[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 29 : 25 คนที่ไม่รู้อะไรเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B






25

คนที่ไม่รู้อะไรเลย





 

[ Mikasa’s part ]

 

4 วันต่อมา

เวลา 21.14 น.

หอพัก

ห้องพักหญิง


ฉันนอนกะพริบตาปริบๆ อยู่บนเตียง รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวทุกครั้งเมื่อนึกไปถึงตอนที่ฉันถือวิสาสะจูบมือหัวหน้ารีไวล์


ให้ตายสิ! ขอร้องมิคาสะ หยุดนึกเรื่องน่าอายแบบนั้นสักทีเถอะ นี่ก็ผ่านมาสี่วันแล้วนะ จะคิดวนไปวนมาให้มันรู้สึกอายมากกว่าเดิมทำไมกัน!


ฉันคดตัวพร้อมกับเอามือขึ้นปิดหน้า


ถึงแม้หลังจากตอนนั้น เวลาพูดคุยกับหัวหน้าก็ปกติ ในใจไม่ได้คิดอะไรก็เถอะ แต่พอได้อยู่เงียบๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยทีไร ก็ไม่พ้นจะวนมาเรื่องนี้ทุกที...


แต่วันนั้นน่ะ...


สีหน้าของหัวหน้ารีไวล์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่รู้คิดอะไรอยู่ ถามอะไรไปก็ไม่ตอบ สมองฉันก็เบลอๆ นิดหน่อยด้วยเพราะฤทธิ์ยา สิ่งที่คิดว่าดีที่สุดในตอนนั้น ก็มีแค่ให้กำลังใจไปเท่านั้น

 

.....


วันต่อมา

เวลา 15.05 น.

 


            มิคาสะ! เจอพอดีเลย...วันนี้ พอหมดคาบการฝึกแล้ว เธอช่วยไปบันทึกข้อมูลการเรียนการสอนของเดือนนี้กับรีไวล์ให้หน่อยนะ...หลังจากที่ครูให้เธอกับรีไวล์ช่วยครั้งนั้น ครูก็ตั้งใจว่าครั้งหน้าจะทำเอง แต่เดือนนี้ครูงานแน่นมากเลยล่ะ วานหน่อยนะ...

 


ฉันนึกไปถึงคำพูดของครูเอลวินที่บอกกับฉันก่อนที่จะเริ่มฝึกคาบสุดท้าย


ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ถือว่าได้พักร่างกายละกัน



ฉันเดินมาถึงห้องเรียนแล้ว – ประตูหน้าห้องถูกเปิดค้างไว้อยู่ – ก่อนจะชะโงกหน้าเล็กน้อย จึงพบกับร่างของหัวหน้ารีไวล์ที่ยืนหันหลังเปิดเอกสารบนโต๊ะอยู่


ฉันเดินเข้าไปเงียบๆ ในขณะที่หัวหน้าหันมาพอดี


            “มาแล้วหรอ”


เสียงนุ่มทุ้มของเขาทำเอาหัวใจของฉันรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมาทันที ฉันหันมองเขาน้อยๆ จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ


            “ค่ะ”

 

ฉันวางกระเป๋าก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่มีเอกสารวาง ซึ่งดูเหมือนว่าหัวหน้าจะแบ่งส่วนของเขากับฉันเอาไว้ให้แล้ว


            “ส่วนนี้ของเธอนะ”


เพราะเทียบปริมาณที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ส่วนของหัวหน้าดูมากเกินไป ฉันจึงถามขึ้น


            “ส่วนของหัวหน้ามากไปรึเปล่าคะ? แบ่งมาส่วนของฉันบ้างเถอะค่ะ”

            “ไม่เป็นไร ทำไปเถอะ ถ้าส่วนของฉันยังเหลือ เธอค่อยหยิบมาทำก็ได้”

            “ค่ะ”


ฉันหยิบเอกสารไปวางที่โต๊ะประจำของตัวเอง ก่อนจะเริ่มลงมือทำ ก้มหน้าไปได้ไม่นาน ก็ต้องเงยหน้าขึ้นเพราะเสียงของเก้าอี้ที่มาวางอยู่ตรงข้าม


            “หัวหน้า...”

            “มีอะไรจะได้ถามไงล่ะ ไม่ต้องเดินไปเดินมาเหมือนครั้งที่แล้ว”


หัวหน้าพูดจบก็นั่งลงตรงข้าม หลังจากนั้นจึงเริ่มจัดการเอกสารในมือ – ทั้งห้องถูกกลบด้วยความเงียบ

 

.....


ในห้องที่ถูกคลุมด้วยความเงียบแบบนี้ เสียงที่ฉันได้ยินก็มีแค่เสียงลมหายใจของฉันกับหัวหน้ารีไวล์เท่านั้น


เพราะอยู่ใกล้กันสินะ...ถึงได้ยินเสียงลมหายใจจากเขาชัดเจนขนาดนี้


ฉันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาที่จ้องมองกระดาษอยู่ในตอนแรกก็ชำเลืองมองดูคนที่นั่งตรงข้ามเงียบๆ – หัวหน้ารีไวล์คงกำลังตั้งใจทำงานอยู่ ดูมีสมาธิมาก ไม่วอกแวกเลย


ใบหน้านิ่งกับนัยน์ตาคมเข้มที่ให้ความสนใจกับงานตรงหน้าอยู่นั้น



...ฉันชอบมากเลยล่ะ...



อยากแอบมองเขาแบบนี้ต่อไปจัง...รู้สึกไม่อยากทำงานขึ้นมาแล้วสิ

 


นัยน์ตาคมเข้มตรงหน้ารู้สึกได้ถึงมือของฉันที่หยุดนิ่งไป ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าสบตาของฉัน นั่นทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ทันที หัวใจเต้นเร็วเหมือนกับผู้ร้ายที่ถูกตำรวจจับได้


            “มีอะไรรึเปล่า?”

เสียงละมุนหูเอ่ยถามขึ้น


            “ม..ไม่ค่ะ ไม่มีอะไร...”

พอตอบออกไปแบบนั้นแล้ว ฉันจึงกลับมาให้สมาธิกับงานบนโต๊ะต่อทันที

 

.....


            “เสร็จแล้ว”

            “หา?”


ฉันถึงกับร้องเหวอเมื่อได้ยินผู้ชายที่นั่งตรงข้ามพูดออกมาแบบนั้น

อะไรจะเร็วปานนี้ ฉันว่าส่วนของฉันน้อยกว่าของหัวหน้านะ


            “ให้ฉันช่วยไหม?”

            “เอ่อ...ไม่ต้องหรอกค่ะ เหลืออีกแค่วิชาเดียวแล้ว...หัวหน้าจะนอนรอก็ได้นะคะ ตอนนั้น...ฉันก็นอนรอหัวหน้าเหมือนกัน”


พอได้ยินฉันพูดแบบนั้น หัวหน้าก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะฟุบลงบนโต๊ะ พลางมองฉันขีดๆ เขียนๆ บนกระดาษไปด้วย

 

.....


ฉันวางปากกาในมือ เป็นสัญลักษณ์ว่างานเสร็จแล้ว จากนั้นจึงเหลือบมองหัวหน้า


หลับซะแล้ว...


ฉันมองใบหน้าของคนที่ฟุบหลับ – คงจะเหนื่อยมาทั้งวัน บวกกับความเหนื่อยสะสมของวันอื่นๆ ด้วยสินะ เป็นทั้งหัวหน้าห้องเรียน เป็นทั้งหัวหน้าทหาร คงจะภาระเยอะน่าดู


ฉันจ้องมองใบหน้าคมคายดวงตาไม่กะพริบ นี่เป็นครั้งที่สองที่ฉันได้แอบมองเวลาหัวหน้าหลับ ซึ่งทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม...


ดวงตาที่ดูคมกริบแม้ในยามหลับ


จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า


ริมฝีปากที่บางเฉียบ ทว่านุ่มละมุนมาก...

 


ฉันยิ้มออกมา มือก็ค่อยๆ เคลื่อนไปวางบนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเขา ก่อนจะลูบอย่างเบามือ – กลัวว่าคนที่หลับใหลจะตื่น


ผมนุ่มจังแฮะ...


คิดได้แบบนั้น ฉันก็อดไม่ได้ที่จะลูบต่อไปเรื่อยๆ แบบนั้น

 


แต่สุดท้ายก็ชะงักลงเมื่อเห็นว่าดวงตาคมค่อยๆ เปิดออกเช่นคนที่เพิ่งตื่นนอน มือของฉันชักกลับอัตโนมัติทันที จากนั้นหัวหน้ารีไวล์จึงเปลี่ยนจากฟุบโต๊ะกลับมานั่งในท่าปกติ


            “ขอโทษค่ะ...ฉันแค่...”


ฉันรีบเปิดบทสนทนาขึ้นก่อนด้วยคำขอโทษ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบให้ใครมายุ่งกับผมของตัวเอง


            “สบายดีนะ...”  หัวหน้ารีไวล์พูดอมยิ้ม  “...พอเธอมาลูบหัว ฉันก็อยากจะนอนต่อไปเรื่อยๆ เลยล่ะ”


            “ค..ค่ะ”


            “วันนั้น...”


            “.....”


            “พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น มันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก...ขอบคุณนะ”


หัวใจจากที่เต้นปกติ กลับมาเต้นเร็วขึ้นเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น ฉันยิ้มให้หัวหน้า และตอบกลับ


            “ดีใจนะคะที่ได้ยินแบบนี้”



            สิ้นสุดเสียงจากริมฝีปากตัวเอง ทั้งห้องก็กลับมาสงัดอีกครั้ง ฉันสบตาหัวหน้ารีไวล์ค้างอย่างนั้น ไม่แม้แต่จะหลบ หรือไม่แม้แต่จะกะพริบ


            เขาก็เช่นกัน


            ...คล้ายกับในวันนั้น...ใบหน้าของคนตรงข้ามเคลื่อนเข้าใกล้ฉันช้าๆ ...ขณะเดียวกัน มืออีกข้างก็ขยับขึ้นมารองแก้มของฉันเอาไว้


            นิ้วหัวแม่มือลูบเนื้อแก้มขาวเบาๆ – สัมผัสที่อ่อนโยนนั่น ทำให้ฉันไม่ลังเลเลยที่จะเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้หัวหน้าบ้าง


            แม่เหล็กคนละขั้วของเราสองคนกลับมาทำงานอีกครั้ง และนั่นทำให้ฉันรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อย...เนื่องด้วยคนเป็นหัวหน้าไม่ได้มีท่าทีจะเคลื่อนใบหน้าออกเช่นในวันนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            เพราะใบหน้าของฉันกับหัวหน้ารีไวล์ที่อยู่ใกล้กันมาก ทำให้เราต่างรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน



            จนในที่สุด ริมฝีปากบางเฉียบของผู้ชายตรงหน้าก็ประกบเข้ากับริมฝีปากของฉัน...



            ฉันเป็นฝ่ายหลับตาก่อน เป็นสัญญาณว่า ฉันอนุญาตให้เขาจูบฉันได้อย่างเต็มที่ และดูเหมือนว่าหัวหน้ารีไวล์จะเข้าใจในสัญญาณของฉันเสียด้วย


            จุมพิตที่แสนละมุนนี้ ทำให้ฉันอยากจะกดปุ่มหยุดเวลาไปเสียดื้อๆ ...ฉันไม่อยากสนใจอะไรรอบกายอีกแล้ว ...ที่นี่ ตอนนี้ ขอแค่มีฉันกับหัวหน้ารีไวล์สองคน ฉันก็พอใจมากแล้ว...


            ฉันไม่ได้ขอมากเกินไปใช่ไหมนะ?



            “รีไวล์!!!



ฉันกับหัวหน้าชะงักลง เขาถอนจูบพร้อมกับผละออกจากตัวฉันทันที พอหันไปที่ประตูหน้าห้องเรียน ก็พบเฟอร์แลนที่ยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง คงเป็นเพราะวิ่งมา


เฮ้อ~ ฉันคงขอมากเกินไปสินะ...


            “มีอะไรรึเปล่า?”


หัวหน้ารีไวล์ที่กำลังพยายามปรับอารมณ์กลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันให้เร็วที่ที่สุด – เช่นเดียวกันกับฉัน – ยืนขึ้นถาม


            “อิซาเบล! อิซาเบลน่ะ–!!

 

.....


ห้องพยาบาล


ฉัน หัวหน้ารีไวล์ และเฟอร์แลนรีบวิ่งมาที่ห้องพยาบาลทันที ภายในห้องมีเตียงๆ หนึ่งที่มีคุณหมอยืนรุมอยู่ประมาณสองสามคน บริเวณโดยรอบเป็นพวกเพื่อนๆ ที่ยืนด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดี


ฉันเดินไปหาเอเลนกับอาร์มินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก


            “เอเลน อาร์มิน”

            “มิคาสะ”  อาร์มินเรียกชื่อ

            “อิซาเบลเป็นอะไร?”  ฉันถาม รู้สึกใจเสีย

            “ฉันไม่รู้ รู้อีกทีก็ตอนที่เฟอร์แลนอุ้มอิซาเบลเข้ามาแล้ว เธอเลือดไหลเต็มไปหมด”  เอเลนตอบ

            “อุ้ม? อุ้มมาจากที่ไหน?”

            “อุ้มจากนอกโรงเรียนเข้ามาครับ”  อาร์มิน


นอกโรงเรียน?


จะว่าไปตั้งแต่เมื่อวาน ฉันก็ได้ยินอิซาเบลพูดอยู่เหมือนกันว่า ตอนเย็นวันนี้จะออกไปร้านขายของนอกโรงเรียนกับเฟอร์แลน


ถ้างั้น...อุบัติเหตุงั้นหรอ?

 

.....


ฉันยังคงอยู่ในห้องพยาบาลเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ มองดูหัวหน้ารีไวล์กับเฟอร์แลนที่นั่งอยู่ข้างเตียงของอิซาเบล พวกเขาคงเป็นห่วงเธอมาก


หลังจากที่คุณหมอทำการปฐมพยาบาลเสร็จ พวกเขาก็กล่าวมาเป็นเสียงเดียวกันว่า จะมาดูอาการของอิซาเบลที่โรงเรียนทุกวัน เนื่องจากที่โรงพยาบาลนั้นมีผู้ป่วยเต็มทุกห้อง คงไม่สามารถให้เธอเข้าพักฟื้นที่นั่นได้ ซึ่งพวกเราก็เข้าใจและเห็นด้วย เพราะอย่างน้อยอิซาเบลก็ยังอยู่ใกล้พวกเรา ดีกว่าต้องไปนอนอยู่ในโรงพยาบาล...ไกลจากพวกเราไปอีก

 

ครืด~


พวกเราหันไปมองผู้มาเยือนที่เพิ่งเลื่อนบานประตูเข้ามา – ครูเอลวิน ครูฝึก ครูไนล์ และแอนนี่

คนทั้งสี่คนเดินตรงไปหาเฟอร์แลนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนจะเริ่มทำการสอบสวน


            “เฟอร์แลน เชิร์ช ใช่ไหม?”  ครูไนล์ถาม

            “ครับ”

            “เธออยู่กับอิซาเบล แมกโนเลีย ในตอนที่เกิดเหตุสินะ ช่วยเล่าที่มาที่ไปให้ฟังหน่อยสิ...เลออนฮาร์ทจดใจความสำคัญลงไปด้วย”

            “ค่ะ”


เฟอร์แลนกลืนน้ำลาย และเอ่ยปาก


            “ผมกับอิซาเบลตกลงกันตั้งแต่เมื่อวาน ว่าวันนี้ตอนเย็นจะไปร้านขายของใกล้ตลาดครับ ตอนนั้นผมเข้าไปในร้านขายของ ส่วนอิซาเบลบอกว่าจะรออยู่แถวๆ ทางเข้าตลาด พอผมซื้อของเสร็จ ผมก็เห็นมีกลุ่มคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ ผมก็เลยเดินเข้าไปดู ก็เห็นว่าเป็นอิซาเบลครับ...เธอล้มนอนกับพื้น เลือดไหลเต็มไปหมด คนแถวนั้นก็บอกมาว่ามีกลุ่มผู้ชายประมาณสามคน เดินเข้าไปใกล้ตัวเธอ ก่อนจะ...เอาขวดแก้วฟาดหัว แล้วก็ชักมีดออกมาแทงครับ..”


เฟอร์แลนเสียงสั่นขณะก้มหน้าเล่าเรื่อง – นั่นทำให้ฉันใจเสียลงมากกว่าเดิม


            “...ผมผิดเองครับ ถ้าผมไม่ละสายตาจากเธอล่ะก็–”

            “ไม่เป็นไรๆ ไม่ใช่ความผิดนาย”  ครูเอลวินกล่าวพลางตบไหล่เฟอร์แลนเบาๆ เป็นการปลอบใจ


ครูไนล์หันไปคุยกับแอนนี่เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาถามอีกคำถาม

            “งั้นแสดงว่าเธอไม่เห็นหน้ากลุ่มตัวการสินะ...ได้ถามข้อมูลอะไรจากคนแถวนั้นไว้บ้างไหม?”

            “ตอนนั้นผมตกใจมาก ก็เลยไม่ได้ถามอะไรใครเลยครับ...แค่ได้ยินพ่อค้าพูดออกมาว่าไม่คุ้นหน้าคุ้นตาพวกนั้นเลย น่าจะไม่ใช่คนแถวนี้ครับ”

            “เข้าใจแล้ว ขอบคุณเธอนะ จากนี้ฉันกับพวกสารวัตรทหารจะดำเนินการต่อให้”  ครูไนล์พูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องไป โดยมีแอนนี่ตามไปติดๆ


บรรยากาศของการสอบสวนจบลง ครูฝึกหันมากวาดสายตามองฉันกับคนอื่นๆ ที่นั่งหน้าถอดสีเพราะความเป็นห่วงเพื่อนและเอ่ยขึ้น


            “ฉันรู้ว่าพวกแกเป็นห่วงเพื่อน แต่มานั่งเศร้าแบบนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เพื่อนแกพ้นขีดอันตรายมาได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว...จะทำอะไรก็ไปทำไป แล้วถ้าอยากจะมาเยี่ยมเมื่อไหร่ก็มาได้”

            “ครับ/ค่ะ”


ต่างคนต่างตอบรับเสียงเศร้าๆ ก่อนจะทยอยออกจากห้อง ยกเว้นไว้แค่ฉัน


            “มิคาสะ?”  เอเลนเรียกชื่อ


ฉันหันไปมองคนที่เรียกและตอบออกไป ไม่รอให้อีกฝ่ายสงสัยนาน


            “พวกนายไปเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป”

            “อืม”


บทสนทนาจบลง ฉันตรงไปยังเตียงผู้ป่วย ที่เหลือแค่หัวหน้ารีไวล์ เฟอร์แลน ครูเอลวิน และครูฝึกเท่านั้น


ฉันมองร่างบนเตียงที่หลับไม่ได้สติ บริเวณศีรษะถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล บริเวณแก้มและแขนมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย


คิ้วของฉันขมวดเข้าหากันด้วยความสงสาร ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนสายตาไปยังหัวหน้า – สีหน้าของเขาเรียบเฉย  ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ประกอบกับความรู้สึกด้านลบต่างๆ นานาเกินกว่าฉันจะแยกออกมาได้


ฉันเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเขา หัวหน้าเงยมอง ไม่พูดอะไร


            “เดี๋ยวฉันไปหยิบกระเป๋าให้นะคะ”


เขาพยักหน้า ก่อนจะกลับไปมองคนที่หลับอยู่


ฉันเม้มริมฝีปาก เดินออกจากห้องพยาบาลและตรงไปยังห้องเรียนเงียบๆ

 

.....


ฉันถอนหายใจพลางเก็บกระเป๋าไปด้วย ขณะจะหยิบกระเป๋าของหัวหน้ามาด้วยนั้น ก็ไปสะดุดตากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่เสียบอยู่ข้างกระเป๋าของเขา


กระดาษอะไร?


ฉันหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่ามีสีหมึกปากกาอยู่ข้างใน พอเห็นดังนั้น ฉันจึงเลือกที่จะไม่เปิดดู พร้อมกับเดินกลับไปยังห้องพยาบาล

 

.....


ครืด~


ฉันเลื่อนบานประตูออก ก็พบว่าตอนนี้เหลือแค่หัวหน้ารีไวล์กับเฟอร์แลนที่นั่งเฝ้าอิซาเบลอยู่


ฉันตรงไปหาหัวหน้า ก่อนจะยื่นกระเป๋าให้


            “นี่ค่ะ”

            “ขอบคุณนะ”  หัวหน้ากล่าวเสียงเบา

            “แล้วก็นี่ค่ะ...”  ฉันยื่นกระดาษแผ่นเดิมให้หัวหน้ารีไวล์ เขาเงยหน้ามองอย่างงุนงง  “...ฉันเห็นมันเสียบอยู่ข้างกระเป๋าหัวหน้า ไม่แน่ใจว่าใช่ของหัวหน้ารึเปล่า”


หัวหน้ารีไวล์รับมาและคลี่กระดาษอ่านข้อความข้างใน


ฉันเปลี่ยนมานั่งที่ปลายเตียง มองดูอิซาเบลเงียบๆ แต่พอชำเลืองมองกลับไปที่หัวหน้าก็ถึงกับตกใจ – ด้วยใบหน้าของเขาที่ดูดุดัน นัยน์ตาคมดั่งใบมีด มือหนานั่นก็กำกระดาษจนแทบฉีก


            “หัวหน้ารีไวล์?”  ฉันกระซิบชื่อของเขา


            “รีไวล์? มีอะไร?”  เฟอร์แลนถาม – รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ


หัวหน้าขยำกระดาษทิ้งลงถังขยะเปล่า พร้อมกับยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว


            “วันนี้ไม่ฉันก็มันที่จะต้องตาย!

 


หัวหน้ารีไวล์เดินออกนอกห้องพยาบาลไปตัวเปล่าโดยไม่รีรอ ทิ้งให้ฉันกับเฟอร์แลนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ


            “มิคาสะเอากระดาษนั่นขึ้นมาให้ฉัน”


ฉันรีบหยิบกระดาษนั่นออกมาจากถังและยื่นให้เฟอร์แลนทันที

เฟอร์แลนคลี่อ่านไม่ถึงห้าวินาทีก็สบถออกมาเสียงดัง


            “โธ่เว้ย!! ไอ้ชาติชั่ว!!!


อะไรกันเนี่ย!? แล้วกระดาษนั่นมันอะไรกัน?


            “เฟอร์แลนเกิดอะไรขึ้น?”

            “ไอ้ชั่วชิกิชิมะนั่น–! ฉันจำลายมือมันได้!

            “หมายความว่ายังไง? แล้วหัวหน้าจะไปไหน?”

            “ฉันก็ไม่รู้ แต่ชิกิชิมะบอกให้รีไวล์ไปจบเรื่องทุกอย่างกับมัน”

            “ที่ไหน!?”  ฉันเริ่มถามเสียงดัง

            “มันบอกว่าที่ที่มันจะต้องรออยู่แน่ๆ”


นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!? ฉันเอามือจับหัวอย่างไม่เข้าใจ – พวกเขารู้ใจกันขนาดที่ว่าไม่ต้องบอกชื่อสถานที่ก็รู้เลยหรอว่าเป็นที่ไหน!


            “แล้วมันที่ไหนกันวะเนี่ย!!? ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย!!!”  เฟอร์แลนสบถเสียงดัง พลางขยี้ผมจนยุ่งเหยิงไปหมด


ไม่สิ! ตอนนี้ฉันไม่ควรจะมาคิดอะไรให้วุ่นวาย เพราะฉันไม่มีทางรู้หรอก! ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือ–!


ฉันที่เพิ่งนึกอะไรออกเมื่อครู่ จึงรีบวิ่งออกจากห้องพยาบาลไปบ้างทันที

 

.....


            “หัวหน้า! หัวหน้ารีไวล์!


ฉันวิ่งไปหาคนที่กำลังเดินตรงไปยังประตูโรงเรียน – เขาเดินเร็วมาก ฉันตามแทบไม่ทันเลย


            “มิคาสะ?”  หัวหน้าขมวดคิ้ว มองฉันอย่างไม่เข้าใจ


ฉันมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว พลางหอบเล็กน้อย


            “หัวหน้าจะไปไหนคะ?”

            “เธอห้ามไป!

            “ที่ไหนคะ!?”

            “ที่ที่เธอห้ามไปยังไงล่ะ!

            “แล้วมันที่ไหนกันเล่า!?”


ฉันถามเสียงดัง – ไม่รู้เลยว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังคิดจะทำอะไรอยู่


เขาถอนหายใจเบาๆ เหมือนกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ให้ใจเย็นลงมากกว่านี้


            “มิคาสะ...ที่นั่นมันไม่เหมาะกับเธอ เธอห้ามไปเด็ดขาด เข้าใจไหม?”


ฉันส่ายหัว กลืนน้ำลาย และพูดต่อ


            “หัวหน้าจะไปที่ไหน บอกฉันเถอะค่ะ”


หัวหน้าเงียบ ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง พลางใช้มือเสยผม – ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับฉันดี...ฉันเงยหน้า พยายามทำใจให้เย็นลงเช่นกันและกล่าวเสียงเรียบ แต่เปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วง


            “ฉันไม่ไปหรอกค่ะ แต่หัวหน้าบอกฉันเถอะนะคะ ว่าหัวหน้าจะไปที่ไหน”


            “.....”


            “หัวหน้ารีไวล์...”


หัวหน้ายังไม่ตอบ เขาจับมือฉันพลางบีบเบาๆ


            “แล้วฉันจะกลับมา อย่าตามมานะ”


หัวหน้าปล่อยมือของฉันทันทีที่พูดจบ ฉันหมายจะคว้ามือเขาเอาไว้ก่อนแต่กลับคว้าไม่ทัน เขาไม่ปล่อยให้ฉันถามอะไรอีก พร้อมกับเดินออกไป


            “หัวหน้ารีไวล์!


ฉันงงไปหมด ทั้งไม่เข้าใจเขา ทั้งไม่เข้าใจตนเอง – ทำไมเขาไม่บอกอะไรฉันเลย? เขามัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาจะไปที่ไหนก็ไม่รู้ ไปนานแค่ไหน? อันตรายรึเปล่า? ฉันไม่รู้อะไรเลย ฉันควรจะทำยังไงดี...


สับสนๆๆ!!! ถึงแม้อยากจะปล่อยวาง และเชื่อฟังตามคำขอของหัวหน้าเท่าไหร่ แต่ลางสังหรณ์ของฉันกลับรู้สึกถึงแต่เรื่องไม่ดีที่จะเข้ามาหาเขา


ฉันควรจะกลับไปข้างในไหมนะ? หรือควรจะตามออกไปดี?


ฉันมองหัวหน้ารีไวล์ที่อยู่ไกลลิบๆ ก่อนจะพ้นสายตาไป...



            “หัวหน้า...”



ฉันเสียงสั่น หัวใจเต้นรัวอย่างไม่สบายใจ ขาที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาปเมื่อครู่ราวกับได้ยาถอนพิษเข้ามาช่วย ฉันออกเดิน และเปลี่ยนเป็นวิ่ง...หมายจะตามเขาให้ทัน

 

 

 

:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:

 

 

 

พออ่านช่วงที่เฮียกับหนูมินั่งทำงานให้ป๋าวิลเป็นครั้งที่ 2

ก็เลยเกิดความคิดดีๆ

ลองย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 3 รางวัลจากครูเอลวิล


ค้นพบว่า

 

มันช่างแตกต่างเสียเหลือเกิน 55555555555555+

 

ตอนนั้นจิกกัดกันจะเป็นจะตาย มาตอนนี้ล่ะแหมมมม~ กร๊ากกก~

ซึ่งตอนนี้คนผิดคือเฟอร์แลนค่ะ 55555+

บังอาจมาก! มาขัดจังหวะเวลาของพวกเขาทำมายย~


เฟอร์แลนบอกผมผิดอัลไล TwT

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ


.

.

.

ทำใจดีๆ ไว้ก่อนอ่านตอนต่อไปนะคะ ;)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #225 Luna_l (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 08:19
    เลวมากกก
    #225
    0
  2. #184 Akikosama (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:17

    เป็นครั้งแรกที่อยากตบเฟอร์แลน55

    #184
    0
  3. #149 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 13:51
    อิหมาลอบกัด​ หนอย​ กล้าทำร้่ายอิชาเบลเรอะ​ จัดการมัน้ลยเฮย์โจว
    #149
    0
  4. #95 sayashi Riho (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 21:57
    ฮือออออ มันตะเป็นอย่างไงต่อล่ะเนี่ย ไม่อยากอ่านแต่ก็อยากอ่าน!! (อะไรของตูฟะ = =! ) /// รอนะไรท์
    #95
    1
    • #95-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 29)
      7 สิงหาคม 2561 / 20:02
      ไม่อยากแต่ก็อยาก5555555โง้ยยย น่ารักกก รออีกไม่กี่วันนะๆๆ
      #95-1
  5. #94 Kam_Rerise (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:48
    แอบขำตรงรีไวล์เงยมองมิคาสะ55555555//เตือนตอนหน้าอย่างนี้ใจไม่ดีเลยค่ะไรท์
    #94
    3
    • #94-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 29)
      6 สิงหาคม 2561 / 21:44
      ใจเย็นๆเน่อ อีกไม่กี่วันก็ศุกร์แล้ว ฮึบๆ~
      #94-1
  6. #93 CharidaNoisap (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:24

    "ทำใจไว้ดีดี ก่อนอ่านตอนหน้า" เจอแบบนี้รู้สึกได้เลยว่าต่องเตรียมน้ำเป็นลิตรๆเพราะจะต้องเสียน้ำตาเลยอ่ะ โอ้ยยยยย ไม่ไหวแล้ว เปิดวาปเลยได้มั้ยคะ ><

    #93
    1
    • #93-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 29)
      6 สิงหาคม 2561 / 21:43
      5555555ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็วันศุกร์ล้าวว
      #93-1
  7. #92 nutnichaauum (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 00:23
    งื้อออ รีวายน่ารักมั่กกกค่ะ(>///<)
    #92
    1
    • #92-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 29)
      6 สิงหาคม 2561 / 21:42
      ใช่ม้าๆง่าาาา-///-
      #92-1