[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 23 : 20 ฮันจิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B
 






20

ฮันจิ

 




[ Mikasas part ]

 

            “ห..หัวหน้ารีไวล์...”

 

ฉันที่นั่งอยู่บนเตียงเบิกตากว้างเมื่อได้สบกับดวงตาคมที่คุ้นเคย ใบหน้าในตอนนี้ทั้งแดงทั้งร้อนจนรู้สึกได้ พอตัวเองเริ่มรวบรวมสติและทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ฉันก็แทบจะกรีดร้องออกมา


            “อึ้ก–!


ฉันผลักตัวหัวหน้ารีไวล์ออกอย่างแรง จนคนถูกผลักดูเหมือนจะเหวอไปเลย จากนั้นจึงถอยหนี – ไม่อยากให้เขาเห็นใบหน้าของฉันไปมากกว่านี้


            “อ๊ะ–!!


ตุ้บ!!!


    “โอ๊ย!!


            “มิคาสะ!

 

เพราะถอยห่างจากเขาอย่างไม่คิดชีวิต ฉันจึงไม่ทันระวัง เผลอถอยจนพลัดไปตกอีกฝั่งหนึ่งของเตียง หัวกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง


ฉันลูบหัวตัวเองป้อยๆ พอเงยขึ้นมา ก็พบกับหัวหน้ารีไวล์ในสีหน้าตกใจที่เห็นฉันตกเตียงเมื่อครู่ ฉันที่ยังคงหน้าแดงอยู่ นึกไปถึงเรื่องก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงถอยหลังหนีอีกครั้ง จนหัวไปชนกับโต๊ะข้างเตียงอีกรอบ


ปึ้ก!!!

            “โอ๊ย!


ฉันร้องออกมาอีกครั้ง ทำให้หัวหน้าอดไม่ได้ต้องเข้ามาดูอาการ


            “โฮ่ย! ขืนชนแล้วความจำเสื่อมขึ้นมาอีกรอบ เธอจะว่ายังไง!


อะไรนะ? ความจำเสื่อมอะไร? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย


หัวหน้าจับมือและดึงเข้าหาตัว ส่งผลให้ร่างของฉันขยับเข้าไปหาแผงอกของเขาเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็พยายามชะโงกมองศีรษะด้านหลังของฉันที่ชนกับโต๊ะข้างเตียงไปด้วย


ฉันหายใจเร็ว เลือดสูบฉีด – ใบหน้าแดงหนักกว่าเดิม รวมไปถึงหัวใจที่เต้นหนักกว่าเดิม

หัวหน้าลูบบริเวณที่หัวโดนชนเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนกลับมามองใบหน้าฉันอีกครั้ง...ฉันสะดุ้ง พร้อมกับหลบตาลงด้วยความประหม่า


            “เธอจำฉันได้แล้ว...ใช่ไหม? แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?”


ฉันยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อ จำได้แล้วใช่ไหม? แล้วคนอื่นๆ ล่ะ? คืออะไร? ทำไมถึงถามแบบนั้น?

แม้จะสับสนกับคำพูดของเขา แต่ฉันก็พยายามตอบออกไปให้ได้รูปแบบคำตอบที่น่าพอใจที่สุด


            “ถึงจะงงที่หัวหน้าพูดนิดหน่อย...แต่ฉันเคยลืมใครด้วยหรอคะ?”


ฉันว่าออกไปแบบนั้น – ให้ตายสิ! คำตอบที่ดูไม่เหมือนคำตอบนี่ฟังดูยังไงก็ไม่น่าพอใจเลยสักนิด!


พวกเราทั้งคู่เงียบใส่กันสักพัก ก่อนที่หัวหน้าจะเริ่มพูดขึ้น

 

            “...ดีใจจัง...”


ฉันเงยมองหน้าเขา ก็ทำให้ได้พบกับรอยยิ้มที่เขาเคยมอบให้ฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง – รอยยิ้มที่ร้อยทั้งร้อยคงไม่ค่อยมีใครได้เห็นนัก – รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั่น...


ท..ทำไมฉันรู้สึกคิดถึงเขาจังเลยนะ...เหมือนไม่ได้เจอกันนานมาก...


ต..แต่–!!


ฉันผลักตัวหัวหน้าออกอีกครั้ง เขาเหมือนจะตกใจหน่อยๆ


ไม่รอช้า ฉันรีบเอามือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวเอง พร้อมกับพูดลอดมือออกมา


            “ทำไม!?...”


ฉันชะงักลงแค่นั้น ไม่กล้าพูดเต็มประโยคเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็พูดออกมาจนได้


“ทำไมหัวหน้าถึงจูบฉัน!?”


ฉันลดมือลงมาปิดไว้แค่บริเวณจมูกกับปาก ขณะเดียวกันก็สบตาเขาบ้างหลบตาเขาบ้างสลับกันไป

หัวหน้ารีไวล์ได้เห็นท่าทีของฉัน ก็หลุดขำออกมาเบาๆ นั่นทำให้ฉันประหลาดใจมาก เนื่องจากไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะของเขามาก่อน – นี่เป็นครั้งแรก


            “ก็เมื่อวันที่พวกเราจะจับตัวคนร้ายน่ะ เธอโดนสเปรย์บ้าอะไรก็ไม่รู้พ่นให้สลบ พอตื่นขึ้นมาก็ความจำเสื่อม จำใครไม่ได้เลย...”

            “อ..อะไรนะคะ?”

            “ฮันจิบอกว่า ถ้าเลยวันนี้เวลาประมาณเก้าโมงไป เธอจะความจำเสื่อมถาวร”

            “ล..แล้ว...”

            “แล้วฉันก็จูบเธอ”

            “อ..อะไรกัน!?”  มันไม่เห็นจะปะติดปะต่อกันเลยสักนิด!

            “แต่ที่ฉันบอกว่าเธอสูญเสียความทรงจำนั่น ฉันพูดจริงนะ...”


            หัวหน้าพูดจบก็เปลี่ยนท่านั่งเป็นพิงกับขอบเตียงแทน


“...ฉันยอมรับ ว่าตัวเองไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังขนาดนั้นมาก่อนเลย ทุกคนเป็นห่วงเธอมากจริงๆ...”


ฉันนั่งฟังเงียบๆ แม้จะไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ที่บอกว่าฉันความจำเสื่อม แต่แววตาของหัวหน้ารีไวล์ดูจริงจังมาก


อยู่ๆ หัวหน้าก็เปลี่ยนท่านั่ง เขาหันมาหาฉันและนั่งทับขา ก่อนจะโค้งให้


            “ฉันขอโทษนะมิคาสะ”


ฉันหัวใจเต้นเร็วขึ้น หลังจากที่มันดูจะเพลาๆ ลงไปแล้วช่วงหนึ่ง


เขายังคงโค้งอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา ฉันอดไม่ได้ จึงขยับเข้าใกล้ พยายามดึงไหล่ของเขาให้กลับขึ้นมานั่งตามเดิม


            “ขอโทษทำไมกันคะ หัวหน้าไม่ได้ทำอะไรผิด”


หัวหน้ารีไวล์เงยหน้าขึ้นสบตาฉันอีกครั้ง ฉันชะงักลงเล็กน้อยพลางเม้มริมฝีปาก เสมองไปทางอื่น...พลางนึกต่อไปว่า ตัวเองเผลอพูดประโยคใจความแปลกๆ ไปรึเปล่า...


ฉันรีบดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน ไม่นานนัก ฉันจึงตัดสินใจโค้งให้เขาบ้าง


            “ฉันต่างหากค่ะ! ขอโทษนะคะ! ครั้งหน้าจะระวังตัวให้ดีกว่านี้ จะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนค่ะ”


ฉันขยับตัวกลับมานั่งท่าเดิม แต่ยังคงไม่กล้าสบตาคนข้างหน้า – กลับมองที่พื้นอยู่อย่างนั้น

 


            “มิคาสะ...”


            “ค..คะ?”


            “จะรังเกียจไหม?”


            “.....”


            “...ถ้าฉัน...”


           เสียงของหัวหน้ารีไวล์ขาดหายไป ราวกับกำลังใคร่ครวญสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูดออกมา...


            “...ถ้าฉัน อะไรหรอคะ?”


           ฉันทวนคำพูดของผู้ชายตรงหน้า พลางสบตาคู่สวยไม่กะพริบ รอฟังสิ่งที่เขาอยากจะกล่าวออกมาอย่างตั้งใจ


           หัวหน้ารีไวล์มองลึกลงในดวงตาสีนิลของฉันเช่นกัน เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ฉันช้าๆ เหมือนกับว่าเราทั้งคู่ต่างมีแม่เหล็กคนละขั้ว...ที่กำลังดึงดูดเข้าหากันและกันอยู่...


            ฝ่ายหัวหน้าเหมือนจะรู้สึกตัวได้ ก่อนจะขยับใบหน้าออกห่างจากฉันเล็กน้อย...น่าแปลก ที่การกระทำของเขานั้นทำเอาฉันรู้สึก...ไม่ชอบใจนิดหน่อย


            “ถ้าฉัน...อยากจะขอกอดเธอ”


            “เอ๊ะ!?”


เลือดสูบฉีดทั่วใบหน้าอีกครั้ง ฉันหลบตาหัวหน้าแทบจะทันที ตกใจนิดหน่อยกับคำขอของเขา


หัวหน้าที่เหมือนจะเห็นสีหน้าลำบากใจของฉันอยู่เนืองๆ จึงกล่าวหวังจะให้ฉันทิ้งความรู้สึกอึดอัดใจลง


            “ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธออึดอัด”


            “เอ่อ...ฉัน..”


ฉันกำกระโปรงสีสว่างที่สวมอยู่แน่น และตอบอย่างตะกุกตะกัก


“ฉ..ฉันไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”


เมื่อตอบออกไปแบบนั้น หัวหน้ารีไวล์ก็เบิกดวงตากว้างเล็กน้อย...มือข้างหนึ่งของเขาเคลื่อนมารองแผ่นหลังช้าๆ อีกข้างก็รองท้ายทอยของฉันเอาไว้ จากนั้นเขาจึงขยับร่างของฉันให้มาแนบชิดกับเขา

พอรับรู้ได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแรงของผู้ชายที่กอดตัวเองแล้วนั้น ฉันก็เกร็งไปทั้งตัว


            “ขอบคุณนะ”


           หัวหน้าเอ่ย พลางกอดฉันแน่นมากแต่ไม่ถึงกับอึดอัด


ทำไมกันนะ? เหมือนกับว่า...ไม่ได้เจอกันมานานจริงๆ เลยแฮะ...

 


มือทั้งสองข้างของฉันค่อยๆ เอื้อมไปกอดผู้ชายตรงหน้าตอบบ้าง...ท่าทางเขาก็ดูชะงักไปเหมือนกัน


ฉันกอดหัวหน้า พลางหลับตาลงช้าๆ ด้วยความคิดถึง ฉันจรดจมูกลงบริเวณหัวไหล่พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมของตัวเขา นั่นทำให้ฉันมีความสุขอย่างแปลกประหลาด...


ฉันเผยรอยยิ้มออกมา...อะไรกัน แทบไม่อยากเชื่อเลย ฉันยิ้มออกมาเพราะผู้ชายคนนี้งั้นหรอ...


อยากจะกอดไปนานๆ...


กอดให้นานกว่านี้...


ไม่อยากปล่อยเลย...

 


นี่หัวหน้ารีไวล์...เขายังเป็นศัตรูของฉันอยู่รึเปล่านะ?

 


หัวหน้าปล่อยฉันออกจากอ้อมกอด พอเห็นผ้าพันคอที่ร่วงลงมาเล็กน้อย เขาจึงจัดระเบียบผ้าพันคอของฉันให้


            “เธอจะลงไปหาทุกคนตอนนี้เลยไหม?”

            “...เดี๋ยวฉันค่อยตามลงไปทีหลังนะคะ”

            “เข้าใจแล้ว”  หัวหน้ารีไวล์ตอบรับ พลางค่อยๆ เอาปอยผมบางส่วนที่บังหน้าของฉันอยู่ทัดหูอย่างอ่อนโยน หัวหน้าลุกขึ้นก่อนจะผายมือให้ ฉันมอง เอื้อมมือไปจับแต่โดยดี จากนั้นเขาจึงดึงฉันให้ลุกขึ้นบ้าง

ฉันนั่งลงที่ข้างเตียงและผละมือออกจากเขา หัวหน้ายิ้มบางๆ พร้อมกับเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมา...


“งั้นฉันไม่กวนแล้วนะ”


พูดจบ มือข้างเดิมก็เคลื่อนมาลูบผมของฉันเบาๆ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆ...

 


พอเห็นว่าคนเป็นหัวหน้าออกไปแล้ว ฉันก็ล้มตัวลงบนเตียงนุ่มพลางดึงหมอนเข้าหาตัว ฉันเอาหน้าซุกและร้องใส่หมอนเสียงดัง


            “กรี๊ดดด~!!!


ไม่พอแค่นั้น ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มร่างของตัวเองจนมิดถึงหัว จากนั้นจึงเอาหน้าซุกหมอนแล้วกรีดร้องอีกครั้ง


หัวใจของเต้นแรงจนแทบจะวายตาย มือสั่นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าและร่างกายร้อนผ่าวไปหมด ก่อนที่ความคิดหลายๆ อย่างจะพรั่งพรูเข้ามาในสมองของฉันอย่างฉุดไม่อยู่


ครั้งที่สอง! ครั้งที่สอง!! ครั้งที่สองที่เขาจูบฉัน!!! ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ต..แต่ว่า...แต่ฉันกลับไม่ได้โกรธเขาเลยสักนิด! กลับกันฉันยังเต็มใจ–! เต็มใจให้เขาจูบหน้าตาเฉย!!

...ให้ตายสิ! ฉ..ฉัน..ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย..?


ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก ในสมองก็ฉายภาพกลับไปในตอนนั้น...

ตอนที่หัวหน้ารีไวล์จูบฉัน ฉันตกใจมากพอรู้สึกตัว พยายามจะร้องออกมาให้เขารู้ แต่หัวหน้าไม่สนใจฉันเลย เมื่อเห็นว่าร้องออกมาแล้วเขาไม่สนใจ ฉันจึงเลือกที่จะพยายามดันไหล่ของเขาออก แต่เรี่ยวแรงของฉันที่สะสมมาแรมปีเพื่อใช้สู้กับไททัน กลับหดหายไปหมดพอคิดจะสู้กับผู้ชายคนนี้...


จนสุดท้าย...


ฉ..ฉันก็เลือกที่จะ...ให้หัวหน้าจูบฉันต่อไป และปล่อยให้เขาเป็นคนตัดสินใจเอง

หลังจากที่คิดอะไรแบบนั้นออกมา ฉันก็หลับตาลง ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปแบบนั้น โดยที่ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรเขาเลย...


ฉัน...ฉันดูเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจไหมนะ?


แล้วนี่สรุปว่า...หัวหน้ารีไวล์เขายังเป็นศัตรูกับฉันอยู่รึเปล่า?


ถ..ถ้าไม่...แล้ว...


...ความรู้สึกของฉันที่มีให้เขาตอนนี้...มันเป็นแบบไหนกัน?

 

[ END Mikasas part ]



 

[ Levis part ]

 

ผมเดินออกมาจากห้องของมิคาสะแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ไปไหน เลือกที่ยืนพิงกำแพงอยู่บริเวณนั้น

ผมใช้มือข้างหนึ่งปิดปาก ก่อนที่จะหลุดขำออกมาคนเดียว


เธอจำผมได้แล้ว และก็ดูเหมือนว่าจะจำทุกคนได้อีกด้วย...มันเป็นไปได้ยังไงกัน? อย่างกับปาฏิหาริย์เลย


พอนึกไปถึงใบหน้าเธอก็อดขำไม่ได้...


บอกตามตรง ผมไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่แมนยิ่งกว่าผู้ชายอย่างมิคาสะ พออยู่กับผมแล้วดันกลับกลายเป็นคนละคนไปซะงั้น

เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ดูบอบบางไปในทันทีเมื่ออยู่กับผม ดูเป็นผู้หญิงที่ยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก

ความแข็งแกร่งที่ผมเคยเห็นเวลาเธอสู้กับไททัน หรือเวลาอยู่กับเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ กลับไม่มีออกมาให้เห็น เมื่อเธออยู่กับผม


ซึ่งผมยอมรับ...ผมชอบ


...เธอน่ารักมาก


ผมคิดว่าหลังจากนี้ ถ้ามิคาสะยังคิดจะแก้แค้นผมในฐานะศัตรูอยู่อีกล่ะก็...

ผมว่าผมจะยอมเธอแล้วล่ะ

ผมไม่อยากจะสู้กับเธอเลย...

 

            “อารมณ์ดีจังนะ รีไวล์”  ผมสะดุ้ง ใบหน้ากลับมาตรึงเครียดเหมือนเดิม พอหันไปที่ต้นเสียงก็พบว่าเป็นฮันจิ  “มีเรื่องอะไรดีๆ เกิดขึ้นงั้นหรอ~? เอ๋~? อย่าบอกนะว่ามิคาสะจำนายได้แล้วน่ะ~”


ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นฮันจิดูร่าเริงผิดปกติไม่เข้ากับสถานการณ์ที่ควรจะเป็น แต่ก็ยังไม่ได้ถามอะไรออกไป


            “ใช่”

            “ว้าว~ สุดยอดไปเลย แสดงว่ามิคาสะก็คงจำทุกคนได้เหมือนกันแล้วสินะ สุดยอดไปเลย~”  ผมขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม รู้สึกทะแม่งๆ ยังไงชอบกล  “...แต่วิธีของนายที่ทำให้มิคาสะกลับมาจำได้เนี่ย วิเศษจริงๆ เลยนะ ได้ผลยิ่งกว่ายาของหมอซะอีก~”


ผมเบิกตากว้างอย่างเข้าใจสิ่งที่ยัยแว่นจะสื่อ ก่อนจะรีบถลาเข้าไปหาเธอทันที – แทบจะกระชากคอเสื้อ


            “ยัยสี่ตา!!

            “เฮ้ย! หยุด! อย่าทำอะไรฉันนะ!

            “เธอเห็นหรอ!?”


ฮันจิกลั้นขำ และตอบออกมาอย่างเบิกบานหัวใจ


            “ก็ใช่น่ะสิ! นี่~ ฉันเขินแทนเลยนะรู้ไหม?”


นี่ยัยนี่มันเตรียมตัวตายแล้วใช่ไหม!!


            “เฮ้ย! หยุด! หยุดทำหน้าแบบนั้นเลยนะ นายต้องขอบคุณฉันมากกว่านะ”

            “ทำไมฉันต้องขอบคุณยัยแว่นเพี้ยนอย่างเธอด้วย!?”

            “ฉันปิดประตูให้นายเลยนะ! ก็นายน่ะ ปิดประตูไม่สนิทยังไงล่ะ!

            “หา?”

            “ก่อนหน้านี้ ฉันขึ้นไปหานายที่ห้องมิคาสะเพราะตั้งใจจะบอกความจริงบางอย่าง แต่ว่าประตูมันปิดไม่สนิท ฉันเลยขอแอบดูก่อนเพราะไม่กล้าขัดจังหวะ...ก็ไม่คิดเลยว่านายจะจูบ–”

            “เฮ้ยหยุด! หนวกหูน่า!!

            “ฮ่าๆๆ~ ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่มีใครได้ยินแน่นอน ตอนนี้คนอื่นๆ อยู่ที่ห้องโถงปราสาทข้างล่างนู่น~ ไม่มีใครขึ้นมาหรอก”


ผมขบริมฝีปาก ความรู้สึกผิดที่หนักหนากว่าเดิมเข้ามาแทนที่ สิ่งที่ผมทำลงไปกับมิคาสะ...มันไม่ดีรึเปล่านะ?


            “ไม่เห็นจะต้องเครียดเลย นายไม่ได้ทำอะไรผิด...”  ผมเงยหน้ามองคนข้างๆ ฮันจิเผยยิ้มออกมา หวังจะให้หายเครียด  “...นายก็แค่จูบเธอเท่านั้นเอง มันผิดตรงไหน”

            “กล้าพูดออกมาขนาดนี้ แสดงว่าอยากตายแล้วใช่ไหม!!

            “ฮ่าๆๆ~ นายอย่าอารมณ์เสียสิ~ ฉันแค่ล้อเล่นเอง~ ถ้านายฆ่าฉัน โมบลิทต้องฆ่านายแน่ๆ เลยนะ~”  ผมถอนหายใจเสียงดังอย่างรู้สึกรำคาญ แต่ฮันจิยังคงยิ้มอยู่ เธอเปลี่ยนไปพิงกำแพงตรงข้ามกับผม จากนั้นจึงพูดต่อ  “มันไม่ผิดหรอก...ในเมื่อเธอดูจะเป็นคนสำคัญของนายคนหนึ่งเลยไม่ใช่รึไง?”


ผมเงยมองใบหน้าภายใต้กรอบแว่นที่ยืนอมยิ้มอยู่ตรงข้าม


            “...ทั้งๆ ที่นายน่าจะหมดหวังไปแล้ว แต่นายก็ยังอยากจะอยู่เคียงข้างเธอ อยากทำทุกทางเพราะเชี่อว่าอาจจะยังไม่สายเกินไป...นั่นเท่ากับว่า มิคาสะเป็นคนสำคัญสำหรับนายเลยนะ”


หัวใจของผมเต้นแรงขึ้น เมื่อได้ยินฮันจิพูดแบบนั้น


“เธอคิดไปเองแล้ว”

            “งั้นหรอ? ฮ่าๆๆ~ เอาเถอะๆ...ยังไงซะ จากนี้ก็ช่วยดูแลเธอด้วยละกันนะ...คนๆ นั้นน่ะ มักจะชอบทำตัวแข็งแกร่งและพร้อมจะปกป้องคนอื่นตลอดเวลาไม่ว่าจะหญิงหรือชาย...แต่จริงๆ แล้ว เธอก็ต้องการให้มีใครสักคนมาปกป้องเธอเหมือนกันนั่นแหละ...แล้วก็นาย...”  ฮันจิหยุดพูด และชี้มาที่ผม  “...นายดูแลเธอได้”


ผมกับฮันจิเงียบใส่กันสักพัก จากนั้นผมจึงพึมพำขึ้นมา


            “เธอเป็นแม่ฉันรึไงกัน”

            “แม่อะไร? แม่สื่อหรอ?...อ๋อ ฮ่าๆๆ~ เห็นเพื่อนกำลังจะมีความรักก็ต้องสนับสนุนเพื่อนสิ”


ผมเบนสายตาไปทางอื่น เบื่อจะฟังคำพูดของคนเพี้ยนๆ ตรงหน้า


            “นั่นไง! ไม่ปฏิเสธด้วย~”


ผมสะดุ้ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที


            “อุ๊ย! หน้าแดงด้วย~”

            “หุบปากซะ!! ฉันไม่ได้คิดอะไรกับใครทั้งนั้นแหละ!!!


ฮันจิหลุดขำออกมา ผมกัดฟันขณะพยายามควบคุมอาการประหม่าของตนเอง


            “หืม~ ไม่ได้คิดหรอ~ โห~ ...อ่าใช่! รีไวล์! ฉันลืมบอกอีกเรื่องหนึ่งไป”

            “อะไรอีก!?”

            “อะแฮ่ม~ ฉันโกหกนายน่ะ”

            “โกหก?”

            “ใช่แล้วล่ะ เรื่องที่ฉันบอกว่า ถ้าหลังจากเก้าโมงไป มิคาสะจะสูญเสียความทรงจำถาวรน่ะ ฉันโกหกนาย”


ผมหน้าเหวอ ฮันจิเกือบหลุดขำอีกรอบ แต่เธอก็ยังอธิบายสาเหตุของการกระทำนั้นต่อ


            “...ฉันก็แค่อยากจะเห็นอาการของนายพอรู้เรื่องโกหกของฉันน่ะ ฮ่าๆๆ~ จริงๆ แล้ว ทั้งหมอทั้งไอ้อ้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ ไอ้สเปรย์นั่นน่ะ มีพิษก็จริง แต่หากพอเกินสามวันและเลยช่วงเวลาที่เคยโดนพิษไปแล้วเมื่อไหร่ ภาวะสูญเสียความจำของมิคาสะก็จะหายไป”

            “ม..หมายความว่า...”

            “นายจูบมิคาสะจนเกินเก้าโมงไป ก็แสดงว่าในช่วงที่เสียงนาฬิกาดัง ตอนนั้นแหละที่ความทรงจำของมิคาสะกลับมาแล้ว”


ผมหน้าเหวอ ตกใจกับความจริงของคนเพี้ยนตรงหน้า


งั้นแสดงว่าตอนที่ผมจูบมิคาสะ แล้วเธอร้องเสียงอู้อี้ออกมาพร้อมกับพยายามดันไหล่ผมออกนั่น ก็แปลว่าความทรงจำของเธอกลับมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วงั้นหรอ!!?

แล้วผมก็ดันบ้าจูบเกินเวลาไป 15 นาทีด้วย!!


ผมเอามือกุมหน้าผาก หน้าซีดขึ้นมาทันที


            “ฮ่าๆๆ~ ขำหน้านายตอนนี้ชะมัดเลยรีไวล์”

            “แล้วเธอโกหกฉันทำไม!?”

            “หืม~ ก็แค่อยากรู้ให้ชัดเจนน่ะ...นายคิดว่าคนที่ความรู้สึกไวอย่างฉันจะไม่รู้หรอว่าท่าทางของนายกับมิคาสะดูเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย หลังจากวันงานวัฒนธรรมโน่น~”

            “นี่อย่าบอกนะว่าเธอเห็นก่อนหน้านี้–”


ผมหยุดพูดทันที เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังพูดประโยคต้องห้ามออกมา

...แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว


            “หา!!? อย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้ พวกนายเคย...จูบ–”

            “หุบปากเดี๋ยวนี้!!!

ผมพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อยัยสี่ตาทันที – ไม่อยากจะฟังประโยคที่จะถูกพ่นออกมาอีกแล้ว ยัยบ้า!! ฉันจะกินหัวเธอ!!!

 

แอ๊ด~


ภารกิจการกินหัวยัยสี่ตาของผมล้มเหลว เมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับคนข้างในที่ดูจะตกใจเมื่อเห็นท่าทางของผมที่พร้อมจะฆ่ายัยเพี้ยนนี่เมื่อไหร่ก็ได้ตรงหน้า


            “เอ่อ...”  มิคาสะร้องอ้ำอึ้ง พลางหลบสายตาผม

            “เฮ้! มิคาสะ ฉันคิดถึงเธอจังเลย!!”  ฮันจิผลักผมออก ก่อนจะถลาเข้าไปกอดมิคาสะทันที

            “คุณฮันจิ”

            “เธอจำฉันได้แล้วจริงๆ ด้วย ดีใจที่สุดเลย!”  ฮันจิคลายอ้อมกอดและถามต่อ  “ลงไปข้างล่างเลยไหม? ทุกคนรออยู่นะ”


มิคาสะได้ฟังก็ตอบรับพร้อมกับยิ้มบางๆ

            “ค่ะ”

 

.....

 

            “ทุกคนดูสิ ฉันพาใครลงมา~” 


ฮันจิตะโกนเรียกความสนใจจากทุกคนที่นั่งรวมกันอยู่ในห้องโถง มิคาสะที่ลงมากวาดสายตามองทุกคนก่อนจะโค้งให้ และกล่าวเสียงดัง


            “ทุกคน! ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ!


แต่ละคนในห้องโถงเงียบกริบ – เหมือนจะช็อกอยู่ไม่น้อย จากนั้นจึงตามมาด้วยเสียงที่ประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย


            “มิคาสะ!!!


ทุกคนรีบวิ่งเข้ามาหาเธออย่างกับเจอดารา โดยเฉพาะซาช่าที่พอมิคาสะพูดจบ ก็โผเข้ากอดเธอทันที


            “มิคาสะ!! ฮือ~ ฉันก็นึกว่ามิคาสะจะจำฉันไม่ได้ซะแล้วนะคะ!!

            “พวกเรารอเธอจนรากจะงอกอยู่แล้วนะรู้ไหม!”  คอนนี่

            “เธอจำพวกเราทุกคนได้หมดแล้วสินะ!”  เอลวิน

            “ค่ะ!”  มิคาสะ

            “ไชโย~!!!


ยิ่งกว่าได้รับรางวัลออสการ์ซะอีก ภาพตรงหน้าทำให้ผมหลุดยิ้มออกมา โดยไม่ลืมที่จะนำมือมาบดบังเพื่อซ่อนมันเอาไว้ด้วย


            “แล้วสรุปมิคาสะกลับมาจำพวกเราได้เพราะอะไรหรอ?”  แจนถามลอยๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ซึ่งแน่นอนว่าผม มิคาสะ และฮันจิต่างสะดุ้งไปตามๆ กันทันที


            “เอ่อ...”


มิคาสะอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบว่ายังไง ฮันจิเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดแทนให้


            “อ๋อ! ใช่! ลืมไปสนิทเลย~ ฉันยังไม่ได้เล่าให้พวกนายทุกคนฟังสินะ... คือว่านะ หมอที่ฉันไปพบมาน่ะ เขาบอกว่าหากเกินสามวันและเลยช่วงเวลาที่มิคาสะเคยโดนพิษไปแล้วเมื่อไหร่ ความทรงจำก็จะกลับมาเป็นปกติน่ะ แต่พวกเราพลาดไปตรงที่ ถ้ารักษาให้เร็วกว่านี้ จริงๆ แล้ว แค่สองวันก็หายน่ะ...ฮ่าๆๆ~ เห็นไหมล่ะ บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

            “โล่งอกไปจริงๆ นะครับมิคาสะ!”  อาร์มิน

            “ยัยบ้าเธอทำฉันเป็นห่วงนะ! ครั้งหน้าหัดระวังตัวมากกว่านี้หน่อยสิ!”  เอเลน

            “อื้ม!”  มิคาสะพยักหน้า

 

        สรุปก็คือมีแต่ผมที่โดนหลอกอยู่คนเดียวสินะยัยแว่น!!!


แต่เอาเถอะ ขอบใจละกันที่ไม่ได้บอกเรื่องของผมกับมิคาสะไป


จบเรื่องวุ่นวายแล้ว พรุ่งนี้พวกเราจะได้กลับโรงเรียนสักที

 

[ END Levis part ] 

 

 

 

:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:

 

 

 

จุดที่ชอบที่สุดของตอนนี้

คือตอนที่หนูมิตกใจและถอยหลังจนตกอีกฝั่งของเตียงนั่นแหละค่ะ

มันดูเหมือนอาการของคนที่ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ

สิ่งที่คิดได้ก็คือการถอยหนีลูกเดียวเท่านั้น น่าร้ากก~

 

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีของเรา(?) ฮันจิค่ะ

เพราะเธอมีส่วนช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของหนูมิกับเฮียแน่นแฟ้นมากขึ้น

มาแนวเดียวกันกับอาร์มินแล้วก็แอนนี่เลยค่ะ 5555+

 

ขอบคุณทุกกำลังใจและขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเช่นเคยครัช


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #258 Naja (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 11:21

    ชอบอ่ะ. มีเพื่อนแบบนี้มีปัญญาทุกที่

    #258
    0
  2. #249 Honey so lemonade (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:32
    น่ารักมากเลยค่ะ เขินตัวม้วนแล้ว
    #249
    0
  3. #236 ALONE__145 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 13:06

    อ่านเเล้วยิ้มตามเลยย

    #236
    0
  4. #220 Luna_l (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 07:54
    ยิ้มแก้มปริรีไวล์โดนหลอก เขินคู่เลย5555555
    #220
    0
  5. #158 dusitsrikhama588 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 23:39

    ชอบมว้ากครับ
    #158
    1
    • #158-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 23)
      9 มกราคม 2562 / 21:05
      โง้ยยยขอบคุณนะคะ ฮืออดีใจเขินมากมาย >_<
      #158-1
  6. #144 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 12:38
    เวลาเขินนางชอบเอื้อมไแดึงผ้าพันคอมาปิดไว้แล้วก้มหน้า​ อาการตกใจจนถอยหนีแบบเขินหนักมากคงไม่ห่างไกลจากคาแรกเตอร์นางเลย​ น่ารักกกก
    ฮันจินี่ก็สุดๆเลย​ ความรู้สึกไวมาก​ นึกว่าจะเป็นเฉพาะกับไททั่น
    #144
    0
  7. #70 CharidaNoisap (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:14

    อร๊ายยยย เขินมากเขินที่สุด ทำไมฟุ้งฟิังโลกสีชมพูขนาดนี้ โอ้ยยย อยากจะให้รางวัลแม่สือดีเด่นจอมแผนการกับฮันจิมาก ดีงามมมม เฮียก็ขี้อ้อนน่าร๊ากกกก แหมๆ ยอมทุกอย่างแบบนี้หนูมิไม่หลงรักก็บ้าแล้ว (รีดเดอร์ด้วย) 555555

    #70
    2
    • #70-2 CharidaNoisap(จากตอนที่ 23)
      10 กรกฎาคม 2561 / 01:06
      อร๊ายยยยย. ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มพ่อบ้านใจกล้านะคะ 555555
      #70-2
  8. #69 Kam_Rerise (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:12
    ขำและเขินในเวลาเดียวกัน-////-
    #69
    1
  9. #68 nutnichaauum (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:58
    กำลังอินค่าา หัวหน้าน่ารักสุดๆไปเลยยย ♡♡
    #68
    1