ่านมา หัวหน้าก็ปกป้องฉัน หัวหน้าก็ปกป้องเพื่อนๆ ได้นะคะ...ขอร้อง อย่าให้ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียว ต้องทำให้หัวหน้าโทษตัวเองแบบนี้เลย”


ฉันยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า และว่าต่อ


“...ไม่ว่าเรื่องในอดีตของหัวหน้า..ทั้งเรื่องที่ฉันรู้และไม่รู้..จะแย่ขนาดไหนก็ตาม...อย่างน้อยๆ ฉันก็อยากขอให้หัวหน้าเลิกคิดถึงมันไปก่อน...และตอนนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน...ให้ฉันได้ปกป้องหัวหน้าจากความเศร้าพวกนี้บ้างเถอะค่ะ”

 


กล่าวจบฉันก็ค่อยๆ โน้มหน้าผากของคนที่นั่งอยู่ลงมาจุมพิตอย่างอ่อนโยน...


ฉันกลับมามองใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบ และปาดน้ำตาที่ยังคงไหลต่อเนื่องอีกรอบ ก่อนจะเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับริมฝีปากบางเฉียบนั่น


ฉันมองริมฝีปากของหัวหน้ารีไวล์อย่างโหยหา...



ฉันไม่เคยเป็นฝ่ายจูบเขาก่อนเลยสินะ?


...ทั้งๆ ที่ในใจลึกๆ..ฉันอยากจะจูบเขาทุกวัน...

 


ฉันละทิ้งความเกลียด ความคิด และเหตุผลทุกอย่างออกจากสมอง หลังจากนั้นจึงจรดริมฝีปากนุ่มลงบนริมฝีปากเย็นของหัวหน้าอย่างทะนุถนอม...


หัวหน้ารีไวล์ที่ตอนแรกนั่งนิ่งด้วยตกใจกับการกระทำของฉัน สุดท้าย ก็เริ่มขยับตัว..ใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวเอาไว้ อีกข้างก็รองท้ายทอยพลางกำกลุ่มผมสีดำขลับของฉันไปด้วย


ฉันจูบเขาอย่างรู้สึกคิดถึง อย่างรู้สึกโหยหา และดูเหมือนอีกฝ่ายก็คงจะรู้สึกเช่นกัน


สักพัก หัวหน้าก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายจูบบ้าง หลังจากที่ให้ฉันเป็นคนเริ่มก่อน...


จูบของเขาในครั้งนี้หนักหน่วง รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะความรู้สึกด้านลบต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด...และหากเขาเลือกที่จะระบายอารมณ์กับริมฝีปากของฉัน...ฉันก็ยอม

 


ถึงแม้จูบจะหนักหน่วงแค่ไหน แต่สุดท้ายเมื่อได้ระบายอารมณ์ไปสักพัก หัวหน้ารีไวล์คนเดิมของฉันก็กลับมา...


จูบที่ดูน่ากลัวเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยความนุ่มละมุนและอ่อนโยน อย่างต้องการจะทะนุถนอมริมฝีปากของฉันเอาไว้ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกละเอียดซะก่อน หากเขาเผลอระบายอารมณ์มากไปกว่านี้


ในขณะเดียวกัน ก็คงอยากจะลบรอยจูบของคนอื่นออกไปให้หมดจดจากริมฝีปากของฉัน และแทนที่ด้วยจูบของเขา – จูบของหัวหน้ารีไวล์แค่เพียงผู้เดียว


ฉันหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ผู้ชายตรงหน้าวาดลวดลายลงบนริมฝีปากให้เต็มที่...ลิ้มรสความหวานจากฉันให้พอใจ หลังจากที่ไม่ได้ครอบครองมานาน และเผลอพลาดให้คนอื่นไปครอบครอง

 


ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ หัวหน้ารีไวล์เป็นฝ่ายถอนจูบก่อนเช่นทุกครั้ง เราทั้งคู่ต่างหายใจเร็วอย่างต้องการอากาศหมุนเวียน


หัวหน้ารีไวล์ดึงร่างฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง และพูดเสียงดัง อย่างต้องการจะย้ำคำพูดนั้นให้ฝังลึงลงไปในใจของฉัน



            “ฉันขอ...อย่าให้ใครมาทำแบบนี้กับเธอได้..นอกจากฉันอีกเลยนะ...”

 


ได้ฟังดังนั้น น้ำตาที่รื้นอยู่นานสองนานก็ค่อยๆ ไหลรินเป็นทาง – น้ำตาที่เปี่ยมด้วยความดีใจ น้ำตาที่เปี่ยมด้วยความเต็มใจ


ฉันผละออกจากอ้อมกอดของหัวหน้า พร้อมกับเอ่ยขึ้น


            “ไม่ต้องขอฉันหรอกค่ะ...”


ฉันนำมือหนาของหัวหน้ารีไวล์มารองแก้มของตัวเองเอาไว้ – มือที่อ่อนโยน มือที่อบอุ่น มือที่ไม่เคยทำร้ายฉัน



            “...ก็มิคาสะคนนี้น่ะเป็นของหัวหน้ารีไวล์ไปตั้งนานแล้วนี่นา...” 



ฉันยิ้มหวานทั้งน้ำตา – รู้สึกเขินนิดหน่อยกับคำพูดเมื่อกี้

หัวหน้ารีไวล์เผยยิ้มบางๆ ออกมาบ้าง ขณะปาดน้ำตาให้อย่างเบามือ เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้อีกครั้งและหอมแก้มเบาๆ เหมือนทำเพื่อแก้เขิน

 


ใช่แล้วล่ะ...ฉันคนนี้ที่เคยเกลียดหัวหน้ารีไวล์เข้าไส้


...แต่ตอนนี้ กลับพูดได้เต็มปาก


ความรู้สึกเกลียดเหล่านั้น มันพังทลายหายไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้


มารู้ตัวอีกที ก็แทนที่ด้วยความรู้สึกนี้ซะแล้ว...

 



หัวหน้ารีไวล์...ฉัน....

 

 

 

:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:

 

 

 

ส่วนตัวแล้วไม่ชอบให้เฮียกับหนูมิผิดใจกันนานค่ะ

เพราะมันจะทำให้เขียนเองอึดอัดเอง 55555+

ก็เลยจัดมาให้แบบเคลียร์เสร็จสรรพภายในตอนเลย

 

จะได้เข้าใจกันสักที หลังจากที่ผ่านอะไรโชกโชนมานาน

 

พอได้เขียนมาถึงตอนนี้ ก็ดีใจมากเลยค่ะ

รู้สึกว่าฟิคยาวเรื่องแรกของตัวเองได้เดินทางมามากกว่าครึ่งทางพร้อมจะไปถึงเส้นชัยแล้ว

 

ก็เลยจะมาประกาศกับนักอ่านไว้ ณ ที่นี้เลยนะคะ

 

อีก 3 ตอนฟิคของไรท์ก็จะจบแล้วค่าาา~ เย้ๆๆ!!!

 

แต่–!!!

ถ้าคิดว่าหลังจากนี้เรื่องจะเดินสวยๆ โรยด้วยกลีบกุหลาบแล้วล่ะก็...

พวกยูวคิดผิดค่ะ 555555+

หลังจากนี้จะมีอะไรรออยู่ อย่าลืมอ่านตอนต่อไปๆๆ กันด้วยนะครัช

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #227 Luna_l (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 08:26
    แงงงง ของคุณคนเดียวจริงๆ
    #227
    0
  2. #161 dusitsrikhama588 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:16

    คำว่า "มิคาสะคนนี้เป็นของหัวหน้ารีไวล์ตั้งนานเเล้วนี่นา" เป็นคำที่สุดยอดมากครับ สุดยอดดฟินมว้าก
    #161
    2
    • #161-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 31)
      12 มกราคม 2562 / 22:26
      ขอบคุณกี่รอบก็ไม่พอ555555 เป็นกำลังใจชั้นดีมากๆ ขอบคุณคร้าบ
      #161-1
  3. #156 chatameena (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 21:21

    เขินจังงงงงงง

    #156
    1
    • #156-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 31)
      24 ธันวาคม 2561 / 16:33
      ง่าาา เขินรีดเดอร์เหมือนกันค่ะะ >///<
      #156-1
  4. #151 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 14:19

    เขินนนน​

    ตอนนี้หนูมิเริ่มรุกก่อน
    #151
    1
    • #151-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 31)
      31 ตุลาคม 2561 / 16:17
      ฮืออตอนนี้ไรต์เขินรีดเดอร์มากกว่า ขอบคุณน้าค้าา
      #151-1
  5. #103 sayashi Riho (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 21:08
    ถถถถ อีกแค่ 3 ตอน เหมือนเวลาเร็วเกินไป แต่ก็ดีใจที่หนูมิกับอาเฮียจะสุขสมกัน อิอิ
    #103
    0
  6. #102 CharidaNoisap (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:30

    ออ้ากกก พูดได้เต็มปากว่าฉัน เอ้ยๆ หนูมิเป็นของเฮียแต่แรก เขินแรง เปิดมานึกว่าจะเคลียสไม่ได้ซะแล้ว แหมๆ ตกใจหมดเลย 5555

    #102
    0
  7. #101 nutnichaauum (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:08
    อีก 3 ตอนหรอ มันก็จะเรียกน้ำตาหน่อยๆง่ะ T0T แง~~
    #101
    0
  8. #100 Kam_Rerise (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 22:40
    รู้สึกแปลกนิดหน่อยที่รีไวล์ร้องไห้แต่บทจุ๊บผ่านค่ะ เขินเว้ยยย(. //.)​
    #100
    0
  9. #99 waratashi12 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 22:26
    ไรท์~ อัพซะดึกเชียวว
    #99
    0