[Fic : Attack on Titan] ก๊วนมัธยมรักฉบับไททัน (Levi x Mikasa)

ตอนที่ 10 : 7 ความรู้สึกผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

T
B
 




7

ความรู้สึกผิด



 

กึก!

ฟึ่บ!!

 

ม..มีคนมาคว้าตัวฉันเอาไว้ ก่อนจะเขวี้ยงร่างไปอีกทางอย่างแรง ฉันตกใจมาก ไม่ทันมองหน้าคนที่มาช่วย แต่ก็ยังคงคุมสติเอาไว้ได้


ใครกันนะ?


และเมื่อหันไปมองคนที่กำลังสู้กับไททันอยู่นั้น...


            “หัวหน้า!”  ฉันเบิกดวงตาโต ตะโกนเรียกคนที่เข้ามาช่วยฉันเมื่อครู่ พร้อมกับใช้เครื่องเคลื่อนย้าย 3 มิติ พุ่งเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะช่วย แต่ว่า...

 

ตุบ!!

ตุบ!!

ตุบ!!


ฟู่ว~


ไททันทั้งสามตัวนั่น เสร็จหัวหน้ารีไวล์หมดแล้ว


ฟึ่บ

ฉันลงมาหยุดยืนบนพื้นหญ้าและเดินไปหาเขา แต่ฉันกลับเดินช้าลงเรื่อยๆ เมื่อสังเกตเห็นหัวหน้ารีไวล์ที่ยืนหันหลังให้ กุมแขนข้างซ้ายของตัวเองอยู่ ฉันพยายามเพ่งนัยน์ตามอง สุดท้ายพอรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ฉันจึงวิ่งไปหาเขาทันที

 

            “เลือด!


            “เธอจะพูดเสียงดังทำไม”  หัวหน้าเอ่ยอย่างรำคาญ

ครั้งนี้ฉันไม่โต้ตอบ พลางมองเลือดจากแขนข้างซ้ายที่ยังคงไหลอยู่เป็นระยะๆ ฉันหายใจเร็ว ทำอะไรไม่ถูก

...ฉันเรียงลำดับความสำคัญไม่ได้เลย น..นี่ฉันต้องทำอะไรก่อนงั้นหรอ?

 

            “ทำไมทำหน้าแบบนั้น?”

คนเป็นหัวหน้าถาม อาจจะเพราะงงในท่าทีของฉันที่ทำเหมือนกับว่าตัวเองบาดเจ็บซะเอง

            “ฉัน..ฉัน...”

ฉันเสียงสั่น มือค่อยๆ ไปรองแขนของเขาอย่างเบาที่สุด – แขนของเขาที่ตอนนี้เลือดยังไหลอาบอยู่ มันไม่ระเหยออก ยังไงนี่ก็ไม่ใช่เลือดไททัน นี่คือเลือดของหัวหน้าแน่นอน! ในเวลาแบบนี้ถ้าไม่ให้ฉันเป็นห่วง แล้วจะให้ฉันทำอะไร! ยืนยิ้มหรอ?


            “โฮ่ย..เธอเป็นอะไรไหม?”  เขาถามเสียงเบา แต่กลับต้องการคำตอบจริงจัง

            “ไม่ใช่ฉัน! หัวหน้าต่างหาก–! หัวหน้าฉัน..ฉันขอโทษ”  ฉันพูดจบก็เงยหน้าสบตาเขาเพียงเสี้ยววินาที จึงก้มมองบาดแผลต่อไป

 

            “รีไวล์! มิคาสะ!

ครูเอลวินและคนที่เหลือ – เมื่อเห็นฉันกับหัวหน้ารีไวล์ จึงรีบใช้เครื่องเคลื่อนย้าย 3 มิติ ลงมาหยุดยืนบ้างทันที


            “นั่นเลือดนี่ครับ!”  รุ่นพี่โมบลิท

            “รีไวล์ นายโอเคไหม?”  ครูเอลวิน

            “ช่วยถามคำถามนั้นกับยัยนี่แทนเถอะ”  หัวหน้ารีไวล์พูดจบก็เหลือบมองฉันที่ยังคงก้มหน้ามองเลือด มือก็ยังรองแขนเขาไว้อยู่อย่างนั้น

            “ทางที่ดีพาไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่านะคะครูเอลวิน!”  คุณเพทราเสนอ

            “อืม! ที่เหลือพวกเราจะจัดการตรวจสอบอีกรอบเอง นายเดินไหวไหมรีไวล์?”

            “ฉันเจ็บแขน ไม่ได้เจ็บขา”  พูดจบหัวหน้าก็เดินจ้ำอ้าวออกไป โดยไม่สนใจแผลและเลือดที่แทบจะสะบัดไปมาเลย ฉันจึงต้องร้องเอาไว้

            “ระวัง! เลือดยังไหลอยู่!

ฉันเดินไปห้องพยาบาลกับเขาทั้งอย่างนั้น ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ตอนนี้ในหัวมีแต่ต้องพาเขาไปห้องพยาบาลเพียงอย่างเดียว เพื่อจะได้รีบรักษาแผลเท่านั้น

 

.....


ห้องพยาบาล

10 นาทีผ่านไป


            “ไม่ได้แขนหักอะไรหรอกนะ แค่โดนฟันไททันเฉี่ยวนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่นานก็หายจ้ะ” ครูประจำห้องพยาบาลพูดจบก็เก็บอุปกรณ์ที่ทำแผลลงกระเป๋า

หัวหน้ารีไวล์ที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียงพยักหน้าเล็กน้อย ฉันได้ยินก็ถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก นึกว่าจะเป็นอะไรมากซะแล้ว

 

            “ทำไมจะต้องทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นด้วย?”  หัวหน้าถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฉันชะงักเล็กน้อย พอนึกอะไรขึ้นได้จึงยืนขึ้น ก่อนจะโค้งให้


            “ฉัน..ฉันขอโทษค่ะ หัวหน้าบาดเจ็บเพราะฉันแท้ๆ”

            “.....”

ฉันหลับตาปี๋ – รู้สึกผิด – เป็นเพราะฉัน เลยทำให้เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้...


            “โห~ เธอนี่ก็คนดีเหมือนกันนี่”

ฉันเงยหน้าขึ้น หลังจากนั้นจึงนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมที่ลุกมา ปกติจะเถียงกลับ แต่ตอนนี้มันไม่มีอารมณ์อะไรให้ทำแบบนั้นหรอก


            “เธอเลิกทำหน้าเหมือนตัวเองท้องผูกมาสามวันสักทีเถอะ”

            “ไม่ได้หรอกค่ะ ก็ในเมื่อ–”  ฉันหยุดพูดแค่นั้นพลางก้มหน้าหลบไม่สบตา สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ต่างคนต่างเงียบใส่กัน...

 

คนที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียงถอนหายใจ ก่อนที่ฉันจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่วางบนศีรษะของตัวเอง ฉันเงยหน้ามอง หัวหน้าลูบผมของฉันเบาๆ พร้อมกับเอ่ยกล่าว

            “รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันไม่เป็นอะไรแล้วก็แล้วกัน”


            “อ..อืม”

ฉันพยักหน้า ก้มมองแขนข้างซ้ายของเขา สายตาก็ไปสะดุดกับผ้าพันแผลที่ข้อมือ ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่ฉันใช้มือรองแขนที่เต็มไปด้วยเลือดของเขาก่อนหน้านี้ ก็มีผ้าพันแผลพันที่ข้อมือของเขาอยู่ด้วย

            “หัวหน้าพันมันไว้ตลอดเลยหรอคะ?”

            “เธอหมายถึงอะไร?”

ฉันชี้ไปที่ผ้าพันแผลข้อมือข้างซ้ายของเขา

            “อ่า”  หัวหน้าเอ่ยสั้นๆ

ฉันที่นึกอะไรออกอีกครั้ง จึงดึงแขนเสื้อข้างขวาลงเล็กน้อย พร้อมกับชี้ให้เขาเห็น

            “ฉันก็มีเหมือนกันค่ะ ผ้าพันแผล แต่อยู่ที่ข้อมือขวา”

เมื่อหัวหน้ารีไวล์เห็นสิ่งที่ฉันชี้ให้ดู เขาก็เบิกตากว้าง ราวกับเห็นสิ่งมหัศจรรย์บางอย่างจนแทบไม่เชื่อลูกตาตนเอง

            “เธอ..พันมันเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหน?”

            “ต..ตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ”

            “.....”

โธ่! นี่ฉันเผลอทำอะไรหรือพูดอะไรแปลกๆ ไปรึเปล่านะ?


            “อ..เอ่อ...”  ฉันยืนขึ้น จ้องนัยน์ตาสีมืด ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่อง  “ถึงยังไง!..ฉันก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแก้แค้นหัวหน้าหรอกนะคะ!

ฉันพูดจบก็เดินตรงไปที่ประตู หมายจะออกจากห้องไป

 

ครืด~


ฉันเลื่อนประตูปิดเบาๆ ตั้งใจจะกลับไปที่ห้องเรียน คิดว่าเอเลนน่าจะอยู่ที่นั่นแล้ว แต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อเห็นแอนนี่ที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่

เหมือนกับว่ารอใครสักคน.?


แอนนี่ไม่ปล่อยให้ฉันยืนสงสัยนาน เธอเริ่มเปิดบทสนทนา เพื่อที่จะเป็นสัญญาณบอกให้รู้ทันทีว่า เธอกำลังรอคุยกับฉันอยู่

            “รู้สึกผิดบ้างรึเปล่า?”  แอนนี่ถามใบหน้านิ่ง

            “หมายถึงอะไร?”

            “ก็ที่ทำให้หัวหน้าบาดเจ็บ รู้สึกผิดบ้างรึเปล่า?”

            “เธอถามอย่างกับว่า ตอนนี้ฉันทำตัวเหมือนไม่รู้สึกผิดอะไรเลย”  ฉันเอ่ยกลับเสียงเรียบ เว้นไว้แต่อารมณ์ที่เริ่มจะไม่พอใจสักเท่าไหร่  “...มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม” 

ฉันถามแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบ ก่อนจะเดินผ่านตัวไป สุดท้ายก็หยุดลงเช่นเดิม เมื่อได้ยินประโยคของแอนนี่ตอกกลับมา

            “เธอนี่ คงจะมีงานอดิเรกโดยการชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนสินะ?”

            ฉันหันกลับไปประจันหน้าคนที่ยังตามราวี พร้อมกับอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด

            “ฉันรู้สึกผิด! แต่ทั้งหมดก็เพราะฉันต้องการจะตรวจสอบจำนวนไททันที่เล็ดลอดเข้ามาในโรงเรียนให้แน่ใจเพื่อความปลอดภัยของทุกคน...เธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอ? ว่าเหลือไททันอีกตั้งสามตัวที่ยังไม่ได้ถูกกำจัด ทำให้หัวหน้าต้องมาเจ็บตัวแทนฉันแบบนี้...เธอควรจะคิดไตร่ตรองถึงเหตุผลที่ฉันทำให้ถี่ถ้วนกว่านี้ก่อนจะมาตำหนิฉันนะ”

            “หึ ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยละกัน..”

แอนนี่พูดจบก็เป็นฝ่ายเดินผ่านตัวฉันไปบ้าง ฉันกำมือแน่น และหันไปหมายจะตะโกนพูดอะไรสักอย่างกลับ แต่ความคิดนั้นก็หายไป แทนที่ด้วยฉันที่ยืนเม้มริมฝีปาก รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างเงียบๆ

 

.....


ฉันหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียนก่อน จากนั้นจึงเลื่อนประตูออกกว้าง

            “นั่นไงมาแล้วค่ะ!”  ซาช่า

            “มิคาสะ!”  อาร์มิน

ฉันไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร และเดินไปนั่งที่ของตัวเอง

            “ขอบใจนะ..”

ฉันหันไปมองเอเลน – คนที่พูดประโยคเมื่อกี้ ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “ขอบใจอะไร?”

            “ก็ที่เธอพาหัวหน้ารีไวล์ไปห้องพยาบาลยังไงล่ะ”

            “.....”

            “ขอบใจที่แยกแยะเรื่องความแค้นส่วนตัวกับความเป็นจริงออกนะ”

            “เอเลน!

ไอ้ประโยคบ้านี้ทำฉันรู้สึกคุ้นหูยังไงพิกล อีกฝ่ายที่เห็นฉันดูจะไม่ชอบใจ กลั้นขำ จากนั้นจึงว่าต่อ

            “ก็เห็นเธอดูเป็นห่วงหัวหน้านี่ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเธอจะยืนหัวเราะใส่เขาซะอีก”

            “ฉันไม่ได้เป็นห่วง แต่เพราะฉันทำให้เขาเป็นแบบนั้น นั่นมันความรู้สึกผิดต่างหาก”

            “งั้นหรอ? แต่หน้าเธอตอนที่มองแขนหัวหน้าน่ะ ดูเป็นห่วงมากเลยนะ”

            “นั่นมันเพราะฉันรู้สึกผิด!”  ฉันย้ำ

 

            “ทั้งสองคน คุยเรื่องอะไรกันหรอครับ?”  อาร์มินชะโงกหน้ามองเราทั้งคู่ด้วยความสงสัย เอเลนจึงเป็นฝ่ายตอบคำถามให้

            “เรื่องมิคาสะเป็นห่วงหัวหน้าน่ะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังอีกทีนะ”

            “เอเลน!

            “น่าสนใจนะครับ อยากรู้จัง”

            “อาร์มิน!”  อาร์มินสะดุ้งเล็กน้อย จึงค่อยพูดต่อด้วยรอยยิ้มแห้งๆ  “มิคาสะครับ ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ...มิคาสะน่ะ เลิกคิดจะแกล้งหัวหน้ารีไวล์สักทีเถอะครับ”

            “ไม่มีวัน!

            “พอเถอะอาร์มิน พูดอะไรไปมิคาสะก็ไม่ฟังหรอก ปล่อยยัยนี่ไปเถอะ เดี๋ยวเหนื่อยเมื่อไหร่ก็เลิกเองนั่นแหละ”

 

.....


เวลา 13.45 น.

ลานฝึก

คาบการฝึกต่อสู้ตัวต่อตัว


ไม่ใช่แค่ฉันหรอก สาบานได้–! ว่าทหารทุกคนในปี 1 ห้อง A เบื่อคาบนี้จะแย่อยู่แล้ว แต่อาจจะไม่เกิดขึ้นกับทหารที่อยู่ในทีมสำรวจอย่างพวกหัวหน้ารีไวล์กับคุณฮันจิ เพราะหลังจากที่ทหารรักษาการณ์เอาหินมาอุดรูที่กำแพงเมื่อเช้าได้ หัวหน้าหน่วยทีมสำรวจหรือครูเอลวิน ก็เริ่มตั้งขบวนและออกไปสำรวจนอกกำแพงตั้งแต่เมื่อพักกลางวันทันที ถึงแม้ครั้งนี้จะเป็นการออกสำรวจเล็กๆ ไม่ใช่การออกไปสำรวจอย่างเป็นทางการก็เถอะ

 

ปึ้ก!

            “อั้ก–!

            “โฮ่ยๆ เอเลน นายกระเด็นมานี่ได้ยังไงวะ!?”  แจน

อะไรอีกล่ะ!? ใครที่บังอาจทำร้ายเอเลนอีก! นี่หัวหน้ารีไวล์ไม่อยู่ จะมีร่างโคลนของเขามาทำร้ายเอเลนแทนรึไงกัน!?

ฉันเดินแหวกคนที่ยืนอยู่ออก และก็พบกับแอนนี่

 

            “แย่แล้ว!”  คริสต้า

            “ก่อนที่จะมีใครฝึกกับเอเลน ทำไมถึงไม่เอามิคาสะไปซ่อนก่อนฟะ?”  ไรเนอร์

ถึงจะมีเสียงกระซิบอยู่รอบๆ แต่นั่นไม่ใช่จุดสนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย ฉันเดินไปประจันหน้าแอนนี่ แต่ก็ยังมิวายที่จะได้ยินเสียงที่คุ้นหูโหยหวนตามมา

            “มิคาสะครับ~!”  เอ่อ.. ขอโทษนะ อาร์มิน

            “อะไรของเธออีกเนี่ยมิคาสะ!?”  เอเลน

ฉันชำเลืองมองเอเลนเล็กน้อย แต่กลับเอ่ยปากพูดกับแอนนี่

            “แอนนี่...การต่อสู้แบบนั้นน่ะ ช่วยสอนให้ได้ไหม?”

เธอยืนเงียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ และตอบกลับ

            “ยังไงดีล่ะ? ฉันคิดว่า..มันคงไม่ได้มีเอาไว้สอนให้สำหรับคนที่ชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน”

            “อะไรนะ!?”

นี่ยังไม่จบเรื่องนี้อีกหรอ!? ฉันว่าฉันอธิบายเหตุผลไปแล้วนะ!...ที่เธอบอกว่าฉันชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนน่ะ หรือว่าคนอื่นที่หมายถึงมันจะเป็นเธอเองกันแน่! แอนนี่!

ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยแท้ๆ คิดจะกวนประสาทกันใช่ไหม!?

 

            “นี่พวกแกสองคนทำท่าแบบนั้น คิดจะฆ่ากันรึไง!!?”

            “ครูฝึก!!

บรรยากาศมาคุเมื่อครู่หายพลัน กลายเป็นทุกคนที่ยืนในท่าถวายหัวใจให้กับครูฝึกแทน

            “จะหมดเวลาแล้ว! ถ้าคิดจะฆ่ากัน ก็อย่ามาฆ่ากันไปคาบของฉัน รวมตัว!!!

            “ครับ/ค่ะ!!!

ได้ยินดังนั้น ฉันและทหารฝึกหัดทุกคนต่างก็วิ่งไปรวมตัวเพื่อตั้งแถวกันทันที ขณะที่ฉันกำลังวิ่งไป คนที่ฉันเกือบจะพลั้งมือฆ่าเมื่อกี้ก็มาวิ่งอยู่ข้างๆ...

            “ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ..”  แอนนี่พูดแค่นั้นก็วิ่งนำหน้าฉันไปทันที

ฉันกัดฟันเงียบๆ – ไม่เข้าใจสิ่งที่แอนนี่จะสื่อ ตั้งแต่ที่ออกมาจากห้องพยาบาลก็รอบนึงแล้ว แล้วนี่ยังจะเอาอะไรอีก? ทำไมถึงไม่พูดตรงๆ ให้ชัดเจนไปเลยล่ะ! แล้วที่บอกว่าฉันชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน นั่นก็อีก–!

           ฉันเริ่มไม่ชอบใจเธอเข้าซะแล้วสิ แอนนี่..!


:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:



ตกใจมากเฮียลูบหัวหนูมิด้วยอ่ะ 5555+


แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้มีแมลงสาบกำลังตามรังควานไรท์อยู่ค่ะ
ไรท์ขออนุญาตไม่พูดพร่ำทำเพลงมากนะคะ
กลัวมากจริงๆ ค่ะ


ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ><
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #256 Naja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 14:11

    มันเริ่มตรงนี้แหละ

    #256
    0
  2. #239 Cola so sweetie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:23
    ทำไมแอนนี่ว่ายัยน้องแบบนี้ล่า
    #239
    0
  3. #207 Luna_l (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 06:15
    เนี่ยย สุดท้ายก็ใจอ่อนกับรีไวล์ หนูมิอย่าตามแก้แค้นเฮียเลย เปลี่ยนมาตามจีบรีไวล์ดีกว่า 55555555
    #207
    0
  4. #130 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 15:46
    มิคาสะตามแก้แค้นรีไวล์

    ส่วนแอนนี่ก็ตามจิกกัดมิคาสะ​ และแต่ละคนก็ชอบใช้เอเลนเป็นกระสอบทรายจริงๆ​ 555
    #130
    0
  5. #16 sayashi Riho (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:13
    จุดเริ่มต้นว่าทำไมมิคาสะกับแอนนี่ถึงไม่ถูกกัน....
    #16
    1
  6. #15 CharidaNoisap (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 03:03
    เขินมากกก เฮียเนี้ยอ่อนโยนจิงๆ อร้ายยยย.อยากจะพุ่งเข้าไปแทนทีหนูมิให้เฮียลูบหัวเลยค่า
    #15
    1