[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 30 : 26 ขอโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B






26

ขอโทษ





 

ฉันเดินตามหลังหัวหน้ารีไวล์ไปเรื่อยๆ โดยที่ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้ไม่ให้เขาจับได้


ตอนนี้กี่โมงแล้วก็ไม่รู้ น่าจะสักสี่โมงกว่าๆ เห็นจะได้


หัวหน้าจะเดินไปถึงไหนกันนะ?...


ถ้าเขารู้ว่าสุดท้าย ฉันก็แอบตามเขามาจนได้ เขาต้องไม่พอใจมากแน่ๆ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อฉันเป็นห่วงเขามาก จะไปที่ไหนก็ไม่ยอมบอก อย่างน้อยถ้าบอกมาสักหน่อย ฉันก็คงไม่ต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้ อีกอย่างเฟอร์แลนก็นึกไม่ออกด้วยว่าเป็นที่ไหน...ตอนนี้มีแค่เขาที่รู้และฉันที่กำลังจะรู้เท่านั้นแหละ...


ทั้งๆ ที่ฉันไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้เลยแท้ๆ อิซาเบลก็คงไม่รู้เรื่องด้วยเหมือนกัน...

 


ฉันเดินตามเขาไปเรื่อยๆ ไม่ให้คลาดสายตา ผ่านตลาด ร้านขายของ และเขตหมู่บ้านมาแล้ว ซึ่งไกลจากโรงเรียนอยู่พอสมควร – จะให้หันหลังกลับคงไม่ได้แล้วล่ะ


โชคดีที่เวลาเย็นแบบนี้มีคนสัญจรไปมาเยอะอยู่พอตัว ทำให้หัวหน้ารีไวล์ที่ก่อนหน้านี้หันหลังมามองเป็นระยะๆ อย่างกลัวว่าจะมีคนแอบตามมา มองไม่เห็นนักเรียนหญิงเจ้าของผ้าพันคอสีแดงอย่างฉัน


และนั่น–!

 


ฉันตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า เมื่อพบว่าหัวหน้ากำลังรอจะขึ้นรถม้าประจำทาง


เดี๋ยว–! นี่เขากำลังจะไปไหน!?


แต่ฉันกับหัวหน้ารีไวล์ต่างเดินมาจนสุดเขตทรอสต์แล้ว อย่าบอกนะว่าสถานที่ที่ชิกิชิมะรอหัวหน้าอยู่ จะอยู่ในกำแพงซีน่างั้นหรอ!?


ไอ้บ้า!! หาที่ที่มันใกล้กว่านี้ไม่ได้รึไงกัน!!? คนแอบตามอย่างฉันมันเหนื่อยนะ!!


เอาไงดีตัวฉัน...

 


            “แม่หนู...”  เสียงแก่ๆ ของคุณลุงที่บังคับรถม้ามาหยุดอยู่ข้างฉันดังขึ้น  “...จะไปไหม?”


            “เอ่อ..”


อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้! โชคชะตาจะกดดันกันเกินไปแล้ว!


            “ทหารทีมสำรวจสินะ?...แววมันฟ้อง”  คุณลุงยิ้มอ่อนโยนให้ฉัน พร้อมกับถามย้ำ  “สรุปจะไปไหม?”

            “ป..ไปไหนคะ?”

            “หืม? รถม้าประจำทางแถวนี้ก็พาผู้โดยสารไปส่งในกำแพงซีน่าทั้งนั้นแหละ”


นั่นไง–! ฉันว่าแล้ว!


ฉันหันกลับไปมองหัวหน้ารีไวล์ และเมื่อพบว่าเขากำลังขึ้นรถม้าไปแล้วนั้น ฉันจึงรีบหันไปตกลงกับคุณลุงข้างๆ ทันที


            “ไปค่ะไป! ตามรถม้าคันนั้นไปเลยค่ะ!


คุณลุงหันไปเพ่งดวงตามองรถม้าที่อยู่ข้างหน้าไกลๆ ก่อนจะตอบรับ


            “จัดไป”


เอาวะ! จะตามต้องตามให้สุด...อย่างกับในหนังสือบทละครของคุณแม่ที่เคยแอบอ่านเลย ถึงกับนั่งรถแอบตามกันเนี่ย...

 

.....


กุกกัก กุกกัก~

 


            “แล้ว...มีธุระอะไรกับคุณรีไวล์หรอ?”


ฉันชะงักเมื่อได้ยินคุณลุงพูดแบบนั้น


            “เอ่อ...คุณลุงรู้จักหัวหน้ารีไวล์ด้วยหรอคะ?”

            “ฮ่าๆ~ ใครๆ ก็รู้จัก...ยิ่งฉันเป็นหนึ่งในพวกคนที่อาศัยอยู่ในกำแพงซีน่ายิ่งต้องรู้จักใหญ่เลย ก็เขาเคยเป็นอันธพาลแห่งนครหลวงมาก่อนนี่นา...”


แม้แต่ลุงยังรู้จักเลยถึงขั้นนี้เลยหรอ...


            “...แต่ตอนนี้เขาเป็นทหารที่ดีแล้วล่ะ เพราะงั้นคงไม่มีทางกลับไปเป็นแบบเดิมแล้วแน่ๆ...สรุปว่าแม่หนูบอกได้รึยัง? ว่าแอบตามคุณรีไวล์ทำไม?”


ฉันนั่งเงียบก่อน ในหัวก็นึกถึงใบหน้าของหัวหน้าขึ้นมา – ยังไม่ตอบทันที จากนั้นจึงค่อยเอ่ยปากออกไป


            “ฉัน...แค่เป็นห่วงเขาค่ะ ก็เลยแอบตาม”


            “แบบเมียจะจับผิดว่าผัวคบชู้ว่างั้น?”

            “ไม่ใช่ค่ะ!!!


โธ่! ลุงก็–! นี่มันชีวิตจริงนะ ไม่ใช่ละครเวที! ก็บอกอยู่ว่าเป็นห่วง เป็นห่วง! จับผิดบ้าบออะไรกัน!? หัวหน้ารีไวล์ไม่ได้เป็นเกย์โว้ย!

 

.....

 

กำแพงซีน่า

นครหลวงมิตทราส


            “โห~ วันนี้คุณรีไวล์มีธุระอะไรในนครหลวงมิตทราสกันนะ มาเอาซะป่านนี้...”


หลังจากที่นั่งเงียบมานาน คุณลุงก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน นั่นทำให้ฉันต้องมองลอดหน้าต่างไปที่รถม้าคันข้างหน้าทันที


            “คุณลุงคะ ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ?”

            “จะห้าโมงแล้วหนูเอ้ย”


โชคดีที่ยังไม่เข้าฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ทำให้ท้องฟ้าในตอนเย็นแบบนี้ ไม่มืดเร็วมากนัก

 


            “อ๊ะ! จอดแล้วๆ!


คุณลุงจอดรถม้าตามทันที เมื่อเห็นว่ารถม้าคันข้างหน้าที่พวกเราสะกดรอยตามอยู่นานสองนานได้หยุดลงแล้ว


            “คุณลุงขอบคุณมากนะคะ นี่เงินค่ะ...”  ฉันเอ่ย ก่อนจะยื่นเงินให้ผ่านทางช่องหน้าต่างระหว่างคนขับรถม้ากับผู้โดยสาร


ถึงจะจ่ายเงินให้คุณลุงไปแล้ว แต่ฉันยังคงอยู่บนรถม้า พร้อมกับสังเกตการณ์อย่างละเอียด หมายจะให้หัวหน้ารีไวล์ลงเดินก่อนจึงค่อยแอบตามต่อไป

ไม่นานนัก หัวหน้าก็ลงมาจากรถม้าอย่างที่คิดเอาไว้ เมื่อเขาลงเดินไปได้ระยะหนึ่ง ฉันจึงสะกดรอยตามต่อบ้าง

 

.....


หัวหน้ารีไวล์เดินโดยไม่ได้หันมามองข้างหลังอีกเหมือนในเขตทรอสต์ หัวหน้าคงจะตายใจไปแล้วว่าไม่ได้มีใครตามเขามา


ฉันเดินตามไปเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่าหัวหน้ารีไวล์หยุดชะงักลง พลางก้มมองไปยังสถานที่ๆ หนึ่ง ไม่นานนักเขาก็ตัดสินใจเดินลงไป...


ถึงแล้วหรอ?


ฉันรีบเดินไปยังจุดๆ ที่หัวหน้ารีไวล์ยืนอยู่เมื่อครู่ เพื่อไม่ให้คลาดกันมากนัก

 


พอได้มายืนในจุดที่หัวหน้ายืนอยู่เมื่อกี้แล้ว ฉันก็หยุดนิ่ง เบิกดวงตากลมโตทั้งสองข้างขึ้น และก้มมองเช่นเดียวกับที่หัวหน้ามองก่อนหน้านี้


ภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นบันไดที่ลาดเรียงลงไปในความมืด แทบไม่มีแสงสว่างเลย สิ่งที่ให้แสงสว่างนั้นมีแค่เพียงคบไฟที่จุดเป็นระยะๆ เท่านั้น



            “เมืองใต้ดิน...”

 


ท..ทำไมหัวหน้าถึงกลับมาที่แบบนี้อีกล่ะ


ฉันพยายามหรี่ดวงตามองคนที่เดินลงไปเมื่อครู่ในความมืดก่อนจะเลี้ยวไปอีกทาง


คาดว่าเมืองใต้ดินนี้คงจะต้องลงไปลึกอยู่พอสมควรสินะ...


ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมกับรวบรวมกำลังใจและเดินลงบันไดไปยังเมืองใต้ดินด้วยความเป็นห่วงหัวหน้ารีไวล์ทั้งสิ้น


เคยได้ยินมาว่าที่เมืองใต้ดินนี้ เป็นที่ที่ไม่มีใครอยากลงไปเลย แม้แต่สารวัตรทหารที่ลงไปทำการตรวจตระเวน พวกเขาเหล่านั้นก็ลงไปอย่างฝืนใจตนเองทั้งนั้น...


ฉันเดินเลี้ยวไปทางเดียวกับหัวหน้า จากนั้นก็พบกับตึกรามบ้านช่องที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ แต่ละอาคารต่างเปิดไฟเป็นแสงสีต่างๆ เพื่อให้ความสว่างในยามใกล้ค่ำ เพดานของเมืองใต้ดินซึ่งคล้ายๆ กับหินงอกหินย้อยก็สะท้อนแสงสีเหล่านั้นไว้ด้วย ขณะเดียวกันก็มีช่องขนาดใหญ่เป็นหย่อมๆ เพื่อให้แสงจากด้านบนสาดส่องลงมา


มันดูสวยจริงๆ...


นัยน์ตาของฉันสะท้อนแสงตรงหน้าอย่างต้องการชื่นชมความงาม ทว่าสังคมข้างล่างนี้คงไม่งดงามเช่นสถานที่

 


หลังจากที่มัวแต่ชื่นชมความงามอยู่นั้น ฉันก็ฉุกคิดถึงเป้าหมายในการลงมาที่นี่ขึ้นมาได้ ก่อนจะมองหาหัวหน้ารีไวล์ซึ่งตอนนี้ลงบันไดไปเดินกับพื้นดินเรียบร้อยแล้ว


ดังนั้น ฉันจึงต้องรีบเร่งฝีเท้าลงบันไดต่อไป – กลัวจะตามไม่ทัน


พอลงมาแล้ว ก็พบว่าตรงตีนบันไดมีสารวัตรทหารสองคนที่นอนหลับอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าจะมีใครขึ้นใครลงบ้าง


แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น ฉันรีบเดินตามหัวหน้าต่อทันที โดยไม่ลืมทิ้งระยะห่างอย่างเหมาะสมด้วย


ขณะสะกดรอยตาม ก็มีทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ในสภาพสกปรกมอมแมม มองตามฉันอย่างไม่วางตา ...เพราะด้วยความที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านในชุดนักเรียนด้วยล่ะมั้ง พวกเขาเลยอาจจะอยากรู้ว่าคนข้างบนมีธุระอะไรกับเมืองใต้ดินแห่งนี้


ตรงกันข้าม – ไม่ว่าหัวหน้ารีไวล์เดินผ่านใคร คนที่ได้เห็นแล้วก็ถึงกับหลบตาลง ไม่ก็ถอยห่างทันที

ฉันที่แอบตามอยู่เนืองๆ จึงมิวายที่จะได้ยินเสียงคนซุบซิบพูดคุยกัน



            “รีไวล์นี่ อันธพาลแห่งนครหลวงมาทำอะไรที่นี่วะ?”


            “ไม่รู้สิ ร..หรือว่าถูกสั่งให้กลับมาหรอ? แต่ฉันว่าไม่ใช่แน่”

 

            “รีไวล์มา! เกิดอะไรขึ้นวะ?”


            “ฉันจะโดนมันกระทืบอีกรึเปล่าวะเนี่ย?”

 

            “แล้วอิซาเบลกับเฟอร์แลนไม่มาด้วยหรอ?”


            “นั่นสิ ฉันเห็นแต่ยัยผ้าพันคอแดงหน้าโจรนี่ด้อมๆ มองๆ ตามเขามาว่ะ”



อื้ม เสียงตอบรับฉันดีชะมัด ขอบใจนะ!

 

            “ว้าววว~!!! มาแล้วๆ รีไวล์มาแล้ว!!!


เสียงที่ตะโกนดังขึ้นหลังจากที่หัวหน้าเดินเลี้ยวผ่านมุมตึกหนึ่ง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้ว อีกสิ่งที่เป็นตัวยืนยันก็คือ เสียงนั่น – เสียงของชิกิชิมะ!


ฉันรีบเดินไปแอบตรงมุมตึกเพื่อสังเกตการณ์ ภาพตรงหน้าเป็นหัวหน้ารีไวล์ที่ยืนประจันกับชิกิชิมะอยู่ห่างๆ โดยรอบๆ ตัวชิกิชิมะมีกลุ่มคนที่คล้ายว่าจะเป็นลูกน้องยืนอยู่สี่คน


            “รีไวล์! ฉันโคตรซึ้งใจเลยว่ะ ที่แกยังจำบ้านที่เมืองใต้ดินของฉันได้เนี่ย! ซึ้งใจจนอยากจะอ้วกเลยว่ะ ฮ่าๆๆ~!


            “.....”


            “แกจำตรงนั้นได้ไหม..?”  ชิกิชิมะถาม พลางชี้ไปที่ลานตรงตึกที่บอกว่าเป็นบ้านของเขา  “...ตรงนั้นน่ะ ที่แกเคยกระทืบฉันไง น่าจะจำได้ดีนะ...คราวนี้ฉันก็เลยจะมาคิดบัญชีกลับบ้าง เพื่อจะได้เป็นสิริมงคลแก่บ้านของฉันหลังจากที่มันเน่าหนอนเละเทะมานาน”


            “.....”


            “แกนี่โคตรเก่งเลยนะ ที่กล้าลงมาที่นี่ตามคำท้าของฉัน แล้วก็โคตรโง่ด้วยว่ะ ที่ดันบ้ามาคนเดียว ฮ่าๆๆ~!! แต่เอาเถอะ จะขอชื่นชมว่าแกเป็นคนซื่อสัตย์ให้ละกันนะ”


            “.....”


            “โฮ่ย! ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรอ? น้ำลายบูดหมดแล้วมั้งนั่น”


            “ลูกพี่ครับ รีบจัดการมันเถอะครับ มัวแต่พูดมากเดี๋ยวยานอนหลับที่ให้พวกสารวัตรทหารก็หมดฤทธิ์พอดี”

หนึ่งในพวกลูกน้องของชิกิชิมะกล่าวแทรกขึ้น ทำเอาชิกิชิมะแทบจะกระโดดเตะ


            “ไอ้ห่านี่! เร่งหรอวะ!? จะไม่ให้สาธยายอะไรหน่อยเลยรึไงหา!? ลูกน้องภาษาอะไร! กลับคอกแกไปเลยไป!

ลูกน้องคนเดิมถอยหลังหัวหดทันทีเมื่อถูกลูกพี่ของตนดุ


            “รีไวล์...อิซาเบลเป็นไงบ้างวะ? น่าสงสารเธอเนอะ ว่าไหม?”  พอได้ยินชื่อของอิซาเบล มือของหัวหน้ารีไวล์ก็กำแน่นจนสั่นเล็กน้อย  “...น่าสงสารเธอที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ต้องมาโดนลูกหลงไปด้วย...ขอโทษนะ ฉันสั่งให้ลูกน้องฉันฟาดหัวไม่พอ ยังให้ใช้มีดแทงอีก ตอนนี้คงจะนอนโคม่าอยู่สินะ–”

 

ควับ!


หัวหน้าหยิบมีดสั้นขึ้นมาชี้หน้าชิกิชิมะ ทำให้อีกฝ่ายชะงักทันที


            “ถ้าจะบรรยายขนาดนี้ แกไปเป็นบาทหลวงเถอะ”


เสียงนิ่งเรียบของหัวหน้าที่เปล่งออกมา ทำให้ฉันรู้สึกกลัวอยู่นิดหน่อย


            “ฮ่าๆๆ~!!! เท่มาก! เท่สุดๆ! ฉันโคตรรักแกเลยเพื่อน...เออแต่จะว่าไป เป็นบาทหลวงก็น่าจะดีนะ จะเก็บไปพิจารณาละกัน...”


ทุกอย่างปกคลุมในความเงียบหลังจากชิกิชิมะพูดจบ พวกเขาต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันไม่ลดละ – ถ้าฆ่ากันทางสายตาได้คงทำไปแล้ว – จากนั้นชิกิชิมะจึงเริ่มพูดต่อ


            “ใช้มีดสั้น พวกฉันก็เสียเปรียบสิ ช่วยเก็บลงไปหน่อยได้ไหม?”

            “พูดมากนานแล้ว!! หมาหมู่อย่างพวกแกไม่มีสิทธิ์แหกปากร้องขออะไรทั้งนั้น!!!”  หัวหน้ารีไวล์พูดเสียงดังอย่างเหลืออดในความลีลาของคนตรงหน้า

ฝ่ายชิกิชิมะที่รู้ว่าคนที่ถือมีดพร้อมแล้ว พวกเขาจึงเริ่มจู่โจมก่อน...


ทั้งๆ ที่มีแค่คนเดียว แต่หัวหน้ารีไวล์กลับหลบทุกหมัด ทุกลูกเตะที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่เว้นช่วงของอีกฝ่ายได้หมดเลย และแน่นอนว่าหัวหน้าไม่มีทางยอมหลบเช่นนี้ไปเรื่อยๆ แน่...ไม่ทันขาดคำ ปลายมีดสั้นในมือก็ตวัดขึ้นเฉือนผิวหนังบริเวณคอของคนๆ หนึ่ง...คนที่ต้องคมกริบของใบมีดร้องออกมาดังลั่น ก่อนจะเผยให้เห็นเลือดสีสดที่ไหลรินออกมา


ลูกพี่!!! มีดมันปาดคอผม!!! มีดมันปาดคอผม!!!  ชายผู้โชคร้ายตะโกนอย่างไร้สติ


โธ่เว้ย!!! แกนี่มันห่วยแตกจริงๆ เลย!!!  ชิกิชิมะตะโกนว่าลูกน้องตน ขณะกำลังรับมือกับหัวหน้ารีไวล์ไปด้วย ซึ่งนั่นทำให้เขาเกือบเสียศูนย์ในการต่อสู้ไปเลย


แต่ก็ไม่นาน...


เพราะเล็งเห็นว่ามีดสั้นคือของอันตรายที่สุด ชิกิชิมะจึงอาศัยจังหวะที่หัวหน้ารีไวล์สู้กับคนอื่นๆ อยู่นั้น เตะมีดสั้นให้หลุด หัวหน้าที่เผลอเสียท่าให้จึงต้องใช้ร่างและพละกำลังสู้แทนก่อน


ตุบ!!!


ผัวะ!!!


ฉันตกใจ หัวใจเต้นรัวกับเหตุการณ์ตรงหน้า สมองมันอื้ออึงไปหมด


หัวหน้ารีไวล์ทั้งเตะ ต่อย ถีบพวกมัน...ถึงจะมีแค่คนเดียว ถึงจะไม่มีอาวุธในมือ แต่กลับดูไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย


ฉันเหลือบมองมีดสั้นของหัวหน้า ก็พบว่าอยู่ไม่ไกลเกินกว่าที่แขนฉันจะเอื้อมถึงนัก


เอายังไงดี? จะปรากฎตัวต่อหน้าทุกคนพร้อมมีดสั้นเลยไหม? หรือจะโยนมีดให้ไปใกล้หัวหน้าดี? เพราะขณะที่สู้อยู่ทุกครั้ง หัวหน้าก็ทำท่าจะไปเก็บมีดสั้นให้ได้


เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ฉันกลัวมากที่สุด ก็คือการเปิดเผยตัวตนให้หัวหน้าเห็นว่าฉันแอบตามเขาลงมา...


ถ้างั้น...จะไปตามสารวัตรทหารหรอ? ไม่– ไม่มีประโยชน์หรอก ในเมื่อฉันกล้ายืนยันเลยว่า ตัวฉันคนเดียวยังเก่งกว่าพวกสารวัตรทหารสิบคนซะอีก อีกอย่างตอนนี้พวกเขาก็หลับเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้วด้วย อ่อนแอชะมัด!!


ไม่สนแล้ว! เป็นไงเป็นกัน!!


ในขณะที่ฉันตัดสินใจจะเอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นมานั้น พวกของชิกิชิมะคนหนึ่งก็รีบมาเก็บก่อน หวังจะใช้เอาไปสู้กับหัวหน้า


อ๊ะ–!! ต่อหน้าต่อตาเลยนะ!!! ทนไม่ไหวแล้ว!!!


ฉันที่เหมือนจะคุมตัวเองให้มัวแต่คิดวางแผนนานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว จึงรีบออกจากที่ซ่อน ก่อนจะสับเข้าที่คอเจ้าคนที่ถือมีดอยู่ทันทีจนมันสลบลง


ผัวะ!!!


ฉันแย่งมีดกลับมา ก่อนจะทำการใส่หมัดอัดพวกมันอีกคนที่เห็นฉันไม่ยั้ง เมื่อรู้ว่ามันยังหลงเหลือเรี่ยวแรงอยู่ ฉันจึงจัดการใช้เข่าซัดเข้าไปที่หว่างขาของมันซะ


มันก้มลงแทบนอนแผ่กับพื้นด้วยความจุก


            “ใครวะ!!!??”


คนที่จุกรวบรวมเสียงเพื่อตะโกนขึ้น ทำให้ชิกิชิมะกับพรรคพวกอีกสองคน และหัวหน้ารีไวล์หยุดขึ้นมองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างฉันทันที

 


            “มิคาสะ!!!



หัวหน้ารีไวล์ตะโกนขึ้น สายตาของเขาทั้งตกใจ ทั้งไม่เชื่อ ทั้งผิดหวังมากที่เห็นฉันปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา


ทั้งๆ ที่ถูกสั่งว่าไม่ให้ตามมาแท้ๆ


ฉันขอโทษ...

 


            “ไอ้ชั่วรีไวล์! ฉันขอถอนคำพูดที่บอกว่าแกซื่อสัตย์!!


ชิกิชิมะเดินตรงมาหาฉัน นั่นทำให้ฉันถอยหลังถี่ก่อนเพื่อตั้งหลัก ส่วนลูกน้องของเขาที่เหลือก็หันไปจัดการหัวหน้ารีไวล์ต่อ


ชิกิชิมะเป็นคนเริ่มพุ่งหมัดเข้ามาก่อน ฉันที่เห็นช่องว่างจึงทำการคว้าแขนข้างที่พุ่งมาเอาไว้ จากนั้นจึงบิดมันจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นออกมา เขาร้องด้วยความเจ็บปวดและใช้มืออีกข้างดึงร่างฉันมารัดคอไว้จากด้านหลัง ฉันกัดฟันแน่น พร้อมกับใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงร่างของคนข้างหลังให้ลงมานอนหงายกับพื้นข้างหน้าทันที

ฉันรีบใช้โอกาสนั้นวิ่งไปคว้ามีดสั้นที่ตกอยู่ไม่ไกล พอหันกลับมาพบว่าชิกิชิมะกำลังจะพุ่งเข้ามาหาฉันอีกรอบนั้น ฉันจึงใช้มีดที่ถืออยู่พุ่งเข้าปาดหางตาของคนตัวสูงทันที


            “โอ๊ย!!!


หลังจากที่ชิกิชิมะเสียศูนย์แล้ว ฉันจึงใส่หมัดหนักเข้าไปที่หน้าเขาอีกครั้ง ก่อนจะอัดหัวเข่าไปยังจุดหว่างขา


ปึ้ก!!!


ชิกิชิมะนอนลงทันทีหลังจากที่โดนเข่าของฉันอัดเข้าไป


ใบหน้าของเขาในตอนนี้มีทั้งรอยช้ำและคราบเลือด...แต่ทั้งหมดนี้น่ะ...มันยังน้อยไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาทำกับอิซาเบล!!!


พอเห็นคนที่พื้นทำท่าจุกจนลุกไม่ไหวแล้ว ฉันจึงกลับมาเรียกหัวหน้ารีไวล์ที่กำลังสู้อยู่ พร้อมกับตั้งใจจะเข้าไปช่วย


            “หัวหน้า!!!


            “มิคาสะ!! ระวัง–!!!”  หัวหน้าร้องดังลั่น


ฉันที่ไม่ทันระวัง ถูกเท้าของชิกิชิมะถีบเข้ามือข้างที่ถือมีดสั้นอย่างจัง มีดสั้นกระเด็นไกล พร้อมกับร่างสูงที่นอนอยู่ เปลี่ยนมาลุกขึ้นยืนและล็อกคอฉันเข้ากับตัวเขา เขารัดคอฉันแน่น – แน่นมาก – แน่นกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัวนัก ฉันหายใจไม่ออกเลย พอคิดจะเหวี่ยงร่างของคนข้างหลังออกนั้นเรี่ยวแรงทั้งหมดก็กลับหายไปเสียดื้อๆ

หัวหน้ารีไวล์เสียสมาธิในการสู้เมื่อเห็นว่าฉันถูกล็อกตัวและเหมือนจะหายใจลำบากขึ้นไปทุกที ส่งผลให้พวกแมลงหวี่แมลงวันที่ตอมอยู่รอบๆ ตัวเขา อาศัยจุดอ่อนของเขานั้นเป็นตัวช่วย

หัวหน้ารีไวล์ล้มคว่ำลงกับพื้น ก่อนจะถูกพวกมันคนหนึ่งที่หายจุกแล้วนำเชือกมามัดมือเอาไว้อย่างรวดเร็ว


            “อย่าขัดขืนลูกน้องฉัน!!! ไม่อย่างนั้นมิคาสะโดนฉันแน่!!!

            “อึก–!! ฮึ่ม!!!


หัวหน้ารีไวล์ที่ตอนนี้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคุกเข่าแล้วนั้น เปล่งเสียงออกมาอย่างเคียดแค้น ขณะที่ลูกน้องคนหนึ่งก็ใช้มือหนาจิกเส้นผมของหัวหน้าให้เงยมองภาพตรงหน้าเอาไว้ด้วย


            “หัว-หน้า!!!” 


ฉันพยายามร้องออกมาทั้งๆ ที่รู้ว่าอากาศที่ใช้หายใจใกล้จะหมดแล้ว และเพราะถูกรัดคอไว้ทำให้ไม่ได้อากาศหมุนเวียน ส่งผลให้แรงทั้งหมดที่จะต่อต้านนั้นถดถอยลงไปด้วย

 


            “แกรู้ไหม? ทำไมฉันถึงเกลียดแกขนาดนี้?...รู้ไหม? ทำไมฉันถึงเอาแต่คิดแผนชั่วๆ ขึ้นมาจัดการพวกแกทั้งสามคน?”


ชิกิชิมะถามพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน – คาดว่า คนทั้งสามที่เขาหมายถึงคือหัวหน้า เฟอร์แลน และอิซาเบล


“...ทั้งๆ ที่พวกเราก็เป็นเด็กขาดความอบอุ่น...เด็กสกปรก...เด็กที่ไม่มีใครคิดจะรัก คิดจะให้เกิดมาตั้งแต่แรกเหมือนกันแท้ๆ!!!

            “อึก–!!


เขาโพล่งออกมาเสียงดัง ขณะที่รัดคอแน่นขึ้นกว่าเดิมทำให้เสียงของฉันลอดออกมาตามไรฟัน – จะหายใจไม่ออกแล้ว..


            “ทั้งๆ ที่พวกแกก็เน่าหนอนเน่าใน...พ่อแม่ก็ไม่มี ไม่ต่างกับฉันแท้ๆ...แต่ทำไมพวกแกถึงโชคดีขนาดนี้ ทำไมถึงได้มีโอกาสขึ้นไปข้างบน แถมได้อยู่อย่างอิสระ...ต่างจากฉัน...ต่างจากฉันที่ถึงได้ขึ้นไป แต่สุดท้ายก็ต้องโดนไอ้หัวหน้ากองไนล์อะไรนั่นไล่กลับมาที่เดิมอยู่ดีวะ!!?”


ชิกิชิมะหายใจเร็ว และยังคงว่าต่อไปอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่


นั่นเพราะนายทำตัวเองไม่ใช่รึไง!!?

 

            “ฉันรักใคร แต่ก็ไม่มีใครรักฉันเลย...”  เสียงของเขาสั่นราวกับจะร้องไห้  “...ฉันรักทุกคนที่ดีกับฉัน ฉันรักพวกแกมาก ทั้งแก เฟอร์แลน อิซาเบล แม้แต่เด็กผู้หญิงคนนั้น...แต่พวกแก..พวกแกไม่เคยรักฉันเลย ถ้าพวกแกรักฉันจริง...แกคงไม่เข้ามากระทืบฉัน!!! แกคงปล่อยฉันกับเด็กผู้หญิงคนนั้นไป!!!

            “ทั้งหมดก็เป็นเพราะแกเองไม่ใช่รึไง!!!?? แกยังไม่รู้ตัวอีกหรอว่าสิ่งที่แกคิดจะทำในตอนนั้นมันชั่วช้าขนาดไหน!!!”  หัวหน้ารีไวล์ตะโกนอย่างเหลืออด

            “ทำไม!!! สิ่งที่ฉันทำมันแย่ตรงไหน!!!??”

            “ถ้าแกถามว่าสิ่งที่แกทำมันแย่ตรงไหน มันก็แย่ตั้งแต่ที่แกเกิดมาสันดานทรามแบบนี้แล้ว!!!

 

ชิกิชิมะนิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินหัวหน้ากล่าวออกมาแบบนั้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น


            “ฮ่าๆๆๆ~!!! จริงหรอ? โอเคๆ~ ถ้าแกบอกว่าการที่ฉันอยากจะได้เด็กนั่นมันผิดมากนักล่ะก็...งั้นฉันเปลี่ยนใจละ ฉันมารักมิคาสะแทนดีกว่า...รับรอง ฉันจะปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามประเพณีเลย!!!

            “ชิกิชิมะ!!!

            “เฮ้ยๆ อย่าอารมณ์เสีย! เดี๋ยวฉันก็อารมณ์เสียใส่มิคาสะบ้างเลยดีไหม?”


หัวหน้ารีไวล์ได้ยินดังนั้นก็หายใจเร็ว เบิกตากว้างอย่างใจคอไม่ดี แต่ยังคงกัดฟันพยายามลุกออกจากกลุ่มคนที่คุมตนเองไว้อยู่ แต่สุดท้ายก็ถูกมือหนามือเดิมจิกหัวแรงขึ้นไม่ให้ต่อต้านได้

ชิกิชิมะหัวเราะดังลั่น ก่อนจะเปลี่ยนมาคุยกับฉัน


            “มิคาสะ มันเจ็บนะที่ใช้มีดปาดเข้าหางตาฉันเนี่ย แถมแอบจุกเบาๆ ด้วย...ทำไมไม่อ่อนโยนเลย หืม?”

            “อื้อ–!!!!


ฉันร้อง เมื่อชิกิชิมะใช้จมูกโด่งนั่นไล้แก้มของฉันเบาๆ ก่อนจะหอมอย่างต้องการจะยั่วโมโหคนที่ถูกมัด


            “ไอ้ชั่ว–!!!”  หัวหน้าตะโกนขึ้นมา นั่นทำให้ชิกิชิมะชะงักลงกะทันหัน  “...มิคาสะไม่เกี่ยว!!! ถ้าแกยุ่งกับเธอ ฉันจะฆ่าแก!!!

            “ฮ่าๆๆ~!!! นี่เป็นคำพูดของคนที่โดนมัดอยู่แล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลยเนี่ยนะ!!? ตลกว่ะ โคตรตลกเลย!!! ฮ่าๆๆ~!!! แกน่าจะไปเป็นตลกคาเฟ่นะรีไวล์ ท่าจะรุ่ง!!


ชิกิชิมะพูดจบก็ผลักตัวฉันให้นอนกับพื้นอย่างแรง


“แค่กๆๆ!!!


ฉันไอออกมาเมื่อคอถูกปล่อยให้เป็นอิสระหลังจากที่โดนรัดมานาน โดยไม่ได้สนใจความเจ็บปวดที่แผ่นหลังเลย ขณะเดียวกันก็พยายามจะขยับตัวไปหยิบมีดสั้น แต่ถูกดึงตัวกลับมา ไม่นานนัก ชิกิชิมะก็ลงมานั่งทับร่างของฉันไม่ให้ขยับหนีได้อีก

อึดอัดมาก มือทั้งสองข้างถูกทับอยู่ ฉันขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!

 

            “ชิกิชิมะ!!! ปล่อยมิคาสะเดี๋ยวนี้!!!”  เสียงของหัวหน้าตะโกนลั่นด้วยความโกรธ

            “หา? ปล่อยหรอ?...อืม..ไม่หรอก ยัยนี่ทำฉันโคตรจุกเลย งั้นฉันขอทำกลับบ้างนะ...”


ชิกิชิมะเงื้อมือขึ้นเหมือนตั้งใจจะต่อยเข้าที่ท้องน้อยฉัน จากนั้นก็ชะงักลง


“อืม...ไม่ดีกว่า เพราะแค่นี้เธอก็ขัดขืนฉันไม่ได้แล้วล่ะนะ”

            “ปล่อย!! อึ้ก–!!


ฉันเปล่งเสียงออกมาก่อนที่มันจะขาดหายไป เนื่องด้วยถูกมือหนาของเขาบีบคอเอาไว้


            “อีกอย่าง ฉันไม่อยากให้เธอต้องมีรอยช้ำด้วย...ก็ฉันรักเธอนี่นา”

            “ไอ้ชั่วชิกิชิมะ!! ฉันบอกให้ปล่อยเธอ!!!

            “รำคาญโว้ย!!! เอาหน้ามันกดน้ำเซ่!!!


เมื่อคำสั่งของชิกิชิมะถูกสั่งออกมา มือหนาที่จิกผมของหัวหน้าอยู่ก็กดให้หัวของเขาแนบลงกับแอ่งน้ำสกปรกตรงหน้าทันที


            “หัวหน้ารีไวล์!!! อย่ายุ่ง-กับเขา!! อื้อ–!!!”  ฉันกัดฟันร้องออกมา – เสียงเหมือนคนจะร้องไห้  “อย่ายุ่งกับเขา!!!


ชิกิชิมะหันมามองฉันที่นอนร้องเสียงดัง ก่อนจะจิ๊ปากออกมา


            “เอาหน้ามันขึ้นมา”  ชิกิชิมะสั่งอีกครั้ง จากนั้นใบหน้าที่เปื้อนรอยดำจากน้ำสกปรกก็เงยขึ้นมา


ฉันสบดวงตาของหัวหน้ารีไวล์อย่างรู้สึกผิด ในใจมีแต่คำขอโทษที่อยากจะบอกให้เขารู้ ขณะเดียวกันแววตาของหัวหน้าก็ทำให้ฉันรับรู้ได้ทันที...



เขากำลังกลัว



กลัวว่าฉัน...จะเป็นอะไรไป...


ฉันขอโทษ...

 


“ล้างตาแกเรียบร้อยละ คราวนี้แหละแกจะได้เห็นฉันกับมิคาสะชัดๆ หน่อย”


ฉันสะดุ้ง ตกใจกับคำพูดของคนที่นั่งทับร่าง พร้อมกับดิ้นสุดแรงเกิดอีกครั้งทั้งๆ ที่คอก็ถูกมือบีบเอาไว้ด้วย


            “ปล่อยมิคาสะ!!! ปล่อยเธอ!!!


ชิกิชิมะใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่ของฉัน อีกข้างก็บีบคอแรงขึ้นอย่างกับจะให้ฉันขาดอากาศหายใจแล้วตายๆ ไปซะ จากนั้นจึงก้มหน้าลงมาใกล้ๆ


            “อื้อ–!!!


เพราะรู้ว่ากำลังจะโดนอะไร แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย น้ำตาก็เริ่มรื้นขึ้นมาและไหลลงหางตาเป็นสาย


            “ปล่อยเธอ!!!!

 


หัวหน้ารีไวล์ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ


ไม่นานนัก ริมฝีปากของชิกิชิมะก็ประกบเข้ากับริมฝีปากของฉัน พร้อมกับเขาที่กำลังยัดเยียดจูบที่ดุดันให้


            “อื้อ–!!! อื้อ–!!!!


ฉันพยายามเบือนหน้าหนีออกอย่างไม่ต้องการ น้ำตายังคงไหลต่อเนื่อง เสียงของหัวหน้ารีไวล์ที่อาละวาดอย่างหนักหน่วงที่เห็นว่าฉันกำลังโดนอะไรแทบไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของฉันเลย ทั้งที่ดังมากแท้ๆ...

จูบของเขายังคงดุดันและรุนแรง ทำให้ฉันเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง

 


หัวหน้ารีไวล์...ฉันขอโทษ....

 

 

 

:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:

 

 

 

ชิกิชิมะของไรท์พอจะเป็นนักแสดงที่ตีบทแตกได้ไหมนะ 555+

ตอนนี้เป็นตอนที่ไรท์แต่งไปทำหน้าโฉดไปอยู่หน้าคอมคนเดียวค่ะ //กลัวตัวเอง

ไรท์เคยอ่านมาว่า การที่เราจะบรรยายความโกรธหรือความน่าสลดออกมาเนี่ย

ผู้แต่งจำเป็นต้องรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ซะก่อน ถึงจะทำให้นักอ่านรู้สึกเข้าถึงได้

 

หวังว่าความรู้สึกและอารมณ์ของไรท์ที่ได้แต่งตอนนี้ออกมา

จะสื่อไปถึงนักอ่านทุกคนนะคะ

ถ้าเป็นอย่างนั้น ไรท์จะโคตรดีใจเลยอ่ะ นี่พูดจากใจเลย 5555+

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเสมอมาจ้า~ เย้เย้ อิอิ

.

.

.

ฟิคนี้เข้าสู่ช่วงปมเกือบสุดท้ายของเรื่องกันแล้วนะคะ
ยังไงก็ อยากให้ติดตามฟิคของไรท์จนกว่าจะจบเลยน้าา >_<
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #252 Honey so lemonade (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:06
    ม่ายยยยย อย่าทำน้อง
    #252
    0
  2. #232 070445 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 21:54
    ฉันไปอยู่ไหนมาพึ่งมาอ่าน
    #232
    0
  3. #226 Luna_l (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 08:23
    แม่งเอ้ยยย มาจูบหนูมิได้ไง
    #226
    0
  4. #177 คนชอบอ่าน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:27

    นั่งขมวดคิ้วอยู่เนี่ยย

    เครียดๆๆ เข้าถึงอารมณ์ดีมากค่ะ??‘???‘???‘?

    #177
    0
  5. #160 dusitsrikhama588 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:38

    ในหัวผมคิดว่าถ้ารีไวล์หลุดไปได้ผมว่าต้องมีคนตายเเน่เรยยยย
    #160
    0
  6. #150 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 14:10
    ทำไมสายเลือดแอคเคอร์แมนถึงได้ดูอ่อนแอลงจังอ่ะ​ -​_-
    #150
    1
    • #150-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 30)
      31 ตุลาคม 2561 / 16:17
      นั่นสิ ไรต์ก็เพิ่งมารู้สึกทีหลังว่าความแข็งแกร่งมันอ่อนลง กำ55555
      #150-1
  7. #98 CharidaNoisap (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 22:15

    ไปตายซะๆๆๆๆ ทำหนูมิได้ไงห้ะ ถ้าเข้าไปช่วยได้นะ จะกระโดดถีบให้กลิ้งสิบตลบเลย ไอ่--- ทำไมไม่มีใครมาช่วย อ้ากกก จะลงแดงตายแล้ว // ไรต์แต่งดีมากคะ รีดอ่านแล้วอึดอัดมาก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกตามเลย ตับแทบพังแล้วคะ ขอตัวไปรักษาตับแปบ ×∆×

    #98
    0
  8. #97 sayashi Riho (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 05:53
    ไปตายซะไป!!
    #97
    0
  9. #96 Kam_Rerise (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 22:55
    ดีค่ะ5555555 แต่ไรท์จะแอบปล่อยมุขทุกครั้งไม่ได้นะคะ //หรือเราขำเอง ตรงทำไมไม่อ่อนโยนเลยน่ะค่ะ555555
    #96
    0