[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 19 : 16 ณ สถานที่ซ่อนตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B
 






16

ณ สถานที่ซ่อนตัว



 

วันต่อมา

เวลา 04.46 น.

 

ชุดลำลองที่ฉันสวมอยู่เป็นเสื้อสีขาวแขนยาว พร้อมเสื้อคลุมตัวนอกและกระโปรงยาวสีชมพูอ่อน

ปกติจะไม่ค่อยได้แต่งตัวแบบนี้เท่าไหร่ แต่เพราะนี่เป็นชุดแรกที่ฉันหยิบได้จากตู้เสื้อผ้า งั้นฉันก็ใส่มันซะเลยละกัน


ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาออกเดินทางแล้ว ฉันถือกระเป๋าของตัวเอง อีกมือก็ถือกระเป๋าเผื่อซาช่าที่กำลังยุ่งอยู่กับการทานมันฝรั่งต้มด้วย ขณะกำลังเดินไปที่ประตูโรงเรียนฝั่งเหนือพร้อมกับเพื่อนๆ

ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ขาดก็แต่คุณฮันจิ รุ่นพี่โมบลิท กับหัวหน้ารีไวล์เท่านั้น...

คาดว่าพวกเขาน่ารออยู่ที่ประตูโรงเรียนฝั่งเหนือแล้ว

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น!

 

ตอนนี้ฉันกำลังนึกไปถึงเรื่องเมื่อวาน...


เมื่อพวกผู้หญิงในห้องที่เหลือรู้แล้วว่า ฉันกับเพื่อนๆ ที่ได้รับมอบหมายจากครูเอลวินอาจจะไม่อยู่เป็นอาทิตย์สองอาทิตย์ พวกเธอก็ทำหน้าบูด งอแง โดยเฉพาะอิซาเบลนี่แหละ ตัวดีเลย

เธอร้องงอแง บอกว่าต้องคิดถึงฉันแน่ๆ เพราะไม่รู้จะทำยังไงให้เธอหยุดร้อง ฉันจึงเสนออิซาเบลออกไปว่า งั้นไหนๆ เราทั้งคู่ก็ออกไปเดินเที่ยวนอกโรงเรียนตอนนี้เลยละกัน เพราะเดี๋ยวฉันจะไม่อยู่อีกนาน

ฉันพูดเล่น! ใช่ แต่อิซาเบลเข้าใจในแบบตรงกันข้าม เธอยิ้มดีใจ ก่อนจะลากฉันออกจากโรงเรียนไปอย่างรวดเร็ว

แหงล่ะ แล้วใครมันจะยอมให้ไปเดินเที่ยวในเวลาอันตรายแบบนี้กัน! แถมยังเสี่ยงโดนครูจับได้ด้วย ฉันจึงพยายามใช้แรงทั้งหมด เพื่อลากเธอกลับโรงเรียนให้ได้

เหมือนพี่เลี้ยงเด็กยังไงไม่รู้แฮะ...


ในขณะที่กำลังลากอิซาเบลกลับโรงเรียนนั้น จู่ๆ ก็มีหญิงชราถือลูกแก้วประหลาดๆ มาจับแขนฉัน พร้อมกับพูดประโยคที่พอฉันฟัง ก็ไม่รู้จะทำความเข้าใจตรงไหนก่อนดี

เธอพูดว่า...

 

            ฉันเห็นแล้วแม่หนูน้อย~ ภายในยามข้างหน้านี้~ ความทรงจำของเธอจะแปรผัน หากแต่เวลาในตอนนั้น หากแต่ใครคนนั้นจะสามารถ หากแต่ใครคนนั้นจะพาเธอ...ให้กลับมามีตัวตนอีกครั้งได้~ จงอดทน จงอย่ากลัว จงอย่าหวั่น และจงรักษาใครคนนั้นไว้ให้ดีเสียล่ะ~ โชคดีนะสาวน้อย

 

เธอว่ามาแบบนั้นน่ะ...


แน่นอน พอฉันเจอแบบนั้นไป ก็รีบใช้แรงช้างมิคาสะเชือกสุดท้าย ลากอิซาเบลกลับโรงเรียนทันที

ตอนกลางคืนมีแต่คนแปลกๆ ทั้งนั้น ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ไม่แน่หญิงชราคนนั้นอาจจะสติไม่ค่อยดีก็ได้


ทั้งๆ ที่จะไม่ใส่ใจแล้วแท้ๆ แต่คำพูดของหญิงชรานั่น มันทำให้ฉันหลอนอย่างบอกไม่ถูก

น่ากลัวจริงๆ

 

            “อร่อยจังเลย~ ขอบคุณนะคะมิคาสะ”

            “อืม”

ซาช่าที่ทานมันฝรั่งต้มหมดแล้วหันมาขอกระเป๋าของตัวเอง จังหวะนั้น พวกเราทั้งเจ็ดคนก็เดินใกล้ถึงประตูโรงเรียนฝั่งเหนือแล้ว

 

            “โฮ่ย~ พวกนาย ทางนี้~”

            “นั่นคุณฮันจินี่...หัวหน้ารีไวล์ รุ่นพี่โมบลิทด้วย พวกเขารอเราอยู่ตรงนั้นแล้ว รีบไปกันเถอะ–”

            “ทุกคน–!


แจนที่พูดจบประโยคแล้ว คนที่ต่อประโยคให้ใหม่ทันทีก็คือฮิสโทเรีย เพราะสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าไหร่ เอเลนจึงถามขึ้น


            “ฮิสโทเรีย..มีอะไรหรอ? ไม่สบายรึเปล่า? ทำหน้าแบบนั้น”

            “ม..ไม่ใช่หรอก ฉันน่ะ– ฉันอยากขอโทษพวกนายทุกคน! ขอโทษนะ ที่ทำให้พวกนายต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

            “เดือดร้อนอะไรกันล่ะ? เธอกับเอเลนไม่ใช่คนผิด มันเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องคอยปกป้องนะ!”  คอนนี่กล่าว

            “ใช่แล้วล่ะครับ!”  อาร์มิน

            “ทุกคน...ขอบคุณมากนะ!


ฮิสโทเรียยิ้มกว้างให้พวกเรา พอได้เห็นสีหน้านั่นแล้ว พวกเราทุกคนจึงยิ้มให้บ้าง

ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ บทสนทนาจบแค่นั้น พวกเราทั้งเจ็ดคนเดินต่อเพื่อไปให้ถึงจุดที่คุณฮันจิ รุ่นพี่โมบลิท และหัวหน้ารีไวล์ยืนอยู่

 

            “อรุณสวัสดิ์นะทุกคน~ เหนื่อยหน่อยนะ...เอาล่ะ เราเริ่มออกเดินทางกันเถอะ”

คุณฮันจิบอกทุกคน ก่อนจะชี้ให้ไปวางสัมภาระที่รถม้าลากคันหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยกลับมาขึ้นรถม้าลากอีกคัน


ฉันชำเลืองมองคนเป็นหัวหน้าเล็กน้อย เขาอยู่ในเสื้อสีขาว บริเวณคอมีผ้าผูกคอประดับอยู่ ร่วมด้วยเสื้อตัวนอกสีดำ พร้อมกางเกงขายาวสีเดียวกัน

พอรู้สึกตัวว่าเผลอสำรวจตัวเขามากเกินไป ฉันจึงทำเป็นไม่สนใจ นำกระเป๋าไปวางที่ที่คุณฮันจิบอก และเดินมาที่รถอีกคัน...

 

รถเล็กชะมัดเลย จะนั่งกันพอไหมเนี่ย?


            “นี่รีไวล์ ฉันจะไปนั่งรถม้าลากที่ขนสัมภาระอีกคันละกันนะ นายล่ะจะอยู่คันไหน?” 


บทสนทนาของคุณฮันจิกับหัวหน้าลอยเข้ามาติดหูฉัน แม้จะไม่ได้ตั้งใจฟัง


            “ฉันจะอยู่คันนี้ เพราะต้องดูแลทั้งเจ็ดคนนั้นด้วย”

            “เอ๋? งั้นหรอ~? ต้องนั่งคนเดียวสินะ~ หวา~”

            “คุณลืมผมไปได้ยังไงครับ? คุณฮันจิ”  รุ่นพี่โมบลิทแทรก

            “ฉันว่าแล้วว่านายต้องพูดแบบนี้~ ฮ่าๆๆ~ ฉันจะไปลืมนายได้ยังไงล่ะ ล้อเล่นน่ะล้อเล่น โอเค! เล่นมามากแล้ว รีบออกเดินทางกันเถอะ”


สิ้นเสียงของคุณฮันจิ เธอกับรุ่นพี่โมบลิทก็เดินไปที่รถม้าลากอีกคัน ก่อนที่พวกเราทั้งเจ็ดคนจะปีนขึ้นไปนั่งบนรถม้าลากคันที่อยู่ตรงหน้า

ฉันเสียสละให้แจน คอนนี่ ซาช่า และฮิสโทเรียขึ้นไปก่อน จากนั้นจึงเป็นฉันที่นั่งข้างซาช่าอีกคน อีกฝั่งเป็นเอเลนนั่งตรงข้ามฉัน ข้างๆ เอเลนเป็นอาร์มินกับฮิสโทเรีย


ส่วนคนข้างๆ ฉันอีกคน...

 

เฮ้ย!? ห..หัวหน้ารีไวล์!?


เดี๋ยว! ถ้าอย่างนั้นฉันขอขึ้นไปเกาะบนหลังคาผ้าใบ–!!

 

ปึ้ง!


หัวหน้ารีไวล์ที่ขึ้นเป็นคนสุดท้าย เขาปิดท้ายรถม้าลากขึ้น ปล่อยแผ่นผ้าใบที่ม้วนอยู่ข้างบนลงมาบังพวกเราเอาไว้ เพื่อไม่ให้มีคนสังเกตเห็นเอเลนกับฮิสโทเรีย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ฉัน


            “พาเราออกไป”


หัวหน้ากล่าวกับทหารทีมสำรวจคนหนึ่งที่เป็นผู้บังคับม้า – เขาพยักหน้ารับรู้เล็กน้อย หลังจากนั้น รถม้าลากจึงเริ่มเคลื่อนตัวออก

 

.....


หลังออกจากโรงเรียนไปประมาณ 15 นาที

 

กึกๆๆ~


            “ฉันรู้ว่าพวกนายง่วง...”  หัวหน้ารีไวล์พูดกับพวกเราทั้งเจ็ดคน ที่นั่งสัปหงกสลับกันไปมา  “...นอนเถอะ ถ้าถึงเมื่อไหร่ ฉันจะปลุกเอง”

            “...ขอบคุณครับ/ค่ะ”


ทั้งเอเลน อาร์มิน แจน คอนนี่ ซาช่า และฮิสโทเรียตอบออกมาเกือบจะพร้อมกัน ก่อนที่พวกเขาจะนอนพิงสลบไสลตามกันไปในเวลาไม่ถึงห้านาที

 

.....

 

            “จะฝืนทำไม?..”


ฉันสะดุ้งเล็กน้อย – หลุดจากการสัปหงกเมื่อครู่ และหันไปหาคนที่พูดด้วยนิดหน่อย

ในเมื่อตอนนี้ทุกคนหลับกันหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่ฉัน แล้วหัวหน้าจะคุยกับใครล่ะ?


            “...อยากนอนไม่ใช่หรอ”


ฉันไม่ได้ตอบ และไม่ได้สบตากับเขา หัวใจเจ้ากรรมเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็พยายามควบคุมความคิดไม่ให้นึกไปถึงเรื่องนั้น...


สุดท้าย ฉันจึงหันไปพิงไหล่ซาช่าแทน ทำเหมือนว่าไม่ได้ยินอะไรซะ

 

.....


1 ชั่วโมงผ่านไป

 

ฉันรู้สึกตัว ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่ารถม้าลากก็ยังคงเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ อยู่...


ดูท่าจะยังไม่ถึงที่หมายสินะ


ฉันหันไปมองรอบๆ – พวกเพื่อนๆ ยังนอนสลบเป็นเจ้าหญิงนิทรากันอยู่เลย เว้นไว้แต่หัวหน้ารีไวล์เช่นเดิม

เขาใช้มือแง้มผ้าใบที่บังพวกเราอยู่ออกนิดหน่อย ในขณะที่มองเส้นทางไปด้วย

หัวหน้าชะงักลงเล็กน้อย พร้อมกับหันมาหาฉันที่นั่งมองเขาอยู่ ฉันสะดุ้ง – ไม่คิดว่าเขาจะหันมากะทันหันแบบนี้ ทำให้ฉันต้องรีบเบือนหน้าหนีอย่างช่วยไม่ได้

 

            “ตื่นแล้วหรอ?”

            “อ..อืม”  ฉันส่งเสียงไป ไม่ได้มองหน้าเขา

            “ใกล้ถึงแล้วล่ะ อีกไม่นานหรอก”

            “.....”


แย่แล้วๆๆ! อึดอัด! อึดอัดจริงๆ!!

ฉัน..บอกตามตรงว่าฉันไม่ค่อยอยากคุยกับเขาเท่าไหร่...

 

.....


15 นาทีผ่านไป


กึกๆๆ~


รถม้าลากหยุดลง หัวหน้ารีไวล์ยืนขึ้น เขาเก็บผ้าใบขึ้นไปอยู่ในที่ของมัน ก่อนจะเอาท้ายรถม้าลากลง


ปึ้ง!


เพราะเสียงของมัน จึงทำให้พวกเพื่อนทั้งหกคนในคราบเจ้าหญิงนิทราตื่นขึ้นมาอัตโนมัติแทนจุมพิตของเจ้าชาย

 

            “ถ..ถึงแล้วหรอครับ? หัวหน้า”  เอเลนใช้หลังมือเช็ดน้ำลายที่มุมปาก และถามคนที่ตอนนี้ยืนอยู่บนพื้นดินแล้ว

            “อ่า พวกนายลงมาได้แล้วล่ะ”  เขาว่าออกมาแบบนั้น ฉันจึงเริ่มเคลื่อนตัวออกลงมายืนบ้าง ตามด้วยพวกเพื่อนๆ ด้านหลัง

            “ที่นี่ที่ไหนหรอครับ?”  อาร์มินถาม

            “อดีตกองบัญชาการทีมสำรวจยังไงล่ะ...~”  คุณฮันจิที่กำลังเดินเข้ามาหา ตอบคำถามอาร์มิน  “...เป็นไงบ้าง~? เพิ่งตื่นกันสินะ...อ๊ะ! แจน น้ำลายเลอะคางน่ะ”

แจนที่ได้ฟังการแจ้งเตือนจากคุณฮันจิรีบหันหลังเช็ดคางตัวเองทันที


            “อดีตกองบัญชาการทีมสำรวจ...หรอครับ?”  อาร์มินทวนซ้ำ

            “ใช่แล้วล่ะ! ที่นี่ตั้งอยู่ในกำแพงโรเซ่ มันไกลจากแม่น้ำและกำแพงหน่อยนะ แต่สภาพก็ยังพอใช้งานได้ล่ะ คิดว่าคงจะใช้ที่นี่เป็นที่ซ่อนตัวของเอเลนกับฮิสโทเรียไปก่อน”


พวกเราทั้งเจ็ดคนเดินไปหยิบสัมภาระ พร้อมกับเดินตรงไปบริเวณที่เขาเรียกกันว่า อดีตกองบัญชาการทีมสำรวจ...

มันเป็นปราสาททรงโบราณขนาดใหญ่เลยทีเดียว พอเข้าไปในบริเวณลานรอบปราสาทก็จะพบบ่อน้ำ คอกม้า และต้นไม้ออกผลมากมาย

คาดว่าพวกเราคงจะต้องใช้เวลาในการสำรวจอยู่ประมาณหนึ่งเลยล่ะ...

 

พวกเราเดินมาเรื่อยๆ เข้าไปในบริเวณห้องโถงของปราสาท – ในนั้นมีโต๊ะ เก้าอี้วางเรียงกันอยู่...และก็พบกับครูเอลวิน – ไม่สิ ในตอนนี้คือ หัวหน้าหน่วยเอลวิน


            “มากันแล้วหรอทุกคน? เหนื่อยหน่อยนะ...”

            “ครู– หัวหน้าหน่วยเอลวิน! อรุณสวัสดิ์ครับ!”  เอเลน

            “หัวหน้าหน่วยมาถึงที่นี่ตอนไหนหรอครับ?”  อาร์มินถาม

            “อ๋อ ฉันมาพักที่นี่ตั้งแต่เมื่อวานน่ะ ก่อนหน้านี้ก็ลองให้พวกทหารเช็คสภาพกับทำความสะอาดห้องทุกห้องในปราสาทไปแล้ว พวกเธอก็เข้าอยู่ได้เลยนะ...แต่ไม่รู้จะสะอาดพอสำหรับ  รีไวล์รึเปล่าน่ะสิ...”


หัวหน้าหน่วยพูดจบก็เหลือบมองหัวหน้ารีไวล์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลังพวกเรา ส่งผลให้ทุกคนต้องเหลือบมอง รอคำตอบจากเขาไปด้วย


            “ก็สะอาดอยู่... แต่ไม่ถูกใจฉัน หลังอาหารกลางวันก็มาช่วยทำความสะอาดใหม่ด้วยล่ะ เข้าใจไหม?”

            “อ...ครับ/ค่ะ!!

            “เฮ้อ~ ฉันคิดไว้แล้วล่ะนะ~ ว่ารีไวล์จะต้องตอบออกมาแบบนี้...”  คุณฮันจิเดินยิ้มเข้ามาในห้องโถง โดยมีรุ่นพี่โมบลิทเดินตามหลังมาด้วย  “...ช่างมันเถอะ~ เอาเป็นว่าตอนนี้ พวกนายทั้งเจ็ดขึ้นไปทางบันไดปีกตะวันออกก่อนละกันนะ เอาของของพวกนายไปเก็บในห้องนอนซะ ฉันติดชื่อไว้ที่ประตูให้แล้วล่ะ ห้องใครห้องมัน ตกลงไหม?”

คุณฮันจิพูดพร้อมกับชี้ไปที่บันไดปีกดังกล่าว พอว่าจบ เราทั้งเจ็ดคนจึงตอบรับพร้อมกัน

            “ครับ/ค่ะ!!

            “อ่า ลืมบอกไป...หลังจากนี้พวกนายจะทำอะไรก็ได้นะ ค่อยลงมารวมตัวกันอีกทีที่ห้องโถงตอนสิบเอ็ดโมงละกัน”

            “ครับ/ค่ะ!!


เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แต่ละคนจึงเดินถือกระเป๋าของตน ตรงไปยังบันได เพื่อขึ้นไปที่ห้องของตัวเองทันที...

 

.....


ห้องนอนของมิคาสะ


เอ่อ...ติดชื่อไว้หน้าห้องเหมือนห้องนอนเด็กจังเลยนะ


            “ติดชื่อไว้หน้าห้องแบบนี้ เหมือนพวกห้องนอนของเด็กทารกชะมัด ฉันไม่ชอบเลย”

            “คอนนี่! พูดแบบนี้ เดี๋ยวคุณฮันจิก็เสียใจหรอก!”  เอเลนเตือน

            “ข..ขอโทษ”


บทสนทนาสั้นๆ หมดตรงนี้ ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันเข้าห้องตัวเองไป

 

.....

 

กุกกัก กุกกัก~


ฉันเก็บของลงในตู้เสื้อผ้า จะว่าไปมันก็สะอาดอยู่นะ แม้จะยังมีพวกฝุ่นผงอยู่ตามมุมห้องบ้างก็เถอะ

ห้องนี้ขนาดกว้างอยู่พอตัว เตียงใหญ่สามารถนอนได้สองคน ตรงหัวเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่ติดกำแพงเอาไว้ ประมาณว่า ถ้าแวมไพร์มานอนในห้องนี้ พอถึงตอนเช้าก็เตรียมตัวบอกลาโลกได้เลย


ฟุ่บ~


ฉันล้มตัวลงบนที่นอน – มันไม่มีฝุ่นฟุ้งขึ้นมาเลย ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ ฉันไม่ได้หวังอยากจะเป็นโรคภูมิแพ้ในที่แบบนี้หรอก...

 

ก๊อกๆๆ~


ฉันลุกขึ้นอัตโนมัติ เพราะเสียงเคาะประตู ก่อนจะรีบจัดผ้าห่มหนาให้เข้าที่เข้าทาง

อย่าให้ใครรู้เชียว ว่าฉันแอบลงไปนอนเล่นมาแล้วน่ะ


ฉันเดินตรงไปเปิดประตู ก่อนจะพบกับ...

 


หัวหน้ารีไวล์!!!



อะไรอีกล่ะเนี่ย!? ทำยังไงดี!? ฉันบอกแล้วไง ว่ายังไม่อยากพูดคุยอะไรกับเขาตอนนี้!!

 

            “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”


หัวหน้าบอกเสียงเรียบ ฉันกะพริบตาถี่ เบือนหน้าเล็กน้อย – รู้สึกลำบากใจพออยู่ใกล้ๆ เขา


            “เอาไว้ครั้งหน้าเถอะค่ะ...ตอนนี้ฉัน–”

            “ไม่สะดวกสินะ!

            “ด..เดี๋ยว–!


ฉันร้องทันที เมื่อคนเป็นหัวหน้าทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องให้ได้


            “ให้ฉันเข้าไป! หลีก!


ฉันเผลอถอยหลังอัตโนมัติ ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ผิดพลาดมหาศาลเลยล่ะ


เพราะพอฉันถอยหลังไปแล้ว ก็เท่ากับว่าเปิดโอกาสให้เขาเข้ามาได้ง่ายๆ และเมื่อหัวหน้ารีไวล์ปิดประตูลง ฉันถึงเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่าเดิม


            “ห..หัวหน้า ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้น–”

            “ฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว!


เดี๋ยวๆๆ!!

อยู่ๆ เขาก็เดินตรงมาหาฉัน ฉันที่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบซอยเท้าถอยหลังหนี


            “ห..หัวหน้า เรามาคุยกันดีๆ– อึก!!


ฟึ่บ!!


ฉันที่เดินถอยหลังไม่ดู เสียจังหวะสะดุดขาตัวเอง ฉันเซเล็กน้อย แต่อะไรก็ไม่เท่ากับหัวหน้า ที่พอเห็นฉันเซ เขาก็ผลักตัวฉันลงไปนอนกับเตียงทันที


            “อะไร!?–”  ฉันอุทาน

            “นอนลงไป”


กรี๊ดดด!!! นี่มันอะไร!!?


หัวหน้ารีไวล์ – พอเห็นฉันล้มลงไปนอนราบแล้ว เขาก็จัดการขึ้นคร่อมร่างของฉันทันที!!!

 

            “อะไร!? หัวหน้าจะทำอะไรน่ะ!?”

ฉันสบนัยน์ตาคมคู่นั้น ใบหน้าก็แดงเถือกขึ้นมาอย่างกับมีคนมาสาดกระป๋องสีแดงใส่


            “แล้วเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ?”


ฉันกลืนน้ำลาย และว่าต่อ

            “ถ้าหัวหน้าจะคุย ทำไมไม่คุยกันดีๆ ล่ะคะ!?– อึก!!


ฉันที่ในตอนแรก ขณะพูด ก็ตั้งใจพยายามจะขยับออกไปจากตัวเขาที่กำลังคร่อมร่างของฉันอยู่ สุดท้าย กลับโดนมือข้างหนึ่งกดไหล่แนบแน่นเอาไว้กับเตียง

            “ฉันบอกให้นอนลงไปไง”

            “อะไรกันเล่า!? นี่น่ะหรอที่เรียกว่าคุย! ทำไมหัวหน้าจะต้องเปิดบทสนทนาให้มันน่ากลัวขนาดนี้ด้วย!?”

ฉันพูดเสียงดัง น้ำตาแอบรื้นขึ้นมาเล็กน้อย


            “ก็ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้! เธอจะยอมให้ฉันได้คุยกับเธอตอนไหนกันล่ะ!?”


ฉันเงียบ – เถียงไม่ออก พลางหันหน้าหนี ในขณะที่ไหล่ข้างนั้นก็ยังคงถูกกดเอาไว้


เราทั้งคู่เงียบใส่กัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา


ทำไมกันนะ? อยู่กับหัวหน้าทีไร ฉันต้องกลายเป็นผู้หญิงอ่อนแอทุกที...

 


            “มิคาสะ...”



ฉันเบิกตากว้าง หันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ


หัวหน้ารีไวล์...เรียกชื่อของฉัน..งั้นหรอ? ท..ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้ยินเลยแท้ๆ


หยดน้ำตาของฉันที่รื้นขึ้นมาก่อนหน้านี้ไหลจากหางตาลงไปที่ใบหูช้าๆ ด้วยแรงโน้มถ่วง...เมื่อหัวหน้าเห็นว่าทำให้ฉันต้องมีน้ำตา เขาเบิกดวงตาเล็กน้อย เม้มริมฝีปาก ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือปาดหยดน้ำออกให้เบาๆ ฉันหยีดวงตาข้างนั้นลงให้เขาปาดน้ำตาแต่โดยดี จากนั้นหัวหน้าจึงพูดต่อ


            “...จริงๆ แล้ว ฉันแค่อยากจะมาขอโทษเธอ”


เขาบอกด้วยสีหน้าเศร้า ก่อนจะลุกออกไปจากตัวฉัน หัวหน้านั่งลงที่ปลายเตียง ฉันที่ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ เพราะตามอารมณ์ของเขาไม่ถูก จึงลุกขึ้นนั่งบ้างและถามต่อ


            “ร..เรื่องอะไรคะ?”


            “เรื่องในวันนั้น ที่ฉัน...จูบเธอ...”


ฉันหัวใจเต้นแรงกว่าเดิม พอได้ยินแบบนั้น – ถ้ามันออกมาวิ่งเล่นได้ ก็คงทำไปแล้วล่ะ


            “...ฉันอยากจะขอโทษเธอตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที ฉันก็เลยทำแบบนี้ ขอโทษนะ”


เพราะฉันมัวแต่วิ่งหนี ไม่ยอมเปิดโอกาสให้สินะ...


            “ช่างมันเถอะค่ะ”

 

ห้องถูกปกคลุมในความเงียบอีกครั้ง


แต่ก็ไม่นาน...

หัวหน้ารีไวล์ยืนขึ้น และหันมาหาฉัน พลางล้วงหยิบบางสิ่งออกมาจากเสื้อตัวนอกสีดำที่เขาใส่อยู่ เมื่อหยิบออกมาเท่านั้นแหละ ฉันถึงกับเบิกตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมองมันไปด้วย...


ดอกทานตะวัน


ดอกไม้ที่ฉันชอบที่สุด...

 

            “ฉันขอโทษนะ มิคาสะ...”

เขาพูดจบก็ยื่นดอกทานตะวันในมือมาให้ฉัน


ฉันรับมันมาอย่างอึ้งๆ – หัวหน้ารู้ได้ยังไงนะ? ว่าฉันชอบดอกทานตะวัน

ใบหน้าฉันแดงก่ำ – แม้จะไม่อยากให้เขาเห็นเท่าไหร่ แต่ฉันเดาว่าเขาคงเห็นมันชัดเจนเลยล่ะ


            “...เธอให้อภัยฉันได้ไหม?”


            “ฉ..ฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอกค่ะ”

ฉันเสียงสั่นเพราะความประหม่า และเลี่ยงที่จะสบนัยน์ตาของเขา


            “ขอโทษจริงๆ ที่ฉันทำแบบนั้น...รังเกียจรึ–”

            “ไม่–!”  ฉันเงยหน้า

            “.....”


อะไรอีกล่ะเนี่ยตัวฉัน!? ฉันเผลอตอบเขาไปทันที พอมารู้ตัวอีกที ความอายก็บังตาแล้ว


            “...ฉัน เอ่อ ไม่..ไม่มีอะไรค่ะ”


อ๊ากกก!!! อะไรๆๆ! ทำไมฉันจะต้องทำตัวให้มันดูมีพิรุธแบบนี้ด้วยเล่า!!

 

            “ฉันก็ไม่ได้รังเกียจนะ...”


พอได้ยินหัวหน้าพูดออกมาแบบนั้น จังหวะการเต้นของหัวใจก็รุนแรงขึ้น

ให้ตายสิ! นี่ฉันจะหัวใจวายตายอยู่แล้วนะ! เต้นไม่เคยสม่ำเสมอเลย! ไอ้หัวใจบ้า!!


            “...เอาเป็นว่าเราหายต่อกันได้ไหม?”


หัวหน้ารีไวล์ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้า ฉันมอง – สบนัยน์ตาที่ดูอ่อนโยนของเขาในตอนนี้ไปมาสลับกับมือตรงหน้า

ฉันยื่นมือข้างหนึ่งออกไปช้าๆ – ลังเลนิดหน่อย สุดท้าย นิ้วก้อยของฉันกับเขาก็เกี่ยวเข้าหากัน...


            “ได้ค่ะ”

            “ขอบคุณนะ...แต่ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?”

            “อ..อะไรคะ?”  ฉันถามกลับ นิ้วก้อยของเราทั้งคู่ก็ยังคงเกี่ยวกันอยู่แบบนั้น


            “อย่าหลบหน้าฉันอีกเลยนะ มิคาสะ”


ฉันกลืนน้ำลาย กะพริบตาปริบๆ เงยมองใบหน้าที่ดูอ่อนโยนของเขาอีกรอบ พลางตอบออกไป


            “ค่ะ ฉันจะไม่หลบหน้าอีกแล้วค่ะ” 

 

 

 

:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:

 

 

 

เฮียง้อสาวไม่เป็น~ 555+

ด้วยความที่คาแรคเตอร์รีไวล์เป็นคนนิ่งๆ ดูเย็นชา

เพราะงั้น การจะเข้าถึงอารมณ์สาวจึงยากหน่อย ในความคิดส่วนตัวของไรท์

ไรท์ก็เลยจัดการให้เฮียง้อหนูมิด้วยการคร่อมซะเลย

ถือว่าเป็นการทำให้สาวจนมุม หนูมิจะได้ยอมคุยกับเฮียตรงๆ สักที

 

ส่วนตอนต่อไปอาจจะต้องมีฉากบู้สักหน่อยแล้ว

 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #245 Honey so lemonade (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:29
    เกือบไปแล้วนะยัยน้อง -////-
    #245
    0
  2. #216 Luna_l (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 07:33
    อ้ากกก น่ารักกกก ง้อหนูมิได้น่ารักก
    #216
    0
  3. #139 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:25
    นี่ง้อแล้วใช่มั้ย!? 555​ เหมือนจะจับหนูมิกดไงไม่รู้
    #139
    0
  4. #83 InwBring (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 21:45

    น่าร้ากกก

    #83
    1
    • #83-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 19)
      27 กรกฎาคม 2561 / 21:56
      งื้มมมม ขอบคุณนะค้าาา <3
      #83-1
  5. #66 Kam_Rerise (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 03:31
    เขินไปอีกเขินโว้ยยย
    #66
    0
  6. #49 CharidaNoisap (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 03:09

    อ๊ากกกกก เจอเฮียรุกหนักแบบนี้ไปไม่เป็นเลย 5555. ทำไมแอบสะใจนะ (เพราะหนูมิวิ่งหนีเลยต้องเจอแบบนี้สินะ). แต่ไม่มีอะไรฟินเท่าเอานิ้วเกี่ยวก้อยเลย ผิดคาดมาก เฮียทำไมมุ้งมิ้งขนาดนี้ น่าร๊ากกกกก ><

    #49
    0
  7. #48 CinnaraV2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 00:27

    เสียใจมาไม่ทันคนแรก แต่เราก็มานะ

    ขอข้ามเวลาไปวันศุกร์เปิปนึงนะไรต์

    รออ่านวนๆไป

    #48
    1
    • #48-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 19)
      25 มิถุนายน 2561 / 00:53
      มาไม่ทันคนแรกก็ไม่เป็นรายย555+ งืมมมดีใจที่ชอบน้าค้า~ >[]<
      #48-1
  8. #47 nutnichaauum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 00:08
    ฟินค่าาาา~~♡
    #47
    1
    • #47-1 Hatsune Maluko(จากตอนที่ 19)
      25 มิถุนายน 2561 / 00:13
      แน่ะๆ ยังไม่นอนนนน 555+ ขอบคุณมากนะคะะ >///<
      #47-1